ชายหนุ่มรูปร่างสูงสง่า เรือนร่างงดงามอัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม ผิวสีแทนของเขาน่ามองยิ่งนัก ช่วงขาเพรียว สะโพกสอบแข็งแรง ใบหน้าของเขาคมสันหล่อเหลา เรือนกายแข็งแกร่งแสนเซ็กซี่ ดวงตาคมเข้มยามทอดสายตามองนั้นดูอ่อนหวานเร่าร้อนจนคนถูกมองแทบละลาย
หญิงสาวรูปร่างอวบอิ่มถูกโอบกอดในอ้อมอกของชายหนุ่มอย่างทะนุถนอม เขาบรรจงจุมพิตดูดดื่มเหมือนจะสูบเลือดสูบเนื้อไปจากเธอจนหมดสิ้น ลิ้นของเขากระหวัดรัดรึง คลุกเคล้าในโพรงปากอ่อนนุ่มหวานล้ำ ริมฝีปากของเธอถูกบดขยี้จนต้องเผยอร้องครวญครางเสียงหอบกระเส่าออกมาไม่ขาดสาย
เขาปลดปล่อยริมฝีปากของเธอเป็นอิสระ เพียงชั่วครู่ก็ประทับลงมาใหม่ บดคลึงครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างหิวกระหาย หัวใจของเขาเต้นระรัว มือหนาฟอนเฟ้นอกอวบหนักเบา อุ้งมือใหญ่เริ่มเลื่อนลงไปสำรวจสัดส่วนความเป็นสาว เธอร้องครางด้วยความทรมานอันมากล้น นิ้วเรียวยาวสอดแทรกเข้าไปในกลีบบุหงาแสนสวย ก่อนที่ริมฝีปากจะเลื่อนลงไปคลุกเคล้าอย่างหิวกระหาย
ชายหนุ่มหอบหายใจอย่างรุนแรง เขาพลิกกายขึ้นทาบทับพาคนใต้ร่างไปยังดินแดนแห่งความสุขในทันที!!!
“เพลง” เสียงหนักๆ ทำให้คนเหม่อลอยสะดุ้งจากภวังค์ความคิด
“ค่ะ บก.” เพลงพิณนั่งตัวลีบเมื่อเห็นสีหน้าของบรรณาธิการวัยห้าสิบเศษกำลังมองเธอไม่วาง
“ไปหาไอเดียร์ เที่ยวเปิดหูเปิดตาบ้างสิ เขียนแบบนี้ไม่ว่าหรอกนะ แต่มันเหลือครึ่งหน้าได้ไง ก็รู้อยู่ว่าสำนักพิมพ์ทำนิยายประเภทไหน”
“ค่ะ หนูจะกลับไปแก้มาใหม่” เพลงพิณคอตก พักนี้เธอเขียนฉากรักไม่ค่อยออก สงสัยจะเขียนเยอะไป ไม่ก็เอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง ไม่ได้เปิดหูเปิดตาอย่างที่เพื่อนรักบอกเอาไว้
“พี่เข้าใจ ไม่ต้องรีบหรอก เราเขียนหนังสือมาเยอะแล้ว ไปเที่ยวพักผ่อนเสียบ้าง เผื่อสมองจะแล่น เพลงว่าดีไหม”
“ค่ะ” เพลงพิณรับปากคอตกเมื่อเดินออกจากห้องทำงานของบรรณาธิการผู้ให้โอกาสเธอตั้งแต่ก้าวแรกของการเป็นนักเขียน
กรี๊ด!!!!
“โอ๊ย! ไอ้เพลง แกกรีดร้องทำไมของแกย่ะ ใครลากหล่อนไปข่มขืนหรือก็ไม่ คนจะหลับจะนอน”
เฌอร์รินสาวประเภทสองที่สวยหยด ดูไม่ออกเลยสักนิดว่าเคยเป็นผู้ชายมาก่อนโวยวายเสียงดัง เอามือปิดหูแทบไม่ทัน ก่อนจะบ่นเพื่อนสาวคนสนิทด้วยความหงุดหงิด เพราะถูกรบกวนเวลานอนในวันหยุดสุดสัปดาห์
“ฉันคิดนิยายไม่ออกอะแก” เพลงพิณเอามือเท้าคางทำปากยื่นใส่เพื่อนรัก
“ฉากไหนที่แกคิดไม่ออก ฉากรักสยิวกิ้วของแกนะรึ” เฌอร์รินเอ่ยถาม ทำหน้าเมื่อย ยืนหัวยุ่งมองเพื่อนรักที่ไม่ยอมหลับยอมนอนอย่างระอา เพลงพิณเป็นคนนอนดึก หรือกลางคืนไม่นอน เป็นมนุษย์ค้างคาวออกหากินตอนกลางคืน กลางวันหลับอุตุ ปลุกไปเถอะ ตื่นยากตื่นเย็นเหลือเกิน นอกจากจะนอนเต็มที่แล้ว ถึงจะลุกมาทำโน้นทำนี่
“ใช่แล้ว บก.บอกว่าฉากรักฉันหายไปไหนหมด”
“ครั้งก่อนแกก็บ่นยายเพลง”
“บ่นไง จำไม่ได้แล้ว” เพลงพิณทำหน้าเอ๋อ...
“แกบ่นเป็นหมีกินผึ้งอะ บอกว่าฉากแกมันดิบไป แกให้ฉันอ่านพระเอกตบนมนางเอกแทบแบนแล้วปล้ำไม่หยุด เกินมนุษย์มนาจะทำได้”
“จริงเหรอ”
“จริง พระเอกปล้ำนางเอกวันนึงเป็นสิบ” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย
“สองรอบก็คงหมดแรงล่ะ” เพลิงพิณทำหน้าแหยๆ
“ก็ตอนนั้นสมองแกแล่นเพิ่งเขียนนิยาย คืนนึงพระเอกแกสิบรอบยังไหว แกมีผัวจริง อาทิตย์นึงไม่รู้มันจะทำการบ้านหรือเปล่า”
“แกชอบพูดลามกยายเฌอร์”
“หรา... นังเพลง ทุกวันนี้แกก็ไม่หมกมุ่นเลยนะ วันๆ นึกแต่ฉากเอากันท่าอะไรบ้างของพระเอกนางเอกแก”
“ยายเฌอร์มันเป็นศิลปะ แกไม่เข้าใจหรอก พูดแต่ว่าเอากัน ฉันโกรธแกแล้วนะ”
“เข้าใจว่าแกชอบเขียนและแอบหื่น” เฌอร์รินค้อนเพื่อน
“บ้า!” เพลงพิณแหวใส่เพื่อนหน้าแดง
“พูดเรื่องจริงทำมาเป็นรับไม่ได้”
“ก็ช่วงนี้มันคิดไม่ออกนี่นา”
“แหงแหละ แกเล่นเขียนทุกกระบวนท่า แกเขียนนิยายอีโรติกมากี่ปีแล้วเพลง”
“ห้าปี” เพลิงพิณตอบแบบเซ็งๆ
“เออ... ห้าปีของแก อาจจะทำให้แกเบื่อกับการที่แกต้องเขียนซ้ำซากทุกๆ เรื่อง มันไม่เหมือนเวลาแกเขียนเล่มแรกๆ ไง”
“ก็รู้ไง แต่มันเป็นงาน”
“แล้วแกจะทำยังไงย่ะ ชวนไปหาประสบการณ์ก็ไม่เอา”
“แหวะ... ทำยังกับว่าถ้าฉันไปนอนกับผู้ชายจริงๆ จะเขียนฟินงั้นแหละ” เพลิงพิณมุ่ยหน้าใส่เพื่อนรัก เฌอร์รินเบ้หน้าใส่เพื่อน
“ถามจริงๆ เลยนะแก” เฌอร์รินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง หล่อนเป็นชายไม่จริงและเป็นเพศที่สามที่รักเพื่อนเหลือเกิน
“ถามอะไร”
“แกคิดฉากนั้นได้ไง ไม่เคยมีผัว”
“ก็ ก็...” เพลงพิณดึงนิ้วตัวเองไปมาอย่างเขินๆ
“มันเป็น...”
“ฟินลิ่งรึ” เฌอร์รินดักคอ
“ก็เออน่ะสิ ไม่เห็นต้องมีแฟนก็คิดได้ไอ้เรื่องแบบนั้น”
“แกหื่น”
“ฉันไม่ได้หื่น”
“แสดงว่าพระเอกแกหื่น”
“ก็ประมาณนั้นแหละ เวลาเขียนเรื่องอะไร ก็กระตุกผ้าห่มไม่ให้ฉันนอนทุกที ต้องลุกขึ้นมาเขียน”
“แกคิดได้นะ นังนักเขียนติสแตก ช่างมโนคิดไปได้” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย เท้าสะเอวมองเพื่อนอย่างหมั่นไส้
“แกพูดมากจริง”
“ไม่ให้พูดได้ยังไง ก็แกกรีดร้องเหมือนถูกข่มขืน วันนี้มันวันอาทิตย์ ฉันจะนอน แกเข้าใจไหมนังเพลง” เฌอร์รินทำหน้าโหดใส่เพื่อน
“ไม่เข้าใจ” เพลงพิณทำหน้าบ๊องแบ๊วไม่รู้ไม่ชี้
“ฉันควรจะทำยังไงกับแกดีนี่”
“แกช่วยฉันคิดฉาก NC หน่อยสินังเฌอร์” เพลงพิณทำหน้าอ้อน
“ถามจริงเหอะ”
“ถามไร” เพลงพิณถามกลับ
“นักเขียนคนอื่นอารมณ์แบบแกไหม คิดไม่ออกอะไรแบบนี้น่ะ”
“เยอะแยะไป” เพลงพิณตอบอย่างเนือยๆ
“มันเป็นอาการเขียนไม่ออก หรือเรียกอีกอย่างว่า Writer Block!"
“อ้อ... ก็ไม่ได้ใช่มีเท่าแต่แก แล้วแกจะเครียดทำไม”
“เครียดสิ”
“คนอื่นเขียนไม่ออกเขาทำกันยังไงล่ะ”
“ไม่รู้สิ บ่นว่าเขียนไม่ออกก็ต้องเขียนออกจนได้เหมือนฉันแหละ” เพลงพิณตอบแบบกำปั้นทุบดิน เฌอร์รินเท้าสะเอวมองเพื่อน ทำกัดหัวเพื่อนให้กระจุย จริงๆ เวลานี้ หล่อนต้องนอนหลับสบายอยู่บนเตียงนุ่มๆ แต่กลับต้องตื่นมารับรู้ปัญหาเขียนฉากรักของพระเอกนางเอกนิยายไม่ออกของเพื่อนแทน
“ฉันไปนอนดีกว่า” เฌอร์รินแยกเขี้ยวใส่เพื่อน
“เฌอร์ แกอย่าเพิ่งไปดิ๊ ช่วยกันคิดฉากนั้นให้ฉันก่อน” เพลงพิณรีบเรียกเพื่อนเอาไว้
“ไม่เอาหรอก มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของฉัน บก.บอกแกว่าแกเขียนไม่หื่น ก็ให้บก.ช่วยสิ เค้าเป็นบรรณาธิการ”
“แกจะบ้าหรือไง เขามีงานล้นมือ และหน้าที่เขียนมันก็เป็นของฉัน”
“แกมีแฟนคลับเยอะแยะ เขียนๆ ไปเถอะ ยังไงเค้าก็ซื้อของแกนั่นแหละ”
“ถ้าฉันเขียนห่วย เป็นแฟนคลับ ก็เลิกเป็นได้นะโว้ย ฉันรักงานของฉัน ไม่มีวันจะเขียนห่วยๆ เด็ดขาด”
“ย่ะ! แม่คนมีอุดมการณ์” เฌอร์รินประชดปนแดกดันเพื่อน
“เห้อ...” เพลงพิณถอนใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะวางคางลงบนโต๊ะคอม
“แกเขียนไม่ออกก็ลอกเล่มเก่าๆ มาเขียนสิ ฉากแบบนั้นพระเอกจ้ำจี้กับนางเอกทุกเรื่อง มันจะอะไรนักหนา แฟนนิยายแกจำไม่ได้หรอก”
“ไม่ได้หรอก มันต้องคิดใหม่ทำใหม่ ให้แปลกใหม่” เพลงพิณพูดด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“โอ๊ย! ก็แกเขียนมากี่ปีแล้วนังเพลง ท่าเบสิคยันตีลังกา แกจะหาท่าใหม่อะไรมาอีกล่ะ ห้อยหัวร่วมรักกันรึ”
“มันไม่ใช่นังเฌอร์ มันต้องแบบว่าปรับอะไรให้มันแปลกใหม่น่ะ แกไม่เข้าใจหรอก”
“เออ... ฉันไม่เข้าใจจริงๆ นั่นแหละ”
“ฉันอยากไปเที่ยวน่ะแก หาบรรยากาศ ได้เจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ แทนที่จะอยู่ในห้อง ฉันต้องคิดออกแน่ๆ เลยแก” เพลงพิณรีบออดอ้อนเพื่อนรักทันที
“ฉันว่างหรือไง ทำงานตั้งแต่จันทร์ถึงเสาร์ จะให้ไปเที่ยวกับแกตอนไหนล่ะ”
“ใกล้ๆ ก็ได้”
“โอ๊ย! แก อะไรรอบตัวก็เขียนได้หมด แกเบื่อก็ไปนั่งสวนสาธารณะ ไปเดินห้าง เที่ยวสวนสนุกก็ได้ ไปดูคู่รักเขาจู๋จี๋จีบกัน รับรองแกฟินแน่ๆ”
“แต่ฉันไม่อยากไปคนเดียว”
“ก็บอกให้หาผัว”
“ฉันยังไม่อยากแต่งงาน”
“แกจะเก็บเงินไปไหนของแก วันๆ แทบไม่ใช้จ่ายอะไร แกไม่ต้องเปลืองค่าน้ำมันรถ ไม่มีค่าเครื่องสำอาง ค่าเสื้อผ้า เครื่องแต่งตัว ทำกับข้าวกินเองที่ห้อง เงินแกจะโดนปลวกกินแล้วนะ”
“ปลวกบ้าบออะไรของแก มันอยู่ในธนาคาร”
“เปรียบเปรยให้ฟังย่ะ” เฌอร์รินประชด
“นะๆๆๆ แกไปเที่ยวกันนะ”
“ก็ได้ จะหาเวลาไปก็แล้วกัน แต่ช่วงนี้ลาไม่ได้”
“แกลาได้ตอนไหนอะเฌอร์”
“พ่อตาย แม่ตาย ญาติสนิทเสียและแต่งงาน”
“โหดอะ”
“ฉันไม่ได้ทำงานอิสระเหมือนแกนะนังเพลง” เฌอร์รินขึ้นเสียงแปดหลอด
“แกก็ลาออกมาสิ จะได้ไปไหนมาไหนอิสระ ทำงานประจำน่าเบื่อจะตายแก ไหนจะเจ้านาย เพื่อนร่วมงาน ภาษีสังคม ค่าใช้จ่ายจิปาถะ ปวดหัวกับลูกค้า กับงาน โอ๊ย! ต้องตื่นเช้าตาลีตาเหลือกไปทำงาน กลับบ้านมาก็เหนื่อย ดึกดื่นกว่าจะได้นอน เป็นแบบนี้ทุกวันเห็นแล้วเหนื่อยอะแก”
“ลาออกมานี่นะ คิดได้นะย่ะหล่อน จะให้ฉันลาออกมากินแกลบรึไง ถึงเหนื่อยก็ยังมีเงินเดือน ยังไงคนทุกคนก็ต้องทำงาน ก็ต้องเหนื่อยกันทั้งนั้น ขนาดเสี่ยเลี้ยงยังเหนื่อยเลย”
“เหนื่อยไงอะแก”
“โอ๊ย! เดี๋ยวเหอะแก ก็อยู่บนเตียงเหมือนนางเอกแกไง ไม่เหนื่อยรึไง”
“น่าจะฟินมากกว่านะ คิกๆ”
“ทะลึ่งนะแก ไหนหาว่าฉันลามก แกนี่ลามกตัวแม่เลยยายเพลง ถ้าไม่ลามกเขียนนิยายแบบนี้ไม่ได้นะแก”
“เปล่าเสียหน่อยนะแก” เพลงพิณทำปากยื่นใส่เพื่อน ไม่ยอมรับความจริง
“เคยยอมรับอะไรบ้างไหมแก”
“แกเก่งกราฟฟิก แกก็รับจ๊อบได้” เพลงพิณวกกลับมาเรื่องเดิมอีกครั้ง
“เศรษฐกิจแบบนี้นี่นะ ฉันขอกอดงานประจำก่อนแล้วกัน ใครจะเหมือนแก เขียนนิยายแล้วรุ่ง”
“แต่ฉันก็ดูเหมือนจะรุ่งหริ่งว่ะแก”
“แกคิดมาก แกนั่งคิดๆ ขีดๆ เขียนๆ ไปเดี๋ยวก็ได้เอง ก็เห็นแกบ่นมาห้าปีแหละ ตอนนี้แกก็มีหนังสือเป็นสี่ห้าสิบเล่มเข้าไปแล้ว ก็ไม่เห็นจะหยุดเขียนสักกะหน่อย เดี๋ยวแกก็คิดออกเอง เชื่อฉันเถอะ”
“แต่คราวนี้ตันจริงนะแก”
“แกก็ไปขัดห้องน้ำสิ เห็นบอกตันมาหลายเรื่องแล้ว แกก็ยังเขียนจบ ความพยายามอยู่ที่ไหนความสำเร็จอยู่ที่นั่นไง”
“ขัดแล้ว” เพลงพิณทำหน้าเมื่อย
“แกยังคิดไม่ออกหรือไง ไหนบอกขัดห้องน้ำแล้วแกจะคิดออก คิดได้ตั้งแต่ต้นเรื่องยันท้ายเรื่อง”
“ขัดจนน้ำยาขัดห้องน้ำกัดมือจนเปื่อยแหละ ยังคิดไม่ออก”
“คราวนี้แกเป็นหนัก หรือแกจะตายด้าน หมดสมรรถภาพทางเพศ”
“คงจริงว่ะ”
“แกดูหนังสิเผื่อจะมีอารมณ์”
“ไม่มี”
“งั้นการ์ตูน”
“เบื่อ”
“เฮ้ย! จริงอะ” เฌอร์รินยื่นหน้าเข้าไปหาเพื่อนรัก เพลงพิณถอนใจเฮือก เคาะนิ้วกับโต๊ะคอมอย่างเซ็งๆ
“คราวนี้แกท่าจะเป็นหนักจริงอะ บอกแล้วให้หาผัวก็ไม่เชื่อ”
“เอาอีกแล้ว ไม่อยากมีผัว แกนี่ยังไง”
“อกหักดีกว่ารักไม่เป็นนะแก ไม่แน่นะ แกมีผัวนิยายอีโรติกของแกอาจจะฟินก็ได้ ที่แกจิ้นไม่ออกเพราะแกไม่เคยเจอของจริง แกจะรักษาพรหมจรรย์ไปพบยมบาลหรือไง”
“ก็ไม่ถึงขนาดนั้น แต่มันยังไม่อยากมีครอบครัว ไม่อยากแต่งงาน แกเข้าใจอารมณ์ป่ะเพื่อน”
“ไม่เข้าใจว่ะ”
“แกคงอยากไล่ฉันไปไกลๆ ให้ไปมีผัว” เพลงพิณพูดเสียงตัดพ้อ
“เฮ้ยๆๆ แกอย่ามาดราม่าน้ำตาแตก ฉันไม่ได้ไล่ แต่แกก็น่าจะหาใครดูแล ดูอย่างฉันสิ ไปกันไม่รอดก็เลิกกัน จะไปยากอะไร”
“แกก็พูดได้สิ แกไม่เป็นฉันนี่นา”
“แกคงจะเทิดทูนพรหมจรรย์เหมือนกับนางเอกนิยายแกมั้ง และพระเอกนิยายแกก็โรคจิตเนอะ” เฌอร์รินเบ้ปากใส่เพื่อน
“โรคจิตยังไง” เพลงพิณหน้าตาเหลอหลา เท่าที่จำความได้ เธอไม่เคยเขียนพระเอกโรคจิต ซาดิสก์ จิตไม่ปกติเลยสักครั้งเดียว
“ก็ต้องได้นางเอกบริสุทธิ์เป็นเมียอะ คนอื่นแค่ทางผ่าน แกเขียนแบบนี้ทุกเรื่อง แล้วพระเอกของแกเป็นอะไรนักหนา กับคนอื่นใส่ถุงยางอนามัย เซฟตัวเองดีสุดๆ แต่กับนางเอกดันปล่อยตัวไม่ยอมใส่เครื่องป้องกัน”
“เฮ้ย! จริงอะ”
“จริง” เฌอร์รินทำเสียงสูง
“แกก็ไม่ต้องทำหน้าจริงจังแบบนั้นก็ได้” เพลงพิณทำคอหด
“แล้วนิยายของแก จะต้องมีคำว่า ซาตาน อสูร พิศวาส ทาสรัก บ้าบอทุกเรื่อง”
“ไม่จริงมั้ง”
“แกลองมองไปที่ชั้นหนังสือของแกสิ” เฌอร์รินมองไปที่ชั้นหนังสือ แล้วแทบผงะหลายหลัง
“แกเห็นอะไรไหม”
“ก็ไม่ทั้งหมดนะแก”
“หรา... นี่ยังไม่พอนะ”
“อะไรอีกล่ะแก” เพลงพิณทำหน้ายู่ ไม่น่าปลุกมันขึ้นมาบ่นเลย หูชาแน่ๆ งานนี้
“ถ้าแกไม่ใช้หนี้ก็จะแก้แค้น ไม่ก็โดนจับแต่งงานกัน ไม่ก็นางเอกจนพระเอกโคตรรวย รวยมากแก ตายไปสิบชาติยังใช้ไม่หมด”
“ถ้าพระเอกรวยมันจิ้นแล้วฟินไงแก”
“เหรอ... นางเอกของแกซินเดอริลล่าว่างั้นเหอะ”
“แหม... ก็คนชอบนี่แก”
“ไม่ก็กินเด็ก ฉันเห็นแกมีคุณอามีคุณน้าคุณลุง หลายเรื่อง”
“ก็จะให้ฉันเขียนเรื่องอะไรล่ะแก มันก็วนๆ กันอยู่แบบนี้ คนอ่านก็อ่านได้ เพราะเขาชอบ”
“แต่ฉันก็ชมแกอย่างนึงนะ”
“อะไรเหรอ”
“เสียงแกระริกระรี่เชียวนะ”
“ก็นานๆ แกจะชมฉันสักทีนี่นา” เพลงพิณยิ้มแป้นให้เพื่อน
“นิยายนักเขียนบางคนฉันอ่านๆ ดูที่แก้ไปช่วยเขาอุดหนุนน่ะ พระเอกจะต้องหล่อ โคตรรวย กินหญ้าทุกวัน ต่อให้บรรยายว่าพระเอกเป็นนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง ประสบความสำเร็จยังไง ฉลาดยังไง แต่ในเรื่องไม่เห็นทำงานทำการอะไร ต้องหูเบา โคตรโง่ นางร้ายนี่โคตรฉลาด ฉลาดที่สุดในเรื่อง นางเอกโง่ น่าสงสาร ยอมคนไม่เคยทันอะไรใครเลย”
“ฉันไม่ชอบผู้ชายโง่ กินหญ้า หูเบา และเจ้าชู้”
“ดีมาก เพราะฉันเข้าใจว่าแกไม่อยากได้ชอบผู้ชายโง่ๆ มาเป็นสามี”
“เหมือนแกชมฉันเลยนะ”
“ใช่ยายเพลง ฉันชมแก และฉันก็ดีใจนะที่นางเอกแกสวย ทำเป็นทุกอย่างโดยเฉพาะงานก้นครัว และนางเอกแกต้องจน”
“เดี๋ยวก่อนๆ นางเอกฉันก็ไม่ได้จนทุกคนนะ” เพลงพิณรีบค้าน
“ก็จริงของแก ต่อให้นางเอกแกรวยแล้วกัน เรียนจบเมืองนอกเมืองนา พ่อก็อาจเล่นการพนัน ถูกโกง บริษัทล่ม และพระเอกคือเจ้าหนี้รายใหญ่ ที่นางเอกของแกจะต้องไปใช้หนี้”
“เดี๋ยวก่อนอันนี้ของนักเขียนคนอื่นหรือของฉันกันแน่”
“เหมือนจะมีของแกด้วยนะ”
“จริงเหรอเฌอร์”
“อือ... จริง และนางเอกของแกก็ต้องเอาตัวเข้าแลก เรียนจบที่ไหนไม่สำคัญเลยจริงๆ จบสูงถึงปริญญาโทก็ต้องนอนกับพระเอกใช้หนี้ ไม่รู้จะเรียนไปทำไม”
“นี่แกด่าฉันหรือด่านักเขียนคนอื่น”
“ไม่ได้ด่าแค่วิจารณ์เฉยๆ”
“อ้อ... เหรอ” เพลงพิณลากเสียงยาว
“ไหนแกบอกไม่ชอบนิยายไงเฌอร์”
“เปล๊า ฉันก็ไม่ได้ชอบหรอก แต่หนังสือพวกนี้แกเยอะฉันเลยอ่าน ไอ้ที่พระเอกลืมใส่ถุงยางกับนางเอกคนเดียว ท้องแล้วหนีไป นางร้ายสวย เปรี้ยว หุ่นนางแบบ ฉลาดทุกเรื่องก็อีก”
“พอเถอะ”
“และนางเอกเป็นอะไรไม่รู้ ต้องจิ้นมาให้พระเอกฟัน แต่กับคนอื่นดันไม่ยอม สู้ขาดใจ แต่กับพระเอกอ่อนระทวยสู้ไม่ไหว”
“หรือฉันจะลองเขียนนางเอกไม่จิ้นว่ะแก” เพลงพิณถามเพื่อน
“แกเคยถามฉันแล้ว”
“ถามแล้ว?” เพลงพิณชี้นิ้วมาหาตัวเองทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ
“เออ... แกไปโพสต์ถามในเฟซบุ๊คของแก แกบอกว่าแฟนนิยายแกรับไม่ได้ แกกับแฟนนิยายของแกเป็นเจ้าของลัทธิรักษาพรหมจรรย์”
“จริงอะ”
“แกอย่ามาทำหน้างง เดี๋ยวตบสมองกลับ”
“ก็จำไม่ได้นี่นา แกก็ชอบซาดิสก์กับฉันเรื่อยเลย”
“แกทำงานเยอะเกินไงเลยจำไม่ได้”
“ฉันควรพักใช่ไหม”
“ก็บอกแล้ว แกทำงานจนปลวกจะกินเงินแกแหละ พักบ้างไรบ้างแก ปัจจุบันแกเป็นโรคอะไรบ้าง ไหนสาธยายมาใหม่สิ”
“ปวดหลัง”
“มีอีก”
“ปวดคอ”
“แล้ว” เฌอร์รินทำหน้าเมื่อย
“ปวดแขน มือชา ด้านที่คลิกเม้าท์น่ะหนักสุด ตาพร่า ตัดแว่นเพราะสายตาสั้นและเอียง หมดเงินไปกับค่านวดเยอะมาก น้ำหนักขึ้น ขาแตกลาย อ้วนเป็นหมู
“มีอีก”
“อะไรของแกอีก”
“แกขึ้นคาน”
“ไม่ถึงขนาดนั้นมั้ง” เพลิงพิณทำหน้าไม่เชื่อ
“ปีนี้แกอายุเท่าไหร่แล้ว”
“สามสิบเอง”
“โอ๊ย! สามสิบเองเหรอแก แกน่ะต้องบอกว่าตั้งสามสิบแล้วย่ะ กำลังจะย่างเข้าสู่วัยทอง”
“แกพูดเวอร์ ไม่ใช่เสียหน่อย” เพลงพิณใจคอไม่ดี
“พอแกสามสิบ ต่อไปแกจะสี่สิบไม่รู้ตัว อายุมันจะขึ้นเร็วมากนะแก”
“แกพูดเป็นเล่นไป”
“แล้วแกก็จะนั่งอยู่แต่หน้าคอมจนแกสี่สิบและแกก็จะขึ้นคานสมใจอยาก”
“แกชอบพูดให้ทุกอย่างเลวร้าย” เพลงพิณเสียงแผ่วลงเรื่อยๆ
“ตอนนั้นแกจะโหยหาความรัก โหยหาผู้ชายสักคนมาดูแลแก เห็นคนอื่นมีลูกเต้าก็คิดถึงตัวเอง ตอนแก่แกจะทำยังไง จะมีใครดูแล และแกก็จะเป็นคนแก่ที่มัวแต่นั่งหน้าคอม ร่างกายของแกก็จะทรุดโทรม และที่สำคัญ...”
“ที่สำคัญอะไรแก”
“แกจะไม่รู้รสชาติของการร่วมรัก ได้แต่จินตนาการเหมือนพวกประสบการณ์โชกโชน ฟินเวอร์ล้านแปด แซ่บสยิวกิ้วเหมือนแฟนนิยายแกว่า แต่แกแค่มโน”
“แกพูดมีเหตุผล”
“แกคิดได้แล้วสิว่าจะมองหาผู้ชายบ้าง มีคนสนใจแกแกก็ไม่เคยเปิดใจ”
“เปล่า แค่คิดว่าเรื่องที่แกพูดน่าจะเอาไปเขียนนิยายสักเรื่อง”
“นังเพลง!!!!” เพลงพิณยกมือขึ้นปิดหูแทบไม่ทัน ทำไมต้องมาเสียงดังใส่เธอด้วยนะ ก็แค่แสดงความคิดเห็นเท่านั้นเอง
“แก...” เฌอร์รินหน้าซีดเผือดขณะเปิดประตูเข้ามาในห้องพัก หลังจากนั้นอีกหลายเดือน
“อะไรของแกนังเฌอร์” เพลงพิณเอ่ยถามคนที่มากอดซบอยู่ที่อกอย่างสงสัย
“ฉันตกงานแล้วแก” เฌอร์รินพูดเสียงอ่อน ร่างกายก็เหนื่อยล้าเหลือเกิน เกิดมาไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะตกงานเอาตอนอายุเท่านี้ งานยุ่งหาๆ ยากอยู่ด้วย ยิ่งแก่ๆ งานยิ่งหายากกว่าอะไรทั้งหมดทั้งมวล
“เฮ้ย! หลายเดือนก่อนแกยังดีๆ อยู่เลย”
“เศรษฐกิจไม่ดี เค้าปลดพนักงานแก ปลดกลางอากาศเลยล่ะ”
“อะไรจะเร็วขนาดนั้น” เพลงพิณทำหน้าตกใจ
“เค้ามีปัญหาภายใน ฉ้อโกงอะไรกันไม่รู้ ฉันจะทำยังไงดีอะแก”
“โธ่ๆๆ แกอย่าเครียดเลยนะ ยังไงแกก็ยังมีฉันอยู่”
“จริงดิ๊ ยังไงแกก็ต้องช่วยฉันอยู่แล้วใช่ไหม”
“ก็จริงน่ะสิ ช่วงนี้แกก็พิสูจน์อักษรช่วยฉันไปก่อนนะ”
“อีบ้า!!!”
“อ้าว... แกด่าฉันทำไมนี่” เพลงพิณใบหน้าเหลอหลา
“แกก็รู้ว่าฉันสอบตกภาษาไทย แต่ได้เกรด 4 วิชาศิลปะ”
“แกก็ต้องฝึกหัดพัฒนาสิ ดูฉันสิเมื่อก่อนก็อ่อนภาษาไทย เดี๋ยวนี้บก.ชมว่าภาษาดีมากเชียวนะ”
“แกฝึกมากี่ปีแล้ว แต่ฉันไม่เคยฝึกเลย แกให้ฉันช่วยทำปกนิยายยังดีซะกว่าเลย” เฌอร์รีนทำหน้าขอร้อง
“แกหมายความว่ายังไง”
“แกควรบอกบก.ของแก ให้รับฉันไปวาดปกให้สนพ.แก”
“บก.ไม่รับกราฟฟิกประจำ รับเฉพาะฟรีแลนซ์”
“ฟรีแลนซ์ก็ได้”
“แต่บก.ฉันมีคนทำปกแล้วนะแก”
“แกก็บอกว่าฝีมือฉันยอดเยี่ยมกระเทียมเจียมสิแก ให้ฉันลองออกแบบไปให้ก็ได้ นะๆๆ แก รับรองว่าบก. ต้องชอบฝีมือของฉันแน่ๆ”
“แกเอาตรงๆ ป่ะวะ”
“อ้อมก็ได้ ฉันยังทำใจไม่ค่อยได้”
“อ้อมๆ ก็ได้ ฉันถามแกข้อนึง บก.ของฉันรับแกแล้วมันดียังไง”
“ก็ได้ปกนิยายสวยๆ ไง”
“งั้นแกดูปกนิยายสนพ.ฉันก่อน”
“ดูทำไม”
“แกว่าสวยไหมล่ะ”
“ฝีมือก็งั้นๆ แก เป็นฉันทำสวยกว่านี้อีก”
“หรา...” เพลงพิณลากเสียงหมั่นไส้เพื่อน
“อืม...” เฌอร์รีนพยักหน้าหงึกๆ
“แกรู้ไหมไอ้ฝีมืองั้นๆ ที่แกว่า บก.ทำเองนะแก”
“ห๊ะ ไหนบอกจ้างฟรีแลนซ์”
“ก็จ้างบ้าง แต่บก.มีหัวด้านนี้ เลยทำเอง พอจ้างแล้วทำไม่ถูกใจ”
“บก.แกต้องรวยมากๆ แน่ๆ เลย”
“ทำไมล่ะแก”
“ก็ทำทุกอย่างเองสากกะเบือยันเรือรบ”
“ตอนนี้แกตกงานแล้วใช่ป่ะ”
“แกอย่าย้ำนักได้ไหม”
“ไม่ย้ำก็ได้ แต่แกไปเที่ยวกับฉันได้แล้วใช่ไหม”
“ไปเที่ยวไหน”
“ยายตรีชวนไปเที่ยวไร่ ฉันก็อยากไปหาไอเดียร์ใหม่ๆ ในการเขียนนิยาย ไปเที่ยวพักผ่อน มันคิดนิยายไม่ออกอะแก สมองแป๊กสุดๆ”
“แกเลี้ยงเหรอ”
“โอ๊ย! ยายงก ค่ารถอะไรเดี๋ยวออกให้ ไปอยู่โน้นยายตรีเลี้ยงเอง มันเพิ่งชวนนี่แหละ บอกมีงานเลี้ยงที่ไร่ แกโอเคป่ะล่ะ”
“โอเค”
“แหม... แล้วทีแรกมาทำอิดออด”
“ฉันล้อแกเล่นหรอกนะ ฉันรู้ว่าแกมีความฝันของแก ฉันไม่ผลาญเงินแกหรอก ฉันก็มีเก็บของฉัน”
“ไม่หรอกแก ถ้าแกลำบากฉันก็จะช่วยแก แกก็รู้นี่นา” เพลงพิณกอดเพื่อนแรงๆ อย่างรักใคร่
“ตอนฉันทำงานประจำก็รับฟรีแลนซ์บ้างแหละ เลยมีเงินเก็บ อย่างน้อยก็ผ่อนรถหมดแล้วแก เราขับรถไปกันเองดีกว่าไหมแก จะได้เที่ยวไปด้วย ถือว่ากำไรชีวิต เพราะเราเอาแต่ทำงานไม่ได้เที่ยวมาหลายปีแล้ว”
“ก็ดีนะแก กว่าจะถึงบ้านยายตรีก็ได้เที่ยวไปอีกหลายที่แหละแก”
“ยายตรีนี่น่ารักอะไรแบบนี้ มาตอนที่ฉันกำลังลำบากพอดี แกบอกยายตรีหรือยังว่าจะพวกเราจะไปหา”
“ยังเลย รอแกอยู่นี่แหละ”
“แล้วห้องนี้ล่ะ จะยังไงดี เพราะยายตรีชวนไปเที่ยวไร่ก็อยากให้เราอยู่นานๆ”
“ชวนไปอยู่นานเลยเหรอ แสดงว่าชวนแกคนเดียวสิ ฉันอยู่ได้นานซะเมื่อไหร่ล่ะ ตอนนั้นยังทำงานประจำเลย”
“ประมาณนั้นแหละ แต่มันฝากชวนแกนะ แต่เกรงใจ รู้ว่าแกไม่ว่าง นี่ถ้ารู้ว่าแกจะไปอยู่ด้วยนานๆ คงดีใจแทบกรี๊ด”
“ยายตรีมันยังไม่แต่งงานเลยนะแก”
“แต่งกับอะไรล่ะ ถ้าแต่งมันก็ชวนแล้วสิแก”
“มันก็สามสิบเหมือนพวกเราแล้วนะ ยังหาสามีไม่ได้หรือไง ออกจะแรด”
“แน่ะ ไปว่ามัน แกนั่นแหละแรด ยายเฌอร์”
“โอ๊ย! คิดถึงยายตรีจังเลยแก ไปเที่ยวคราวนี้คงสนุกมากแน่ๆ”
“เฌอร์ ถ้าแกไม่อยากทำงานประจำอีก แกก็ทำฟรีแลนซ์สิ เห็นนักเขียนนิยายในเฟซบุ๊กของฉันบางคนหาคนทำปกนิยายขายอีบุ๊กนะแก แกก็รับจ๊อบไปสิ”
“จริงเหรอแก”
“จริงสิ เดี๋ยวประกาศให้ ทำเสร็จโอนเงิน แกไม่ต้องเปลืองน้ำมันรถ เปลืองค่าชุด แต่งหน้า แต่งตัว ค่าอะไรก็ประหยัดไปเยอะ”
“เอา ก็ได้ ขอบใจนะแก”
“สำหรับแก ฉันยินดีช่วย”
“แล้วนิยายแก คิดออกหรือยังล่ะ”
“ยัง”
“อะไร หลายเดือนแล้ว แกไม่ได้สักครึ่งเรื่องไปแล้วเหรอ”
“โอ๊ย! ถ้าได้ครึ่งเรื่องก็ดีสิแก สามบรรทัดเองแก รอบนี้แป๊กหนัก”
“แล้ววันๆ แกมัวแต่ทำอะไรของแก”
“ก็โปรโมทงาน และทำงานบ้านไง แล้วก็ดูหนัง ฟังเพลง นอน”
“เจริญล่ะแก ถ้าฉันมาเป็นฟรีแลนซ์มิอดตายรึ”
“เงินแกเหลือเพราะแกรับงานฟรีแลนซ์ไม่ใช่รึนังเฌอร์”
“เออจริง เงินเดือนแทบไม่เหลือ”
“มันก็มีช่วงเวลาที่คิดออกนะแก ฉันก็จะปั่นแหลก สมองกำลังแล่น พอคิดไม่ออก คิดให้ตายก็คิดไม่ออก”
“ก็แค่เขียนๆ”
“มันไม่ใช่โว้ยแก มันต้องใส่ใจ ฉันลองจิ้มๆ ดูนะตอนสมองตัน ออกทะเลลบไปสามสิบสี่สิบหน้าว่ะแก”
“ออกทะเลคืออะไรของแก” เฌอร์รีนทำหน้างง
“ก็ออกนอกเรื่องไง บ้าบอคอแตกอะไรไม่รู้ เหมือนมันจะออกทะเลอ่าวไทย ต้องเอาแหเอาอวลไปลากกลับมา”
“เออ... ฟังแล้วงง”
“พอมันคิดออกก็ออกนะแก แต่ตอนที่ฉันคิดออกคือตอนที่ไม่ได้ตั้งใจจะเขียน พอคิดออก บางทีคิดจนจบเรื่อง พอมาเขียนจิ้มได้สามบรรทัด”
“ฮ่าๆๆ อนาถจริงๆ เลยแก”
“อืม... เวลาแกทำกราฟฟิก ถ้าสมองแกไม่แล่น แกคิดออกด้วยเหรอ”
“ก็มีนะ แต่ดูเหมือนแกจะหนักกว่าเยอะเลย หลายเดือนยังไม่ได้งานสักเรื่อง”
“รอบนี้เท่านั้น ฉันเขียนมาเยอะ เริ่มตันว่ะแก”
“ช่วงนี้หนังสือแกยังได้รับความนิยมหรือเปล่าล่ะ”
“เศรษฐกิจไม่ดี แฟนนิยายนิยมแต่ต้องประหยัดน่ะแก แฟนนิยายบางคนมาบอกว่ารอหน่อยนะพี่ เดี๋ยวจะมาสอย”