“มีอะไรเกิดขึ้นเหรอไงจ้ะพิมรัก” มาดามนับทองถลันเข้ามายืนข้างๆ สาวนางนั้น สีหน้านางไม่ดีเลย เมื่อรู้สึกหวั่นๆ ในใจพิกล
“คุณน้าคะ คาร่าหายไปค่ะ!!” คำตอบจากปากอิ่มสีระเรื่อ ทำเอามาดามนับทองต้องยกมือขึ้นทาบอก
“โอ!! คาร่า” นางอุทานเสียงหลง ทำท่าเหมือนจะเป็นลมล้มพับ จนโลแกนต้องรีบเข้าไปประคอง
“ยัยเด็กบ้า!!...ก่อเรื่องจนได้...” ชายหนุ่มกระแทกเสียงพูดฉุนๆ เขากลอกตามองบน พ่นลมหายใจแรงๆ เพื่อระบายความไม่พอใจ หายนะชัดๆ เขาถูกหล่อนตลบหลังเสียแล้วสิ...
“ก็น้องยังเด็ก และลูกก็มีท่าทางไม่พอใจแบบนี้ คาร่าคงอยากเดินเข้าสู่ประตูวิวาห์กับลูกหรอกนะ...โลแกน!!” เสียงแหวของมารดาดังลั่น ท่านยกมือผลักอกบุตรชายสุดรัก พร้อมกับตวัดสายตาค้อนให้
“ผมผิดงั้นเหรอแม่...นี่ผมถูกเด็กของแม่ฉีกหน้านะครับ วันนี้เราทั้งหมดคงได้ดังสมใจล่ะ...แม่ดูซะ...ที่ยืนอยู่ด้านนอกนั่นน่ะ มีสื่อเจ้าไหนในประเทศไทยที่ไม่มาบ้างครับ” ชายหนุ่มชี้มือไปหน้าประตูโบสถ์ สื่อทุกสำนักยืนออแน่นขนัดอยู่ตรงนั้น พวกเขามารอทำข่าวสำคัญ จำนวนนักข่าวมีมากเสียยิ่งกว่าวันที่รัฐบาลแถลงการณ์ว่าใครเป็นนายกรัฐมนตรีเสียอีกชายหนุ่มยิ้มเยาะ เยาะตัวเองนั่นแหละไม่ใช่ใคร เขาคบเด็กสร้างบ้านแท้ๆ วันนี้ชื่อเสียงของโคล์คงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี...
“ถ้าหากลูกไม่แสดงอาการต่อต้านตั้งแต่แรก...คาร่าจะหนีไปแบบนี้ไหมห่ะ?” นางตอบกลับเสียงขุ่น โยนความผิดทั้งหมดให้บุตรชายรับไป ก็เพราะเขานั่นแหละ เหตุการณ์วันนี้จึงเกิดขึ้น!! ท่าทีปั้นปึงของเจ้าบ่าว มีเจ้าสาวคนไหนที่จะยินดีล่ะ อีกอย่าง...มรินญายังเด็ก หล่อนอาจจะทำไปเพราะรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำลงไป มีผลทำให้คนด้านหลังวุ่นวายขนาดไหนบ้าง
“อ๋อ!! ตกลงผมผิด...โอเคครับ ผมจะแก้ตัวกับสื่อเอง และหวังว่าแม่จะทำตามสัญญา”
ชายหนุ่มไหวไหล่ ทุกปัญหามีทางแก้ เมื่อหล่อนผิดสัญญาทุกอย่างที่ทำมาถือเป็นโมฆะ เขาไม่จำเป็นต้องมีเมียวัยกระเตาะ ไม่ต้องกระเตงๆ เด็กสาวอายุ24 ปี นานถึง3ปี เพื่อจะได้ครอบครองหุ้นในส่วนที่มารดาถือครอง
“แม่จะยกส่วนของแม่ให้ ก็ต่อเมื่อลูกตามคาร่ากลับมาได้ ถึงวันนี้ลูกจะไม่ได้สาบานตนต่อหน้าพระผู้เป็นเจ้าพร้อมกับคาร่า แต่อย่าลืมนะโลแกน... ลูกกับคาร่าจดทะเบียนสมรสกันไปแล้ว”
นางพูดอย่างเป็นต่อ ไม่นึกเสียใจที่บีบบังคับบุตรชายให้จรดปลายปากกาลงบนกระดาษแผ่นนั้น ก่อนที่จะกำหนดวันวิวาห์เสียด้วยซ้ำ
ชายหนุ่มฮึดฮัด ข้อผูกมัดข้อเดียวที่เขาดิ้นไม่หลุด ต่อให้ไม่มียัยตัวต้นเรื่องอยู่ในที่นี้ หล่อนก็ยังได้ชื่อว่าเป็น ‘เมีย’ เขาอยู่ดี
“ครับ...ผมรู้” ชายหนุ่มกัดฟันกรอด ไม่ว่าจะสลัดยังไง หล่อนก็ยังเกาะหนึบเหมือนเดิม ปวดหัวชิบหาย!!
“ดี!!...ไปยัยพิม เรารู้ไหม? เพื่อนเราหนีไปซ่อนตัวที่ไหน”
เมื่อโลแกนรับแก้หน้า นางก็ต้องค้นหามรินญาให้เจอ ก่อนที่หลานสาวสุดโปรดจะเตลิดไปไกลกว่ากรุงเทพฯ
พิมรักส่ายหน้าหวือ!! หล่อนรีบเม้มปาก เสก้มหน้าหลบสายตาคาดคั้นของมาดามนับทอง ต่อให้เธอรู้เธอก็ปริปากพูดไม่ได้ เมื่อเคยรับปากมรินญาเอาไว้ ใครไม่มาเป็นมรินญาไม่รู้หรอก เพื่อนเธออกหัก อกเดาะเพราะผู้ชายที่เป็นเจ้าบ่าวแค่ไหน...ผู้หญิงร้อยคน หากพบเจอโลแกน ไม่มีใครหรอกไม่หลงเสน่ห์เขา เมื่อโลแกนรูปงามประหนึ่งเทพซุส เขาหล่อเหลาสมชายชาตรี ดวงตาของเขาเหมือนมีมนตรา แค่เหลือบแลผู้หญิงก็แทบอ่อนระทวย ดังนั้น...ไม่แปลกหรอก ที่จะมีสาวๆ ติดเขาให้เกลียว ยิ่งพ่วงด้วยทรัพย์สมบัติมหาศาล เป็นหัวหอกของโคล์อินดัสตรี้ เบอร์หนึ่งของประเทศไทยตอนนี้ คงต้องยกให้กับโลแกน
มาดามนับทองจึงฉุดพิมรัก ไปซักไซ้หล่อนมุมห้อง ปล่อยให้บุตรชายออกไปรับหน้าสื่อแทน
เมื่องานวิวาห์จำต้องล้มเลิก!!
“ไงเพื่อน...เกิดอะไรขึ้น นี่เลยเวลานานแล้วนะ ไหนล่ะเจ้าสาวของคุณ?” อดีตเพื่อนรักเดินเข้ามาทัก มันฉีกยิ้มจนแทบจะเห็นฟันหมดทั้ง32 ซี่
โลแกนตวัดสายตามองเอแวน เขาขบเม้มริมฝีปากก่อนตอบ “แอคซิเดนนิดหน่อยน่ะ ไม่ใช่เรื่องใหญ่” คำตอบแบบเสียไม่ได้ดังออกมาจากปากเจ้าบ่าวรูปงาม เขาโกหก!! เรื่องนี้ใหญ่เสียจนเขารู้สึกเสียหน้า แต่จะให้ปาวร้องบอกกับใครล่ะ เมื่อยัยตัวก่อเหตุอันตรธานหายตัวไปไม่ได้อยู่รอให้เขาเฉ่ง
“เหรอ?” เอแวนครางเสียงแหบ เขากระตุกยิ้มเหมือนกับกำลังสะใจ มือแข็งแรงจากอดีตเพื่อนสนิทยกขึ้นตบไหล่เขา “ขอหาคาร่าเจอนะเพื่อน” มันเดินจากไปพร้อมกับเสียงหัวเราะแว่วๆ เขาได้ยินเพราะบริเวณนี้มีแค่มัน...กับเขาเท่านั้น มันรู้ได้ยังไงเมื่อเขายังไม่ได้เปิดปาก เอแวนมันรู้ได้ยังไงว่ามรินญาหายตัวไป? หรือว่า...ไอ้หมอนี่อยู่เบื้องหลังการหายตัวไปของมรินญา หากเป็นมันล่ะก็ โลแกนสาบาน เขาจะตลบหลังเอาคืนมัน เสียให้แสบสันต์ที่สุด!!
“หลบให้พ้นสายตาฉันนะคาร่า ถ้าฉันเจอเธอเมื่อไร...เราได้เห็นดีกันแน่”
โลแกนกระซิบขู่เสียงเครียด เด็กนั่นกล้ากระตุกหนวดเสือ หล่อนก็ต้องยอมรับผลที่ตามมา หล่อนทำให้เขาเสียหน้า เขาจะทำให้หล่อนเสียทุกอย่าง!!
เมื่อโลแกนผลักประตูโบสถ์ให้เปิดออกไป สื่อทุกสำนักจึงพุ่งเป้ามาที่เขาคนเดียว เมื่อพิธีการทุกอย่างเงียบกริบ และข้างตัวของเจ้าบ่าวสุดหล่อ ไม่มีเจ้าสาวแสนสวยที่ทุกคนรอคอยยลโฉม
“เอ่อ...เจ้าสาวคุณหายไปไหนครับ...คุณโลแกน?”
เสียงรอบตัวเซ็งแซ่ โลแกนสูดลมหายใจลึกๆ เขาปลดกระดุมตรงช่วงเอวของชุดสูท ขยับรูดเนคไทลงต่ำๆ เมื่อมันรู้สึกอึดอัดแทบหายใจไม่ออก
“เอ่อ...” ชายหนุ่มคิดหาคำตอบที่ดีที่สุด เขากำลังจะตอบแต่...
“คุณมรินญาหนีไปใช่ไหมคะ?” เสียงถามแทรกมา ทำให้ชายหนุ่มชะงัก เขาตวัดตามองผู้สื่อข่าวคนนั้นก่อนจะแสยะยิ้มให้ จนหล่อนต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา ก็แม่นั่น...เขาเห็นอยู่ข้างตัวเอแวนบ่อยๆ ไอ้เพื่อนเวรปากเปราะนั่น ต้องมีส่วนรู้เห็นเรื่องการหายตัวไปของมรินญาแน่ๆ
“อะไรทำให้คุณคิดแบบนั้นครับ?” โลแกนแสร้งถามกลับเสียงแสนสุภาพแต่แววตาโลแกนวาววับ!! เหมือนพญาเสือที่ถูกกระตุกหาง... เขาขยับยืนตัวตรง เพ่งมองทุกคนพร้อมกับการรอคำตอบ
ไม่มีเสียงตอบ... มีแต่แสงแพลชส่องวาบๆ กระทบตาเขาจนแสบยิบๆ...
“เอาล่ะ... ผมเสียใจจริงๆ ที่จะต้องบอกทุกๆ คน งานวันนี้ถูกยกเลิกแล้วครับ” ชายหนุ่มตอบเขาแสร้งทำเสียงโศกสลดผสมกับสีหน้าที่ม่อยลง เพื่อละครฉากใหญ่...
“คะ!! เกิดอะไรขึ้นคะ หากไม่เป็นการละลาบละล้วงเกินไป คุณโลแกนช่วยให้ความกระจ่างกับพวกเราหน่อยได้ไหมคะ” แม่นั่นช้อนสายตาขึ้นมอง หล่อนยิ้มหวานก่อนจะเปิดปากถามเหมือนกับรอจังหวะอยู่พอดี
โลแกนกระตุกยิ้ม... “ได้สิ ไม่ใช่ความลับ ถึงงานนี้จะล่ม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะกลับไปเป็นโสดนี่นา ความจริง...ผมกับเจ้าสาว เราลึกซึ้งกันมานานแล้ว แถมยังจดทะเบียนสมรสกันแล้วด้วย ต่อให้งานล่ม หล่อนก็ยังเป็นเมียผมอยู่ดี”
ชายหนุ่มป่าวประกาศ ต่อให้หล่อนหลบอยู่มุมไหนของโลก ข่าวนี้จะย้ำเตือนความจำของทุกคน...มรินญาไม่ใช่สาวบริสุทธิ์ หล่อนมีทะเบียนสมรสค้ำคอ...และได้ชื่อว่าเป็นเมียของโลแกน โคล์อยู่ดี
โลแกนแอบสะใจ เขาไม่โสดแล้วไง!! ใช่ว่าหากมีพันธะผูกพันแล้วเขาจะแรดไม่ได้เสียเมื่อไรเล่า มรินญาเลือกเอง หล่อนเลือกที่จะหนีไป หล่อนทิ้งความวุ่นวายไว้เบื้องหลัง เขาจะใช้ช่วงเวลานี้แบบคุ้มที่สุด3ปีสำหรับการมี ‘เมีย’ หลังจากนั้นเหรอ อย่าหมายว่าเขาจะให้หล่อนได้มีโอกาสใช้นามสกุลโคล์ จากนี้ไปเขาเป็นผู้ชายที่มีพันธะ...แต่กลับมีความสุขที่สุดในโลก...ในเมื่อเขาทำตามคำขอของมารดาแล้วทุกอย่าง ยอมก้มหน้ารับหล่อนมาเป็นภรรยาทั้งที่ไม่เคยพิศวาส แต่จะให้เขาตามหล่อนกลับมา ไม่มีวัน!!...หากหล่อนอยากนอนกอดทะเบียนสมรส เชิญ!!
เขาจะเป็นผู้ชายที่ขึ้นชื่อว่ามีเมียแล้ว...แต่มีความสุขที่สุดในโลกให้ทุกๆ คนดู
โลแกนเดินถอยหลังกลับเข้ามาในโบสถ์ เทรสการ์ดสุดหล่อกันผู้สื่อข่าวที่จะพยายามตามติด เพราะพวกเขายังได้รายละเอียดไม่ครบ...โลแกนกระตุกยิ้ม!! แม้จะมีเสียงตะโกนตามหลังดังเซ็งแซ่ เขาไม่ยี่หระ!! ชายหนุ่มไหวไหล่กระตุกยิ้มมุมปาก ปลายตามองแบบไม่สนใจและเดินจากไปแบบไม่เดือดร้อน ปล่อยความวุ่นวายทิ้งไว้เบื้อหลัง...สื่อต่างๆ อยากนำเสนอในข่าวของเขาแง่มุมไหน...เชิญ!! เขาไม่แคร์ มีเศรษฐีที่มีภรรยาแล้วหลายคนในทุกมุมโลกที่ทำตัวลัลลา เขาจะเป็นอีกคนหนึ่งที่เป็นเช่นนั้น ลัลลาไปวันๆ ทั้งๆ ที่มีห่วงคล้องคอ...ช่วยไม่ได้ เมื่อมารดาอยากให้เป็นเช่นนี้ ท่านก็ต้องยอมรับผลที่จะตามมา...
“ลูกจะไปตามหาน้องเมื่อไรโลแกน?” มาดามนับทองเดินเข้ามาถามบุตรชาย หลังจากที่พยายามแทบตาย แต่กลับไม่สามารถง้างปากพิมรักได้สักนิด
ชายหนุ่มไหวไหล่ เขาเอื้อมหยิบแก้วเชมเปญที่วางอยู่ในถาด อาจจะมีบริกรบางคนเผลอวางทิ้งไว้ เพราะเกิดความวุ่นวายในงาน เขาเลยละทิ้งหน้าที่ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของเชมเปญรสเลิศ โลแกนยกขึ้นดมกลิ่น ก่อนจะยกจ่อปาก กระดกรวดเดียวเทน้ำใสแจ๋วยิ่งกว่าตาตักแตนใส่ปากทั้งหมด ก่อนจะแกว่งแก้วเปล่าในมือเล่น
“ผมต้องไปตามยัยนั่นด้วยเหรอแม่?” เรียวคิ้วขมวดหมุน ชำเรืองมองมารดาแทนคำถามต่อไป
มาดามนับทองสะกดความโกรธลง ดูท่าทางโลแกนไม่ยี่หระ ไม่ว่าข้างกายเขาจะมีมรินญาหรือไม่นางคงต้องหาทางบีบ ไม่เช่นนั้นการลงทุนครั้งนี้คงเหลว
“ผมทำตามคำสั่งของแม่ทุกอย่างแล้วนี่ครับ หากแม่ไม่โอนหุ้นให้ผม... ก็ขอล่ะ... อย่าขายให้ใครเลย ยังไงผมก็ไม่ได้เป็นคนบิดพลิ้ว เด็กของแม่เองที่ปอด”