“ นายศิราชย์ วัชรกิจโยธา ”
เสียงตะโกนก้องที่หน้าแดนคุมขัง จากนั้นร่างสูงล่ำสันของชายหนุ่มหน้าคมเข้มผู้สวมเสื้อยืดสีขาว กางเกงยีนสีดำ ก็ปรากฏขึ้น มันเป็นชุดเดียวกับวันที่เข้ามาที่นี่ รอยยิ้มกว้างอย่างมีความสุขปรากฏบนใบหน้าคมสันนั้น
“ ออกไปแล้วก็ไม่ต้องคิดถึงกันอีกนะ ไม่ต้องกลับเข้ามาอีก ” ผู้คุมเย้าขัน ๆ พลางส่งยิ้มให้นักโทษชั้นดีที่ทั้งรูปหล่อและนิสัยใช้ได้เบื้องหน้า เขาส่งยิ้มตอบ
“ ครับผม ผมสัญญา ”
“ มีคนมารับหรือเปล่า ”
“ มีครับ ผมส่งจดหมายไปบอกพี่ชายเมื่อสามเดือนก่อนแล้ว ”
“ ถ้างั้นก็ขอให้โชคดีนะ ”
“ ขอบคุณครับผม ”
เขาตอบแล้วเดินออกมาที่ประตูหน้า จุดนั้นมีสวนหย่อมเล็ก ๆ และโต๊ะหินอ่อนสามสี่ชุด เขาหลับตาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ แล้วยิ้มกว้าง
กลิ่นของอิสรภาพมันหอมหวนแบบนี้เอง...
ก่อนเขาจะกวาดสายตามองรอบตัวเพื่อหวังพบหน้า คนที่จะมารับแต่กลับพบเพียงความว่างเปล่า
พี่คงยังไม่มาถึง...
สักพักก็มีรถแล่นเข้ามารับผู้อื่นที่ได้รับอิสระเช่นเขาในวันนี้ จากหนึ่งคัน สองคัน เป็นห้าคัน สิบคัน และอีกหลายคันครอบครัวแล้วครอบครัวเล่า ทั้งหมดยิ้มกว้าง หัวเราะ ร่ำไห้ กอดกัน หอมกัน หลากหลายอารมณ์ผสมเคล้า หากสุดท้ายก็ลงเอยด้วยความสุขแล้วก็จากไป
สองชั่วโมงผ่านไป เหลือเพียงเขาที่อยู่ตรงนั้นลำพัง...
ยิ้มขมขื่นปรากฏบนใบหน้าคมสัน ก่อนเขาจะลุกขึ้นยืน หยิบหมวกแก๊ปมาสวมแล้วสะพายกระเป๋าเป้ไว้ที่ไหล่ขวา แล้วออกเดิน
จะหวังอะไรกับคนที่รู้จักแต่การ ‘ รับ ’ และไม่เคย ‘ ให้ ’ เช่นพี่ชายของเขา
เขาจะไม่หลอกตัวเองว่าอีกฝ่ายลืมหรือติดภารกิจสำคัญจนไม่อาจมารับน้องชายของตัวเองได้หรอก เพราะรู้ดีเหลือเกินว่าเป็นเรื่องจงใจ
แม้ว่าเขาจะทำเพื่ออีกฝ่ายมาทั้งชีวิต แต่คนคนนั้นก็ ไม่เคยเห็นคุณค่าอะไรสักอย่าง
นับจากนี้ จะไม่มีอีกแล้ว...
ณ มหาวิทยาลัยเอกชนมีชื่อแห่งหนึ่ง ในห้องเรียนคาบวิชาบริหารธุรกิจที่กำลังจะเลิกคลาส
“ ฟ้าใส เลิกเรียนไปกินชาบูกันนะ ”
เสียงชักชวนดังจากปากหญิงสาวร่างตุ้ยนุ้ยนามว่า เปา อันมาจากชื่อเต็มคือซาลาเปา เธอเอนกายไปไถ่ถามสาวสวยหน้าหวานที่เป็นเพื่อนรักซึ่งนั่งเรียนอยู่ข้าง ๆ กัน
“ วันนี้ไม่ได้หรอกเปา ต้องขอโทษด้วยนะจ๊ะ ”
“ ทำไม นัดกับพี่เซนไว้เหรอ ”
“ อืม วันนี้วันเกิดพี่เซน ก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่จะซื้อกับข้าวไปกินด้วยกันที่บ้านน่ะจ้ะ ”
“ ขอโทษทำไม ฟ้านี่สมกับชื่อฟ้า เป็นนางฟ้านางสวรรค์มาเกิดจริงจริ๊ง ทั้งสวยทั้งหุ่นดี มีดีกรีเป็นดาวมหา’ลัย เรียนก็เก่ง แถมยังมีแฟนที่ทั้งหล่อทั้งเก่งอีก ”
คำชมของเปาเล่นเอาฟ้าใสยิ้มออกมาเขิน ๆ
“ เปาก็ชมฟ้าเกินไป ไม่ได้ขนาดนั้นซะหน่อย ”
“ มันก็จริงนี่นา เปาโชคดีนะที่มีฟ้าเป็นเพื่อน ว่าแล้วก็เอาเล็คเชอร์วิชาการเงินมาลอกหน่อยสิ ” เปาว่าพลางยิ้ม ตาหยีอย่างปะเหลาะ อีกฝ่ายส่ายศีรษะอย่างระอาแต่ก็ยังหยิบสิ่งที่เพื่อนต้องการส่งให้
“ ครั้งหน้าฟ้าไม่ยอมให้ลอกแล้วนะ ถ้าเปามัวแต่ลอกฟ้าแบบนี้ เปาจะมีความรู้ได้ยังไง ”
“ ฟ้าก็พูดแบบนี้ร้อยรอบแล้ว แต่สุดท้ายก็ให้เปาลอกอยู่ดี แล้วถึงเปาไม่รู้เรื่อง ฟ้าก็ต้องติวให้เปาก่อนสอบอยู่ดี ฟ้าน่ะใจดีจะตาย ” เปาว่าพลางหัวเราะคิกคัก นั่นทำให้ อีกฝ่ายพลอยขำไปด้วย
ทั้งสองเรียนอยู่ชั้นปีที่สอง คณะบริหารธุรกิจของมหาวิทยาลัยมีชื่อแห่งหนึ่ง
ฟ้า หรือฟ้าใส เป็นสาวสวยหน้าหวานตาคมหุ่นดี มีรอยยิ้มตรึงใจผู้ที่ได้พบเห็นทำให้ฟ้าได้รับเลือกให้เป็น ดาวคณะและต่อด้วยดาวมหาวิทยาลัยในปีนั้น ฟ้าเป็นลูกสาวคนเดียวของครอบครัวฐานะปานกลางที่อบอุ่น พ่อและแม่ทำงานธนาคารทั้งคู่ เธอมีความประพฤติดี ตั้งใจเรียน ไม่เคยทำให้พ่อแม่ผิดหวัง
ส่วนเปาหรือซาลาเปานั้น เตี่ยเป็นคนจีนที่ย้ายมาอยู่เมืองไทยจนได้พบรักกับแม่ของเปา มีร้านอาหารเป็นของตัวเองซึ่งมีติ่มซำเป็นที่เลื่องชื่อ ฐานะทางบ้านก็จัดได้ว่า ปานกลางค่อนไปทางร่ำรวย เปาอ้วนกลมสมกับชื่อ เพราะเตี่ยและแม่ชอบให้ลูกกินเยอะ ๆ
ทั้งคู่พบกันเมื่อครั้งวันมารายงานตัวที่มหาวิทยาลัย จนกระทั่งถึงกิจกรรมรับน้องก็ได้จับคู่เป็นบัดดี้ นั่นทำให้ สนิทกันและกลายมาเป็นเพื่อนรักในที่สุด
เปานั้นยังคงโสด ส่วนฟ้าใสนั้นพึ่งจะมีรุ่นพี่ปีสี่ ดีกรี เดือนคณะที่ชื่อ เซน คณะเดียวกันมาจีบและตกลงคบหา เป็นแฟนกันได้ไม่ทันถึงปี
เซนเป็นคนหน้าตาหล่อเหลา สูงโปร่งถึงเมตรแปดสิบห้า เป็นผู้ชายสะอาดสะอ้านและดูแลตัวเองอยู่เสมอ เขากำพร้าพ่อตั้งแต่เด็ก ส่วนแม่นั้นเสียชีวิตไปในเหตุการณ์เพลิงไหม้บ้านเมื่อหลายปีก่อนทำให้เซนต้องเติบโตมาเพียงลำพัง และนั่นก็พิสูจน์ได้ว่าเขาเก่งและแกร่งเหลือเกิน เพราะเขาเป็นคนดี มีความพยายาม มีระเบียบวินัยจนมีผลการเรียนดี เป็นที่รักของครูบาอาจารย์ในคณะ
ผู้คนที่พบเห็นต่างชื่นชมว่าทั้งคู่หล่อสวยเหมาะสม แต่ก็มีหลายเสียงที่เคยเป็นอดีตผู้ใกล้ชิดซุบซิบนินทาว่าเซนนั้นไม่ใช่คนดีอย่างที่หลาย ๆ คนคิด เขาฉลาดและปากหวาน รู้จักใช้คำพูดเพื่อประจบประแจงให้ตัวเองได้สิ่งที่ต้องการ รวมไปถึงการคบหาผู้หญิงมาเป็นคู่รัก ว่ากันว่าเขาเลือกผู้หญิงที่มีผลประโยชน์ก็เท่านั้น ใครหมดประโยชน์เขาจะเขี่ยทิ้งทันที
ซึ่งสิ่งนั้นฟ้าใสก็มองข้ามไปเสีย ปากคนมีสิบปากก็พูด กันไปสิบเรื่อง ตลอดระยะเวลาที่รู้จักและคบหากันมา แปดเดือน อย่างน้อยเซนก็เป็นสุภาพบุรุษที่คอยดูแลเธอ แม้ในระยะหลัง เขามักจะยุ่งกับงานและการเรียนจนแทบจะไม่มีเวลาให้ แต่เธอก็พยายามเข้าใจว่าเขาทำเพื่ออนาคต ซึ่งอนาคตของเขาก็มีเธออยู่ด้วย
ไม่มีใครที่ไหนเพอร์เฟคไปเสียทุกอย่างหรอก ว่าไหม ?
และเป็นธรรมดาของหนุ่มสาวที่เป็นคู่รักที่มักจะมีเรื่อง ความใคร่เข้ามาเกี่ยวข้อง เซนเองก็เป็นมนุษย์ปกติเช่นคนอื่น เขาต้องการสิ่งนั้นจากแฟนสาว แต่เมื่อเธอปฏิเสธและขอ มอบกายให้เขาในวันแต่งงานเพื่อพิสูจน์ความรัก เซนเองก็ยินดีเป็นอย่างยิ่ง จะมีบ้างก็เพียงกอดจูบลูบไล้ตามประสาแต่เขาก็ ไม่หักหาญเมื่อเธอผลักไสห้ามปราม
แต่ในบางครั้งท่าทีเย็นชา ดวงตาแข็งกร้าวที่เขารีบ กลบเกลื่อนด้วยรอยยิ้มเมื่อไม่ได้สิ่งที่ต้องการ ก็ทำให้ฟ้าใส นึกกลัว บางครั้งเธอก็รู้สึกว่าเขาลึกลับ มีตัวตนอะไรที่ซุกซ่อนปิดบังไว้ เป็นอีกด้านที่เธอไม่เคยรู้มาก่อน
“ อ้าว ทำไมเงียบไปแบบนั้นล่ะฟ้า ” เปาถามขึ้นเมื่อ จู่ ๆ เพื่อนก็เงียบไปและเหม่อลอย
“ เปล่าจ้ะ ” เธอปฏิเสธ แต่เพื่อนรักอย่างเปามีหรือจะมองข้ามไปได้ เธอช่างสังเกตเหลือเกิน
“ ไม่ต้องมาโกหกเลย ฟ้าเป็นคนที่โกหกไม่เก่ง ดวงตาหวาน ๆ ของฟ้าน่ะมันปกปิดอะไรไม่เคยมิดเลย ไหนบอกเปาซิว่าไม่สบายใจเรื่องอะไร ” ฟ้าใสถอนใจยาวก่อนจะเริ่มระบายออกมา
“ ก็ไม่มีอะไรมากหรอก แค่ระยะหลัง ๆ พี่เซนไม่ค่อยมีเวลาให้ฟ้าเลย ยุ่งกับงาน หรือไม่ก็เรื่องเรียนตลอด ”
“ ฟ้าเลยไม่สบายใจ กลัวว่าเขาจะไม่ได้ยุ่งกับงานจริง ๆ งั้นสิ ” ฟ้าใสพยักหน้า
“ เปาก็เคยได้ยินคนอื่นเขาเมาท์ ๆ กันมาบ้างนะ แต่ก็ไม่ได้ใส่ใจหรอกเรื่องพี่เซนน่ะ ว่าแกจะเลือกคบหาคนที่มีผลประโยชน์ให้ ขนาดเพื่อนยังไม่เว้นเลย ”
“ แล้วฟ้าจะมีผลประโยชน์อะไรให้พี่เซนล่ะ เรื่องเงินเรื่องทองอะไรพี่เซนก็ไม่เคยก้าวก่ายเลยนะ เวลาไปทานข้าว ไปเที่ยว พี่เซนก็เป็นคนจ่ายตลอด ”
“ ก็นั่นน่ะสิ เปาถึงได้ไม่เชื่อไง พี่เซนน่ะดีกับฟ้ามาตลอด ปากคนมันก็พูดไปเรื่อยแหละ ”
“ แต่บางครั้งฟ้าก็สงสัยนะ พี่เซนมีทีท่าเย็นชาแปลก ๆ ฟ้าบอกไม่ถูก เหมือนฟ้าไม่เคยรู้จักเขามาก่อน เหมือนเขา ซุกซ่อนปกปิดอะไรไว้งั้นแหละ ”
“ งั้นเหรอฟ้า แปลกจัง ”
“ คิดไปก็ปวดหัวเปล่า ๆ ฟ้านี่ฟุ้งซ่านจังเลย ขอโทษนะที่เอาเรื่องบ้า ๆ มาใส่หัวเปา ”
“ เฮ้ย ไม่เลย เราเป็นเพื่อนกัน มีอะไรก็ต้องแชร์กันสิ เปาจะอยู่ข้างฟ้าทั้งสุขและทุกข์นะ ”
“ ขอบใจนะจ๊ะ ฟ้ารักเปาที่สุดเลย ” ฟ้าว่าพลางโอบรอบคอเปา
“ เออ เปาคิดอะไรดี ๆ ออกด้วยล่ะฟ้า ”
“ อะไรเหรอ ”
“ ทำไมฟ้าไม่ลองไปจับผิดพี่เซนดูบ้าง ”
“ หืม ยังไงเหรอเปา ”
“ ก็เปาเห็นฟ้าไม่เคยเช็ค ไม่เคยโทรตามอะไรพี่เซนเลย บอกนัดตอนไหน เวลาไหนก็เวลานั้น แบบนี้ถ้าพี่เซนโกหกแล้วฟ้าจะรู้ได้ยังไง ”
“ แต่ฟ้าก็ไม่อยากก้าวก่ายมาก มันจะดูละลาบละล้วงเขาไปหรือเปล่า ”
“ โอ๊ย นี่แหละ แม่นางฟ้านางสวรรค์ มันก็มีวิธีการ ตั้งเยอะนี่ที่จะจับผิด ”
“ ยังไงล่ะเปา ” ฟ้าใสถามเสียงอ่อย เปานั่งขบคิดอยู่ ครู่หนึ่งก็ยิ้มออก
“ วันนี้นัดกับพี่เซนที่บ้านใช่มะ ”
“ ใช่ ”
“ กี่โมง ”
“ หนึ่งทุ่ม ”
“ ลองไปก่อนหน้านั้น ไปสักหกโมงครึ่ง แอบเซอร์ไพรส์ ในบ้าน ฟ้าเคยบอกว่าพี่เซนให้กุญแจสำรองไว้ไม่ใช่เหรอ ”
“ ใช่ แต่แบบนั้นมันจะจับผิดพี่เซนได้ยังไง ”
“ ก็เผื่อเขานัดคนอื่นไปก่อนฟ้าไง ”
คำตอบนั้นทำให้ฟ้าใสใจหายวาบ เธอไม่เคยคิดในทำนองนี้มาก่อนเพราะไว้ใจและให้เกียรติ อาจจะเป็นเพราะว่าเธอพึ่งจะเคยมีแฟนเป็นคนแรกเลยไม่ทันได้ระแวดระวัง
“ ขอบใจเปามากนะ เดี๋ยวฟ้าจะลองไปก่อนเวลาดู ”
“ ดีมาก ถ้าพี่เซนสงสัยว่าทำไมไปก่อน ฟ้าก็มีคำตอบคือตั้งใจไปเซอร์ไพรส์ เท่านั้นก็จบ ”
“ จ้ะ ” ฟ้าใสตอบสั้น ๆ
หลังเลิกเรียนวิชาสุดท้ายเป็นเวลาสี่โมงเย็น เธอก็ขับ รถเก๋งของตนไปร้านอาหารและซื้อของโปรดที่เซนชอบกิน ก่อนแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อเครื่องดื่มเป็นไวน์ดีกรีอ่อน เพื่อฉลองในวันพิเศษ ผลไม้และขนมเค้กเล็ก ๆ หนึ่งก้อน เทียนหอมสวย ๆ เพื่อจุดบนโต๊ะอาหารสร้างบรรยากาศ
“ เท่านี้ก็โรแมนติกที่สุดแล้ว หวังว่าพี่เซนจะชอบกับเซอร์ไพรส์นี้ และหวังว่าจะไม่มีใครอยู่กับพี่เซนอย่างที่ยัยเปาสงสัยนะ ” ฟ้าใสยิ้มพลางพึมพำกับตัวเอง
หกโมงครึ่ง
รถเก๋งสีแดงคันเล็กของฟ้าใสจอดห่างบ้านของเซนไปสามสี่หลังตามที่เจ้าแผนการอย่างเปาได้แนะนำ เพื่อเขาจะไม่ได้ยินหากอยู่ด้านในกับคนอื่น ก่อนเธอจะหิ้วข้าวของพะรุงพะรังไปยังตัวบ้าน ไขกุญแจรั้วและกุญแจประตูบ้าน เข้าไปด้านในด้วยกุญแจสำรองที่เซนเคยให้ไว้
ในบ้านเงียบกริบ มีเพียงแสงไฟโซล่าร์เซลล์อัตโนมัติหน้าบ้านอ่อนจางสาดเข้าไปสลัวรางเท่านั้น
“ ซาลาเปาจอมแก่น ให้ฟ้าทำอะไรเนี่ย ” เธอบ่นพลางขำที่ยอมเชื่อแผนการของเปา อีหรอบนี้พี่เซนคงยังติดกิจกรรมไม่ก็งานที่มหาวิทยาลัยอยู่เป็นแน่เลยยังมาไม่ถึงบ้าน
“ ล้างไม้ล้างมือแล้วจัดโต๊ะอาหารรอพี่เซนดีกว่า ”
เธอว่าก่อนจะเดินไปในครัวเพื่อล้างมือในอ้างล้างจาน แต่เท้าก็ต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงดังกุกกักมาจากในนั้น เธอจึงแอบอยู่หลังผนังแล้วแอบมองว่ามันคืออะไร
ในครัวมีชายคนหนึ่งที่เปลือยท่อนบน ท่อนล่างสวมยีน สวมหมวกแก๊ปสีดำหันปีกหมวกมาทางด้านหลัง เขายืน หันหลังให้เธออยู่ที่อ่างล้างจาน มีเสียงซู่ซ่าของสายน้ำจากก๊อกน้ำที่เขาเปิดล้างมือเลยทำให้ไม่ได้ยินว่ามีคนเดินเข้ามา
หญิงสาวขมวดคิ้วอย่างสงสัย นั่นจะใช่พี่เซนหรือเปล่า ก็มิอาจตอบได้เพราะเขาไม่เคยเปลือยส่วนไหนให้เธอเห็นทั้งนั้น ส่วนสูงอาจจะดูไล่เลี่ย แต่ความผึ่งผายกำยำทำให้ลังเล พี่เซนเป็นคนรูปร่างสูงโปร่งหากมองจากภายนอก ถอดเสื้อแล้วจะตัวใหญ่ล่ำกล้ามแน่นแบบนั้นเลยเหรอ
ชายคนนั้นปิดก๊อกน้ำแล้วเดินย้อนมาที่ตู้เย็นนั่นทำให้เธอได้เห็นใบหน้าของเขาถนัดตา แม้จะมีเพียงแสงสลัวแต่เธอก็จำใบหน้าของชายคนรักได้ขึ้นใจว่านั่นคือพี่เซนแน่นอน
เขาหันหลังกลับไปเปิดตู้เย็นแล้วหยิบกระป๋องเบียร์ที่ ซื้อมาสี่กระป๋องยัดใส่ตู้เสียสาม อีกหนึ่งเปิดแล้วกระดกใส่ปาก
เธอขมวดคิ้วอย่างแปลกใจ ในเวลาปกตินั้นไม่เคยเห็น พี่เซนแตะต้องเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ แต่วันนี้เป็นวันพิเศษ เป็นวันเกิด เขาอาจจะอยากดื่มเพื่อสร้างบรรยากาศก็เป็นได้
คิดได้ดังนั้นเธอก็ยิ้มออกก่อนจะตัดสินใจเดินออกจาก ที่ซ่อนตรงไปสวมกอดเขาจากทางด้านหลัง
“ แฮปปี้เบิร์ธเดย์นะคะ ! ”
เธอว่าพลางแนบใบหน้าลงกับแผ่นหลังกว้าง เปลือยเปล่า เขาสะดุ้งโหยงอย่างตกใจก่อนเอี้ยวตัวมาดูผู้จู่โจม
“ เฮ้ย ! ”
“ เซอร์ไพรส์ ! ”
“ ดะ... เดี๋ยว ” เขาตะกุกตะกัก แต่เธอตัดบทก่อน
“ ตกใจใช่ไหมล่ะ ฟ้าตั้งใจมาเซอร์ไพรส์ในวันพิเศษของคนพิเศษที่สุดไงคะ เอ๊ แต่ฟ้าแอบเห็นนะว่าเมื่อกี้นี้พี่เซน แอบดื่มเบียร์ เดี๋ยวจะโดนทำโทษเลย กอดแน่น ๆ ให้หายใจ ไม่ออกตายเลย ” เธอหยอกล้อเขาพลางเลื่อนทั้งสองมือไปยังลอนท้องเบื้องหน้าให้ประสานกันแล้วแกล้งรัดเขาแน่น ๆ พลางหัวเราะคิกคัก
ผู้หญิงของเซน งั้นเหรอ...
มุมปากหยักยกยิ้ม คำว่า ‘ ของของเซน ’ ดูเหมือนจะกระตุ้นเร้าให้เขาอยากลองลิ้ม เพราะชั่วชีวิตเขาจำต้องทำ เพื่อเซน เสียสละให้เซนอยู่เสมอมา
ดังนั้นผู้หญิงคนนี้จึงเปรียบเสมือนผลไม้ต้องห้ามที่เขาไม่ได้แค่อยากลองลิ้ม แต่อยากสวาปามให้ถึงใจ !
เพราะมัวแต่หัวเราะเลยไม่ทันสังเกตว่าอีกฝ่ายมีจังหวะหายใจที่เปลี่ยนไป ยิ่งเธอรัดแน่นเข้า ลมหายใจนั้นยิ่งร้อนเร่ารุนแรง
เขาก้มลงมองสองมือเล็กที่ประสานอยู่ตรงลอนท้องของตัวเองแล้วกลืนน้ำลาย ภาวนาให้มันเลื่อนต่ำลงอีกสักนิด...
เขาเลื่อนมือลงไปกุมทับมือนั้น กุมมันเอาไว้แนบแน่นก่อนจะยกขึ้นมาแตะกับริมฝีปากชื้นของตัวเองแล้วกดจูบ เบา ๆ
“ ทั้งนุ่มทั้งหอม ” เขาครางลึกอยู่ในลำคอ น้ำเสียงนั้นดูแปร่งปร่ากว่าทุกวัน มันไม่ได้ทุ้มนุ่มอย่างเคยแต่สากห้าว คงเกิดจากการดื่มเบียร์เป็นแน่ หญิงสาวคิดในใจและหัวเราะร่วนเมื่อถูกไรหนวดเคราสาก ๆ ครูดไปบนผิวนุ่ม
“ นี่ ไม่ได้โกนหนวดเหรอ จั๊กกะจี้ ”
“ จั๊กกะจี้หรือเสียว ” เขาถามกลับเสียงต่ำ เธอรู้สึกแปลกใจอยู่บ้างที่วันนี้เขาดูแปลก ๆ มือของเขาที่กุมมือเธออยู่ก็ดูสากกร้านกว่าที่เคย
เธอละมือจากบั้นเอวสอบ จับเขาให้หมุนตัวมาประจันหน้าแล้วก็ยิ้มออก
แปลกใจอะไรโง่ ๆ ล่ะยัยฟ้า นี่มันก็ใบหน้าของพี่เซน ชัด ๆ เธอนึกในใจ
ส่วนอีกฝ่ายนั้นมีอาการตกตะลึงเมื่อเห็นใบหน้าสวยหวานเต็ม ๆ เธอเขย่งเท้าขึ้นจูบเขาเบา ๆ ที่ปลายคาง ก่อนกระซิบเสียงออดอ้อนเสียงอ่อนเสียงหวาน
“ สุขสันต์วันเกิดนะคะ ” ทันทีที่ริมฝีปากนุ่มนั้นสัมผัสที่ปลายคาง ความอดทนของเขาก็ขาดผึง !
มือข้างหนึ่งของเขาคว้าลำคอระหงจากด้านหลังแล้วตรึงเอาไว้ไม่ให้หนีไปไหนได้ ก่อนจะประกบริมฝีปากลง บดเคล้าบนกลีบปากอวบอิ่มนุ่มนิ่มนั้น มืออีกข้างขยุ้มบนสะโพกงอนกลมกลึงแล้วออกแรงยกอุ้มเธอจนตัวลอยก่อนวางลงบนเคาน์เตอร์ในครัว
ฟ้าใสตกใจที่เซนรุกเธอเช่นนี้อย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน แต่ไม่มีเวลาที่จะทักท้วงใด ๆ เพราะปากของเธอไม่ว่าง เนื่องด้วยโดนบดเบียดดูดเม้มแล้วสอดลิ้นเข้ามาไล้ไปทั่ว รวมไปถึงดุนดันพัวพันอยู่กับลิ้นของเธอด้วย
มือข้างหนึ่งของเขากำขยำที่แก้มก้นทั้งสอง อีกข้างเลื่อนมาคลึงเคล้นที่ทรวงอกอวบอิ่ม แม้เธอจะเคยยอมให้ ชื่นชมภายนอกของร่างกายแต่ก็เพียงกอดจูบ เซนไม่เคย ข้ามเส้นจาบจ้วงถึงเพียงนี้
สติที่ยังมีอยู่ทำให้เธอยกมือขึ้นผลักไสไหล่กว้างล่ำสันนั้นแต่เขาไม่ขยับเลย เรี่ยวแรงของเธอค่อย ๆ หดหาย อ่อนละลายไปกับความจัดเจนของลิ้น ริมฝีปากและฝ่ามือซุกซน แม้เธอจะแปลกใจอยู่บ้างกับรสลิ้นของเขาที่เธอแน่ใจว่านอกจากจะมีรสของเบียร์แล้ว มันยังมีรสบุหรี่เจือจาง ซึ่งปกติแล้วเซนไม่สูบมัน
แต่แล้วความสงสัยต่าง ๆ นานาก็ค่อยละลายหายไปหมดสิ้นเมื่อถูกความเร่าร้อนเผาแผด มือที่ผลักไสสุดท้ายกลายเป็นวางไว้เฉย ๆ ก่อนจะเปลี่ยนเป็นขยับไปเกาะกอดที่ลำคอหนานั้นเอาไว้ ไหวหวิวหลอมละลายให้เรือนกายกำยำนั้น
ยอมแล้ว...
เธอรู้สึกถึงมือสากที่เลื่อนเข้าไปใต้กระโปรงนักศึกษา มันลูบไล้ไปบนเรียวขาเนียนนุ่มนั้น ก่อนวกเข้ามาที่ต้นขา ด้านในแล้วคลึงเคล้าเบา ๆ เธอเสียววูบ กล้ามเนื้อภายใน เต้นตุบรุนแรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทั้งตื่นกลัวทั้งตื่นเต้น เมื่อเขาเลื่อนมือขึ้นสูงเธอก็หนีบขาปกปิดแต่แรงหญิงหรือจะสู้แรงชาย ในที่สุดมือแข็งแรงนั้นก็ดันดุนเข้าสู่จุดที่หญิงสาว หวงแหนนักหนา
“ อา ” เสียงเขาครางลึกอยู่ในลำคอเมื่อสอดซุกมือใหญ่เข้าสู่ชั้นในบางจิ๋ว เขาลูบไล้แผ่วเบาบนเนินนูนอวบอูมอันมีแพรไหมนุ่มละมุนมือปกคลุม ก่อนจะกดหนึ่งนิ้วรูดลงตรง รอยแยกกลางกลีบอูมเบียดชิดนั่นจนเจอติ่งเนื้อน้อยนุ่มนิ่ม นิ้วสากรูดกับสิ่งนั้นขึ้นลงเบา ๆ
“ อื้อ ” เธอครางทั้งที่เขายังจูบอยู่ ทุกครั้งที่เขากดนิ้วรูดขึ้นลงช้า ๆ นั่นมันส่งผลให้ใจแทบขาด ศีรษะหมุนคว้าง ไปหมด ยิ่งลิ้นของเขาก็ยังรุกเร้าอยู่ในโพรงปาก นิ้วสาก พลิ้ววนไม่หยุด ปลุกปั่นเพลิงกำหนัดให้ลุกโชนเผาผลาญสติ ยามนี้ฟ้าใสอ้าขาออกกว้างเพื่ออำนวยความสะดวกให้นิ้วนั้น พร่างพรมบนเธอได้เต็มที่ ลิ้นน้อยไร้เดียงสากระดกรับลิ้นร้อนนั้น เขาครางอย่างพึงใจเมื่อเธอมีปฏิกิริยาตอบรับที่ แสนร้อนเร่าเหลือเกิน
น้ำคาวใคร่สาวหลั่งไหลจากต้นตอน้อย ๆ ออกมาจน ฉ่ำเยิ้ม เปียกแฉะมือเขาไปหมด อยากจะชิมดูเหลือเกินว่ามันจะหอมหวานเพียงใด
เขาหยุดการรูดคลึงชิ้นเนื้อนุ่มนิ่มแล้วรูดชั้นในตัวบางของเธอออกจากทางปลายเท้า ซุกมันใส่กระเป๋ากางเกงยีนเอาไว้ ก่อนถอนริมฝีปากออกจากจูบช้า ๆ