ตอน 1

ในห้องขนาดใหญ่ เสียงโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียงอันปราณีตดังสั่นอย่างต่อเนื่อง สร้างความรำคาญให้กับนรีรัตน์อยู่ไม่น้อย

เธอเอื้อมมือไปเพื่อที่จะหยิบโทรศัพท์ แต่ชายที่อยู่บนตัวเธอกลับออกแรงเพิ่มขึ้น

“ชยุด คุณ” “อ่า”

ยังไม่ทันที่นรีรัตน์จะได้พูดอะไรต่อ มือของเธอนั้นกลับต้องขยำผ้าปูที่นอนจนแน่น คำตำหนิก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหอบหายใจ

หลังจากที่ทุกอย่างสงบลง นรีรัตน์ขบฟันแน่นจ้องมองไปที่เขา ร่างกายเธออ่อนระทวยราวกับขี้ผึ้งลนไฟ

คืนนี้เขาหยาบคายมาก

ชายคนนั้นได้ผละออกจากร่างของนรีรัตน์

เขายิ้มมุมปาก การแสดงออกของเขาช่างเอ้อระเหยเอื่อยเฉื่อย

ในขณะนรีรัตน์มองค้อนอยู่นั้น เขาได้เอื้อมมือออกไปกดรับโทรศัพท์ด้วยน้ำเสียงอันอ่อนโยน “ครับที่รัก ผมอาบน้ำก่อน เสร็จแล้วจะลงไปหานะครับ รอผมแป๊บนึงนะเด็กดี”

ชายคนนี้สูง 189เซนติเมตร รูปร่างสง่างาม มัดกล้ามเนื้อที่ได้สัดส่วน ผสมลงตัวกับหยดเหงื่อจากกิจกรรมออกกำลังกายเมื่อสักครู่ ยิ่งทำให้มีเสน่ห์เป็นที่น่าหลงใหลแก่ผู้ที่ได้พบเห็น ดวงตาคู่งามหรี่ลงช่างดูเชื้อเชิญน่าเสน่หาเป็นเท่าตัว

มีเพียงแต่นรีรัตน์เท่านั้นที่รู้ว่าเขาไร้ซึ่งความปราณีและโหดเหี้ยมเพียงใด

ความอบอุ่นอ่อนโยนของเขามีไว้ให้แต่เพียงบุคคลผู้เปรียบเสมือนเป็นดั่งแสงจันทร์ที่ส่องกลางใจของเขาแต่เพียงผู้เดียว

แววตาและสีหน้าของนรีรัตน์เปลี่ยนเป็นเย็นชาในทันที พร้อมกับดึงผ้าห่มขึ้นเพื่อห่อร่างกายอันเปลือยเปล่าของตัวเองเอาไว้ ขณะนี้ชยุด ได้เข้าไปในห้องอาบน้ำแล้ว

ประตูห้องน้ำเปิดอยู่ เสียงน้ำไหลมาจากด้านใน

ห้องขนาดใหญ่และสะอาด สิ่งของตกแต่งในนั้นล้วนส่งมาจากประเทศ D ทั้งนั้น

ถึงแม้ที่นี่คือวิลล่าของชยุด แต่นรีรัตน์กลับรู้สึกว่ามันไม่ต่างอะไรกับโรงแรม

“ลงไปข้างล่างแล้วถ่ายรูปให้ผม”

ชยุด ซึ่งออกมาจากห้องอาบน้ำ พูดด้วยน้ำเสียงเรียบ ๆ

นรีรัตน์รู้ดีว่าชยุดนั้นเกลียดเธอมาก ถึงแม้เธอเป็นภรรยาของเขา แต่เขาไม่ได้รู้สึกชอบเธอเลยสักนิด

พวกเขาทั้งสองก็แค่ทำตามพันธสัญญาก็เท่านั้น

พันธสัญญาที่ว่า ชยุดจะต้องทำให้นรีรัตน์ตั้งครรภ์ลูกของเขาให้ได้ภายในหนึ่งปี

นี่คือสัญญาของพวกเขา

หากภายในหนึ่งปีนี้เธอไม่สามารถตั้งครรภ์ลูกของชยุด หุ้นของAN กรุ๊ปที่อยู่ในมือเธอทั้งหมดก็จะถูกเพิกถอน และเธอก็จะถูกขับไล่ออกจากเมือง A

‘AN กรุ๊ป’คือบริษัทชั้นนำความมั่งคั่งอันดับหนึ่งโดยการจัดอันดับของฟร์อบส์ ซึ่งทิ้งห่างจากอันดับสองอย่างไม่ติดฝุ่น

‘ชยุด เกียรติโรจนปรีชา ’ผู้เป็นประธานของ AN กรุ๊ป คือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูง และได้รับการขนานนามสามปีซ้อนว่าเป็น ‘ชายหนุ่มในฝันที่ผู้หญิงต้องการจะแต่งงานมากที่สุด’จากการจัดอันดับของนิตยสารโกล์ดบอล รีเจ้นท์

เขาได้นำพา AN กรุ๊ป ทะยานอย่างก้าวกระโดด จากอันดับที่ 7 ขึ้นที่อันดับ 1 จากการจัดอันดับความมั่งคั่งของฟร์อบส์ ด้วยอายุเพียงสิบเจ็ดปี

คนที่ชยุดเพิ่งคุยโทรศัพท์เมื่อสักครู่ คือคนที่เป็นยอดดวงใจของเขา ซึ่งตอนนี้กำลังรอเขาอยู่ด้านล่าง

แววตาของนรีรัตน์ดูเยือกเย็น เธอกล่าวกับชยุดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ฉันไม่ใช่ช่างภาพมืออาชีพสักหน่อย”

“ผมใช้ให้เธอถ่ายรูป เธอก็ถ่ายไปเถอะอย่าเรื่องมากนักเลย” ส้าวฉาวถลึงตาใส่นรีรัตน์ “ถ้าเรื่องมากนัก ตำแหน่งรองประธานบริษัทก็ไม่ต้องเป็นมันแล้ว”

“คุณ” นรีรัตน์จ้องไปที่ชยุดด้วยความแค้นเคือง

พูดจบชยุดก็เดินหันหลังมุ่งไปยังประตูโดยไม่หันกลับไปมองเธออีกแม้แต่ปลายหางตา พร้อมกล่าวว่า “อ่อ แล้วอย่าลืมหล่ะว่า คืนนี้เธอมีนัดทานข้าวที่สวรรค์เพลส ถ้าชักช้าล่ะก็เธอจะต้องชดใช้”

นรีรัตน์มองดูเขาหันหลังเดินออกไป ได้แต่กำหมัดแน่นด้วยความแค้น

สำหรับชยุดไม่มีใครสำคัญเกินไปกว่ายอดดวงใจของเขา‘ปรียาวดี เจริญพรอุดม ’

ต้องใช้เวลาอยู่พักใหญ่กว่าที่นรีรัตน์จะสงบสติอารมณ์ลงได้ แล้วเดินไปหยิบเสื้อผ้า

เพื่อหุ้นของ AN กรุ๊ป เธอจำเป็นต้องอดทน

แต่ทำไมเมื่อเวลาที่เธอเห็นชยุดทำดีกับผู้หญิงคนอื่นเธอถึงได้เจ็บแปลบขึ้นมา

เมื่อคิดเช่นนี้แววตาของเธอค่อย ๆ เคลือบแฝงไปด้วยความเศร้าเล็ก ๆ

ความจริงแล้วภายในส่วนลึกของหัวใจเธอยังมีความปรารถนาอยู่

เธอหวังว่าจะได้รับความรักจากชยุด ตลกสิ้นดี

เวลาผ่านไปครู่ใหญ่กว่าที่นรีรัตน์จะสามารถหยิบกระโปรงยาวพลิ้วขึ้นมาสวมใส่ นอกจากความไม่สบายส่วนล่างของเธอแล้ว ชยุด ก็ไม่ได้ทิ้งร่องรอยอื่นบนร่างกายเธอแต่อย่างใดเลย

เขาไม่สนใจที่จะสัมผัสส่วนใดส่วนหนึ่งของเธอ

ถ้าไม่ใช่เพราะเธอต้องให้กำเนิดลูกของครอบครัวฟู่ เกรงว่าเขาไม่อยากจะแตะต้องตัวของเธอเลยด้วยซ้ำ

นรีรัตน์ฝืนความเจ็บร้าวช่วงเอวของเธอ และเดินลงบันไดไปทีละขั้น

ณ ห้องโถง ชยุดกำลังประคองกอดปรียาวดีเตรียมพร้อมที่จะถ่ายรูป

ปรียาวดี ตอนนี้อยู่ในชุดยาวสีขาวราวหิมะ เหมาะกับใบหน้าที่สวยงามและรูปร่างที่ได้สัดส่วนของเธอ กำลังยิ้มบาง ๆ อย่างมีความสุข

เมื่อเธอและชยุดยืนเคียงข้างกัน ยิ่งทำให้ดูเหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก

เมื่อเขาสังเกตเห็นนรีรัตน์ที่เพิ่งเดินลงมาถึง รอยยิ้มของเขาก็หุบลง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “ทำไมถึงได้ชักช้านัก”

เมื่อได้ยินคำถามบาดหูของชยุด นรีรัตน์ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่ พยายามสงบอารมณ์โกรธที่อยู่ภายใน

เธอค่อย ๆ เดินไปอย่างเงียบ ๆ ปรียาวดีซึ่งมีศักดิ์ลูกพี่ลูกน้องเธอกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชยุดนั้น ส่งยิ้มให้นรีรัตน์พร้อมกล่าวขอโทษ“ขอโทษทีนะนรีรัตน์ แต่พอดีว่าชยุดเค้าอยากจะได้รูปคู่ให้ได้เลย บอกว่าจะเอาไปแชร์ในกลุ่มเพื่อน แถมยังบอกอีกว่าต่อไปนี้วันเกิดของฉันทุกปีจะต้องแชร์รูปคู่หนึ่งรูปเป็นอย่างน้อยล่ะ”

ปรียาวดีชอบพูดอวดอย่างนี้เป็นประจำ จนนรีรัตน์ชินชา

ดังนั้นนรีรัตน์จึงไม่แสดงท่าทีอื่นใด และแบบมือออกไปหาชยุดอย่างไม่ยินดียินร้าย “มือถือ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงห้วน ๆ

ชยุดโยนโทรศัพท์ให้นรีรัตน์ พูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “ถ้าเธอถ่ายได้ไม่ดี ก็อยู่บ้านเรียนถ่ายรูปมาใหม่ให้ดี ๆ เพราะจากนี้เรื่องพวกนี้คงจำเป็นต้องใช้เธอ

นี่เป็นการกลั่นแกล้งกันชัด ๆ เขารู้ทั้งรู้ว่าเวลาเธอมีไม่มาก น่ารังเกียจที่สุด

หัวใจของนรีรัตน์นั้นกำลังรุ่มร้อนดั่งไฟสุมอก แต่บนใบหน้านั้นกลับเรียบเฉยไม่แสดงอาการใด ๆ

ชยุดเหล่มองนรีรัตน์ด้วยปลายหางตา กลับไม่พบความผิดปกติใด ๆ บนใบหน้า ทำให้รู้สึกหงุดหงิดใจอย่างไรก็ไม่รู้

เขารวบต้นขาของปรียาวดี และท่าทางการโพสท่าของพวกเขาดูคลุมเครืออย่างมาก

“คนบ้า” ปรียาวดีพูดด้วยใบหน้าที่แดงอย่างเขินอาย

เธออายมากจนแกล้งเอาหน้าลงไปซบที่อกของชยุด พลางมองไปทางนรีรัตน์ด้วยแววตาที่โอ้อวดยั่วยุอย่างมีนัยยะ

เมื่อชยุดกอดขาของปรียาวดีแล้วเอนกายแนบชิด ทำให้กระโปรงของปรียาวดีที่พะรุงพะรังเกี่ยวรั้งเข้ากับเสื้อ ก็ยิ่งทำให้ท่าทางของทั้งสองยิ่งดูคลุมเครือมากขึ้น

นรีรัตน์ไม่ได้แยแสการยั่วยุของปรียาวดี ถ่ายภาพต่อเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ชยุดทั้งโอบขาโอบเอวของปรียาวดี อีกทั้งยังประทับจูบลงบนใบหน้าของเธอ

ปรียาวดียิ้มแสร้งทำเป็นเขินอาย

นรีรัตน์รับรู้ทุกท่าทางการกระทำของพวกเขา

ชยุดโพสทุกท่าที่ล่อแหลม คลุมเครือทุกท่าเท่าที่เขานึกออก แต่สีหน้าของนรีรัตน์ก็ยังไม่แสดงความรู้สึกใดๆ เมื่อเป็นดังนั้นยิ่งทำให้เขายิ่งรู้สึกหงุดหงิด เขาคว้าโทรศัพท์จากมือของนรีรัตน์ “ไหนขอดูรูปหน่อยสิ ถ้าถ่ายปรียาวดีของผมไม่สวยล่ะก็เธอต้องถ่ายใหม่”

นรีรัตน์อยู่ในท่าทีที่เงียบสงบ เธอยื่นโทรศัพท์ให้ชยุดอย่างใจเย็น

ปรียาวดีทุบแขนชยุดเบา ๆ แกล้งกล่าวคำตำหนิเล็ก ๆ “นี่คุณไม่วางใจในรูปร่างหน้าตาของฉันเหรอ”

ชยุดจูบลงบนหน้าผากหนึ่งที “ไม่ใช่หรอก ปรียาวดีของผมน่ะสวยที่สุดในโลกอยู่แล้ว” “แค่ผมกลัวว่าฝีมือถ่ายภาพของนรีรัตน์จะแย่เกินไปน่ะ”

ปรียาวดียิ้มอย่างเข้าใจและกล่าวว่า “คุณไม่วางใจยีนส์ของตระกูลฉันเหรอคะ”

ความหมายก็คือนรีรัตน์และปรียาวดีนั้นทั้งสองเป็นลูกพี่ลูกน้องกัน ทั้งสองคงไม่ต่างกันมากนักหรอก

ชยุดพยักหน้ารับ

ปรียาวดีสวยมาก ผิวพรรณขาวผุดผ่อง ผมยาวตรงเงางาม ตาคู่โตสุกใส

เธอสูง186เซนติเมตร ทรวดทรงดูได้รูปได้สัดส่วน ผู้ชายได้เห็นเป็นต้องหลงรัก

อย่างนี้แล้ว ไม่ว่าจะถ่ายมุมไหน อย่างไรเสียก็ออกมาสวยอยู่ดี โดยเฉพาะอย่างยิ่งนรีรัตน์นั้นถ่ายรูปอย่างตั้งใจ

ชยุดเปิดดูรูปทั้งหมดที่นรีรัตน์ถ่าย พบว่ารูปถ่ายที่ออกมานั้นสวยอย่างไร้ที่ติ ทุกรูปปรียาวดีนั้นดูสวยงดงามราวกับภาพวาด ส่วนตัวเขาเองก็ดูดี ท่วงท่าสง่างาม ทำให้เขาไม่สามารถหาบกพร่องแม้แต่นิดเดียว

ดูเหมือนว่านรีรัตน์จะรับเอาเรื่องนี้เป็นภารกิจจริง ๆ เลยไม่แปลกใจเลยที่เธอจะไม่แสดงถึงอาการผิดปกติ

อย่างนี้แล้วชยุดก็ไม่สามารถหาข้อติได้ ทำให้ยิ่งรู้สึกร้อนรนขึ้นไปอีก

เขาเก็บโทรศัพท์มือถืออย่างไม่สบอารมณ์ พร้อมพูดว่า“หมดเรื่องของเธอแล้ว จะไปไหนก็ไปซะ”

นรีรัตน์เดินหันหลังกลับด้วยท่าทีเรียบเฉยไม่ต่างจากเดิม

“เดี๋ยวก่อน” เขาจ้องไปยังร่างของนรีรัตน์ “ไปเปลี่ยนชุดซะ สีชุดของเธอเหมือนกับของปรียาวดี” “อย่าใส่ชุดสีเดียวกับปรียาวดีไปงานเลี้ยงคืนนี้ เดี๋ยวปรียาวดีจะดูไม่โดดเด่นเท่าที่ควร”

หลังจากพูดจบใบหน้าของเขาก็เย็นชายิ่งขึ้นราวกับยมทูต “ปรียาวดีต้องเป็นหนึ่งเดียวเท่านั้น เพราะฉะนั้นชุดของเธอที่มีสีเดียวกับปรียาวดีเอาไปทิ้งให้หมดซะ”

ทันทีที่ได้ฟังดังนั้น หัวของนรีรัตน์ก็เต็มไปด้วยความโมโหอีกครั้ง

เธอยืนนิ่งอยู่กับที่ ไม่อาจระงับความโกรธได้อีกต่อไป ในที่สุด เธอก็ต้องกัดฟันตอบออกไป “คำสั่งของคุณฟู่ ดิฉันจะจำไว้แล้วนำไปปฏิบัติอย่างครบถ้วนค่ะ”

การที่เธอใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับปรียาวดีจะทำให้ปรียาวดีโดดเด่นน้อยลงงั้นเหรอ ฉันก็ไม่ได้อยากใส่เสื้อผ้าสีเดียวกับผู้หญิงเสแสร้งพรรณนั้นหรอก

นรีรัตน์ค่อย ๆ คลายหมัดลงแล้วเดินขึ้นบันไดไป

เมื่อเห็นนรีรัตน์เดินขึ้นไปชั้นบนอย่างโกรธเคือง มุมปากของปรียาวดีก็กระตุกขึ้นและยิ้มอย่างมีชัย

หลังจากขึ้นห้องไป นรีรัตน์ก็กระชากเสื้อผ้าสีขาวทั้งหมดลงไปกองกับพื้น

ปรียาวดีชอบเสื้อโทนสีอ่อน โดยเฉพาะสีขาว

สิ่งที่ปรียาวดีชอบ นรีรัตน์ก็ไม่อยากจะแตะต้องนักหรอก

“ตัวเอง คุณโพสต์รูปเราหรือยังคะ” ปรียาวดีซึ่งเอาหน้าแนบอกของชยุดอยู่ เงยหน้าขึ้นถามเขา

ชยุดที่เหม่อมองตามแผ่นหลังของนรีรัตน์อยู่นั้นก็รู้สึกตัวขึ้น ก้มหน้าตอบรับคำของปรียาวดี “อัปโหลดเดี๋ยวนี้แหละ”

เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูรูปของเขากับปรียาวดี

ในภาพทั้งสองยิ้มอย่างมีความสุข ดูเหมาะสมกันอย่างสวรรค์สร้าง แต่ยิ่งดูก็ยิ่งเสียอารมณ์ จึงเลือกอย่างไม่ใส่ใจมาหนึ่งรูปแล้วแชร์ลงโมเมนต์

ตั้งแคปชั่นประกอบว่า“สุขสันต์วันเกิดครับที่รัก รักคุณตลอดไป”

ทันทีที่เขาแชร์โมเมนต์เสร็จก็มีคนเข้ามาคอมเมนต์

คุณเห้อ “อิจฉา ตาร้อน”

คุณซุน “ตายสงบศพสีชมพู” ‘ฆ่าคนโสด’ ‘เหม็นความรัก’ ‘ทำร้ายจิตใจ’

มีข้อความดี ๆ อยู่บ้างเช่น‘สุขสันต์วันเกิดปรียาวดีคนสวย ขอให้อ่อนเยาว์และดูดีตลอดไป’ หรือ‘ชยุดรักคุณสามพัน’

คนเหล่านี้ล้วนแล้วแต่รู้ว่าชยุดนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว แต่พวกเขายังรู้อีกว่า หัวใจของชยุดเป็นของใครคนนั้นคนเดียว

ตอน 2

ชยุดไม่เคยเอ่ยชื่อนรีรัตน์ร์ในโมเมนต์วีแชทของเขาเลยแม้แต่คำเดียว คนที่เค้าเอามาอวดในโมเมนต์มีเพียงปรียาวดีคนเดียวเท่านั้น

ทุกคนต่างพากันคิดว่าเขารักเดียวใจเดียว แล้วจะมีสักกี่คนที่กล้าต่อว่าเขาว่าไร้หัวใจ ถึงแม้แต่งงานไปกับนรีรัตน์แล้ว แต่เขาก็ยังแสดงความรักกับหญิงอื่นที่มิใช่ภรรยาอย่างโจ่งแจ้ง

นรีรัตน์สวมเดสสีแดงทรงเอ ผมยาวประบ่าถูกจัดแต่งเล็กน้อย ประดับด้วยตุ้มหูอย่างง่าย ๆ ถึงแม้ใบหน้าของเธอจะไม่ได้รับการแต่งแต้มจากเครื่องสำอางใด แต่เห็นได้ชัดว่าโครงหน้าของเธอสวยได้รูป ไม่มีคำอธิบายใด ๆ เหมาะไปกว่าคนที่มาจากฟ้า

เธอสูง166เซนติเมตร สไตล์อารมณ์เธอให้ความรู้สึกเย็นชา พวกชุดที่เป็นสีเข้มสดจะเข้ากับเธอได้เหมาะสม

หลังจากคนขับเปิดประตู เธอลงจากรถก้าวเข้าไปสวรรค์เพลส

นี่คือโรงแรมที่หรูหราที่สุดในเมือง A ต้องจองล่วงหน้า และเฉพาะสมาชิกระดับทองที่มีค่าธรรมเนียมรายปีมากกว่าห้าล้านเท่านั้นที่สามารถนัดหมายได้

ห้องส่วนตัวที่เธอจองอยู่บนชั้นสาม

การเชิญ KIA กรุ๊ป มาร่วมรับประทานอาหารในค่ำคืนนี้ เพื่อเจรจาต่อสัญญาธุรกิจ

“เลขาฯหวางเพิ่งโทรมาบอกว่า CEO ของ KIA กรุ๊ปที่เพิ่งกลับมาจากต่างประเทศจะเข้าร่วมงานเลี้ยงในวันนี้ด้วย” ผู้ช่วยของนรีรัตน์กระซิบบอกที่ข้างหู ในขณะที่เธอเดินเข้าไปในโรงแรม

ม่านตาของนรีรัตน์ขยายขึ้นเล็กน้อย KIA กรุ๊ป เป็นบริษัทยักษ์ใหญ่ในเมือง C และยังติดอันดับความมั่งคั่งจากการจัดอันดับของฟร์อบส์

เดิมที AN กรุ๊ปได้ส่งคำเชิญขอความร่วมมือต่อสัญญาหลายครั้ง แต่พวกเขาก็กำลังอยู่ในระหว่างการพิจารณา

เพิ่งตอบตกลงนัดเจรจาเมื่อเดือนที่แล้วนี่เอง แต่ครั้งนี้ยังมีCEO มาร่วมด้วย จะทำให้โอกาสการเจรจาง่ายขึ้น หรือยุ่งยากขึ้นกันแน่นะ

นรีรัตน์กังวลเล็กน้อย แต่ทว่าสีหน้าก็ยังคงเรียบเฉยไม่เปลี่ยนแปลง

“เอาล่ะฉันรู้แล้ว ก็คงต้องเป็นไปตามนี้ก่อน ว่าแต่ไวน์และอาหารที่สั่งได้จัดเรียบร้อยดีแล้วใช่ไหม”

“เรียบร้อยดีแล้วค่ะ” ผู้ช่วยตอบกลับ

เธอเข้มงวดเป็นพิเศษโดยเฉพาะการเจรจาครั้งนี้มีผู้บริหารระดับสูงของ KIA กรุ๊ปเข้าร่วมด้วยจะให้มีข้อผิดพลาดไม่ได้แม้แต่นิดเดียว

เมื่อเดินเข้าไปยังห้องที่จัดไว้ นรีรัตน์และผู้ช่วยตรวจดูความเรียบร้อยของสถานที่อีกครั้ง เมื่อแน่ใจว่าไม่พบปัญหาใด ๆ เธอจึงนั่งลง พอดีกับผู้ช่วยของเธอได้รับสายโทรศัพท์

เมื่อรับสายเสร็จผู้ช่วยกล่าวแจ้งนรีรัตน์ด้วยน้ำเสียงที่ตื่นเต้น “รองประธานลั่วคะ เพ็ญนีติ์บอกว่าคนของ KIA กรุ๊ป มาถึงแล้วค่ะ”

“ให้พวกเขาพาคนของ KIA กรุ๊ป เข้ามาได้เลย” นรีรัตน์ไม่มีอาการประหม่าแม้แต่น้อย

“ค่ะ” ผู้ช่วยวางสายหลังจากสั่งเพิ่มอีกสองสามคำกับปลายสาย

นรีรัตน์รู้สึกขาเมื่อยเล็กน้อย และไม่ค่อยสบายที่ช่วงเอว

แต่คนของ KIA กำลังมาทำให้เธอไม่สามารถนั่งพักได้

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอต้องรับรองลูกค้ารายใหญ่ แต่ทำไมครั้งนี้เธอถึงรูัสึกอึดอัดอย่างนี้นะ เป็นไปได้ไหมว่าเครื่องปรับอากาศในห้องเย็นไม่เพียงพอ

เธอโทรหาผู้ช่วยขอให้ผู้ช่วยตรวจสอบอุณหภูมิห้องอีกครั้ง

“24 องศาค่ะ” ผู้ช่วยบอกหมายเลข

24 องศาไม่ควรทำให้เธออึดอัด แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างทำให้นรีรัตน์ยังคงรู้สึกร้อนเล็กน้อย

อาจเพราะเหตุผลทางจิตใจ

สักพัก ประตูห้องส่วนตัวก็ถูกผลักเปิดออก ร่างสูงสบตากับนรีรัตน์

ชายผู้ที่ยืนอยู่หน้าประตูตาคู่นั้นของเขาเป็นประกายดั่งทะเลลึก เขาสวมสูทสีเทาเงินถึงแม้จะมีรอยยิ้มเล็กๆปรากฏขึ้น แต่ในลึก ๆ ในแววตาก็ยังคงมีความไว้ตัวอยู่

ในบรรดาแขกทั้งหมดเจ็ดคนที่เข้ามา เขาเป็นคนที่โดดเด่นที่สุด

ดวงตาของเขาจับจ้องไปที่นรีรัตน์ รอยยิ้มนั้นก็ยิ่งสดใสขึ้นกว่าเดิม

รอยยิ้มของเขาเจิดจ้าจนผู้คนไม่สามารถละสายตาได้

“ผมบังเอิญพบกับคุณชยุดระหว่างทาง ทำให้เสียเวลาไปเล็กน้อย คิดไม่ถึงเลยว่าเขาก็จองห้องส่วนตัวไว้ที่ชั้นสี่ เพื่อที่จะฉลองวันเกิดให้กับคุณปรียาวดี” ชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ข้างชายในชุดสูทสีเทาเงินกล่าวด้วยรอยยิ้ม

หัวใจของนรีรัตน์เจ็บแปลบ แววตาของเธอหม่นลง

เธอไม่คาดคิดเลยว่า ชยุดจะจัดงานฉลองวันเกิดของปรียาวดีที่นี่ แต่ใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเธอก็ขจัดความรู้สึกเจ็บปวดที่มีออกไปได้

“คุณคือ CEO คนใหม่ของ KIA กรุ๊ปใช่ไหมคะ” นรีรัตน์ยิ้มอย่างสุภาพถามคนที่พูดก่อนหน้าเมื่อครู่นี้

ผู้ที่พูดเมื่อครู่นั้นคือผู้อำนวยการจ้าว

“รองประธานลั่วสายตาช่างหลักแหลมจริง ๆ CEO คนใหม่ของ KIA กรุ๊ป คือท่านผู้นี้ครับ ธัชพล ปัญญาศิลป์ ” ผู้อำนวยการจ้าวกล่าวแนะนำอย่างอดเสียมิได้

“ยินดีที่ได้รู้จักครับรองประธานลั่ว ผมได้ยินกิติศัพท์ของคุณมานานแล้ว ” ธัชพลก้าวออกมาข้างหน้า

ธัชพลมองไปที่นรีรัตน์ด้วยแววตาอันอบอุ่นและเป็นมิตร พร้อมยื่นมือออกไปทางนรีรัตน์อย่างสุภาพ

นรีรัตน์จ้องมองบนใบหน้านั้นอยู่นานก็ยังไม่ได้ยื่นมืออกไปแต่อย่างไร จนผู้ช่วยต้องแตะให้เธอรู้สึกตัวเบา ๆ

เมื่อเธอรู้สึกตัวเธอก็ยื่นมือออกไปจับพร้อมยิ้มอย่างสุภาพ

ธัชพลเขย่ามือนรีรัตน์เบา ๆ และดึงตัวเธอเข้ามาหา เขาโน้มตัวไปข้างหน้าริมฝีปากที่เซ็กซี่น่าดึงดูดแนบชิดกับหูของเธอแล้วพูดช้า ๆ ว่า “สุขสันต์วันเกิดนะครับ”

เลือดในร่างกายของนรีรัตน์สูบฉีดขึ้น เป็นเพราะประโยคนี้ทำให้เธอยืนตัวแข็ง

วันเกิดของเธอ ยังมีคนจำวันเกิดเธอได้ด้วยเหรอ แววตาของเธอปวดร้าว ในวันคล้ายวันเกิดของเธอสามีของเธอกำลังจัดงานฉลองวันเกิดให้กับหญิงอื่นอยู่ ส่วนตัวเธอนั้นต้องมารับรองแขกของบริษัท คิด ๆ แล้วช่างน่าเศร้า

ตอน 3

“CEO ของพวกเราเพิ่งกลับมาจากฝรั่งเศส การทักทายเช่นนี้ถือเป็นการทักทายแบบต่างชาติ แสดงถึงความเป็นมิตร” ผู้อำนวยการจ้าวกล่าวขึ้น

นรีรัตน์รู้สึกตัวขึ้น พร้อมทั้งเก็บซ่อนความรู้สึกปั่นป่วนที่ก่อตัวเมื่อครู่นี้

เธอมองไปที่ธัชพลอย่างสงบนิ่ง “เป็นเกียรติที่ได้พบกับคุณธัชพลในวันนี้ เชิญด้านในค่ะ”

เธอพาธัชพลไปยังที่นั่ง แล้วต้อนรับทักทายกับผู้บริหารท่านอื่น ๆ

ดูเหมือนว่าวันนี้ผู้อำนวยการจ้าวตั้งใจที่จะจี้ใจดำนรีรัตน์เป็นพิเศษ เขาเดินไปที่เก้าอี้และถามด้วยรอยยิ้มว่า “ทำไมวันนี้ประธานชยุดไม่มาล่ะ หรือว่าเขา”

“ผู้อำนวยการจ้าว” ธัชพลเอ่ยขึ้นพร้อมมองตรงไปยังผู้อำนวยการจ้าว ทำให้เขาต้องเงียบปากไป อุณหภูมิของทั้งห้องดูเหมือนจะลดลงสองสามองศาเนื่องจากคำพูดและการกระทำของเขา

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เขาก็หรี่ตาอีกครั้งและยิ้ม “รองประธานลั่วคือเพื่อนร่วมชั้นของผม”

ผู้อำวยการจ้าวอ้าปากค้างด้วยความประหลาดใจ

ทุกคนต่างก็แปลกใจในเรื่องเซอร์ไพร์สนี้ เหล่าผู้บริหารระดับสูงของ ‘KIA’ ต่างมองหน้ากันเลิกลั่ก พวกเขาทั้งหมดต่างก็ต้องการทราบถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเรื่องราวนี้

นรีรัตน์ขยับตัวเล็กน้อยรู้สึกประหลาดใจเพราะไม่คิดว่าธัชพลจะจำเธอได้

หลังจากที่ได้สัญญาณเตือนจากธัชพล ทำให้ผู้อำนวยการจ้าวต้องส่งยิ้มน้อย ๆ ไปให้นรีรัตน์อย่างแก้เก้อ พอดีกับที่ไวน์ถูกส่งขึ้นมา เขาจึงรินไวน์ใส่แก้วแล้วยื่นให้กับนรีรัตน์ “ผมขอโทษที่เมื่อสักครู่พูดจาเหลวไหล ขอใช้ไวน์แก้วนี้เพื่อทดแทน ผมหวังว่ารองประธานลั่วจะรับคำขอโทษนี้ไว้”

เขายื่นแก้วไวน์ส่งให้นรีรัตน์ เธอยิ้มแข็ง ๆ

เธอดื่มมันไม่ได้ เพราะเธอกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการตั้งครรภ์ เธอไม่สามารถแม้กระทั่งใช้เครื่องสำอาง หรือผลิภัณฑ์ดูแลผิวใด สิ่งของทุกอย่างที่เธอใช้ รวมถึงอาหารที่เธอดื่มกิน ล้วนแล้วแต่ถูกควบคุมโดยตระกูลฟู่อย่างเข้มงวด

ผู้ช่วยของเธอทราบเรื่องนี้ดีจึงคว้าแก้วไวน์จากมือของเธอ “รองประธานของเราแพ้แอลกอฮอลล์ ให้ฉันดื่มแก้วนี้ทดแทนนะคะ”

เมื่อพูดจบเธอก็กระดกไวน์ลงแก้วรวดเดียวหมด แล้วยื่นแก้วที่ว่างเปล่าไปข้างหน้าเพื่อให้ผู้อำนวยการจ้าวเห็น ไม่มีไวน์เหลือสักหยด

ผู้อำนวยการจ้าวยิ้มแล้วกล่าวชม “ดี ดื่มได้ดี” เขาไม่ได้เอาความอะไรต่อ พร้อมทั้งกระดกไวน์ที่อยู่ในของตัวเองตามไปด้วย

ธัชพลหัวเราะเบา ๆ พร้อมรินน้ำผลไม้ใส่แก้วแล้วส่งไปให้นรีรัตน์ ในขณะที่ตัวเองถือไวน์แดงอยู่ในมือ

เขายกแก้วหันเข้าหานรีรัตน์ “ดื่มเพื่อเป็นเกียรติแก่เพื่อนร่วมชั้นหน้าเก่าได้ไหม”

เมื่อมองดูรอยยิ้มบนใบหน้าอันหล่อเหลา และคิ้วที่ดกดำของเขา เขาเปลี่ยนไปแล้ว นรีรัตน์โล่งอก เธอกำลังจะรับน้ำผลไม้จากมือของเขา ทันใดนั้นประตูห้องส่วนตัวถูกผลักเปิดจากด้านนอกด้วยเสียงปัง

ทุกคนมองไปที่ประตู

เห็นส้าวฉาวนที่สวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงขายาวสีดำกำลังยิ้มมุมปาก ดวงตาสีดำสนิทแบบยากที่จะค้นหาความรู้สึกนึกคิดของเขาได้

เขาค่อย ๆ เดินไปที่โต๊ะกลมขนาดใหญ่โดยที่ดวงตามองตรงไปยังแก้วที่ธัชพลถืออยู่อย่างพิจารณา “คุณธัชพล ผมเกรงว่าคุณคงจะไม่ทราบว่าตอนนี้ภรรยาของผมพยายามที่จะตั้งครรภ์อยู่ใช่ไหม”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ใบหน้าของนรีรัตน์ก็ซีดเผือด เธอจ้องมองไปที่ชยุดด้วยความโกรธ

เขาพยามจะฉีกหน้าเธองั้นเหรอ

ชยุดก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว ดวงตาสีดำแฝงไปด้วยความโกรธ

เขามองไปที่หน้าของธัชพลแล้วพูดว่า “น้ำผลไม้แก้วนี้น่ะมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อน ภรรยาผมจะดื่มไม่ได้”

เห็นได้ชัดว่าส้าวฉาวต้องการทำให้ธัชพลขายหน้า แต่เขาก็ไม่เก็บมาเป็นอารมณ์ ตอบกลับด้วยรอยยิ้มที่เป็นธรรมชาติว่า “โอ้ ผมไม่รู้ว่าภรรยาของคุณกำลังเตรียมตั้งครรภ์ งั้นแก้วนี้ผมดื่มแทนแล้วกัน”

ในห้องส่วนตัวนี้เหมือนกำลังจะลุกเป็นไฟ เพราะทุกคนอย่างรู้ดีว่าเขาทั้งสองไม่ถูกกัน

อย่างไรเสียเพื่อผลประโยชน์ทางธุรกิจ พวกเขาก็ควรที่จะสามัคคีกันไว้

“คุณชยุด คุณไม่ได้อยู่ข้างบนเพื่อฉลองวันเกิดของคุณปรียาวดีหรอกเหรอ” ผู้อำนวยการจ้าวใช้ไหวพริบเพื่อรีบแก้สถานะการณ์

“ผมได้ทราบข่าวว่าคุณธัชพล และภรรยาของผมเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันมาก่อน ผมจึงลงมาที่นี่เพื่อดื่มให้เกียรติแก่เขา” ชยุดยังคงยิ้ม ท่าทีของเขาดูช่างเหมือนจอมราชันย์ที่เจอเรื่องราวใดก็ไม่อาจทำให้เขาสะทกสะท้านได้

เขาทะนงตน ไม่เคยมีใครทำให้เขาพ่ายแพ้ได้มาก่อน

เขาเดินไปหาธัชพลพร้อมยกแก้วไวน์ขึ้น “คุณธัชพล ผมขอดื่มแก้วนี้ให้กับคุณ”

เขายื่นแก้วไวน์ไปข้างหน้าเพื่อชนกับแก้วของธัชพล

ด้วยเสียงแก้วไวน์กระทบกันดัง ‘ติ๊ง’ มันช่างเหมือนเป็นสัญญาณเริ่มเปิดศึกของทั้งสองคน

รอยยิ้มยังคงปรากฏอยู่บนใบหน้าของธัชพลเขาไม่เคยถ่อมตัว ยกแก้วไวน์ที่อยู่ในมือแล้วดื่มจนหมด

“คุณธัชพล ที่จริงแล้วคุณก็ควรจะดื่มให้ผมด้วย” ชยุดยิ้มแววตาของเขาแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์

มีคนมาเติมไวน์อย่างรวดเร็ว

ธัชพลยกแก้วไวน์ขึ้นไปทางชยุด “คุณชยุด ผมดื่มแก้วนี้ให้คุณ”

“คุณรู้ไหมว่าทำไมคุณถึงต้องดื่มแก้วนี้ให้กับผม” แววตาของส้าวฉาวดูลึกและเยือกเย็น

แววตาที่ยากจะหยั่งรู้ถึงความรู้สึกนึกคิด นรีรัตน์รับรู้ถึงรังสีอำมหิต

ธัชพลขมวดคิ้ว เขารู้สึกสับสนเล็กน้อย

ชยุดกระตุกมุมปากขึ้น แล้วพูดว่า “แก้วนี้ เพื่อลงโทษคุณต่างหาก สำหรับงานแต่งงานของผมกับนรีรัตน์ที่คุณพลาดการเข้าร่วม”

หลังจากพูดจบดวงตาของส้าวฉาวเปลี่ยนเป็นไร้แวว รอยยิ้มหุบลง

แก้วไวน์ถูกวางลงอย่างกะทันหัน ของเหลวสีแดงกระฉอกออกมาจากแก้ว “เซี่ยจิรพนธ์ ดูแลรองประธานลั่วของเธอด้วย รีบพากลับบ้าน” เขาพูดสั่งอย่างไม่สบอารมณ์

พูดจบเขาก็หันหลังเดินออกไป

เขาเหมือนทำให้อากาศในห้องรับรองนี้เย็นลง ทุกคนเหมือนถูกมนต์สะกดในขณะที่มองดูชยุดเดินจากไป

“ค่ะ” ผู้ช่วยของนรีรัตน์‘เซี่ยจิรพนธ์’ตอบรับคำ

นรีรัตน์มองตามหลังชยุดไป รู้สึกโกรธอย่างระงับอารมณ์ไม่ได้ จึงกำหมัดแน่นแล้วบอกกับตัวเองว่าจะแสดงอารมณ์ที่นี่ไม่ได้

ธัชพลมองเบื้องหลังของชยุด พร้อมยิ้มมุมปาก รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ยังคงไม่เปลี่ยนแต่ช่างเลือดเย็นกว่าเดิมนัก

เขาหัวเราะในใจ‘ฟู่ส้าวฉาว เรายังมีโอกาสอีกมากที่จะต้องพบกัน’

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED