ตอน 1

เบาะแสแรกที่บ่งบอกว่าชีวิตฉันเป็นเรื่องหลอกลวงคือเสียงครางจากห้องนอนแขก สามีที่แต่งงานกันมาเจ็ดปีไม่ได้อยู่บนเตียงของเรา เขาอยู่กับเด็กฝึกงานของฉัน

ฉันค้นพบว่าภัทร สามีของฉัน แอบคบชู้กับขวัญข้าวมาสี่ปีแล้ว เด็กสาวมากความสามารถที่ฉันคอยชี้แนะและจ่ายค่าเทอมให้ด้วยตัวเอง

เช้าวันต่อมา เธอนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารเช้าของเราในเสื้อเชิ้ตของเขา ขณะที่เขากำลังทำแพนเค้กให้เรา เขายังโกหกฉันซึ่งๆ หน้า สัญญาว่าจะไม่มีวันรักใครอื่น ก่อนที่ฉันจะมารู้ว่าเธอท้องกับเขา—ลูกที่เขาปฏิเสธที่จะมีกับฉันมาตลอด

คนสองคนที่ฉันไว้ใจที่สุดในโลกร่วมมือกันทำลายฉัน ความเจ็บปวดนี้มันเกินกว่าที่ฉันจะทนอยู่กับมันได้ มันคือการทำลายล้างโลกทั้งใบของฉัน

ฉันจึงโทรหานักประสาทวิทยาเกี่ยวกับการทดลองของเขา ซึ่งเป็นกระบวนการที่ไม่อาจย้อนกลับได้ ฉันไม่ได้ต้องการแก้แค้น ฉันแค่อยากจะลบทุกความทรงจำเกี่ยวกับสามีของฉัน และเป็นผู้เข้ารับการทดลองคนแรกของเขา

บทที่ 1

เอลลี่ POV:

เบาะแสแรกที่บ่งบอกว่าชีวิตของฉันเป็นเรื่องหลอกลวงไม่ได้มาในรูปแบบของเสียงตะโกน แต่เป็นเสียงครางอู้อี้จากห้องนอนแขกที่อยู่สุดทางเดิน

ฉันกะพริบตาตื่นขึ้นมา นาฬิกาดิจิทัลบนโต๊ะข้างเตียงส่องแสงสีนวลเยาะเย้ยบอกเวลา ตี 2:14 น. พื้นที่ข้างตัวฉันบนเตียงคิงไซส์ของเรานั้นเย็นเฉียบ ว่างเปล่า ภัทรไม่ได้อยู่ที่นั่น

ความรู้สึกไม่สบายใจก่อตัวขึ้นในท้องของฉัน เขาทำงานดึกมาหลายเดือนแล้ว อาณาจักรเทคโนโลยีของเขาเรียกร้องเวลาจากเขามากขึ้นเรื่อยๆ แต่เขากลับมานอนบนเตียงเสมอ เสมอมา ต่อให้เป็นแค่การจูบหน้าผากฉันแล้วกระซิบว่าจะกลับไปทำงานที่โฮมออฟฟิศ เขาก็จะแวะมาดูฉันก่อนเสมอ

ฉันลุกขึ้นนั่ง ผ้าปูที่นอนไหมลื่นไหลลงมากองอยู่รอบเอว บ้านทั้งหลังเงียบสงัด ห่อหุ้มด้วยความเงียบงันของบ้านพักตากอากาศริมผาอันเงียบสงบของเรา แล้วฉันก็ได้ยินมันอีกครั้ง เสียงหัวเราะคิกคักแผ่วเบาของผู้หญิงที่ถูกทำให้เงียบลงอย่างรวดเร็ว

หัวใจของฉันเต้นระรัวอยู่ในอกราวกับนกที่ติดกับ มันจะเป็นไปไม่ได้ ไม่ใช่ในบ้านของฉัน ไม่ใช่ในบ้านของเรา

ฉันเลื่อนตัวลงจากเตียง เท้าเปล่าเหยียบลงบนพื้นไม้เนื้อแข็งเย็นเฉียบอย่างเงียบกริบ ฉันไม่ได้เปิดไฟ ฉันเคลื่อนไหวราวกับภูตผีผ่านเงาที่คุ้นเคยของชีวิตที่ฉันคิดว่าเราสร้างมันขึ้นมาด้วยกัน ทางเดินยาวเป็นอุโมงค์มืดมิดที่นำไปสู่ความจริงที่ฉันไม่แน่ใจว่าจะเผชิญหน้ากับมันได้

เมื่อฉันเข้าใกล้ประตูห้องนอนแขกมากขึ้น เสียงก็ชัดเจนขึ้น เสียงของเขา ทุ้มลึกและคุ้นเคย เสียงที่เคยช่วยชีวิตฉันและสัญญาว่าจะรักฉันตลอดไป และอีกเสียงหนึ่ง เสียงที่เด็กกว่า หอบกระเส่าและกระตือรือร้น

“ภัทร หยุดเถอะค่ะ” เธอกระซิบ แต่น้ำเสียงของเธอกลับหยอกล้อและส่งเสริม “เดี๋ยวเธอก็ได้ยินหรอก”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ เธอ ฉันคือเธอ สิ่งกีดขวาง ของนอกสายตาในบ้านของตัวเอง

“เธอนอนหลับลึกจะตาย” ภัทรพึมพำตอบกลับ เสียงของเขาเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ฉันไม่ได้ยินมานานหลายเดือน “อีกอย่าง เธอก็เหนื่อยมาก วันนี้เธออยู่ที่สตูดิโอทั้งวัน”

วิธีที่เขาพูดถึงฉันอย่างไม่ใส่ใจ ราวกับเป็นเฟอร์นิเจอร์ชิ้นหนึ่งที่เขาต้องเดินเลี่ยง มันเป็นเหมือนการตบหน้าอย่างแรง ฉันแนบหูเข้ากับเนื้อไม้เย็นๆ ของประตู กลั้นหายใจ

“เธอเก่งขนาดนั้นเลยเหรอคะ” เด็กสาวถาม น้ำเสียงของเธอเจือไปด้วยความชื่นชมและท้าทายอย่างประหลาด “เอลลี่ ริช ผู้ยิ่งใหญ่ สถาปนิกอัจฉริยะ”

“เธอเก่งมาก” ภัทรพูด และชั่ววินาทีอันน่าคลื่นไส้ ฉันรู้สึกถึงความหวังริบหรี่ เขากำลังปกป้องฉัน แต่แล้วเขาก็เสริมว่า “แต่เธอ ขวัญข้าว… เธอมีบางอย่างที่เอลลี่ไม่มี”

ขวัญข้าว

ชื่อนั้นดังก้องอยู่ในหัวของฉัน

ขวัญข้าว ชมิท

เด็กฝึกงานของฉัน เด็กในความดูแลของฉัน เด็กสาวเงียบๆ มากความสามารถที่ฉันรับมาอยู่ใต้ปีก คอยชี้แนะเป็นการส่วนตัว จ่ายค่าเทอมปีสุดท้ายให้เธอจากเงินของฉันเอง เพราะเธอทำให้ฉันนึกถึงตัวเองในวัยนั้น—กระหาย ทะเยอทะยาน และโดดเดี่ยว

ฉันโตมาในระบบบ้านอุปถัมภ์ โลกของบ้านชั่วคราวและความรักแบบมีเงื่อนไข ฉันเรียนรู้ที่จะพึ่งพาตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ สร้างกำแพงของตัวเอง ไม่เคยคาดหวังว่าใครจะอยู่ด้วย แล้วภัทรก็เข้ามา เขาไม่ใช่แค่เข้ามาอยู่ แต่เขาสร้างป้อมปราการรอบตัวฉัน ความรักของเขาเป็นเหมือนปูนที่ยึดอิฐทุกก้อนไว้ด้วยกัน เขาคือครอบครัวของฉัน ครอบครัวเดียวที่ฉันเคยมีอย่างแท้จริง

และขวัญข้าว… ฉันเห็นความโดดเดี่ยวแบบเดียวกันในดวงตาของเธอ ฉันรับรองเธอ สนับสนุนผลงานของเธอ พาเธอเข้ามาในบริษัทของฉัน ในชีวิตของฉัน ฉันเคยบอกภัทรว่าฉันภูมิใจในตัวเธอแค่ไหน เธอจะต้องเป็นดาวในสักวันหนึ่ง

ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นดาวในสายตาของเขาแล้ว แค่ไม่ใช่ในแบบที่ฉันตั้งใจ

“เหรอคะ” เสียงของขวัญข้าวตอนนี้เหมือนเสียงแมวคราง “แล้วมันคืออะไรล่ะคะ”

ฉันไม่จำเป็นต้องได้ยินคำตอบของเขา ฉันจินตนาการได้ ความสาว ความหลงใหล ความตื่นเต้นในสิ่งต้องห้าม ทุกสิ่งที่ฉันในวัยสามสิบสองไม่มีอีกต่อไปแล้ว

เสียงที่ตามมา—เสียงผ้าปูที่นอนเสียดสีกัน เสียงเตียงลั่นเอี๊ยดอ๊าดเป็นจังหวะแผ่วเบา—คือการยืนยันที่ทำลายรากฐานโลกทั้งใบของฉัน นี่ไม่ใช่ความผิดพลาดเพียงครั้งเดียว นี่คือกิจวัตรที่แสนจะคุ้นเคยและสบายใจ พวกเขากำลังทำมันในบ้านของฉัน ในห้องที่อยู่สุดทางเดินจากห้องที่ฉันนอน ห้องที่ฉันเป็นคนออกแบบ

ฉันถอยห่างจากประตู เอามือปิดปากเพื่อกลั้นเสียงสะอื้น คำว่าทรยศยังไม่แรงพอ นี่คือการทำลายล้าง คนสองคนที่ฉันไว้ใจที่สุดในโลก ผู้ชายที่ฉันมอบหัวใจให้ทั้งดวง และเด็กสาวที่ฉันพยายามจะมอบอนาคตให้ ได้ร่วมมือกันทำลายฉัน

ฉันอยากให้มันหายไป ทั้งหมด เจ็ดปีของการแต่งงาน ความทรงจำถึงมือของเขาบนผิวของฉัน เสียงหัวเราะของเขา ภาพบ้านที่เราสร้างด้วยกัน ฉันอยากจะขูดเขาออกจากสมองจนไม่เหลืออะไรเลยนอกจากพื้นที่ว่างเปล่าที่สะอาด

ฉันเดินโซซัดโซเซกลับไปที่ห้องนอน การเคลื่อนไหวของฉันแข็งทื่อและไร้ชีวิต ฉันไม่ได้มองรูปแต่งงานของเราบนผนัง ฉันไม่ได้มองเส้นขอบฟ้าของกรุงเทพฯ ที่ฉันออกแบบ ซึ่งเป็นสิ่งที่สร้างชื่อให้ฉัน ฉันคว้าโทรศัพท์จากโต๊ะข้างเตียง

นิ้วของฉันสั่นขณะที่เลื่อนดูรายชื่อผู้ติดต่อ ผ่านชื่อของภัทร ผ่านชื่อเพื่อนๆ จนกระทั่งเจอคนที่ฉันต้องการ ดร. เอื้อการย์ กัลดอร์น อาจารย์ที่ปรึกษาสมัยมหาวิทยาลัยของฉัน นักประสาทวิทยาชั้นนำที่ผลงานของเขาล้ำหน้าจนแทบจะเป็นนิยายวิทยาศาสตร์

เมื่อสองสามเดือนก่อน ระหว่างงานเลี้ยงรุ่น เขาเล่าให้ฉันฟังเกี่ยวกับโครงการล่าสุดของเขาด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาและเป็นความลับ กระบวนการทดลองลับสุดยอดที่ออกแบบมาเพื่อกำหนดเป้าหมายและกำจัดเส้นทางความทรงจำที่เฉพาะเจาะจง วิธีการลบความทรงจำที่เลวร้าย ในตอนนั้น ฉันรู้สึกทึ่งในเชิงวิชาการล้วนๆ

แต่ตอนนี้ มันคือทางรอดเดียวของฉัน

โทรศัพท์ดังสองครั้งก่อนที่เขาจะรับ เสียงของเขางัวเงีย “เอลลี่? มีอะไรหรือเปล่า? นี่มันกลางดึกนะ”

น้ำตาไหลอาบแก้มของฉันอย่างเงียบๆ ร้อนผ่าวและไร้ประโยชน์ “อาจารย์เอื้อ” ฉันพูดเสียงแหบพร่า เสียงของฉันเหมือนคนแปลกหน้า แหบแห้งและแตกสลาย “การทดลองที่อาจารย์เคยเล่าให้ฟัง… ที่มันลบความทรงจำได้”

ความเงียบที่เต็มไปด้วยความกังวลจากปลายสาย “มันทำไมเหรอ เอลลี่”

ฉันสูดหายใจเข้าลึกๆ การตัดสินใจก่อตัวขึ้นในใจฉันด้วยความเย็นชาและหนักแน่นเหมือนเพชร

“หนูอยากเป็นผู้เข้ารับการทดลองคนแรกของอาจารย์ค่ะ”

ตอน 2

เอลลี่ POV:

อาจารย์เอื้อเงียบไปนานที่ปลายสาย ฉันแทบจะได้ยินเสียงความคิดในสมองอันปราดเปรื่องของเขากำลังประมวลผลความสิ้นหวังในน้ำเสียงของฉัน

“เอลลี่ นี่ไม่ใช่การทำสปานะ” ในที่สุดเขาก็พูด น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนจากงัวเงียเป็นตื่นตัวอย่างเฉียบพลัน “นี่เป็นกระบวนการที่รุนแรงและไม่อาจย้อนกลับได้ มันถูกออกแบบมาสำหรับทหารที่มีภาวะ PTSD รุนแรง สำหรับเหยื่อจากเหตุการณ์หายนะ มันเกิดบ้าอะไรขึ้น”

ฉันบอกเขาไม่ได้ ฉันเรียบเรียงเป็นคำพูดไม่ได้ การพูดมันออกมาจะทำให้มันเป็นจริงยิ่งขึ้น และฉันก็กำลังจมดิ่งอยู่ในความเป็นจริงของมันอยู่แล้ว

“สามีเธอ… ภัทรโอเคไหม” เขาถาม น้ำเสียงของเขาอ่อนลงด้วยความเป็นห่วง เขารู้เรื่องราวของเรา เขารู้ว่าภัทรเป็นเหมือนหลักยึดของฉัน เป็นผู้สนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของฉัน ผู้ชายที่เคยดึงฉันออกมาจากซากรถที่พังยับเมื่อหลายปีก่อน

“เขาสบายดีค่ะ” ฉันพูด คำพูดนั้นขมปร่าในปาก “เขาสบายดีมาก”

“แล้วมันเรื่องอะไรกัน เอลลี่ เธอเป็นหนึ่งในคนที่เข้มแข็งที่สุดที่ฉันรู้จัก เธอสร้างชีวิต สร้างอาณาจักรขึ้นมาจากศูนย์ ไม่ว่าเรื่องนี้จะเป็นอะไร เธอก็ผ่านมันไปได้”

“ไม่ค่ะ” ฉันกระซิบ จ้องมองเงาสะท้อนของตัวเองในหน้าต่างที่มืดมิด—คนแปลกหน้าที่ดวงตาโบ๋ลึก “ไม่ใช่เรื่องนี้ บางเรื่องเราผ่านมันไปไม่ได้ เราแค่… ตัดมันทิ้งไป”

เขาถอนหายใจ เสียงหนักอึ้งและเหนื่อยล้า “ขั้นตอนการรักษายังไม่เสร็จสมบูรณ์ด้วยซ้ำ เราไม่รู้เลยว่าผลข้างเคียงในระยะยาวจะเป็นยังไง การลบเหตุการณ์เลวร้ายที่เฉพาะเจาะจงเป็นเรื่องหนึ่ง แต่สิ่งที่เธอกำลังพูดถึง… การลบคนคนหนึ่งออกไป ทั้งช่วงชีวิต… มันอาจทำให้ความทรงจำส่วนอื่นหายไปด้วย มันอาจจะเปลี่ยนตัวตนของเธอไปเลย”

“ดีค่ะ” ฉันพูดเสียงเรียบ “นั่นแหละคือประเด็น หนูไม่อยากเป็นคนนี้อีกต่อไปแล้ว”

“แล้ว… มีความจำเป็นต้องใช้ผู้ทดลองสำหรับองค์ประกอบพิเศษที่อาจารย์เคยพูดถึงไหมคะ? ตัวที่สามารถสร้างชีวิตใหม่ที่ว่างเปล่าได้” ฉันถาม นึกถึงรายละเอียดจากการสนทนาในมื้อค่ำของเรา เขาเคยพูดถึงส่วนประกอบหนึ่ง เซรุ่มที่ยังอยู่ในขั้นทฤษฎี ที่ไม่เพียงแต่จะลบความทรงจำได้ แต่ยังช่วยสร้างโครงสร้างตัวตนใหม่ที่ว่างเปล่าขึ้นมาได้

น้ำเสียงของเขาจริงจังขึ้น เกือบจะดุดัน “เอลลี่ เธอจะถามอะไร”

“หนูขออาสาค่ะ” ฉันตอบ ความตั้งใจของฉันแข็งแกร่งขึ้นทุกวินาทีที่ผ่านไป เสียงอู้อี้จากปลายทางเดินเงียบลงแล้ว และความเงียบที่น่าสะพรึงกลัวกว่าเดิมก็เข้ามาแทนที่ อีกไม่นาน เขาจะเลื้อยกลับเข้ามาในเตียงของเรา กลิ่นกายของเขาปะปนด้วยกลิ่นของผู้หญิงคนอื่น และแสร้งทำเป็นว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“นี่ไม่ใช่การตัดสินใจที่จะทำตอนตีสองนะ” เขายืนกราน

“นี่คือการตัดสินใจเดียวที่มีค่ะ” ฉันโต้กลับ “อาจารย์เอื้อคะ ได้โปรด อาจารย์เป็นคนเดียวที่ช่วยหนูได้ หนูต้องหายไป หนูต้องลืม”

มีความเงียบยาวนานอีกครั้ง ฉันกลั้นหายใจ อนาคตทั้งชีวิตของฉันแขวนอยู่กับคำตอบของเขา เขารู้ประวัติของฉัน ความกลัวการถูกทอดทิ้งที่ฝังรากลึก ความภักดีอย่างแรงกล้าที่ฉันมีต่อครอบครัวที่ฉันสร้างขึ้นมาเอง เขารู้ว่าการที่ฉันต้องการจะระเบิดครอบครัวนั้นทิ้ง การทรยศนั้นต้องรุนแรงถึงที่สุด

“เจอกันที่แล็บพรุ่งนี้บ่าย” ในที่สุดเขาก็พูด น้ำเสียงของเขาเจือไปด้วยความจำยอมอย่างหนักอึ้ง “เราจะคุยกัน และเอลลี่… อย่าทำอะไรบ้าๆ จนกว่าจะถึงตอนนั้น”

แต่มันสายเกินไปแล้ว สิ่งที่บ้าที่สุดได้เกิดขึ้นกับฉันไปแล้ว

ฉันวางสายแล้วเลื่อนตัวกลับเข้าไปใต้ผ้าห่ม หันหลังให้ประตู ฉันนอนนิ่งสนิท ร่างกายแข็งทื่อ ดวงตาเบิกกว้างในความมืด ฉันฝึกหายใจ ชะลอให้ช้าลง เลียนแบบจังหวะการนอนหลับ

ไม่กี่นาทีต่อมา ประตูห้องนอนก็แง้มเปิดออก

ฉันไม่สะดุ้ง

ฉันรู้สึกถึงที่นอนที่ยุบลงเมื่อน้ำหนักของเขาทรุดตัวลงข้างๆ ฉันรู้สึกถึงความอบอุ่นจากร่างกายของเขาขณะที่เขาขยับเข้ามาใกล้ กลิ่นโคโลญจน์ที่คุ้นเคยของเขาตอนนี้เจือปนด้วยกลิ่นอื่น—กลิ่นน้ำหอมหวานเลี่ยนที่ขวัญข้าวใช้เสมอ

แขนของเขาสอดรอบเอวฉัน ดึงฉันเข้าไปชิดอก ริมฝีปากของเขา ริมฝีปากเดียวกับที่เพิ่งอยู่บนตัวเธอเมื่อครู่ กดลงบนต้นคอของฉัน คลื่นความคลื่นไส้ซัดเข้ามาในตัวฉัน รุนแรงจนฉันต้องกัดกระพุ้งแก้มตัวเองเพื่อไม่ให้อาเจียนออกมา

ฉันสะดุ้งและผลักแขนเขาออก เป็นปฏิกิริยาตามสัญชาตญาณของความขยะแขยง

“เอลลี่?” เขาพึมพำ เสียงของเขาแหบพร่าด้วยความง่วงนอนจอมปลอม “ที่รัก ตื่นเหรอ”

“นอนเถอะภัทร” ฉันพูด เสียงอู้อี้อยู่ในหมอน “คุณมีประชุมเช้านะ”

เขาดูเหมือนจะไม่สังเกตเห็นความเย็นชาในน้ำเสียงของฉัน เขาแค่หัวเราะเบาๆ เสียงทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจที่ทำให้ฉันขนลุก เขาวางแขนรอบตัวฉันอีกครั้ง คราวนี้แน่นกว่าเดิม มือของเขาวางแผ่บนท้องของฉันอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“แค่ฝันน่ะ” เขาพึมพำใส่ผมของฉัน “ฝันว่าเธอทิ้งฉันไป ตกใจแทบแย่”

ความย้อนแย้งอันขมขื่นนี้มันเจ็บปวดราวกับถูกทำร้าย เขากลัว

“ฉันอยู่นี่” ฉันพูด ปล่อยให้เขาเชื่อคำโกหกของเขาต่อไป แต่ในใจฉัน ฉันไปไกลแล้ว ฉันกำลังเลือกชื่อใหม่ จูน จูน เบเนตต์ ชื่อเรียบง่าย ไม่โดดเด่น ชื่อที่ไม่มีประวัติ ไม่มีภูตผี ฉันกำลังนึกภาพบัตรประชาชนใหม่ พาสปอร์ตใหม่ ฉันกำลังวางแผนการหลบหนี จัดการทรัพย์สินของฉัน วางเส้นทางสู่ชีวิตใหม่ที่ชื่อภัทร วิเชียรไกร ไม่มีความหมายอะไรเลย

เสียงกรนเบาๆ ของเขาดังขึ้นในห้องในไม่ช้า เขาเหนื่อยแน่นอน คืนนี้เขางานยุ่ง

ฉันรอจนกระทั่งแสงแดดเริ่มสาดส่องผ่านมู่ลี่ก่อนที่จะขยับตัว เขาออกไปวิ่งตอนเช้า และฉันก็ตรงไปที่ห้องน้ำ แปรงฟันจนเหงือกแทบถลอก พยายามขัดรสชาติจางๆ ของการทรยศของเขาออกจากปาก

เมื่อฉันลงมาข้างล่าง ภาพในห้องครัวมันดูเป็นครอบครัวจอมปลอมจนน่าขนลุก เหมือนหลุดออกมาจากฝันร้าย ขวัญข้าวนั่งอยู่ที่เคาน์เตอร์บาร์ในครัว จิบน้ำส้ม ขาเปลือยของเธอซ่อนอยู่ใต้ตัวบนเก้าอี้สตูล เธอสวมเสื้อยืดตัวโคร่งของภัทรตัวหนึ่ง คอเสื้อหลุดลุ่ยลงมาที่ไหล่ข้างหนึ่ง เธอมองขึ้นมาเมื่อฉันเดินเข้ามา สีหน้าของเธอเป็นหน้ากากที่สมบูรณ์แบบของความไร้เดียงสา

“อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่เอลลี่!” เธอร้องเสียงแจ้ว “ตื่นเช้าจังเลยนะคะ”

ภัทรอยู่ที่เตา กำลังกลับแพนเค้ก เขาหันมา รอยยิ้มกว้างหล่อเหลาบนใบหน้า รอยยิ้มที่เคยทำให้หัวใจฉันพองโตและตอนนี้กลับทำให้ฉันอยากจะอาเจียน

“อรุณสวัสดิ์ ที่รัก” เขาพูด น้ำเสียงเต็มไปด้วยความอบอุ่น “ผมเก็บแป้งไว้ให้คุณด้วยนะ” เขาชี้ด้วยไม้พายไปยังจานที่เขาจัดไว้ที่ที่นั่งประจำของฉัน

“พี่เอลลี่โชคดีจังเลยนะคะ” ขวัญข้าวถอนหายใจ เท้าคาง “พี่ภัทรเป็นสามีที่ใส่ใจที่สุดในโลกเลย เขาตามใจพี่สุดๆ”

ฉันสบตาเธอผ่านขอบแก้วกาแฟของฉัน ความท้าทายนั้นส่องประกายอยู่ในแววตาของเธอ

“ใช่แล้วล่ะ” ฉันพูด น้ำเสียงสงบนิ่งอย่างน่ากลัว “เขามอบให้ทุกคนในสิ่งที่พวกเขาสมควรได้รับ”

ภัทรผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่หัวเราะ “ผมก็แค่ดูแลคนที่ผมแคร์ ภรรยาของผม แน่นอนว่าต้องมาก่อน แต่ผมก็ดูแลเด็กในปกครองของภรรยาผมด้วย”

วิธีที่เขาแบ่งแยกเราอย่างไม่ใส่ใจ ภรรยาของเขากับเมียเก็บของเขา นั่งอยู่ที่โต๊ะเดียวกัน มันช่างหยิ่งยโสจนน่าทึ่ง

ฉันวางแก้วกาแฟลงเบาๆ “ภัทร” ฉันถาม เสียงของฉันชัดเจนมาก “คุณรักฉันไหม”

เขาดูตกใจกับคำถามที่ตรงไปตรงมา ขวัญข้าวตัวแข็งทื่อ ส้อมของเธอค้างอยู่กลางอากาศ

“แน่นอนสิ ผมรักคุณ” เขาพูด ขมวดคิ้วด้วยความสับสน “คุณเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ผมเคยรัก คุณก็รู้”

คำพูดของเขาเป็นบทที่ท่องมาอย่างดี ราบรื่นและฝึกฝนมาอย่างช่ำชอง แต่เมื่อคืน ฉันได้ยินเวอร์ชันที่ไม่ได้อยู่ในบท

“ฉันแค่สงสัยน่ะ” ฉันพูด คนกาแฟที่ยังไม่ได้แตะของฉัน “คุณคิดว่าเป็นไปได้ไหมที่ผู้ชายจะรักผู้หญิงสองคนในเวลาเดียวกัน”

เขาหัวเราะเยาะ เสียงที่มั่นใจและไม่ใส่ใจ “ไม่ แน่นอนว่าไม่ ความรักไม่ใช่สิ่งที่คุณจะแบ่งปันได้ เมื่อคุณรักใครสักคนอย่างแท้จริง มันจะไม่มีที่ว่างสำหรับคนอื่น มันคือทั้งหมด”

ฉันจ้องมองเขา สีหน้าของฉันอ่านไม่ออก “ฉันก็เห็นด้วย”

“ทำไมคุณถึงถามคำถามแปลกๆ แบบนี้ล่ะ เอล” เขาถาม น้ำเสียงเจือความหงุดหงิด

“ไม่มีอะไรหรอก” ฉันพูด จิบกาแฟช้าๆ “แค่สมมติฐานน่ะ ถ้าคุณเกิดไปรักคนอื่นขึ้นมา คุณจะบอกฉันใช่ไหม คุณจะไม่… เก็บฉันไว้เฉยๆ ใช่ไหม”

เขาเดินอ้อมเคาน์เตอร์มาวางมือบนไหล่ฉัน ก้มลงจูบหน้าผาก ฉันต้องฝืนความรู้สึกที่อยากจะถอยหนี

“มันจะไม่มีวันเกิดขึ้น” เขาพูด น้ำเสียงของเขาเป็นคำสัญญาที่หนักแน่นและจริงใจ “แต่ถ้ามันเกิดขึ้น ผมจะไม่มีวันรั้งคุณไว้”

“ดีที่ได้รู้” ฉันพูด น้ำเสียงของฉันสงบนิ่ง “เพราะถ้าวันนั้นมาถึง ฉันจะไม่สู้ ฉันจะไป และฉันจะทำให้แน่ใจว่าฉันลืมทุกอย่างเกี่ยวกับคุณ”

ตอน 3

เอลลี่ POV:

ภัทรหัวเราะ เสียงทุ้มกังวานและมั่นใจดังก้องไปทั่วห้องครัว เขาคิดว่าฉันล้อเล่น กำลังทำตัวดราม่า ความหยิ่งยโสของมันช่างน่าตกตะลึง

“คุณไม่มีวันทิ้งผมหรอก เอล” เขาพูด บีบไหล่ฉัน “เราคือคู่แท้ คุณกับผม”

เขาพยายามดึงฉันเข้าไปกอด แต่ฉันขัดขืน กล้ามเนื้อของฉันเกร็งขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่เขาดูเหมือนจะสังเกตเห็น อะไรบางอย่าง—ความรำคาญ? ความสงสัย?—ฉายแวบผ่านใบหน้าของเขาก่อนที่เขาจะปัดมันทิ้งไป

ฉันได้กลิ่นน้ำหอมของเธอบนเสื้อของเขา ปะปนกับกลิ่นแพนเค้กและกลิ่นเซ็กส์ที่ค้างคืน มันน่าอึดอัด

“ฉันจะไปประชุมสายแล้ว” ฉันพูด หลุดจากมือของเขาและเดินไปที่ประตู ฉันต้องออกไปจากที่นั่นก่อนที่ฉันจะแตกสลายเป็นล้านชิ้น

“เดี๋ยวก่อน เอล” เขาเรียกตามหลังฉัน “แล้วแบบแปลนโครงการริมน้ำของคุณล่ะ คุณบอกว่าต้องเอาไปส่งที่สำนักงานผังเมือง ผมเอาไปให้ได้นะ”

เลือดในกายฉันเย็นเฉียบ เขากำลังทดสอบฉัน กำลังตรวจสอบว่ากิจวัตรของฉันยังไม่เปลี่ยนแปลง ว่าโลกของเขายังคงโคจรอย่างมั่นคง

“ไม่เป็นไร” ฉันพูดโดยไม่หันกลับไป “ฉันจัดการเองได้”

“แน่ใจนะ”

“แน่ใจ” ฉันพูด ผลักประตูเปิดออกและก้าวออกไปสู่อากาศยามเช้าที่เย็นสบาย หายใจหอบราวกับถูกกดอยู่ใต้น้ำ

ฉันไม่ได้ไปที่ออฟฟิศ ฉันไม่ได้ไปที่สำนักงานผังเมือง ฉันขับรถไปเรื่อยๆ อย่างไร้จุดหมายในตอนแรก ตึกสูงระฟ้าที่ทำจากกระจกและเหล็กกล้าที่ฉันช่วยสร้างสรรค์ขึ้นมาพร่ามัวผ่านหน้าต่างรถของฉัน เมืองของฉัน ชีวิตของฉัน ฉากหน้าที่สวยงามและซับซ้อนที่สร้างขึ้นบนรากฐานของคำโกหก

ฉันขับรถไปจนกระทั่งพบว่าตัวเองอยู่ในย่านที่ฉันไม่ค่อยได้มา ย่านที่ดูดิบๆ ไร้ชื่อเสียง เต็มไปด้วยโรงรับจำนำและร้านรับแลกเช็ค ฉันจอดรถหน้าสำนักงานเล็กๆ ที่ไม่มีอะไรโดดเด่น มีป้ายเขียนว่า “เอกสารและสำเนา”

ข้างใน ชายคนหนึ่งที่มีดวงตาเหนื่อยล้าและสีหน้าที่ดูไม่สนใจอะไรเป็นพิเศษเงยหน้าขึ้นจากคอมพิวเตอร์ของเขา

“ฉันต้องการตัวตนใหม่” ฉันพูด คำพูดนั้นรู้สึกแปลกและทรงพลังบนลิ้นของฉัน

เขาไม่กะพริบตา เขาแค่พยักหน้าไปที่เก้าอี้ “มันต้องใช้เงินนะ งานด่วนยิ่งแพง”

“ฉันไม่สนเรื่องราคา” ฉันพูด ดึงปึกเงินสดออกจากกระเป๋า—เงินสำรองฉุกเฉินที่ฉันเก็บไว้เสมอ ของที่ระลึกจากสมัยอยู่บ้านอุปถัมภ์ที่ฉันรู้ว่าฉันพึ่งพาได้แค่ตัวเองเท่านั้น

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉันเดินออกมาพร้อมกับใบขับขี่ สูติบัตร และบัตรประกันสังคมที่ดูสมบูรณ์แบบ ใบหน้าในรูปเป็นของฉัน แต่ชื่อนั้นแตกต่างออกไป

จูน เบเนตต์

ฉันพูดชื่อนั้นออกมาดังๆ ในรถ มันให้ความรู้สึกสะอาด ปราศจากภาระ

บ่ายวันนั้น ฉันไปพบอาจารย์เอื้อที่แล็บของเขา มันเป็นพื้นที่สีขาวปลอดเชื้อ ส่งเสียงหึ่งๆ ด้วยพลังงานเงียบๆ ของเทคโนโลยีล้ำสมัย เขามองใบหน้าที่ซีดเซียวและรอยคล้ำใต้ตาของฉัน และท่าทีที่เป็นมืออาชีพของเขาก็อ่อนลง

“เอลลี่” เขาพูดเบาๆ “คุยกับฉันสิ”

ฉันจึงเล่า ฉันเล่าทุกอย่าง เสียงในตอนกลางคืน ชื่อที่ฉันได้ยิน การค้นพบที่น่าคลื่นไส้ ฉันเล่าเรื่องการเป็นที่ปรึกษาให้ขวัญข้าวมาสี่ปี ค่าเทอมที่ฉันจ่าย ความไว้วางใจที่ฉันมีให้เธอ ฉันเล่าเรื่องคำโกหกของภัทร วิธีที่เขามองฉันในเช้าวันนั้นราวกับว่าฉันเป็นศูนย์กลางของจักรวาลของเขาในขณะที่เมียเก็บของเขานั่งห่างออกไปไม่กี่ฟุตในเสื้อยืดของเขา

ฉันไม่ร้องไห้ ฉันเกินกว่าจะร้องไห้แล้ว น้ำเสียงของฉันเป็นโทนเดียวราบเรียบ ท่องข้อเท็จจริง แต่ละข้อเป็นเหมือนพลั่วอีกอันที่ตักดินกลบหลุมศพของชีวิตเก่าของฉัน

เมื่อฉันเล่าจบ เขาเงียบไป สีหน้าของเขาผสมผสานระหว่างความสงสารและความสยดสยอง

“กระบวนการนั้น…” ฉันเริ่ม

เขายกมือขึ้น “การลบความทรงจำน่ะเป็นส่วนที่ง่าย ถ้าจะพูดให้ถูกนะ เซรุ่ม—‘องค์ประกอบพิเศษ’—นั่นแหละที่ทำให้การเริ่มต้นใหม่ที่แท้จริงเป็นไปได้ มันสร้างสภาวะที่สมองจะยืดหยุ่นเป็นพิเศษชั่วคราว มันช่วยให้สมองยอมรับเรื่องราวใหม่ ตัวตนใหม่ โดยไม่เกิดความแตกแยกทางจิตใจอย่างที่ควรจะเป็น โดยพื้นฐานแล้วมัน… รีบูตความรู้สึกตัวตนของเธอ”

เขามองฉัน ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความหนักอึ้งที่น่ากลัว “มันไม่เคยถูกทดสอบกับมนุษย์ ความเสี่ยงมันมหาศาล เรากำลังพูดถึงโครงสร้างของจิตสำนึกของเธอเลยนะ เอลลี่”

“หนูจะรับความเสี่ยงนั้นเองค่ะ” ฉันพูดโดยไม่ลังเล

เขาพยักหน้าช้าๆ ราวกับว่าเขาคาดหวังสิ่งนี้อยู่แล้ว เขารู้จักฉัน เขารู้ว่าเมื่อฉันตัดสินใจแล้ว มันจะไม่มีวันเปลี่ยนแปลง “ฉันสามารถสังเคราะห์เซรุ่มและจัดส่งให้ได้ มันจะต้องทำอย่างลับๆ ผ่านช่องทางระหว่างประเทศ มันจะใช้เวลาสองสามวัน”

“กี่วันคะ”

“สามวัน” เขาพูด “มันจะมาถึงวันที่ 24”

วันเกิดของภัทร จักรวาลนี้ช่างมีอารมณ์ขันที่ร้ายกาจ

“ตกลงค่ะ” ฉันพูด “หนูจะจองตั๋วเครื่องบิน”

เมื่อฉันกลับถึงบ้านในเย็นวันนั้น ภัทรรอฉันอยู่ ใบหน้าของเขาเป็นหน้ากากของความโล่งใจที่เจือความกังวล

“เอลลี่! คุณไปไหนมา” เขาร้องออกมา รีบเข้ามาหาฉันและดึงฉันเข้าไปกอดอย่างอึดอัด “โทรศัพท์คุณก็ปิด คุณไม่ได้อยู่ที่ออฟฟิศ… ผมกำลังจะโทรแจ้งตำรวจแล้วนะ!”

ฉันยืนตัวแข็งทื่อในอ้อมแขนของเขา กลิ่นของเขาทำให้ฉันคลื่นไส้ “แบตหมดน่ะ” ฉันพูดเสียงเรียบ “ฉันไปขับรถเล่นมา”

เขาถอยออกมา มือของเขายังคงจับแขนฉันอยู่ ดวงตาของเขาสำรวจใบหน้าของฉัน “ขับรถเล่น? ทั้งวันเลยเหรอ? แต่… ผมเห็นกล่องในตู้เสื้อผ้าของคุณ กล่องที่คุณแพ็คเสื้อผ้าไว้”

ความกลัวที่เฉียบพลันแทรกผ่านความชาของฉัน เขากำลังสอดแนม

“ฉันจะเอาไปบริจาค” ฉันพูดอย่างรวดเร็ว คำโกหกหลุดออกมาอย่างง่ายดาย “ให้บ้านพักฉุกเฉินสำหรับผู้หญิงน่ะ ถึงเวลาต้องเคลียร์ของแล้ว”

ความโล่งใจที่ปรากฏบนใบหน้าของเขานั้นเกิดขึ้นทันทีและเด็ดขาด เขาเชื่อฉัน เขาอยากจะเชื่อฉัน

“โอ้” เขาพูด มือที่จับฉันคลายลง “โอ้ ขอบคุณพระเจ้า เอล คุณทำให้ผมกลัวนะ อย่าทำแบบนี้กับผมอีกนะ อย่าทิ้งผมไปเด็ดขาด” น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ เป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมของสามีที่รักและหวาดกลัว

ฉันแค่มองเขา หัวใจของฉันเป็นเหมือนก้อนหินที่หนักอึ้งและไร้ชีวิตในอก “ฉันจะไม่ทำ” ฉันสัญญา

เขาจะออกเดินทางไป “ทริปธุรกิจ” กับขวัญข้าวในอีกสองวัน ฉันมีเวลาจนถึงตอนนั้นที่จะลบเอลลี่ ริช ให้สิ้นซาก

วันต่อมา ฉันเอาแหวนแต่งงานไปที่ร้านทำเครื่องประดับสั่งทำในย่านที่ภัทรไม่มีวันไป มันเป็นแหวนแพลทินัมเรียบง่ายและสง่างามพร้อมเพชรสามกะรัตไร้ที่ติ แหวนที่เขาออกแบบเอง

ฉันถอดมันออกจากนิ้ว มันรู้สึกแปลก มือของฉันเบาและเป็นอิสระขึ้นมาทันที

“ฉันต้องการให้คุณหลอมนี่” ฉันบอกช่างทำเครื่องประดับ วางแหวนลงบนถาดกำมะหยี่

เขามองฉัน แล้วมองแหวน ดวงตาของเขาเบิกกว้าง “หลอมเหรอครับ คุณผู้หญิง นี่มันเป็นชิ้นที่สวยงามมาก แพลทินัม เพชร VVS1 อย่างน้อย… ทำไมคุณถึงอยากจะหลอมมันล่ะครับ”

“ทำไปเถอะ” ฉันพูด น้ำเสียงของฉันไม่เปิดโอกาสให้โต้แย้ง “หลอมแหวนแพลทินัมให้เป็นก้อนที่จำไม่ได้ว่าเป็นอะไร แล้วคืนเพชรให้ฉันแยกต่างหาก”

เขาดูเหมือนว่าฉันขอให้เขาไปฆ่าคน แต่แววตาของฉัน และเงินสดที่ฉันเลื่อนข้ามเคาน์เตอร์ไปให้ ก็ทำให้เขาเชื่อ

ฉันออกจากร้านพร้อมกับกล่องกำมะหยี่สีดำใบเล็ก ข้างในมีเพชรเม็ดงามหนึ่งเม็ดและก้อนโลหะสีเทาเล็กๆ น่าเกลียดที่เคยเป็นสัญลักษณ์ของคำว่าตลอดไป

เมื่อฉันขับรถกลับมาถึงบ้าน ภาพที่เห็นคือความโกลาหล รถตำรวจสองคันจอดอยู่ใน driveway ไฟกระพริบ ภัทรอยู่บนสนามหญ้าหน้าบ้าน กำลังคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจอย่างกระตือรือร้น สีหน้าของเขาตื่นตระหนก

เขาเห็นรถของฉันและใบหน้าของเขาก็เปลี่ยนเป็นความโล่งใจอย่างสุดซึ้ง เขาวิ่งมาหาฉันทันทีที่ฉันลงจากรถ ดึงฉันเข้าไปกอดอย่างแรงและสิ้นหวัง

“เอลลี่! โอ้พระเจ้า เอลลี่!” เขาร้องไห้ เสียงของเขาแตกพร่า เจ้าหน้าที่ตำรวจและแม่บ้านของเรามองด้วยสีหน้าเห็นใจ

“เกิดอะไรขึ้น” ฉันถาม ร่างกายของฉันแข็งทื่อในอ้อมกอดของเขา

“ผมกลับมาบ้าน คุณไม่อยู่ รถคุณก็ไม่อยู่… ผมคิดว่า…” เขาซบหน้าลงกับคอของฉัน ร่างกายของเขาสั่นเทา อีกหนึ่งการแสดงที่ยอดเยี่ยม

“ฉันบอกแล้วไงว่าแบตหมด” ฉันพูด พลางดึงตัวออก “ฉันไปทำธุระมา”

“ทั้งวันเลยเหรอครับ โดยไม่บอกไม่กล่าว” เจ้าหน้าที่คนหนึ่งถาม น้ำเสียงของเขาสงสัย

ก่อนที่ฉันจะตอบ ภัทรก็กระโดดเข้ามาปกป้องฉัน “เป็นความผิดของผมเอง ผมทำตัวน่าอึดอัดกับเธอเกินไป เธอแค่ต้องการพื้นที่ส่วนตัว” เขาหันกลับมาหาฉัน ดวงตาของเขาอ้อนวอน “แต่ได้โปรดเถอะ เอล แค่บอกผมหน่อยว่าครั้งหน้าคุณจะไปไหน ผมเสียคุณไปไม่ได้ ผมคงตายถ้าเสียคุณไป”

เขาเป็นนักแสดงที่ยอดเยี่ยม ฉันแทบจะต้องชื่นชมในความทุ่มเทของเขา

แล้วสายตาของเขาก็เหลือบไปเห็นกล่องสีดำใบเล็กในมือของฉัน

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED