ตอน 2

เกี้ยวเจ้าสาวขนาดแปดคนหามเคลื่อนขบวนออกจากวังหลวงตั้งแต่ยามเหม่า การตกแต่งประดับประดานับว่าประณีตงดงามไร้ที่ติ ถึงคณะเดินทางจะออกจากแคว้นซีจิ้งเช้าปานนี้ ทว่าประชาชนก็ยังรวมตัวออกมาส่งองค์หญิงอันเป็นที่รัก หีบสินเดิมทอดยาวเป็นสาย บ่งบอกถึงความสำคัญขององค์หญิงในพระทัยพระบิดา

ร่างอรชรในเกี้ยวเจ้าสาวนั่งหลังเหยียดตรงใบหน้าภายใต้ผ้าแดงมงคลเรียบเฉย เสียงอวยพรที่ดังมิได้เข้าหู เพราะในใจรู้ดีว่าการแต่งงานครั้งนี้เป็นไปตามคำบัญชา หาใช่ความรู้สึกแท้จริงไม่ ทันทีที่สวมใส่ชุดวิวาห์สีแดงสดภายในใจก็หนักอึ้ง หนทางข้างหน้าจะดีหรือร้ายไม่อาจคาดเดา จ้าวฟางหลินหลับตาลงช้า ๆ เสียงผู้คนเริ่มไกลออกไปจนกระทั่งเสียงเหล่านั้นเงียบลงไปในที่สุด นางคงเดินทางออกนอกเมืองหลวงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“องค์หญิงเพคะ ขบวนเราจะพักโรงเตี๊ยมข้างหน้า องครักษ์เฉินล่วงหน้าไปเตรียมสถานที่ไว้แล้ว เราจะหยุดค้างหนึ่งคืน องค์หญิงพอพระทัยหรือไม่เพคะ” จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมา พลันในใจอดจะคิดไม่ได้ว่าหากไม่พอใจเล่าจะอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งนี้ตลอดไปได้หรือ ทว่าความคิดก็คงเป็นได้เพียงความคิด สิ่งที่แสดงออกไปมีเพียงแค่พยักหน้าตกลง

“เอาตามที่พวกเจ้าเห็นสมควรเถิด ดูแลเรื่องอาหารการกินให้ทั่วถึง คนแบกหามเกี้ยวข้าเช่นกัน แบ่งอาหารให้พวกเขาเสียมากหน่อย พวกเขาแบกหามข้ามาตั้งไกลเหน็ดเหนื่อยมิใช่น้อย” 

“เพคะองค์หญิง” ถางเย่นางกำนัลคนสนิทที่ติดตามมารับใช้องค์หญิงฟางหลิน ตอบรับด้วยน้ำเสียงที่นอบน้อม ในใจนึกปลาบปลื้มที่องค์หญิงทรงใส่ใจบ่าวไพร่ถึงเพียงนี้

ไม่แปลกใจที่องค์หญิงของนางจะเป็นที่รักของเหล่าผู้คนแคว้นซีจิ้ง เพราะพระองค์เป็นผู้ที่มีเมตตาแม้กระทั่งบ่าวแบกหามผู้ต่ำต้อย พระองค์ก็ยังคงห่วงใย นับเป็นโชคดีที่นางได้ติดตามมารับใช้พระองค์หญิงเช่นนี้ เป็นบ่าวหากมีนายดีย่อมนับว่าเป็นวาสนาอันสูงส่ง

จ้าวฟางหลินลงจากเกี้ยวก็ขึ้นไปพักยังห้องนอนที่โรงเตี๊ยม นางไม่ต้องกลัวว่าจะมีผู้ใดลอบเข้ามาทำร้ายได้ องค์ฮ่องเต้ทรงจัดยอดฝีมือตามอารักขานางหลายสิบนายและสายลับเงาอีกนับไม่ถ้วนหากจะมีผู้ใดกล้าเข้ามาไม่นับว่าเป็นการฆ่าตัวตายหรอกหรือ

 จะว่าเร็วก็เร็วจะช้าก็ช้า เวลาไม่ถึงสิบห้าวัน จ้าวฟางหลินก็ข้ามแคว้นมาเป็นที่เรียบร้อย ขบวนเกี้ยวเจ้าสาวค่อย ๆ เคลื่อนขบวนไปยังวังหลวงเพื่อทำความเคารพต่อองค์ฮ่องเต้ต่างแคว้นเป็นอันดับแรก เมื่อก้าวเข้ามายังท้องพระโรงในใจก็เศร้าหมอง ทว่าใบหน้าและท่าทางที่แสดงออกมานั้นกลับเด็ดเดี่ยว และไม่ทิ้งความอ่อนหวานงดงามของนางเลยแม้แต่น้อย

“หม่อมฉันจ้าวฟางหลินถวายพระพรองค์ฮ่องเต้ ถวายพระพรองค์ฮองเฮาเพคะ” เสียงกังวานใสดังขึ้นเรียกรอยยิ้มพึงพอใจให้กับเจ้าบ้านเป็นอย่างดี

“อย่าได้มากพิธีเลยฟางหลิน เสด็จพ่อและเสด็จแม่ของเจ้าสบายดีหรือไม่”เหลียงเทียนเฉิงฮ่องเต้แคว้นฉู่ถามขึ้นอย่างเป็นกันเอง พระสุรเสียงเอ่ยออกไปอย่างอ่อนโยน เพราะถึงอย่างไรฮองเฮาจ้าวฟางหรงก็เคยเป็นสตรีของแคว้นฉู่มาก่อน และนางยังเป็นถึงบุตรีของเสนาบดีเซี่ยโป๋ซีอีกด้วย

“ขอบพระทัยเพคะ”จ้าวฟางหลินโน้มตัวรับคำ กิริยามารยาทงดงามเช่นดังองค์หญิงพึงกระทำ เป็นที่ถูกใจขององค์ฮ่องเต้และฮองเฮาเป็นอย่างมาก

สำรับของวังหลวงที่ถูกปรุงขึ้นด้วยวัตถุดิบชั้นดี ถูกนำออกมาต้อนรับ จ้าวฟางหลินพอได้คลายกังวลลงไปได้บ้าง เพราะเห็นแล้วว่าเจ้าของแคว้นต้อนรับนางเป็นอย่างดี ถึงแม้ว่าพระชายาต่างแดนเช่นนางจะไม่ต่างจากพระชายาบรรณาการที่ตรงไหน แต่เมื่อได้รับการต้อนรับที่ดีเช่นนี้ก็อดที่จะรู้สึกดีขึ้นมาบ้างไม่ได้ 

เพียงไม่นานการรอคอยของนางก็สิ้นสุดลง เมื่อบุรุษรูปร่างสูงใหญ่แต่งกายด้วยอาภรณ์สีแดงเฉกเช่นเดียวกับนางก้าวเข้ามาสมทบยังท้องพระโรงแห่งนี้ จ้าวฟางหลินประสานมือตนเองไว้ที่หน้าตัก ในใจหวาดหวั่น ไม่รู้ว่าหน้าตาว่าที่สวามีจะเป็นเช่นไร แต่เรื่องความป่าเถื่อนที่ได้ยินมายังดังก้องในหัว ร่างบางอดหวาดกลัวมิได้

“เสร็จพิธีแล้วก็พาพระชายาของเจ้ากลับจวนเถิดเฟิงไห่” 

“พ่ะย่ะค่ะ เช่นนั้นลูกทูลลา” 

เป็นอีกครั้งที่จ้าวฟางหลินต้องเดินทางแต่การเดินทางครั้งนี้แค่เพียงอึดใจเดียวเท่านั้น เจ้าบ่าวหน้าตาเป็นเช่นไรนางไม่อาจเห็นได้ เพราะมองจากผ้าปรกหน้าช่างเลือนรางรู้เพียงร่างกายใหญ่โตนัก 

ขบวนเจ้าสาวเคลื่อนออกจากวังหลวงไปยังตำหนักบูรพาเหลียงเฟิงไห่ขี่อาชาสีขาวนวลราวไข่มุกนำอยู่หน้าขบวน ใบหน้าหล่อเหลาไม่บ่งบอกว่าอยู่ในอารมณ์ใด เมื่อเข้ามาถึงตำหนักบูรพาบ่าวสาวต่างก็ทำพิธีคำนับฟ้าดิน และส่งตัวเข้าไปอยู่ในห้องหอ 

เหลียงเฟิงไห่มองพระชายาตนเองนั่งหลังตรงทว่าสง่างามอยู่บนเตียงก็ยกยิ้มขึ้นมา ร่างหนาเดินไปเปิดผ้าคลุมปิดหน้าออก เพียงแค่แวบแรกที่ได้สบสายตาราวกับตกอยู่ในภวังค์แววตาพระชายาดูหวาดหวั่น เหลียงเฟิงไห่ชะงักค้าง เพียงไม่นานก็เกิดโทสะอย่างไร้เหตุผลเหตุใดนางจึงคล้ายกับว่าไม่รู้จักเขามาก่อน

“ข้ามิเต็มใจที่จะรับเจ้ามาเป็นชายา หากรู้อย่างนี้แล้วก็จงกลับแคว้นของเจ้าไปเสีย อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าเจ้าอีก”น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกมาอย่างไม่ถนอมน้ำใจของอีกฝ่าย 

จ้าวฟางหลินเงยหน้าขึ้นดวงตาสั่นไหว คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแน่น นางหาได้เข้าใจสิ่งใดไม่ หากไม่ต้องการรับนางเป็นพระชายาเหตุใดไม่ปฏิเสธตั้งแต่แรก กราบไหว้ฟ้าดินร่วมกับนางไปเพื่อเหตุใด เช่นนี้แล้วนางจะกลับได้อย่างไร มิใช่ว่านางเป็นพระชายาของเขาไปโดยถูกต้องตามธรรมเนียมประเพณีแล้วหรือ

“พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยหม่อมฉันหรือเพคะ” เสียงใสถามออกไปอย่างใคร่รู้ ไม่ใช่ว่ามีเพียงแค่นางที่ไม่เต็มใจ เขาเองก็ไม่เต็มใจเช่นกันใช่หรือไม่

ตอน 3

“พระองค์ไม่ทรงพอพระทัยหม่อมฉันหรือเพคะ”

เสียงใสถามออกไปอย่างไม่เข้าใจ ไม่ใช่มีเพียงแค่นางที่ไม่เต็มใจ เขาเองก็ไม่เต็มใจเช่นกันใช่หรือไม่ คิ้วเรียวขมวดขึ้นอย่างใช้ความคิด ถึงแม้จะรู้ดีว่าเชื้อพระวงศ์โดยมากก็มักจะแต่งงานเพื่อความเหมาะสม หาได้มีเรื่องรักใคร่มาเกี่ยวข้อง หากแต่นางเองก็เป็นเพียงสตรีนางหนึ่ง ย่อมอยากแต่งให้บุรุษที่รักยิ่งไม่ได้เชียวหรือ ถึงแม้จะมิมีใจทว่าท่าทางรังเกียจกันเช่นนี้ ก็เกินจะรับไหว

“คำพูดข้าเจ้าไม่เข้าใจตรงไหน หรือสตรีซีจิ้งจะโง่เขลาเบาปัญญา หูพิการถึงได้ไม่เข้าใจคำพูดของข้า”น้ำเสียงเย็นชาเอ่ยออกไป พร้อมด้วยสายตาที่มองมาอย่างดูแคลน จ้าวฟางหลินสูดลมหายใจเข้าปอดจนสุดเพื่อข่มกลั้นโทสะในใจเอาไว้ ตั้งแต่เล็กจนโตยังไม่เคยมีผู้ใดกล้าใช้วาจาหยาบคายกับนางเช่นนี้ องค์ชายแคว้นฉู่ไม่เพียงแค่ป่าเถื่อนดังคำร่ำลือ ทว่าฝีปากยังจัดจ้านกว่าสตรีบางผู้บางคนเสียอีก เพียงแค่เจอหน้า ยังมิทันได้พูดจากลับต่อว่าต่อขานนางเสียแล้ว

“เช่นนั้นเหตุใดองค์รัชทายาทผู้ยิ่งใหญ่ไม่ทรงปฏิเสธตั้งแต่ครั้งแรกเลยล่ะเพคะ จะให้หม่อมฉันทนลำบากเดินทางมายังบ้านป่าเมืองเถื่อนของพระองค์ด้วยเหตุใด”ใบหน้าหวานเชิดขึ้นอย่างไม่ยินยอม นางเองไม่ใช่สตรีสามัญชน มีศักดิ์เป็นถึงองค์หญิงใหญ่แห่งแคว้นซีจิ้งจำเป็นด้วยหรือที่จะต้องยอม

 “เจ้า!...”

เหลียงเฟิงไห่ได้ยินคำพูดดูแคลนของพระชายาหมาดๆของตนเอง โทสะในใจก็พุ่งทะยานจนแทบทะลุเพดานตำหนัก ใครเล่าจะไปคิดว่าสตรีบอบบางแลอ่อนโยน กิริยาดูเหมือนจะว่าง่ายหัวอ่อน ยามเผชิญหน้ากับเขาตามลำพังกลับกล้าเถียงเขาเช่นนี้ ช่างเป็นสตรีที่ดูเบาไม่ได้เสียจริง

จ้าวฟางหลินถอนหายใจออกมาด้วยท่าทางเบื่อหน่าย ไร้ซึ่งความสนใจต่อพระสวามีรูปงามของตนเอง ในเมื่อเขาไม่ได้อยากแต่งงานกับนาง และนางเองก็ไม่ได้อยากจะแต่งกับเขาภายภาคหน้าก็ต่างคนต่างอยู่เป็นเช่นนี้ก็นับว่าดีไม่ใช่น้อยจ้าวฟางหลินไม่สนใจบุรุษตรงหน้าอีก ดวงตาหวานกวาดมองรอบห้อง ก่อนจะเดินไปนั่งที่หน้ากระจก ทว่าหางตายังคงเห็นคนตัวโตยืนทำหน้าบึ้งตึงอยู่กลางห้องหากเขาจะยืนหน้าเขียวคล้ำตรงกลางห้องเช่นนั้นก็หาได้เกี่ยวอันใดกับนางไม่

เหลียงเฟิงไห่มองร่างอรชรที่เดินผ่านหน้าเขาไปนั่งลงตรงหน้ากระจก และเริ่มปลดเครื่องประดับที่อยู่บนศีรษะของนางออกช้า ๆ โดยที่ไม่สนใจการมีอยู่ของเขาเลย นึกแล้วก็อยากฆ่าคนขึ้นมา

“หึ!...ฮ่องเต้กับฮองเฮาแคว้นซีจิ้งสั่งสอนบุตรีได้ดีเสียจริง ฝีปากช่างเยี่ยมยอด ข้าเหลียงเฟิงไห่นับถือนับถือ”จ้าวฟางหลินขบกรามแน่น อีกฝ่ายดุด่าตำหนินาง นางรับได้ แต่การดูแคลนไปถึงบิดามารดาของนาง นางรับไม่ได้และไม่ยินดียอมรับ ผู้เป็นพระธิดาของแคว้นซีจิ้งผุดลุกขึ้น มือบางกำปิ่นปักผมเอาไว้แน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟันออกมา

“อย่าได้บังอาจมากล่าวหาเสด็จพ่อและเสด็จแม่ของหม่อมฉัน”เหลียงเฟิงไห่ขมวดคิ้วเข้ม ดวงตาคมมองทุกการกระทำของนาง แล้วยกมุมปากขึ้นอย่างเย้ยหยันจ้าวฟางหลินเห็นการกระทำอันหยาบคายของอีกฝ่าย โทสะในใจก็ยิ่งทบทวีสาวเท้าก้าวไปหาเขาด้วยท่าทางคุกคาม

“เหลียงเฟิงไห่ เจ้าเองเป็นเชื้อพระวงศ์ตัวข้าเองก็เป็นเชื้อพระวงศ์ ดังนั้นไม่มีเหตุผลที่ข้าองค์หญิงแห่งซีจิ้งจะต้องก้มหัวให้รัชทายาทแคว้นฉู่เช่นเจ้า”เหลียงเฟิงไห่ยกแขนขึ้นกอดอก สายตาคมมองสตรีตรงหน้าด้วยความเย้ยหยันดูแคลน ก่อนสาวเท้าเข้าหาองค์หญิงแห่งซีจิ้งด้วยท่าทางคุกคามไม่ต่างกัน

“เช่นนั้นให้ข้าเปิดสงครามเลยดีหรือไม่”เปิดสงคราม บุรุษตรงหน้าเห็นเรื่องสงครามเป็นเพียงเรื่องสนุกหรือไร ดวงตาเรียวจดจ้องใบหน้าคมด้วยแววตาแค้นเคืองความอดทนของจ้าวฟางหลินหมดสิ้นลงในทันทีมือบางยกปิ่นปักผมง้างขึ้นหมายจะจ้วงแทงคนตรงหน้าให้สิ้นลม หากเขาสิ้นลมสงครามก็สิ้นสุด ทว่าไม่ทันที่นางจะขยับแขน ข้อมือบางก็ถูกมือหนารวบยึด พร้อมกับกระชากนางเข้าแนบอก

“จะได้รู้กันไปว่าสงครามที่เกิดขึ้นนั้นเป็นเพราะพระชายาบรรณาการเช่นเจ้า”

 ไหนเสด็จแม่กล่าวว่าชาวฉู่มิได้โหดร้ายอย่างไรเล่า เท่าที่นางเห็นยังห่างไกลคำนั้นนัก เหลียงเฟิงไห่ช่างมีฝีปากคมกล้านัก และหน้าหนาเกินบุรุษใดในใต้หล้าเสียจริง

“มองหน้าข้าอย่างนั้นหมายความว่าเช่นไรหรือพระชายาบรรณาการ วางปิ่นปักผมในมือของเจ้าลงเสียฟางหลิน หยุดความคิดของเจ้าลงอย่าหาว่าข้าไม่เตือน ความอดทนของข้าไม่มากพอจะมาล้อเล่นกับเจ้า” เสียงเย็นชาขององค์รัชทายาทเอ่ยออกไป เขาไม่แน่ใจนักว่าสตรีที่ถูกโทสะเข้าครอบงำจะสามารถทำเรื่องใดลงไปได้บ้าง

นอกจากไม่วางแล้วองค์หญิงฟางหลินยังพยายามจะจ้วงแทงลงมาอีกครั้งดวงตาแข็งกร้าวเงยหน้ามองสวามีไม่ลดละ เหลียงเฟิงไห่จึงจำต้องบีบข้อมือนางจนแดงช้ำ ปิ่นปักผมหล่นลงสู่พื้นทันที

“ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้นะเหลียงเฟิงไห่เจ้าคนป่าเถื่อน”

“ป่าเถื่อนหรือ...มาลองดูกันสิว่าคนป่าเถื่อนแบบข้าจะทำสิ่งใดได้บ้าง ดี!!!...ในเมื่อเจ้าอยากแต่งเชื่อมสัมพันธไมตรี เช่นนั้นก็มาเชื่อมกับข้าก่อนเถอะ”

แควก!!!

เสียงอาภรณ์สีแดงขาดออกจากกันเพราะแรงกระชาก จ้าวฟางหลินเบิกตากว้างอย่างตกใจ มือบางรีบยกขึ้นมาปิดบังหน้าอกกลมกลึง กระชากเพียงครั้งแต่อาภรณ์มงคลและเอี๊ยมตัวน้อยก็ขาดไปทั้งสอง การกระทำนี้หากไม่เรียกป่าเถื่อนจะเรียกอย่างไรได้อีก

“หยุดเดี๋ยวนี้นะเหลียงเฟิงไห่” เสียงหวานทั้งตวาดทั้งสั่นไหว ความหวาดกลัวเกาะกินไปทั้งจิตใจ 

องค์รัชทายาทหนุ่มจ้องมองหน้าอกที่ไร้อาภรณ์ด้วยสายตานุ่มลึก เลือดลมในกายพลันร้อนรุ่มกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของกายนางโชยเข้ามาในจมูก จากตอนแรกเพียงแค่ต้องการสั่งสอน ทว่าไม่ทันเสียแล้วเหลียงเฟิงไห่หมดความอดทนลงแล้ว

ร่างหนาลากพระชายาตนเองลงไปที่เตียง เขาผลักให้นางล้มตัวลงไปนอนบนนั้น มือหนาตามลงไปกระชากอาภรณ์ที่เหลืออยู่ให้ขาดออกจากกัน ร่างท่อนบนเปลือยเปล่าของพระชายาขาวดุจน้ำนมแพะ สายตาคมจ้องมองไปอย่างต้องการ เมื่อปลดเปลื้องอาภรณ์ของนางจนเกือบหมด เขาก็ยืดตัวตรงและลงมือปลดอาภรณ์ของตนเองออกไปบ้างแท่งหยกร้อนดีดดันออกมา ใบหน้าหวานหันหนีอย่างไม่อาจทนมองแก้มใสซับไปด้วยสีเลือด เฟิงไห่แสยะยิ้มออกมา จ้าวฟางหลินรู้ตัวแล้วไม่ควรไปยั่วโทสะขององค์รัชทายาทป่าเถื่อนพระองค์นี้ ร่างอรชรขยับหนีไปจนสุดเตียง ทว่าก็ไม่อาจพ้นบุรุษที่ถูกครอบงำด้วยราคะ

“จะหนีไปที่ใดฟางหลิน เรามาทำพิธีสุดท้ายให้เสร็จสิ้นเถิด”

“องค์รัชทายาทจะทรงทำอะไร ถอยไปนะเพคะ”

“ทำอะไรหรือหึ!!!... ก็ทำให้เจ้ารู้จักคำว่า ป่าเถื่อน หยาบช้าอย่างไรเล่า” จ้าวฟางหลินเบิกตากว้าง ในใจสั่นระรัวตื่นกลัว เมื่อคาดเดาได้ว่าคนตรงหน้ากำลังจะทำให้นางรู้จักคำว่า ป่าเถื่อน หยาบช้าด้วยวิธีการใด

“หยุดนะเพคะ จะทรงทำเช่นนี้ไม่ได้ หม่อมฉันไม่ยินดี”

“ในเมื่อเจ้าแต่งให้ข้าแล้ว จะยินดีหรือไม่ล้วนไม่สำคัญ”เมื่อตระหนักได้ถึงสถานะของตนยามนี้จ้าวฟางหลินพลันสะท้านในอก ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันแน่น เอ่ยเสียงลอดไรฟัน

“เช่นนั้นหม่อมฉันจะถือเสียว่าทำทานสักครั้ง” ทำทาน!เหลียงเฟิงไห่ขบกรามแน่น ดวงตาอาบไล้ไปด้วยโทสะ

“เช่นนั้นข้าจะช่วยส่งเสริม ให้คืนนี้เจ้าได้ทำทานทั้งคืน” เอ่ยจบมือหนาก็จับที่ข้อเท้าเล็ก ออกแรงดึงรั้งโดยที่ไม่ทันให้จ้าวฟางหลินได้ตั้งตัว แผ่นหลังบางล้มลงบนเตียงกว้าง ยังไม่ทันได้คิดหาทางโต้ตอบ กางเกงตัวในตัวสุดท้ายก็ถูกฉีกขาด

เสียงกรีดร้องไม่ทันได้หลุดสักเพียงครึ่งคำ เหลียงเฟิงไห่ก้มลงไปมอบจุมพิตเร่าร้อนให้กับพระชายาตนเอง มือหนาบีบเคล้นไปที่หน้าอกอวบเสียเต็มมือ ลิ้นร้อนชื้นกระหวัดไปทั่วโพรงปากน้ำหวานไหลย้อยลงมาอย่างไม่อาจห้าม องค์รัชทายาทหนุ่มส่งมือหนาลงไปที่กลีบบุปผางาม นิ้วร้ายค่อย ๆ สอดแทรกเข้าไปยังช่องคับแคบ องค์หญิงต่างแคว้นเบิกตาขึ้น น้ำตาไหลออกมาจากปลายหางตา ความเจ็บปวดพุ่งเข้าร่างกายอย่างไม่ทันตั้งตัว นางจึงกัดลงไปที่ลิ้นชื้นของสวามีอย่างเต็มแรง กลิ่นคาวคลุ้งของสนิมฟุ้งกระจายไปทั่วโพรงปากของทั้งคู่

“ไม่คิดว่าองค์หญิงผู้สูงศักดิ์จะชอบบทรักที่เจ็บปวดเช่นนี้ ดี!!!...เห็นว่าเจ้าชอบข้าก็จะสนองให้”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED