ตอน 2

“อ่อนหัด!”

เย่อู๋หมิงตะโกนขึ้นมาอย่างเย็นชา ใบไม้สีเขียวที่แทงเข้ามาเหล่านั้นโดนพลังสีม่วงอันแรงกล้าที่ปล่อยออกมาจากตัวของเขาสลายไป!

หมอกที่อยู่รอบ ๆ จางหายไป เวลานี้หญิงสาวได้หนีไปจนไร้ร่องรอยแล้ว

ชายคนนั้นหรี่ตาลง เขายกมือขึ้นมาลูบคอของตัวเอง ลูกประคำเรืองแสงที่เขาใช้รักษาบาดแผลถูกหญิงสาวคนเมื่อกี้นี้กระชากไป!

ลูกประคำเรืองแสง เป็นตัวยาที่เขาใช้ความพยายามอย่างมากในการค้นหามันมา ซึ่งในแผ่นดินที่กว้างใหญ่ไพศาลแห่งนี้มันหาได้ยากมาก

แม้ว่าต่อไปจะมีโอกาสหาเจออีกลูก แต่เกรงว่าบาดแผลที่ตัวของเขา อาจจะถูกวิญญาณปีศาจทำร้ายอย่างไม่สามารถเยี่ยวยาได้.....

ที่ฝ่ามือของเขาเหมือนยังสัมผัสได้ถึงผิวเนียนละเอียดของหญิงสาวคนนั้นอยู่

ไหนจะแววตาที่ดูเฉลียวฉลาด และมีไหวพริบคู่นั้นอีก แน่นอนว่าไม่รอดพ้นสายตาของเย่อู๋หมิงไปได้

เยี่ยม หญิงสาวผู้กล้าหาญหนึ่งในหมู่ชาวเทอร์แรน!

“ฝ่าบาท! กระหม่อมมาช้าไป ต้องขอประทานอภัยด้วยพ่ะย่ะค่ะ!”

ลมแรง ๆ พัดผ่านมา คนสองคนปรากฏตัวขึ้นที่ริมบ่อน้ำพุ พวกเขากำลังนั่งคุกเข่าข้างหนึ่ง ท่าทีดูเคารพนอบน้อม

เย่อู๋หมิงลุกขึ้นมาจากบ่อน้ำพุ สะบัดมือออกไป ผ้าแพรสีดำสวมลงที่ร่างกายของเขา ไอน้ำบนผมสีดำระเหยไปในชั่วพริบตา

เขายืนเอามือไพล่หลัง มองไปไกล ๆ แล้วพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “การดูแลที่ไม่มีประสิทธิภาพเช่นนี้ จำเป็นต้องได้รับการลงโทษ ดวงตาแห่งพายุ หรือดินแดนแห่งธารน้ำแข็ง เลือกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ ผู้ใต้บังคับบัญชาทั้งสองอย่างเหยาเฟิง และอั้นหลินก็ถึงกับเหงื่อออกที่หลังจนเย็นยะเยือกไปหมด

ดวงตาแห่งพายุ และดินแดนแห่งธารน้ำแข็ง เป็นนรกสองขุมใหญ่ ๆ ในดินแดนแห่งยมโลก ซึ่งหากเผลอก้าวเข้าไปในนั้น โอกาสที่จะรอดมีเพียงน้อยนิด!

“กระหม่อมมีเรื่องหนึ่งที่ต้องกราบทูลฝ่าบาทพ่ะย่ะค่ะ หลังจากที่ฝ่าบาททรงฟังแล้ว...... ได้โปรดอภัยโทษให้กับกระหม่อมด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ” เหยาเฟิงก้มศีรษะลง เสียงของเขาสั่นเล็กน้อย

“ว่ามา”

เหยาเฟิงรีบพูดขึ้นว่า “กระหม่อมไปสืบมาได้แล้วว่า ในหุบเขาผานหลงแห่งนี้มีสัตว์ในตำนานกำลังจะมาจุติ ซึ่งยาลูกกลอนปีศาจของสัตว์ในตำนานสามารถบรรเทาอาการบาดเจ็บของฝ่าบาทได้พ่ะย่ะค่ะ”

ลูกตาสีเข้มของเย่อู๋หมิงดูขึงขังขึ้นเล็กน้อย “สัตว์ในตำนานมาจุติงั้นหรือ?”

“ใช่พ่ะย่ะค่ะ สัตว์ในตำนานจะจุติ รังสีของมันรุนแรงมาก ทำเอาสั่นสะเทือนไปทั่วโลกเลยทีเดียว ตอนนี้ชาวเทอร์แรนจำนวนไม่น้อยเดินทางไปหุบเขาผานหลง เพื่อช่วงชิงสัตว์ในตำนาน กระหม่อมสามารถไปถึงก่อนพวกเทอร์แรน แล้วเอายาลูกกลอนปีศาจของสัตว์ในตำนานมาได้พ่ะย่ะค่ะ!”

ทันใดนั้นใบหน้าของหญิงสาวคนนั้นก็แวบขึ้นมาในหัวสมองของเย่อู๋หมิง

ไม่รู้ว่า หญิงสาวเทอร์แรนคนนี้จะไปดึงดูดสัตว์ร้ายในตำนานหรือไม่?

หากหญิงสาวคนนั้นไปที่หุบเขาผานหลง เช่นนั้นเขาก็จะเอายาลูกกลอนปีศาจของสัตว์ในตำนานมาก่อน จากนั้นค่อยบดขยี้กระดูกของนางจนแหลกเป็นผุยผง ถือซะว่าเป็นการชำระแค้นที่นางเอาลูกประคำเรืองแสงของเขาไป!

หลังจากนั้นไม่นาน ชายหนุ่มรูปงามก็กระตุกมุมปาก แล้วแสงสีม่วงอันน่าสะพรึงกลัวก็แวบขึ้นมาจากดวงตาที่ดำมืดของเขา “สัตว์ในตำนานตัวนี้ ข้าจะไปค้นหาเอง”

“ฝ่าบาท !” เหยาเฟิง และอั้นหลินตกใจเล็กน้อย “แต่ ฝ่าบาท บาดแผลของพระองค์.....”

“แผลของข้าสามารถระงับเอาไว้ได้ชั่วคราว ไม่เป็นอะไรหรอก” เย่อู๋หมิงพูดขึ้นว่า “พวกเจ้าสองคน แยกกันไปค้นหาที่อยู่ของหานยวนต่อเถิด”

“ไม่ลงโทษให้ถึงตาย แต่ละเว้นการลงโทษไม่ได้ หลังจากเรื่องนี้จบลงแล้ว พวกเจ้าก็ยังต้องรับการลงโทษอยู่ดี”

เมื่อเหยาเฟิงและอั้นหลินได้ยินเช่นนี้ เขาก็รู้สึกโล่งอกขึ้นเล็กน้อย แค่ฝ่าบาทไม่ตำหนิพวกเขาอีกก็พอ!

……

ขณะนี้อวิ๋นหลานไม่รู้เลยว่าตัวเองกำลังถูกผู้มีอำนาจคนหนึ่งคอยจับตาดูอยู่

นางวิ่งอยู่ในป่าทึบที่มองไม่เห็นท้องฟ้าและดวงอาทิตย์อยู่นาน สุดท้ายเมื่อนางแน่ใจแล้วว่าไม่มีใครอยู่รอบ ๆ นางถึงได้หยุดพักชั่วคราว แล้วก็ทำการจัดการกับความทรงจำที่วุ่นวายในสมองของตัวเองก่อน

จากความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมทำให้นางได้รู้ว่า โลกที่แตกต่างคนละภพนี้มีชื่อเรียกว่าทวีปฟ้ากว้าง ซึ่งจะแบ่งออกเป็นดินแดนแห่งฟ้าสีคราม และดินแดนแห่งยมโลก

สถานที่ที่นางอยู่ในตอนนี้ คือหุบเขาผานหลงซึ่งตั้งอยู่ในดินแดนแห่งฟ้าสีคราม

ในดินแดนแห่งฟ้าสีครามมีหลายประเทศ และมีกองกำลังเป็นของตัวเอง ซึ่งเจ้าของร่างเดิมคือหญิงสาวคนหนึ่งในจวนเทพเจ้าแห่งสงครามของแขวงหลีอัน

ผู้คนในโลกนี้จะเคารพคนที่แข็งแกร่ง แล้วถือเอาการผู้บำเพ็ญวิชาเป็นหลักการในการดำรงชีวิต ซึ่งพลังจิตสามารถส่งออกมาจากรากของจิตวิญญาณบริเวณท้องน้อย พลังจิตและรากของจิตวิญญาณจะอยู่รวมกัน

ผู้ฝึกฝนส่วนใหญ่จะมีรากจิตวิญญาณเพียงรากเดียว ซึ่งในชีวิตนี้จะสามารถฝึกพลังจิตวิญญาณได้เพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่สิ่งที่เจ้าของร่างเดิมมี กลับเป็นรากจิตวิญญาณคู่ที่หาได้ยากในโลกนี้

เจ้าของร่างเดิมใช้ชีวิตอยู่บนความคาดหวังของผู้คน นางได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณระดับสองเมื่ออายุสิบสองปี แล้วก็ได้ขึ้นเป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณระดับสามเมื่ออายุสิบสามปี เท่ากับว่าปีละหนึ่งระดับ นับว่าเป็นความเร็วที่น่าอัศจรรย์ใจอย่างมาก

หลังจากได้รับการเลื่อนตำแหน่งเป็นปรมาจารย์จิตวิญญาณระดับสาม จู่ ๆ เจ้าของร่างเดิมก็ไม่สามารถรวมพลังจิตขึ้นมาได้อย่างกะทันหัน ทำให้จากที่เป็นคนอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้จนผู้คนรอบข้างอิจฉา กลายเป็นคนไร้ประโยชน์ที่ผู้คนต่างก็พากันดูหมิ่น

แม้แต่การแต่งงานที่เจ้าของร่างเดิมได้ตัดสินใจเอาไว้ตั้งนานแล้ว นางก็ต้องถูกอันหรูเยี่ยนที่เป็นว่าที่คู่หมั้นของนางถอนหมั้นไปเพราะสาเหตุนี้

ส่วนเสิ่นยู่เหยา นางคือลูกสาวผู้ลากมากดีของตระกูลเสิ่นแห่งแขวงหลีอัน นางเป็นสหายคนสนิทที่คุยกับเจ้าของร่างเดิมได้ทุกเรื่อง

มีอยู่คืนหนึ่ง เจ้าของร่างเดิมได้รับเชิญจากเสิ่นยู่เหยาให้ไปที่หุบเขาผานหลง เพื่อไปหาสมุนไพรวิเศษที่สามารถใช้ในการรวมพลังจิต

แต่ก่อนที่จะทันได้หาสมุนไพรพบ เจ้าของร่างเดิมก็ดันมาถูกสหายคนสนิททำร้ายอย่างไร้มนุษยธรรมซะก่อน

รากจิตวิญญาณถูกขุดไป อีกทั้งยังถูกเตะลงหน้าผา

เพราะเหตุนี้ เจ้าของร่างเดิมจึงตายไปด้วยความโกรธแค้น จากนั้นนางก็เข้ามาสิงในร่างของเจ้าของร่างเดิม และได้กลับเกิดใหม่อีกครั้ง——

ตอน 3

อวิ๋นหลานกลั่นกรองความทรงจำทั้งหมดในสมองอย่างเงียบ ๆ

หลังจากนั้นพักใหญ่ นางก็ทุบหน้าอกไปมาและพึมพำกับตัวเองว่า “ในเมื่อพระเจ้าไม่ยอมให้ข้าสิ้นลม ถ้าอย่างนั้นข้าจะนำความไม่พอใจ และความแค้นเคืองทั้งหมดของเจ้าไปแก้แค้นให้กับเจ้าเอง”

ท่ามกลางบรรยากาศดูเหมือนจะมีสสารบางอย่างลอยละล่องอยู่ หลังจากอวิ๋นหลานพูดจบ มันก็ค่อย ๆ สลายหายไป

หลังจากสิ้นเสียง “กริ๊ง” อะไรบางอย่างก็ร่วงลงกระทบกับพื้น

พออวิ๋นหลานก้มลงมอง นางก็เห็นสร้อยลูกปัดเส้นหนึ่ง ซึ่งลูกปัดที่อยู่บนนั้นถูกร้อยเรียงเข้าด้วยกันด้วยเส้นเชือกอันบางเฉียบราวกับเส้นผม ทั้งเรียบลื่นเสมือนแก้วและเปล่งประกายในยามค่ำคืนเป็นแสงระยิบระยับ

“นี่คือ……”

อวิ๋นหลานรู้สึกสงสัยขึ้นมาในทันใด แล้วใบหน้าของบุรุษรูปงามคนนั้นก็ผุดขึ้นมาในหัว แม้ว่าจะได้เห็นเพียงชั่วครู่ แต่กลับเป็นใบหน้าที่ตราตรึงใจอย่างมาก ส่งผลให้นางจดจำมันได้อย่างลึกซึ้ง

ตอนที่แกะมือของบุรุษคนนั้นออกไป นางคงไม่ได้เผลอไปดึงสร้อยลูกประคำมาด้วยหรอกใช่มั้ย?

“ช่างมันแล้วกัน หากเอากลับไปคืนตอนนี้ บางทีพวกนั้นอาจจะฆ่าข้าทิ้งก็ได้”

สร้อยลูกประคำเส้นนี้ถือเป็นค่าชดเชยในการบีบคอนางที่บุรุษคนนั้นต้องจ่ายก็แล้วกัน

อวิ๋นหลานลูบไล้ลำคอที่ถูกบีบเค้นไปมา ก่อนจะหัวเราะเยาะและดึงเชือกจนขาดทันที

ในวินาทีที่เชือกขาดออกจากกัน ลูกประคำก็เปล่งแสงเจิดจ้าชวนแสบตาออกมา ส่งผลให้อวิ๋นหลานปล่อยมือตามสัญชาตญาณด้วยความตกใจ

ลูกประคำลอยละล่องอยู่กลางอากาศ อวิ๋นหลานยังไม่ทันจะตั้งตัว ลูกประคำก็หลอมรวมเข้ากับร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว!

ความรู้สึกร้อนรุ่มซึ่งแฝงด้วยความแสบร้อนแต่ไม่เป็นอันตรายพุ่งขึ้นมาจากท้องน้อย มันอบอุ่นมาก ราวกับมีพลังวิเศษบางอย่างกำลังหลั่งไหลไปทั่วทั้งร่างกาย

หลังจากนั้นไม่กี่วินาที ทุกอย่างก็กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง

อวิ๋นหลานเอื้อมมือไปคลำบริเวณท้องน้อย เหตุใดลูกประคำถึงรวมร่างเข้ากับนางกันเล่า!

“บูม——!”

ทันใดนั้นพลังจิตก็ปะทุขึ้นจากระยะไกลอย่างรุนแรง ส่งผลให้พื้นดินสั่นสะเทือนไปหมด อวิ๋นหลานเงยหน้าขึ้นมองในระยะไกลอย่างฉับพลัน ตรงนั้นมีคนกำลังต่อสู้กันอยู่รึ

หรือว่าจะเป็นบุรุษลึกลับที่เจอกันตรงบ่อน้ำพุเมื่อครู่นี้?

บัดนี้ลูกประคำได้ถูกนางดูดเข้าไปโดยไม่ได้ตั้งใจแล้ว บางทีบุรุษผู้นั้นอาจจะกำลังตามหานางอยู่ก็ได้กระมัง

ตอนนี้นางยังไม่อาจรวบรวมพลังจิตได้ อีกทั้งในหุบเขานี้ยังเต็มไปด้วยภัยอันตราย การเข้าไปใกล้โดยไม่ระวังมีแต่จะนำไปสู่ความตาย นางต้องรีบออกไปจากที่นี่โดยเร็วที่สุด

ขณะที่อวิ๋นหลานกำลังจะหันหลังเดินจากไป ทันใดนั้น พลังล่องหนอันประหลาดก็ได้ตรึงนางเอาไว้อย่างแน่นหนา

อวิ๋นหลานหรี่ตาลง หลังจากขยับไปได้ไม่กี่ก้าว ดูเหมือนพลังนั่นจะหยั่งรู้ได้ว่านางกำลังจะไป ส่งผลให้พลังอัญเชิญทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นไปอีก

หลังจากพิจารณาอยู่พักใหญ่ สุดท้ายแล้วอวิ๋นหลานก็ล้มเลิกความคิดที่จะออกไป แล้วก็เดินไปตามทิศทางของขุมพลังแทน

……

หลังจากที่เดินข้ามป่าผืนหนึ่งมาแล้ว อวิ๋นหลานก็รู้สึกได้อย่างแจ่มชัดว่าพลังระลอกนั้นเริ่มเข้าใกล้ตนมากขึ้นทุกทีแล้ว

เสียงฝีเท้าสวบสาบดังมาจากที่ไกล ๆ อวิ๋นหลานรีบปีนขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ และซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางใบไม้อันหนาทึบทันที

มันมาจากผู้ฝึกตนกลุ่มหนึ่ง ผู้ที่เดินนำหน้าคือชายหนุ่มคนหนึ่งในชุดผ้าแพรอันหรูหรา ส่วนฝั่งขวามือของเขาคือหญิงสาวคนหนึ่งในชุดผ้าแพรสีเหลืองอ่อน

หลังจากที่เห็นสองคนดังกล่าวแล้ว ดวงตาของอวิ๋นหลานก็ฉายแววเย็นชาออกมาทันที

อันหรูเยี่ยนคือลูกชายคนเดียวของอันซีชวนซึ่งเป็นแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ที่คอยปกป้องแขวงหลีอัน ครั้งหนึ่งเขาเคยหมั้นหมายกับเจ้าของร่างเดิมมาก่อน

ส่วนคนที่อยู่ข้าง ๆ เขาคือเสิ่นยู่เหยา ‘เพื่อนสนิท’ ที่ใช้ดาบทำลายรากวิญญาณของเจ้าของร่างเดิมนั่นเอง!

“พี่เยี่ยน ข่าวที่ว่าสัตว์ในตำนานกำลังจะมาจุติ เป็นความจริงใช่หรือไม่เจ้าคะ?” เสิ่นยู่เหยาเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเขา สายตาของนางวิบวับอย่างน่าสงสาร “คงไม่ใช่ข่าวลือที่ผู้ฝึกตนผู้ไม่ได้เรื่องคนอื่น ๆ ปั้นขึ้นมาเองมั่ว ๆ ใช่หรือไม่เจ้าคะ?”

อันหรูเยี่ยนส่ายหัวไปมาเบา ๆ แล้วก็พูดว่า “พลังงานเกิดการปั่นป่วนอย่างรุนแรง ข่าวนี้ไม่น่าจะผิดพลาดหรอก สัตว์ในตำนานกำลังจะจุติแล้ว เจ้ากำลังกลัวอยู่ใช่หรือไม่?”

เสิ่นยู่เหยาแสร้งทำเป็นเข้มแข็งด้วยการยื่นมือไปควงแขนอันหรูเยี่ยนเอาไว้ แล้วก็พูดด้วยรอยยิ้มเล็กน้อยว่า “ไม่ได้กลัวเจ้าค่ะ ข้าจะช่วยเหลือท่านอย่างเต็มที่เจ้าค่ะ พี่เยี่ยน”

ดวงตาของอันหรูเยี่ยนฉายแววอ่อนโยนออกมา เขาขยี้หัวนางเพื่อเป็นการปลอบโยน และพูดว่า “เจ้าแค่คอยปกป้องตัวเองให้ปลอดภัยก็เพียงพอแล้ว คราวนี้พวกเรานำกำลังคนมาเยอะ สัตว์ในตำนานตัวนั้นอาจไม่ใช่คู่ปรับของพวกเราก็เป็นได้”

“น่าเสียดายเหลือเกินที่หลานหลานไม่ได้มาด้วย...... ข้าได้ยินมาว่าหุบเขาผานหลงแห่งนี้มีสมุนไพรวิเศษที่ช่วยรวบรวมพลังจิตขึ้นใหม่ได้ หากหลานหลานได้มันมา นางต้องกลับมาครองตำแหน่งผู้ปราดเปรื่องอีกครั้งได้แน่เจ้าค่ะ”

เสิ่นยู่เหยาก้มหน้าก้มตาลง เรียกได้ว่าดูเศร้าใจมาก

หลังจากได้ยินดังนั้น อันหรูเยี่ยนก็พูดด้วยสีหน้ารังเกียจว่า “เหตุใดจึงพูดถึงนางขึ้นมาอีกเล่า ตัวเสนียด! เรื่องที่อวิ๋นหลานฝึกฝนไม่ได้เป็นที่รู้กันไปทั่วทั้งแขวงหลีอัน ไม่มีวันที่จะฟื้นฟูพลังจิตกลับมาได้อีกแล้ว แล้วก็ไม่มีวันได้กลับมาเป็นผู้ปราดเปรื่องอีกแล้วเช่นกัน!”

เสิ่นยู่เหยากระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มออกมาด้วยสีหน้าไร้อารมณ์ ราวกับว่าประสบความสำเร็จแล้ว

อวิ๋นหลาน เจ้าที่อยู่ในนรกพอจะได้ยินบ้างหรือไม่

พี่เยี่ยนคิดว่าเจ้าเป็นตัวเสนียดล่ะ!

ตัวเสนียดอย่างเจ้า สู้ตาย ๆ ไปเสียยังดีกว่า......

คนกลุ่มหนึ่งเดินผ่านใต้ต้นไม้ไปอย่างเกรียงไกร ไร้ซึ่งความระมัดระวังใด ๆ ไม่ได้รู้สึกตัวเลยว่าบนต้นไม้ยังมีอีกคนหนึ่งอยู่ด้วย

หลังจากได้ยินการสนทนาระหว่างอันหรูเยี่ยนและเสิ่นยู่เหยา อวิ๋นหลานก็อดหัวเราะเยาะไม่ได้

แท้จริงแล้วในหุบเขาผานหลงแห่งนี้กำลังจะมีสัตว์ในตำนานมาจุตินี่เอง

เสียงการต่อสู้ที่ได้ยินในก่อนหน้านี้ รวมถึงอันหรูเยี่ยนและคนกลุ่มนี้ จนแม้แต่บุรุษลึกลับผู้นั้น อาจจะมาเพื่อสัตว์ในตำนานตัวนี้ก็เป็นได้

ในส่วนของพลังที่ตรึงนางเอาไว้นั้น เรียกได้ว่าทรงปัญญาอย่างมาก มีความเป็นไปได้สูงมากว่าสัตว์ในตำนานตัวนี้จะกำลังส่งพลังอัญเชิญถึงนางอยู่

ขณะที่ความคิดดังกล่าวผุดขึ้นมาในหัว อวิ๋นหลานก็เฝ้าดูพวกของอันหรูเยี่ยน และเสิ่นยู่เหยาเดินห่างออกไปเรื่อย ๆ พลางกระตุกมุมปากเผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา

เสิ่นยู่เหยา! อันหรูเยี่ยน!

หญิงร้ายชายชั่วเช่นพวกเจ้าสองคนยังจะปรารถนาสัตว์ในตำนานอีกรึ

ทำร้ายข้าถึงเพียงนี้ ข้าไม่มีวันยอมให้พวกเจ้าได้ไปครองหรอก!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED