“รอแป๊บนะครับสาวๆ” ชายหนุ่มเอ่ยล้อเสียงกลั้วหัวเราะ ก่อนจะหายไปพักใหญ่ และกลับพร้อมกับอาหารเช้า ชายหนุ่มยื่นในส่วนของป้าจาบให้แกไป ส่วนของตนกับแม่ก็แกะกินไปขายของไป จนเรียบร้อยชายหนุ่มจึงขอตัวกลับบ้านไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ก่อนจะกลับมาช่วยคนเป็นแม่ขายของ เหมือนทุกครั้งที่ไม่ได้ไปทำงาน
“ผมกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนนะครับ”
“จ้า” นางจิตนามองตามร่างสูงของลูกชายด้วยรอยยิ้ม รู้สึกภูมิใจเหลือเกินที่ลูกชายของนางเป็นเด็กดี ถึงแม้ชีวิตตอนนี้จะไม่ได้ร่ำรวย แต่แค่นี้นางก็มีความสุขมากแล้ว
ในช่วงสายๆ ของวันมือที่กำลังนับเงินที่ได้จากการขายของต้องชะงักเล็กน้อย ก่อนป้าจาบจะถอนหายใจ มองเงินในมืออย่างแสนเสียดาย แต่ก็ต้องตัดใจยื่นมันให้กับเจ้าหนี้เงินดอกรายเดือนที่มายืนยิ้มรอหน้าแผง
“ขายดิบขายดีนะป้านะ”
คนได้รับคำอวยพรพยักหน้าพร้อมกับยิ้มแห้งๆ ให้กับเจ้าหนี้ที่คิดว่าถูกที่สุดแล้วในละแวกนี้ คือร้อยละยี่สิบต่อเดือน
“พอได้ละคะเสี่ย”
เสี่ยนิติเจ้าพ่อเงินกู้ยิ้มน้อยๆ ก่อนจะยื่นเงินที่ได้มาให้ลูกน้องที่เดินตามเก็บเอาไว้ แล้วเดินเลยไปยังลูกหนี้รายอื่น แต่ยังไม่ทันที่เจ้าหนี้จะได้ทักลูกหนี้ เสียงทักเล็กแหลมจากใครบางคนก็ดังแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“เสี่ยนิติขา...” เรียกเสียงลากยาวอย่างมีจริตจะก้านดังมาแต่ไกล แล้วหญิงวัยห้าสิบกว่าๆ ที่แต่งตัวภูมิฐานบ่งบอกฐานะมีอันจะกินก็เดินไวๆ ตรงมาหาชายที่อายุอานามไม่ห่างจากตนมากนัด ขณะเดียวกันกันนั้นก็ไม่ลืมที่จะลากหญิงสาวหน้าตาสะสวยตามมาด้วย
“นึกว่าจะไม่เจอกันซะแล้ว”
“แหม...เจอสิครับ ก็ผมตั้งใจมารอเจออยู่แล้ว” แม้ปากจะพูดกับคนเป็นแม่ แต่สายตานั้นกลับจ้องไปที่คนเป็นลูกอย่างไม่วางตา เห็นแล้วนางรงรองเจ้าของตลาดแห่งนี้ก็ยิ้มอย่างพอใจ ก่อนจะเบี่ยงตัวแล้วดันลูกสาวที่ยืนอยู่ด้านหลังให้มาแทนที่ตนที่ยืนใกล้กับเสี่ยนิติ
มินรญายกมือไหว้ชายหนุ่มรุ่นราวคราวเดียวกับคนเป็นแม่อย่างเลี่ยงไม่ได้ วันนี้มารดาของเธอมาเก็บค่าเช่าแผง และลากเธอมาด้วยเพราะอยากให้มาเจอเสี่ยนิติ จริงๆ เธอไม่ได้อยากมาสักนิด แต่ที่ยอมมาเพราะต้องการเจอใครบางคนต่างหากละ และคนคนนั้นก็คือ...
ลูกชายของแม่ค้าขายผักที่ชื่อ...คูเปอร์
คิดแล้วมิรญาก็แอบปรายตามองคูเปอร์หนุ่มลูกครึ่งไทยออสเตเลีย ที่นอกจากหน้าตาดีแล้วชายหนุ่มยังนิสัยดีเอามากๆ ด้วย อีกทั้งยังขยันขันแข็ง นอกจากเรียนหนังสือแล้วก็ไปทำงานหรือไม่ก็มาช่วยมารดาขายผักที่ตลาดแห่งนี้ ที่ที่เธอเจอเขาครั้งแรกและเกิดถูกใจซึ่งกันและกัน จนเริ่มต้นสานสัมพันธ์กันแบบลับๆ มาจนถึงทุกวันนี้
“ยังน่ารักเหมือนเดิมเลยนะครับ” เสี่ยนิติชมหญิงสาวที่ยืนตรงหน้า
“ขอบคุณค่ะ” คนเป็นแม่รีบตอบรับคำชมแทนพร้อมกับกระซิบเรียก “ยายมิ้น” คนถูกเรียกหะนมามองหน้าคนเป็นแม่ด้วยสีหน้าเซ็งๆ แต่ก็ไม่พูดอะไร นั่นทำให้นางรงรองตีเข้าที่ต้นแขนลูกสาวเบาๆ พลางบ่นขมุบขมิบ ก่อนจะหันมายิ้มให้เสี่ยนิติเมื่ออีกฝ่ายถาม
“มาเก็บค่าเช่าใช่ไหมครับ”
“ค่ะ” นางรงรองตอบเสียงอ่อนเสียงหวาน
“งั้นเชิญคุณนายก่อนเลยครับ” นางรงรองยิ้มหน้าบานก่อนจะเดินตรงเข้าไปหานางจินตนาที่เตรียมเงินไว้รอแล้ว
“นี่ของคุณนายค่ะ ทั้งค่าเช่าแผงและค่าเช่าบ้านนะคะ” นางจินตนายื่นเงินห้าพันห้าร้อยบาทให้กับเจ้าของตลาด ก่อนจะหยิบเงินอีกส่วนหนึ่งที่มีทั้งต้นและดอกให้กับเสี่ยนิติ “ส่วนนี่ของเสี่ยค่ะ”
“เห็นว่าจะหมดแล้วนี่ เอาเพิ่มอีกไหม” เจ้าหนี้ถามอย่างอาทร เพราะนางจินตนาถือว่าเป็นลูกค้าชั้นดี จ่ายตรงตลอดไม่เคยเลทหรือบิดพลิ้วแม้แต่ครั้งเดียว
“คงไม่ละคะเสี่ย อีกไม่นานไอ้คู้ปมันก็จะเรียนจบแล้ว”
“ตามใจ เดือดร้อนก็บอกแล้วกัน”
นางจินตนายิ้มรับเล็กน้อย แล้วกลุ่มเก็บดอกเงินกู้และค่าเช่าแผงก็เลยไปแผงถัดไป โดยมีมินรญาเดินชะลอฝีเท้าอยู่ท้ายกลุ่ม
หญิงสาวลอบมองคนเป็นแม่ที่เดินประกบคู่ไปกับเสี่ยนิติเล็กน้อยก่อนจะเดินกลับมาหยิบเอาผักในแผงของนางจินตนาขึ้นมาสี่กำ แล้วยื่นมันให้กับพ่อค้ารูปหล่อที่เหมือนจะรอท่าอยู่แล้ว
“ยี่สิบบาทครับ”
“นี่ค่ะ” มินรญายื่นแบงค์ยี่สิบที่ถูกพับเอาไว้อย่างเรียบร้อยพร้อมกับส่งยิ้มเนียมอายให้กับพ่อค้ารูปหล่อที่รับเงินแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงโดยไม่นำไปรวมกับเงินที่ขายผักได้ในกระเป๋าของผ้ากันเปื้อนเหมือนทุกครั้ง
“แม่...ผมขอไปเข้าห้องน้ำแป๊บนะครับ”
เมื่อคนเป็นแม่ที่กำลังติดพันเม้าท์มอยอยู่กับป้าจาบหันมาพยักหน้าอนุญาตร่างสูงก็รีบเดินผละออกจากแผงผัก แล้วตรงไปที่ห้องน้ำหน้าตลาด ชายหนุ่มจ่ายเงินค่าบริการห้องน้ำแล้วเดินเข้าไปข้างในล้วงเอาเงินแบงค์ยี่สิบที่เพิ่งได้จากลูกค้าสาวสวยอย่างมินรญาขึ้นมา
คูเปอร์คลี่แบงค์สีเขียวออกมา กระดาษสีขาวที่ถูกพับเอาไว้ด้านในก็ปรากฏ ชายหนุ่มยัดเงินเข้ากระเป๋าของผ้ากันเปื้อนแล้วรีบคลี่กระดาษออกอ่าน
6 โมงเย็นเจอกันที่เดิมนะจ๊ะ
มิ้น ^^
เมื่ออ่านแล้วก็ได้แต่ยิ้มและส่ายศีรษะ มินรญาชอบทำอะไรแบบนี้เสมอเพราะเธอบอกว่ามันตื่นเต้นดี ทั้งที่จะนัดเขาผ่านเฟสบุ๊คหรือไลน์เหมือนปกติก็ได้ แต่เธอไม่ทำ มาเก็บค่าเช่าแผงเดือนไหนต้องมีเงินค่าผักสอดไส้จดหมายน้อยมาทุกที เมื่อเธอเสนอเขาก็สนองไม่อยากจะขัด เพราะจะว่าไปมันก็ตื่นเต้นดีอย่างที่แฟนสาวบอกจริงๆ นั่นแหละ
คูเปอร์และมินรญาคบกันในฐานะแฟนมาได้สองปีกว่าๆ แล้ว โดยที่ทางบ้านของทั้งสองฝ่ายไม่รู้ แม้นางจินตนาจะเคยระแคะระคายและสอบถามลูกชายบ้างแล้ว ทว่าชายหนุ่มกลับปฏิเสธเสียงแข็ง ถึงอย่างนั้นคนเป็นแม่เตือนก็ด้วยความหวังดีว่า
“จะรักใครชอบใครแม่ไม่ว่า แต่กับหนูมิ้น อย่าไปข้องเกี่ยวดีกว่า ลูกจะเสียใจเปล่าๆ ดูก็รู้ว่าคุณนายรงรองหวังจะเกี่ยวดองกับเสี่ยนิติ”
และคราวนั้นคูเปอร์ก็ใช้ความเงียบเป็นคำตอบและเลี่ยงพูดเรื่องอื่นเพื่อกลบเกลื่อน แต่ในความเป็นจริงนั้นชายหนุ่มหาได้สนใจคำเตือนของคนเป็นแม่ไม่ คิดเพียงว่าทั้งเขาและเธอรักกันอะไรก็กั้นไม่อยู่ โดยไม่รู้เลยว่าโลกแห่งความเป็นจริงนั้นมันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด และไม่เหมือนโลกสีชมพูที่ถูกห่อหุ้มไปด้วยความรัก ความฝันของคนสองคน
เกือบห้าโมงเย็นคูเปอร์ขออนุญาตคนเป็นแม่เลิกขายผักก่อนเวลาหนึ่งวัน โดยให้เหตุผลว่านัดติวกับเพื่อน ซึ่งนางจินตนาก็อนุญาตโดยไม่ได้ซักไซร้อะไรมาก