ตอน 2

...มนตราคือชื่อของฉันหรือที่ใครหลาย ๆ จะรู้จักในนามว่า...มนต์...ปัจจุบันฉันทำงานในตำแหน่งเลขาให้กับประธานบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับอาเซียน ตำแหน่งที่ใคร ๆ ก็ต่างถวิลหาอยากจะเข้ามาอยู่ในจุดจุดนี้ นั่นก็เพราะไม่ใช่แค่เงินเดือนและสวัสดิการของบริษัทนี้ที่ดีเท่านั้น แต่ทว่า...ยังมีอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากันนั่นก็คือ การได้ใกล้ชิดกับท่านประธานของบริษัทแห่งนี้ที่ทั้งเก่งแถมยังหล่อติดอันดับหนุ่มฮอตผู้ทรงอิทธิพลของสังคมที่นิตยสารไฮโซระดับอาเซียนมอบให้อีกด้วย

...แต่ก็นั่นแหละเพราะด้วยความหล่ออีกทั้งเสน่ห์ที่มากล้นเกินต้านของท่านประธานสุดฮอต มีหรือที่คนอย่างฉันจะไม่หลงใหลไปกับรูปโฉมและความสามารถเหล่านั้นของเขา เพราะฉันเองก็เป็นเหมือนกับผู้หญิงหลาย ๆ คนที่ใฝ่ฝันจะได้ใกล้ชิดและแอบปลื้มผู้ชายที่เก่งรอบด้านไม่ต่างกัน เพียงแต่ด้วยสถานะของฉันที่เป็นเลขานั้น มันจึงทำให้ฉันทำได้เพียงแค่เก็บงำความรู้สึกนั้นไว้ในใจ

แต่ทว่า...เพราะไอ้ความปลาบปลื้มที่นับวันรังแต่จะทวีเพิ่มพูนไม่หยุด...มันได้มอมเมาจนฉันเริ่มปล่อยตัวปล่อยใจอาจหาญกระทำการบางอย่างลงไปอย่างไร้สติไม่คิดหน้าคิดหลัง เพียงเพราะคิดว่ามันจะเป็นความลับที่จะไม่มีใครล่วงรู้ได้...แต่สุดท้ายแล้วความลับไม่มีในโลกฉันใดก็ฉันนั้น...เพราะเมื่อวันหนึ่งความลับที่เก็บงำมานานถูกจับได้ จนกลับกลายมาเป็นหายนะที่ทำลายชีวิตฉันไม่มีชิ้นดี...และด้วยเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ ฉันเองก็ไม่อาจโทษใครได้เลย...นอกจากตัวเอง...เท่านั้น...

ปั่ก...ปั่กๆๆ

“อื้ออออ ~~ สะ...เสียว”

“ตอดดีเหลือเกิน...มนต์...มันทำให้ผมคลั่ง! นะรู้ไหม!! ทั้งเสียงช่วงล่างของคุณมันดีเหลือเกิน...อ่าาาาส์ ~~”

ร่างบางนอนเปลือยเปล่าอยู่บนสังเวียนนุ่มขนาดใหญ่กำลังอ้าขาสนองตัณหาและราคะให้กับชายหนุ่มที่กำลังสอดแก่นกายขนาดใหญ่รุกล้ำเข้าออกอยู่ตรงกึ่งกลางกายสาวอยู่ในขณะนี้ด้วยร่างที่เปียกชุ่มไปด้วยเม็ดเหงื่อที่พร่างพราวไปทั่วทั้งตัว

“อ๊ะ...อ๊ะ...มะ...มนต์...จะไม่ไหวแล้ว”

“ผมก็ไม่ไหวแล้วเหมือนกัน...อืมมมม ~~”

เสียงสอดประสานส่งออกมาด้วยความกำหนัดของผู้ชายที่กำลังโยกย้ายขยับบั้นเอวอย่างบ้าคลั่งอยู่บนตัวฉันอยู่ในขณะนี้ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้เลยนอกจาก ทายาทตระกูลดังอีกทั้งยังเป็นประธานบริษัทรุ่นที่ 4 ของบริษัทยักษ์ใหญ่ระดับอาเซียนอย่าง รุ่งเรืองโรจน์รัตนกิจ คนที่ฉันเพิ่งเอ่ยถึง คุณวาคิม รุ่งเรืองโรจน์รัตนกิจ ผู้ซึ่งเป็นเจ้านายของฉันนั่นเอง...

และถ้าหากจะถามว่าเรื่องราวของเราสองคนมาถึงจุดนี้ได้ยังไง คำตอบเดียวที่ยังคงก้องอยู่ในใจของฉันเสมอมาก็คือประโยคประโยคหนึ่งในท่วงทำนองหนึ่งที่ว่า (~~ ดั่งขุมนรกอเวจีชังหรือสรวงสวรรค์ชั้นดาวดึงส์แกล้ง ~~) (หลบพี่ลิขเขาหน่อย) (> /l\ <) เพราะฉันคงไม่มีทางลืมเรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนั้นไปได้เลย...

ย้อนกลับไปถึงวันที่เกิดหายนะขึ้น...

ณ บริษัทรุ่งเรืองโรจน์รัตนกิจ

--- มนตรา Talk ---

6.30 น

ณ เวลานี้เป็นเวลาที่ฉันมักจะมาถึงที่ทำงานในทุก ๆ เช้าก่อนใครเสมอ แม้ใครหลาย ๆ คนมักจะมองว่าฉันเป็นคนขยันทุ่มเทให้กับงานมากแค่ไหน แต่ทว่า...ใครเล่าจะล่วงรู้ถึงความเป็นจริงอันดำมืดของฉันที่เก็บงำเอาไว้ในใจอยู่นานแล้วถึงเหตุผลที่แท้จริงของตัวเองที่ต้องมาทำอะไรบางอย่างในทุก ๆ เช้าเฉกเช่นวันนี้...

ติ๊ดดด ~~ แกร๊ก~~

เสียงสแกนนิ้วมือพร้อมกับแรงดันประตูเปิดเข้าไปภายในห้องทำงานส่วนตัวแบบ VIP ที่อยู่ชั้นบนสุดของอาคาร ห้องที่นอกจากจะเป็นห้องทำงานของฉันแล้ว มันยังเป็นห้องของผู้บริหารยักษ์ใหญ่ที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าของบริษัทแห่งนี้อีกด้วย

รอยยิ้มแย้มสดใสปรากฏขึ้นบนใบหน้าสวยเหมือนเช่นเคย หลังจากที่ร่างบางเดินเข้ามายังห้องทำงานได้แล้ว จากนั้นสองขาเรียวสวยก็ก้าวเท้าเดินตรงดิ่งไปยังโต๊ะประจำตำแหน่งที่แสนจะภาคภูมิใจของตัวเอง ตำแหน่งที่ฉันได้มันมาด้วยความสามารถของตัวฉันเองทั้งสิ้น

ความรู้สึกถึงความภาคภูมิใจฉายเข้ามาในห้วงความคิดเหมือนเช่นเคยยามที่ฉันนึกถึงวันที่ฉันได้เข้ามาทำงานในตำแหน่งเลขานี้ เพราะนอกจากตำแหน่งนี้จะทำให้ฉันได้รับความยำเกรงจากเหล่าผู้จัดการแผนกต่าง ๆ แล้วนั้นตำแหน่งของฉันก็ยังทำให้หญิงสาวหลาย ๆ คนทั้งในและนอกองค์กรต่างรู้สึกอิจฉาไปตาม ๆ กันอีกด้วย ด้วยเหตุเพราะฉันได้มีโอกาสทำงานใกล้ชิดกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรงผู้ที่มีความสามารถโดดเด่นที่บริหารกิจการธุรกิจจนแซงหน้าคนหนุ่มวัยเดียวกันชนิดที่ว่าไม่เห็นฝุ่น จนทำให้บริษัทแม่และบริษัทในเครืออีกหลายแห่งก้าวหน้าไต่ติดอันดับระดับอาเซียนภายในเวลารวดเร็ว และด้วยความสามารถของเขาก็ส่งผลทำให้เขากลายเป็นนักธุรกิจหนุ่มหน้าใหม่ไฟแรงที่ประสบความสำเร็จโดยใช้เวลาแค่ไม่กี่ปี

และนอกจากความสามารถอันโดดเด่นในการบริหารธุรกิจของเขาแล้ว สิ่งที่ไม่ด้อยไปกว่ากันเลยนั่นก็คือ...ใบหน้าอันหล่อเหลาและรูปร่างอันสมส่วนชนิดที่ว่าความงามของเขานั้นส่งให้เขาติด TOP 10 ผู้ชายที่ผู้หญิงหมายปองมากที่สุดของนิตยสารระดับอาเซียนเลยทีเดียว จนเหล่าเซเลปแมวมองทั้งหลายต่างพูดกันเป็นเสียงเดียวว่าถ้าหากเขาไม่ได้เป็นนักธุรกิจแล้วล่ะก็ เขาคงเป็นดาราหรือนายแบบระดับแนวหน้าได้สบาย ๆ

สิ้นความคิดถึงเรื่องจริงที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับผู้ชายที่เป็นเจ้าของห้องทำงานนี้ ฉันก็รีบจัดการเก็บสัมภาระของตัวเองให้เสร็จเรียบร้อยโดยเร็วทันที เพราะฉันไม่อยากปล่อยเวลาให้ผ่านลวงเลยไปจนไม่ได้ทำในสิ่งที่ตัวเองตั้งใจมาทำตั้งแต่เช้าแบบนี้ และถึงแม้ว่าคนภายนอกจะมองหรือคิดกันเอาเองว่าสาเหตุที่ฉันมาทำงานแต่เช้าคงเป็นเพราะว่าฉันขยันต้องรีบมาเคลียร์งานและจัดการทุกอย่างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนที่เจ้านายหนุ่มสุดหล่อจะเริ่มทำงาน แต่ทว่า...ในความเป็นจริงแล้วนั้น...สิ่งที่ทุกคนไม่อาจล่วงรู้ได้เลยว่าสาเหตุที่แท้จริงที่ฉันมาทำงานตั้งแต่เช้าจะเป็นเพราะว่าฉันต้องการมาเก็บเอากลิ่นอายของเจ้านายคนโปรด กลิ่นอายที่ยังคงอบอวลอยู่ในสถานที่ที่เคยมีตัวตนของเขาอยู่ อีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เขาทิ้งลมหายใจเอาไว้ และในความเงียบสงบที่แสนรัญจวนใจใครจะไปรู้ว่าบรรยากาศเหล่านั้นมันจะกลับทำให้ฉันรู้สึกมีความสุขและมีพลังที่จะทำงานในทุก ๆ วัน...

จากนั้นร่างระหงก็ไม่รอช้าเริ่มลุกขึ้นเดินกรีดกรายสูดเอาอากาศที่มีทั้งกลิ่นอายและลมหายใจของผู้ชายที่ฉันแอบปลื้มเข้าไปอย่างเต็มปอดด้วยความรู้สึกอิ่มเอมใจ เขาเป็นผู้ชายที่ฉันแอบปลื้มมาตลอดหลายปีที่ผ่านมานับตั้งแต่ก่อนที่จะมาสมัครเข้าทำงานที่นี่ด้วยซ้ำ เพราะด้วยความที่เขาเป็นผู้ชายเพอร์เฟกต์และเก่งในทุก ๆ ด้าน และตามที่ฉันได้ศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับเขามาก่อนที่จะเข้ามาสมัครแข่งขันในตำแหน่งเลขานี้ ข้อมูลเหล่านั้นจึงทำให้เขาเป็นเหมือนต้นแบบของการประสบความสำเร็จในหน้าที่การงานสำหรับฉัน ฉันที่ทั้งชื่นชมและอยากเอาเขาเป็นเยี่ยงอย่างในด้านการทำงานมาโดยตลอด ดังนั้นฉันจึงภาคภูมิใจมากที่ได้มาทำหน้าที่เป็นเลขาของเขาและได้อยู่ข้างเขาคนเก่งอย่างเขาแบบนี้...

แต่เหนือสิ่งอื่นใดสิ่งที่เขายิ่งทำให้ฉันปลื้มใจนั่นก็คือ เขาไม่เคยมีท่าทีคุกคามฉันหรือทำให้ฉันรู้สึกไม่สบายใจเวลาที่ทำงานกับเขาเลยสักนิด แม้ว่าเขาจะได้ชื่อว่ามีผู้หญิงมากหน้าหลายตาก็ตาม แต่ส่วนใหญ่เวลาที่เราทำงานร่วมกัน เขาก็มักจะทำหน้านิ่งเคร่งขรึมวางตัวสุขุมอยู่ตลอดเวลาเป็นเจ้านายที่ไม่ค่อยมีปฏิสัมพันธ์กับลูกน้องคนไหนเลยแม้กับฉันเองที่เป็นเลขาเขามานานก็ตาม แต่ถ้าจะมีก็คงมีแค่คนเดียวนั่นก็คือลูกน้องคนสนิทที่เป็นทั้งบอดี้การ์ดและเลขาอีกคนของเขาเท่านั้นเอง

ฉันเดินไปทั่วทั้งห้องพร้อมกับนึกไปถึงใบหน้าคมเข้มที่มักจะดูมีเสน่ห์เหลือล้นยามที่เขาวุ่นอยู่กับงาน ท่วงท่าที่เขามักจะวางตัวจริงจังจนพานทำให้ฉันต้องเป๊ะตามไปด้วยแต่กลับกลายเป็นผลดีต่อตัวฉัน แม้ว่าฉันจะกลายเป็นเลขาที่ใคร ๆ ต่างให้ฉายาว่าเลขาหน้าตายแต่มันก็ไม่ได้กระทบกับการใช้ชีวิตของฉันในบริษัทแห่งนี้เลยสักนิด ตรงกันข้ามฉันยิ่งรู้สึกดีและยิ่งหลงใหลในตัวเขามากขึ้น เพราะถึงแม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายพูดน้อยและมักจะวางมาดดุดันอยู่เสมอ แต่สำหรับฉันเขาช่างมีเสน่ห์ไม่เหมือนใครและดึงดูดใจฉันให้หวั่นไหวยามที่ได้อยู่ใกล้ ๆ เขาทุกที

รอยยิ้มหวานเผลอผุดขึ้นยามที่คิดไปถึงใบหน้าที่เคร่งขรึมของเขาอย่างไม่อาจห้ามได้ แม้ว่าเขาจะมองฉันเป็นเพียงแค่เลขา เป็นแค่พนักงานตัวเล็ก ๆ นอกสายตาไม่ได้สนใจอะไร แต่ถึงกระนั้นฉันก็พอใจกับสถานะของตัวเองตอนนี้ ได้เป็นเลขาที่อยู่ใกล้ ๆ เขา ได้อยู่เคียงข้างและคอยทำงานจัดการเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้กับเขา และถึงแม้ว่าเขาจะมีเพียงแค่ความเฉยชาไร้ซึ่งรอยยิ้มยามที่ฉันทำงานได้ดีมาให้ก็ตามมันก็ไม่ได้ทำให้ความปลาบปลื้มชื่นชมในตัวเขาที่มีของฉันลดน้อยลงเลยสักนิดเดียว ตรงกันข้ามฉันกลับยิ่งรู้สึกหลงใหลและปลาบปลื้มเขามากยิ่งขึ้นเสียด้วยซ้ำ

ก่อนที่ฉันจะเดินสูดเอากลิ่นกายและความหอมที่อยู่ในห้องทำงานต่อด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสุขพร้อมหัวใจที่รู้สึกถึงอิ่มเอิบ คล้ายกับว่าตัวเองกำลังเดินอยู่ท่ามกลางทุ่งดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมเฉพาะตัว และด้วยการกระทำที่เหมือนกับว่าสิ่งที่ทำอยู่ ณ ตอนนี้เป็นเสมือนภารกิจของตารางประจำชีวิตของตัวเองในยามเช้าไปแล้ว...ทำให้ฉันไม่รู้เลยว่าไอ้ความชะล่าใจถึงสิ่งที่ทำอยู่ในตอนนี้มันจะนำพาหายนะมาสู่ชีวิตตัวเองในอีกไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้านี้แล้ว...

ตอน 3

ด้วยเวลาที่ยังเช้ามาก นอกจากจะยังไม่มีพนักงานตอกบัตรเข้ามาทำงานแล้ว ฉันผู้ที่ไม่รู้สึกถึงกลิ่นของความวินาศที่ลอยมาเลยสักนิดก็ยังคงดื่มด่ำอยู่กับความสุขที่ตัวเองมักจะเสพสมอยู่แทบทุกเช้าอย่างไม่คิดระแวดระวังแม้แต่น้อย และด้วยเพราะปกติแล้วเจ้านายของฉันเขามักจะมาทำงานตรงเวลาเสมอนั่นก็คือตอน 8:00 น. เป๊ะ...!! ดังนั้นด้วยความเคยชินของเวลาที่ไม่เคยผิดพลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียวนับตั้งแต่ที่ฉันเริ่มกระทำการอุกอาจแบบนี้มา ฉันจึงไม่เคยคิดเอะใจเลยสักนิดว่าวันนี้มันจะมีอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป...

ความชะล่าใจยังคงทำให้มนุษย์โง่เขลา ในช่วงเวลายามเช้าก่อนที่ทุกอย่างจะเข้าสู่โหมดวุ่นวายตามสไตล์องค์กรขนาดใหญ่ ฉันที่ยังคงนึกสนุกคิดอยากจะทำอะไรก็ได้ในห้องนี้ เพียงเพื่อสนองความปรารถนาอันร้อนแรงข้างในที่ตอนนี้กำลังลุกโหมเร่งเร้า...

หลังจากที่ฉันสูดเอากลิ่นกายของผู้ชายที่ฉันแอบหลงรักเข้าไปจนเต็มปอดดั่งกำลังเติมเชื้อไฟให้กับร่างกายได้มีพลังใช้ชีวิตต่อแล้ว สิ่งที่ฉันมักจะทำถัดไปเลยนั่นก็คือ การที่ฉันมักจะเอาใบหน้าไปนอนแอบอิงแนบตามโต๊ะทำงาน ตามเก้าอี้ทำงาน ตามโซฟารับแขกขนาดใหญ่ของเขา แนบมันไปทุกจุดทุกตำแหน่งที่เขามักจะนั่งเป็นประจำ พร้อมกับที่ฉันมักจะเผลอคิดจินตนาการเอาว่าตัวเองกำลังได้รับไออุ่นร้อนจากร่างกายเขา แม้ว่าความจริงแล้วทั้งกลิ่นและไออุ่นนั้นมันไม่ได้หลงเหลืออยู่บนเหล่าเฟอร์นิเจอร์เหล่านั้นเลยแม้แต่น้อยก็ตาม

การกระทำที่ดูเหมือนคนโรคจิตของฉันที่ฉันเองก็รู้ดีว่าถ้าหากใครมาเห็นเข้าคงจะตราหน้าฉันว่าเป็นคนแบบนั้นแน่นอน แต่ทว่า...ฉันเองก็หาได้แคร์ไม่...!! เพราะฉันรู้สึกว่าสิ่งที่ทำลงไป ฉันไม่ได้ทำให้ใครเดือดร้อนเลยสักนิด มันเป็นเพียงแค่ความสุขเล็ก ๆ ที่คอยหล่อเลี้ยงให้ฉันได้มีพลังงานในการทำงานอย่างเต็มที่ในทุก ๆ วันก็แค่นั้นเอง

...เพียงแต่ทุกอย่างมันคงจะไม่เลวร้ายลงไปกว่านั้นถ้าหากว่าฉันหยุดการกระทำลงแต่เพียงเท่านี้...และเรื่องราวมันก็คงจะไม่บานปลายจนฉันเองก็ยากที่จะหยั่งถึง...

เพราะถ้าลองมองถึงสิ่งที่ฉันเพิ่งบรรยายถึงพฤติกรรมอันพิลึกพิลั่นของตัวเองในแต่ละวันที่มักจะกระทำลงไป ฉันคิดว่าเจ้าที่เจ้าทางที่จ้องมองการกระทำแสนแปลกประหลาดนี้คงอาจจะยังพออภัยให้กันได้...เพียงแต่...ฉันเองก็คือปุถุชนทั่วไปที่มีความอยาก...ความต้องการ...และสัญชาตญาณดิบที่อยู่ข้างใน และในเมื่อทุกคนบนโลกนี้ต่างมีมุมดำมืดเป็นของตัวเอง ฉันนั้นก็ไม่ต่างจากคนเหล่านั้น...เพราะฉันเองก็มีมุมมืดไม่ต่างกัน...

และมุมดำมืดหรือจะเรียกว่าตราบาปของฉันมันก็คือเรื่องราวต่อจากนี้...เรื่องราวที่ทำให้ฉันต้องกลายเป็นเครื่องมือสนองตัณหาของท่านประธานมาดขรึมผู้ที่เป็นเจ้านายของฉันนั่นเอง...

หลังจากฉันแสดงพฤติกรรมประหลาดเที่ยวเดินเก็บเกี่ยวสูดดมกลิ่นกายหนุ่มที่เหลือของเจ้านายที่คิดเอาเองว่ายังคละคลุ้งอยู่ในห้องเป็นที่เรียบร้อยแล้วปกติฉันก็มักจะหยุดลงเพียงเท่านี้แล้วกลับมานั่งที่โต๊ะเพื่อเตรียมตัวที่จะเริ่มงานด้วยความสุขและพลังที่เปี่ยมล้น

แต่ทว่า...ไม่ใช่กับวันนี้...!! วันที่ฉันอาจหาญเกินคนลงมือกระทำการบางอย่างที่ไม่น่าให้อภัยลงไป...!!

นั่นก็เพราะหลังจากที่ฉันเก็บเอากลิ่นเหล่านั้นจนสาแก่ใจแล้ว ฉันกลับพาตัวเองเดินย่างกายมานั่งยังโต๊ะประจำตำแหน่งตัวเดิมแล้วเริ่มใช้ความสุขเหล่านั้นจินตนาการพร้อมกับมโนภาพผู้ชายที่เป็นเจ้าของกลิ่นอายที่อยู่เต็มหัวใจให้ผุดขึ้นมา จากนั้นความต้องการที่อยู่ในร่างก็พลันกลบความรู้สึกผิดชอบชั่วดีที่ควรมีเสียจนหมดสิ้น พร้อมกันกับที่ความรู้สึกต้องการเหล่านั้นได้ดลจิตดลใจให้ฉันกระทำการอย่างไร้สติ โดยที่ฉันได้เลือกใช้พื้นที่ที่ไม่สมควรอย่างเช่นห้องทำงานนี้เป็นสังเวียนในการสร้างความสุขให้กับตัวเองอย่างไม่รู้สึกกริ่งเกรงว่าจะมีใครมาล่วงรู้เห็นเลยแม้แต่น้อย...!!

“อืมมมมม ~~”

เสียงครางกระเส่าเบา ๆ พร้อมกับเปลือกตาบางได้ปิดปรือลงโดยที่ร่างอรชรทอดกายพิงเอนไปกับเก้าอี้สำนักงานขนาดใหญ่ ก่อนที่มโนจิตที่อยู่ข้างในจะสั่งการบิลด์อารมณ์ปล่อยใจให้ล่องลอยไปพร้อมกับนึกคะนึงหาถึงใบหน้าของเจ้านายหนุ่มรูปงาม เจ้าของร่างกายสุดเพอร์เฟกต์ที่ไม่ต้องให้เขามาเปลื้องผ้าตรงหน้าฉันก็รับรู้ได้ดีว่ามวลกล้ามเนื้อของเขานั้นดูดีมากแค่ไหน

กระทั่งเมื่อภาพทุกอย่างชัดเจนแจ่มแจ้งขึ้นยังกลางใจ ความเร่าร้อนของไฟปรารถนาในกายสาวที่เริ่มก่อตัวสร้างความปั่นป่วนมาสักพักก็ถึงกับวิ่งวุ่นพลุ่งพล่านก็ไปทั่วทั้งร่างบางทันที

ด้วยความต้องการที่เกิดขึ้นจนทำให้ร่างนวลบิดเร่าหนีบเรียวขาแน่นในเพื่อกั้นความรู้สึกแปลกประหลาดเอาไว้ แต่สุดท้ายแล้วเจ้าของร่างก็ไม่อาจต้านทานความรู้สึกที่เกิดขึ้นได้ จำต้องปล่อยมันไปให้เกิดขึ้นตามสัญชาตญาณแทน

ความร้อนรุ่มที่กำลังสุมกายสาวแผดเผาจนตอนนี้ติ่งเนื้อเล็ก ๆ ที่อยู่ภายใต้ชุดกระโปรงยาวคลุมเข่าที่กำลังตอดตุบตอบสนองสิ่งเร้าอย่างรุนแรง ร่างสาวที่ได้พ่ายแพ้ให้กับความรู้สึกผิดชอบชั่วดีอย่างสิ้นเชิงก็ค่อย ๆ ใช้มือบางที่สั่นเทิ้มจับชายกระโปรงให้ค่อย ๆ ร่นขึ้นไล้ตามเรียวขาสวยจนกระทั่งขึ้นมากองอยู่ที่เอวกิ่วเผยให้เห็นเพียงกางเกงชั้นในตัวจิ๋วที่กำลังปกปิดกลีบเนื้ออวบอูมที่ตรงกลางรอยแยกกำลังชื้นแฉะได้ด้วยน้ำใสอยู่ ณ ขณะนี้

ดวงตาที่ปิดแน่นอย่างต้องการจมอยู่กับจินตนาการอันร้อนเร่า ริมฝีปากอวบอิ่มที่เผยอออกเล็กน้อยส่งให้ใบหน้าที่มักจะดูจืดชืดยามปกติพลันเห่อร้อนดูเซ็กซี่ขึ้นถนัดตา ก่อนที่เจ้าของใบหน้าร้อนระอุนั้นจะใช้มือข้างเดียวกันเลื่อนไปหยุดอยู่ที่ตรงกลางกลีบเนื้ออวบอูมตามแรงปรารถนาที่เกิดขึ้น และถึงแม้ว่าครั้งนี้จะเป็นการมอบความสุขให้กับตัวเองครั้งแรกก็ตาม แต่ท่วงท่าของเธอนั้นกลับพลิ้วไหวไหลไปตามความต้องการของหัวใจอย่างไม่มีขัดเขิน

อีกทั้งด้วยการตอบสนองของร่างกายที่เป็นไปตามธรรมชาติ ร่องสาวนั้นก็ยังคงปลดปล่อยสารแห่งความสุขให้หลั่งออกมาเพื่อย้ำความต้องการของร่างกาย เมื่อบวกรวมเข้ากับสิ่งเร้าที่ถูกกระตุ้นจากหลายทาง จึงทำให้บัดนี้ตรงกึ่งกลางกายสาวยิ่งหลั่งความชื้นให้ไหลซึมออกมาอย่างต่อเนื่องไม่หยุด จนตอนนี้แพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋วถึงกับเปียกชุ่มเป็นวงกว้างดูน่าอาย

แต่เพราะในเวลานี้หญิงสาวไม่อาจต้านทานความต้องการของร่างกายได้อีกต่อไปแล้ว ดังนั้นเธอจึงไม่รอช้าที่จะจัดการส่งมือบางตรงไปรูดเกี่ยวปราการด่านสุดท้ายที่เหลือให้ลากผ่านเรียวขาทิ้งลงพื้นไป พร้อมกับมืออีกข้างที่เลื่อนขึ้นสวนทางไปอย่างรู้หน้าที่ตัวเองดี โดยที่มือนั้นได้ตรงเข้ากอบกุมบีบเคล้นก้อนอกอวบขนาดใหญ่ที่มักจะถูกซ่อนเอาไว้ภายใต้ชุดทำงานที่ดูเฉิ่มเชย

“อ๊ะ...ซี๊ดดดดด~~” ริมฝีปากสีแดงระเรื่อเม้มแน่นก่อนจะเผยอครางออกมาเล็กน้อย หลังจากที่นิ้วเรียวสัมผัสเข้ากับปุ่มกระสันที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำใสแม้จะด้วยท่าทีเก้ ๆ กัง ๆ

แต่ทว่า...ร่างกายที่ถูกปล่อยให้ดำเนินไปตามสัญชาตญาณดิบนั้นกลับค่อย ๆ พาขาทั้งสองข้างให้อ้ากว้างขึ้น จนเนื้ออวบอูมสามเหลี่ยมที่อยู่ตรงกลางแยกแย้มกลีบบานออกเผยให้เห็นความงามที่ซ่อนอยู่ด้านในที่ตอนนี้กำลังเปล่งประกายเป็นสีชมพูดูสดใสยามที่มีน้ำสีใสเคล้าคลอ

“อื้อออออ ~~”

เสียงร้องครางกระเส่าเปล่งออกมาในขณะที่ดวงตายังปิดปรือจมอยู่ในจินตนาการถึงใบหน้าของใครคนหนึ่งที่กำลังเป็นตัวเอกในฉากละครวาบหวิวที่อยู่ในสมองตอนนี้ และทันทีที่สมองนึกถึงใบหน้าคมมือข้างเดิมที่ยังลูบไล้อยู่ตรงกลางร่องก็ได้กดนิ้วเรียวลงไปยังจุดที่มีติ่งกระสันอย่างช้า ๆ ไปมาด้วยต้องการเร่งเร้าให้ความเสียวซ่านปะทุขึ้นมากกว่านี้

“อ่ะ...ซี๊ดดดดด ~~”

จากนั้นมืออีกข้างก็ค่อย ๆ เคลื่อนย้ายออกจากการกอบกุมเนื้อนุ่มขนาดใหญ่ผ่านเนื้อผ้าด้านนอกเปลี่ยนเป็นมาสอดเข้าไปใต้เสื้อผ้าเนื้อบางที่ถูกดีไซน์ให้ดูเรียบร้อยเพื่อปกปิดไม่ให้เห็นเนื้อหนังมังสาแทน เพราะด้วยการปรนเปรอตัวเองก่อนหน้านี้มันยังคงไม่สาแก่ใจเท่าไรนัก

กระทั่งเมื่อมือบางได้สอดเข้าไปยังใต้เสื้อแล้ว มือเดียวกันนั้นก็ได้จัดการถลกเสื้อชั้นในที่มีทั้งลายและสีเดียวกันกับแพนตี้ด้านล่างให้ขึ้นไปอยู่เหนือก้อนอวบอูม ก่อนที่มือข้างเดิมจะไม่รอช้าที่จะสนองความต้องการของเจ้าของร่าง โดยจัดการตรงเข้าขยำยังเนื้ออวบอั๋นอย่างเมามัน พร้อมกับนิ้วเรียวที่ไม่ลืมถูบี้ขยี้ดึงเม็ดบัวที่กำลังแข็งเป็นไตยกยอดชูชันแสดงถึงความเสียวซ่านของร่างกายไปมา อีกทั้งยามที่ปลายปทุมถันได้ถูกนิ้วมือเขี่ยสัมผัสก็ยิ่งเกิดอาการเสียววูบวาบรัญจวนใจ และด้วยการสัมผัสนั้นก็ยิ่งเร่งเร้าส่งให้อารมณ์ปรารถนาวิ่งพลุ่งพล่านจนร่างแทบจะระเบิดออกเป็นเสี่ยง ๆ

กระทั่งเมื่ออารมณ์ของไฟปรารถนาได้พุ่งทะยานถึงขีดสุดของร่างกายแล้ว สองมือก็ต่างประสานจัดการระรัวเร่งเร้าทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่เพื่อส่งให้เจ้าของร่างได้วิ่งไปถึงยังเส้นชัยที่ปรารถนาเอาไว้...

“ซี๊ดดดดด...อื้ออออ~~ คุณวาคิม...อ่ะ...สะ...เสียว”

เสียงครวญครางพร้อมคางที่เชิดร่ำร้องพึมพำพูดกับตัวเองในขณะที่ดวงตายังหลับพริ้มจินตนาการถึงใบหน้าของใครบางคนที่แสนหล่อเหลาราวกับเทพบุตร อีกทั้งเมื่อสิ่งที่จินตนาการได้ขมวดเข้ากับกลิ่นกายที่ยังคละคลุ้งอบอวลหอมหวนอยู่ในห้องด้วยแล้ว ทุกอย่างก็ยิ่งเร่งเร้าให้มือของหญิงสาวส่งนิ้วเรียวยาวแทรกเข้าไปยังรูร่องที่กำลังเปียกชื้นอย่างที่ไม่เคยทำมาก่อน...

“…อ๊ะ...!!”

นิ้วเรียวยาวที่ถูกส่งเข้าร่องชื้นเป็นครั้งแรกถึงกับทำให้ร่างสาวสะดุ้งเฮือกเผลอร้องออกมาด้วยความรู้สึกเจ็บแปลบเล็กน้อยเพราะถึงแม้ว่าปากทางร่องจะมีน้ำใสหล่อเลี้ยงจนชุ่มฉ่ำก็ตาม แต่เพราะด้วยเป็นครั้งแรกที่เธอลองทำแบบนี้นั่นจึงทำให้กว่าที่หญิงสาวจะปรับสภาพภายในร่องให้รับเข้ากับนิ้วของตัวเองได้นั้นเธอก็ต้องจัดการส่งนิ้วเรียวยาวขยับเข้าออกช้า ๆ เสียก่อน กระทั่งเมื่อรูคับแน่นรับเข้ากับนิ้วมือได้แล้ว หญิงสาวถึงค่อยปรับความเร็วในการขยับนิ้วเพิ่มขึ้นเพื่อเค้นเอาน้ำใสให้ไหลหลากออกมาอย่างต้องการปลดปล่อยความต้องการที่อัดแน่นอยู่ข้างในให้พรั่งพรู

แจ๊ะ...แจ๊ะ...แจ๊ะ...

“อ๊ะ...คุณวาคิม...สะ...เสียว...มนต์เสียวเหลือเกิน อื้ออออ ~~ อ๊าาาา...”

เสียงครางกระเส่าที่เอื้อนเอ่ยกับตัวเองในขณะที่กำลังจินตนาการว่านิ้วเรียวยาวที่แทรกเข้าออกในร่องเสียวไม่หยุดนั้นคืออวัยวะส่วนสำคัญส่วนหนึ่งของคนที่ฉันกำลังมโนภาพถึงอยู่ในขณะนี้

ก่อนที่นิ้วยาวที่ได้รับการกระตุ้นจากความรู้สึกนึกคิดจะยิ่งเร่งเร้าสวนเข้าออกถี่ขึ้น เร็วขึ้น เป็นไปตามกลไกธรรมชาติของร่างกาย

แจ๊ะๆๆๆ

กระทั่งเมื่อความเสียวจากการมอบความสุขให้กับตัวเองเป็นครั้งแรกจะส่งให้ร่างบางถึงกับเปล่งเสียงพร่ำร้องออกมาเสมือนว่ามีเขาคนนั้นควบเอวอยู่ด้านบน โดยที่มืออีกข้างได้ทำงานสะบัดข้อมือออกแรงบีบก้อนเนื้อนุ่มขนาดใหญ่ไปพร้อมกัน จงส่งผลให้เพียงไม่กี่อึดใจร่างนวลเนียนก็ได้ยกสะโพกขึ้นรับแรงขยี้จากนิ้วเรียว พร้อมกับเกร็งกล้ามเนื้อส่งเป็นสัญญาณว่าตอนนี้หญิงสาวกำลังจะได้ไปแตะยังจุดความสุขที่อยู่สูงสุดตามที่ธรรมชาติได้รังสรรค์เอาไว้ให้แล้ว

“อ๊ะ อ๊ะ คุณวาคิม...อร๊ายยยย ~~”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED