ตอน 2

ณ โรงแรมกลางกรุงเทพ ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังมัวเมากับการพนันแบบถอนตัวไม่ขึ้น คืนนี้ทั้งคู่ได้เงินจากวงพนันมาหลายล้านบาทแล้ว

“แทงเพิ่มเลยคุณ ดวงเรากำลังมา” ศักดาหันไปบอกภรรยา

“คุณเบาๆ หน่อย อย่าเทเยอะขนาดนั้น” อรทัย ภรรยาที่บ้าพนันไม่แพ้กันปรามสามีแต่ในใจก็อยากทุ่มหมดหน้าตักไม่ต่างกัน

สองคนนี้ช่างเป็นคู่เวรคู่กรรมที่เกิดมาเพื่อคู่กันจริงๆ ศักดาและอรทัยพบกันในบ่อนเล็กๆ แห่งหนึ่งเมื่อหลายสิบปีก่อน ทั้งคู่ปลูกต้นรักขึ้นมาในดงอบายมุข พอมีโซ่ทองคล้องใจก็ดูเหมือนทุกอย่างจะดีขึ้น สองผัวเมียเห่อลูกสาวหน้าตาจิ้มลิ้มเลิกไปบ่อนอยู่ตั้งหลายสิบปี

ทั้งคู่ทุ่มเทความรักให้ลูกสาวคนเดียวสุดหัวใจเท่าที่พ่อแม่คนหนึ่งจะให้ได้ เด็กหญิง “มะลิ” เติบโตมาด้วยความอบอุ่นเธอไม่เคยรู้เลยว่าพ่อกับแม่ของตัวเองเป็นผีพนันมาก่อน

จนเมื่อลูกสาวคนเดียวไปเข้ามัธยมที่โรงเรียนหญิงล้วน สองผัวเมียจึงมีเวลาว่างมากขึ้นในที่สุดศักดาและอรทัยก็กลับสู่วังวนเดิมๆ ตอนแรกก็ไปแค่เดือนละครั้งและเล่นแบบเอาสนุกไม่ได้จริงจังแต่เรื่องการพนันมันไม่เข้าใครออกใครอยู่แล้ว

ทั้งคู่เล่นหนักขึ้นตอนลูกสาวใกล้จะจบมหาวิทยาลัยและพอเธอรับปริญญาบ้านที่เป็นสมบัติเพียงชิ้นเดียวของสามคนพ่อแม่ลูกก็โดนยึดเอกสารไปและนี่มันก็ผ่านมาเกือบปีแล้วที่ทั้งคู่ผัดผ่อนจ่ายแค่ดอกเบี้ยของเงินต้น ศักดาและอรทัยต้องการโชคดีๆ หนักๆ อีกแค่ครั้งเดียวเท่านั้นก็จะปลดหนี้และเอาบ้านของตัวเองกลับมาได้

“เทหมด” ศักดาผลักเงินทั้งหมดไปไว้กลางโต๊ะและเขาก็เสียมันไปภายในชั่วพริบตา

ทั้งคู่ออกจากบ่อนด้วยร่างสั่นเทาบ้านหนึ่งหลังกับหนี้อีกยี่สิบล้าน จะไปหาเงินที่ไหนมาผ่อนมาจ่ายได้ทัน เวลาก็งวดเข้ามาทุกทีและถ้าเบี้ยวคราวนี้คงไม่มีชีวิตกลับไปอยู่บ้านแน่ๆ

“คุณเราจะทำยังไงดี” อรทัยถามสามีที่หน้าซีดไม่แพ้กัน

“มันต้องโกงแต้มแน่ๆ” ศักดาทุบพวงมาลัยรถด้วยความเจ็บใจ

“ไอ้ตี๋นั่นต้องเป็นคนของบ่อนแน่ๆ มันจะเฮง ชนะอะไรได้ทุกครั้งแบบนั้น” สามีของเธอยังคงพาลราวีไปทั่ว

“ใครจะเป็นคนของใครมันไม่สำคัญหรอกคุณ ที่สำคัญตอนนี้คือเราต้องหาเงินมาให้ได้อย่างน้อยๆ ก็ล้านนึงเพื่อยืดเวลาออกไป”

“บ้านก็โดนยึดไปแล้วเราก็มีอยู่แค่นี้ อีแก่นี่เอาไปขายจะได้ถึงแสนรึเปล่ายังไม่รู้เลย” ศักดาทุบรถคันเก่าที่ใช้มาเป็นสิบปีแล้ว

“เราลองไปถามลูกไหม” อรทัยถามอย่างกล้าๆ กลัวๆ

“หยุดความคิดของคุณเลยนะ” ศักดาหันมาตะคอก

“ลูกจะรู้ไม่ได้ หัวเด็ดตีนขาดยังไงก็ไม่ได้” ศักดาขับรถพุ่งออกไปด้วยอารมณ์ที่คุกรุ่น

ถึงทั้งคู่จะไม่ใช่พ่อแม่ที่ดีนักแต่สองผัวเมียคู่นี้ก็รักลูกของเขามาก “มะลิ” เป็นดั่งแก้วตาดวงใจ ศักดายังจำได้ดีถึงวินาทีที่ได้เห็นใบหน้าเล็กๆ ของลูกสาวตอนแรกเกิด แม่หนูน้อยช่างน่ารักน่าชังจนเขาร้องไห้โฮอยู่เป็นชั่วโมง ถ้าย้อนเวลาได้หรือถ้าแก้ไขอดีตได้พวกเขาไม่อยากรู้จักการพนันเลย

“ป่านนี้ลูกกลับแล้วซื้ออะไรไปฝากลูกดีกว่า” ศักดาจอดรถที่หน้าตลาดแวะซื้อกระเพาะปลาเจ้าโปรดไปฝากลูกสาวคนสวย

“คุณล่ะอยากกินอะไร” ศักดาหันมาถามภรรยา

“อะไรก็ได้” อรทัยตอบด้วยสีหน้าท้อแท้

“เราจะหาทางแก้ไขกัน” ศักดาจับมือภรรยามาบีบเบาๆ

เขาเองก็อยากเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ดีกว่านี้แต่เวลาอยู่ในบ่อนพนันก็ไร้สติ เขาคิดเพียงแต่ว่าตานี้ไม่ได้ก็รอตาหน้า พอตานี้ได้ตาต่อไปก็แทงหนักกว่า วนเวียนเป็นวงจรอุบาทว์แบบนี้มาหลายปี

บ้านของมะลิ

“ไปไหนกันมาเหรอคะ”

“เดินเล่นที่ห้างแล้วก็ร้านหนังสือลูก พ่อกับแม่ซื้อกระเพาะปลามาฝากด้วยนะ” อรทัยตอบลูกสาว

“ขอบคุณค่ะ” มะลิรับถุงอาหารแล้วไปจัดแจงเทใส่จาน พ่อแม่ลูกนั่งรับประทานมื้อเย็นพร้อมหน้าพร้อมตากันอย่างมีความสุข

สองสามีภรรยามองหน้าลูกสาวแล้วก็เจ็บปวดหัวใจ ลูกไม่รู้เลยว่าบ้านเล็กๆ หลังที่เธออยู่มาตั้งแต่แรกเกิดกำลังจะถูกยึดไปและพ่อกับแม่ของตัวเองมีหนี้อยู่หลายสิบล้าน

ตอน 3

รับประทานอาหารเสร็จก็แยกย้ายกันไป มะลิระแคะระคายมาสักพักแล้วว่าทั้งสองมีบางสิ่งปิดบังไว้ซึ่งเธอก็พยายามสืบหาอยู่ว่ามันคืออะไร

หลายเดือนก่อนมะลิลืมมือถือไว้ที่บ้าน โทรกลับมาหาก็ไม่มีใครรับสายแม้จะพยายามโทรทั้งเบอร์บ้านและเบอร์มือถือก็ตาม พักเที่ยงจึงแวะมาเอาแล้วก็พบบ้านที่ว่างเปล่า เย็นนั้นเธอถามพ่อกับแม่ว่าวันนี้ไปไหนกันมาบ้างและคำตอบที่ได้รับคือไม่ได้ไปไหนอยู่บ้านทั้งวัน

หลังจากวันนั้นมะลิก็เริ่มสงสัยถึงการหายตัวไปแบบไร้เหตุผล บางคืนทั้งคู่กลับมาถึงบ้านดึกมากโดยอ้างว่าไปสังสรรค์กับเพื่อนฝูงแต่เท่าที่อยู่ด้วยกันมา พ่อกับแม่ไม่มีเพื่อนที่ไหนสักคนทั้งคู่เก็บตัวอยู่แต่ในบ้าน วันๆ ปลูกแต่ต้นไม้ใบหญ้าจนสวนข้างหน้าจะกลายเป็นอุทยานแห่งชาติอยู่แล้ว

และเย็นนี้อีกเช่นกันที่พ่อกับแม่บอกว่าไปเดินห้างอยู่ร้านหนังสือ เธอไปดูเข็มไมล์ที่รถมันบอกระยะต่างจากเมื่อวานหกสิบกิโลเมตร ซึ่งห้างที่ทั้งสองไปประจำอยู่เลยซอยบ้านไปไม่กี่นาทีหรือสองกิโลเมตรเท่านั้นเอง

“พวกเขาไปไหนกันนะแล้วทำไมต้องปิดเป็นความลับด้วย” มะลิถามตัวเอง

ꕥ ꕥ ꕥ ꕥ

“มะลิ” สาวน้อยวัยยี่สิบสามปีเพิ่งเรียนจบด้านการโรงแรมมาด้วยเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง เธอมีรูปร่างบอบบางสูงหนึ่งร้อยหกสิบห้าเซนติเมตร ดวงตาของเธอสดใสสีดำสนิทดั่งท้องฟ้ายามค่ำคืน ริมฝีปากเล็กๆ บางเฉียบ เครื่องหน้าของเธอจิ้มลิ้มพริ้มเพราเหมือนตุ๊กตากระเบื้อง

ด้วยความที่อยู่โรงเรียนหญิงล้วนมาตลอดพอมาเข้ามหาวิทยาลัย มะลิจึงทนความห้าวห่ามของผู้ชายไม่ได้ เธอไม่ใช่เลสเบี้ยนหรือดี้เธอเป็นผู้หญิงธรรมดาที่ชอบผู้ชายแต่ผู้ชายคนนั้นจะต้องอ่อนโยนและสุภาพมากๆ ถึงจะกล้าเปิดปากคุยด้วย เวลาสี่ปีในมหาวิทยาลัยทำให้คุ้นเคยกับเพศตรงข้ามมากขึ้นและหน้าที่การงานก็ทำให้เธอได้เป็นมนุษย์ปกติกับเขาสักที

เช้าวันใหม่

“หนูไปนะคะ” มะลิยกมือไหว้พ่อกับแม่แล้วออกไปทำงาน ระหว่างเดินทางก็ครุ่นคิดถึงเรื่องของพวกท่านตลอด

“เป็นอะไรมะลิหน้ายุ่งแต่เช้า” พี่ก้อยหัวหน้าแผนกเดินเข้ามาทัก

“โดนเบียดบนรถไฟฟ้าค่ะพี่ก้อย” มะลิพูดปด เธอไม่มีวันว่าร้ายพ่อกับแม่ของตัวเองให้คนอื่นฟังเด็ดขาด

“โธ่ มะลิน้อยของพี่” ก้อยหัวเราะอย่างเอ็นดู ก็ลูกน้องของเธอตัวเล็กกะทัดรัดไซส์มินิมากๆ

“วันนี้คงยุ่งๆ หน่อยนะมะลิ มีลูกค้าเช็กอินน์หลายกลุ่มเลย” ก้อยเปิดดูรายชื่อลูกค้าเป็นครั้งสุดท้ายเพื่อความแน่ใจ

“อ้อ แล้วคุณคริสโตเฟอร์จะมาทานมื้อเที่ยงนะ”

“ค่ะ พี่ก้อยมะลิจำได้ค่ะ”

คริสโตเฟอร์ เฟอร์นานเดซ ติดใจอาหารไทยของโรงแรมที่มะลิทำงานเป็นอย่างมาก ทุกครั้งที่บินมาเมืองไทยเขาจะต้องมารับประทานข้าวที่นี่ให้ได้อย่างน้อยหนึ่งครั้ง

“สวัสดีค่ะคุณคริสโตเฟอร์” เที่ยงตรงเป๊ะลูกค้าชายวัยหกสิบกว่าแต่งตัวภูมิฐานและดูน่าเกรงขามก็มาถึงพร้อมผู้คุมกันสองคน

“เรียกลุงคริสสิหนูมะลิ มาทุกครั้งก็ต้องให้บอกทุกครั้งเลย” คริสโตเฟอร์บอกเด็กสาวที่เขาเอ็นดู

ความที่มีแต่ลูกชายเลยได้เจอแต่ลิงทโมนและความดื้อรั้นมาตลอดชีวิต เมื่อแรกพบหนูมะลิเขาก็คิดว่าถ้ามีลูกสาวก็คงจะหน้าตาคล้ายๆ แม่หนูคนนี้นี่แหละเพราะเธอช่างมีใบหน้าละม้าย “นงนภา” ภรรยาที่ล่วงลับไปเหลือเกินไม่ว่าจะเป็นรอยยิ้ม ดวงตา หรือรูปร่างเล็กๆ แบบสาวเอเชีย

“ลุงคริสเชิญทางนี้นะคะ” มะลิเดินค้อมหลังผ่านหน้าคริสโตเฟอร์แล้วเป็นฝ่ายเดินนำไปที่ห้องอาหาร

คริสโตเฟอร์มองตามหลังเด็กสาวแล้วก็ได้แต่คิดว่าเมื่อไหร่หนอจะได้อุ้มหลานตัวน้อยๆ จากไอ้ลูกชายทั้งสองคน มิคาเอลลูกคนโตก็ไร้หัวใจอยู่มาสามสิบกว่าปี ไอ้ลูกตัวดีไม่เคยรักผู้หญิงคนไหนสักคนนอกจากแม่ของมันเอง สาวๆ แต่ละคนเป็นได้แค่ที่ระบายความใคร่ของเจ้ามิคกี้เท่านั้น

ส่วนเซทดี้ลูกชายคนเล็กต่างกับพี่มันคนละขั้ว รายนั้นขี้อาย อ่อนโยน ไม่ค่อยพูดก็เลยกินแห้วเป็นประจำเพราะไม่ว่าจะชอบใครก็เอาแต่เก็บไว้ในใจสุดท้ายก็โดนหมาคาบไปรับประทานเป็นประจำ

“เชิญนั่งค่ะลุงคริส” มะลิเดินมาส่งลูกค้าของเธอถึงโต๊ะ

“เสียดายนะ ลุงมาตอนหนูทำงานตลอดไม่อย่างนั้นจะได้กินข้าวด้วยกันบ้าง” คริสโตเฟอร์ยิ้มให้เด็กสาวด้วยความเอ็นดู

“หนูชอบกินอะไร บอกลุงได้ไหมมะลิ”

“หนูชอบกินกระเพาะปลาค่ะลุงคริส” มะลิตอบ เธอรู้สึกถูกชะตากับชายสูงวัยคนนี้แบบไม่มีสาเหตุเขาดูเป็นคนใจดีและมีเมตตาเหลือเกิน

“งั้นครั้งหน้าลุงจะซื้อมาฝากนะ” มะลิยกมือไหว้คริสโตเฟอร์อย่างนอบน้อมแล้วเธอก็ขอตัวออกไปทำงานต่อ หนุ่มใหญ่นั่งรับประทานอาหารคนเดียวพร้อมกับบอดี้การ์ดที่ยืนคุมอยู่

คริสโตเฟอร์เพิ่งมาถึงเมืองไทยเมื่อตอนสายแล้วก็ให้คนขับรถพามาที่โรงแรมเป็นแห่งแรกส่วนตอนบ่ายมีนัดกับเจ้าลูกชายคนโตเพื่อหารือเรื่องธุรกิจ

เช้าตรู่ของวันนี้ก่อนที่มะลิจะออกมาทำงานเธอแอบวางเครื่องบันทึกเสียงไว้ในรถของพ่อกับแม่ เธอต้องรู้ให้ได้ว่าทั้งคู่หายไปไหนและไปทำอะไรก็ในเมื่อพวกเขาเลือกจะปกปิด เธอก็ต้องใช้วิธีขี้โกงเพื่อสืบหาความจริง

ตกค่ำเมื่อกลับถึงบ้านก็ย่องไปดูที่รถ วันนี้เข็มไมล์ไม่กระดิกเลยสักนิด ทั้งคู่ไม่ได้ใช้รถไปไหนแน่ๆ

“หนูกลับมาแล้วค่ะ” มะลิไหว้พ่อกับแม่แล้วมองทั้งสองคนด้วยความสงสัย มันมีความลับอะไรที่ต้องปิดบังลูกที่มีอยู่คนเดียวกันนะ

“เหนื่อยไหมลูก” แม่เดินมาลูบหัวเธอแล้วยิ้มให้อย่างเอ็นดู แม่เป็นผู้หญิงร่างเล็กและแสนใจดี ส่วนพ่อเป็นผู้ชายร่างใหญ่ภายนอกดูน่ากลัวแต่จริงๆ แล้วพ่อเป็นคนใจดีและอ่อนโยนมากแต่ตอนนี้เธอกำลังสงสัยในสิ่งที่น่ากลัวบางอย่างและขอให้มันอย่าเป็นแบบที่คิดเลย

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED