“ขอบคุณนะคะ”
หญิงสาวพูดพร้อมกับค่อยๆ นั่งที่เก้าอี้อย่างเอียงอาย เธอมองไปยังเก้าอี้ตัวอื่นๆ ที่ตอนนั้นถูกจับจองด้วยสาวสวยมากหน้าหลายตา แต่ที่สำคัญ เมรีญารู้ได้ทันทีว่าแต่ละคนคงมีเงินกันเยอะมาก ต่างจากเธอที่เงินติดตัวสำหรับมา ‘เปิดประสบการณ์’ คืนนี้ไม่กี่พัน
“มาคนเดียวเหรอครับ” บาร์เทนเดอร์หนุ่มคนเดิมเอ่ยถามขึ้น ทำให้เมรีญาตื่นจากภวังค์ทันที
“เอ่อ ค่ะ” หญิงสาวยิ้มตอบรับเบาๆ ก่อนลอบมองหน้าชายหนุ่ม พลางคิดว่า เขาช่างดูดีเหลือเกิน ผิวขาวสะอาดของเขาเนียนละเอียดจนผู้หญิงแท้ๆ อย่างเธอต้องอาย
“หืม? จ้องผมขนาดนี้ ขออนุญาตคิดเงินได้ไหมครับ” ชายหนุ่มเอ่ยอย่างขบขัน เมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าเอาแต่จ้องเขาราวอย่างกับประเมิน แล้วนั่นส่งผลให้สาวน้อยที่ถูกเขาแซวอออกอาการหน้าแดง
‘ว่าน’ เวทัส อนัตรวิเศษกุล หรือที่ใครๆ ก็เรียกว่า ‘หมอว่าน’ ยิ้มออกมาอย่างถูกใจ คืนนี้ เขาตั้งใจว่าทำงานแทนบาร์เทนเดอร์ที่ร้านอย่างไม่คิดอะไร แต่กลายเป็นว่ากลับเจอ ‘ของถูกใจ’ เข้าให้เสียแล้ว
สำหรับลูกค้าประจำทุกคนจะรู้ดีว่า เวทัสคือเจ้าของบาร์ลับแห่งนี้ แต่หญิงสาวที่เพิ่งมาใหม่ ซึ่งดูจากท่าทางแล้ว เวทัสมั่นใจว่าเธอไม่น่าเคยเที่ยวที่บาร์ของเขาแน่นอน
ปกติแล้ว แม้อาชีพหลักของเวทัสจะเป็น ‘ศัลยแพทย์’ หรือเรียกง่ายๆ ว่าหมอศัลยกรรมความงาม และดูแลปัญหาด้านผิวหนังให้ผู้หญิง แต่อีกอาชีพหนึ่งก็คือ ‘เจ้าของบาร์นั่งชิล’ ด้วยความฝันในวัยเด็กที่อยากเป็นบาร์เทนเดอร์ทำให้ชายหนุ่มเก็บเงินที่ได้จากอาชีพหลักเปิดบาร์ลับของตนเองขึ้นมา แม้ไม่มีเวลาที่จะมาทำหน้าที่บาร์เทนเดอร์อย่างที่ฝันไว้ แต่แค่ได้เห็นว่าอีกหนึ่งความฝันได้สำเร็จลุล่วงด้วยดี เขาก็ดีใจ
ส่วนหนึ่งที่คุณหมอหนุ่มหล่อประสบความสำเร็จในอาชีพเจ้าของบาร์ก็เป็นเพราะบารมีของผู้เป็นพ่อ ซึ่งเป็นถึงอดีตนายตำรวจใหญ่ ที่แม้ตอนนี้จะเกษียณแล้ว แต่ท่านก็ยังเป็นที่นับหน้าถือตา รวมไปถึงเป็นที่เกรงขามของหลายๆ คน ทำให้ในแวดวงธุรกิจกลางคืนของเวทัสเดินได้สะดวก แต่ชายหนุ่มไม่เคยคิดที่จะทำผิดโดยใช้เส้นสายใดๆ เพราะลำพังทุกวันนี้ก็แทบไม่อยากบอกใครด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นลูกอดีตตำรวจใหญ่ ด้วยกลัวว่าคนอื่นๆ จะพากันเกรงใจไปหมด
และค่ำคืนนี้ที่ชายหนุ่มต้องมาสวมบทบาร์เทนเดอร์จำเป็น นั่นเป็นเพราะว่าบาร์เทนเดอร์หนุ่มของที่ร้านป่วยกะทันหัน แถมวันนี้ก็เป็นวันศุกร์สุดสัปดาห์ ลูกค้าที่ร้านก็จะเยอะกว่าปกติ เวทัสไม่ใช่คนขี้เหนียว ขี้งกแต่อย่างใด แต่แค่ไม่อยากให้ลูกค้ามาต่อว่าทีหลังได้ว่าบาร์ของตนเองบริการล่าช้า นั่นจึงเป็นสาเหตุที่คุณหมอหนุ่มต้องลงมาบริการลูกค้าแทน และเขาเองก็ยินดีมากๆ เช่นกัน ยิ่งได้เจอสาวน้อยที่ถูกใจเช่นนี้…ยิ่งทำให้รู้สึกว่าคิดไม่ผิดจริงๆ ที่คืนนี้มาทำงานที่นี่
“เอ่อ ขอโทษค่ะ”
เมรีญารีบพูดออกมาทันทีด้วยความเขินอายที่ถูกชายหนุ่มจับได้ ปกติ เธอไม่ค่อยสนใจผู้ชายคนไหนเป็นพิเศษ แต่สำหรับผู้ชายตรงหน้า ถือว่าปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเจ้าตัวมีเสน่ห์เหลือล้นจนไม่สามารถละสายตา
“อยากดื่มอะไรดีครับคุณผู้หญิง”
เวทัสพูดขึ้นเพื่อไม่ให้หญิงสาวหน้าแดงไปมากกว่านี้ แม้เขาจะชอบที่เห็นมัน แต่ก็คงดีไม่น้อยหากเธอได้ดื่มเครื่องดื่มจากเขา
“อะไรก็ได้ค่ะ ฉันไม่เคยมาที่นี่”
เมรีญาตัดสินใจพูดความจริงออกไป เพราะไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมากลัวขายหน้ากับคนที่คงเจอกันแค่คืนนี้คืนเดียว
“ได้ครับ ถ้างั้น เดี๋ยวผมทำบลูฮาวายให้คุณก็แล้วกัน” เขาพูดยิ้มๆ ก่อนจะหันไปจัดการชงเครื่องดื่มให้กับลูกค้าสาวทันที
เมรีญามองภาพนั้นอย่างเพลิดเพลิน เธอไม่เคยแม้แต่จะคิดว่าจะต้องมาดื่มอะไรแบบนี้ แต่ด้วยปัญหาต่างๆ ที่เข้ามาทำให้หญิงสาวอยากจะรู้นักว่า สิ่งที่พ่อของเธอติดนักติดหนามันดียังไง รวมถึงตนเองก็อยากจะใช้ชีวิตให้สุดเหวี่ยงก่อนที่สิ่งสุดท้ายที่ ‘หวงแหน’ มาตลอดจะต้องเสียไปในวันพรุ่งนี้…
“ขอบคุณค่ะ” เธอรับเครื่องดื่มจากชายหนุ่มมาไว้ ก่อนจะค่อยๆ จิบเบาๆ
“หืม อร่อยจังค่ะ”
เมรีญายิ้มออกมาทันทันเมื่อรู้ว่าเครื่องดื่มตรงหน้าไม่ได้รสชาติแย่อย่างที่คิด แต่มันกลับหวานจนแค่ชิมไม่พอ หญิงสาวตัดสินใจกระดกพรวดเดียวจนหมดแก้วจนบาร์เทนเดอร์หนุ่มมองด้วยความตกใจ
“เฮ้ย เบาๆ นะคุณ หวานๆ แบบนี้นี่ตัวดีเลยนะ เมาง่าย” เวทัสมองสาวเจ้าอย่างอึ้งๆ เธอคงไม่เคยดื่มจริงๆ จึงไม่รู้ว่ารสชาติแบบนี้นี่แหละทำให้คนเมาเสียสติจนภาพตัดมาหลายคนแล้ว
“ฉันขอเพิ่มอีกค่ะ อร่อยดี” เมื่อได้ลองแก้วแรกก็อยากชิมแก้วที่สองตามมาติดๆ
ชายหนุ่มหันไปทำเครื่องดื่มให้ลูกค้าต่อ พร้อมกับลอบสังเกตว่า สาวเจ้าดูไม่เหมือนผู้หญิงคนอื่นที่มาเที่ยวที่นี่เอาเสียเลย จากการแต่งกายที่มาในชุดเสื้อยืดสีขาว กางเกงขาสั้นแบบสบายๆ เผ้าผมและใบหน้าที่แทบไม่แต่งเสริมเติมอะไร ทำให้เวทัสรู้ได้ทันทีว่าเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อเช็กเรตติ้งเหมือนที่สาวๆ หลายคนชอบทำกัน แต่เธอมาที่นี่เพราะอยากหาที่สบายใจ หรือไม่ก็พลัดหลงเข้ามา
แต่ไม่ว่าจะเป็นลมอะไรพัดเธอให้ผ่านมา เขาชักไม่อยากให้สาวน้อยคนนี้ถูกพัดผ่านไป เธอดูธรรมดาแต่เตะตาเขาจัง
“คุณมีปัญหาอะไรหรือเปล่า ระบายได้นะ”
เวทัสเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับนั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามเธอ เวลานี้ สาวน้อยเริ่มมีใบหน้าแดงก่ำจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ มันทำให้เจ้าตัวดูน่ารักและน่าขย้ำในสายตาของเขายิ่งนัก
“หืม? เพิ่งรู้นะคะว่าบาร์เทนเดอร์ที่นี่รับงานปรึกษาปัญหาชีวิตให้ลูกค้าด้วย” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เมรีญากล้าที่จะพูดในสิ่งที่ปกติจะไม่พูดเด็ดขาด
“อืม...ก็ไม่ใช่กับทุกคนหรอกครับ ผมคุยเฉพาะกับคนที่ผมสนใจ” ชายหนุ่มพยายามหักห้ามใจตนเองไม่ให้เผลอไผลไปกับลูกค้าสาว แต่แรงดึงดูดของเธอทำเอาเขาอดไม่ได้ที่จะพูดจาเย้าแหย่ ซึ่งปกติคนอย่าง ‘หมอเวทัส’ ไม่มีวันทำ!
“ปากหวานจังเลยนะคะ อยากได้ทิปจากฉันแหงๆ บอกก่อนนะว่าฉันไม่มีหรอกค่ะ ฉันมันประเภท สวยแต่จน พร้อมพาทุกคนไปลำบาก” เมรีญาพูดยิ้มๆ ติดตลกส่วนหนึ่งเพื่อทำให้ตัวเองไม่เครียด ก่อนจะยกแก้วดื่มอีกรอบจนเวทัสต้องจับมือบางยั้งเอาไว้เสียก่อน
เวทัสอมยิ้ม นึกขำสาวน้อยตรงหน้า แล้วเอ่ยเตือน“ผมว่าคุณค่อยๆ ดีกว่านะ เดี๋ยวก็เมาไม่รู้เรื่องหรอก” เขากล่าวเตือนด้วยความเป็นห่วง แม้จะชอบเห็นหญิงสาวเมาหน้าแดงแต่ความปลอดภัยของลูกค้าก็เป็นสิ่งสำคัญ โดยเฉพาะลูกค้าสาวสวยที่มาคนเดียวแบบเธอ
“ฉันมีสติ ฉันไม่ปล่อยให้ของพวกนี้มาชนะฉันหรอกน่า”
ไม่วาย หญิงสาวยังคงอวดเก่งพร้อมกับดื่มต่อ ชายหนุ่มจนปัญญาจะห้ามจึงได้แต่มองหน้าสาวขี้เมาที่ตอนนี้เริ่มแดงระเรื่อหนักกว่าเก่า พลางคิดว่าหากเธอจะได้รับอันตรายก็คงเป็นอันตรายจากเขาเองเสียมากกว่า
“ดูท่าแล้ว คุณคงมีเรื่องไม่สบายใจมากๆ สินะครับ” เวทัสตั้งใจชวนคุยเพื่อให้หญิงสาวตรงหน้าหันมาโฟกัสที่เขามากกว่าเครื่องดื่ม
“เรียกว่า…ชีวิตฉันกำลังจะจบลงมากกว่าค่ะ” เมรีญาพูดยิ้มๆ แต่แววตากลับเศร้าหมองจนเวทัสสังเกตได้
“ทุกปัญหามีทางแก้ คุณใจเย็นๆ ดีกว่านะครับ” ชายหนุ่มรู้ดีว่าไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะไปสอดรู้สอดเห็นเรื่องของลูกค้าสาวมากนัก นอกจากว่าเธอเต็มใจที่จะเล่าให้เขาฟังเอง
“ฉันก็แก้ แก้มาตลอด แต่สุดท้าย มันก็เหมือนเดิม ฉันทำใจไว้แล้วค่ะ” เมรีญาพูดต่ออย่างเลื่อนลอย จนเขาอดสงสัยไม่ได้ว่าหญิงสาวตัวเล็กๆ แค่นี้มีปัญหาอะไรกันแน่
“อย่างน้อยคืนนี้ก็มีเรื่องดีๆ นะครับ” เวทัสพูดขึ้นมาอีกครั้งเพื่อดึงความสนใจ เพราะไม่อยากให้เธออยู่ในอาการเศร้าอย่างที่เป็น
“ก็จริงค่ะ เรื่องดีๆ วันนี้คือ ฉันได้ออกมาปลดปล่อยก่อนที่จะไม่เหลืออะไรเลย” ฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้เมรีญาพูดออกไปอย่างใจคิด เพราะแค่นึกถึงวันพรุ่งนี้ เธอก็แทบไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้ว
“ไม่ใช่สักหน่อย เรื่องดีๆ วันนี้คือการที่ผมกับคุณได้มาเจอ แล้วก็คุยกันต่างหาก ผมยินดีรับฟังเรื่องของคุณนะ ขอแค่คุณพร้อมที่จะเล่าให้ผมฟัง” คุณหมอหนุ่มพูดขึ้นมาอย่างอบอุ่น ด้วยความที่อาชีพหลักเป็นหมอศัลยกรรมความงาม แน่นอนว่าต้องได้พบเจอผู้หญิงมากหน้าหลายตา พวกเธอต่างมีปัญหามากมายก่ายกอง และเขาเองก็เป็นหมอที่ต้องคอยพูดจาเพื่อละลายพฤติกรรมให้กับคนไข้เสมอ
“หือ? คุณนี่น่ารักดีนะคะ”
เมรีญามองหน้าชายหนุ่มชัดๆ จะว่าไป เขาเองก็เป็นสเปกของเธอเลยก็ว่าได้ แต่ที่ผ่านมา หญิงสาวไม่เคยคิดเรื่องแฟนมาก่อนเลยตัดผู้ชายทุกคนที่เข้ามาตอแยออกไป
“พูดตรงขนาดนี้ ผมก็เขินเป็นนะครับ คุณ…” เวทัสเอ่ยขึ้นเพราะเขาเองก็อยากจะรู้ชื่อหญิงสาวพราวเสน่ห์ตรงหน้าเช่นกัน
“อย่ารู้ชื่อฉันเลยค่ะ ยังไงพรุ่งนี้ เราก็เป็นคนแปลกหน้าของกันและกันอยู่ดี”
หญิงสาวพูดเสียงเรียบ และนั่นก็ดึงสติของเวทัสได้พอสมควร เพราะมันก็ถูกของเธอ เขาไม่ควรที่จะแสดงความสนใจลูกค้ามากจนเกินไป
ชายหนุ่มเผลอลอบมองหญิงสาวตรงหน้าที่ตอนนี้หันไปสนใจสิ่งรอบข้างแทนการพูดคุยกับเขา แม้จะรู้ว่าเป็นสิ่งที่เสียมารยาท แต่รูปร่าง หน้าตาของเธอช่างถูกใจจนไม่สามารถหยุดมองได้
หญิงสาวรูปร่างบอบบาง น่าจะสูงประมาณหนึ่งร้อยหกสิบเซนติเมตร แต่จากที่แอบมองเรียวขาภายใต้กางเกงยีนส์ขาสั้นก็รู้ได้ทันทีว่าเธอมีรูปร่างที่สมส่วนพอดีตัว
สายตาคมกริบของเขาไล่ขึ้นไปมองที่บริเวณหน้าอกของคนตัวเล็กอย่างห้ามไม่ได้ แม้เธอจะสวมเพียงเสื้อยืดธรรมดา แต่ด้วยความที่เป็นเสื้อยืดสีขาวเนื้อผ้าบางทำให้สามารถมองทะลุไปเห็นลวดลายเสื้อชั้นในได้เลย
เวทัสขบฟันกรามจนนูนเป็นสันขึ้นมาเมื่อรู้ว่าตนเองมีความรู้สึกบางอย่างที่ต้องการปลดปล่อย ทั้งที่ชายหนุ่มไม่ใช่พวกที่ ‘ของขาด’ แต่เมื่อมองหญิงสาวมันกลับทำให้เกิดแรงปรารถนาขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ และด้วยอาชีพหลัก มันทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าอกอวบใหญ่ได้ทรงสวยภายใต้เสื้อยืดตัวบางนั้นเป็น ‘ของจริง’ หรือไม่ และทางเดียวที่จะรู้ได้นั่นคือ เขาต้องได้เห็นหรือสัมผัสมันด้วยตัวเอง!
“จ้องอะไรของคุณ”
เสียงของหญิงสาวทำให้ชายหนุ่มตื่นจากภวังค์ความหื่นกามของตนเอง เขาอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ ที่เผลอคิดอกุศลกับคนที่เพิ่งเจอตรงหน้านัก