“ต้วนชิงฉือ เรารับแกมาเลี้ยงนานหลายปีขนาดนี้ ไม่คิดเลยว่าแกจะทำเรื่องเนรคุณแบบนี้ ครั้งนี้ตระกูลต้วนไม่สามารถให้แกอยู่ต่อไปได้อีกแล้ว แกไปซะเถอะ !”
ต่อหน้าต้วนชิงฉือมีคุณนายผู้ร่ำรวยคนหนึ่งกำลังมองเธอด้วยสายตาเกลียดชัง
“แม่คะ อย่าทำแบบนี้เลยค่ะ หนูตกลงมาจากข้างบนโดยไม่ได้ตั้งใจเอง ไม่เกี่ยวอะไรกับพี่หรอกค่ะ”
ที่โซฟาใกล้ ๆ เด็กผู้หญิงที่หน้าตาคล้ายกับคุณนายผู้ร่ำรวยขอร้องทั้งน้ำตา เข่าของเธอพันผ้าพันแผลอยู่ สภาพดูน่าสงสารมาก
เมื่อครึ่งชั่วโมงก่อน ลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลต้วนตกลงมาจากบันได ตอนนั้นบนชั้นสองมีแค่ต้วนชิงฉือคนเดียว
เพราะงั้นทุกคนเลยเชื่อว่าเธอเป็นคนทำ...
ตอนนี้ใบหน้าเกลียดชังและรังเกียจของคนในบ้านตระกูลต้วนดูแตกต่างจากเมื่อสัปดาห์ก่อนตอนที่พวกเขาบอกต่อหน้านักข่าวว่าไม่อยากให้เธอไปอย่างสิ้นเชิง
ต้วนชิงฉือก้มหน้าลง แววตาเต็มไปด้วยความเยาะเย้ย
ก่อนหน้านี้ไม่นาน เธอยังเป็นลูกสาวคนเดียวของตระกูลต้วนอยู่เลย ถึงแม้ว่าจะไม่ได้รับความโปรด แต่อย่างน้อย ๆ ตระกูลต้วนก็ไม่เคยได้ทำให้เธออยู่อย่างอดอยาก
จนถึงวันนั้นที่เกิดเรื่องขึ้นกับคุณต้วน ซึ่งต้องการถ่ายเลือด ทุกคนจึงไปตรวจกรุ๊ปเลือด ถึงได้พบว่าต้วนชิงฉือไม่ใช่ลูกสาวของตระกูลต้วน คุณต้วนรีบใช้เส้นสายเพื่อทำการตรวจสอบทันที ไม่นานก็เจอต้วนเหมียนเหมียน ลูกสาวแท้ ๆ ของเขา
ตระกูลต้วนเป็นตระกูลที่ร่ำรวยในเมืองเจียง พอเกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้ทุกคนต่างก็ต้องรู้ไปหมดแล้ว แต่ตระกูลต้วนที่กลัวจะเสื่อมเสียชื่อเสียงนั้นบอกกับสาธารณชนไปว่าไม่อยากให้ต้วนชิงฉือที่เลี้ยงดูเหมือนลูกแท้ ๆ มาหลายปีจากไป เลยกะว่าจะเลี้ยงดูอีกสักพักก่อนแล้วค่อยส่งเธอกลับไป
จริง ๆ แล้วพวกเขาวางแผนไว้ว่ารอให้เรื่องซาลงก่อนแล้วค่อยแอบส่งต้วนชิงฉือกลับไปที่บ้านเดิมของเธอ
หลังจากที่พบลูกสาวแท้ ๆ แล้ว คนในตระกูลต้วนรู้สึกว่าการที่มีต้วนชิงฉืออยู่ด้วยนั้นทำให้ต้วนเหมียนเหมียนต้องทนลำบากมานานหลายปี เพราะงั้นพอรับต้วนเหมียนเหมียนกลับมาแล้ว ต้วนชิงฉือเลยโดนบังคับให้ย้ายออกจากห้องเดิมที่เคยอยู่และไปอยู่ที่ห้องเก็บของแทน
ตอนนี้ความเป็นอยู่ของต้วนชิงฉือเปลี่ยนไปมาก เธอไม่เพียงแต่ต้องทำความสะอาด ซักผ้า ทำกับข้าว ฐานะต่ำต้อยจนถึงขนาดสู้กับคนรับใช้ก็ไม่ได้เลยในบางครั้ง !
ถึงแม้ว่าจะเป็นแบบนี้ ทว่าต้วนเหมียนเหมียนก็ไม่อยากให้ต้วนชิงฉืออยู่ที่นี่อีกต่อไป
หลายวันมานี้ เธอได้วางแผนใส่ร้ายต้วนชิงฉือหลายครั้ง
แต่พ่อแม่ของตระกูลต้วนทำเป็นไม่รู้ไม่เห็น แถมยังทำท่าทางรังเกียจต้วนชิงฉืออีก
ด้วยเรื่องเหล่านี้ ต้วนชิงฉือจึงได้มองเห็นธาตุแท้ของคนตระกูลต้วน แน่นอนว่าเธอไม่มีทางยอมอดทนต่อไปเรื่อย ๆ
เธอเงยหน้าขึ้นมองต้วนเหมียนเหมียน “ฉันจะไป แต่ฉันจะไม่จากไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้แน่นอน ฉันทนแบกรับความผิดแทนเธอมานานมากพอแล้วนะต้วนเหมียนเหมียน !”
ต้วนเหมียนเหมียนรู้สึกหนาวสั่นขึ้นมาทันทีที่เห็นสายตาเย็นชาของเธอ
นี่ยังเป็นต้วนชิงฉือที่ยอมทำตามทุกอย่างอย่างว่าง่ายคนนั้นอยู่อีกเหรอ?
แววตาของเธอฉายแววชั่วร้ายขึ้นมาทันที
อีตัวนี่หนิ!
เธอต่างหากที่เป็นลูกสาวแท้ ๆ ของตระกูลต้วน ต้วนชิงฉือมีสิทธิ์อะไรมาเสพสุขอยู่ในบ้านตระกูลต้วนแบบนี้ได้กัน!
เธอจะต้องไล่อีตัวปลอมนี่ออกไปให้ได้!
ต้วนเหมียนเหมียนพูดขึ้นมาอย่างไร้เดียงสาว่า “พี่คะ หนูไม่รู้ว่าพี่พูดเรื่องอะไรอยู่ หนูรู้ว่าพี่ไม่ชอบขี้หน้าหนู และคิดว่าหนูแย่งความรักของพ่อกับแม่จากพี่ไป เพราะงั้นหนูเลยอดทนกับการกระทำของพี่มาตลอด แต่ขาของหนู... พี่ก็รู้ว่าหนูชอบเต้นมากขนาดไหน ทำไม่ถึงทำแบบนี้ได้กันหล่ะคะ... ถ้ารู้ว่าพี่ก็ชอบเหมือนกัน หนูคงไม่แย่งรายชื่อผู้เข้าแข่งขันกับพี่หรอก !”
เธอหมายความว่าที่ต้วนชิงฉือทำร้ายเธอนั้นก็เพื่อรายชื่อผู้เข้าแข่งขันงานประกวดเต้นระดับประเทศ
พอได้ยินแบบนี้ แววตาของคุณนายต้วนก็ยิ่งแสดงความเกลียดชังมากขึ้นไปอีก “เหมียนเหมียน ลูกมีพรสวรรค์ คนอย่างเธอจะมาเทียบได้ยังไงกัน? รายชื่อผู้เข้าแข่งขันนี้ต้องเป็นของลูกแน่นอน! ส่วนต้วนชิงฉือ แกเก็บของแล้วไสหัวไปซะ!”
ต้วนชิงฉือนี่...... ดีแต่ทำตัวน่ารังเรียจไปวัน ๆ ทำแบบนี้ให้ใครดูกันก็ไม่ทราบ
แต่ต้วนเหมียนเหมียนนั้นนิสัยอ่อนโยน เชื่อฟัง แถมยังมีพรสวรรค์ในการเต้นมาก คนที่เพอร์เฟคแบบนี้ต่างหากที่เป็นลูกสาวของเธอหน่ะ!
คุณต้วนที่เงียบมาโดยตลอดถอนหายใจขึ้นมาพลางพูดว่า “ชิงฉือ ตอนแรกเรากะว่าจะไว้รอให้เรื่องมันซาลงไปก่อนแล้วค่อยส่งเธอกลับไป แต่ไม่คิดเลยว่าเธอจะมีเจตนาร้ายกับเหมียนเหมียนได้ถึงขนาดนี้ ถ้างั้นเราจะส่งเธอกลับไปวันนี้เลย!”
แววตาของต้วนเหมียนเหมียนที่ได้ยินดังนั้นฉายแววมีความสุขขึ้นมาทันที
ต้วนชิงฉือกลับมีสีหน้านิ่งเรียบ เธอหันหลังเพื่อไปเก็บของอย่างไม่รอช้า
แต่ผ่านไปนานก็ไม่เห็นเธอลงมาสักที ต้วนเหมียนเหมียนเลยเริ่มกังวลขึ้นมา “พี่คงไม่ได้เอาของไปหมดทุกอย่างหรอกใช่ไหมคะ...”
ทุกอย่างในตระกูลต้วนเป็นของเธอ จะให้ตัวปลอมมาเอาไปได้ยังไงกัน!
พอคิดอยู่แบบนี้ ก็เห็นต้วนชิงฉือก็เดินลงมาชั้นล่างพอดี มีแค่กระเป๋าสีดำเพิ่มมาแค่ใบเดียวเท่านั้น มันดูขัดกับผิวขาวเนียนของเธอเป็นอย่างมาก สายตาคู่นั้นมองมาที่คุณต้วน ทำให้คุณต้วนไม่รู้ว่าจะแสดงท่าทางยังไงเลยต้องละสายตาไปอย่างใจหวิว
คุณนายต้วนมองกระเป๋าของต้วนชิงฉือพลางขมวดคิ้วขึ้นมา น้อยขนาดนี้เลยเหรอ? “แกเอาอะไรไปบ้าง ขอฉันดูหน่อยสิ?”
“ไม่ต้องหรอก ให้เธอเอาไปเถอะ” คุณต้วนออกปากห้ามไว้ เพราะคิดว่าอย่างมากก็แค่บัตรเอทีเอ็มที่เขาให้เธอแค่ใบเดียว ในบัตรมีเงินแค่ห้าแสนเท่านั้น
ต้วนชิงฉือกลับโยนกระเป๋าลงบนโต๊ะพลางพูดขึ้นมาด้วยสีหน้านิ่งเรียบว่า “ตรวจดูเถอะค่ะ”
“ใครจะไปรู้ว่าเธอเอาของมีค่าอะไรไปรึป่าว...” คุณนายต้วนสบถขึ้นมาพลางเปิดกระเป๋าออก แต่กลับเห็นว่าข้างในนั้นมีแค่โน๊ตบุ๊ค เมล็ดพันธุ์บางอย่าง และเงินสดเล็กน้อย แม้แต่บัตรสักใบก็ไม่เอาไปเลย จู่ ๆ เธอก็รู้สึกขายหน้าเลยนั่งตัวตรงอย่างสง่างาม “ให้คนขับรถไปส่งแกเถอะ”
คุณต้วนที่เห็นนั้นกลับรู้สึกไม่ค่อยดีนัก เลยหยิบบัตรขึ้นมาหนึ่งใบ “ชิงฉือ กลับไปแล้วก็เชื่อฟังพ่อแม่นะ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะทำไร่ทำนา... แต่ก็เป็นคนที่จิตใจดี เธอต้องช่วยพวกเขาเยอะ ๆ นะ”
ใบหน้าที่สวยงามของต้วนชิงฉือยังคงเรียบเฉย เธอไม่ได้รับบัตรเอทีเอ็ม “คนเรานั้นต่างก็มีชะตากรรมของตัวเอง แต่หนูบอกไปแล้วว่า หนูจะไม่ไปแบบไม่รู้เรื่องรู้ราวแบบนี้ ต้วนเหมียนเหมียน ฉันให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย บอกมาให้ชัดเจนว่าเธอตกลงมาจากบันไดยังไง”
สิ่งที่ต้วนเหมียนเหมียนเกลียดที่สุดก็คือการที่ต้วนชิงฉือทำตัวนิ่ง ๆ ไม่สะทกสะท้านกับเรื่องใด ๆ ราวกับว่าเกิดมาก็มีฐานะสูงส่งกว่าเธออย่างไรอย่างนั้น
เห็นได้ชัดว่าเขาเป็นคุณหนูปลอม!
ลูกสาวของชาวนา!
“พี่หมายความว่าไงคะ จะบอกว่าหนูล้มลงมาเองงั้นเหรอคะ? นี่คือขาของหนูนะคะ ขาที่หนูหวงแหนมากที่สุด ถ้าเกิดเป็นอะไรขึ้นมา จากนี้ไปจะเต้นได้อีกยังไงกันคะ !” ต้วนเหมียนเหมียนร้องไห้สะอึกสะอื้นพลางโผเข้าไปในอ้อมกอดของแม่เธอ
“เพล๊ง !”
แจกันใบนึงเขวี้ยงมาทางเธอและขัดจังหวะการแสดงของต้วนเหมียนเหมียนไป เธอกลัวจนสะดุงโหยงและลุกขึ้นยืนทันที
ทุกคนต่างพากันมองมาที่เธอ แม้แต่คุณนายต้วนกับคุณต้วนก็รู้สึกตกใจมากเช่นกัน
ไหนเธอบอกว่าได้รับบาดเจ็บ ช่วงนี้ลุกขึ้นยืนไม่ได้ไม่ใช่รึไงกัน?
หลังจากที่ต้วนเหมียนเหมียนตอบสนองขึ้นมาได้ก็รู้สึกเย็นเสียวสันหลัง เธอล้มลงบนโซฟาอย่างแรงอีกครั้ง “อ๊ะ เจ็บขาจังเลย !”
ปฏิกิริยาแรกของคุณต้วนไม่ใช่จะโกรธ แต่กลับมองต้วนชิงฉืออย่างรู้สึกผิด “ชิงฉือ น้องของเธอยังเด็กอยู่ อย่าไปเอาเป็นเอาตายอะไรกับเธอเลยนะ...”
ช่วงนี้เธอได้ยินคำพูดนี้จนเบื่อแล้ว
“แน่นอนอยู่แล้วหล่ะค่ะ โดนหมากัดแล้วคงไม่แว้งกัดหมาหรอกค่ะ เพราะการจะทำอะไรหมานั้นก็ต้องดูเจ้าของมันด้วยจริงไหมคะ?”
ต้วนชิงฉือยิ้มบาง ๆ ก่อนจะเก็บกระเป๋าให้เรียบร้อยแล้วหันหลังเดินออกไปอย่างสง่างาม
สามคนที่โดนด่านั้นมีสีหน้าที่ดูแย่มากเลยทีเดียว
คนขับรถมารออยู่ที่หน้าประตูมานานแล้ว แล้วไม่รู้เรื่องที่เกิดขึ้นข้างใน พอเห็นต้วนชิงฉือเดินออกมาก็ไม่แม้แต่จะทักทายใด ๆ ตั้งแต่ต้วนเหมียนเหมียนกลับมา คนรับใช้ในบ้านจะไปมีใครเห็นความสำคัญของลูกเลี้ยงกันหล่ะ?
ต้วนชิงฉือไม่แม้แต่จะมองเขาและเดินออกไปข้างนอกโดยตรง
คนขับรถร้อนใจขึ้นมาทันที “คุณชิงฉือครับ คุณท่านให้ผมไปส่งคุณครับ”
“ไม่ต้องหรอก จากนี้ไปฉันไม่เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลต้วนอีก!”
เธอตอบกลับไปอย่างเย็นชา จากนั้นก็เรียกแท็กซี่ไปที่พิกัดที่คุณต้วนส่งมาให้
มันเป็นหมู่บ้านในชนบทที่ค่อนข้างธุรกันดาร
ต้วนชิงฉือตามหาถึงบ้านพ่อแม้แท้ ๆ ของเธอ
บ้านนั้นดูเก่ามาก และมีเสียงร้องไห้ดังออกมาจากข้างใน
ต้วนชิงฉือก้าวเข้าไปก็เห็นว่าในบ้านนั้นมีคนมากมาย
ผู้ชายที่แต่งตัวหรูหราและสะอาดสะอ้านมาพร้อมกับบอดี้การ์ด มันตัดกันกับคู่สามีภรรยาชาวนาที่กำลังร้องไห้อย่างมากทีเดียว
ตอนที่ต้วนชิงฉือรู้สึกอึ้งไปนั้น ผู้ชายที่ใส่สูทคนนั้นเห็นเธอแล้วก็ตาแดงขึ้นมาทันที ก่อนจะเข้าไปกอดเธอไว้
“ลูก ใช่ลูกจริง ๆ ด้วย ! ลูกยังมีชีวิตอยู่จริง ๆ !” ทั้ง ๆ ที่เป็นผู้ชายร่างสูงใหญ่และบึกบึน แต่เสียงนั้นกลับสั่นเครือด้วยความตื้นตันใจ
ต้วนชิงฉือรู้สึกสับสนไปหมด
ทำไมผู้ชายแปลกหน้าคนนี้ถึงเรียกเธอแบบนี้กัน?
คู่สามีภรรยาชาวนาเงยหน้ามองต้วนชิงฉือ แววตาคู่นั้นก็แดงก่ำเช่นกัน ต้วนชิงฉืออดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมาว่า “พ่อคะ แม่คะ นี่มันยังไงกันแน่คะ?”
“ชิงฉือ เธอไม่ใช่ลูกของเรา” พ่อชาวนาถอนหายใจ “ต้วนเหมียนเหมียนเป็นลูกของตระกูลต้วนจริง ๆ แต่เธอนั้นไม่ใช่ลูกของเรา ลูกของเรานั้นตายตั้งแต่ในครรภ์แล้ว ผู้ชายคนนี้ต่างหาก... ที่เป็นพ่อแท้ ๆ ของเธอหน่ะ”
ต้วนชิงฉือมองผู้ชายที่สวมชุดสูท ใบหน้าของเขาดูคล้ายคลึงกับเธอจริง ๆ
ผู้ชายคนนั้นหยิบผลตรวจดีเอ็นเอออกมา “ชิงฉือ พ่อบังเอิญเห็นลูกที่โรงพยาบาลและรู้สึกว่าลูกดูคุ้นเคยมาก ตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไรมากนัก แต่พอได้ยินว่าตระกูลต้วนเจอลูกสาวแท้ ๆ แล้ว พ่อก็คิดว่าเราอาจจะสลับลูกกัน ดังนั้นเลยหาทางตรวจดีเอ็นเอกับลูก ลูกลองดูนะ ลูกเป็นลูกสาวของพ่อจริง ๆ !”
ต้วนชิงฉือเปิดดูและพบว่ามันคือเรื่องจริง !
จริง ๆ แล้วไม่ต้องตรวจดีเอ็นเอ แค่ยืนข้างกันก็มองออกแล้วว่าพวกเขาเป็นญาติกัน
ต้วนชิงฉือนิ่งเงียบและไม่ได้พูดอะไร
เรื่องนี้สำหรับเธอแล้วเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดมากเลย
เธอคิดว่าเธอเจอครอบครัวที่แท้จริงแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะพลิกโผแบบนี้
“ชิงฉือ พ่อรู้ว่าลูกคงรู้สึกแย่มาก แต่เรื่องมันเป็นแบบนี้จริง ๆ ตอนนั้นเราสามครอบครัวคลอดลูกที่โรงพยาบาลเดียวกัน ความผิดพลาดของพยาบาลทำให้เด็กทั้งสามคนสลับตัวกัน ลูกของสามีภรรยาชาวนาคู่นี้โดนเอามาให้เรา เธอโดนเอาไปให้ตระกูลต้วน ส่วนต้วนเหมียนเหมียนนั้นก็โดนเอามาให้สามีภรรยาชาวนาหน่ะ”
“พ่อกับแม่ของลูกนั้นคิดมาตลอดว่าลูกตายแล้วตอนคลอด” ผู้ชายคนนั้นอธิบายอย่างจริงจัง “ลูกไม่รู้หรอกว่าเรื่องนี้ทำให้เกิดปมในใจของแม่ลูกมากขนาดไหน ตอนนี้เธอกำลังรอลูกอยู่ที่โรงแรมแหน่ะ !”
แววตาของผู้ชายคนนั้นดูกระตือรือร้นมาก ทำให้ต้วนชิงฉือรู้สึกใจเต้นขึ้นมาพลางพยักหน้าเบา ๆ และมองไปทางสามีภรรยาชาวนาคู่นั้น
ผู้ชายคนนั้นพูดว่า “เรื่องในตอนนั้นเป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดจริง ๆ พวกเขาเองก็เป็นเหยื่อเช่นกัน พ่อจะชดใช้ให้พวกเขาเอง”
“เราไม่ต้องการค่าชดเชยอะไรหรอกครับ แค่รู้ความจริงก็พอแล้ว” ลุงชาวนาส่ายหัว
ตอนนี้เขาคิดว่าอยู่กันสองคนก็ดี แต่ค่อนข้างรู้สึกเจ็บใจกับท่าทางของลูก ถึงแม้ว่าเขากับภรรยาจะยากจน แต่ก็ทำทุกอย่างเพื่อต้วนเหมียนเหมียนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดว่าพอเธอได้เจอพ่อแม่แท้ ๆ แล้วจะไม่รับโทรศัพท์ของพวกเขาอีกเลย
“พวกคุณรีบกลับไปเถอะ คกว่าจะครอบครัวได้กลับมารวมตัวกันทั้งที อย่ามัวมาเสียเวลาอยู่ที่นี่เลย” ลุงชาวนาพูดพลางออกไปส่งพวกเขาที่ประตู
ต้วนชิงฉือกับผู้ชายคนนั้นขึ้นรถสุดหรูไป
ซึ่งเป็นรถโรลส์ รอยซ์
อืม ดูเหมือนว่าพ่อแท้ ๆ ของเธอจะรวยมากจริง ๆ
ผู้ชายคนนั้นมองเธอด้วยสายตาอ่อนโยน “ชิงฉือ พ่อชื่อเฉียวเหยียนเฟยนะ จากนี้ไปถ้าลูกต้องการอะไรบอกพ่อได้เลย โอเคไหม?”
ประธานเฉียวชื่อกรุ๊ป มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของเมืองเจียงหน่ะเหรอ?
ดูเหมือนว่าพ่อแท้ ๆ ของเธอจะไม่ได้รวยธรรมดา ๆ ซะแล้ว !
ต้วนชิงฉือพยักหน้า
...
ที่โรงแรมโฟร์ซีซั่น
โรงแรมห้าดาวที่หรูหราที่สุดในเมืองเจียง
ต้วนเหมียนเหมียนเปลี่ยนเป็นชุดเดรสชาแนล เดินตามพ่อแม่เข้าไปในโรงแรมอย่างสง่างาม
ก่อนหน้านี้ไม่นาน คุณนายต้วนได้รับโทรศัพท์สายหนึ่งจากใครบางคน
โดยบอกว่าคุณเฉียว รองประธานสมาคมเต้นรำมาที่เมืองเจียงแล้ว เธอจะเป็นกรรมการในการแข่งขันระดับชาติครั้งนี้ ถ้าสามารถขอเป็นลูกศิษย์และให้เธอช่วยชี้แนะให้ได้หล่ะก็ ต้วนเหมียนเหมียนก็จะมีโอกาสชนะมากยิ่งขึ้น
เพราะงั้นพอได้รับข่าว คุณนายต้วนเลยให้ต้วนเหมียนเหมียนแต่งตัวสวยงาม แล้วรีบพาเธอมาที่นี่ทันที แต่ไม่คิดว่าจะเห็นคนที่คุ้นเคยอยู่ไม่ไกล
ผู้หญิงคนนั้นใส่เสื้อยืดและกางเกงยีนส์ธรรมดา แต่กลับดูสูงส่งและสง่างามมาก
ข้าง ๆ มีผู้ชายสวมชุดสูทคนนึงยืนอยู่ ท่าทางดูโดดเด่นมากแต่กลับมองเห็นหน้าได้ไม่ชัดเจน
“ต้วนชิงฉือ ทำไมแกถึงมาอยู่ที่นี่ได้กัน? ” สีหน้าของคุณนายต้วนเปลี่ยนไปเล็กน้อย
“ดูท่าว่าข่าวที่คุณเฉียวมาที่นี่จะรั่วไหลออกไปแล้วงั้นสินะ พี่เองก็อยากมาขอเป็นลูกศิษย์เธอเหมือนกันใช่ไหมคะ?” ต้วนเหมียนเหมียนทำหน้าตาใสซื่อและพูดอย่างอ่อนโยนขึ้นมาว่า “คุณเฉียวคงน่าจะยังไม่รู้ข่าวเรื่องที่พี่โดนไล่ออกไปแน่ ๆ งั้นจากนี้ไปฉันกับพี่ต่างก็เป็นลูกศิษย์ของเธอกันทั้งคู่แล้วสินะคะ !”
สีหน้าของคุณนายต้วนดูแย่มาก
เธอก้าวไปข้างหน้าและพยายามขวางทางต้วนชิงฉือไว้ แต่ต้วนชิงฉือกลับเดินไปยังห้องเฝ่ยชุ่ยเก๋อที่อยู่ไม่ไกล
คุณนายต้วนรู้สึกแปลกใจ พวกเขาไปห้องเฝ่ยชุ่ยเก๋อทำไมกัน นั่นเป็นห้องที่หรูหราที่สุดในโรงแรมโฟร์ซีซั่นเลยนะ !
“พี่คะ ทำไมถึงไปที่ห้องนั้นหล่ะคะ?” ต้วนเหมียนเหมียนเองก็ตกใจเช่นกัน “นั่นไม่ใช่ที่ที่คนธรรมดาจะเข้าไปได้นะคะ? ดูเหมือนว่าพี่จะสุดยอดมากจริง ๆ แม้แต่เพื่อนที่อยู่ข้าง ๆ พี่ก็เก่งซะขนาดนั้นด้วย”
“มันจะไปมีเพื่อนอะไรที่ไหนได้กัน !” คุณนายต้วนเอ่ยปากด่าขึ้นมาด้วยความโกรธ อีต้วนชิงฉือนี่ คงไม่ใช่ว่าทนความยากจนไม่ไหวเลยไปยั่วยวนคนรวยเข้าหรอกใช่ไหม?
แบบนี้มันทำให้ตระกูลต้วนต้องเสียหน้ามากจริง ๆ !
คุณนายต้วนรู้สึกขยะแขยงในใจ แต่ไม่มีเวลามาสนใจเธอและรีบโทรหาคุณเฉียวทันที
“ขอโทษด้วย บังเอิญว่าฉันมีธุระด่วน” อีกฝ่ายตอบกลับมาอย่างเย็นชา จากนั้นก็วางสายไปเลย
ต้วนเหมียนเหมียนรู้สึกผิดหวังมาก เธอเอามือปิดหน้าร้องไห้อย่างเสียใจอย่างควบคุมไม่ได้
คุณต้วนได้แต่ปลอบเธอ ว่าครั้งหน้ายังมีโอกาส
ทางฝั่งคุณเฉียวนั้น พอวางสายไปแล้วก็นั่งลงบนโซฟา
ที่พี่ชายคนโตเรียกทุกคนมารวมตัวกันอย่างกะทันหันแบบนี้นั่นก็เพราะว่าเพิ่งจะหาตัวลูกสาวที่พลัดพรากจากกันไปเจอ
“พี่สาวของฉันเร่ร่อนอยู่ข้างนอกมานานขนาดนี้ต้องลำบากมากแน่ ๆ ”
เด็กผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ เอ่ยปากขึ้นมา เธอหน้าตาสวย แต่งหน้าอย่างประณีตและสวมชุดเดรสหรูหรา ท่าทางเหมือนเป็นลูกคุณหนู แต่สีหน้านั้นกลับดูกังวล
เฉียวเหวินเยี่ยนรู้สึกอบอุ่นในใจ “ได้ยินว่าพ่อแม่บุญธรรมของเธอดูแลเธอเป็นอย่างดี คงไม่ลำบากอะไรมากหรอก”
เฉียวเวินหย่าพยักหน้า พลางพูดขึ้นมาอย่างจริงใจว่า “เราต้องดูแลพี่ให้ดีค่ะ”
เฉียวเหวินเยี่ยนลูบหัวเธอด้วยความเอ็นดู แววตาแฝงไปด้วยความชื่นชม
สมกับเป็นลูกศิษย์ของเธอจริง ๆ ถึงแม้ว่าเวินหย่าจะเป็นลูกเลี้ยง แต่กลับใจกว้างและมีจิตใจดีงาม เธอไม่กังวลว่าพี่สาวที่กลับมาจะมาแย่งตำแหน่งของเธอไปเลย
ทว่าคุณนายเฉียวที่สวมชุดกี่เพ้านั้นกลับไม่มีปฏิกิริยาใด ๆ สายตาจับจ้องไปที่ประตูด้วยความคาดหวัง
ท่าทางนี้ทำให้เฉียวเวินหย่ารู้สึกแปลก ๆ ขึ้นมา
ในที่สุดประตูก็เปิดออก...
คนขับรถเดินเข้ามา
หญิงสาวก้าวเข้ามา ถึงแม้ว่าจะเป็นลูกสาวที่เติบโตในชนบท แต่ผิวของเธอกลับขาวเนียนเป็นประกาย ใบหน้าสวยงามนั้นดูเย็นชา คล้ายกับคุณนายเฉียวมาก
ใจของเฉียวเวินหย่ารู้สึกว่างเปล่าขึ้นมาทันที
“ลูกแม่ !”
คุณนายเฉียวทนไม่ไหวอีกต่อไปและก้าวไปกอดแน่นพลางร้องไห้ไม่หยุด
ต้วนชิงฉือชะงักไปเล็กน้อย ความกระตือรือร้นที่มากเกินไปนี้ทำให้เธอไม่รู้ว่าจะทำยังไง เลยได้แต่ตบหลังเธอเบา ๆ
แต่ความสัมพันธ์ทางสายเลือดนั้นกลับทำให้เธอรู้สึกอบอุ่น
นี่ก็คือคนในครอบครัวแล้วสินะ...
“ให้ชิงฉือนั่งก่อนเถอะ” เฉียวเหยียนเฟยพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
คุณนายเฉียวนั่งลงข้าง ๆ ต้วนชิงฉือ น้ำตายังคงไหลพราก “ชิงฉือ ขอโทษนะ จนถึงตอนนี้แม่ถึงเพิ่งจะเจอลูก ลูกอยู่ข้างนอกต้องลำบากมากแน่ ๆ ”
“หนู... ไม่เป็นไรค่ะ” น้ำตาอุ่น ๆ ตกลงบนหลังมือของต้วนชิงฉือ ทำให้เธอทำอะไรไม่ถูก เธอเป็นคนที่ไม่ชอบไม้แข็งแต่มักจะใจอ่อนกับไม้อ่อนมาโดยตลอด แต่ไม่คิดเลยว่าจะมีคนร้องไห้เพราะเธอแบบนี้ “อย่าร้องไห้เลยค่ะ แม่คะ หนูกลับมาแล้วค่ะ”
คำว่าแม่ทำให้คุณนายเฉียวรู้สึกมีความสุขมาก “ใช่ กลับมาแล้ว ต่อไปแม่จะชดเชยให้ลูกเป็นอย่างดีเลย !”
เฉียวเหยียนเฟยมองต้วนชิงฉืออย่างคาดหวัง ต้วนฉิงฉือถึงได้พูดขึ้นมาว่า “... พ่อคะ”
“อืม ! ชิงฉือของเรานี่เป็นเด็กดีจริง ๆ ” นาน ๆ ทีเฉียวเหยียนเฟยจะมีความสุขมากสักที เขายิ้มพลางแนะนำ “มา พ่อจะแนะนำสมาชิกในครอบครัวให้รู้จัก นี่คืออาของลูกนะ”
เฉียวเหวินเยี่ยนมองเธอหัวจรดเท้าพลางพยักหน้าเบา ๆ ต้วนชิงฉือทักทายเธอไป
ต่อมาคือเฉียวเวินหย่า
เฉียวเหวินหย่าพูดขึ้นมาอย่างอ่อนโยนว่า “พี่คะ หนูรอพี่มานานแล้วหล่ะค่ะ จากนี้ไปในที่สุดหนูก็สามารถอวดคนอื่นได้สักทีว่าหนูเองก็มีพี่สาวเช่นกันแล้ว !”
คุณนายเฉียวเอ่ยปากขึ้นมาอย่างลำบากใจ “นี่คือเวินหย่า พ่อของเวินหย่าเป็นเพื่อนของพ่อลูก เธอสูญเสียพ่อแม่ไปตั้งแต่เด็ก เราเลยรับเลี้ยงเธอไว้หน่ะ ถ้าลูกรู้สึกไม่ดีหล่ะก็...”
“ไม่เป็นไรค่ะ” ต้วนชิงฉือเข้าใจความหมายของเธอเลยพูดขึ้นมาเรียบ ๆ
“ลูกยังมีพี่ชายอีกสามคน แต่พวกเขาไม่อยู่บ้าน เดี๋ยวจะค่อย ๆ แนะนำให้ลูกรู้จักนะ !” คุณนายเฉียวยิ้มพลางพูด พอเห็นต้วนชิงฉือพยักหน้าก็รู้สึกอบอุ่นใจมาก
ต้วนชิงฉือพยักหน้า
เฉียวเหยียนเฟยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา “ชิงฉือ หลายปีนี้ลูกลำบากแย่เลยนะ แอดวีแชทพ่อหน่อยสิ”
คุณนายเฉียวเองก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมาเช่กนัน “แอดของแม่ด้วย”
ต้วนชิงฉือเลยต้องแอดทีละคน พอแอดแล้วก็มีสองข้อความดังขึ้นมาพร้อมกัน
【พ่อ】โอนเงินให้คุณห้าสิบล้าน
【แม่】โอนเงินให้คุณห้าสิบล้าน
“พ่อให้เงินค่าขนมลูกไป ถ้าไม่พอใช้ก็มาขอพ่อนะ” เฉียวเหยียนเฟยยิ้ม
“อ่อใช่ แม่ซื้อเสื้อผ้าให้ลูกด้วย กลับไปแล้วค่อยลองใส่ดูนะลูก!”
ความอบอุ่นนี้ทำให้ต้วนชิงฉือรู้สึกไม่ชิน แต่ในใจกลับรู้สึกอบอุ่น
ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เฉียวเวินหย่าเองก็ไม่ชินเช่นกัน แถมยังตกใจมากด้วย พ่อแม่ให้เงินร้อยล้านรวดเดียวเลย ต้องรู้ไว้ก่อนว่าปกตินั้นเธอมีเงินค่าขนมแค่เดือนละไม่กี่แสนเท่านั้น !
นี่คือความแตกต่างระหว่างลูกแท้ ๆ กับลูกบุญธรรมงั้นสินะ?