ซูลี่หยางอดีตนักดำน้ำมากฝีมือที่ผันตัวเองมาเป็นชาวประมงอาศัยอยู่ในหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ ในหมู่บ้านชิงไห่ เมืองชิงผิง ซูลี่หยางลาออกจากงานที่ทำอยู่แม้ว่า
เขาจะเป็นนักประดาน้ำประจำแท่นขุดเจาะก๊าซและน้ำมันกลางทะเลที่มีเงินเดือนสูงลิบลิ่วแต่ทว่ามีเหตุทำให้เขาต้องหันหลังและกลับสู่บ้านเกิดเพื่อสืบทอดอาชีพดั้งเดิมของครอบครัวที่เหลือเพราะเขาเป็นทายาทเพียงคนเดียวเท่านั้นในตอนนี้
ส่วนสาเหตุที่ทำให้ลี่หยางลาออกจากงานยอมทิ้งเงินเดือนและอนาคตในการทำงานจนต้องผันตัวไปเป็นชาวประมงในหมู่บ้านเล็กๆ ใช้ชีวิตเรียบง่าย เพราะลี่หยางอกหักรักคุดจากรุ่นพี่นักประดาน้ำอนาคตไกลที่เพิ่งผ่านพิธีแต่งงานไปหมาดๆ กับลูกสาวของนักธุรกิจพันล้าน
ลี่หยางทำใจไม่ได้และไม่อยากจะร่วมงานกับอดีตคนรักที่ตอนนี้ผันตัวไปเป็นสามีคนอื่นที่ไม่ใช่เขา ลี่หยางคิดว่าโชคยังดีที่ตัวเขาเองนั้นไม่ได้ถลำลึกไปมากกว่านี้ อย่างน้อยๆ ก็รักษาพรหมจรรย์ของตัวเองเอาไว้ได้ ถึงแม้จะเสียเงินไปบ้างเพราะอดีตรุ่นพี่และแฟนนั้นยืมไปจำนวนหลายแสนหยวน จนตอนนี้เขายังไม่ได้เงินคืนแม้แต่หยวนเดียว
ซูลี่หยางมุ่งหน้าสู่บ้านเกิดสืบทอดอาชีพชาวประมงที่พ่อแม่และปู่ย่าตายายทำกันมาตลอดหลายชั่วอายุ ครอบครัวของลี่หยางมีเขาเป็นลูกเพียงคนเดียวเมื่อพ่อแม่ได้เสียชีวิตจากไปเมื่อหลายปีก่อนจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ อาชีพชาวประมงของครอบครัวถึงจุดที่ต้องสิ้นสุดลงเพราะไม่มีคนสืบทอดกิจการ
ในตอนนั้นลี่หยางได้ขายเรือหาปลาออกไปทุกลำเขาเก็บเพียงบ้านเดิมเอาไว้และเรือหาปลาลำเล็กอีกหนึ่งลำเท่านั้น จากนั้นก็มุ่งหน้าสู่กลางมหาสมุทรทำงานเป็นนักประดาน้ำที่แท่นขุดเจาะกลางทะเลลึก
ซูลี่หยางคิดว่าการกลับบ้านเกิดมาในครั้งนี้ก็ไม่แย่เสมอไปถึงแม้ว่าตัวเองจะอกหักรักคุด ทั้งเสียเงินและเสียใจ แต่ไม่ทำให้ต้องเสียชีวิตที่พ่อแม่เลี้ยงดูเขามา อย่างยากลำบากกว่าจะเติบโตขึ้นมา
ลี่หยางใช้ชีวิตเรียบง่ายในหมู่บ้านชาวประมงแห่งนี้ ในแต่ละวันเขาจะออกเรือเล็กหาปลาและดำน้ำหากุ้งมังกร หอยเป๋าฮื้อ ปลิงทะเล บางครั้งโชคดีก็จะได้หอยมุกบ้าง หรือแม้กระทั่งปูทะเลตัวใหญ่ ลี่หยางขายอาหารทะเลทั้งหมดให้กับร้านอาหารชื่อดังในเมืองซึ่งจะมีรถมารับซื้อถึงหมู่บ้านทุกวัน
ล่าสุดเขาขายไข่มุกได้เงินนับแสนหยวน ทุกครั้งที่ลี่หยางเข้าเมืองมาขายของหรือทำธุระต่างๆ เขาจะแวะซื้อหนังสือนิยายแนวทะลุมิติย้อนเวลากลับไปด้วยเสมอ ลี่หนางมีงานอดิเรกคือการอ่านหนังสือนิยาย เขาสามารถอ่านได้ทั้งวันทั้งคืนโดยที่ไม่ต้องนอนและกินอะไรได้เป็นเวลาหลายวัน
ที่หมู่บ้านแห่งนี้ลี่หยางมีเพื่อนสมัยเด็กที่สนิทกันมากอยู่หนึ่งคน หลินลี่ถิงเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและได้แต่งงานกับหนุ่มหล่อที่สุดและร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้านแห่งนี้เช่นเดียวกัน ทั้งสองคนยังคงไปมาหาสู่กันเสมอลี่ถิงเองก็ดีใจมากที่ลี่หยางกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านหลังจากที่เขาออกไปจากหมู่บ้านตั้งแต่ที่เสียพ่อแม่ไปพร้อมกันในปีนั้น
เช้าวันนี้อากาศไม่สดใจเช่นเคย ลี่หยางไม่ได้ออกทะเลหาปลาเช่นทุกครั้ง เพราะอากาศไม่ดีทะเลมีคลื่นลมแรงไม่สามารถเอาเรือลำเล็กออกทะเลได้ ลี่หยางจึงตั้งใจว่าจะอ่านนิยายเล่มล่าสุดที่เพิ่งไปแย่งซื้อมาได้จากร้านหนังสือในเมือง
ยิ่งอ่านลี่หยางยิ่งร้องไห้น้ำตาไหล สงสารประมุขมารสุดๆ แสนปีที่รักข้างเดียวแสนปีที่ไม่สมหวังในความรัก แสนปีที่ต้องเป็นคนยอมถอยและหันหลังออกมาเอง ถึงแม้ว่านางเอกจะไม่ผิดเพราะนางเอกเองก็ได้บอกกับประมุขมารตั้งแต่ต้นแล้วว่าไม่สามารถรับไมตรีนี้จากเขาได้ เพราะนางเอกมีคนรักแล้วก็คือพระเอกนั่นเอง
อ่านไปด่าคนเขียนไป จะให้สมหวังบ้างมันจะไม่ได้เลยหรือยังไง ลี่หยางคิดว่าหากเขาเป็นประมุขมารก็คงยอมถอยและตัดใจออกมาตั้งแต่แรกแล้วถึงแม้ว่ามันจะทำใจยากไปหน่อยก็ตาม ความพยายามของประมุขมารนั้นสูญเปล่ามาแสนปี คนไม่ใช่ก็คือคนไม่ใช่อยู่วันยังค่ำ เหมือนเช่นลี่หยางที่คนรักสัญญากันเอาไว้ดิบดี แต่พอมาวันหนึ่งกลับมาบอกว่าเขาไม่สามารถใช้ชีวิตอยู่กับลี่หยางได้เพราะลี่หยางไม่สามารถมีทายาทให้ได้นั่นเอง
ช่างเป็นเหตุผลบอกเลิกที่งี่เง่ามาก ก็รู้อยู่แล้วว่าลี่หยางเป็นผู้ชายแล้วผู้ชายก็ไม่สามารถตั้งครรภ์ได้ เขารู้อยู่แก่ใจลี่หยางได้ถามเขาไปแล้ว ในตอนนั้นเขาเองบอกว่ารับได้ทุกอย่างแต่พอเอาเข้าจริงก็เห็นแก่เงินเพราะฐานะของฝ่ายหญิงร่ำรวยมาก ลี่หยางรู้สึกเสียใจให้กับความตาบอดของตัวเองที่เห็นอดีตคนรักเป็นคนดีทีแท้แล้วเขาเพียงแต่เสแสร้งแกล้งทำเท่านั้น
“ฮึก อิป้านักเขียนใจร้ายมาก จะเขียนให้ประมุขมารตัดใจหรือมีคนใหม่ก็ไม่เขียน ทำไมต้องเขียนให้ประมุขมารรักข้างเดียวมาแสนปีขนาดนั้น สงสัยอิป้านักเขียนเองก็ไม่มีคนรักเลยอยากหาเพื่อนแน่ๆ ”
“ลี่หยางอยู่บ้านหรือเปล่า เราเอาของกินมาให้” ลี่ถิง
“ฮึก ฮึก อยู่ เข้ามาเลยประตูไม่ได้ล็อก”
“อะไร!! เป็นอะไร นายร้องไห้ทำไมเนี่ย เกิดอะไรขึ้น อย่าบอกว่าอ่านนิยายแล้วร้องไห้นะ”
“ก็ใช่น่ะสิ เราสงสารประมุขมารมาก รักข้างเดียวมาแสนปีเลยนะแสนปี มันทรมานมากเลยเธอไม่รู้เหรอ แต่เธอคงไม่รู้หรอกเพราะเธอสมหวังในรักและแต่งงานมีสามีไปแล้ว เธอจะมาเข้าใจอะไรได้”
“อ้าว ไหงมาลงที่ฉันเนี่ย นายอย่าพาลได้ป่ะ มันก็แค่นิยายไหม คนเรามันก็มีผิดหวังบ้างสมหวังบ้างเป็นเรื่องธรรมดาไม่ใช่หรือยังไง อะไรของนายกัน”
“มันก็ใช่อยู่หรอก แต่มันก็อดบ่นไม่ได้ แล้วนี่เธอมาหาเราสามีเธอรู้หรือเปล่า เดี๋ยวก็ได้ตามหาไปทั่วหมู่บ้านอีก”
“รู้แล้ว เราบอกพี่จิ้งแล้ว ว่าแต่นายเถอะจะใช้ชีวิตแบบนี้ไปตลอดจริงๆ เหรอ ”
“อือ จริง ถามทำไม”
“ที่ถามเพราะเป็นห่วงนายไง อีกอย่างไอ้สารเลวนั่นมันจะคืนเงินให้นายเมื่อไหร่ หน้าตัวเมียชัดๆ เลยแบบนี้ หน้าตาก็ดีไม่น่าสันดานเลวขนาดนี้เลย ดีแล้วที่นายไม่ได้มีอะไรกับมัน ไม่อย่างนั้นนายคงได้เสียใจไปจนตายแน่ ทั้งเสียตัว ทั้งเสียใจ และเสียเงิน”
“ลี่ถิงตกลงเธอปลอบใจเราหรือว่าซ้ำเติมเรากันแน่ ทำไมเรารู้สึกว่าเธอกำลังซ้ำเติมเราอยู่”
“อะไรของนายเราก็ต้องปลอบใจนายสิ เราเป็นเพื่อนกันนะ นายเสียใจฉันเองก็เสียใจกับนายด้วยไง ทำไมนายสงสัยในความรักที่ฉันมีให้นายหรือยังไง”
“พอๆ ไม่ต้องพูดแล้ว ขนลุก ว่าแต่ว่าได้อะไรมาหรือ คุณป้าทำอะไรกิน”
“ปลาต้มน้ำมันพริก แล้วก็มีขนมหวานด้วยบัวลอยน้ำขิงไง นายชอบไม่ใช่เหรอ”
“อืม ฝากขอบคุณ คุณป้าด้วยนะ”
“ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยเท่านั้นเอง นายเองก็กินอะไรบ้างเถอะอย่ามัวแต่อ่านนิยายแล้วร้องไห้จนตาบวมไม่กินข้าวกินปลา ทำตัวยังกับผีตายซากอีกล่ะ ”
“รู้แล้วน่า เธอกลับไปหาสามีเธอเลยไป ตกลงเป็นเพื่อนหรือเป็นแม่ของเรากันแน่ บ่นจริงจังเลย”
“ถ้าเป็นแม่ได้นายจะยอมเป็นลูกเราไหมล่ะ”
“ไม่เอาอ่ะ นี่ก็แค่เปรียบเทียบไหม เปรียบเทียบ ไปๆ กลับไปได้แล้ว เดี๋ยวฝนก็ตกลงมาอีก”
“กลับก็ได้ ไม่ต้องมาไล่หรอกย่ะ”
หลินลี่ถิงกลับไปได้ไม่นานฝนก็ตกลงมาห่าใหญ่ ลี่หยางหลังจากกินข้าวกินขนมที่เพื่อนนำมาให้เสร็จแล้วเขาก็มานอนอ่านนิยายต่อไป เขายังตามติดชีวิตของประมุขมารจนรู้สึกสงสารและหลงรักประมุขมารผ่านตัวอักษรในหนังสือไปโดยไม่รู้ตัว
ลี่หยางคิดว่าทำไมเขาไม่พบเจอคนเช่นประมุขมารบ้าง ผู้ชายที่รักเดียวใจเดียวที่มั่นคงในรักมันหายากมากเลย ในโลกนี้จะหาเจอหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ ลี่หยางได้แต่พูดกับตัวเองก่อนที่จะนอนหลับไป
เช้าวันต่อมาลี่หยางตื่นขึ้นมาด้วยความสดใส อาจจะเป็นเพราะได้นอนหลับสนิทมาตลอดคืน หลายวันมานี่ลี่หยางเองยอมรับว่าเขานอนไม่ค่อยหลับเท่าไหร่ ข่าวอดีตคนรักของลี่หยางยังมีให้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์และตามรายการต่างๆ ของทีวีที่ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงเส้นทางรักระหว่างเขาและภรรยา
ลี่หยางไม่คิดว่าตู้ชิงอดีตคนรักของตัวเองจะเป็นคนเลวได้ถึงขนาดนี้ เท่าที่เขาออกมาให้สัมภาษณ์กับนักข่าวแล้ว ตลอดเวลาที่ตู้ชิงคบอยู่กับลี่ หยาง เขาก็คบกับภรรยาสาวอย่างโจวหลิงอยู่ด้วย โดยที่ลี่หยางไม่ได้รู้เลยแม้แต่น้อย
“พอแล้วลี่หยาง นายจะไปนั่งดูไอ้คนสารเลวพรรค์นั้นทำไม ที่ผ่านมาถือเสียว่าทานให้หมามันไป แต่เรื่องเงินแกต้องเอาคืนนะตั้งหลายแสน แกจะปล่อยให้ไอ้หน้าตัวเมียนั่นเอาไปไม่คืนไม่ได้” ลี่ถิง
“เราเองก็แค่อยากจะรู้ว่า เขาจะตอบคำถามนักข่าวยังไงเท่านั้นเอง ถิงถิงไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้เราไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้ว คนแบบนั้นไม่มีค่าพอให้เราเก็บเอาไว้ในใจหรอกนะ ส่วนเรื่องเงินเป็นไปได้เราไม่อยากไปเจอเขาอีก แต่เงินจะไม่เอาคืนไม่ได้ในเมื่อเขามีภรรยาที่รวยล้นฟ้าออกขนาดนั้น แค่เงินไม่กี่แสนเขาคงจะมีปัญญาหามาคืนเรา” ลี่หยาง
“ดีแล้วที่แกคิดได้แบบนั้น จริงสิเรากับพี่จิ้งจะเข้าเมืองนายจะฝากซื้ออะไรไหม หรือว่าจะไปด้วยกันดี”
“ไม่มีอะไรที่เราอยากได้หรอกถิงถิง เราไม่ไปหรอกนะเธอไปกับสามีเถอะ ไปสองคนก็ดีแล้วไม่ใช่หรือยังไง จะพาเราไปด้วยทำไม เราเองก็ไม่อยากจะไปนั่งกินอาหารหมาที่เธอกับสามีคอยปาใส่หัวคนอื่นหรอกนะ เห็นใจเราบ้างเถอะคนโสดอย่างเราก็ต้องการมีคนมาใส่ใจนะ”
“ลี่หนางนายไม่ไปก็ไม่ไปสิทำไมถึงต้องพูดอะไรแบบนี้ด้วยล่ะ ไม่เอาเราไปดีกว่าไม่พูดกับนายแล้ว เอาไว้ตอนเย็นเราจะซื้อขนมกลับมาฝากนะ”
“ขอบใจนะถิงถิง เอาไว้เราจะรอกินนะ”
“ได้เลย เอาไว้เจอกันตอนเย็นนะลี่หยาง ”
หลังจากถิงถิงกลับไปแล้วลี่หยางก็เตรียมตัวออกทะเลก่อนไปเขายังมิวายพูดกับหนังสือนิยายเล่มโปรดของตัวเองว่า “ท่านพี่ประมุขมารขอรับ ข้าไปจับปลาก่อนนะขอรับเอาไว้ข้าขายปลาเสร็จเมื่อไหร่จะรีบกลับ อยู่บ้านดีๆ นะขอรับ” ลี่หยางหัวเราะคิกคักกับความคิดบ้าๆ บอๆ ของตัวเอง
ลี่หยางใช้เวลาดำน้ำจับปลาไม่นาน วันนี้ดูเหมือนว่าเขาค่อนข้างที่จะโชคดีอยู่บ้าง ในเวลาไม่นานลี่หยางได้กุ้งมังกรตัวใหญ่และปลิงทะเลตัวอวบอ้วนเช่นเดียวกัน นอกจากนี้ยังมีปลากระพงแดงอีกหลายตัว
หลังจากนำอาหารทะเลที่หามาได้ในวันนี้ไปส่งให้กับคนของร้านอาหารที่มารอรับซื้ออาหารทะเลจากหมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งนี้ ลี่หยางใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ด้วยความเรียบง่ายและสงบสุข
แต่ความสงบสุขของลี่หยางนั้นอยู่ได้ไม่นานเท่าไหร่ เพราะที่หมู่บ้านแห่งนี้นอกจากจะมีเพื่อนรักอย่างถิงถิงแล้ว ยังมีเพื่อนเกลียดหรือเรียกอีกอย่างว่าคนที่ไม่ชอบลี่หยางอยู่ด้วยอย่าง ‘เถียนชิงมี่’
เถียนชิงมี่เป็นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับลี่หยางและลี่ถิง ตอนเรียนมัธยมปลายชิงมี่ไปสารภาพรักกับเพื่อนร่วมรุ่นแต่เพื่อนคนนั้นกลับบอกว่าเขาไม่สามารถรับความรู้สึกของชิงมี่ได้เพราะเขามีใจให้กับลี่หยาง
ถึงแม้ว่าลี่หยางจะไม่รู้ว่าเพื่อนร่วมรุ่นคนนั้นใช้เขาเป็นเครื่องมือเพื่อปฏิเสธชิงมี่ และเวลาต่อมาชิงมี่ได้รู้ความจริงแล้วว่าผู้ชายที่ตัวเองหลงรักเพียงแค่อ้างชื่อลี่หยางเพียงเท่านั้นแต่ทว่าชิงมี่ก็ยังคงไม่ชอบลี่หยางอยู่ดี
ลี่หยางเป็นผู้ชายตัวเล็กที่หน้าสวยกว่าผู้หญิงเสียอีก ลี่หยางดำน้ำเก่งมากและลี่หยางเรียนเก่งมากเช่นเดียวกัน ลี่หยางได้ทุนเรียนเสมอและสร้างชื่อเสียงให้กับหมู่บ้านอยู่เนืองๆไม่แปลกใจที่ชิงมี่จะไม่ชอบลี่หยาง
การกลับมาอยู่ที่หมู่บ้านของลี่หยางในครั้งนี้ก็ยิ่งสร้างความไม่พอใจให้กับชิงมี่เพราะหนุ่มที่เจ้าหล่อนหมายตาเอาไว้ คอยมาเกาะแกะลี่หยางอยู่เสมอ ถึงแม้ว่าลี่หยางจะบอกปัดไปแล้วแต่ทว่า มู่หลงหนุ่มหล่อประจำหมู่บ้านยังคงคอยแวะเวียนมาเกาะแกะลี่หยางอยู่เสมอ
มู่หลงไม่ได้มีใจชอบพอลี่หยางจริงจังอะไร เขาเพียงแค่พนันกับเพื่อนเท่านั้นว่าจะสามารถจีบลี่หยางติดหรือไม่เพียงเท่านั้น หากภายในเวลา 3 เดือนเขายังจีบลี่หยางไม่สำเร็จเขาจะต้องเสียเรือหาปลาให้กับเพื่อนของเขา 1 ลำ นี่คือสาเหตุที่ทำให้มู่หลงคอยมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆกั บลี่หยาง
วันนี้ก็เช่นเดียวกัน หลังจากที่ลี่หยางนำอาหารทะเลไปส่งเสร็จแล้ว ระหว่างทางกลับบ้านเขาพบกับชิงมี่ ที่กำลังเดินตามมู่หลงอยู่ แต่ทว่ามู่หลงกลับรีบเดินเข้ามาหาลี่หยางทำให้ชิงมี่ไม่พอใจและเริ่มด่าทอลี่หยาง
“ไอ้พวกผิดเพศ ออกไปจากหมู่บ้านก็ดีแล้ว ทำไมจะต้องกลับมาอีกด้วย” ชิงมี่
“แล้วทำไมน้องลี่หยางจะกลับมาไม่ได้ในเมื่อบ้านของน้องลี่หยางอยู่ที่นี่ น้องลี่หยางเราไปกันเถอะอย่าไปสนใจชิงมี่เลย” มู่หลง
“พี่มู่หลงทำไมต้องออกรับแทนมันด้วยล่ะคะ”
“หยุดทั้งสองคนนั่นล่ะ วันนี้เราจะขอพูดเป็นครั้งสุดท้าย แล้วต่อไปนี้ทั้งสองคนไม่ต้องมายุ่งกับเราอีก ก่อนอื่นนะชิงมี่เราไม่เคยไปแย่งผู้ชายของเธอมาแม้แต่คนเดียวแล้วเธอก็เลิกพูดจาใส่ร้ายเราได้แล้ว ส่วนคุณมู่หลงกรุณาออกไปจากชีวิตผมด้วยถึงแม้ว่าผมจะชอบผู้ชายด้วยกันแต่ผู้ชายคนนั้นไม่ใช่คุณ เลิกตอแยผมสักที คุณคิดว่าผมกินหญ้าเป็นอาหารหรือถึงจะมองไม่ออกว่าคุณต้องการอะไร อย่าให้ผมพูดมันออกมาจะดีกว่านะครับ ต่างคนต่างอยู่จะดีกว่า ถือว่าผมบอกพวกคุณทั้งสองคนแล้ว” ลี่หยางพูดออกมาด้วยความโมโห
ลี่หยางเดินจากไปโดยที่ทั้งสองคนไม่คิดว่าเขาจะกล้าพูดถึงขนาดนี้ มู่หลงเองไม่คิดว่าลี่หยางจะกล้าหักหน้าเขากลางหมู่บ้านแบบนี้ด้วยเหมือนกัน หลังจากเดินหนีหญิงร้ายชายเลวทั้งสองคนมาได้ ลี่หยางถึงกับถอนหายใจอย่างโล่งอก
พอกลับมาถึงบ้านมือถือของลี่หยางได้รับข้อความจากธนาคาร มีเงินถูกโอนเข้ามาในบัญชีของลี่หยาง 5 แสนหยวน ลี่หยางคิดว่ามันน่าจะเป็นอดีตคนรักเขาเขาที่โอนเงินกลับมาให้ คืนเงินมาแล้วก็แล้วกันไปถือว่ายังสำนึกได้บ้างว่าอะไรผิดอะไรถูก
ลี่หยางเปิดประตูเข้ามาในบ้านและตะโกนใส่หนังสือนิยายที่วางอยู่บนโต๊ะอย่างเช่นที่เคยทำ “ท่านพี่ข้ากลับมาแล้ว” จากนั้นเขาก็หัวเราะคิกคักให้กับการกระทำบ้าๆ บอๆ ของตัวเอง
ลี่หยางไม่รู้เลยว่าวันนี้จะเป็นวันสุดท้ายที่เขาจะได้อยู่ที่นี่ และจะได้พบกับท่านพี่ที่เขามโนขึ้นมาจริงๆ ไม่เพียงแต่จะได้พบเจอลี่หยางยังต้องอยู่กินเป็นสามีภรรยากับท่านพี่ในหนังสือนิยายที่ตัวเองอ่านทุกวัน
ถิงถิงเอาขนมจากในเมืองมาฝากลี่หยางกล่าวขอบคุณเพื่อนสาวแล้วเข้าบ้านปิดประตูอาบน้ำเสร็จ ก็เอาขนมมานั่งกินอ่านนิยายเล่มโปรดรอบที่ 200 และร้องไห้ครั้งที่ 200 เช่นเดียวกัน
กินไปอ่านไปด่าคนเขียนไป ประหนึ่งว่านักเขียนไปแย่งสามีหรือฆ่าสามีของลี่หยางตาย เขาทั้งด่าทั้งสาปแช่ง หวังว่านักเขียนจะกลับมาแก้พลอตให้ประมุขมารสุดที่รักของเขาได้สมหวังในรักบ้าง
หลังจากทั้งกิน ทั้งอ่านและทั้งด่าจนเหนื่อย ลี่หยางก็หลับไปทั้งน้ำตา ลี่หยางหลับไปเนิ่นนานเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ในฝันของเขา เขาฝันถึงสถานที่อันห่างไกลและได้พบกับท่านพี่ประมุขมาร สามีในมโนภาพของเขายืนยิ้มส่งมาให้เขาพร้อมทั้งยังพูดกับเขาว่า “พี่รอเจ้าอยู่นะลี่หยาง”
รอยยิ้มหล่อบาดใจขนาดนี้ อิป้านักเขียนยังให้เป็นตัวร้ายได้ลงคอ งานดีขนาดนี้หุ่นแซ่บขนาดนี้ อิป้านักเขียนจะต้องจิตไม่ปกติแน่นอน ลี่ หยางก่นด่านักเขียนไม่เว้นแม้กระทั่งยามหลับฝัน
และในที่สุดความหวังของลี่หยางก็เป็นจริง ในตอนที่เขาหลับไปนั้นขนมที่เขากินอยู่ยังเคี้ยวไม่หมด ลี่หยางไม่รู้เลยว่าตัวเองตายเพราะขนมติดคอตอนหลับ จะกล่าวในแง่ดีก็คือไม่ต้องทรมานตอนตาย เพราะตายแบบไม่รู้ตัว เพราะกำลังหลับฝันดี แต่ถ้าหากใครรู้ว่าตายเพราะขนมติดคอตอนหลับก็คงจะอับอายไม่น้อย แม้แต่ตอนหลับยังตะกละกินสมควรขนมติดคอตายแล้ว
ลี่หยางตื่นขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่ ที่ตัวเองไม่รู้จัก และกำลังงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า หรือว่าเขายังอยู่ในความฝันแต่ทำไมความฝันมันแปลกประหลาด ที่นี่ที่ไหนทำไมคนใส่ชุดโบราณขนาดนั้น แต่จะว่าไปคนพวกนี้เป็นใครและกำลังจะพาเขาไปที่ไหน
เกิดคำถามมากมายขึ้นในหัวของลี่หยาง จากที่ฟังคนพวกนี้ที่พาตัวเขาขึ้นเกวียนมาดูเหมือนว่าจะพาเขาไปขายที่ไหนสักที่ ตกลงเขาฝันบ้าอะไร เหตุใดไม่ฝันถึงสามีในมโนต่อ กลับมาฝันว่ากำลังจะถูกขายนี่นะ นี่มันเรื่องอะไรกัน
ลี่หยางคิดว่ามันเป็นความฝัน ต่อให้เป็นความฝันเขาก็จะหนีใครอย่าคิดว่าจะจับเขาไปขายได้เลย ในเมื่อเกิดมากับทะเล เขาเองก็เป็นนักดำน้ำที่เก่งคนหนึ่ง จะยอมให้คนพวกนี้จับไปขายได้ยังไง หนีสิมันต้องหนี
ลี่หยางที่คิดว่าตัวเองยังอยู่ในความฝัน กระโดดลงทะเลท่ามกลางความตกใจของหลายๆ คน โดยเฉพาะพวกที่กำลังถูกนำไปขายด้วยเช่นกัน และมีคนใจกล้ากระโดดลงทะเลเช่นเดียวกับลี่หยาง แต่ทว่าจะมีชีวิตรอดหรือไม่นั้นไม่อาจบอกได้ คนที่โดดลงทะเลตามลี่หยางนั้นคิดแค่ว่าตายเสียดีกว่าถูกขายให้กับหอนางโลม
ณ แคว้นไห่ เมือง เจิ้งสุ่ย ตำบลไห่ซาน หมู่บ้านไห่เจิน เป็นหมู่บ้านชาวประมงขนาดเล็กที่ตั้งอยู่ริมทะเล ด้านหลังติดภูเขาทัศนียภาพสวยงาม ชาวบ้านส่วนใหญ่ล้วนแล้วแต่ประกอบอาชีพจับปลาในทะเล
ครอบครัวหยางเป็นครอบครัวขนาดใหญ่ ฐานะค่อนข้างยากจน แต่ทุกคนในครอบครัวล้วนรักใคร่ปรองดองกัน ถ้อยทีถ้อยอาศัยซึ่งกันและกัน ตอนนี้สะใภ้ใหญ่ของบ้านอย่างลู่เอินกำลังปวดท้องจะคลอดลูก
ลู่เอินแต่งเข้าบ้านหยางกับหยางคุนในฐานะสะใภ้ใหญ่ของบ้าน ตอนนี้กำลังจะคลอดลูกคนแรกและหลานคนแรกของบ้าน ทำให้สมาชิกในครอบครัวมารวมกันที่ลานบ้านเพื่อรอลุ้นว่าหลานที่จะเกิดมาจะเป็นหญิงหรือชายกันแน่
หยางคุนชายหนุ่มอายุ 25 ปี หน้าตาหล่อเหลา มีอาชีพเป็นชาวประมงและตอนนี้เขากำลังจะได้เป็นพ่อคน ภรรยากำลังจะคลอดลูกคนแรกให้กับเขา ตอนแรกเขากำลังจะออกเรือไปหาปลาแต่ภรรยาของเขาปวดท้องจะคลอดลูกเสียก่อน
หยางคุนจึงได้รีบไปตามหมอตำแยแทนที่จะได้ออกทะเล ไม่ว่าลูกคนแรกจะเป็นหญิงหรือชายเขาตั้งใจจะเลี้ยงดูลูกอย่างดี ที่สุดเท่าที่เขาจะสามารถทำได้
เวลาผ่านไปสองชั่วยาม ภรรยาที่ปวดท้องมานานในที่สุดนางก็คลอดลูกชายตัวอวบอ้วนออกมาให้เขา และประมุขมารได้ถือกำเนิดขึ้นอีกครั้ง
เป็นการเกิดใหม่ของประมุขมารตามที่เขาต้องการ ภพชาตินี้เขากลายเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ หยางคุนตั้งชื้อลูกชายว่าหยางไห่เฉิง เด็กน้อยไห่เฉิงเลี้ยงง่าย ไม่งอแงขอแค่กินอิ่มกับร่างกายสะอาดเขาสามารถนอนหลับได้ทั้งวัน
หยางคุนและคนบ้านหยางดีใจมากที่สะใภ้ใหญ่คลอดหลานชายคนโตออกมา ในวัยเด็กไห่เฉิงเป็นเด็กดี เมื่อเติบโตมาก็เป็นคนดี ทำงานหาเงินเข้าบ้านเป็นกำลังหลักของบ้านคู่กับท่านพ่อที่เริ่มอายุมากแล้วของเขา
นอกจากนี้ที่บ้านยังมีน้องๆ ลูกของท่านอา และน้องๆ ของเขาที่ยังเด็กอยู่หลายคน ท่านปู่ท่านย่าเองก็แก่ชราลงทุกที ด้วยบ้านหยางเป็นครอบครัวใหญ่ ลูกหลานเยอะและมีฐานะยากจน แต่ทุกคนกลับไม่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจในชะตาชีวิตของตัวเอง
ทุกคนขยันทำงาน รักใคร่สามัคคี ไม่เคยทะเลาะเบาะแว่งกันในหมู่พี่น้อง เป็นครอบครัวที่ไร้ซึ่งการอิจฉาริษยากันโดยแท้ แต่ถึงแม้ว่าไห่เฉิงหน้าตาจะหล่อเหลาแต่ครอบครัวของเขายกจน ทำให้ไม่มีหญิงสาวหรือเกอคนไหนอยากแต่งเข้ามาเป็นสะใภ้และมาทนลำบากกับเขา
แต่ถึงจะเป็นแบบนั้นไห่เฉิงเองก็ไม่ต้องการจะแต่งเอาคนที่รักสบายเห็นแก่ตัวเข้ามาในบ้าน และที่สำคัญในใจเขาเหมือนกับว่าคู่ของเขายังไม่มี เหมือนกับว่าเขากำลังรอใครบางคนอยู่ ใครบางคนซึ่งเขาเองก็ไม่รู้ว่าคือใคร
ชีวิตของไห่เฉิงดำเนินมาเรื่อยๆ จากหนุ่มน้อยวัย 15 ถึงเวลาที่จะต้องคุยเรื่องแต่งงานแล้ว แต่เขายังไม่มีแม้กระทั่งแม่สื่อสักคนมาเยือน จนตอนนี้เวลาล่วงเลยมาจนเขาอายุได้ 19 ปี ท่านพ่อกับท่านแม่เองถึงแม้จะร้อนใจแต่เพราะครอบครัวยากจนที่สำคัญสะใภ้ใหญ่จะต้องเป็นคนดี จิตใจดี หาไม่แล้วแต่งเข้ามาบ้านได้ลุกเป็นไฟแน่
ทุกคนในบ้านถึงแม้จะร้อนใจในเรื่องการแต่งงานของไห่เฉิง แต่พวกเขากลับไม่ได้บังคับให้ไห่เฉิงต้องแต่งงาน บ้านตระกูลหยางเชื่อว่าคู่ชะตาของหลานชายจะมีในสักวัน ถึงตอนนั้นค่อยจัดงานแต่งให้ก็ยังไม่สาย
บ้านหยางไม่รู้เลยว่าพวกเขาจะได้สะใภ้ในเร็ววันนี้ และได้มาแบบไม่ได้ตั้งใจ แต่ทว่าสะใภ้คนนี้กลับนำความรุ่งเรืองมาสู่บ้านตรกูลหยาง จากฐานะยากจนที่สุด กลับกลายเป็นร่ำรวย มีเรือหาปลาขนาดใหญ่ในครอบครองนับสิบลำ ในอนาคตข้างหน้า
และเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของประมุขมารหรือไห่เฉิงในดินแดนมนุษย์ตามที่เขาต้องการและภรรยาของเขาคือคู่ด้ายแดงผูกชะตากันทุกภพทุกชาติไป นับจากนี้
ลี่หยางที่กระโดดลงไปในทะเลถูกคลื่นซัดจนลอยมาติดอยู่ที่ชายหาด เพราะร่างกายอ่อนแอเป็นทุนเดิมอยู่แล้วทำให้ลี่หยางหมดสติและสลบไปในที่สุด
เช้าวันนี้ไห่เฉิงเตรียมตัวจะออกหาปลาในทะเลเช่นเคย หมู่บ้านชาวประมงเล็กๆ แห่งนี้มีชาวบ้านอาศัยอยู่ทั้งหมด 40 ครอบครัว ด้านหลังหมู่บ้านเป็นภูเขา ด้านหน้าของหมู่บ้านเป็นทะเล ซึ่งต่างจากหมู่บ้านซานถุนที่ซูลี่หยางเจ้าของร่างเดิมอาศัยอยู่
ถึงแม้ว่าตระกูลหยางแห่งหมู่บ้านไห่เจินจะถือว่าเป็นครอบครัวที่ยากจนที่สุดและมีสมาชิกที่อาศัยอยู่ด้วยกันมากที่สุดในหมู่บ้านก็ว่าได้ เพราะครอบครัวมีฐานะยากจน จึงไม่สามารถที่จะแยกบ้านออกไปได้ จึงจำเป็นจะต้องอาศัยอยู่ร่วมกัน ถึงแม้ว่าพวกเขาจะยากจนแต่ไม่เคยมีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกันภายในครอบครัว ทุกคนอาศัยอยู่ร่วมกันด้วยความรักและสามัคคี ซึ่งหาได้ยากมาก
“ไห่เฉิง วันนี้จะออกทะเลหรือไม่” เหวินไคสหายสนิทเพียงคนเดียวของไห่เฉิง
“ไปสิแต่วันนี้ลมแรงข้าจึงไม่ออกทะเล เรือเล็กของบ้านข้าคงไม่ไหวหรอก ข้าเลยคิดว่าจะพาน้องๆ ออกไปเสี่ยงดวงแถวชายหาดดู”
“ข้าเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ถ้ายังไงพวกเราก็ไปด้วยกันเถอะ” เหวินไค
“ได้สิ เจ้ากลับไปเตรียมของก่อนแล้วค่อยมาหาข้าที่บ้าน” ไห่เฉิง
หลังจากเหวินไคกลับไปแล้ว ไห่เฉิงก็รีบเตรียมของทันที บ้านหยางนอกจากจะจับปลาในทะเลแล้วยังเข้าป่าล่าสัตว์ในภูเขาหลังหมู่บ้านด้วยเช่นเดียวกันกับครอบครัวอื่นๆ
“ไห่เฉิงข้ามาแล้ว” เหวินไคที่มาพร้อมกับภรรยาที่เพิ่งแต่งเข้าบ้านได้ไม่นานของเขา
“อืม ไปกันเถอะ”
“แล้วนี้น้องของเจ้าไม่มีใครไปด้วยหรือ ” เหวินไค
“น้องๆ เข้าป่าไปหาของป่ากับพวกท่านพ่อท่านอาแล้ว ส่วนคนที่เหลืออยู่บ้านช่วยท่านแม่กับท่านย่า ซ่อมแซมเสื้อผ้า” ไห่เฉิง
“อืม บ้านเจ้าแลดูอบอุ่นดีนะ” เหวินไค
“ทำไม อิจฉาหรือ”
“ก็นะ มันก็มีอิจฉากันบ้างเจ้าดูบ้านข้าสิ คนน้อยกว่าบ้านเจ้าอีก แต่ก็ยังเอารัดเอาเปรียบ นี่ดีหน่อยที่ท่านพ่อข้าแยกบ้านออกมาแล้วไม่เช่นนั้นอย่าหวังว่าจะได้โงหัวขึ้นเลย คงโดนครอบครัวท่านลุงกดขี่อยู่แบบนั้น คนบ้านนั้นทั้งขี้เกียจและเห็นแก่ได้ที่สำคัญเห็นแก่ตัว หากไม่แยกบ้านออกมาข้าคงไม่ได้แต่งภรรยาเข้าบ้านหรอก ใครจะอยากเข้ามาอยู่ในครอบครัวแบบนี้กัน” เหวินไค
“เอาเถอะ เรื่องมันก็ผ่านมาแล้วตอนนี้บ้านของเจ้าไม่มีความเกี่ยวข้องกับบ้านใหญ่แล้วนี่ตัดขาดกันไปแล้ว ต่อไปชีวิตก็จะดีขึ้น เชื่อข้าสิ”
“อืม แล้วเมื่อไหร่เจ้าจะแต่งงานเล่าไห่เฉิง ตอนนี้ในหมู่บ้านของเราคนที่อายุเท่าพวกเราก็แต่งงานหมดแล้วนะ”
“ไม่รู้สิ ข้ายังไม่พบคนที่ข้าถูกใจอีกอย่างเจ้าคิดว่าบ้านข้าจนเสียขนาดนี้กินก็กินไม่อิ่มจะมีบุตรสาวหรือเกอบ้านไหนอยากแต่งเข้ามาในบ้านข้ากันล่ะ”
“มันต้องมีสักคนสิเชื่อข้า เจ้าเป็นคนดี ครอบครัวเจ้าก็ดี มันจะต้องมีใครสักคนมองเห็น และอยากแต่งเข้ามาก็ได้นะ”
“ไม่แน่นะ ภรรยาของข้าอาจจะยังไม่เกิดก็ได้” ไห่เฉิงพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม
“นี่ไห่เฉิงเจ้ายังฝันถึงคนผู้นั้นอยู่หรือ หรือว่าที่เจ้าไม่ยอมสู่ขอภรรยา เพราะรอคนผู้นั้นอยู่” เหวินไคถามออกมาด้วยความแปลกใจ
“ไม่รู้สิ แล้วแต่สวรรค์จะลิขิตก็แล้วกัน แล้วนี่เจ้าพาเมียมาด้วยทำไม นางตั้งท้องอยู่ไม่ใช่หรือ”
“ให้นางออกมาเดินบ้างอยู่แต่ในบ้านอุดอู้”
“อืม ไปกันเถอะ อาจจะได้ปลาที่โดนคลื่นซัดขึ้นมากลับมาทำอาหารบ้าง”
ทั้งสามคนเดินมองหาปลาไปตามชายหาด ไห่เฉิงได้ปลาเพียงแค่ไม่กี่ตัวเท่านั้น เขาเดินแยกออกมาจากสองสามีภรรยา ถ้าจะบอกว่าไม่อิจฉาสหายของตัวเองก็คงจะไม่ใช่ เขาเองก็อยากจะมีภรรยาเหมือนกัน เพียงแต่ว่าเขายังไม่เจอคนที่ทำให้ใจเขาเต้นแรงเหมือนกับเจอคนผู้นั้นในความฝัน
ไห่เฉิงเดินมาเรื่อยจนกระทั่งมาถึงจุดที่ลี่หยางนอนสลบอยู่ ไห่เฉิงที่สอดส่ายสายตามองหาปลาที่ถูกคลื่นซัดขึ้นมาบนชายหาดไปเรื่อยๆ แต่แล้วเขาก็ต้องตกใจเพราะมีคนนอนอยู่บนชายหาดแต่ร่างกายส่วนล่างจมลงไปในทะเล
ไห่เฉิงไม่รู้ว่าคนผู้นี้เป็นใครมีชีวิตอยู่หรือไม่ แต่ภายในจิตใจของเขากลับร้อนลุ่ม ความรู้สึกที่เกิดขึ้นตอนนี้ยากที่จะอธิบายออกมาได้ ไม่รอช้าเขาสาวเท้าเข้าไปทันที และเมื่อได้เห็นหน้าของคนที่นอนจมน้ำอยู่ ใจเขาเต้นแรงเหมือนจะกระเด็นออกมาข้างนอกเสียให้ได้
หน้าตาของคนผู้นี้เหมือนกับคนในฝันของเขามากที่สำคัญคนผู้นี้เป็นเกอด้วย ไห่เฉิงตรวจดูก็พบว่ายังมีลมหายใจอยู่ เขารีบอุ้มลี่หยางที่หมดสติอยู่นั้นวิ่งกลับบ้านทันที ท่ามกลางความตกใจของเหวินไคและภรรยา
“ไห่เฉิง เจ้าจะรีบไปไหน แล้วนั่นเจ้าไปพาใครมา ข้าเข้าใจว่าเจ้าเองก็อยากมีภรรยาแต่เจ้าจะไปลักเกอบ้านผู้อื่นมาแบบนี้ไม่ได้ รอข้าก่อน รอข้าด้วย ภรรยาเจ้าค่อยๆ เดินกลับบ้านนะ ข้าจะตามไห่เฉิงไป"
“เจ้าค่ะท่านพี่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ” อิงอิงภรรยาของเหวินไคบอกกับสามี
ไห่เฉิงอุ้มลี่หยางกลับมาถึงบ้าน เขาวางร่างที่ไร้สติของลี่หยางลงบนเตียงในห้องนอนของเขาอย่างแผ่วเบา จากนั้นก็ไปรื้อค้นหีบใส่เสื้อผ้าของตัวเองเพื่อมาเปลี่ยนให้กับลี่หยาง โดยเขาลืมคิดไปว่าตัวเองเป็นบุรุษ ถึงแม้ลี่หยางจะเป็นบุรุษเช่นเดียวกันแต่ลี่หยางเป็นเกอ ด้วยความร้อนใจเขาจึงเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ลี่หยางด้วยตัวเอง
“ไห่เฉิง เจ้าไปพาใครมา ตายล่ะหว่า นี่เจ้าอย่าบอกนะว่าเจ้าเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เกอน้อยผู้นี้” เหวินไคตกใจจะตายแล้วตอนนี้ สหายของเขาทำอะไรลงไป
“ก็ใช่น่ะสิ จะปล่อยให้นอนทั้งๆ ที่เสื้อผ้าเปียกแบบนั้นได้ยังไง เจ้ามาก็ดีแล้วไปตามหมอให้ข้าหน่อย”
“ไห่เฉิง นี่เจ้าเห็นร่างกายเกอน้อยแล้วใช่หรือไม่ แล้วนี่เจ้าไม่รู้หรือว่าเจ้าทำอะไรลงไป” เหวินไคยังคงตั้งคำถาม
“เกอแล้วยังไง ก็เป็นบุรุษเหมือนกันไม่ใช่หรือ เจ้าจะถามอีกนานไหมไปตามหมอให้ข้าก่อน ข้าจะเช็ดตัวให้เขาก่อน”
“เจ้าบ้าไห่เฉิง นี่เจ้าไม่รู้หรือ ว่าถ้าเกิดเจ้าเห็นร่างกายของเกอผู้นี้แล้วเจ้าจะต้องรับผิดชอบ แต่งงานกับเขาน่ะ แล้วนี่เป็นใครมาจากไหนก็ไม่รู้แต่เจ้าก็ยังทำอะไรไม่ยั้งคิด คนในบ้านมีอยู่เยอะแยะ ท่านอาสะใภ้ ท่านย่าของเจ้าก็อยู่ แล้วแบบนี้เจ้าจะทำยังไง ไหนเจ้าบอกข้าที”
“แต่งก็แต่งสิ ในเมื่อสวรรค์ส่งเขามาให้ข้า เหตุใดข้าจะต้องผลักไสเขาออกไปด้วย อย่าถามมากไปตามท่านหมอมาได้แล้ว”
เหวินไคออกไปตามท่านหมอหยู หมอชราเพียงหนึ่งเดียวในหมู่บ้านด้วยความคับข้องใจ ลี่หยางนั้นตอนนี้เหมือนกับว่าตัวเองยังอยู่ในความฝัน ฝันว่าตัวเองได้แต่งานกับประมุขมารที่ตัวเองหลงรัก
หลังจากหมอหยูมาตรวจร่างกายลี่หยางแล้ว อาการไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงแต่ที่ยังไม่ได้สติอาจจะเป็นเพราะร่างกายอ่อนแอ และจมน้ำอยู่เป็นเวลานานโชคดีที่ไห่เฉิงไปพบเข้า ไม่เช่นนั้นแล้วคงได้จมน้ำตายไปจริงๆ
ลี่หยางรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา ในตอนที่กำลังเรียบเรียงความคิดอยู่นั้นว่านี่เป็นเรื่องจริงหรือว่าความฝันกันแน่ อยู่ๆ ก็รู้สึกปวดหัวขึ้นมา แล้วก็มีความทรงจำของลี่หยางเกอที่มีชื่อแซ่เดียวกันกับเขาเข้ามา ลี่หยางปวดหัวจนสลบไปอีกครั้ง
ลี่หยางเจ้าของร่างเดิมนั้นตายตั้งแต่ตอนที่ถูกพวกนายหน้าค้าทาสทุบตี ญาติผู้พี่ของลี่หยางอิจฉาในความงดงามและหมายตากัวฟู่เหลียงลูกชายของหัวหน้าหมู่บ้าน ที่กำลังจะส่งแม่สื่อมาสู่ขอลี่หยาง
ทำให้ซูเยว่เหมยไม่พอใจ จึงได้แอบไปติดต่อพวกนายหน้าค้าทาส ให้มาจับตัวลี่หยางตอนที่เขาเข้าป่าไปหาของป่า จากนั้นจึงค่อยสร้างเรื่องว่าลี่หยางหายไปในป่าแทน แบบนี้ก็เท่ากับว่านางกำจัดศัตรูหัวใจที่นางเกลียดออกไปได้ แถมยังได้เงินมาใช้อีกหลายตำลึง โดยมีนางจางแม่ของเยว่เหมยรู้เห็นเป็นใจด้วย