ตอน 2

สองปีก่อนหน้านี้...

ตรีทศก้าวเท้าลงจากรถปอร์เช่เปิดประทุนสีขาวรุ่นล่าสุด ก่อนจะกระแทกประตูปิดอย่างแรงโดยไม่กลัวว่ารถราคาแพงลิ่วของตนจะกระทบกระเทือนเลยแม้แต่น้อย ใบหน้ารูปไข่ถูกขับให้คมเข้มด้วยไรหนวดเขียวตามแนวกราม จมูกโด่งเป็นสัน ริมฝีปากหยักลึกบัดนี้เม้มเข้าหากันจนแทบจะเป็นเส้นตรง คิ้วเข้มพาดเฉียงขมวดมุ่นและขับเน้นให้ดวงตาคู่คมดูเกรี้ยวกราดมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มขยับจัดการถอดเสื้อสูทของตัวเองแล้วถือตรงคอเสื้อจับพาดบ่าไว้ จากนั้นจึงกระชากเสื้อเชิ้ตลายทางสีขาวที่มีกางเกงแสล็กสีดำสวมทับออกมา แล้วดุ่มเดินเข้าไปในบ้านสีขาวสไตล์โคโลเนียลขนาดใหญ่

ทางด้านหน้าเป็นบันไดเตี้ยๆ ทอดขึ้นสู่ประตูบานใหญ่สีขาวที่มีลวดลายแกะสลักตกแต่งไว้อย่างสวยงาม ตรีทศออกแรงผลักประตูโดยแรง จนเกิดเสียงดังปังเมื่อประตูบานนั้นกระเด็นไปกระทบผนังด้านใน เรียกให้คนรับใช้คนหนึ่งกระวีกระวาดออกมาดู เมื่อพบว่าคนที่ทำเสียงเอะอะตึงตังนั้นเป็นใคร ก็ถึงกับหน้าซีดเลยทีเดียว ร่างของสาวใหญ่วัยสี่สิบค่อนข้างท้วมรีบหันหลังกลับแล้วผลุบหายเข้าไปในห้องรับแขก แว่วเสียงพูดคุยกันเบาๆ ลอยมากระทบโสตประสาทของ ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาบึ้งตึงราวกับกำลังโกรธคนทั้งโลก ตรีทศเม้มริมฝีปากแน่น สูดลมหายใจเข้าปอด ก่อนสาวเท้ายาวๆ ตรงไปยังห้องรับแขกที่ร่างท้วมของหญิงวัยกลางคนเพิ่งเดินผ่านไป

พอก้าวเข้ามาในห้อง สิ่งที่เห็นเป็นอันดับแรกคือร่างบอบบางของหญิงสาวในวัยยี่สิบสามปีคนหนึ่ง กำลังนั่งหลังไหล่ตรง เชิดหน้า ชูคอราวกับตัวเองสูงส่งมาจากไหน

ทั้งๆ ที่ก็แค่เด็กกำพร้าที่บิดามารดาของเขาเก็บมาเลี้ยงเท่านั้น...

บิดาของเขาเพิ่งเสียชีวิตเพราะเส้นเลือดในสมองแตกเมื่อหนึ่งอาทิตย์ก่อน ส่วนมารดานั้นจากโลกนี้ไปแล้วเกือบสิบห้าปีแล้วด้วยโรคมะเร็งเม็ดเลือดขาว บัดนี้ตรีทศต้องเหลืออยู่ตัวคนเดียว ทว่า...กลับต้องมีภาระดูแลผู้หญิงคนหนึ่งพ่วงมาด้วย

เพียงแค่เห็นใบหน้าขาวซีด ดูเหมือนคนขี้โรคเช่นนั้นแล้ว โทสะในใจเขาก็ระเบิดโพลง จากกองไฟเล็กๆ กลายเป็นกองใหญ่มากพอที่จะเผาผืนป่าทั่วทั้งประเทศไทยมอดไหม้วอดวายเลยทีเดียว

“เธอทำอะไรกับพ่อของฉัน ฮึ! ...ประจบอะไรท่านไว้ ท่านถึงได้ระบุในพินัยกรรมว่าให้ฉันแต่งงานกับเธอถึงจะได้รับมรดกทั้งหมด เฮอะ! บ้าสิ้นดี!” ตะโกนต่อว่าอย่างโกรธเกรี้ยวโดยไม่เกรงอกเกรงใจมารดาซึ่งนั่งส่ายหน้าอยู่ไม่ห่างเลยแม้แต่น้อย

“ตาตรี...อย่าเอาแต่ใช้อารมณ์ได้ไหม”

“แล้วจะให้ผมทำยังไงครับ คุณน้า ให้กระโดดโลดเต้นยินดีที่จะได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้รักงั้นหรือครับ”

คุณวิมาลาทอดถอนใจ เหลือบสายตามองร่างเล็กที่เม้มริมฝีปากแน่นอย่างอดทนอดกลั้นแล้วก็นึกสงสาร อันที่จริงก่อนที่อธิป...พี่เขยของนางจะเขียนพินัยกรรม เขาได้ปรึกษากับนางแล้วว่าเห็นด้วยหรือไม่ที่จะให้ลูกชายเพียงคนเดียวและเป็นผู้สืบทอดตระกูลปัจจภาคย์แต่งงานกับพรนภัส นางเองถึงกับหนักใจด้วยรู้ดีว่านิสัยของหลานชายของตนไม่ชอบถูกบังคับ ดื้อรั้นจนเรียกว่าดื้อด้านก็ยังได้ ทิฐิแรง ชอบเอาความคิดของตัวเองเป็นใหญ่ ไม่ฟังความคิดเห็นของใคร คิดว่า ตนเองเป็นทหนึ่งอยู่เสมอ เพราะเหตุนี้เขาจึงมักกดใครต่อใครให้ต่ำเตี้ยเรี่ยดินอยู่เป็นประจำ

...ไม่ว่าใครคนนั้นจะมีตระกูลสูงสงแค่ไหน ตรีทศ ปัจจภาคย์ต้องสูงกว่า

เขาไม่ยอมให้ใครมองเขาต่ำต้อยด้อยกว่าแม้สักคน!

นิสัยเช่นนี้แหละที่ทำให้ผู้เป็นบิดากลุ้มอกกลุ้มใจมานานแสนนาน จนอยากหาใครสักคนมาคอยปราม คอยดูแลเขาให้เพลาๆ นิสัยแย่ๆ นั้นลงเสียหน่อย และคนที่ทนนิสัยแย่ๆ ของตรีทศได้เท่าที่คุณอธิปและวิมาลาเห็นมีเพียงคนเดียวเท่านั้น...

หญิงสูงวัยเบือนสายตาไปมองรูปหน้าไข่ ประกอบด้วยเครื่องหน้าจิ้มลิ้ม ไม่ว่าจะเป็นดวงตากลมโตล้อมรอบด้วยแพขนตางอนยาว คิ้วบางโค้งได้รูป จมูกโด่งรับกับริมฝีปากอิ่มเต็ม ทั้งหมดทั้งมวลรวมกันได้อย่างลงตัวและงดงาม แต่ถึงกระนั้นหลานชายของนางก็ยังไม่พอใจ

ตรีทศนั้นทำท่ารังเกียจเดียดฉันท์พรนภัสมาแต่ไหนแต่ไร ด้วยเหตุผลที่ว่าเจ้าหล่อนเป็นเด็กที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้า แต่กลับเข้ามาแย่งชิงความรัก รวมถึงทรัพย์สมบัติส่วนหนึ่งไปจากเขา

เพียงแค่นี้เขาก็ไม่ชอบหน้าเธอมากแล้ว หากเมื่อเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น ความเกลียดชังก็ยิ่งเพิ่มพูนมหาศาล....ในวันนั้นคนรักเก่าที่เขารักมากต้องจากโลกใบนี้ไป...เธอเสียใจคิดว่าเขามีผู้หญิงคนใหม่ ดื่มหนักเมามายจนขับรถชนเสาไฟฟ้า และเสียชีวิตในทันที ตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดก็ไม่ใช่ใครที่ไหนแต่คือพรนภัสนั่นเอง

วิมาลาคิดว่านั่นคือสาเหตุที่ทำให้ตรีทศไม่เคยมองหญิงสาวด้วยสายตาที่เป็นมิตรเลยแม้แต่ครั้งเดียว

และตอนนี้โทสะของตรีทศคงแทบจะระเบิดเมื่อต้องถูกบังคับกลายๆ ให้แต่งงานกับคนที่เกลียด...ความรู้สึกในใจเขาจึงเหมือนคนจมน้ำไม่สามารถตะเกียกตะกายขึ้นฝั่งได้ และกำลังจะตายอย่างน่าสมเพช

“พ่อแม่ของฉันเอาตัวเธอมาชุบเลี้ยง ให้อยู่อย่างสบาย มีบ้านหลังใหญ่อยู่ มีคนคอยรับใช้ ส่งเสียให้เรียนจนจบ ให้เงินไปเปิดร้านเบเกอรี่ เท่านี้ยังไม่พอ ใช่ไหม เธอยังต้องการเป็นเมียของฉัน และครอบครองทุกอย่างที่เป็นปัจจภาคย์หรือไง ฮะ!”

“ตาตรี...แกก็รู้ว่ามันเป็นการตัดสินใจของพ่อแกเพียงคนเดียวเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับหนูฟ้าเลยแม้แต่นิดเดียว”

“ผมไม่เชื่อหรอกครับว่าจะไม่เกี่ยวกับผู้หญิงคนนี้ ยายฟ้าของคุณน้าต้องประจบ ออดอ้อน งัดมารยาร้อยเล่มเกวียนมาใช้กับพ่อของผมแน่” ตรีทศไม่ได้ลดราความกราดเกรี้ยวลงไปเลยแม้แต่น้อย “คงเห็นว่าถ้าได้แต่งงานกับผม คงสบายไปร้อยชาติล่ะมัง”

“ตาตรี! หยาบคายจริง!” คุณวิมาลาต่อว่า แล้วส่ายหน้าอย่างไม่ชอบใจ ขณะที่คนถูกดูหมิ่นยังคงนั่งหน้าตรง ไหล่ตรง มิได้เอื้อนเอ่ยอะไรซึ่งเป็นการตอบโต้แม้แต่คำเดียว คงมีเพียงแววตาเท่านั้นที่วูบไหวราวพายุโหมกระหน่ำ มีทั้งความกรุ่นโกรธ ผิดหวัง เศร้าสลดและเสียใจอัดแน่นอยู่อย่างน่าเวทนา

พรนภัสเป็นแบบนี้เสมอไม่ว่าตั้งแต่เล็กจนโต ตรีทศทำอะไรให้เจ็บช้ำสักเท่าไหร่ก็ไม่เคยตอบโต้ ไม่เคยโวยวาย ไม่เคยพร่ำพูดว่าเป็นความผิดของตรีทศเลยสักครั้ง เธอมีความเข้มแข็งภายใต้ท่าทางนุ่มนวลอ่อนโยนอย่างเต็มเปี่ยม ถึงกระนั้นชายหนุ่มก็ไม่เคยมองเห็น เขามัวแต่สนใจดอกกุหลาบประดิษฐ์ที่ถูกเสริมแต่งให้งดงาม แต่กลับละเลยกุหลาบดอกสวยซึ่งงดงามตามธรรมชาติดอกนี้

พรนภัสสวย...โดยไม่ต้องปรุงแต่งอะไรเลย

และวิมาลาก็เห็นว่าความสวยงามตามธรรมชาติเช่นนี้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและหลงใหลมากนัก

ทว่าตรีทศคงคิดตรงกันข้าม ดูเขาในตอนนี้สิ ยืนเอามือล้วงกระเป๋าทำหน้าถมึงทึงราวกับโกรธใครมาสักร้อยชาติอย่างไรอย่างนั้น

“ตาตรี...หยุดโวยวายด่าทอหนูฟ้าเสียที ถึงยังไงพินัยกรรมก็ไม่มีทางแก้ไขได้ และมันจะต้องเป็นไปตามนั้น! ถ้าแกไม่ยอมแต่งงานล่ะก็ แกก็จะต้องอดตายแน่ เข้าใจที่น้าพูดไหม ตรีทศ”

ร่างสูงยกมือเสยผมแล้วทอดถอนใจเฮือก ดวงตาสีดำสนิทตวัดมองผู้ที่นั่งนิ่งเฉยเป็นทองไม่รู้ร้อน ไม่ว่าเขาจะด่าเธอมากมายถึงขนาดไหนพรนภัสยังคงสงบนิ่งได้อย่างน่าเหลือเชื่อ

ไม่เคยมีครั้งไหนที่ทำให้แม่สาวเยือกเย็นคนนี้สติแตกได้เลยสักครั้ง ไม่เคยทำให้เธอโต้ตอบเขาด้วยวาจาเผ็ดร้อน ไม่เคยทำให้เธอกระทืบเท้าเต้นเร่าๆ ด้วยความโมโห ...มีแต่เขาเอง ...เขาเองทั้งนั้นที่ระเบิดอารมณ์อย่างน่าขัน!

“ก็ได้ครับ” สุดท้ายตรีทศก็ยักไหล่ “แต่งก็ได้...แต่งแค่หนึ่งปีตามที่ระบุไว้ในพินัยกรรมว่าต้องอยู่ด้วยกันไม่ต่ำกว่าหนึ่งปีจึงจะหย่าได้ ครบหนึ่งปีเมื่อไหร่ ผมจะหย่าทันที!”

ถ้อยคำนั้นเขาหวังเหลือเกินว่าจะได้เห็นสีหน้าเจ็บปวดของพรนภัส แต่เปล่าเลย เธอไม่ได้แสดงสีหน้าใดๆ ทั้งสิ้น แต่กลับลุกขึ้นยืนแล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงหวานใสดังเคย

“ถ้าคุณตรีตัดสินใจได้เรียบร้อยแล้ว ก็เชิญรับประทานอาหารเถอะค่ะ ฟ้าสั่งให้เด็กตั้งโต๊ะไว้รอแล้ว” จากนั้นก็หันไปถามหญิงสูงวัยที่กำลังจะลุกขึ้นยืน

“เชิญคุณน้าวิด้วยนะคะ”

“ขอบใจจ้ะหนูฟ้า แต่น้าขอกลับไปกินที่บ้านน้าดีกว่า” ว่าพลางยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลา “น้ายังเก็บของไม่เรียบร้อยเลยด้วย”

“คุณน้าจะย้ายไปอยู่เชียงใหม่เมื่อไหร่คะ”

“พรุ่งนี้แล้วจ้ะ”

“ตายจริง! ทำไมรีบอย่างนั้นล่ะคะ เดี๋ยวฟ้าไปช่วยเก็บของดีกว่า”

“ไม่เป็นไรหรอกจ้ะ เหลืออีกไม่เยอะหรอก น้าเก็บได้” เอ่ยพร้อมกับลุกขึ้นยืนและมองหน้าตรีทศอย่างปรามๆ “พูดกับหนูฟ้าเค้าดีๆ ละ อย่าเอาแต่ใช้อารมณ์”

ตรีทศพยักหน้าอย่างแกนๆ ใบหน้ากระด้างดุดันเพราะยังหัวเสียไม่หาย

เมื่อบ่ายวันนี้หลังจากให้ทนายมาเปิดพินัยกรรมที่บ้าน เขาถึงกับต้องผลุนผลันออกไปสงบสติอารมณ์ข้างนอก ด้วยเกรงว่าจะกระโจนเข้าไปทำร้ายหญิงสาวผู้เป็นสาเหตุให้เขาต้องลำบากเช่นนี้ไม่ได้ คุณวิมาลาผู้เป็นน้าทราบข่าวจึงทนนั่งรอด้วยความเป็นห่วง...กริ่งเกรงว่าหลานของตนจะหุนหันพลันแล่นจนทำให้เกิดอุบัติเหตุระหว่างทางได้ หากสุดท้ายเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มปลอดภัย นางจึงเบาใจและขอตัวกลับบ้านทันที

พอคล้อยหลังผู้เป็นน้า ตรีทศก็หันมาเล่นงานพรนภัสต่อ ไม่มีทีท่าว่าเรื่องราวทั้งหมดจะจบลงภายในวันนี้ ร่างสูงปราดเข้าไปหาคนตัวเล็ก กระชากต้นแขนของเธอดึงเข้ามาใกล้ตัว แล้วกระซิบลอดไรฟันพอให้ได้ยินกันสองคน

“อย่าคิดนะว่าที่ฉันแต่งงานด้วยเพราะความพิศวาส ถ้าจะมีความรู้สึกอะไรในหัวใจของฉันที่มีต่อเธอแล้วล่ะก็ มันมีแต่ความชิงชังเพียงเท่านั้น จำไว้นะพรนภัส” จากนั้นเขาก็ออกแรงผลักเธอ จนร่างบางเซซวนล้มลงบนโซฟาอย่างไร้ความปรานี ก่อนจะเดินดุ่มออกจากห้องรับแขก ก้าวเท้ายาวๆ ขึ้นบันไดกลับไปยังห้องนอนของตัวเอง

ไม่ได้เหลือบแลมามองเลยว่ายามนี้คนที่ทำสีหน้าเมินเฉยกำลังปล่อยให้น้ำตารินไหลด้วยความเจ็บช้ำ

นานหลายปีแล้ว นับตั้งแต่วันที่เธอเหยียบย่างเข้ามาที่นี่ พรนภัสในวัยแปดขวบ ทั้งสดใส ร่าเริง หากสิ่งเหล่านั้นถูกพรากหายไปตามกาลเวลา เพียงเพราะผู้ชายเพียงคนเดียว...ตรีทศ ปัจจภาคย์

ไม่มีใครรู้ว่าในใจของพรนภัสนั้นมีผู้ชายที่ชื่อตรีทศยึดครองพื้นที่ในหัวใจมานานแล้ว หากตั้งแต่เมื่อไหร่นั้น เจ้าตัวยังไม่แน่ใจนัก รู้แต่เพียงว่าความประทับใจเมื่อครั้งเยาว์วัยยังตราตรึงในหัวใจเธอไม่สร่างซา

ในวันที่เพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหญ่ใหม่ๆ พรนภัสปีนขึ้นไปเก็บ ลูกชมพู่บนต้นไม้ แต่เพราะกิ่งไม้เปียกลื่นหรือไม่ก็ก้าวพลาดทำให้เธอเสียหลักพลัดตกลงมา จากที่คิดว่าตนเองต้องขาหัก แขนหัก หรือศีรษะแตกต้องเย็บหลายเข็ม เด็กหญิงฟ้ากลับไม่เป็นอะไรเลยเพราะมีใครคนหนึ่งปราดเข้ามาใช้ตัวทั้งตัวรับ เธอไว้

ยามที่เธอลืมตาขึ้นในตอนนั้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าขาวๆ ของตรีทศนั่นเอง

ตอน 3

ยามที่เธอลืมตาขึ้นในตอนนั้น สิ่งแรกที่เห็นคือใบหน้าขาวๆ ของตรีทศนั่นเอง

‘ยัยซื้อบื้อ! รู้ว่าซุ่มซ่ามแล้วยังริอ่านปีนขึ้นไปอีก’

ตอนนั้นตรีทศยังพอใจดีกับเธอบ้าง ไม่ได้ร้ายกาจเท่าทุกวันนี้

‘จะกินชมพู่รึไง มา...เดี๋ยวเก็บให้เอง’

เด็กหนุ่มในวัยสิบสองปีลุกขึ้นยืน แล้วปีนขึ้นไปเก็บชมพู่ผลสีแดงลงมาให้ นับจากวันนั้นพรนภัสก็ไม่เคยเห็นชมพู่ลูกไหนอร่อยเท่าลูกนั้นเลยแม้แต่น้อย

หากความใจดีของเขามีอยู่ไม่นานนักหรอก เมื่อมันแปรเปลี่ยนไปเป็นความโกรธขึ้งเมื่อเขาถูกตีเพราะพาเธอไปเล่นใกล้ๆ แม่น้ำที่ไหลผ่านด้านหลังตัวบ้าน คุณเกศรินนั้นกลัวพรนภัสจะเป็นอะไรไป จึงได้ก่นด่าและทุบตีลูกชายให้รู้จักระมัดระวังมากกว่านี้

นับจากวันนั้น ตรีทศก็ถูกดุด่าว่ากล่าวตักเตือน และถูกตีนับสิบครั้ง เหตุผลทั้งหมดทั้งมวลก็เพราะไม่ดูแลเด็กหญิงพรนภัสผู้เป็นน้องสาวให้ดีๆ

และด้วยเหตุนั้นเอง พรนภัสจึงไม่ได้เห็นเด็กชายผู้ใจดีคนนั้นอีกเลย เขาไม่ชอบขี้หน้าเธออย่างเห็นได้ชัด ยิ่งเมื่อผู้เป็นมารดาจากไป ตรีทศก็แทบจะเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เขากลายเป็นคนก้าวร้าว ดื้อด้านไม่ฟังใคร ทิฐิแรงและชอบกดคนอื่นให้ต่ำกว่าตัวเองอยู่เสมอ

คุณอธิปเคยเปรยๆ กับเธอว่า ตนเลี้ยงลูกไม่ดี ทำให้ลูกมีนิสัยย่ำแย่จนเกินทน

และอีกหนึ่งเรื่องที่สำคัญกว่านั้น...ในวันที่คนรักของเขาจากไปด้วยอุบัติเหตุ ชายหนุ่มกล่าวหาว่าเธอเป็นต้นเหตุ พรนภัสไม่ได้เถียงว่าตัวเองมีส่วนในเรื่องนี้ไม่มากก็น้อย แต่ตรีทศเองก็ผิดไม่แพ้กัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขาดึงตัวเธอเข้าไปกอดรัด และกระทำการอุกอาจล่วงเกินแบบนั้น คนรักของเขาก็คงไม่บังเอิญมาเห็นและกลายเป็นเรื่องราวเข้าใจผิดใหญ่โตถึงขั้นนั้น

พรนภัสเสียใจเหมือนกัน เธอไม่ได้เป็นคนไร้หัวใจถึงขนาดมองใครๆ จบชีวิตไปได้อย่างหน้าตาเฉย แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อเธอคนนั้นจากโลกนี้ไปแล้ว ส่วนเธอยังต้องทนทุกข์ก้มหน้าชดใช้กรรมต่อไป

จากวันนั้นทั้งเธอและตรีทศก็เหมือนเส้นขนาน เข้าหน้ากันแทบไม่ติด บ่อยครั้งที่เขามักจะกลั่นแกล้งเธอให้สาแก่ใจเล่นๆ ...

หลังจากเรียนจบมหาวิทยาลัย ตรีทศก็ไปเรียนต่อโทบริหารที่สหรัฐอเมริกา เธอไม่เห็นหน้าเขาเกือบห้าปี กลับมาคิดว่าเขาจะลืมเลือนความชิงชังและอคติต่อเธอแล้ว แต่ไม่ใช่เลย ความชิงชังเหล่านั้นยังฝังแน่นอยู่ในหัวใจผู้ชายคนนั้นอย่างที่คงไม่มีอะไรลบเลือนได้

พรนภัสสูดลมหายใจเข้าปอดลึกยาว ยกหลังมือค่อยๆ ป้ายน้ำตาของตัวเองออกพลางบอกตัวเองว่า

...เธอจะต้องไมร้องไห้ จะต้องไม่อ่อนแอ อย่างที่ได้รับปากกับคุณอธิปไว้

‘ช่วยดูแลเจ้าตรีด้วยนะฟ้า พ่อเป็นห่วงมันเหลือเกิน’ ท่านเอ่ยกับเธอหนึ่งวันก่อนที่ท่านจะล้มป่วย ‘ถ้าทำได้ล่ะก็ ช่วยดูแลให้มันเป็นผู้เป็นคนกว่านี้หน่อยนะ’ วันนั้นเธอรับคำเป็นมั่นเป็นเหมาะ เพราะฉะนั้นแม้ว่าจะต้องเจ็บปวดกับถ้อยคำรุนแรงของอีกฝ่ายแค่ไหน เธอก็ต้องอดทนไว้ เพื่อตอบแทนบุญคุณของผู้มีพระคุณ

“คุณฟ้าขา เป็นยังไงบ้างคะ”

หญิงกลางคนซึ่งนั่งพับเพียบเฝ้ามองเธอมาสักพักใหญ่ๆ เอ่ยถามอย่างเป็นห่วง ตอนนั้นเองที่คนถูกถามลดมือลงวางบนตักแล้วระบายยิ้มออกมา

“ไม่เป็นอะไรหรอกค่ะ ป้าแสง ขอบคุณที่เป็นห่วงนะคะ...เอ...ไม่รู้ว่าจัดโต๊ะกันเสร็จรึยัง” ว่าพลางลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้าห้องครัวไป โดยมีสายตาเวทนาสงสารของป้าแสงมองตามมาไม่วางตา

พรนภัสพาร่างอันบอบางของตนเองเข้ามาในห้องรับประทานอาหาร โต๊ะไม้ตัวยาวฉลุลวดลายงดงามวางตั้งอยู่กลางห้อง เด็กรับใช้สามสี่คนกำลังลำเลียงอาหารฝีมือเธอออกมาจากห้องครัวที่อยู่ติดกัน ทั้งหมูมะนาว ต้มข่าไก่ ฉู่ฉี่ไข่เจียว และอาหารที่ชายหนุ่มชอบซึ่งก็คือมัสมั่นไก่นั่นเอง

พรนภัสนั้นเป็นคนเพิ่มเมนูมัสมั่นไก่ขึ้นมา ด้วยเห็นว่าตรีทศนั้นไม่ได้รับประทานมาเป็นเดือนแล้ว ที่สำคัญฝีมือเธอเขามักชื่นชอบยิ่งนักแม้เจ้าตัวจะไม่เคยรู้ก็ตามว่าเธอเป็นคนเข้าครัว และทำทุกอย่างด้วยตัวเอง หญิงสาวคอยออกคำสั่งให้จัดนู่นจัดนี้ให้เรียบร้อย ไม่ให้ขาดตกบกพร่องเพื่อที่ว่า ‘คุณตรี’ ของทุกคนจะได้ไม่โมโหกราดเกรี้ยวขึ้นมาอีก แค่ที่เมื่อกี้เด็กรับใช้ก็คงพากันกลัวหัวหดเสียแล้ว

เมื่อตรวจตราทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว พรนภัสจึงใช้ให้เด็กรับใช้คนหนึ่งขึ้นไปตามตรีทศลงมารับประทานอาหาร รออยู่เกือบสิบนาทีเธอจึงเห็นร่างสูงใหญ่สวมเสื้อคลุมสีขาวเดินลงส้นเท้าหนักๆ ทำหน้าตาบอกบุญไม่รับเข้ามา กลิ่นสบู่ที่ลอยโชยมาแตะจมูกบอกชัดว่าเขาเพิ่งอาบน้ำเสร็จ ท่าทางคง ‘เย็น’ ขึ้นเยอะแล้วกระมัง

“เชิญค่ะคุณตรี”

พรนภัสเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนส่งสายตาบอกให้เด็กรับใช้ที่ถือข้าวในมือก้าวเข้ามายืนใกล้ๆ รอจนชายหนุ่มทรุดกายลงนั่งตรงหัวโต๊ะ จึงตักข้าวลงในจานสองทัพพีตามที่เธอได้สั่งไว้

จากนั้นตรีทศก็ลงมือรับประทานอาหารโดยไม่เอ่ยอะไรแม้สักคำ พรนภัสลอบระบายลมหายใจบางเบา แม้จะรู้ดีอยู่แล้วว่าเขาจะไม่เหลียวมอง ไม่เหลือบแลหรือชวนให้เธอร่วมโต๊ะอาหารด้วย หญิงสาวก็อดน้อยใจไม่ได้ หัวใจของเธอรวดร้าวและโหยหาความเมตตาจากเขาอยู่เสมอ แต่ดูเหมือนตรีทศจะไม่รับรู้ เขารังแต่จะคิดแค้นเคือง หมั่นไส้ ไม่พอใจ และอยากไล่เธอออกไปจากบ้านนี้อยู่เป็นประจำ มิหนำซ้ำยังมองเธอในแง่ร้ายเสียด้วย

มีอยู่ครั้งหนึ่ง ประมาณสามปีที่แล้ว ตรีทศตะโกนใส่หน้าเธอว่าเป็นผู้หญิงไร้ยางอาย...

‘เธออยากครอบครองทุกอย่างที่เป็นของพ่อฉันจนถึงกับต้องเอาตัวเข้าแลกใช่ไหม น่ารังเกียจ น่าสมเพชที่สุด!’

เขามองเธออย่างหยามเหยียด เต็มไปด้วยความเกลียดชังรุนแรง ดวงตาของเขาอัดแน่นด้วยกองเพลิงเมื่อยามบีบต้นแขนของเธอจนปรากฏรอยแดงเป็นปื้น แต่มีหรือที่เธอจะร้องโอดครวญ คนอย่างเธอนั้นทนแดดทนฝนมานาน ตั้งแต่เกิดบิดามารดาของเธอก็ไม่ไยดี นำเธอไปทิ้งไว้ที่สถานสงเคราะห์จนคุณอธิปกับคุณเกศรินมาเห็น อาจเป็นเพราะโชคชะตาท่านทั้งสองจึงเอ็นดูเธอถึงขั้นรับไปเลี้ยง

ตอนนั้นพรนภัสคิดว่าจะได้มีชีวิตที่ดีกว่าเดิม ได้มีพ่อแม่เหมือนเด็กคนอื่นๆ ได้เรียนโรงเรียนดีๆ และ...ได้มีพี่ชายแสนดีเหมือนเพื่อนคนหนึ่งในชั้นเรียนที่พี่ชายคอยดูแลไม่ห่าง

จริงอยู่ที่เธอได้เข้าเรียนโรงเรียนดีๆ ได้เรียนจบมหาวิทยาลัยตามที่ใจต้องการ ได้อยู่บ้านหลังใหญ่ ไม่ลำบากเหมือนก่อน ทว่า...มันก็แค่ความสุขทางกาย ส่วนความสุขทางใจหาได้ยากยิ่ง

...พี่ชายที่เธอหวังว่าจะได้เป็นที่พึ่งพิง กลับแสดงออกชัดเจนว่าชิงชังเธอเป็นนักหนา แถมยังชอบพูดจาถากถางดูถูกให้เธอต้องเจ็บช้ำเสียด้วย

พรนภัสดึงตัวเองกลับสู่ปัจจุบันเมื่อพบว่าตรีทศตวัดสายตามองมาทางเบื้องหลัง ดวงตาคมกริบคู่นั้นทำให้หัวใจของเธอเต้นโครมครามได้ทุกครั้งไป

“บอกคนที่ทำด้วยว่าอร่อยดี”

ในความเลวร้ายในตัวเขา ก็ยังพอมีความน่ารักอยู่บ้าง อย่างน้อยๆ เขาก็ยังรู้จักพูดชมคนอื่น

ทว่า...ถ้าหากรู้ว่าอาหารทั้งหมดบนโต๊ะเป็นฝีมือของเธอแล้ว รับรองเลยว่าชามบนโต๊ะคงถูกขว้างลงบนพื้นอย่างไม่ไยดีเป็นแน่แท้

“ค่ะ” พรนภัสรับคำ ใจหนึ่งก็ดีใจหากใจหนึ่งนั้นปวดแปลบที่ไม่สามารถบอกเขาได้ว่า...

‘ฟ้าเป็นคนทำเองค่ะ...’

เธออยากเอ่ยแทนตัวเองว่าฟ้า และเรียกเขาว่า พี่ตรี เหมือนตอนเข้ามาในบ้านหลังนี้ใหม่ๆ เสียเหลือเกิน แต่ก็นั่นแหละ เวลานั้นล่วงเลยมาแล้ว มันกลายเป็นอดีตที่ไม่สามารถย้อนกลับไปได้อีกต่อไปไม่ว่าวันนี้หรือวันไหนก็ตาม

ตรีทศอิ่มแล้ว เขารวบช้อนอย่างเรียบร้อย ลักษณะท่าทางการนั่ง การรับประทานอาหาร หลังไหล่ของเขาจะตั้งตรงเสมอ มือเรียวที่เอื้อมไปหยิบแก้วน้ำเนิบช้า พรนภัสอดคิดไม่ได้ว่าคงมีแต่ตอนรับประทานอาหารนี่แหละที่ทำให้เขาดูเป็นคนใจเย็น ไม่ใช่ใจร้อนดั่งกองเพลิงยามอยู่ต่อหน้าเธอ หรือยามขับรถ

หญิงสาวเคยนั่งเคียงข้างเขาบนรถครั้งหนึ่ง ตอนนั้นคุณเกศรินสั่งให้เขารับเธอกลับจากมหาวิทยาลัยด้วย เพราะคนขับรถของบ้านเกิดไม่สบาย ตรีทศรับคำอย่างเสียไม่ได้ เขานำรถเข้ามาจอด ณ จุดนัดหมาย รอจนเธอขึ้นนั่ง ปิดประตูเรียบร้อยจึงเหยียบคันเร่งอย่างแรง จนร่างบางกระแทกเข้ากับเบาะรถ ดูเหมือนจะทำให้เขาสะใจอย่างไรไม่ทราบได้ มุมปากของเขาจึงยกขึ้นเล็กน้อย พอออกมาถนนใหญ่ได้ เขาก็ยิ่งเร่งความเร็ว ขับแซงซ้าย แซงขวา ฉวัดเฉวียนไปมาจนเธอเวียนศีรษะ เกือบจะอาเจียนอยู่แล้ว

‘อย่าคิดมาอ้วกบนรถฉันเชียวนะ พรนภัส ไม่อย่างนั้นฉันลงโทษเธอแน่’

ตอนนั้นเธอไม่รู้หรอกว่าบทลงโทษของเขานั้นจะเป็นเช่นไร รู้แค่ว่าคงไม่ใช่เรื่องดีต่อตัวเธอเป็นแน่แท้ จึงพยายามสะกดกลั้นความคลื่นไส้ไว้อย่างสุดความสามารถ รอจนกระทั่งมาถึงคฤหาสน์ปัจจภาคย์จึงรีบเปิดประตูแล้ววิ่งไปยังต้นไม้ใหญ่ริมบ้าน ท้าวมือกับลำต้น แล้วโก่งคออาเจียนออกมาอย่างทนไม่ไหว

พรนภัสจำได้ว่าแว่วเสียงหัวเราะตามหลังมาอย่างสาแก่ใจ ไม่มีแม้แต่คำถามห่วงใย คำพูดปลอบโยน หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เธอรู้สึกถึงความอบอุ่นจากตัวเขา แต่ไม่มีเลย ตรีทศไม่เคยแสดงอะไรแบบนั้นต่อเธอเลยแม้แต่น้อย

พรนภัสรู้ดี ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน เขาก็ไม่มีวันมอบสิ่งที่เธอต้องการได้แม้เพียงเศษเสี้ยว...

เมื่อกลับมาถามตัวเองว่าต้องการอะไรจากผู้ชายคนนั้น หญิงสาวก็ตอบได้ไม่เต็มปาก เพราะแม้แต่ตัวเองก็ยังไม่แน่ใจว่าต้องการอะไรกันแน่...

“เสื้อเชิ้ตฉันกระดุมหลุด”

เขาเอ่ยเสียงห้วนสั้น และมันไม่ใช่คำบอกเล่า แต่เป็นคำสั่งที่เธอต้องนำเสื้อของเขาไปซ่อม

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED