ในคุกใต้ดินที่ทั้งมืดและชื้น ตะขอเหล็กหนาสองอันเจาะเข้าไปในเนื้ออย่างรวดเร็ว จากนั้นก็มีเลือดสาดกระเซ็นออกมา มันเจาะเข้าไปในกระดูกไหล่ของเซียวหยี่เกออย่างไร้ความปรานี
“อ้า!”
นางกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และสะดุ้งทั้งตัวด้วยความหวาดกลัว ความเจ็บปวดอย่างรุนแรงทำให้ตัวของนางสั่นไม่หยุด ดวงตาข้างซ้ายที่บวมเป่งกับรอยแผลเป็นที่คล้ายกับไส้เดือนบนหน้าของนาง เหมือนว่าจะทำให้นางดูน่าสยดสยองน่าหวาดกลัวมากขึ้น และเลือดก็ไหลออกมาตามตะขอจนแดงเต็มพื้น
ผู้ชายสามคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าของนาง เมื่อเห็นสภาพน่าอนาถของนาง เหมือนกับว่าพวกเขาก็ไม่ได้รู้สึกอะไร
“ทำไม? ทำไมถึงทำกับข้าแบบนี้?” เซียวหยี่เกออดทนกับความเจ็บปวดที่แทบจะขาดใจตาย เงยหน้าขึ้นมองไปทางพวกเขาด้วยความยากลำบาก พวกเขาคนหนึ่งคือผู้ชายที่นางรักอย่างสุดใจ คนหนึ่งคือท่านพี่ของนาง คนหนึ่งคือเพื่อนที่รักกันมาตั้งแต่วัยเด็ก นางไม่อยากเชื่อว่า พวกเขาจะทำกับนางอย่างโหดร้ายขนาดนี้
เชียนซือเฉินเดินเข้ามาตรงหน้านาง “เกอเอ๋อร์ เจ้าไม่ควรหนี ฝูเอ๋อร์เป็นพี่สาวของเจ้า นางร่างกายอ่อนแอมาตั้งแต่เด็ก แต่เลือดของเจ้ามียาวิเศษปะปนอยู่กว่าร้อยชนิด พิษทั้งปวงไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้ แล้วยังสามารถทำให้คนฟื้นคืนชีพได้ หมอหลวงได้บอกแล้วว่า ใช้เลือดในตัวของเจ้าแลกให้กับฝูเอ๋อร์ นางก็จะสามารถมีอายุยืนยาวได้ เจ้าครอบครองตัวตนของฝูเอ๋อร์มานานหลายปี นางไม่เคยตำหนิอะไรเจ้า แล้วยังดีกับเจ้าเป็นอย่างมากด้วย เจ้าเองก็ไม่อยากให้นางเป็นอะไรไป ถูกต้องหรือไหม? ”
“นางสามารถมีอายุยืนยาว แล้วข้าล่ะ? ข้าก็ต้องตายอย่างนั้นหรือ?” เซียวหยี่เกอมองผู้ชายที่ตัวเองรักอย่างสุดหัวใจตรงหน้า แต่ในเวลานี้กลับดูแปลกหน้าเป็นอย่างมาก “ท่านพี่ซือเฉิน ท่านบอกเองว่าจะไม่ทำให้ข้าเสียใจ!” นางลองพิษทุกชนิดเพื่อเขาจนเกือบเอาชีวิตไม่รอด ถึงได้สามารถฝึกตัวเองให้พิษทั้งปวงมิอาจเข้ามากล้ำกลายนางได้ แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นข้ออ้างที่เขาจะนำมาใช้ทำร้ายนาง
“ตั้งแต่ต้น คนที่ข้ารักก็คือฝูเอ๋อร์ เป็นเพราะฝูเอ๋อร์จิตใจดี ไม่อยากทำร้ายเจ้า เลยบีบให้ข้ารับปากกับเจ้า”
“แต่ข้าต่างหากที่เป็นคู่หมั้นของท่าน!” เซียวหยี่เกอเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก เพื่อให้ได้ครองรักกับเขา นางถึงขนาดรับปากข้อเสนอที่เหลวไหลของเขา สองพี่น้องใช้สามีคนเดียวกัน นางยอมถอยให้ครั้งแล้วครั้งเล่า แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นจุดจบแบบนี้
“แต่ข้าไม่ได้รักเจ้าเลย! แคว้นหลานจ้าวเองก็ไม่มีทางยอมรับพระชายาเอกที่ดวงตาข้างหนึ่งมีแผลเป็น!” ความไร้หัวใจถูกเขียนไว้เต็มใบหน้าที่ครั้งหนึ่งนางเคยคลั่งไคล้
“แต่ดวงตาของข้าพวกท่านเป็นคนบังคับให้ข้ามอบให้กับท่านพี่ และรอยแผลที่หลงเหลืออยู่นี้ก็เป็นเพราะข้าช่วยท่าน!” คำพูดของเขาบาดหัวใจดวงนั้นที่เต็มไปด้วยรูพรุนของเซียวหยี่เกออีกครั้ง
เชียนซือเฉินบ่ายหน้าหนี ไม่มองนางอีก “เกอเอ๋อร์ ทั้งหมดก็เป็นข้าที่ผิดต่อเจ้า เจ้าวางใจได้ รอวันหน้าหลังจากที่ข้าได้ขึ้นครองบัลลังก์แล้ว ก็จะมีคำสั่งให้แต่งตั้งเจ้าเป็นพระชายาเอก ฝังศพของเจ้าไว้ในสุสานเชื้อพระวงศ์ อีกร้อยปีข้างหน้า ข้ากับฝูเอ๋อร์ก็จะฝังที่เดียวกับเจ้า ถึงตอนนั้นพวกเราก็จะสามารถอยู่ด้วยกันอีกครั้ง” เขาช่างแสดงความไร้ยางอายออกมาจนถึงขีดสุดจริง ๆ !
“ท่านพี่ซือเฉิน มีวิธีที่จะช่วยพี่สาวของข้าตั้งมากมาย ข้าไม่อยากตายจริง ๆ ...” เซียวหยี่เกอไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่า ผู้ชายที่ตัวเองรักด้วยชีวิตจะทำกับนางเช่นนี้ สัญชาตญาณของการร้องขอชีวิต ทำให้นางรู้สึกกลัวขึ้นมา
ฉู่เทียนฉีที่อยู่ข้าง ๆ กลัวว่าเชียนซือเฉินจะใจอ่อน ก็เร่งเร้าขึ้นอย่างรีบร้อน “องค์รัชทายาท ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่จะมาลังเล เราสามารถรอได้ แต่ฝูเอ๋อร์รอไม่ไหวอีกแล้ว”
“ท่านพี่ ข้าก็เป็นน้องสาวของท่านพี่ ตอนนั้นท่านพี่ให้ข้าควักดวงตาของข้ามอบให้กับพี่สาว ท่านพี่บอกว่าจะดูแลข้าตลอดไป ทำไมท่านพี่ถึงทนทำร้ายข้าได้ถึงเพียงนี้?” เซียวหยี่เกอมองผู้ชายที่เคยรักและห่วงใยนางมาโดยตลอดแล้วรู้สึกเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง
ฉู่เทียนฉีทำเสียงฮึดฮัดออกมา แล้วพูดขึ้นด้วยสายตาที่เย็นชาว่า “ถ้าไม่ใช่เพราะฝูเอ๋อร์ เด็กนอกคอกอย่างเจ้าที่ไม่รู้ว่าโผล่มาจากที่ไหน ก็คู่ควรเรียกข้าว่าท่านพี่ด้วยหรือ เจ้าขโมยชีวิตของฝูเอ๋อร์ไปสิบกว่าปี ก็ถึงเวลาที่ต้องคืนให้นางแล้ว!”
“พวกท่านแต่ละคนพูดว่าข้าขโมยชีวิตของนาง แต่นั่นเป็นความผิดของข้าด้วยหรือ? ทำไมพวกท่านถึงเอาความผิดทั้งหมดมาให้ข้า?” ที่แท้ ที่พวกเขาดีกับนางทุกอย่าง ก็เพื่อเซียวหยี่ฝูเท่านั้น นางเอาสายตาที่เป็นความหวังสุดท้ายมองไปทางผู้ชายอีกคนหนึ่ง “ท่านพี่เฟิง แล้วท่านล่ะ? ท่านก็คิดแบบนี้เหมือนกันใช่หรือไม่? ” นี่เป็นความหวังสุดท้ายของนาง นางภาวนาในใจ
แต่คำพูดของหนิงเฟิงต่อจากนี้กลับทำให้หัวใจของนางตกลงไปในหุบเหวลึกอีกครั้ง :“เซียวหยี่เกอ ฝูเอ๋อร์มีบุญคุณช่วยชีวิตข้า เจ้ากับข้ามีอะไรหรือ? ถ้าไม่เพราะรู้ว่าเลือดในตัวของเจ้ายังมีประโยชน์กับฝูเอ๋อร์อยู่บ้าง ข้าคงไม่มีทางชายตามองเจ้าด้วยซ้ำ!”
คำพูดของชายทั้งสามคนราวกับมีดแหลมคมสามเล่ม แทงลึกเข้าไปในหัวใจของเซียวหยี่เกอ ในเวลานี้ นางได้ลิ้มลองรสชาติของความรู้สึกเจ็บปวดทั้งทางร่างกายและจิตใจแล้ว จากที่เคยมีความหวังในตอนแรกจนกลายเป็นความผิดหวังและสิ้นหวัง...
“แต่ก็เห็น ๆ กันอยู่ว่าคนที่ช่วยท่านพี่ไว้คือ...” ทั้ง ๆ ที่คือนาง!
พวกเขาสามคนต่างเคยเป็นแสงสว่างในชีวิตของนาง แต่จนถึงตอนนี้ นางถึงได้รู้ว่า ทั้งหมดนั่นคือสิ่งจอมปลอม ที่แท้...ชีวิตของนางไม่เคยมีแสงสว่างเลย!
ที่แท้...พวกเขาทำดีกับนางทุกอย่าง ก็ต่างเพื่อวันนี้ เพื่อช่วยชีวิต เซียวหยี่ฝู พี่สาวของนาง นางฟ้าในใจของพวกเขาเท่านั้น
“องค์รัชทายาท แย่แล้วเพคะ คุณหนูของพวกข้าน้อยหมดสติไปแล้วเพคะ!” ในเวลานี้ อันหลิง สาวใช้ข้างกายของเซียวหยี่ฝูก็เข้ามารายงานด้วยความรีบร้อน
“ฝ่าพระบาท รอต่อไปไม่ได้แล้วพ่ะย่ะค่ะ! ลงมือเถอะ!” ฉู่เทียนฉีกับหนิงเฟิงเร่งเร้าขึ้นอย่างรีบร้อน
“เกอเอ๋อร์ ข้าขอโทษ...” เชียนซือเฉินหยิบมีดสั้นแหลมคมออกมา และกรีดลงไปลึก ๆ บนข้อมือขวาของนาง ทันใดนั้น เลือดสด ๆ ก็ไหลพุ่งออกมา และไหลลงไปตามมือน้อย ๆ ซีดเซียวของนางเข้าไปในภาชนะที่ได้เตรียมไว้แล้ว
เซียวหยี่เกอคิดจะดิ้นรน แต่มือที่ถูกทำลายไปนานแล้วทั้งสองข้างนั้น ยังยกไม่ขึ้นเลยด้วยซ้ำ นางรู้สึกว่าเลือดในตัวของนางทั้งหมดต่างไหลมารวมกันที่ข้อมือด้านขวา ชีวิตของนางกำลังจะจากไปในไม่ช้า นางรู้สึกว่าตัวนางทั้งเจ็บทั้งหนาว นางพยายามอย่างสุดชีวิตให้พวกเขาปล่อยนางไป แต่เสียงของนางอ่อนแรงลงเรื่อย ๆ สติก็ค่อย ๆ เลือนราง...
จะตายไปแบบนี้หรือ? นางไม่อยากยอม!
ถ้านางสามารถมีชีวิตกลับมาได้อีกครั้ง นางจะไม่มีวันปล่อยพวกคนที่ทำร้ายนางไปเด็ดขาด!
“อ้าย!”
เซียวหยี่เกอสะบัดมือ ตะโกนเสียงดังแล้วลุกขึ้นนั่ง
“คุณหนู! คุณหนู!” ในเวลานี้ ก็มีเสียงทั้งตื่นตกใจและดีใจดังเข้ามาจากข้าง ๆ
“ชิงลั่ว?” เซียวหยี่เกอมองสาวใช้ตรงหน้า ชั่วขณะหนึ่งก็เหม่อลอยไป ชิงลั่วถูกตีจนตายไปแล้วไม่ใช่หรือ? เป็นไปได้อย่างไร?
นางดูมือของตัวเอง ไม่มีรอยแผลเป็นที่หยาบน่าเกลียด ยังคงเรียวยาวขาวเนียนอยู่ นางพุ่งไปที่หน้ากระจกทันที ลูบหน้าของตัวเอง ดวงตาข้างซ้ายยังอยู่ บนใบหน้าก็ไม่มีรอยแผลเป็นที่น่าเกลียดนั่น ทั้งหมดเหมือนกับอยู่อีกโลกหนึ่ง
สวรรค์เมตตา นางมีชีวิตใหม่อีกครั้งจริง ๆ ! มีชีวิตใหม่กลับมาตอนนางอายุสิบห้าปีกำลังจะเข้าพิธีปักปิ่น และในเวลานี้ นางยังเป็นบุตรสาวของฮูหยินเอกของตระกูลเซียว!
“คุณหนู ในที่สุดคุณหนูก็ฟื้นแล้ว!” ชิงลั่วตาแดง และวิ่งออกไปข้างนอกตะโกนเสียงดังขึ้นด้วยตื่นตกใจและดีใจ “ท่านผู้เฒ่า ฮูหยิน คุณหนูใหญ่ คุณหนูฟื้นแล้วเจ้าค่ะ! คุณหนูฟื้นแล้ว!”
ทันใดนั้น ด้านนอกก็เริ่มวุ่นวายขึ้นทันที จากนั้นเซียวหยี่ฝูก็วิ่งเข้ามาเป็นคนแรก กอดเซียวหยี่เกอไว้ทันที ไม่ทันพูดอะไรออกมา น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว “เกอเอ๋อร์ พี่ขอโทษ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของพี่ พี่เองที่ปกป้องเจ้าไม่ดี ถ้ารู้แบบนี้ ถึงตายพี่ก็จะห้ามเจ้าอย่างสุดชีวิต ถ้าเกิดอะไรขึ้นกับเจ้า พี่จะบอกกับท่านพ่อท่านแม่ยังไง พี่อยากให้คนที่ตกลงมาเป็นพี่จริง ๆ ...”
ทั้งที่เห็นกันอยู่ว่าคนที่ตกลงมาได้รับบาดเจ็บคือเซียวหยี่เกอ แต่เซียวหยี่ฝูกลับร้องไห้เสียใจยิ่งกว่าคนอื่น ท่าทางร้องไห้น้ำตาไหลเป็นสายนั่น ทำให้นายท่านทั้งสองของตระกูลเซียวที่อยู่ข้าง ๆ ก็ต่างเข้ามาปลอบนาง
“เด็กโง่ พูดจาเหลวไหลอะไรกัน เจ้ากับเกอเอ๋อร์ต่างก็เป็นลูกสาวของพ่อกับแม่ พวกเจ้าบาดเจ็บ พ่อกับแม่ก็ต่างเสียใจ” เซียวจ้านรักเอ็นดูลูกบุญธรรมคนนี้อย่างสุดใจ
เซียวฮูหยินถึงขนาดตำหนิเซียวหยี่เกอ “เกอเอ๋อร์ ปกติเจ้าซนจนเป็นนิสัยก็ว่าไปอย่างหนึ่งแล้ว แต่ทั้งที่เจ้ารู้ว่าท่านพี่ของเจ้าร่างกายไม่แข็งแรง เจ้ายังพาท่านพี่ของเจ้าขึ้นไปบนภูเขาที่สูงขนาดนั้น โชคดีคนที่ตกลงมาเป็นเจ้า ถ้าท่านพี่ของเจ้าตกลงมาเป็นอะไรไป แล้วจะทำยังไง?”
เซียวหยี่เกอมองภาพนี้ด้วยสายตาเย็นชา นางจำได้ว่าเมื่อชาติก่อนก็เป็นเช่นนี้ เซียวหยี่ฝูร้องไห้อยู่ จู่ ๆ ก็เป็นลมไป จากนั้น ทุกคนแม้กระทั่งท่านหมอก็ต่างถูกเรียกตัวไป เหลือทิ้งไว้เพียงนางคนเดียวในห้อง เหมือนกับว่าพวกเขาลืมไปว่ายังมีนางอยู่
เมื่อนึกมาถึงตอนนี้ นางก็แอบหยิกตัวเองแรง ๆ ทีหนึ่ง นางเจ็บจนน้ำตาไหลออกมาทันที “ท่านแม่พูดถูกเจ้าค่ะ ทั้งหมดเป็นความผิดของเกอเอ๋อร์ เกอเอ๋อร์ได้ยินมาว่าบนภูเขามีหญ้าแห่งความโชคดี หญ้านี้สามารถรักษาโรคของท่านแม่ให้หายได้ เกอเอ๋อร์อยากให้ท่านแม่หายเร็ว ๆ ... เกอเอ๋อร์ไม่ดีเอง ไม่ควรพาท่านพี่ไปด้วย เลยทำให้ท่านพ่อกับท่านแม่เป็นห่วง เกอเอ๋อร์ควรจะไปคนเดียว...”
นางพูดพลางล้วงหญ้าแห่งความโชคดีออกมา แล้วยังตั้งใจปกปิดรอยขีดข่วนที่แขนไว้ด้วย
เมื่อชาติก่อน หลังจากที่นางเก็บหญ้าแห่งความโชคดีมาแล้ว เพราะเห็นเซียวหยี่ฝูร้องไห้จนเป็นลมไป ก็เลยมอบผลงานทั้งหมดให้กับเซียวหยี่ฝู นายท่านเซียวทั้งสองคิดว่าเซียวหยี่ฝูเป็นคนเก็บยามา ก็ยิ่งรักเอ็นดูเซียวฝูมากขึ้น
เซียวจ้านที่อยู่ข้าง ๆ ก็รู้สึกได้ถึงความผิดปกติบางอย่างทันที “เกอเอ๋อร์ เจ้ารู้ได้ยังไงว่าหญ้าแห่งความโชคดีสามารถรักษาโรคของท่านแม่ของเจ้าได้? ”
เซียวหยี่เกอก้มหน้าลงอย่างเสียใจ “หลายปีที่ผ่านมา ข้าศึกษาตำราแพทย์มาโดยตลอด สรรพคุณของหญ้าแห่งความโชคดีข้าก็เห็นมาจากตำราแพทย์โบราณเล่มหนึ่ง...”
“เจ้าหมายความว่า หลายปีที่ผ่านมานี้ เจ้ายืนหยัดที่จะศึกษาตำราแพทย์ก็เพื่อจะรักษาอาการป่วยของท่านแม่ของเจ้าให้หายอย่างนั้นหรือ?” เซียวจ้านตกใจเป็นอย่างมาก เขาคิดมาโดยตลอดว่า นางแค่ชอบเล่นซุกซนเอาแต่ใจเท่านั้น ไม่อยากฝึกฝนงานฝีมือก็เลยไปศึกษาตำราแพทย์ แต่กลับไม่คิดว่า...
เซียวหยี่เกอพยักหน้าเบา ๆ นางในชาติก่อนพูดไม่เก่ง บวกกับนางสงสารเซียวหยี่ฝูที่อ่อนแอ ดังนั้นเรื่องทุกอย่างจึงเก็บไว้ในใจทั้งหมด แต่ชาตินี้ นางรู้ว่าตัวนางควรทำยังไงแล้ว
เป็นอย่างที่คิดไว้ เมื่อเซียวฮูหยินได้ยิน ก็เอ็นดูนางจนน้ำตาไหลออกมาทันที “ยัยเด็กโง่เอ๋ย ทำไมไม่พูดมาตั้งแรกล่ะ? แม่ก็ป่วยมานานแล้ว กินยาอะไรก็ไร้ผล เจ้าว่าภูเขาสูงขนาดนั้น ถ้าตกลงมาแล้วเป็นอะไรขึ้นมา จะทำยังไง ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า?”
เซียวหยี่เกอยิ้มแล้วส่ายหน้า :“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะเจ้าคะ เกอเอ๋อร์ไม่เจ็บเจ้าค่ะ ขอเพียงสามารถรักษาอาการป่วยของท่านแม่ให้หาย แม้เกอเอ๋อร์จะตกลงมาตาย เกอเอ๋อร์ก็เต็มใจ”
“พูดจาเหลวไหล! แม่ได้เสียลูกไปครั้งหนึ่งแล้ว จะให้เสียลูกเป็นครั้งที่สองได้ยังไง” เซียวฮูหยินกอดนางทั้งสงสารทั้งรู้สึกผิด
ท่านหมอหวังที่อยู่ข้าง ๆ รับหญ้าแห่งความโชคดีจากมือของเซียวหยี่เกอ หลังจากมองอย่างละเอียดแล้ว ก็พูดขึ้นด้วยความดีใจว่า “เป็นหญ้าแห่งความโชคดีจริง ๆ ! อาการป่วยของท่านฮูหยินมีความหวังแล้ว หญ้าแห่งความโชคดีปกติแล้วหายากมาก คุณหนูรองมีใจจริง ๆ ข้าจะไปจัดยาถอนพิษอีกสองสามชุด ต้มกับหญ้าแห่งความโชคดี จะต้องสามารถรักษาอาการป่วยเรื้อรังหลายปีของท่านฮูหยินได้อย่างแน่นอน”
“ขอบคุณท่านลุงหวังมากเจ้าค่ะ” เซียวหยี่เกอมอบหญ้าแห่งความโชคดีที่เหลือให้กับท่านหมอหวัง
เซียวฮูหยินมีอาการไอเป็นเลือดมาโดยตลอด กินยามาตลอดหลายปี ก็ยังไม่เห็นอาการดีขึ้น ตอนนี้ ได้ยินว่าสามารถหายขาดได้ ทุกคนก็ดีใจเป็นอย่างมาก
เซียวหยี่ฝูเห็นว่าท่านพ่อท่านแม่ต่างเข้าไปห้อมล้อมน้องสาว เดิมทีตัวนางก็เป็นเพียงคนนอก ก็รู้สึกเสียใจ ร่างกายโซซัดโซเซ ดูเหมือนกำลังจะล้มลง โชคดีที่สาวใช้ข้าง ๆ ประคองไว้ทัน “คุณหนูใหญ่!”
เป็นอย่างที่คิดไว้ หลังจากเซียวฮูหยินได้ยินแล้วก็เดินเข้าไปทันที “ฝูเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรไป? ไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?”
“ท่านแม่ไม่ต้องเป็นห่วงเจ้าค่ะ ฝูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไร น้องสำคัญกว่า...” ปกติแล้ว คนเรามักจะสงสารคนที่อ่อนแอกว่า และเซียวหยี่ฝูก็แสดงความอ่อนแอน่าสงสารออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ แน่นอนว่าสามารถเรียกความสงสารจากทุกคนได้
“จะพูดว่าน้องของเจ้าสำคัญกว่าได้อย่างไร พวกเจ้าต่างเป็นลูกของข้า ต่างสำคัญด้วยกันทั้งนั้น” เซียวฮูหยินเจ็บปวดหัวใจเป็นอย่างมาก
“ท่านแม่ ข้ามีความรู้ด้านการแพทย์ ให้ข้าดูอาการให้กับท่านพี่เถอะเจ้าค่ะ” เซียวหยี่เกอรู้แน่นอนว่า นี่เป็นลูกไม้ที่เซียวหยี่ฝูใช้อยู่เป็นประจำ ดังนั้น นางเลยแสดงเป็นจับชีพจรให้กับผู้ที่เป็นพี่สาว ชีพจรของนางเต้นเป็นจังหวะ มีพลัง ไม่ได้เป็นอะไรด้วยซ้ำ เสแสร้งจริง ๆ ด้วย!
“ท่านพ่อ ท่านแม่ พวกท่านไม่ต้องเป็นห่วง ท่านพี่แค่ตกใจเล็กน้อยเท่านั้น พักผ่อนสักหน่อยก็ไม่เป็นอะไรแล้วเจ้าค่ะ”
เซียวฮูหยินถอนหายใจยาว ๆ ด้วยความโล่งอก นางลูบมือของเซียวหยี่ฝู แล้วพูดขึ้นด้วยเสียงอ่อนโยนว่า “ฝูเอ๋อร์ เจ้าร่างกายไม่แข็งแรงมาตั้งแต่เด็ก อย่าคิดเพ้อเจ้ออีก เจ้ากับเกอเอ๋อร์ต่างก็เป็นลูกหัวแก้วหัวแหวนของข้า รีบกลับห้องไปพักผ่อนเถอะ เดือนหน้าก็เป็นพิธีปักปิ่นของพวกเจ้าแล้ว จะป่วยไม่ได้เด็ดขาด”
“เจ้าค่ะ ฝูเอ๋อร์ขอตัวก่อน” เซียวหยี่ฝูถอยออกไปอย่างมีมารยาท
“ท่านผู้เฒ่า องค์รัชทายาทมาแล้วขอรับ!” ในเวลานี้ คนรับใช้ก็เข้ามารายงาน
เชียนซือเฉิน! เมื่อเซียวหยี่เกอได้ยินชื่อนี้ มือก็กำหมัดแน่นทันที ชายชั่วสารเลว! แต่ในเวลานี้ นางยังไม่มีความสามารถที่จะฆ่าเขาได้ จึงทำได้เพียงเก็บความเกลียดชังทั้งหมดที่มีไว้ในใจ
ฆ่าพวกเขา มันก็จะทำให้พวกเขาสบายเกินไป นางจะทำให้พวกเขาได้ลิ้มลองรสชาติความทรมานที่นางได้เจอมาทั้งหมด!
“ฝูเอ๋อร์ ข้าได้ยินมาว่าพวกเจ้าเกิดเรื่องที่บนเขา เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?” เชียนซือเฉินพุ่งเข้ามาที่เรือนหน้า และเจอกับเซียวหยี่ฝูเข้าพอดี ก็เลยสอบถามขึ้นด้วยความรีบร้อนใจ
“ท่านพี่ซือเฉิน ฝูเอ๋อร์ไม่เป็นอะไรเพคะ มีเพียงน้องสาวของข้า นาง...” นางอยากพูดแต่พูดออกมาไม่หมด น้ำเสียงนุ่มนวลมักทำให้คนรู้สึกสงสารนางโดยไม่รู้ตัว
เมื่อได้ยินว่านางไม่เป็นไร ความตึงเครียดบนหน้าของเชียนซือเฉินก็หายไปทันที ไม่รอให้นางพูดจบ เขาก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอกแล้วพูดขัดจังหวะนางขึ้นว่า “เจ้าไม่เป็นไรก็ดี ทำเอาข้าตกใจไปหมด!”
เซียวหยี่เกอมองพวกเขาด้วยสายตาเย็นชา ในเวลานี้เชียนซือเฉินยังเป็นคู่หมั้นของนางอยู่ แต่ตอนนี้ ในสายตาของเขามีเพียงเซียวหยีฝู และเป็นห่วงแค่เซียวหยี่ฝูคนเดียว ไม่สนใจว่านางจะเป็นจะตาย แต่ที่น่าตลกก็คือ นางในชาติก่อน กลับเอาตัวเองไปใกล้ชิดกับเขาอย่างไร้ยางอาย
“ท่านพี่ซือเฉิน ท่านพี่ไปดูน้องสาวของข้าเถอะ” เซียวหยี่ฝูพูดเตือนเชียนซือเฉินขึ้นเบา ๆ
“คารวะองค์รัชทายาท!” เซียวจ้านและคนอื่น ๆ รีบเข้าไปคารวะ
“ตามสบาย ไม่ต้องมากความ!” เชียนซือเฉินโบกมือ เดินก้าวเข้าไปตรงหน้าเซียหยี่เกอ เมื่อเห็นแผลที่มือของนาง ก็ขมวดคิ้วแน่นทันที “เกอเอ๋อร์ เจ้าเป็นอะไรหรือไม่?”
“แผลเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ต้องเป็นห่วงเพคะ” เซียวหยีเกอดึงมือของตัวเองออกมาอย่างไร้ร่องรอย และมองผู้ชายตรงหน้าอย่างเย็นชา ภาพเมื่อชาติก่อนปรากฏขึ้นตรงหน้าของนางอย่างรวดเร็ว แผลแค่นี้เมื่อเทียบกับความเจ็บปวดกับสิ่งที่พวกเขารังแกนาง ดูถูกนาง ทำลายวรยุทธของนาง หักแขนขาของนาง ใช้ตะขอเจาะเข้าไปในกระดูกหัวไหล่ของนาง ใช้มีดกรีดแขนของนางแล้วปล่อยให้เลือดไหลออกมาแล้ว เทียบกันไม่ได้เลย!
เชียนซือเฉินตกใจนิ่งไป มองนางด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย คิดกับตัวเองว่า :ปกติแล้ว ยัยเด็กคนนี้ถูกเข็มตำนิดเดียวก็เจ็บจนร้องเสียงดังแล้ว แต่วันนี้ที่บาดเจ็บนั้น ตามหลักแล้ว นางน่าจะซุกเข้ามาร้องไห้ให้เขาปลอบในอ้อมแขนของเขาเหมือนกับเมื่อก่อนถึงจะถูก เขาเองก็ได้เตรียมใจไว้แล้ว แม้จะต้องแสดงละครก็จะกอดนางไว้ ทำไมถึงไม่เป็นอย่างที่คิดไว้เลยล่ะ?
“ท่านพี่ซือเฉิน เมื่อครู่ท่านพี่กำลังตกใจ ในเมื่อท่านมาแล้ว ท่านก็ไปอยู่เป็นเพื่อนท่านพี่แทนข้าเถอะ” เซียวหยี่เกอพูดจบก็หันหลัง จากนั้นก็ทำความเคารพนายท่านทั้งสองของตระกูลเซียว :“ท่านพ่อ ท่านแม่ ลูกเหนื่อยแล้ว อยากจะพักผ่อนสักครู่” หากต้องมองเขาอีกนิดเดียว นางก็กลัวว่านางจะควบคุมตัวเองไม่ได้จนลงมือฆ่าเขาเสีย!
“เอาล่ะ เกอเอ๋อร์ เจ้ายังเจ็บอยู่ ไม่สามารถโดนลมได้ รีบเข้าไปเถอะ” เซียวฮูหยินสั่งให้ชิงลั่วประคองเซียวหยี่เกอเข้าไปพักผ่อนในห้อง
ทันทีที่เดินเข้ามาในห้อง มือของเซียวหยี่เกอก็ค่อย ๆ กำหมัดแน่น ศัตรูก็อยู่ตรงหน้า แต่กลับไม่สามารถฆ่าเขาได้ นางแค้นมาก!
เมื่อมองร่างของเชียนซือเฉินกับเซียวหยี่ฝูเดินจากไปด้วยกันสองคน แววตาของนางก็เย็นเยือกทันที :นางฟ้าในใจอย่างนั้นหรือ? มีความสุขกับช่วงเวลาอันแสนหวานตอนนี้แล้วกัน ต่อจากนี้ก็รอพบกับการแก้แค้นของนางแล้วกัน
หลังจากทำให้ชิงลั่วออกไปได้แล้ว นางก็ลองนั่งสมาธิฝึกลมปราณ คิดไม่ถึงว่าจะไม่สามารถรวบรวมลมปราณได้เลย นางจึงนึกขึ้นได้ว่า นางในเวลานี้ ก็ไม่มีวิทยายุทธแล้ว ชาติก่อนเพื่อช่วยเหลือเชียนซือเฉินกำจัดอุปสรรค นางแทบจะเอาชีวิตไปแลกถึงได้กำลังภายในมา แต่ความทุกข์ทรมานที่ได้รับในเรือนเชียนจีในคืนนั้นทั้งหมด แม้ตอนนี้จะคิดถึงมันขึ้นมาได้ นางก็ยังคงตกใจตัวสั่นสะท้านจนนางกำมือแน่นโดยไม่รู้ตัวทันที
อีกไม่นานก็จะถึงงานดอกบัวแล้ว เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนั้น เพียงพอที่จะสามารถทำลายชีวิตของนางได้ ดังนั้น นางจำเป็นต้องมีวิทยายุทธติดตัว นางคิดไปคิดมา เขียนใบสั่งยาใบหนึ่งให้ชิงลั่วไปหามา บาดแผลเล็กน้อยแค่นี้ไม่ถือว่าเป็นอะไร กินยาที่ตัวเองสั่งเอง ไม่นานก็สามารถหายดี อีกอย่าง ยาเหล่านี้ก็ต้องจัดเตรียมไว้ก่อนล่วงหน้า เพื่อไว้ใช้ยามจำเป็น
ยามราตรี
“คุณหนู คุณหนูยังบาดเจ็บอยู่ ดึกดื่นขนาดนี้แล้ว คุณหนูจะออกไปที่ไหนหรือเจ้าคะ?” ชิงลั่วมองคุณหนูที่ได้เปลี่ยนชุดยามราตรีแล้ว ใบหน้าของนางก็เต็มไปด้วยความเป็นห่วง
“ชิงลั่ว อย่าเอะอะไป! ข้ามีเรื่องต้องทำ ต้องออกไปสักครู่ เจ้าอยู่ที่นี่ปลอมตัวเป็นข้า จำไว้ ใครมาก็อย่าเปิดประตู บอกไปว่าข้าได้เข้านอนแล้ว เข้าใจหรือไม่?” เซียวหยี่เกอรู้ว่าในจวนหลังนี้ คนที่นางสามารถเชื่อใจได้ก็มีเพียงชิงลั่วเท่านั้น
“เข้าใจแล้วเจ้าค่ะ คุณหนู ท่านระวังตัวด้วย” ชิงลั่วรู้ว่านางไม่สามารถขัดขวางเรื่องที่คุณหนูจะทำได้ งั้นก็ทำสิ่งที่คุณหนูมอบหมายให้ดีก็แล้วกัน
หลังจากที่เซียวหยี่เกอเตรียมยาหลายขนานติดตัวไปแล้ว ก็แอบออกไปจากจวนเงียบ ๆ อาศัยความทรงจำเมื่อชาติก่อนตามหาเรือนเชียนจี เวลานี้ยังมีเวลาอีกหนึ่งปีก่อนจะเกิดเรื่องขึ้น แต่นางจะรอนานขนาดนั้นไม่ได้
ตรงหน้าเหมือนจะมีร่างหนึ่งเข้ามาหานาง ในอากาศเต็มไปด้วยรังสีของการฆ่า และมีกลิ่นคาวเลือดจาง ๆ ลอยอยู่ นางหลบเข้าไปซ่อนตัวในกอหญ้าข้าง ๆ ทันที พูดในใจว่า ‘คงไม่โชคร้ายขนาดนั้นมั้ง เพิ่งจะออกมาก็เจอกับเหตุการณ์ฆ่าคนเสียแล้วหรือ?’
โชคดีที่คนเหล่านั้นหลังจากตามหาอยู่ครู่ใหญ่แต่ก็ไม่พบ ก็ออกไปจากที่นั่นอย่างรวดเร็ว จนกระทั่งด้านนอกเหลือเพียงเสียงลมเสียงหญ้าเท่านั้น นางถึงได้สร้างความกล้าให้กับตัวเองแล้วลุกขึ้น
แต่ไม่ทันจะหายใจได้ทั่วท้อง ทันใดนั้น ลำคอก็รู้สึกแน่น มือใหญ่ ๆ มือหนึ่งได้บีบลำคอของนางจากด้านหลัง นางตกใจมาก สัญชาตญาณบอกให้นางดิ้นรนเอาตัวรอดทันที แต่ทำอะไรไม่ได้ มือใหญ่นั่นบีบคอของนางแน่น ไม่สามารถดิ้นหลุดได้เลย
ในเวลานี้ เสียงเย็นเยือกก็ดังขึ้นจากด้านหลังของนาง “อย่าขยับ ไม่งั้นตาย!”
เซียวหยี่เกอหยุดดิ้นอย่างเชื่อฟัง พยายามสูดดมกลิ่นแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย “ท่านบาดเจ็บงั้นหรือ? ” เพิ่งจะเปิดปากพูดขึ้น แรงบีบของมือใหญ่ตรงลำคอก็แน่นขึ้นอีก นางพูดขึ้นอย่างรีบร้อนว่า “ข้ามีความรู้ด้านการแพทย์ ข้าสามารถช่วยท่านได้!” ด้านหลังมีรังสีการฆ่าแผ่ซ่านออกมา ทำให้นางรู้ว่า แค่เพียงนางทำให้คนข้างหลังโกรธ นางก็จะถูกบีบคอจนหักทันที!
“ฮึ!” ทันใดนั้น ชายที่อยู่ด้านหลังก็ทำเสียงฮึดฮัดออกมา จากนั้นก็ล้มลงกับพื้นทันที
และเมื่อลำคอถูกปล่อยออก เซียวหยี่เกอที่ได้รับอิสรภาพก็หลบออกมาทันที จากนั้น นางก็หันกลับไปมอง แทบจะเรียกได้ว่าเกิดขึ้นภายในอึดใจเดียว!
ภายใต้แสงจันทร์ ชายร่างสูงใหญ่ล้มลงกับพื้น ชุดสีขาวบนหน้าอกของเขาเต็มไปด้วยเลือด เห็นได้ชัดว่าเขาได้รับบาดเจ็บ ในเวลานี้ชายคนนั้นได้ล้มลงตรงนั้น เซียวหยี่เกอไม่อยากไปยุ่งเรื่องของคนอื่น แต่นางก็ไม่แน่ใจอีกว่า ชายคนนั้นจะลงมือโจมตีแล้วฆ่านางกะทันหันหรือไม่ ดังนั้นนางเลยกัดฟันแล้วเดินเข้าไปอย่างระมัดระวัง
“เจ้าจะทำอะไร?”
จู่ ๆ ชายคนนั้นก็คว้ามือนางไว้ เขาสวมหน้ากากอสูร มองไม่เห็นหน้าตาของเขา แต่ดวงตาที่โผล่ให้เห็นคู่นั้นกลับเหมือนคมดาบน้ำแข็งอย่างนั้น ทำให้คนรู้สึกกลัวจนตัวสั่น เหมือนว่าท่อนล่างของเขาจะขยับไม่ได้ แต่เซียวหยี่เกอรู้ว่าถ้าตอนนี้เขาจะฆ่านางจริง ๆ เขาก็สามารถฆ่านางได้ทุกเวลา
“ข้าไม่มีเจตนาร้าย ข้ามีความรู้ด้านการแพทย์ ข้าสามารถรักษาให้ท่านได้” เซียวหยี่เกอรีบร้อนที่จะแสดงออกมาว่านางไม่ได้มีเจตนาร้าย เมื่อเห็นชายคนนั้นไม่ได้มีปฏิกิริยาอะไร นางก็แอบกลืนน้ำลาย ออกแรงดึงมือของตัวเองออกมา หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง นางก็เปิดเสื้อของเขาออกอย่างระมัดระวัง
อาวุธลับรูปงูปักอยู่ตรงหน้าอกของชายคนนั้น มองจากเลือดสีเขียวเข้มที่ไหลออกมา เดาได้ไม่ยากว่าอาวุธลับนั่นมีพิษ อีกทั้งยังเป็นพิษร้ายแรงอีกด้วย
“นี่คือพิษงูซื่อเยี่ยนของทะเลทรายทางตอนเหนือ หากคนที่ถูกพิษไม่ได้รับการถอนพิษภายในครึ่งชั่วยาม ก็จะตัวแข็งไปทั้งตัว แม้แต่กลืนอะไรก็ลำบาก พิษในตัวจะเผาไหม้เหมือนกับไฟที่ลุกโชน จนกระทั่งอวัยวะภายในทั้งหมดถูกแผดเผาและตายไปในที่สุด! ถือว่าเป็นโชคดีของท่าน ข้าสามารถถอนพิษนี้ได้พอดี” เซียวหยี่เกอแอบขมวดคิ้ว พิษนี้นางจะไม่คุ้นได้อย่างไร ในชาติก่อนนางก็เคยโดน
ชายคนนั้นอยากจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เมื่อเปิดปากลิ้นก็แข็งไปแล้ว ไม่สามารถส่งเสียงใด ๆ ออกมาได้ ดูเหมือนว่านางพูดไม่ผิด ร่างกายของเขาเริ่มแข็งแล้ว ในร่างกายเหมือนกับถูกไฟที่กำลังลุกโชนแผดเผา ไม่คิดว่าวันนี้เขาจะพลาดพลั้งเช่นนี้ เขาประมาทเกินไปเอง!
เซียวหยี่เกอล้วงเอายาที่พกติดตัวออกมา โชคดีที่นางเตรียมตัวมาก่อน แต่เพียงไม่คิดว่า จะถูกนำออกมาใช้เร็วขนาดนี้
นางรู้ว่าในเวลานี้ชายคนนั้นไม่สามารถกลืนอะไรได้อีก นางจึงพูดขึ้นอย่างจนใจว่า “ข้าขอบอกไว้ก่อนว่า ข้าไม่ได้มีเจตนาจะดูหน้าของท่าน ท่านคงจะไม่ฆ่าปิดปากข้าเพราะเรื่องนี้หรอกนะ” ปกติแล้ว คนที่สวมหน้ากากหากถูกคนเห็นหน้าเข้าก็จะฆ่าคนคนนั้นปิดปาก นางพูดพลางหรี่ตา เอาหน้ากากของชายคนนั้นออกอย่างระมัดระวัง เมื่อเห็นใบหน้าของเขาชัดแล้ว นางก็อดไม่ได้ที่จะตกใจตาโตในความงามของเขา
ฮ่า! ชายผู้นี้ช่างรูปงามยิ่งนัก! เหมือนกับชายหนุ่มหล่อเหล่าที่ออกมาจากวรรณคดีอย่างนั้น หน้าตาดีขนาดนี้ ไม่แปลกที่ต้องสวมหน้ากาก ไม่อย่างนั้น คงมีผู้หญิงมาติดพันมากมาย
“ในสายตาของหมอไม่มีหญิงชาย ก็ถือว่าท่านติดค้างข้าแล้วกัน!” เซียวหยี่เกอขมวดคิ้วเล็กน้อย ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก็เปิดผ้าปิดหน้ามุมหนึ่งขึ้น ใส่ยาเข้าไปในปาก จากนั้นก้มตัวลง ปากประกบปากป้อนยาให้กับชายคนนั้น
ทันทีที่ริมฝีปากประกบกัน ดวงตาของชายคนนั้นก็เบิกกว้าง ก็ไม่รู้ว่าตกใจกับการกระทำของนางหรือเพราะเหตุผลอื่น
“ที่แท้ริมฝีปากของผู้ชายก็เป็นความรู้สึกแบบนี้นี่เอง...” กว่าจะป้อนยาทั้งหมดลงไปได้ช่างลำบากเหลือเกิน นางเองก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ บ่นพึมพำออกมาประโยคหนึ่ง จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น พบว่าชายคนนั้นกำลังมองนางด้วยสายตาแปลก ๆ ทำนางตกใจจนรีบหลบออกมา
ด้วยเวลาที่จำกัด หลังจากดึงอาวุธลับออกมาแล้ว เพื่อความปลอดภัยของตัวนางเอง นางจึงกินยาถอนพิษไปเม็ดหนึ่ง จากนั้นดูดพิษออกจากตัวเขา จะว่าไปแล้ว แบบนี้ก็ช่างดูขัดเขินมาก เพราะอาวุธลับปักตรงด้านล่างของ ‘หัวนม’ ของชายคนนั้นพอดี ตอนที่นางเพิ่งจะดูดพิษไปนั้น ชายคนนั้นก็อดไม่ได้ที่จะร้องครางออกมา จากนั้น เขาก็หลับตาทันที เขาแค่ขยับไม่ได้ แต่ยังมีความรู้สึกอยู่