ตอน 2

แวนดี้กับสิปาง สองเพื่อนซี้ที่ตามประกบพรพระพายก็พลอยเป็นห่วงสภาพจิตใจของเพื่อนรักไปด้วย เพราะแม้ภายนอก พรพระพายจะเข้มแข็ง แต่ภายในใจนั้นคงกำลังร้องไห้ เธอสองคนไม่เห็นด้วยกับการตั้งโต๊ะแถลงข่าวนี้สักเท่าไหร่ แต่ในเมื่อพรพระพายตัดสินใจแล้วก็ต้องเลยตามเลย

ส่วนญาติผู้ใหญ่ทั้งฝ่ายเจ้าสาวเจ้าบ่าว รวมทั้งแขกคนอื่นๆ ทั้งที่อยู่ในงานและทยอยเข้างานตอนนี้ต่างตกใจกับข่าวนี้กันไม่น้อย เพราะไม่คิดว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ญาติๆ ฝ่ายเจ้าบ่าวดูจะทำตัวไม่ถูก โดยเฉพาะอย่างยิ่งพ่อแม่เจ้าบ่าว ที่ถูกลูกชายฉีกหน้าจนไม่เหลือชิ้นดี ต่างขอโทษขอโพยครอบครัวพรพระพายเป็นการใหญ่ ก่อนจะรีบกลับออกไปเพราะทนสายตาทุกคนต่อไปอีกไม่ไหว

“แบบนี้คุณพายก็ได้ชื่อว่าเป็นหม้ายอีกครั้งน่ะสิคะ” คำถามแบบไม่คิดจะถนอมน้ำใจคนฟังยังดังมาจากปากของนักข่าวสาวคนเดิม ที่จงใจยิงประโยคคำถามที่ไม่ให้เกียรติคนตอบอีก มีความอคติเห็นๆ แต่นั่นเพราะเธอถูกซื้อตัวมาเพื่อให้ถามคำถามพวกนี้ต่างหาก

“ใจเย็นๆ ไว้พาย สูดหายใจเข้าปอดลึกๆ” สิปางลูบแขน พรพระพายเบาๆ เพราะรู้ว่าตอนนี้อารมณ์ของเพื่อนคงทะลุจุดเดือดไปแล้วแน่ๆ เป็นเธอก็คงเดือดเพราะแต่ละคำถามมันน่าฟังเสียเมื่อไหร่

ตอนนี้แวนดี้ใช้ความสวยในฐานะอดีตรองอันดับสองมิสทิฟ-ฟานี่อันดับหนึ่งของเธอให้เป็นประโยชน์ ด้วยการโปรยรอยยิ้มให้นักข่าวทุกคน นั่นเพราะอยากให้บรรยากาศมันไม่อึมครึม แต่ดูท่าจะไม่ค่อยได้ผล

“ค่ะ…พายเป็นหม้าย แต่คนอย่างพายเรื่องแค่นี้ด้อนแคร์อยู่แล้ว” ปากก็ว่าไม่แคร์ แต่ใจนั้นเจ็บซ้ำๆ จนมันเข็ดขยาดกับความรัก

“นั่นนะสิคะ เพราะนี่ก็ไม่ใช่หม้ายครั้งแรก” นั่นไงประโยคค่อนขอดถากถางจากนักข่าวคนเดิมยังดังแทรกทุกคนขึ้นมาอีก ก่อนที่นักข่าวอีกคนจะถามขึ้นมาบ้าง

“แล้วตอนนี้มีใครติดต่อเจ้าบ่าวได้บ้างไหมคะ”

“ไม่ทราบค่ะ แต่รู้ว่าพายติดต่อเขาไม่ได้” พรพระพายตอบความจริง เธอติดต่อราเชนไม่ได้และหลังจากนี้ก็จะไม่ติดต่อเขาอีก ในเมื่อเขาเลือกจะจบแบบนี้ เธอก็ไม่อยากยื้อคนโลเลให้เสียเวลาในชีวิต

“คิดจะฟ้องเจ้าบ่าวไหมคะ ที่ทำให้ชื่อเสียงของคุณพายเสื่อมเสียแบบนี้” นักข่าวอีกคนเอ่ยถามเพื่อเปลี่ยนประเด็น นั่นเพราะรู้สึกสงสารลูกผู้หญิงด้วยกัน งานแต่งงานคือความฝันของผู้หญิงทุกคน แต่พรพระพายกลับถูกเจ้าบ่าวพังงานแต่งจนล่มไม่เป็นท่า แต่ยังกล้าลุกขึ้นมานั่งให้สัมภาษณ์ก็นับถือใจเธออยู่ไม่น้อย

“ไม่ค่ะ พายไม่อยากสร้างเวรกรรมให้ต้องพัวพันกันอีก”

“ก่อนหน้านี้มีลางบอกเหตุอะไรบ้างไหมคะ ว่าเหตุการณ์แบบวันนี้จะเกิดขึ้น” นักข่าวที่ถามประโยคเมื่อครู่เอ่ยถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่มีค่ะ เราก็ยังคุยกันปกติดีทุกอย่าง” พรพระพายยิ้มบางๆ ให้นักข่าวทุกคน นั่นเพราะมันไม่มีอะไรเป็นลางบอกเหตุจริงๆ ไม่มีเลย

“แล้วงานเลี้ยงเย็นนี้ล่ะครับจะทำไง ได้ข่าวว่าค่าจัดงานหลักสิบล้าน”

“พายมีทางออกอยู่แล้วค่ะ ยังไงพายขอใช้พื้นที่ตรงนี้แจ้งแขกทุกท่านว่างานฉลองมงคลสมรสระหว่างพายกับราเชนในค่ำวันนี้มีเหตุให้ต้องยกเลิก เพราะเจ้าบ่าวหายตัวไปอย่างไม่ทราบสาเหตุ ยังไงพายก็ต้องกราบขอโทษแขกทุกๆ ท่านด้วยค่ะ” เอ่ยจบพรพระพายก็ยกมือไหว้พร้อมกับยิ้มให้กล้อง ก่อนจะเอ่ยกับนักข่าวตรงหน้าต่อ

“พี่ๆ นักข่าวคงได้คำตอบจากพายไปหมดแล้ว ยังไงพายขอจบเรื่องทุกอย่างไว้แค่ตรงนี้ ไม่อยากตอบคำถามอะไรอีกแล้ว เพราะแค่นี้พายกับครอบครัวก็เสียใจมาก หวังว่าพี่ๆ นักข่าวจะไม่ทำร้ายพายซ้ำอีกนะคะ” คำพูดของพรพระพายทำเอานักข่าวบางคนสะอึกไปเหมือนกัน นั่นเพราะเตรียมเล่นข่าวนี้อยู่

“ถ้าพี่ๆ นักข่าวไม่มีอะไรแล้ว พายขอตัวก่อนค่ะ” เอ่ยจบ พรพระพายก็ลุกขึ้นแล้วเดินเชิดหน้าฝ่าวงล้อมของบรรดานักข่าวออกไปทันที โดยมีสิปางกับแวนดี้เปิดทางให้

“ขอทางหน่อยนะคะพี่ๆ” สิปางเอ่ยยิ้มๆ แต่แววตานั้นกลับไม่ได้ยิ้มเลยสักนิด คนไหนเธอมองจิกได้เธอก็ทำ นั่นเพราะนักข่าวบางคนก็ไม่ได้มีจรรยาบรรณในวิชาชีพของตัวเองสักเท่าไหร่นักหรอก

“สมน้ำหน้า” ประโยคนี้ดังขึ้นจากหญิงสาวคนหนึ่งที่ไม่ได้รับเชิญมาเป็นแขกของวันนี้ แต่เธอก็ไม่ถือสายังสละเวลาอันมีค่ามาร่วมแสดงความเสียใจ ไม่ใช่สิ ต้องบอกว่าแสดงความยินดีจากใจจริง ที่พรพระพายนั้นได้เป็นหม้ายอีกหนอย่างที่เธออยากจะให้เป็น

เพราะเธอนั้นเกลียดพรพระพายมาตั้งแต่รู้ว่าจะได้แต่งงานกับภาคิน ไฮโซหนุ่มที่เป็นรักแรกและเป็นคนที่เธอหมายปองให้มาเป็นสามี แม้เธอกับเขานั้นจะได้ชื่อว่าเป็นญาติกัน แต่ก็แค่ญาติห่างๆ ไม่ใช่พี่น้องท้องเดียวกันสักหน่อย เมื่อยืนมองจนพอใจแล้ว เธอจึงกลับออกไปจากงานด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้ม

ทันทีที่พรพระพายเดินออกมาจากห้องแถลงข่าว พ่อแม่และบรรดาญาติๆ สนิทที่ยังไม่กลับ ต่างพากันกรูเข้ามาถามไถ่ ซึ่งเธอก็ตอบได้เพียงสั้นๆ ว่า ‘ไม่เป็นอะไร ไม่แต่งก็ดี’

ก่อนจะให้พ่อแม่รวมทั้งญาติๆ กลับไปพักที่บ้านกันก่อน รวมทั้งแขกที่มางานก็ทยอยกลับเช่นเดียวกัน สิปางกับแวนดี้งานหนักหน่อย เพราะแม้พรพระพายจะประกาศผ่านนักข่าวไปแล้วว่างานเลี้ยงฉลองมงคลสมรสเย็นนี้ถูกยกเลิก แต่ถึงอย่างนั้นสองสาวก็ต้องโทรศัพท์แจ้งแขกผู้ใหญ่ที่ได้รับเชิญมางานเลี้ยงเย็นนี้ให้ทราบอีกครั้ง รวมทั้งเป็นตัวแทนพรพระพายขอโทษอย่างเป็นทางการ

ตอนนี้พรพระพายอยากพักใจจะขาด แต่ก็ต้องอยู่เคลียร์ทุกอย่างให้เรียบร้อย กระทั่งผ่านไปได้ด้วยดีเธอจึงขอตัวขึ้นไปยังห้องพัก แข้งขานั้นอ่อนแรงไปหมด เพราะยังปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้ไม่สมบูรณ์นัก และทันทีที่ประตูห้องพักซึ่งเธอใช้มันเป็นห้องแต่งตัวเมื่อหลายชั่วโมงปิดลง พรพระพายก็เดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาอย่างคนหมดเรี่ยวแรง เธอปล่อยอารมณ์ให้จมดิ่งอยู่ในห้วงของความเสียใจอย่างไม่อาจห้ามได้ ก่อนจะหยิบหมอนอิงขึ้นมาถือไว้แล้วยกมันขึ้นมาปิดหน้า จากนั้นก็….

กรี๊ดด

กรี๊ดดดด

กรี๊ดดดดดด

ตอน 3

กรี๊ดดดดดด

เสียงกรี๊ดของพรพระพายดังขึ้นหลายครั้ง แม้เสียงมันจะถูกปิดกั้นด้วยหมอนอิง แต่สิปางกับแวนดี้ที่ตัดสินใจตามขึ้นมาเพราะไม่อยากให้พรพระพายอยู่คนเดียวก็สัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดที่กำลังระเบิดออกมา รู้ว่าพรพระพายต้องอดทนอดกลั้น ฝืนยิ้มต่อหน้าใครต่อใคร ปากบอกว่าไม่เป็นไร ไม่สนไม่แคร์ แต่ในใจนั้นถูกแทงด้วยมีดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

“ไอ้ผู้ชายเฮงซวย จะเลิกทำไมไม่บอกกันแต่เนิ่นๆ มาหายหัวเอาวันแต่งงานแบบนี้ได้ยังไง อย่าให้เจอหน้านะ แม่จะฆ่าให้ตายคามือ” พรพระพายกัดฟันกรอดๆ ใบหน้าสวยที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีตเพื่อให้สมกับการเป็นเจ้าสาวแสนสวยของงานมีแต่ความโกรธเกรี้ยว ความเสียใจมากมายอาจถ่ายทอดออกมาเป็นน้ำตา แต่เวลานี้พรพระพายกลับไม่มีน้ำตาที่ว่าสักหยด

“ผู้ชายอะไรหน้าตัวเมีย” สิปางพลอยเดือดเข้าร่วมผสมโรงไปกับพรพระพายด้วย นั่นเพราะเธอเองก็โกรธกับสิ่งที่ราเชนได้ทำวันนี้เหมือนกัน ดีแล้วที่พรพระพายเอ่ยแบบนี้ออกมา โกรธก็ด่าดีกว่าเก็บไว้ในใจโดยไม่ได้ระบาย

“นี่ก็อยากจะด่า แต่ฉันหาคำมาแทนความเลวผู้ชายคนนั้นไม่ได้จริงๆ” แวนดี้ยิ้มเจื่อนๆ เพราะคิดหาคำด่าราเชนที่เหมาะสมกับความเหี้ยที่เขาก่อไม่ได้จริงๆ ก่อนจะเดินตรงไปหาพรพระพาย

“พาย…แกเป็นไงบ้าง อยากพูดอยากระบายอะไรให้ฉันสองคนฟังบ้างไหม” เพราะสนิทกันมาตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย แค่มองตาก็รู้ว่าอีกฝ่ายคิดหรือรู้สึกยังไง เวลานี้แวนดี้กับสิปางจึงสงสาร พรพระพายมากที่สุด

ชีวิตของเพื่อน แม้จุดเริ่มต้นมันจะโรแมนติกเหมือนนิยายที่หญิงสาวธรรมดาๆ ได้มาพบรักกับหนุ่มหล่อจากสังคมโก้หรู นั่นทำให้การใช้ชีวิตของพรพระพายเปลี่ยนไปด้วย จากคนธรรมดาก็เริ่มเข้าสังคมเริ่มมีคนเรียกว่าไฮโซ

หลังแต่งงานทั้งสองใช้ชีวิตคู่ด้วยกันไม่ถึงยี่สิบสี่ชั่วโมงด้วยซ้ำ พรพระพายก็ต้องเป็น ‘หม้าย’ เพราะภาคินเสียชีวิตในคืนส่งตัวเข้าหอ ผ่านมาหลายปีก็ได้พบรักครั้งใหม่และเมื่อชั่วโมงก่อนมันก็จบไม่สวย แต่ไม่ว่าอะไรจะเปลี่ยนไปมากแค่ไหน พรพระพายก็ยังเป็นพรพระพายคนเดิม

“ไม่มีเลย ตอนนี้ฉันอึ้งมึนงงไปหมด ไม่เข้าใจว่าพี่เชนคิดอะไรอยู่ ทำไมถึงทำแบบนี้” พรพระพายรู้สึกอย่างที่พูดจริงๆ นั่นเพราะไม่คิดว่ามันจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้กับเธอ ความรู้สึกทั้งรักทั้งแค้นมันเป็นยังไง วันนี้เธอก็เพิ่งได้สัมผัสจนถึงแก่น

เธออายุยังไม่ถึงสามสิบปีเต็มด้วยซ้ำไป แต่ต้องเป็นหม้ายถึงสองครั้ง พรพระพายยิ้มเหยียดให้โชคชะตาที่แสนจะอาภัพของตัวเธอเอง

“ไม่ต้องไปคงไปคิดมันหรอก เพราะดูท่าแล้วอีตาพี่เชนเองก็คงไม่ได้คิดเหมือนกัน ไม่งั้นจะทำแบบนี้เหรอ” สิปางเอ่ยขึ้น นั่นเพราะเธอเองก็มองราเชนผิดไปเหมือนกัน อุตส่าห์หลงคิดว่าเขาเป็นคนดี รักพรพระพายจากใจจริง แต่สุดท้ายก็เลว!

“ไม่ได้คิดหรือคิดไม่ได้ว่าเรื่องที่ทำมันเลวร้ายต่อพายมากแค่ไหน โตแต่ตัวแถมยังมีสมองไว้แค่คั่นหูจริงๆ” น้ำเสียงของแวนดี้ติดเย้ยหยัน ความดีที่ราเชนเคยสร้างไว้ตอนนี้พังราบเป็นหน้ากลองไปแล้ว ก่อนหน้านี้ก็คงทำดีแค่สร้างภาพล่ะมั้ง เธอก็ตาถั่วเห็นกงจักรเป็นดอกบัว

“น่าจะทั้งสองอย่าง แต่ก็ดีแล้วที่งานแต่งงานวันนี้มันล่ม ดีกว่าแต่งกันไปแล้วธาตุแท้โผล่”

“ก็จริงอย่างที่สิปางพูดนะพาย ดีแล้วที่งานมันล่มเสียก่อน” แวนดี้เอ่ยเห็นด้วย อย่างน้อยๆ พรพระพายก็มีคุณพระคุณเจ้าคุ้มครอง เพราะท่านคงช่วยถีบส่งคนไม่ดีให้ออกไปจากชีวิต แต่ถ้าให้ดีท่านน่าจะถีบส่งก่อนหน้านี้สักหน่อย

“แล้วงานเลี้ยงเย็นนี้แกเอาไง ให้ฉันแจ้งยกเลิกกับทางโรงแรมไปเลยไหม” สิปางรอฟังคำตอบ เพราะเธอจะได้ช่วยจัดการให้

“ไม่ต้องหรอก”

“อ้าว! ทำไม” สีหน้าของแวนดี้ดูสงสัยว่าเพราะอะไร พรพระพายถึงยังไม่ยอมยกเลิกงานเลี้ยงเย็นนี้ สิปางเองก็พลอยสงสัยไปด้วยอีกคน

“จ่ายเงินค่าจัดงานไปหมดแล้ว ของก็ซื้อมาเตรียมไว้หมดแล้ว ถ้ายกเลิกเขาก็คงต้องทิ้ง เอางี้ไหม…” พรพระพายเสนอความคิดที่อยู่ๆ ก็แวบเข้ามาในสมอง ซึ่งสิปางกับแวนดี้ก็เห็นด้วยทันที

“ความคิดดี เริ่ด” แวนดี้ยกนิ้วโป้งให้เพื่อนรัก แม้จะเสียใจหนัก แต่พรพระพายก็ยังคิดถึงคนอื่น แบบนี้สวรรค์ไม่ส่งคู่แท้มาให้ก็ใจร้ายไปหน่อยแล้ว

“งั้นเดี๋ยวฉันเป็นธุระให้เอง” สิปางอาสา นั่นเพราะเธอรู้ว่าจะไปหาแขกคนสำคัญในค่ำคืนนี้ได้จากที่ไหน รับรองได้ว่าแขกทุกคนต้องประทับใจกับรสชาติของอาหารและเสียงเพลงเพราะๆ ที่จะบรรเลงขับกล่อมในงานแน่นอน

“ฝากด้วยนะสิปาง” พรพระพายเอ่ยขึ้น เพราะหลังจากนี้คงต้องไหว้วานให้เพื่อนทั้งสองคนจัดการแทน

“จ้ะ” คนสวยพยักหน้ารับ ก่อนจะปลีกตัวไปประสานงานให้ทัน โดยเริ่มจากโรงแรมก่อน เพราะต้องการให้พวกเขาเปลี่ยนเวลาจัดงานให้เร็วขึ้น จะได้สะดวกกับแขกที่เธอกำลังติดต่อเพื่อเชิญให้มางาน ส่วนแวนดี้ก็ช่วยพรพระพายเปลี่ยนชุด

“ฉันรักแกนะพาย” แวนดี้กอดพรพระพายไว้แน่น จากที่ไม่มีน้ำตาให้ร้องอยู่ๆ น้ำตามากมายก็พรั่งพรูไหลอาบแก้มนวล พรพระพายร้องไห้สะอึกสะอื้นจนตัวโยน

“ร้องมาเถอะ อ่อนแอก็ร้องออกมาดีกว่าเก็บมันไว้” มืออุ่นๆ ของแวนดี้ลูบแผ่นหลังเนียนละเอียดของพรพระพายไปมา จากนั้นเธอก็แค่ยืนนิ่งๆ ปล่อยให้เพื่อนร้องจนพอใจ คนภายนอกที่ไม่รู้จักตัวตนของพรพระพาย จะมองว่าเธอเชิด เธอหยิ่ง เธอแรงและอื่นๆ ซึ่งแต่ละอย่างพุ่งไปในแง่ลบทั้งนั้น

แต่ถ้าพวกเขาได้รู้จักตัวตนจริงๆ จะรู้ทันทีว่าพรพระพายตรงข้ามกับลุคที่พวกเขาคุ้นชิน เธอคือเพื่อนแท้ เธอน่ารักและบางครั้งก็โก๊ะๆ ด้วยซ้ำไป

“ฉันโอเคแล้วแก” น้ำเสียงปนสะอื้นเอ่ยขึ้น เธอสลัดความเสียใจทิ้งแล้วพยายามดึงพรพระพายคนเดิมกลับมา เสียงสูดอากาศเข้าปอดดังขึ้นหนักๆ จากเธอพร้อมกับใช้หลังมือปาดน้ำตาออกไปจากแก้ม สัญญากับตัวเองว่าจะร้องไห้ให้กับเรื่องนี้เป็นครั้งสุดท้าย

จากนั้นจึงเดินเข้าห้องน้ำเพื่อไปล้างหน้าล้างตา แต่กลับมายืนมองตัวเองในกระจกบานใหญ่ สภาพของเธอตอนนี้ดูไม่ต่างจากผีซอมบี้ ช่างต่างจากพรพระพายคนเมื่อเช้ามืดที่ยืนสวยอยู่ในกระจกลิบลับ

“ผู้หญิงอะไร อาภัพเรื่องสามีจริงๆ คนแรกก็ตาย คนที่สองก็ชิ่ง...หึ” พรพระพายเอ่ยกับตัวเองแถมยังยิ้มเหยียดให้กับโชคชะตาอีกต่างหาก ก่อนจะก้มมองแหวนเพชรเม็ดโตบนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนแทนใจจากราเชนซึ่งครั้งแรกที่ได้มาทำเอาเธอถึงกับร้องไห้ นอนไม่หลับไปตั้งหลายคืน

พรพระพายถอดแหวนออกจากนิ้วอย่างไม่ลังเล เตรียมจะหย่อนลงไปในชักโครกที่อยู่ข้างๆ แต่กลับหยุดเสียดื้อๆ แหวนวงนี้มันไม่มีค่าสำหรับเธออีกต่อไปแล้ว แต่…มันอาจมีค่าสำหรับคนอื่นก็ได้ เมื่อคิดแบบนั้นจึงเก็บแหวนเพชรเม็ดงามเอาไว้ก่อน เมื่อล้างหน้าล้างตาเสร็จก็เปิดประตูห้องน้ำออกมา

“ฉันโอเคแล้วแก คราวนี้โอเคจริงๆ”

“ฉันรู้อยู่แล้วว่าแกต้องโอเค” แวนดี้เอ่ยรับขึ้น ก่อนจะเข้ามากอดเพื่อนอีกครั้ง

สิ่งแรกที่พรพระพายทำคือลงไปเดินดูความเรียบร้อยภายในห้องบอลรูม อันเป็นสถานที่จัดงานแต่งงานสุดโรแมนติกที่ตอนนี้กำลังถูกเปลี่ยนไปเป็นงานเลี้ยงสำหรับเด็กๆ จากหลายมูลนิธิ ซึ่งเริ่มทยอยมารวมตัวกันตามคำเชื้อเชิญของสิปาง

แต่ปริมาณอาหารสำหรับแขกนับพันคนมันก็มากเกินกว่าที่เด็กๆ จะทานกันหมด สิปางจึงจัดการประสานงานให้รถนำอาหารทั้งคาวหวานส่วนหนึ่งไปมอบให้สถานที่ต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียง

“ขอบคุณครับ/ขอบคุณค่ะ” นี่คือประโยคที่พรพระพายได้ยินหลังจบงาน แม้มันจะไม่ใช่คำอวยพรในงานแต่งงานอย่างที่เธอคิด แต่มันก็ทำให้เธอยิ้มและมีแรงเพื่อจะก้าวเดินต่อไปในวันพรุ่งนี้ได้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED