ทุกอย่างผ่านพ้นไปแล้วสินะ ทุกความโหดร้ายที่สาดซัดเข้ามาในชีวิตของหล่อนกับหนูน้อยเอวา ทุกอย่างที่แทบทำให้แข้งขาของหล่อนอ่อนเปลี้ยและล้มทั้งยืน ไมเคิลมาด่วนเสียชีวิตจากไปกะทันหันกับอุบัติเหตุบนท้องถนน ในขณะที่พี่สาวของหล่อนเนื้อนางก็ไม่ได้หันกลับมาดูดำดูดีเลยสักนิดเดียว งานศพของไมเคิลเนื้อนางก็ไม่ย่างกรายมา หล่อนไม่อยากจะเชื่อว่าเนื้อนางจะใจจืดใจดำขนาดนี้
หลังจากวางดอกกุหลาบสีขาวลงหน้าแท่นหลุมฝังศพของไมเคิลแล้ว เนื้อนวลก็อุ้มเอวาขึ้นมาไว้ในอ้อมแขน มองแท่นหินเป็นครั้งสุดท้าย น้ำตาไหลพรากลงมาอาบแก้ม
“พี่ไมค์ ฉันสัญญา... สัญญาว่าจะดูแลหนูเอวาแทนพี่เอง พี่หลับให้สบายนะ”
มือบางยกขึ้นป้ายน้ำตาทิ้ง ปล่อยก้อนสะอื้นให้เล็ดลอดออกมาจากลำคอเป็นครั้งสุดท้าย จากนั้นก็ตัดสินใจหมุนตัวจะเดินออกไป แต่แล้วก็ต้องชะงักงัน เท้าตายสนิทอยู่กับที่ เมื่อสายตาได้สบประสานกับดวงตาสีเขียวจัดของคิริล อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ เข้าอย่างจัง
ทำไมนะ ทำไมร่างกายของหล่อนต้องสั่นเทิ้มทุกครั้งยามที่ได้สบตากับผู้ชายหล่อลากไส้คนนี้ เขามีอำนาจลึกลับบางอย่างที่ทำให้หล่อนหวาดหวั่นและสะพรึงกลัว แต่ที่สำคัญกว่านั้นก็คือ เขาทำให้เนื้อตัวของหล่อนร้อนเป็นไฟได้อย่างไม่น่าเชื่อ หล่อนไม่รู้หรอกว่าไอ้ความรู้สึกร้อนระอุแบบนี้มันคืออะไร รู้เพียงแต่ว่ามันมักจะเกิดขึ้นทุกครั้งเมื่อเผชิญหน้ากับผู้ชายหล่อน่าปล้ำคนนี้
“เอ่อ... คุณคิริล”
“ฉันไม่คิดว่าจะเจอเธอที่นี่”
น้ำเสียงของเขาทั้งกระด้างและเย็นชาจนหล่อนอดไม่ได้ที่จะขลาดกลัวแต่ความไม่เป็นมิตรทั้งจากสายตาและน้ำเสียงของเขาก็ทำให้หล่อนเลือกที่จะเชิดหน้า และโต้ตอบออกไปด้วยท่าทางเยือกเย็นไม่แพ้กัน
“แล้วทำไมฉันจะมาอยู่ที่นี่ไม่ได้ล่ะคะ ในเมื่อ...”
หล่อนยังพูดไม่จบ เขาก็แทรกเสียงเหยียดหยาม
“ถ้าเป็นผู้หญิงคนอื่นฉันคงไม่มีข้อกังขา แต่กับผู้หญิง....”
เขาตวัดสายตาคมกริบสีเขียวมรกตกวาดมองไปตลอดทั้งร่างของหล่อน ตั้งแต่หัวจรดปลายเท้าก่อนจะแสยะยิ้มเหยียดหยามดูแคลน
“มักมาก หลายใจแบบเธอ ฉันไม่อยากจะเชื่อ”
“นี่คุณ...”
แม้เขาจะหล่อน่าปล้ำแค่ไหน แต่ปากเขาก็ร้ายเกินกว่าที่หล่อนจะทนยืนรับฟังคำด่าทอนั้นได้โดยไม่รู้สึกรู้สาอะไร
“ผู้ชายปากจัด”
เขาหัวเราะหยัน และไม่ได้แสดงท่าทางสะทกสะท้านอะไรออกมาเลยสักนิด สายตาสีเขียวเข้มจัดของเขายังคงมองมาด้วยความเหยียดหยามชิงชังเช่นเดิม
“ก็ยังดีกว่าผู้หญิงร่านร้อนแบบเธอ”
หล่อนกัดปากแน่น อยากจะร้องกรี๊ดๆ แล้วกระโจนเข้าไปตะกุยหน้าหล่อๆ ให้เลือดซิบนัก แต่ก็ติดที่เอวาอยู่ในอ้อมแขน
“คนบ้า คนปากร้าย”
เขาแสยะยิ้มมองหล่อนอย่างดูแคลน สายตาของเขาทำให้หล่อนชาดิกไปทั้งตัว เพราะเขาไม่ต้องพูดอะไรออกมาเลย หล่อนก็รู้อย่างชัดเจนจากสายตาคู่นั้นว่าเขาน่ะขยะแขยงผู้หญิงอย่างหล่อนมากมายแค่ไหน
รู้สึกเจ็บแปลบในอกอย่างรุนแรง แต่ก็จำต้องสะกดกลั้นมันเอาไว้ หล่อนจะต้องไม่หวั่นไหวกับผู้ชายคนนี้ เขาก็เป็นแค่อดีตเจ้านายของพี่เขยหล่อนเท่านั้น และตอนนี้ไมเคิลก็จากไปแล้ว เขาก็ไม่ใช่คนที่หล่อนจะได้พบเจออีกในชีวิตประจำวันเส้นทางชีวิตของหล่อนกับเขาต่างกันลิบลับ หล่อนหาเช้ากินค่ำอยู่ข้างถนน ในขณะที่เขาหล่อรวยเลิศหรูอยู่ในสังคมชั้นสูง วันนี้มันก็แค่การบังเอิญเท่านั้น บังเอิญได้เผชิญหน้ากัน แต่ต่อไปคงไม่มีทางเป็นแบบนี้อีกแล้ว หญิงสาวบอกตัวเอง แล้วก็อดรู้สึกเศร้าหมองลึกๆ ในอกไม่ได้
“ฉันจะกลับแล้ว หลีกทางด้วย”
คิริลแค่นยิ้มหยัน ตวัดตามองร่างอรชรที่มีเด็กน้อยในอ้อมแขนด้วยสายตาเย็นชา ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เลวแค่ไหน แต่ทำไมนะ ทำไมทุกครั้งที่เผชิญหน้ากัน ร่างกายของเขากลับตื่นตัวเสียทุกครั้ง แม่นี่มีอะไรดีกันนักหนานะ เขาถามตัวเอง แต่ก็ไร้คำตอบ
“จะรีบกลับไปหาชู้รักคนไหนอีกล่ะ”
คนถูกกล่าวหาหน้าร้อนผ่าว หล่อนตวัดสายตามองเขาอย่างเอาเรื่อง อยากจะบอกนักว่าหล่อนน่ะเนื้อนวลไม่ใช่เนื้อนาง แต่ก็รู้ดีว่าพูดไปตาบ้านี่ไม่มีทางเข้าใจอยู่ดีนั่นแหละ
“มันก็เรื่องของฉัน หลีกทางค่ะ”
เขาไม่หลีกยังยืนตระหง่านขวางหน้าเช่นเดิม และนั่นก็ทำให้หล่อนต้องตะเบ็งเสียงดังยิ่งขึ้นอย่างหัวเสีย บ้าชะมัด อยู่ใกล้ตาหล่อลากไส้นี่ทีไร ควบคุมตัวเองไม่ได้ซะทุกทีเลย หญิงสาวบ่นอุบภายในอกอย่างเบื่อหน่ายตัวเอง
“บอกให้หลีกทางไงคะ ไม่ยักกะรู้ว่าคุณจะทั้งตาบอดและทั้งหูหนวกพร้อมๆ กัน”
หล่อนเห็นเขาจ้องหน้าหล่อนปานจะกินเลือดกินเนื้อ และย่างสามขุมเข้ามาหาหล่อน
“คุณ... จะทำอะไรน่ะ”
เนื้อนวลถอยหลังหนีด้วยความหวาดกลัว มองคนตัวโตอย่างตกใจ
“ปากดีนักไม่ใช่หรือ”
“อย่า... อย่าเข้ามานะ ไม่... ไม่เห็นหรือไงว่าเอวากำลังหลับอยู่ เดี๋ยวแกก็ตื่นขึ้นมาร้องไห้พอดี”
ได้ผลคนตัวโตที่กำลังย่างสามขุมเข้ามาหา หยุดชะงัก และหรี่ตามองเด็กตัวน้อยในอ้อมแขนของหล่อน
“ฉันต้องการอุปการะเด็กคนนี้”
หน้าตาของเนื้อนวลตื่นตระหนก และปฏิเสธทันควัน
“ฝันไปเถอะ ฉันไม่มีทางยอม หลีกทางไป ฉันจะกลับ!”
หัวใจสาวสั่นสะท้าน เมื่อได้ยินความต้องการจากปากของผู้ชายตรงหน้า นี่เขายังไม่เลิกล้มความคิดนี้อีกหรือ เขายังคิดจะแย่งเอวาไปจากหล่อนอีกหรือ หล่อนไม่ยอม ไม่มีทางยอมเด็ดขาด หล่อนจะไม่มีทางยอมให้หลานสาวของตัวเองต้องไปอยู่ในความเลี้ยงดูของใคร โดยเฉพาะจอมมารร้ายอย่างคิริล อิสไมนอฟ มาร์คิเดฟ
“และจำเอาไว้ด้วยนะคะ ฉันไม่มีทางยกเอวาให้กับคุณ”
หญิงสาวเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา กอดร่างตุ้ยนุ้ยของหลานสาวแน่น
“เธอไม่มีทางต่อกรกับฉันได้หรอก ฉันชนะใสใสอยู่แล้ว”
“ต่อให้ต้องแลกด้วยชีวิต ฉันก็จะปกป้องเอวา จากคนใจร้ายอย่างคุณ”
แล้วเนื้อนวลก็รีบก้าวยาวๆ ผ่านร่างสูงใหญ่ของคิริลจากมาอย่างรวดเร็ว หล่อนไม่ได้หันหลังกลับมามองอีกเลย ตอนนี้ในหัวของหล่อนก็คือไปที่ไหนก็ได้ ให้ไกลจากจอมมารร้ายที่จ้องจะแย่งเอวาไปจากหล่อนในทุกๆ ลมหายใจคนนี้
ฝันไปเถอะว่าหล่อนจะยอม หล่อนจะขอสู้ตาย จะสู้ให้ถึงที่สุด แม้หล่อนจะยากจนข้นแค้น แต่หล่อนก็รักเอวา หล่อนยินดีจะเหนื่อยเพื่อหลาน ยินดีจะทำทุกอย่างเพื่อเอวา หล่อนจะปกป้องเอวาด้วยชีวิตที่เหลือของหล่อน
“ผู้หญิงอย่างเธอน่ะหรือจะดูแลเด็กคนนี้ได้”
คิริลที่มองตามร่างแน่งน้อยของเนื้อนวลไปแค่นยิ้มเหยียดหยาม เขาจะทำทุกวิถีทางเช่นกันเพื่อช่วยเหลือลูกสาวของไมเคิลให้รอดพ้นจากแม่นิสัยแย่ๆ และเชื่อเถอะว่าผู้ชายที่ไม่เคยแพ้มาตลอดชีวิตอย่างเขาต้องทำมันได้อย่างแน่นอน
เนื้อนวลมาถึงบ้านก็รีบปิดประตูลงกลอนอย่างแน่นหนาด้วยความหวาดกลัว กลัวว่าคิริลจะตามมายื้อแย่งเอวาไปจากหล่อน เพราะถ้าเป็นอย่างนั้นหล่อนคงต้องขาดใจตายแน่นอน หญิงสาวน้ำตารื้นนัยน์ตา ขณะก้มลงมองร่างอวบอ้วนของเอวาที่นอนอยู่ในเปลด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยความรักความเอ็นดู เด็กน้อยหลับไปแล้วปากก็ยังคาบขวดนมอยู่เลย มือบางยื่นไปดึงขวดนมออกมาแผ่วเบา พลางพูดทั้งน้ำตาด้วยน้ำเสียงรักใคร่
“น้าจะไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแย่งหนูไปทั้งนั้น เอวา เราสองคนจะต้องอยู่ด้วยกัน”
หญิงสาวก้มลงจูบหน้าผากมนของเอวาแผ่วเบา จากนั้นก็กำลังจะเอาขวดนมในมือไปล้าง แต่เสียงประตูหน้าบ้านถูกเคาะแรงๆ เสียก่อน หัวใจสาวตกไปอยู่ที่ตาตุ่มทันที กลัว... หวาดกลัวว่าจะเป็นคิริล เขา... ถ้าเป็นเขา... แน่นอนว่าเขาจะต้องมาแย่งเอวาไปจากหล่อน
เนื้อนวลหน้าซีดเผือด ไร้สีเลือด มองหลานสาวตัวน้อยด้วยสายตาอาลัยอาวรณ์ ไม่... หล่อนไม่มีทางยอม หล่อนจะสู้ตาย คิดได้ดังนั้นหญิงสาวก็รีบถลาไปหยิบไม้กวาดมาถือเอาไว้ในมือ และเดินไปหยุดที่ประตูหน้าบ้าน ยืนรวบรวมความกล้าอยู่อึดใจก็ตัดสินใจเปิดมันออก และ...
“โอ๊ย! เจ็บจะตีทำไม...!”
เสียงผู้ชายคุ้นหูทำให้เนื้อนวลที่หลับหูหลับตาฟาดด้ามไม้กวาดใส่ต้องรีบลืมตา และก็ต้องยิ้มเจื่อนๆ ขอโทษขอโพย เมื่อแขกตรงหน้าไม่ใช่คิริล
“พี่โอเนล”
โอเนลคือคู่ขาของพี่สาวของหล่อนเมื่อหกเดือนก่อน ทั้งคู่ลักลอบคบกัน หล่อนรู้เห็นมาตลอด และห้ามปรามมาตลอด ซึ่งสุดท้ายทั้งคู่ก็เลิกรากันไป แต่ไม่รู้ว่าเลิกเพราะคำเตือนของหล่อน หรือเพราะว่าพี่สาวของหล่อนได้พบเป้าหมายคนใหม่กันแน่
“ก็ใช่น่ะสิ พี่เอง แล้วนี่เกิดเป็นบ้าอะไรขึ้นมา เอาไม้มาตีพี่เนี่ย”
เจ้าของชื่อโวยวายอย่างโกรธจัด เนื้อนวลรีบยกมือไหว้อย่างสำนึกผิด
“ฉัน... ฉันขอโทษพี่โอเนล ฉัน... ฉันคิดว่า...”
“คิดว่าอะไรไม่ทราบ”
โอเนลจ้องหน้าหญิงสาวเขม็ง เจ็บไปทั้งตัว เนื้อนวลแรงดีชะมัด
“เอ่อ... คือฉันคิดว่า... เป็นขโมยน่ะจ้ะ”
หญิงสาวยิ้มเจื่อนๆ เพราะรู้ดีว่าคำแก้ตัวของตนเองนั้นหาได้สมเหตุสมผลไม่
แขกหนุ่มผู้มาเยือนถอนใจออกมาแรงๆ ก่อนจะค่อนคอดอย่างไม่พอใจ
“ขโมยบ้านเธอน่ะสิเนื้อนวลที่เคาะประตูเรียกเจ้าของบ้านน่ะ”
เนื้อนวลจนปัญญาที่จะแก้ตัวได้อีก ทำได้แค่เพียงยิ้มอย่างสำนึกผิดเพียงเท่านั้น ก่อนจะเอ่ยถามธุระจากผู้ชายตรงหน้าเมื่อนึกขึ้นได้
“ว่าแต่พี่โอเนลมีธุระอะไรหรือจ๊ะ”
“ขอพี่เข้าไปนั่งข้างในได้ไหม เรื่องมันยาวน่ะ”
หญิงสาวหันกลับไปมองภายในบ้านตัวเอง ก่อนจะหันมาจ้องหน้าแขกหนุ่มอย่างชั่งใจอยู่ครู่ใหญ่ก็พยักหน้าอนุญาต
“ก็ได้จ๊ะ แต่ฉันต้องเปิดประตูเอาไว้นะ มันน่าเกลียดน่ะเพราะฉันอยู่กับเอวาสองคน”
แขกหนุ่มตรงหน้าของหล่อนพยักหน้ารับ และเดินเข้าไปทันที
เนื้อนวลมองตามไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเป็นกังวล ลางสังหรณ์บางอย่างร้องเตือนว่าหล่อนกำลังจะเดือดร้อนอีกแล้ว
“เอ่อ พี่โอเนลมีอะไรจะคุยกับฉันหรือจ๊ะ”
หล่อนวางแก้วน้ำในมือลงกับโต๊ะตรงหน้าของแขกหนุ่ม จากนั้นก็รีบไปทรุดกายลงนั่งบนโซฟาตัวตรงกันข้ามกัน มองเขาอย่างกระวนกระวาย
โอเนลหยิบน้ำขึ้นไปดื่ม จากนั้นก็วางลง และจ้องหน้าหล่อน
“นวลก็รู้ใช่ไหมว่าพี่กับนางเคยคบหากัน”
“ลักลอบคบหากัน”
เนื้อนวลเค้นเสียงไม่พอใจออกไป แต่โอเนลไม่สนใจ เขาไหวไหล่และพูดจุดประสงค์ของตัวเองขึ้นมา
“ตลอดเวลาที่พี่กับนางคบกัน พี่จ่ายทุกอย่างให้กับนางทั้งหมด”
“มันก็สมควรแล้วนี่คะ ในเมื่อพี่โอเนลคิดจะเป็นชู้กับเมียชาวบ้าน”
หญิงสาวสวนกลับอย่างเผ็ดร้อน แต่ผู้ชายตรงหน้าก็ยังทำเป็นไม่สะทกสะท้านเช่นเดิม และพูดในสิ่งที่เขาต้องการออกมาเรื่อยๆ
“และก่อนที่นางจะทิ้งพี่ไป นางได้ทำสัญญากู้เงินจากพี่ไปหนึ่งแสนเหรียญ”
“ว่าไงนะคะ?!”
เนื้อนวลเบิกตากว้างด้วยความตกใจ ก่อนจะรีบเปลี่ยนเป็นเฉยๆ เมื่อควบคุมตัวเองได้
“นั่นพี่โอเนลก็ต้องไปตามเอาคืนจากพี่นางเอง นวลไม่เกี่ยว”
คนตรงหน้าจ้องมองหล่อนนิ่ง ก่อนจะหยิบกระดาษบางอย่างที่หล่อนพึ่งเห็นว่าเขาถือมาด้วยยื่นมาให้ตรงหน้า
“อะไรคะ”
“ก็อ่านดูสิ แล้วจะรู้ว่ามันคืออะไร”
เนื้อนวลรับกระดาษสีขาวจากมือของโอเนลมาอ่านเร็วๆ แล้วก็ต้องหน้าซีดเผือดไร้สีเลือดขึ้นมาในทันทีเมื่อทุกอย่างกระจ่างในสมอง
“ไม่จริง...”
โอเนลไหวไหล่น้อยๆ และพูดขึ้นอย่างไม่แยแส
“ความจริงพี่ก็รู้ว่ามันไม่ถูกต้องนะที่นวลต้องมารับใช้หนี้แทนพี่สาวแบบนี้ แต่นางทำพี่เจ็บก่อน ดังนั้นเงินก้อนนี้พี่ต้องเอาคืน”
เสมือนมือทั้งสองข้างไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาในทันที กระดาษสัญญาในมือของหล่อนร่วงลงกับพื้น หัวใจของหล่อนก็ไม่ต่างกัน นี่เนื้อนางทำกับหล่อนอย่างนี้ได้ยังไง กล้าปลอมลายมือของหล่อนแบบนี้ได้ยังไง น้ำตาแห่งความเสียใจเอ่อซึมออกมาอย่างสุดควบคุม
“พี่โอเนล... พี่ก็รู้ว่าไม่ใช่ฉัน... แล้วทำไมพี่ถึง...”
“ใช่พี่รู้ทุกอย่าง แต่พี่จะไม่ยอมเสียเงินจำนวนนั้นฟรีๆ และนวลก็ต้องเป็นคนใช้คืนพี่”
“แต่ฉันจะไปหามันมาจากที่ไหนล่ะ แค่จะกินให้ชนเดือนฉันก็แทบจะไม่พอกินอยู่แล้ว พี่โอเนล... พี่ไปตามจากพี่นางเอาเถอะ ฉัน... ไม่มีปัญญาจริงๆ”
“แต่นวลต้องรับผิดชอบแทนพี่สาวของตัวเอง”
โอเนลยังยืนกรานคำเดิมอย่างเลือดเย็น
“ฉัน... ฉันไม่ยอมหรอกนะ ฉันจะไปแจ้งความ ฉันไม่ได้เป็นคนเซ็นเอกสารนั่น”
“ก็เอาสิ ถ้าใจดำกล้าทำกับพี่สาวของตัวเองได้ก็ทำเลย พี่ไม่ได้ทุกข์ร้อนอะไรอยู่แล้ว”
เสียงหัวเราะของโอเนลทำให้เนื้อนวลน้ำตาไหลออกมาอาบแก้ม หล่อนเจ็บปวด ทุกข์ทรมาน และตอนนี้หนทางเดินบนโลกใบนี้ก็ไร้แสงสว่างโดยสิ้นเชิง
“พี่โอเนล... ได้โปรดเถอะ... ฉันไม่มีเงินจริงๆ”
“นั่นไม่ใช่เรื่องที่พี่จะต้องสนใจ เธอจะต้องชดใช้เงินจำนวนนั้นแทนพี่สาวแพศยาของเธอเนื้อนวล”
“แต่ฉันไม่มีเงิน...”
“พี่ให้เวลาเธอหนึ่งอาทิตย์กับเงินจำนวนหนึ่งแสนเหรียญ ถ้าหามาไม่ได้...”
สายตาของโอเนลตวัดไปจับจ้องที่เปลของเอวา เนื้อนวลเห็นแล้วก็หน้าซีดเผือด เข้าใจทันทีว่าผู้ชายตรงหน้ากำลังคิดชั่วอะไรอยู่ในหัว
“อย่าแม้แต่จะคิดนะพี่โอเนล”
เจ้าของชื่อหัวเราะลั่น หันมาจ้องหน้าหล่อนเช่นเดิม
“เด็กคนนี้แม้จะโชคร้ายมีแม่ร่านหลายผัว แต่ก็ยังโชคดีนะที่มีน้าทั้งรักทั้งเอ็นดูแบบเธอเนื้อนวล”
แม้มันจะเป็นคำชม แต่เนื้อนวลกับไม่ได้รู้สึกดีกับมันเลย ตอนนี้หัวใจของหล่อนกำลังเต็มไปด้วยความขลาดกลัว ตอนนี้ไม่ใช่แค่คิริลคนเดียวหรอกที่หล่อนต้องขลาดกลัว แต่มีโอเนลอดีตชู้รักของเนื้อนางอีกคน
บ้าจริง แล้วนี่หล่อนจะทำยังไงดีนะ จะทำยังไงดี?
หญิงสาวคิดอย่างอึดอัดและไร้ทางออก
“เอาเป็นว่าอีกหนึ่งอาทิตย์เจอกัน และหวังว่าวันนั้นเธอจะสามารถคืนเงินได้ทั้งหมด”
โอเนลผุดลุกขึ้นยืน เนื้อนวลลุกขึ้นยืนตามด้วยแข้งขาที่สั่นเทา
“ฉัน... ฉันขอผ่อนใช้ได้ไหม... ฉัน...”
“พี่ต้องการทั้งหมด และถ้าไม่ได้ เธอจะไม่มีวันได้เห็นเด็กในเปลนั่นอีก...”
สายตาของโอเนลเหี้ยมโหดและชั่วร้าย นี่ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเนื้อนางไปเลือกคบกับผู้ชายร้ายกาจอย่างโอเนลได้ยังไงกัน หรืออาจจะเป็นเพราะทั้งคู่ร้ายพอๆ กันก็เป็นได้
“พี่ไม่ได้ขู่ แต่พี่จะทำจริงๆ”
โอเนลเดินไปหยุดที่หน้าประตู เนื้อนวลกัดฟันเดินตามออกไป
“ฉัน... ฉันจะพยายาม...”
“พี่หวังว่าเธอจะพยายามสำเร็จ เนื้อนวล”
แล้วโอเนลก็ก้าวออกไปจากประตูบ้าน ลงบันไดไป หล่อนกำลังจะปิดประตู แต่แล้วก็ต้องต้อนรับแขกอีกคนอย่างไม่เต็มใจ
“คุณคิริล...”
หญิงสาวอุทานด้วยความตกใจ มือบางรีบยกขึ้นป้ายน้ำตาจากแก้มอย่างรวดเร็ว และพยายามจะปิดประตูใส่หน้าเขา แต่พ่อเจ้าประคุณก็ดันเข้ามาได้สำเร็จ
“ออกไปนะ”
“ลูกหลับอยู่ด้วยทั้งคน ยังพาชู้มากกถึงบ้าน ทุเรศชะมัด”
หน้าของคนถูกกล่าวหาแดงก่ำ และร้อนผ่าว หล่อนกัดปากแน่น ตอนนี้เหนื่อยล้าเกินกว่าจะต่อปากต่อคำกับมนุษย์หน้าไหนได้อีก
“ถ้าจะมาหาเรื่องกัน กลับไปก่อนเถอะค่ะ ฉันเหนื่อย...”
“เหนื่อย?”
ไม่รู้ว่าเขาคิดไปไกลถึงไหน แต่แน่นอนว่าพ่อเจ้าประคุณไม่มีทางคิดในแง่ดีอย่างแน่นอน ดูสิ ก็สายตาสีเขียวนั้นเต็มไปด้วยความเหยียดหยามชิงชังเสียเหลือเกินนี่