"เธอจะตอบแทนฉันยังไงในการช่วยเหลือเธอครั้งนี้ล่ะ"
เตชินมองจันทร์เจ้าอย่างเหยียด ๆ ทว่าแม้จะมองแบบนั้นเขากลับจ้องเธอไม่วางตา คล้ายกับเสือร้ายที่พร้อมจะกระโจนเข้าหาเหยื่อแล้วเคี้ยวอย่างช้า ๆ ด้วยความสะใจ
จันทร์เจ้าเม้มปาก เธอมองไปรอบ ๆ และเห็นว่าเลขาของเขายังอยู่ในห้องนี้ด้วย เตชินเห็นหญิงสาวไม่กล้าพูดจึงโบกมือไล่เลขาของตัวเองให้ออกจากห้องไป
"คุณพนอออกไปก่อน ถ้าไม่มีเรื่องด่วนจริง ๆ อย่าให้ใครมารบกวนผมจนกว่าผมจะเสร็จธุระ"
พนอเป็นเลขาของเขาและยังมองจันทร์เจ้าแปลก ๆ เหมือนว่าเธอจะหวงเจ้านายคนนี้มาก
จันทร์เจ้าเองกลับจ้องตอบอย่างไม่สะทกสะท้าน เธอยังไม่ทิ้งนิสัยเย่อหยิ่งจองหองซึ่งเป็นนิสัยลูกคุณหนูเอาแต่ใจที่เธอมีมาแต่กำเนิด
เตชินเอนหลังพิงพนักเก้าอี้ทำงานราคาแพงอย่างสบาย หญิงสาวกวาดสายตามองเขาทั่วใบหน้า เธอรู้ว่าเขาหน้าตาดีจนกระทั่งมีผู้หญิงมาหาที่บ้านของเธออยู่บ่อย ๆ แต่เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าเขาจะหน้าตาดีและดูสูงส่งจนเข้าไม่ถึงเหมือนในตอนนี้
เตชินเอียงคอเล็กน้อย
"ว่ายังไงล่ะ คุณหนูจันทร์เจ้าจะตอบแทนผมยังไง ถ้าหากผมช่วยคุณ"
จันทร์เจ้ายืดตัวขึ้นแล้วตอบอย่างมั่นใจ
"ภาษาอังกฤษฉันดี สมัยก่อนเคยฝึกงานในบริษัทของคุณพ่อและเรียนรู้งานมาบ้างฉันสามารถเป็นเลขาของนายได้"
เตชินหัวเราะ "เธอยังอวดดีสินะ แม้กระทั่งตอนซมซานมาขอความช่วยเหลือก็ยังเรียกฉันว่า นาย"
จันทร์เจ้าเพิ่งนึกได้ เธอเคยชินกับการเรียกแทนตัวเขาว่านายมานาน ใช่ เพราะเขาคืออดีตลูกคนรับใช้ในบ้านของเธอและเพิ่งออกจากบ้านของเธอได้แค่สองสามปีก่อนที่ครอบครัวของเธอจะล้มละลายและเขากลายมาเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง เจ้าของกิจการและยังมีแอพพลิเคชั่นขนส่งที่มีสาขาทั่วประเทศหลายพันสาขาในตอนนี้
เพราะเธอและเขาคุ้นเคยกัน ในตอนที่เธออับจนเธอจึงไม่มีทางเลือกวิ่งมาขอความช่วยเหลือจากเขา
"อ้อ ฉันขอโทษ แล้วนาย เอ๊ย..."
จันทร์เจ้าไม่รู้ว่าจะเรียกเขาว่ายังไง เตชินหัวเราะแล้วพูดว่า
"ช่างเถอะ ดูก็รู้ว่าความตั้งใจไม่มีเธอกลับไปเถอะ คุณหนูจันทร์เจ้าคนยโสแบบเธอฉันไม่อยากยุ่งเกี่ยว"
ถ้าเป็นเมื่อก่อนจันทร์เจ้าคงหยิบเอกสารที่กองอยู่บนโต๊ะของเขาฟาดหน้าเตชินไปแล้ว แต่ตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกนอกจากยอมทิ้งศักดิ์ศรีขอร้องเขา
"คุณเตชินคะ ฉันเดือดร้อนจริง ๆ ฉันไม่มีทางเลือกแล้วแม่ของฉันก็บอกให้มาขอร้องคุณ"
จันทร์เจ้าเสียงเบาและพูดออกมาไม่เต็มปาก ผู้ชายคนนี้หล่อแล้วยังไงในเมื่อเขาแล้งน้ำใจแบบนี้ ถึงที่ผ่านมาเธอจะไม่ชอบเขาและคอยแกล้งเขาอยู่เรื่อย ๆ แต่เขาควรจะเป็นลูกผู้ชายไม่ถือสาเธอไม่ใช่เหรอ
คนอะไรหน้าตัวเมียคิดเล็กคิดน้อยกับเธอได้
เตชินหัวเราะเสียงดัง เขารู้ว่าจันทร์เจ้านิสัยเป็นยังไง คุณหนูนิสัยเสียที่พ่อแม่สปอยล์มาตั้งแต่เด็ก ขี้วีนและเอาแต่ใจตอนที่เขาอาศัยอยู่ในบ้านของเธอ จันทร์เจ้ามักจะแกล้งเขาโดยไม่มีเหตุผล
ทั้ง ๆ ที่เตชินเป็นคนติวหนังสือให้เธอ แต่จันทร์เจ้าไม่เคยนึกถึงความดีของเขากลับใส่ร้ายเขาจนคุณนายลงโทษเขาอยู่หลายครั้ง
เด็กหญิงตัวร้ายที่โตขึ้นมาเป็นผู้หญิงร้ายกาจคนหนึ่งที่แม้เขาจะพยายามหลีกเลี่ยงแต่ก็ยังต้องเจ็บตัวเพราะเธอคนนี้อยู่บ่อย ๆ
"น้ำเสียงไม่จริงใจสักนิด แต่เอาเถอะเห็นว่าแก่คุณนายที่เคยดีกับแม่ของฉัน ฉันจะลองฟังข้อเสนอของเธออีกสักครั้ง เผื่อว่าจะดีขึ้น"
ดวงตาของเตชินหรี่ลงเล็กน้อย เขาจ้องมองใบหน้าสวย ๆ นั้นอย่างเจ้าเล่ห์ มิหนำซ้ำยังกวาดสายตาไปทั่วร่างของสาวน้อยอย่างไม่เกรงใจ และสุดท้ายดวงตาคู่นั้นกลับหยุดที่หน้าอกคู่งามของเธอที่แม้จะใส่เสื้อปกปิดเอาไว้แต่มันกลับเด้งท้าทายสายตาของเขานัก
"นี่นาย หยุดมองฉันแบบนี้นะ"
จันทร์เจ้ายกมือปิดหน้าอกของตัวเองเอาไว้ เมื่อเตชินเปิดเผยความต้องการของตัวเองโดยไม่ปิดบัง พวงแก้มของหญิงสาวกลายเป็นสีแดงด้วยเลือดลมที่วิ่งไหลผ่านไปทั่วร่าง
"เธอไม่อยู่ในฐานะที่จะมาสั่งฉันได้อีกแล้ว จันทร์เจ้าปีนี้เธออายุสิบแปดปีแล้วไม่ใช่เหรอ ไม่ใช่เด็กแล้วนะนอกจากงานเลขาที่ฉันเดาว่าเธอคงจะทำหน้าที่ได้ห่วยมาก ๆ แล้ว ยังมีอะไรมาเสนออีกหรือเปล่า..." เขาเว้นเสียงเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ
"ข้อเสนอที่ตรงใจของฉัน"
จันทร์เจ้าเม้มปาก เธอคิดว่าเขากำลังจะแก้แค้นและหาทางเอาคืนเธอแน่ ๆ ผู้ชายคนนี้แค้นฝังหุ่นจริง ๆ หากย้อนเวลาไปได้ จันทร์เจ้าคงทำดีกับเขาให้มาก ๆ ไม่แตะต้องเขาแม้แต่ปลายขน แต่เธอไม่รู้อนาคตเพราะเขาชอบมีผู้หญิงมาหา มันทำให้เธอโกรธจึงมักหาเรื่องเขาเป็นประจำ
เธอไม่ชอบให้ใครเข้าใกล้เขา ก็แค่คนรับใช้พวกผู้หญิงพวกนั้นทำไมตาต่ำแบบนี้กัน ในตอนนั้นนอกจากแกล้งเตชินแล้วจันทร์เจ้ายังพาลไปถึงผู้หญิงพวกนั้นที่เธอเคยไปตบสั่งสอนว่าอย่ามายุ่งกับเขาอีก ที่เธอทำไปทั้งหมดนั่นเพราะฮอร์โมนวัยรุ่นแท้ ๆ ไม่น่าโง่ขนาดนั้นเลย
จันทร์เจ้าพยายามรักษาสีหน้าให้ราบเรียบแม้ว่าจะยากลำบากแค่ไหน เธอมีแม่ที่ต้องใช้เงินรักษา เธอมีน้องฝาแฝดที่ต้องเข้าโรงเรียนและต้องมีพี่เลี้ยงคอยดูแล จันทร์เจ้ายอมละทิ้งความฝันที่จะเป็นดีไซน์เนอร์และละทิ้งทุกอย่างเพื่อทำงานให้เตชิน
แต่ตอนนี้ดูจากท่าทางหื่น ๆ ของเขาแล้วจันทร์เจ้ารู้สึกตัวสั่นอยู่ไม่น้อย
"เอาล่ะ ฉันมีเวลาไม่มากถ้าไม่มีข้อเสนออย่างอื่นก็กลับไปได้และไม่ต้องมาหาฉันอีก"
จันทร์เจ้าตัดสินใจอย่างรวดเร็ว เมื่อเตชินนั่งหันหลังให้เธอโดยไม่สนใจอีกต่อไป
"ฉันยินดีจะนอนกับคุณจนกว่าคุณจะพอใจ หนึ่งปีเป็นยังไงพอหรือเปล่า"
เตชินหันหลังให้เธอและเขาก็ลอบยิ้มออกมา แต่เมื่อหมุนเก้าอี้กลับมาใบหน้าของเขากลับเรียบเฉยแล้วยกมุมปากอย่างร้ายกาจ
"คิดว่าตัวเองสวยพอที่จะเอาตัวมาแลกอย่างนั้นเหรอ มั่นใจเกินไปแล้วตอนนี้ฉันรวยมากมีผู้หญิงต่อแถวมาสมัครเป็นแฟนมากมายทำไมฉันต้องจ่ายเงินให้เธอด้วย"
เขาหัวเราะอย่างเป็นต่อ ทำให้จันทร์เจ้าจำใจต้องขายตัวเองให้เขาอีก
"ฉันอายุสิบแปดปี ถึงฉันจะไม่เคยและยังบริสุทธิ์แต่ฉันสัญญาว่าลีลาของฉันเหนือคนพวกนั้นแน่นอน พอใจหรือยัง"
ดวงตาสีดำขลับของเตชินเต้นระริกอย่างขบขัน ทั้งยังโต้กลับมา
"อืมน่าสนใจดี แต่ว่าก่อนซื้อขายเขาต้องดูของก่อนใช่หรือเปล่า ขอฉันเช็กของได้หรือเปล่าล่ะ ฉันขอดูและชิมเธอให้ละเอียดเพื่อดูว่าสินค้ามีคุณภาพหรือเปล่า ถ้าเธอยอมฉันจะพิจารณาข้อเสนอนี้อีกครั้ง"
เขาไม่ได้รับปากว่าหากเธอให้เขาดูแล้วเขาจะช่วยเหลือเธอ ผู้ชายคนนี้ไม่ยอมเสียเปรียบยังกดเธอจนต่ำลงไปในโคลนตม แต่จันทร์เจ้าก็ไม่มีทางเลือก
เธอรู้ว่าตัวเองมีดีแค่ไหนรูปร่างของเธอจันทร์เจ้าดูแลเป็นอย่างดี เพราะอดีตเธอมีเงินจึงหมดไปกับการดูแลตัวเองตั้งแต่เด็ก เธอจึงไร้ที่ติและถ้าหากให้เธอเอาตัวไปเร่ขายให้คนอื่นเธอก็กลัวว่าเรื่องนี้จะถูกเปิดเผย ยังไงเธอก็ขอหลงเหลือหน้าตาสักหน่อย
แต่กับเตชินคนนี้ เขาเป็นคนยังไงเธอรู้ดีในอดีตต่อให้เธอแกล้งเขามากแค่ไหน เขาก็ไม่เคยเล่าพฤติกรรมเลวร้ายของเธอออกจากปากให้ใครฟัง เขาเป็นคนไม่ชอบพูดเรื่องคนอื่นรักษาความลับได้เป็นอย่างดี อย่างน้อยเธอก็วางใจเขาในข้อนี้
"แบบนั้นก็ได้ ถ้าคุณสัญญาว่าจะช่วยฉันอย่างเต็มที่ไม่ให้แม่และน้องของฉันต้องลำบาก ให้พวกเขามีชีวิตสุขสบายเหมือนเดิม"
เตชินยักไหล่เล็กน้อย
"ต้องดูว่าของมีคุณภาพแค่ไหน ถ้าคุณภาพดีราคาก็สูงตามอยู่แล้ว"
จันทร์เจ้ากอดอก ก่อนพูดออกไปด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย
"จะให้ทำยังไง"
เตชินเอียงคอ ก่อนที่เขาจะพูดเสียงโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขายกหูขึ้นแล้วบอกเลขาเบา ๆ
"คุณพนอผมบอกแล้วว่าอย่าให้ใครมายุ่งกับผมจนกว่าธุระของผมจะเสร็จ ถ้าคุณยังโทรมาอีกผมจะไล่คุณออกทันที"
พูดจบเขาก็วางสายทันที จันทร์เจ้าในตอนนี้เพิ่งเห็นกับตาว่าเตชินไร้ความยุติธรรมและเผด็จการแค่ไหน ท่าทางที่ผ่านมาที่เขามักจะทำตัวเจี๋ยมเจี้ยมซ่อนตัวเองอยู่ในกรอบแว่นหนา ๆ นั้นที่แท้ก็แค่การเสแสร้งสินะ
เขามองจันทร์เจ้าตาไม่กะพริบแล้วประสานมือเอาไว้บนตัก
"ถอดเสื้อผ้าของเธอออกซะ แม้แต่ชั้นในก็อย่าให้เหลือ"
"นายเอ๊ยคุณเตชิน คุณจะให้ฉันทำตรงนี้เลยเหรอคะ มันจะเกินไปแล้วนะ"
เขาหัวเราะน้ำเสียงน่าหมั่นใส้
"เธอมีสองทางเลือก หนึ่งถอดเสื้อผ้าสองเดินออกจากห้องทำงานของฉันแล้วอย่ากลับมาให้เห็นหน้าอีก"
จันทร์เจ้ากำมือแน่นใบหน้าแดงจัดเพราะโกรธจัด กระทั่งเขาพูดขึ้นมาอีก
"ผมให้เวลาคุณสามวินาทีเพื่อตัดสินใจ"
พูดจบเขาก็เริ่มนับ
"หนึ่ง สอง"
"ถอดแล้ว ถอดแล้วอย่ากดดันกันให้มาก"
ในที่สุดจันทร์เจ้าก็พ่ายแพ้อย่างหมดท่า เพราะตอนนี้เขาเป็นต่อเธอจึงต้องยอม และคิดคำนวณในใจไม่ขาดตกบกพร่อง คนอย่างเธอไม่ยอมเป็นทาสของเขาฝ่ายเดียว สักวันหนึ่งเธอจะหาทางเอาคืนผู้ชายคนนี้
เตชินยิ้มเย็น เอาพยักหน้า
"ว่าง่าย ๆ แบบนี้ตั้งแต่แรกก็จบแล้ว"
ดวงตาสีดำสนิทของเขาดูจะเปล่งประกายเจิดจ้า และเอาแต่จ้องมองมือของจันทร์เจ้าที่เริ่มปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเธอ เพราะวันนี้เธอคิดว่าเธอจะมาเสนอตัวเป็นเลขาให้เขาจึงแต่งตัวมาตามแบบฉบับเลขา เสื้อเชิ้ตสีขาวและกระโปรงยาวถึงเข่าสีดำเข้ารูปพร้อมกับรองเท้าส้นสูงสีดำอย่างสุภาพ
เตชินมองเธออย่างเงียบ ๆ แต่ดวงตาของเขาค่อย ๆ เปลี่ยนเป็นเร่าร้อนและหื่นกระหาย มันดูน่ากลัวจนจันทร์เจ้าแทบจะไม่กล้าหายใจ ในที่สุดเธอก็ถอดเสื้อผ้าออกจนหมดเหลือเพียงแต่ชุดชั้นในสีขาวที่กลืนไปกับสีผิวขาวผ่องของเธอ
"ชุดชั้นในด้วย ถอดให้หมด"
เตชินพยายามระงับเสียงสั่นของตัวเอง เมื่อเห็นสภาพหญิงสาวที่เกือบเปลือยแม้ว่าเขาจะเคยเห็นผู้หญิงในชุดว่ายน้ำที่แทบจะปิดอะไรไม่มิดมามากมายแต่คนที่มีผลต่ออารมณ์ของเขานั้นกลับกลายเป็นแม่สาวจอมเฮี้ยวคนนี้
กระทั่งเธอถอดเสื้อผ้าออกจนหมด เจ้าแท่งยักษ์ของเตชินแข็งขึ้นมาทันใด เขาแทบจะลืมหายใจเมื่อเห็นขนสีน้ำตาลรำไรอยู่ตรงหน้าขาของเธอ เนื้อสามเหลี่ยมตรงนั้นโหนกนูนและเป็นสีชมพูระเรื่อ ป้านหัวนมของจันทร์เจ้าเป็นสีชมพูและมันก็ใหญ่ล้นเกินร่างกายบอบบางของเธอ
สะโพกของจันทร์เจ้าผายกลมสวย เหมือนนางแบบที่ฟิตร่างกายของตนเป็นอย่างดี แน่นอนเพราะจันทร์เจ้าชอบออกกำลังกายเอวของเธอจึงเล็กคอดกิ่วสะโพกผายสมส่วนจนน่าจะจับขาแยกแล้วกระแทกเข้าไปแรง ๆ พร้อมกับตีสะโพกนั้นให้เธอร้องคราง
เขาอยากจับเธอมัดและจัดการเธอให้สาแก่ใจ ในขณะที่เขาจ้องมองเธอจันทร์เจ้าในตอนนี้ได้แต่หลับตาแน่นเพราะอายจนแทบแทรกแผ่นดินหนี
เขาครางออกมาเบา ๆ ตั้งแต่โตมาจนอายุยี่สิบเก้าปีเตชินไม่เคยรู้สึกว่าใครจะกระตุ้นแรงปรารถนาของเขาได้เหมือนจันทร์เจ้า และลุกขึ้นทันใด เขาเดินช้า ๆ ไปหาร่างงดงามของเธอก่อนจะเดินวนสำรวจแทบจะทุกตารางนิ้วของร่างกายนี้ จันทร์เจ้ารับรู้ได้ถึงลมหายใจที่หอบแรงแม้ว่าเธอจะหลับตา เธอเม้มปากตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความเย็นจากแอร์
มือเรียวของเขาสัมผัสเต้าของเธอเบา ๆ จันทร์เจ้าขยับหนีแต่ถูกเขาโอบร่างเอาไว้
"ขอฉันสำรวจของสักครู่ เธอต้องผ่อนคลายให้มากกว่านี้"
ลมหายใจร้อน ๆ เป่ารดเต้านมของเธอ ก่อนจะอ้าปากกว้างแล้วเริ่มต้นดูดนมของเธอข้างหนึ่ง มือที่โอบร่างเล็กของเธอเอาไว้กำลังลูบไล้แผ่นหลังของเธอช้า ๆ
เตชินแลบลิ้นเลียหัวนมของเธออย่างกระหาย มือของเขาช้อนเข้าไปใต้ฐานนมอวบใหญ่เค้นคลึงเฟ้นฟอนอย่างหลงใหล เดิมทีเขาคิดจะชิมไม่กี่คำแต่ตอนนี้เหมือนว่าเขาไม่อาจปล่อยเธอได้อีกต่อไป
"อุ๊ย อ๊ะ"
จันทร์เจ้ากัดริมฝีปาก จู่ ๆ ก็รู้สึกร้อนวูบวาบไปทั่วตัว นี่เธอเป็นอะไรเธอสมควรเกลียดเขาไม่ใช่เหรอ แต่เธอกลับเผลอไผลไปกับเขาได้ยังไงกัน ที่ผ่านมาเธอเคยมีคู่หมั้นที่กำลังเรียนอยู่เมืองนอก เจอกันปีละครั้งตอนที่เขากลับมาแต่ทุกครั้งก็มักจะมีสองครอบครัวอยู่ด้วยกระทั่งเตชินเองยังเคยขับรถรับส่งเธอและแฟนหนุ่ม
เธอไม่เคยต้องมือชายมาก่อนเพราะเก็บเอาไว้ให้คู่หมั้นหนุ่ม จนกระทั่งครอบครัวล้มละลายคู่หมั้นของเธอก็ถอนหมั้นเธอทันที
เพราะไม่เคยเจอหรือเพราะเธอไม่รังเกียจเขาจึงรู้สึกกับเขามากมายและคล้ายจะคล้อยตามไปกับเขาแบบนี้ ด้วยสัญชาตญาณทำให้จันทร์เจ้าดันเต้านมของตัวเองเข้าหาปากของเขา เตชินขยับตัวแล้วเปลี่ยนมาดูดนมของเธออีกข้าง มือของเขาที่ลูบอยู่ด้านหลังเลื่อนลงไปถึงสะโพกผายและตีมันด้วยน้ำหนักอย่างแรงจนเกิดรอยแดง ทว่าจันทร์เจ้ากลับรู้สึกชอบใจเป็นอย่างยิ่ง
"จ๊วบ ๆ "
เสียงดูดนมของเขาชัดเจนและกระตุ้นความรู้สึกอยากลองมากกว่านี้ของจันทร์เจ้า ในที่สุดเธอก็ลืมตาทั้งยังก้มลงมองเขาที่กำลังดูดนมเธออย่างบ้าคลั่ง ผิวของเขาคล้ำกว่าเธออย่างเห็นได้ชัดแม้ว่าเขาจะเป็นคนขาวแต่ว่าจันทร์เจ้านั้นกลับขาวผ่องจนเหมือนผิวน้ำนม ภาพสีผิวที่ตัดกันแบบนั้นทำให้เธอถึงกับสั่นสะท้าน
กระทั่งเขายื่นมือต่ำลงมาลูบที่เนื้อโหนกนูนของเธอเบา ๆ สัมผัสตรงเส้นไหมสีอ่อนนั้นนุ่มนิ่มและเต็มกำมือ กระทั่งโหนกนูนของเธอตรงนี้ยังใหญ่และถูกใจเขานัก
หากได้ลงลิ้นเลียและดูดกินคงจะอร่อยจนลืมหายใจ
ปลายนิ้วของเขาสัมผัสกับความเปียกแฉะของเธอที่ถูกเขากระตุ้น ร่างกายของคุณหนูจอมเฮี้ยวจันทร์เจ้ากำลังตอบรับสัมผัสของเขา เธอก็ต้องการเขาฉับพลันนั้นในใจของเตชินรู้สึกดีเป็นอย่างยิ่ง ในที่สุดวันที่เขาอยู่เหนือร่างของจันทร์เจ้าก็เกิดขึ้นจริง ผู้หญิงที่เขาคิดจะเอาชนะตั้งแต่วันที่เธอลืมตาดูโลกและเขาเห็นเธอในร่างของเด็กทารกที่น่ารักจนใจเขาเจ็บอยู่ในอ้อมแขนของคุณผู้หญิงในตอนนั้น
ผู้หญิงที่คนในบ้านและคนอื่นบอกว่าคือดอกฟ้า คนที่ลูกคนใช้แบบเขาไม่สามารถเอื้อมถึง เขาหัวเราะหึ ๆ แม้ว่าจะเสียดายแค่ไหนแต่เขายังมีประชุมที่ต้องจัดการให้เรียบร้อย
เขามองเธออย่างสำรวจอีกครั้ง ใจอยากจะคุกเข่ากวาดลิ้นไปชิมน้ำหวานที่ไหลหยดออกมาจากรังผึ้งของเธอในตอนนี้ แต่นั่นแหละเขาไม่อยากจะเปิดเผยให้เธอรู้ว่าเขาต้องการเธอขนาดไหน
"ฉันใส่เสื้อผ้าได้หรือยัง"