ตอน 1

“นังสารเลว แกกล้าดียังไงมาทำร้ายน้องแบบนี้ฮะ ฉันจะตีแกให้ตายไปเลย”

สุ่ยหรูหยานหวดแส้ในมือลงไปบนตัวของซูมู่หยูอย่างแรง

เสียงหวดที่ดังฟังชัดนี้ก้องกังวาลไปทั่วทั้งในคฤหาสน์ ทำเอาคนรับใช้จำนวนมากพากันเงียบเสียง ไม่กล้าพูดอะไรเลยสักคำ

ส่วนซูมู่หยูก็ไม่ได้พูดอะไร ร่างกายที่เปราะบางของเธอสั่นเล็กน้อย เธอกัดริมฝีปากล่างเอาไว้แน่น อดทนต่อความเจ็บปวดจากการแตกของผิวหนังเอาไว้

“ฉันอุตส่าห์รับแกกลับมา ให้ข้าวแกกิน ให้เสื้อผ้าแกใส่ ให้ที่อยู่อาศัยกับแก ทั้งหมดนี้เพื่อให้แกมาทำร้ายคนอื่นรึไงฮะ?” สุ่ยหรูหยานฟาดลงไปครั้งแล้วครั้งเล่า ในไม่ช้าแผ่นหลังของซูมู่หยูก็มีเลือดสีแดงฉานไหลออกมา ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ขาวกระจ่างใสค่อย ๆ ซีดลงเรื่อย ๆ

แต่แววตาของเธอกลับยังคงดูแน่วแน่ไม่เสื่อมคลาย

กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เธอคุ้นเคยกับการถูกตีแบบนี้ไปแล้ว

“รีบไปขอโทษน้องสาวของเธอเดี๋ยวนี้” สุ่ยหรูหยานที่ตีจนเหนื่อยแล้วเอามือเท้าเอว ถลึงตาใส่ซูมู่หยูพลางหอบหายใจอย่างหนัก

“หนูไม่ผิด” ซูมู่หยูเงยหน้าขึ้นมองเธอ แล้วก็พูดออกมาทีละคำว่า “แล้วทำไมหนูต้องขอโทษด้วย?”

“ดี เยี่ยมไปเลย!” เมื่อเห็นว่าซูมู่หยูยังไม่ยอมแพ้ สุ่ยหรูหยานก็หยิบแส้ขึ้นมาอีกครั้ง “วันนี้ฉันจะตีแกจนกว่าแกจะยอมขอโทษ”

“คุณแม่!” เวลานี้ซูมู่เฉิงที่อยู่ข้าง ๆ ได้ดึงเธอเอาไว้ ซูมู่เฉิงที่แววตาดูเศร้าหมองพูดโน้มน้าวขึ้นมาว่า “คุณแม่อย่าไปตีพี่เลยค่ะ จริง ๆ แล้ว ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง ฉันไม่ได้บอกพี่ให้ชัดเจนว่าฉันแพ้มะม่วง”

“เฉิงเฉิง ลูกจะใจดีเกินไปแล้วนะ ขนาดเกือบจะถูกนังชั่วนี่ทำร้ายจนตายอยู่แล้ว ลูกก็ยังจะมาพูดช่วยมันอีกเหรอ!” สุ่ยหรูหยานตบมือของซูมู่เฉิง น้ำเสียงของเธอฟังดูรักและเอ็นดูลูกสาวบุญธรรมคนนี้อย่างเห็นได้ชัด

“มันก็แค่คนอกตัญญูที่เลี้ยงไม่เชื่องคนหนึ่งเท่านั้นแหละ เพื่อที่จะให้ตัวเองได้เป็นที่โปรดปราน รู้ทั้งรู้ว่าลูกแพ้มะม่วงก็ยังจะเอาพุดดิ้งที่มีส่วนผสมของมะม่วงมาให้ลูกกินอีก ถ้าไม่ใช่เพราะสติฟั่นเฟือนไปแล้ว มันจะเป็นอะไรไปได้?”

“หนูจะพูดอีกครั้ง หนูไม่ได้ทำร้ายเธอ!” ดวงตาของซูมู่หยูแดงก่ำ เธอมองดูความรักอันลึกซึ้งระหว่างแม่ลูกคู่นี้อย่างไร้ซึ่งเรี่ยวแรง “หนูเองก็ไม่รู้ว่าเธอแพ้มะม่วง!”

“ยังคิดจะเล่นลิ้นอยู่อีกเหรอ? !” สุ่ยหรูหยานตีเธออีกครั้ง คำพูดที่เย็นชาและความเจ็บปวดที่แผดเผาบนร่างกาย มันทำให้หัวใจของซูมู่หยูด้านชาไปครึ่งหนึ่งแล้ว

นับตั้งแต่ที่เธอกลับเข้ามาในบ้านหลังนี้ เมื่อไหร่ก็ตามที่เธอมีความขัดแย้งกับซูมู่เฉิง เธอจะเป็นฝ่ายผิดมาตลอดไม่ว่าเธอจะอธิบายหรือแสดงหลักฐานยังไงก็ตามแต่ มันก็จะกลายเป็นการเล่าความเท็จทั้งหมด

ก็เหมือนกับเหตุการณ์ในอดีตที่เห็น ๆ อยู่ว่าซูมู่เฉิงตกบันไดลงมาเอง แต่กลับยืนกรานหนักแน่นบอกว่าเธอเป็นคนผลักลงมา ซึ่งพ่อกับแม่ก็เชื่อแต่ซูมู่เฉิง ไม่ยอมฟังคำอธิบายใด ๆ ของเธอ

มันน่าเสียใจตรงที่เธอยังเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของพวกเขา แต่สถานะของเธอในหัวใจของพ่อแม่แล้ว เธอกลับสู้ลูกสาวบุญธรรมไม่ได้เลย

บางทีในสายตาของพวกเขา เธออาจจะเป็นเพียงแค่คนเลวคนหนึ่งที่จงใจทำร้ายซูมู่เฉิง เพื่อที่จะให้ได้มาซึ่งความโปรดปรานไปแล้วก็ได้

ซูมู่เฉิงเหลือบมองซูมู่หยูแวบหนึ่ง แววตาของเธอดูเห็นอกเห็นใจ และสงสารเป็นอย่างมาก “คุณแม่ ฉันเข้าใจพี่ดีค่ะ ยังไงฉันก็เป็นเพียงลูกสาวบุญธรรมคนหนึ่ง แต่ฉันกลับได้สวมลอยเป็นพี่อยู่ในฐานะลูกสาวผู้ทรงเกียรติของตระกูลซูมาสิบปีกว่า”

“ถ้าเป็นฉัน ฉันก็คงจะแค้นเหมือนกัน”

“บางทีถ้าฉันออกไปจากบ้านหลังนี้ พี่อาจจะยอมหยุด แล้วก็ทำให้ตระกูลซูรักใคร่ปรองดองกันขึ้นมาก็ได้นะคะ”

พูดจาไร้สาระอะไรอีกแล้ว ฟังผิวเผินเหมือนจะกำลังช่วยพูดให้เธออยู่ แต่ในความจริงกำลังพยายามทำให้เธอตกที่นั่งลำบากมากขึ้นซะมากกว่า แต่พ่อกับแม่ก็ยังจะเชื่ออยู่ได้

ซูมู่หยูเริ่มรู้สึกเศร้ามากขึ้นเรื่อย ๆ ความผิดหวังที่เธอมีต่อคนในครอบครัวก็เริ่มสะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ แล้วเช่นกัน

เพี๊ยะ!

แส้ฟาดลงมาอีกครั้ง

ความเจ็บปวดของผิวหนังที่แตกออก ทำให้ซูมู่หยูหลุดออกมาจากห้วงแห่งความคิดและกลับมาสู่โลกแห่งความเป็นจริงอีกครั้ง

เธอสบตาเข้ากับสายตาที่ดูเย็นชาและขยะแขยงของสุ่ยหรูหยาน แล้วก็ได้ยินคำพูดที่แสนเย็นชาดังขึ้นมาว่า

“ดูเฉิงเฉิงสิ ว่านอนสอนง่าย รู้เรื่องรู้ราว!! ถ้าแกได้สักครึ่งหนึ่งของเธอ ฉันก็คงไม่ต้องมาเหนื่อยใจแบบนี้ แล้วตอนนี้แกยังจะไม่ยอมรับผิดอีกเนี่ยนะ แกอยากจะให้ฉันโมโหจนตายไปเลยรึไง?”

“หนูขอย้ำอีกรอบว่า พุดดิ้งที่หนูให้เธอกินไม่มีมะม่วง ถ้าคุณแม่ไม่เชื่อ จะไปเช็ครายการสั่งซื้อดูเลยก็ได้นะ!”

“ทำไมต้องไปเช็คด้วย นี่แกจะบอกว่าเฉิงเฉิงใส่ความแกงั้นเหรอ?” สุ่ยหรูหยานไม่เคยคิดที่จะไปเช็คจากรายการซื้อของเลย เพราะเธอหลับหูหลับตาเชื่อคำพูดของซูมู่เฉิงไปหมดแล้ว

ตอน 2

“คุณแม่……”

ซูมู่เฉิงสูดลมหายใจเข้า แล้วก็แสร้งแสดงท่าทีอ่อนแอ “ถ้าพี่พูดแบบนี้แล้วมันทำให้พี่รู้สึกดีขึ้นมาบ้าง งั้นก็ถือซะว่าฉันใส่ความพี่ก็แล้วกันค่ะ”

“เฉิงเฉิง ไม่ต้องร้องนะ ลูกไม่จำเป็นต้องมารับผิดไว้เองแบบนี้เลย แม่จะต้องทำให้นังเนรคุณนี่รับผิดชอบต่อความผิดที่ทำกับลูกให้ได้”

สุ่ยหรูหยานหรี่ตาลง กำแส้ในมือแน่นขึ้น วางมาดน่าเกรงขามในฐานะที่เป็นนายหญิงของบ้านนี้ “ถ้าแกไม่อยากจะขอโทษ งั้นก็ได้ อีกสามวันก็จะถึงงานประกวดการออกแบบเครื่องแต่งกายครั้งแรกของเมืองเจียง เพียงแค่แกเอาแบบร่างให้ซูมู่เฉิง ฉันก็จะไม่เอาเรื่องที่แกทำร้ายเธอ”

แบบนี้อีกแล้วเหรอ?

คำพูดเหล่านี้ ทำให้ซูมู่หยูรู้สึกเย็นชามากจริง ๆ

ในปีที่ผ่านมา เพื่อที่จะได้รับความสุขและได้รับการยอมรับจากครอบครัว เธอยอมที่จะอดทนกับทุกอย่าง

เริ่มจากห้องที่แต่เดิมต้องเป็นของลูกสาวตระกูลซู ด้วยความที่พวกเขาเห็นว่าซูมู่เฉิงคุ้นเคยกับการอาศัยอยู่ในห้องนี้ไปแล้ว ก็เลยโน้มน้าวให้เธอยอมสละให้

หรือแม้แต่ตัวตนการเป็นลูกสาวของตระกูลซู พวกเขาก็ยังบังคับให้เธอสละให้ เพียงเพราะความภาคภูมิใจที่พวกเขาดูแลซูมู่เฉิงมา

ยังมีเรื่องแบบนี้อีกเยอะแยะมากมายเต็มไปหมด

เพื่อที่จะได้อยู่ในบ้านหลังนี้และได้รับการยอมรับจากครอบครัว ซูมู่หยูก็เลยเลือกที่จะยอมสละให้ทุกอย่าง

ซึ่งในตอนนี้ สุ่ยหรูหยานก็ยังจะมาบังคับให้เธอยอมสละแบบร่างการออกแบบสำหรับการแข่งขันการออกแบบแฟชั่นครั้งนี้ให้อีก ซึ่งมันจะส่งผลไปถึงอนาคตของเธอได้เลยทีเดียว!

“พูดมาสิ” เมื่อเห็นว่าซูมู่หยูเอาแต่เงียบอยู่เป็นเวลานาน ดวงตาของสุ่ยหรูหยานก็ดุดันขึ้นมาทันที “แกเป็นใบ้รึไงฮะ?”

“คุณแม่ พอเถอะค่ะ” ซูมู่เฉิงเขย่ามือสุ่ยหรูหยาน แล้วก็พูดออกมาอย่างน่าสงสาร “พี่เองก็เข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ด้วยเหมือนกัน หากพี่เอาแบบร่างของตัวเองมาให้หนูแล้ว พี่จะทำยังไงล่ะค่ะ?”

“ถึงแม้ในครั้งนี้หนูจะมั่นใจมากว่าจะต้องคว้ารางวัลมาได้แน่ แต่ตอนนี้หนู...... แค่กแค่ก.....” เธอไอออกมาอยู่สองสามครั้ง ร่างกายของเธอโอนเอนไปมา ท่าทางเหมือนกับพร้อมที่จะแหลกสลายได้ตลอดเวลา “หนูเกรงว่าจะไม่สามารถรับมือกับการแข่งขันครั้งนี้ได้น่ะสิคะ”

“หึ เป็นเพราะมันทำร้ายลูกยังไงล่ะ ดังนั้นมันต้องรับผิดชอบ”

สุ่ยหรูหยานหรี่ตา แล้วก็มองค้อนไปที่ซูมู่หยู “ฉันจะพูดอีกครั้งนะ แบบร่างนั้น แกจะให้ หรือไม่ให้?”

ซูมู่หยูหายใจเข้าลึก ๆ หัวใจของเธอเจ็บปวดรวดร้าวไปหมดแล้ว “แม่คะ หนูก็เป็นลูกสาวของแม่เหมือนกันนะคะ!”

“แกก็รู้เหมือนกันเหรอว่าตัวเองเป็นลูกสาวของฉันน่ะ งั้นในฐานะที่ฉันเป็นแม่ ฉันพูดอะไรแกจะไม่เชื่อฟังเลยรึไง?”

ความลำเอียงที่แสดงออกมาอย่างเปิดเผยเช่นนี้ ทำให้หัวใจของซูมู่หยูแตกสลายจนไม่เหลือชิ้นดีแล้ว เธอหลับตาลง แล้วก็พูดออกมาอย่างไร้เรี่ยวแรงว่า “แบบร่าง หนูยอมให้เธอก็ได้ค่ะ”

ดวงตาของซูมู่เฉิงเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอแอบดีใจอยู่ลึก ๆ ในใจ แม้ว่าซูมู่หยูจะเป็นคนไร้ค่าและอ่อนแอถูกรังแกได้ง่าย แต่ความสามารถในการออกแบบนั้นเกินจะบรรยายจริง ๆ

หากได้แบบร่างการออกแบบของซูมู่หยูมาแล้ว เธอจะต้องได้รับรางวัลชนะเลิศในการแข่งขันการออกแบบแฟชั่นครั้งนี้อย่างแน่นอน

“ก็ถือว่าแกยังมีจิตสำนึกอยู่บ้าง” สุ่ยหรูหยานเลิกคิ้ว แล้วก็โยนแส้ทิ้งไปด้านข้างแบบส่ง ๆ จากนั้นก็มองไปที่ซูมู่เฉิงด้วยรอยยิ้ม

“ซูมู่เฉิง มีแบบร่างของยัยนี่แล้ว ลูกก็ไม่ต้องเป็นกังวลใจกับเรื่องการแข่งขันแล้วนะ กลับไปก็พักผ่อนให้เยอะ ๆ แค่รอรับรางวัลเฉย ๆ ก็พอ”

“ขอบคุณนะคะคุณแม่” สีหน้าซูมู่เฉิงดูมีความสุขมาก จากนั้นเธอก็มองไปที่ซูมู่หยูอย่างอ่อนแออีกครั้ง “ว่าแต่แบบนี้พี่จะแค้นฉันรึเปล่า?”

“มันกล้าเหรอ?” สุ่ยหรูหยานถลึงตาใส่ซูมู่หยู แล้วก็พูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “ถ้ามันกล้าที่จะแค้นลูก มันก็ต้องออกไปจากบ้านหลังนี้ ตระกูลซูของเราจะไม่เลี้ยงคนเนรคุณเอาไว้เด็ดขาด ต่อให้จะเป็นลูกแท้ ๆ ก็ไม่ได้”

“งั้นถ้าจู่ ๆ พี่เกิดกล่าวหาว่าฉันไปลอกเลียนแบบแบบร่างการออกแบบจากพี่มา จะทำยังไงล่ะคะ?”

“งั้นเดี๋ยวแม่จะลบร่องรอยทั้งหมดที่บ่งบอกว่าเป็นของมัน แล้วก็ทำให้แบบร่างการออกแบบนี้เป็นของลูกโดยสมบูรณ์เอง”

คำพูดที่เย็นชา และไร้ความปรานีนี้ ทำให้ซูมู่หยูถึงกับอึ้งไปเลย หัวใจของเธอเริ่มเย็นชาลงเรื่อย ๆ แล้ว

ความพากเพียรและความอดทนของเธอในปีนี้ มีความหมายอะไรบ้างไหม?

“เหอะ เหอะ” ซูมู่หยูหัวเราะเยาะเย้ยออกมา ความคาดหวังที่เธอมีต่อครอบครัวนี้มันได้พังทลายลงอย่างสิ้นเชิงแล้ว!

ตอน 3

“แกหัวเราะอะไรฮะ?” สุ่ยหรูหยานชำเลืองหางตามองไป

“หนูหัวเราะในความโง่เขลาของตัวเองน่ะ หนูยอมเสียสละให้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่สุดท้ายสิ่งที่หนูได้รับตอบแทนกลับมาก็คือการที่โดนพวกคุณแย่งชิงไปไม่รู้จักจบจักสิ้น”

“ช่วงชิงอะไร? แกเป็นพี่ การที่จะเสียสละให้น้องสาวของตัวเองมีปัญหามากนักรึไงฮะ?” สุ่ยหรูหยานที่พูดออกมาตามเหตุผลด้วยความมั่นอกมั่นใจ ไม่ทันได้สังเกตเห็นเลยว่าในสายตาของซูมู่หยู เวลานี้ไม่หลงเหลือแสงแห่งความคาดหวังต่อครอบครัวนี้อีกแล้ว

ซูมู่หยูหายใจเข้าลึก ๆ แววตาของเธอค่อย ๆ เย็นชาลงเรื่อย ๆ

“ที่หนูยอมอดทนครั้งแล้วครั้งเล่า ก็เพราะหวังว่าพวกคุณจะเห็นถึงความเจียมตัวของหนู แล้วก็มอบความรักเล็ก ๆ น้อย ๆ ให้หนู”

“แต่พวกคุณกลับทำเหมือนว่ามันควรจะเป็นเช่นนี้ ทำยังกับป้องกันโจร พยายามจะลบร่องรอยความพยายามของหนูทั้งหมดออกไปอีก!! !”

ทุกคำพูดของเธอดังกึกก้องเต็มสองหูทีเดียว

ซูมู่หยูลุกขึ้นยืน ร่างกายที่อ่อนแอในตอนแรกของเธอ เวลานี้มันกลับยืดตรงขึ้น “ครั้งนึงพวกคุณบอกว่าจะรับหนูกลับมาที่บ้านตระกูลซู บอกว่าจะทำให้หนูไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องความเป็นอยู่ใด ๆ จะทำให้หนูได้มีความสุขกับการได้มีชีวิตที่ร่ำรวย”

“แต่หลังจากที่หนูกลับมา หนูกลับกินข้าวไม่อิ่มแม้แต่มื้อเดียวด้วยซ้ำ นอกจากพวกคุณจะเอาเปรียบ กดขี่หนูแล้ว เคยทำอะไรดี ๆ สักอย่างมั้ย?”

ซูมู่หยูมองไปที่สุ่ยหรูหยาน เธอเอามือกุมหัวใจของตัวเองเอาไว้ แล้วกัดฟันพูดว่า “หนูเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของคุณแม่นะ!! จนถึงตอนนี้ คุณแม่เคยเรียกหนูว่าลูกสักคำรึยัง?”

เมื่อพูดมาถึงตรงนี้ ซูมู่หยูก็หัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่ง หัวเราะจนเสียงแหบแห้งไป

ขณะที่กำลังมองไปที่ซูมู่หยูที่กำลังบ้าคลั่ง สุ่ยหรูหยานก็ขมวดคิ้วแน่นและพูดออกมาอย่างเย็นชาว่า “แกอยากให้ฉันเรียกแกว่าลูกอย่างนั้นเหรอ? ก็ได้ ฉันเรียกให้ก็ได้ ลูก! พอใจแกรึยังล่ะ?”

“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! !” ซูมู่หยูหัวเราะออกมาอย่างบ้าคลั่งมาก

“คุณนายซู สำหรับฉันแล้ว คุณไม่สามารถที่จะเสแสร้งใส่ฉันได้เลยด้วยซ้ำ”

หลังจากพูดจบ เธอก็หุบยิ้ม แววตาของเธอดูเย็นชาและบ้าคลั่ง

“ฉันจะไม่ร้องขอความรักจากพวกคุณอีกต่อไป นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฉันกับคนตระกูลซูของพวกคุณถือว่าขาดกัน”

“บ้าไปแล้ว แกต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ! !” สุ่ยหรูหยานโกรธมากจนหยิบแส้ที่อยู่ข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็ฟาดไปที่ซูมู่หยู

แต่ซูมู่หยูกลับคว้าแส้เอาไว้ สายตาของเธอดูเย็นชามาก

“คุณนายซู คุณยังจะกล้าตีฉันอีกเหรอ? เมื่อก่อนฉันเป็นลูกสาวของคุณ การที่แม่จะตีลูกสาว ฉันสามารถยอมรับได้ แต่ตอนนี้ฉันไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณอีกแล้ว แล้วคุณมีเหตุผลอะไรที่จะมาตีฉันเหรอ?”

“อ้อ จริงสิ!”

ซูมู่หยูกระตุกมุมปากขึ้น เธอที่เคยเป็นคนว่านอนสอนง่าย เวลานี้กลายเป็นคนดุร้ายขึ้นมาแล้ว

เธอแย่งแส้ไป จากนั้นก็เหวี่ยงขึ้นไปในอากาศเบา ๆ “เมื่อกี้นี้ที่คุณตีฉัน ฉันต้องเอาคืนสักหน่อยแล้ว”

“แก แกคิดจะทำอะไรฮะ?” สุ่ยหรูหยานรู้สึกหวาดกลัวซูมู่หยูขึ้นมาทันที คนที่ยอมอดทนเงียบเมื่อกี้นี้ ตอนนี้จู่ ๆ ก็เปลี่ยนท่าทีไป กลับกลายเป็นคนที่ดูน่ากลัวจนน่าตกใจขึ้นมาซะอย่างนั้น

มีเสียงเพี๊ยะดังขึ้น

แส้ในมือของซูมู่หยูฟาดใส่ตัวของสุ่ยหรูหยานอย่างแรง

“แก แกกล้าดียังไงมาตีฉันกันฮะ? !” สุ่ยหรูหยานเจ็บจนแยกเขี้ยวยิงฟัน รู้สึกโมโหจนอกจะแตกอยู่แล้ว “แกจะกำเริบเสิบสานมากเกินไปแล้วนะ”

“พี่ ทำไมพี่ถึงได้ตีคุณแม่แบบนี้ล่ะ?” ซูมู่เฉิงก็ตอบสนองขึ้นมาแล้วเช่นกัน เธอพูดด้วยความรู้สึกตื่นตกใจ

ซูมู่หยูเหลือบมองไปที่เธอแวบหนึ่ง ซึ่งมันทำให้ซูมู่เฉิงตกใจจนตัวสั่นขึ้นมาทันที ซูมู่หยูเป็นอะไรไปเนี่ย? ทำไมจู่ ๆ ถึงได้เปลี่ยนไปเป็นคนละคนแบบนี้ได้ล่ะ?

“เธอกตัญญูซะขนาดนี้ งั้นเธอก็มารับแทนซะสิ”

ทันทีที่พูดจบ ซูมู่หยูก็ฟาดแส้ไปที่ซูมู่เฉิง

“โอ๊ย! !” ซูมู่เฉิงที่ถูกแส้ฟาดเจ็บแบบปวดแสบปวดร้อนไปหมด มันทำให้หัวสมองของเธอว่างเปล่าไปชั่วขณะ

บ้าไปแล้ว ต้องบ้าไปแล้วแน่ ๆ!

ซูมู่หยูกล้าตีเธอเลยเหรอเนี่ย!!

“ซูมู่หยู หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! ฉันไม่อนุญาตให้แกตีเฉิงเฉิงนะ” สุ่ยหรูหยานรีบเข้ามากอดซูมู่เฉิงเอาไว้ในอ้อมแขนโดยที่ไม่ได้สนใจความเจ็บปวดตามร่างกายของตัวเองเลย

แต่ซูมู่หยูก็ไม่ได้เมตตาแต่อย่างใด แส้ในมือของเธอยังคงฟาดลงไปบนร่างกายของสุ่ยหรูหยานครั้งแล้วครั้งเล่า

สุ่ยหรูหยานเจ็บจนใจจะขาดอยู่แล้ว เธอสั่นไปทั้งตัว ตาทั้งสองข้างเหลือกขึ้นบนราวกับว่าเธอกำลังจะตายตกไปเดี๋ยวนี้แล้ว

แต่ซูมู่หยูต้องทนรับการทรมานเช่นนี้มาตลอดทั้งปีเต็ม ๆ นี่ถือว่าเธอออมแรงให้แล้วนะ มิเช่นนั้นสุ่ยหรูหยานคงจะสลบไปนานแล้ว

“พี่ พี่หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!! พี่ตีจนคุณแม่จะตายอยู่แล้วนะ! ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง ถ้าจะตี พี่ก็ตีฉันเลย.....”

ก่อนที่เธอจะพูดจบ ซูมู่หยูก็ได้ดึงซูมู่เฉิงออกจากอ้อมแขนของสุ่ยหรูหยาน

“ซูมู่หยู แกปล่อยซูมู่เฉิงเดี๋ยวนี้เลยนะ! !” สภาพของสุ่ยหรูหยานเป็นถึงขนาดนี้แล้ว แต่ก็ยังจะเป็นห่วงลูกสาวบุญธรรมคนนี้อยู่อีก ช่างเป็น ‘แม่ที่ดี’ จริง ๆ เลย

“เธอแพ้มะม่วงไม่ใช่เหรอ?” ซูมู่หยูกระตุกมุมปากขึ้น เผยรอยยิ้มชั่วร้ายออกมา

“พี่ พี่คิดจะทำอะไรน่ะ? พี่ปล่อยฉันเดี๋ยวนี้เลยนะ คุณพ่อกำลังจะกลับมาแล้ว ถ้าเขารู้ว่าพี่ทำกับคุณแม่แบบนี้ เขาได้ฆ่าพี่ตายแน่” หัวใจของซูมู่เฉิงสั่นสพท้าน เธอมองไปที่ซูมู่หยูด้วยสีหน้าที่ดูหวาดกลัวอย่างมาก

“งั้นฉันจะฆ่าเธอก่อนที่เขาจะฆ่าฉันก็แล้วกัน”

หลังจากพูดจบ ซูมู่หยูก็หยิบพุดดิ้งมะม่วงข้าง ๆ ขึ้นมา แล้วก็เอายัดเข้าไปในปากของซูมู่เฉิง

ซูมู่เฉิงดิ้นอย่างแรง แต่ด้วยความที่แรงของซูมู่หยูเยอะมากจึงสามารถยัดพุดดิ้งทั้งหมดเข้าไปได้อย่าโหดเหี้ยม

“หยุดนะ! นี่แกจะฆ่าเฉิงเฉิงรึไง!” สุ่ยหรูหยานตะโกนขึ้นมาด้วยความตื่นตัว “ใครก็ได้ มานี่เร็วเข้า!! มาจับนังฆาตกรคนนี้ให้ฉันที”

เวลานี้เหล่าคนรับใช้ถึงได้มีปฏิกิริยาขึ้นมา แล้วก็เข้ามาล้อมรอบซูมู่หยูเอาไว้

มีเสียงเพี๊ยะดังขึ้นมาครั้งหนึ่ง

ซูมู่หยูยกแส้ขึ้น แล้วก็ฟาดไปที่คนรับใช้คนหนึ่งอย่างแรง

“ใครกล้าเข้ามา ตาย! !”

เธอดูเกรี้ยวกราดอย่างมาก สายตาเย็นชา ทำเอาคนรับใช้ที่อยู่ตรงนั้นนิ่งไปในทันที

พวกเขาทั้งหมดไม่อยากจะเชื่อเลยว่า นี่คือซูมู่หยูคนเดียวกับที่มักจะอดทนกับทุกสิ่งและไม่เคยพูดอะไรสักคำแม้แต่ตอนที่ถูกทุบตี?

“เฉิงเฉิง ลูกเป็นยังไงบ้าง?” สุ่ยหรูหยานร้องไห้พลางคลานไปข้าง ๆ ซูมู่เฉิง “ลูกอย่าทำให้แม่ตกใจสิ! !”

“คุณนายซู ลองดูให้ดี ๆ สิว่า ลูกสาวที่แสนจะเชื่อฟังของคุณ อดทนต่อการแพ้ได้ยังไง”

ซูมู่หยูหัวเราะเยาะเย้ยขึ้นมา จากนั้นก็เดินออกไปข้างนอก เธอค่อย ๆ เดินออกจากบ้านที่สูญเสียซึ่งความคาดหวังทั้งหมดไปแล้วหลังนี้ไปทีละก้าว

เวลานี้เหล่าคนรับใช้ได้เข้ามาล้อมไว้ด้วยความระมัดระวัง พวกเขารู้สึกไม่สบายใจและไม่เข้าใจเลยว่า คนที่ไม่เคยแข่งข้อและอดทนต่อความทุกข์ทรมานมาได้ตลอดเวลาคนนี้ จู่ ๆ ทำไมถึงกลับกลายไปเป็นคนละคนได้

ฉากที่เธอฟาดแส้ใส่คุณนาย และบังคับให้คุณหนูกินมะม่วง มันดูน่าตกใจมากจริง ๆ!

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED