ตอน 1

บทที่ 1

จิระรีบลุกจากม้านั่งหิน เมื่อเห็นรถของเพื่อนสนิทเลี้ยวเข้ามาภายในบริเวณลานวัด ใกล้กับที่เขานั่งคอยอยู่ เขารีบเดินเข้าไปเปิดประตูรถ แล้วขึ้นไปนั่งด้านข้างคนขับ

“นึกว่านายจะไม่มาซะแล้ว”

“รับปากแล้วก็ต้องมาสิวะ” ธีรสิทธิ์ตอบเพื่อนรัก มองหน้าที่เต็มไปด้วยความวิตกกังวลของอีกฝ่าย “ไปหาที่คุยกันดีกว่า”

“ไม่ต้องหรอก คุยที่นี่แหละ ถ้าตกลงจะได้ไม่เสียเวลา”

“มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ทำไมถึงรีบให้ฉันมาหาวะ” คำพูดมีนัยยะของเพื่อนรักทำให้เขาสงสัย

จิระพยักหน้ารับ มองเพื่อนอย่างลังเล ก่อนตัดสินใจขอความช่วยเหลือ

“ฉันฝากน้องสาวไปทำงานกับนายสักปีสิวะขัน”

“ทำไมวะ หรือว่าแกจะไปไหน”

“อือ ฉันถูกบริษัทส่งตัวไปสิงคโปร์ว่ะ ที่นั่นเงินเดือนและสวัสดิการค่อนข้างดี อยู่ฟรีกินฟรี ไปอยู่ที่นั่นฉันคงลืมตาอ้าปากได้บ้าง แต่ฉันก็ไม่กล้าทิ้งให้เกลมันอยู่คนเดียว นายก็รู้ว่าน้องฉันสวยขนาดไหน แล้วนายก็เห็น ๆ อยู่ว่าแถวที่ฉันอยู่เป็นยังไง ฉันเป็นห่วงมันว่ะขัน”

“แค่นั้นเหรอที่แกห่วง” ธีรสิทธิ์หยั่งเชิง เพราะรู้ว่าเพื่อนรักเล่าไม่หมด

“นายก็รู้ ๆ อยู่”

“ฉันถึงบอกให้แกเอาเงินฉันไปใช้เจ้าหนี้พวกนั้นก่อน แล้วค่อยมาผ่อนให้ฉันทีหลัง” เขาเต็มใจช่วยเหลือเพื่อนรักคนนี้ เพราะรู้ว่าหนี้ที่มันเป็นอยู่ เกิดจากการหาเงินส่งเสียค่าเล่าเรียนตัวเอง และน้องสาวที่เป็นลูกของอาที่เสียชีวิตไปแล้ว และยังต้องหาเงินรักษาอาการป่วยของบิดา ที่เพิ่งเสียชีวิตเมื่อปีที่ผ่านมา

“ที่นายช่วยฉันมาก็เยอะแล้วไอ้ขัน ฉันเอาจากนายอีกไม่ได้หรอก ฉันละอายแก่ใจว่ะ”

“แล้วแกจะให้เจ้าหนี้ตามทวงอยู่แบบนี้เหรอ แต่ละเดือนจ่ายได้แต่ดอก ผ่อนต้นบางส่วนก็ไม่ได้ ต้องจ่ายเป็นก้อนเหมือนตอนที่ยืม ไอ้พวกนี้มันฉลาด มันจะกินแต่ดอกจากแกไง”

“ฉันถึงต้องไปนี่ไง”

“แล้วแกจะจ่ายดอกพวกมันยังไง”

“เรื่องนั้นนายไม่ต้องเป็นห่วงหรอก แค่ตอบรับเรื่องน้องสาวฉันก็พอ”

“แล้วนายไว้ใจฉันเหรอ” ธีรสิทธิ์ถามหยั่งเชิงเพื่อนรัก

“เออ” จิระตอบอย่างไม่ลังเล “นายกับฉันกินนอนมาด้วยกันตั้งแต่เข้ามหาลัย นายก็สนิทกับน้องฉันมาตั้งแต่สมัยนั้น ฉันดูออกว่านายคิดกับเกลมันยังไง” เขามั่นใจในตัวเพื่อนรัก รู้ดีว่าธีรสิทธิ์เห็นน้องสาวของเขาเหมือนน้องสาวคนหนึ่งเท่านั้น

“ฉันให้น้องเกลไปอยู่กับฉันที่ฟาร์มก็ได้ แต่แกต้องเอาเงินจากฉันไปใช้หนี้พวกมันให้หมดก่อน เพราะไม่อยากให้เจ้าหนี้ของนายโผล่ไปทวงหนี้เกลถึงที่ฟาร์มของฉัน เกลมันไม่รู้เรื่องนี้ไม่ใช่เหรอ” ธีรสิทธิ์ให้เหตุผล และถามตบท้ายอย่างไม่แน่ใจ

“รู้แค่ว่าใช้หนี้หมดแล้ว”

“ถ้านายเป็นห่วงเกล นายต้องทำอย่างที่ฉันบอก ไปคิดมาก็แล้วกันว่าเป็นหนี้ทั้งหมดอยู่อีกเท่าไหร่ ฉันจะได้โอนให้ แล้วนายก็ไปตั้งหน้าตั้งตาทำงาน กลับมาได้เอาเงินมาใช้หนี้ฉัน ลงจากรถไปได้แล้ว ฉันมีนัดกับสาวเว้ย”

“แล้วเรื่องน้องฉันล่ะ”

“แจ้งยอดหนี้ให้ฉันเมื่อไหร่ ฉันก็มารับน้องนายเมื่อนั้นแหละ คุยกับเกลมันให้รู้เรื่องก็แล้วกัน”

“เรื่องเงิน ฉันคิดไว้ว่าจะลองยื่นกู้ที่บริษัทดูน่ะขัน ฉันไม่อยากรบกวนนายจริง ๆ”

“เอาที่ฉันไปนี่แหละ ไม่ต้องเสียดอก ไม่ต้องมีประวัติที่บริษัท ทำตามที่ฉันบอกดีที่สุดแล้ว”

จิระครุ่นคิดอยู่สักพักก่อนจะพยักหน้ารับ “อือ ขอบใจมากนะไอ้ขัน แล้วฉันจะรีบติดต่อกลับไป”

“โอเค ลงไปให้ไว ฉันรีบ ฝากบอกน้องเกลด้วยว่าพี่ขันคิดถึง พรุ่งนี้บ่าย ๆ จะมารับไปกินโอมากาเสะ มึงก็ไปด้วยล่ะ”

“อือ เดี๋ยวจะบอกให้” แล้วจิระก็เปิดประตูลงจากรถของเพื่อนรัก...

ตุลฎาเปิดประตูออกมาจากห้องพักพนักงาน ส่งยิ้มให้เพื่อนร่วมงานที่เข้ามาต่อกะพร้อมโบกมือลา

“กลับก่อนนะ อย่าหลับล่ะ”

“จ้ะ วันนี้กลับบ้านเลย หรือว่าไปทำพิเศษที่อื่นต่อล่ะ” เพื่อนร่วมงานสาวทักทายกลับ

“สองทุ่มแล้วนะ จะให้ไปทำพิเศษอีกเหรอ”

“ก็บีเห็นเกลทำงานต่อเนื่องอย่างกับหุ่นยนต์”

“ตอนนี้เรียนจบแล้วจ้ะ ก็เลยลดงานลงบางส่วน แต่ก็มีรับงานจากคนรู้จักไปทำที่บ้านบ้าง”

“ทำอะไรเหรอ”

“ทำดอกไม้จันทน์ สนใจไหม”

“หึ ไม่ทำดีกว่า” เพื่อนร่วมงานหัวเราะคิกคักเมื่อพูดจบ

“เกลกลับก่อนนะ พี่ชายมารับแล้ว” ตุลฎาบอกลาเพื่อน เมื่อเห็นพี่ชายมาจอดมอเตอร์ไซค์ที่หน้าร้าน

“จ้ะ ฝากบอกพี่ชายด้วยนะว่าอย่าหล่อให้มาก สาวเซเว่นใจละลายหมดแล้ว”

“จ้ะ ไปก่อนนะ” หญิงสาวโบกมือให้เพื่อน แล้วรีบเดินออกไปจากร้าน

“ซื้อข้าวไปกินที่บ้านไหม หรือว่าจะกินจากที่ร้านไปเลย” จิระถามน้องสาวเมื่อเธอเดินมาถึงที่รถ

“เกลซื้อกะหล่ำปลีกับมาม่าไว้แล้ว ตั้งใจจะทำผัดมาม่าใส่ไข่กับผัก แต่ถ้าพี่จิระไม่อยากกิน ก็กินข้าวก็ได้” แม้จะเรียนจบปริญญาตรีแล้ว และลุงซึ่งเป็นพ่อของจิระจะเสียชีวิตไปแล้ว แต่หญิงสาวก็รู้ว่าหนี้สินที่พี่ชายเป็นอยู่ยังมีอีกมาก ถึงแม้เขาจะบอกว่าใช้หมดแล้ว แต่เธอรู้ว่ามันไม่จริง ดังนั้นอะไรที่ช่วยประหยัดได้เธอจึงอยากช่วย

“ผัดมาม่าก็ดีเหมือนกัน ไม่ได้กินนานแล้ว ของพี่ใส่ผักเยอะ ๆ นะ”

“ได้ค่ะคุณพี่” ตุลฎาโค้งกายรับคำสั่งอย่างนอบน้อม

จิระหัวเราะกับความขี้เล่นของน้องสาว “ขึ้นรถเร็ว ท้องพี่เริ่มร้องแล้ว” แล้วชักชวนน้องสาวเพื่อรีบกลับบ้าน ส่งหมวกกันน็อกให้เธอ...

กลับถึงบ้านเธอก็รีบทำอาหารทันที ไม่นานผัดมาม่าสองจาน ในปริมาณที่ไม่เท่ากันก็เสร็จเรียบร้อย

อิ่มจากอาหารเย็นเรียบร้อยแล้ว จิระจึงเริ่มพูดถึงเรื่องที่ตั้งใจเอาไว้

“เกล”

“จ๋า”

“ไม่ต้องหางานแล้วนะ พี่ฝากงานให้เราเรียบร้อยแล้ว”

“ทำไมต้องฝากให้เกลด้วยล่ะพี่จิระ เกลอยากใช้ความสามารถของตัวเองมากกว่า”

“เส้นเสิ้นที่ไหนล่ะ ไอ้ขันมันบอกพี่ว่าอยากให้เราไปเป็นผู้ช่วยของมันที่ฟาร์ม”

“ทำไมต้องให้เกลไปทำงานกับพี่ขันด้วยล่ะ เกลหางานทำแถวนี้ก็ได้นี่ เมื่อกี้ผู้จัดการก็เรียกเกลไปคุย บอกว่าจะให้เกลรับตำแหน่งผู้จัดการสาขา เพราะรู้ว่าเกลเรียนจบแล้ว”

“แล้วจะอยู่ยังไง เกลก็รู้ว่าพี่ต้องไปสิงคโปร์เป็นปี พี่ไม่กล้าทิ้งให้เราอยู่ที่นี่คนเดียวหรอก ไปอยู่กับไอ้ขันน่ะดีแล้ว พี่ไว้ใจมันที่สุด เพราะมันก็รักเกลเหมือนน้องเหมือนนุ่ง เชื่อพี่นะ” จิระให้เหตุผลพร้อมกับคำขอร้อง

ตอน 2

บทที่ 2

ตุลฎามองหน้าพี่ชาย สายตาที่มองเธอ มีแต่ความห่วงใยอย่างลึกซึ้ง จนยากที่จะปฏิเสธความหวังดีของเขาได้ลงคอ

ถึงแม้จะไม่ใช่พี่น้องคลานตามกันมา เขาเป็นลูกของลุงที่เป็นพี่ชายแท้ ๆ ของพ่อเธอ แต่เธอกับเขาก็โตมาด้วยกัน ความรักความผูกพันจึงไม่ต่างกับพี่น้องแท้ ๆ ต่างคนต่างก็รักกันมาก ในเมื่อสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้หนักหนาอะไร จึงยอมพยักหน้ารับแต่โดยดี เพื่อให้เขาสบายใจ

“ก็ได้จ้ะ เกลจะไปทำงานกับพี่ขัน เพื่อความสบายใจของพี่ก็แล้วกัน แต่เกลจะช่วยอะไรพี่ขันเขาได้บ้างล่ะพี่จิระ มันคนละสายงานกับที่เรียนมาเลย”

บ้านของพี่ขันเป็นฟาร์มนกกระจอกเทศที่ใหญ่ติดอันดับหนึ่งในสิบของโลก นอกจากเลี้ยงนกกระจอกเทศแบบครบวงจรแล้ว ยังมีสัตว์อื่น ๆ อีกหลายชนิด แต่ทั้งนี้และทั้งนั้น เธอไม่อยากเห็นพวกมันถูกชำแหละต่อหน้าต่อตาเลย หวังว่าเขาคงไม่ให้เธอไปทำอยู่ในส่วนนั้นนะ

จิระฉีกยิ้มกว้างด้วยความโล่งอก “ไม่ยากหรอก ก็แค่ทำตามที่พี่ขันเขาสั่งก็พอ เกลเก่ง ฝึกไม่นานก็เป็นเอง เดี๋ยวพี่จะโทรไปบอกพี่ขันเขาเลยนะ”

“ทำไมต้องรีบขนาดนั้น กว่าพี่จิระจะไปอีกตั้งเดือนกว่า”

“ไอ้ขันมันอยู่ที่กรุงเทพพอดี พี่แค่โทรไปบอกมันไว้เฉย ๆ ที่เหลือก็ให้มันตัดสินใจว่าจะให้ไปเมื่อไหร่ แต่ถ้ามันจะให้ไปเลยก็ได้เตรียมตัวไว้เลย”

“ปากท่ออยู่แค่นี้เอง เกลนั่งรถตู้ไปเองก็ได้ ไม่เห็นยากเลย”

“อะ ลงตรงแยกวังมะนาวแล้วไปต่อยังไงอีก บอกพี่ซิ”

“ก็โทรเรียกพี่ขันให้ออกมารับสิ เกลอยากอยู่ส่งพี่ก่อนนี่” หญิงสาวต่อรองหน้าเศร้า

“ไปก่อนเถอะ ช่วงนี้พี่ต้องยุ่งมากทั้งเรื่องเอกสารการเดินทางและเรื่องงานที่ต้องสะสาง พี่คงกลับดึกทุกวันแน่ ๆ เกลไปอยู่กับพี่ขัน พี่จะได้เคลียร์งานได้เต็มที่ ไม่ต้องมานั่งเป็นห่วงเรา ส่วนวันที่พี่เดินทางพี่จะบอกให้ขันมันพาเรามาด้วย ดีไหม” ถ้าไม่ใช้วิธีนี้สงสัยน้องสาวของเขาคงไม่เลิกงอแงแน่

“ก็ได้ค่ะ” เธอยอมรับอย่างจำใจ

“ไปนอนพักผ่อนได้แล้ว” จิระบอกกับน้องสาวที่ง่วนกับกองดอกไม้กระดาษตรงหน้า

“ขออีกร้อยดอกแล้วจะไปนอน”

“อย่ามาต่อรอง พี่พูดอะไรต้องเชื่อสิ”

“แต่เกลอยากทำให้ได้เยอะ ๆ นี่ เกลจะรวบรวมเงินให้พี่จิระเอาติดตัวไปใช้จ่ายที่โน่น”

จิระรีบเบี่ยงหน้าไปทางอื่น เมื่อได้ยินคำพูดของน้องสาว เพราะกลัวเธอจะเห็นน้ำตาที่ซึมออกมา เขาทำเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง เพื่อประวิงเวลาให้น้ำตาแห้ง และให้ก้อนสะอื้นที่วิ่งขึ้นมาจุกที่อกจางหายไป

“บริษัทเขามีเบี้ยเลี้ยงให้พี่อยู่แล้ว เราไม่ต้องมาทนหลังขดหลังแข็งหรอก” เขาโกหกให้เธอสบายใจ แต่ที่เขามีติดตัวไปจริง ๆ ก็คือเงินเดือนเดือนนี้ กับบัตรเครดิตที่จะกลับมาใช้ได้อีกครั้ง เพราะธีรสิทธิ์ช่วยจ่ายหนี้บัตรให้ก่อน

“จริงนะ ไม่ได้โกหกเกลใช่ไหม”

“อย่ามาจ้องจับผิดพี่แบบนี้นะ ไปนอนได้แล้ว เห็นเรานั่งอยู่แบบนี้พี่ไม่มีสมาธิทำงานเลย”

“ไปก็ได้” หญิงสาวรวบดอกไม้ใส่ถุงแล้วไปเก็บไว้ที่เดิม หยิบที่นอนที่พับไว้มาปูแล้วบ่นอุบอิบ “ห้องเช่าห้องแค่นี้ ถึงอยากหนีก็หนีกันไม่พ้นอยู่ดี”

“ถึงหนีไม่พ้นก็ดีกว่านั่งมองอยู่ตรงหน้าแหละ นอนแล้วหันหน้าเข้าหาผนังไปเลยนะ ฉันเบื่อหน้าสวย ๆ ของหล่อนเต็มทนแล้ว” ชายหนุ่มแกล้งต่อว่าน้องสาว

“ไม่สน เกลจะนอนมองหน้าพี่จิระแบบนี้แหละ เพราะเกลจะไม่ได้เจอพี่อีกตั้งเป็นปี” เธอเถียงด้วยเสียงสั่นเครือเล็กน้อย

อีกครั้งที่จิระต้องหลบหน้าน้องสาวสุดที่รัก คำพูดของเธอบีบคั้นหัวใจเขายิ่งนัก ถ้าเลือกได้เขาไม่อยากจากเธอไปเลยจริง ๆ

‘อย่าทิ้งน้องนะลูก พ่อเคยรับปากอาทั้งสองก่อนตายว่าจะดูแลน้องอย่างดี แต่พ่อรู้ตัวดีว่าพ่อคงอยู่ได้อีกไม่นาน พ่อจึงต้องฝากฝังน้องไว้กับเราแทน’

‘ครับพ่อ ผมจะรักและดูแลน้องอย่างดี พ่อไม่ต้องห่วงนะ’

คำพูดของบิดาก่อนอาการจะทรุดหนัก วิ่งวนเข้ามาในสมองของชายหนุ่ม เขาได้แต่เอ่ยขอโทษบิดาอยู่ในใจ ที่ไม่สามารถรักษาสัญญานั้นไว้ได้...

ก๊อก ๆ ๆ

ธีรทัศน์กำลังขยับโยกเรือนร่างแข็งแกร่ง บึกบึน อยู่บนเรือนร่างอวบอัดจนล้นของหญิงสาวนางหนึ่งอย่างเมามัน เขารู้สึกหงุดหงิดอย่างมากที่ถูกขัดจังหวะ แต่อารมณ์ที่กำลังบรรเจิดทำให้เขาไม่อาจจะหยุดลงได้ จึงรีบเร่งเพื่อให้ตนเองไปถึงที่หมาย โดยไม่สนใจว่าคู่นอนจะอิ่มเอมหรือค้างคา

เมื่อเสร็จกิจแล้วจึงลงจากเตียง ไปคว้าผ้าขนหนูที่สตูลปลายเตียงมาพันท่อนล่างเอาไว้ แล้วเดินไปเปิดประตู..

ธีรสิทธิ์ยืนรออยู่สักพัก แต่ยังไม่เห็นพี่ชายมาเปิดประตู จึงมองนาฬิกาที่ข้อมือแล้วขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ เพราะมันไม่ใช่เวลาที่พี่ชายของเขาน่าจะหลับลงได้

“หรือว่าผิดที่” เขาพูดกับตัวเอง แล้วตั้งใจเดินกลับไปยังห้องพักของตัวเอง

แกร๊ก..

เสียงประตูที่เปิดออก ทำให้ธีรสิทธิ์ที่เพิ่งก้าวเท้าไปแค่เพียงสองก้าวหันกลับไปมอง

“ผมนึกว่าพี่หลับไปแล้ว” เขาพูดกับพี่ชาย

“แกมาเคาะประตู เพื่อจะมาดูว่าฉันหลับแล้วหรือยังงั้นเหรอ” ธีรทัศน์เปิดประตูให้กว้าง เพื่อให้น้องชายเดินเข้ามาในห้อง

“ผมมีธุระกับพี่ต่างหาก โอ๊ะ!” ธีรสิทธิ์รีบถอยกลับแทบไม่ทัน เมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่งนอนห่มผ้าหมิ่นเหม่อยู่บนเตียงหลังใหญ่ ที่แท้ก็เพราะเหตุนี้เอง ถึงได้เปิดประตูช้า “ขอโทษที่มาขัดจังหวะ เชิญพี่ทำธุระต่อเถอะ ธุระของผมไว้ค่อยคุยพรุ่งนี้ก็ได้”

“คุยธุระของนายมาเถอะ ฉันเรียบร้อยไปหนึ่งยกแล้ว ไม่ต้องห่วง”

ธีรสิทธิ์หยุดอยู่แค่ตรงประตู หันกลับไปหาพี่ชายปากตลาดของตนด้วยความหมั่นไส้

“ผมไม่คุยแล้ว เชิญพี่ไปยกซดกันต่อตามสบายเถอะ” พูดจบก็เปิดประตูออกไปทันที...

ตอน 3

บทที่ 3

ปัง ๆ ๆ

ธีรสิทธิ์สะดุ้งตื่นเมื่อได้ยินเสียงทุบประตูหน้าห้อง แต่ก็รู้ทันทีว่าเป็นใคร จึงรีบลุกไปเปิด

“พี่เคาะเบา ๆ ไม่เป็นหรือไง” เขาต่อว่าทันทีที่เปิดประตู

“ฉันเคาะจนมะเหงกแดงหมดแล้ว แต่นายไม่ได้ยิน ฉันจึงต้องเปลี่ยนเป็นทุบ” ธีรทัศน์ชูมือให้น้องชายดูแล้วเดินเข้าไปในห้อง

“นี่ไม่ใช่ที่บ้านนะพี่เขื่อน เกรงใจแขกห้องอื่นบ้างสิ” ธีรสิทธิ์ปิดประตูแล้วเดินตามหลังพี่ชายไปติด ๆ

“นี่โรงแรมห้าดาวนะไอ้ขัน ไม่ใช่โรงแรมจิ้งหรีด ห้องเขาเก็บเสียงอย่างดีโว้ย”

“พี่มีอะไรกับผม ถึงมาปลุกแต่เช้าแบบนี้” เถียงไปก็ไร้ประโยชน์ ธีรสิทธิ์จึงเปลี่ยนเรื่องคุย

“แปดโมงนี่ไม่เช้าแล้วนะไอ้ขัน แล้วคนที่มีธุระคือแกไม่ใช่เหรอ” ธีรทัศน์มองน้องชาย ที่กำลังเปิดตู้เย็นหยิบน้ำเปล่าขึ้นมาดื่ม

“ผมขอยืมเงินห้าแสนสิพี่เขื่อน” ถึงแม้เขาจะมีเงินเดือนและสามารถใช้บัตรเครดิตได้ไม่จำกัดวงเงิน แต่คนที่จ่ายก็คือพี่ชายของเขาคนนี้ และเงินจำนวนมากขนาดนี้เขาไม่มีอยู่ในมือหรอก เพราะเพิ่งเอาเงินก้อนใหญ่ไปลงทุนกับหุ้น และเพิ่งซื้อนาฬิกายี่ห้อหรูไปเมื่อสองวันก่อนนี้เอง เพื่อนำมาเก็งกำไรขายออกไปอีกที ตอนนี้จึงทำได้แค่ขอยืมจากพี่ชายไปก่อน

“จะเอาไปขอเมียเหรอ”

“จะเอาไปช่วยเพื่อนก่อน เพื่อนผมเป็นหนี้เพราะรักษาพ่อที่ป่วยอยู่หลายปี แล้วยังต้องส่งน้องเรียนอีก พอดีมันจะได้ไปทำงานที่เมืองนอกเร็ว ๆ นี้ ผมก็เลยอยากช่วยใช้หนี้ให้มันก่อน มันจะได้ไม่ต้องเสียดอกให้พวกเจ้าหนี้หน้าเลือด”

“ช่วยฟรี ๆ งั้นเหรอ” เขาไม่ใช่คนใจแคบ แต่เงินทุกบาททุกสตางค์เขาหามาด้วยความยากลำบาก ถึงแม้อยากช่วยเพื่อนคนนั้นของน้องชายที่เป็นหนี้ เพราะเห็นแก่ความกตัญญู และความรับผิดชอบที่มีต่อน้องสาว แต่ก็คงไม่ช่วยฟรี ๆ

“คนอย่างไอ้จิระน่ะเหรอจะเอาเงินจากผมฟรี ๆ ไม่มีทางหรอกพี่เขื่อน รู้ไหมกว่าผมจะบังคับให้มันยืมเงินได้นี่ผมทั้งขู่ทั้งปลอบเลยนะ” ชายหนุ่มเล่าให้พี่ชายฟังอย่างไม่ปิดบัง เพราะรู้ดีว่าภายใต้ท่าทางที่เผด็จการและปากที่จัดจ้านนั้น เขาคือผู้ชายที่มีเหตุผลและชอบช่วยเหลือคนอื่นเสมอ “ผมบอกมันว่ากลับจากเมืองนอกแล้วค่อยมาผ่อนใช้”

“โอเค ฉันเชื่อแก”

“ยังมีอีกเรื่องหนึ่งนะพี่เขื่อน ผมอยากได้ผู้ช่วยสักคน”

“ก็บอกฝ่ายบุคคลให้เขาจัดการให้สิ”

“ผมหาได้แล้ว กลับไปคราวนี้เธอจะไปกับเราด้วย”

ธีรทัศน์มองน้องชายอย่างเคลือบแคลงใจ “เธอเป็นคนพิเศษของนายด้วยหรือเปล่า”

“ครับ” เขารักและเอ็นดูเธอเหมือนน้องสาวแท้ ๆ เธอจะไม่เป็นคนพิเศษของเขาได้ยังไง

“แบบนี้ฉันก็ต้องปลูกเรือนหลังใหม่ให้นายแล้วสิ จะได้มีความเป็นส่วนตัว”

“ทำไมต้องปลูกครับ ผมก็อยู่เรือนพญาของพี่เขื่อนนั่นแหละ ผมแค่จะขออนุญาตให้น้องเกลเขาพักกับเราด้วย ที่ห้องรับรองในเรือนนั้น”

“คงไม่ได้หรอก ห้องนั้นพี่เก็บไว้รับรองแขกที่สนิทกันจริง ๆ เท่านั้น แล้วทำไมนายไม่พักอยู่ห้องเดียวกันเลยล่ะ หรือว่าเกรงใจฉัน ไม่ต้องมาทำเป็นเกรงใจฉันหรอก โต ๆ กันแล้ว”

ธีรสิทธิ์เพิ่งถึงบางอ้อกับความคิดของพี่ชาย เขารีบโบกมือ ส่ายหน้ายิก

“พี่คิดไปถึงไหนเนี่ย ผมกับน้องเกลสนิทกันแบบพี่ชายน้องสาวเท่านั้น ไม่เคยนึกพิศวาสเธอแบบชู้สาวสักนิด เธอเป็นน้องของเพื่อนผม ผมก็เห็นเธอมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กหญิงเลยมั้ง ผมคิดกับเธออย่างอื่นไม่ลงหรอกพี่”

“นายไม่คิดแต่เธออาจจะคิดก็ได้” น้องชายของเขาออกจะหล่อตี๋ ตามสเป็กของสาว ๆ ยุคนี้ ผู้หญิงคนไหนที่มองข้าม ถ้าไม่ตาบอดก็คงเป็นพวกทอมดี้แน่นอน

“ไม่มีทาง เป็นไปไม่ได้แน่นอน ต่อให้นอนกอดกันบนเตียงนอนมันก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ ๆ เราต่างรักกันแบบพี่ชายน้องสาวจริง ๆ พี่”

“เธอมีแฟนแล้วเหรอ”

“ไม่มีหรอกครับ น้องเกลเขาเป็นเด็กดีตั้งใจเรียน เวลาว่างจากการเรียน ก็ทำพาร์ตไทม์ช่วยพี่ชายงก ๆ จะเอาเวลาที่ไหนไปมีแฟน”

“น้องสาวของเพื่อนนายหรอกเหรอ” เธอต้องเป็นผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดา หรืออาจจะขี้เหร่แน่ ๆ ธีรทัศน์คิดในใจ “ถ้าเธอจะไปทำงานกับเรา เธอพักที่เรือนพญาไม่ได้หรอกขัน พี่ให้พักได้แค่ชั่วคราวเท่านั้น พอเริ่มทำงานเธอก็ต้องย้ายไปพักที่บ้านพักคนงาน เธอจะไม่มีอภิสิทธิ์เหนือคนอื่นหรอกนะ”

ธีรสิทธิ์มองหน้าพี่ชายเล็กน้อยก่อนพยักหน้ายอมรับ พี่ชายของเขาไม่ชอบให้ใครเข้ามาวุ่นวายกับพื้นที่ส่วนตัว ข้อนี้เขารู้ดี ขนาดแม่เลี้ยงกับหลานสาวของเธอ มาขออาศัยอยู่ด้วยที่ฟาร์มหลังจากที่บิดาจากไปแล้ว เขายังปลูกเรือนแยกให้อยู่ต่างหาก

“ถึงแม้ฉันจะยอมรับเธอเข้าทำงาน แต่เธอก็ต้องยื่นหลักฐานการสมัครงาน เหมือนพนักงานคนอื่น ๆ จะมาใช้เส้นสายกับฉันไม่ได้นะ”

“ผมรู้ครับพี่ แค่นี้ผมก็ขอบคุณมากแล้ว”

“ในฐานะที่เธอเป็นคนสนิทของนาย ฉันจะเป็นคนสัมภาษณ์และประเมินเงินเดือนให้เอง” ธีรทัศน์มองหน้าน้องชาย “ทำไม ไม่พอใจฉันเหรอ”

“ผมยังไม่ได้ว่าอะไรเลยนะ” เฮ้อ! น้องเกลของพี่ขัน ธีรสิทธิ์ได้แต่รำพันอยู่ในอก ด้วยความเห็นใจหญิงสาว

“ฉันไปนะ อย่าลืมส่งเลขที่บัญชีมาล่ะ”

“ขอบคุณครับพี่เขื่อน” ธีรสิทธิ์บอกกับพี่ชายที่กำลังจะออกไปจากห้อง...

สุนทรเลิกคิ้วขึ้นสูง เมื่อลูกหนี้ที่แสนดีของเขาพูดจบประโยค โน้มตัวไปหาชายหนุ่มที่นั่งตรงข้ามกันพร้อมรอยยิ้ม

“คนกันเองแท้ ๆ ไม่เห็นต้องรีบจ่ายเลยพี่จิระ”

“ผมต้องไปทำงานที่สิงคโปร์ ถ้าไม่ได้จ่ายตอนนี้ก็คงเป็นปีถึงจะได้มาจ่ายเสี่ย” จิระให้เหตุผลกับเจ้าหนี้หน้าเลือด ที่แสร้างทำเป็นใจดี

“เป็นปีผมก็รอพี่ได้ พี่คือลูกหนี้คนพิเศษของผมเสมอ”

“ไม่เป็นไรครับเสี่ย ผมอยากไปแบบสบายใจ เอาเอกสารคืนมาให้ผมเถอะ” ไม่ได้ดูสารรูปเลย แก่กว่าตนตั้งหลายปียังมีหน้ามาเรียกพี่อยู่ได้

“ถ้าพี่ไปแล้วน้องเกลจะอยู่ยังไง ผมยินดีรับฝากนะครับ”

“น้องสาวผมผมดูแลเองได้ เสี่ยเอาเวลาที่ว่างไปดูแลครอบครัวของเสี่ยเถอะ”

ได้ยินน้ำเสียงแข็งกระด้าง และสีหน้าไม่สบอารมณ์ของลูกหนี้หนุ่ม สุนทรจึงแสยะยิ้มใบหน้าระรื่น มองอีกฝ่ายด้วยสายตาเหยียดหยาม

“ผมก็แค่อยากมีคนในครอบครัวเพิ่มอีกสักคน ผมยกหนี้ให้พี่จิระหมดเลยนะ ถ้าพี่ตกลง”

จิระกำหมัดแน่น ระงับอารมณ์จนตัวสั่น สบตากับสีหน้ายียวนนั้น

“ผมจะมาเคลียร์หนี้กับเสี่ยนะ เรามาคุยเรื่องนี้กันดีกว่า”

“อยู่กับผมน้องเกลจะมีแต่ความสะดวกสบายนะพี่จิระ คิดดูให้ดี”

“เสี่ยจะคุยเรื่องเดิมอยู่ใช่ไหม”

“ก็อย่างที่ผมบอกนั่นแหละ ระหว่างเงินกับน้องสาวพี่ ผมอยากได้น้องสาวพี่มากกว่า”

ผลัวะ!

เสี่ยจิระหงายหลังไปพร้อมเก้าอี้ที่นั่งอยู่ เมื่อเจอบาทาพิฆาตเข้าไป แล้วตามไปคร่อมพร้อมกระชากคอเสื้อ

“อย่าพูดจาดูถูกน้องสาวกูแบบนี้ ถึงกูจะจนกูก็มีศักดิ์ศรีนะ กูยืมเงินมึงใช้กูก็จ่ายดอกเบี้ยให้ทุกเดือน ไม่ได้เอามาใช้ฟรี ๆ” ชายหนุ่มผละออกจากร่างของสุนทร มองปากที่เปื้อนเลือดของมัน พยายามระงับอารมณ์โกรธที่โพยพุ่งให้เงียบสงบ “แต่ถ้าพรุ่งนี้เสี่ยยังลีลา ผมจะเอาตำรวจกับนักข่าวมาด้วย ถ้าอยากดังก็เชิญ” เขาทิ้งคำพูดประโยคสุดท้ายก่อนเดินจากไป

สุนทรรีบลุกขึ้น ใช้หลังมือเช็ดเลือดที่ปาก “กูจะเอาคืนจากมึงเป็นสิบเท่าเลยไอ้จิระ” สบถตามหลังเมื่อมั่นใจว่าชายหนุ่มไม่ได้ยิน “มองอะไรวะ! ไม่เคยเห็นคนทะเลาะกันหรือไง” ระบายอารมณ์กับผู้คนรอบข้าง แล้วเดินกร่างแบบเจ็บ ๆ จากตรงนั้นไปอย่างเร็ว...

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED