จังหวะกลองผสานกับเสียงกีตาร์และเครื่องดนตรีอีกหลายชิ้นดังกระหึ่มไปทั้งฮอล์ของผับชื่อดังย่านรัษฎา
“ฉันมาถึงแล้วค่ะ” ดอกไม้โทรเข้าไปหาเทมป์
“รอผมที่เลานจ์ก่อนนะครับ เดี๋ยวให้พนักงานพาขึ้นมาที่ห้องวีไอพีชั้นลอย” เขาบอกเธอก่อนที่เขาจะวางสาย
“มาแล้วว่ะ” เทมป์หันไปบอกเพื่อนระบายยิ้มออกมาเต็มหน้า
เชคกิ้ง ผับ เป็นการลงทุนสองหุ้น คือ เทมป์กับดรูว์ แต่เทมป์ถือหุ้นที่เจ็ดสิบดรูว์ที่หุ้นที่สามสิบ แต่การบริหารงานส่วนใหญ่อยู่ที่เทมป์ ดรูว์ทำเกี่ยวกับการตลาดและการโฆษณา
“กูจองห้องพิงก์นะ” ดรูว์ชิงพูดขึ้นก่อน ว่าเขาจองห้องนอนวีไอพีสีชมพูหวานที่สองหนุ่มลงทุนตกแต่งไปด้วยจำนวนเงินมากอยู่เพื่อเอาไว้สำราญกับหญิงที่ทั้งสองพึงพอใจ
“เออสิวะ ให้มันได้อย่างนี้เพื่อนกู” เทมป์ส่ายหน้าเบา ๆ อย่างระอาเขาคงจำต้องได้ใช้ห้องทำงานอีกแล้วสิ ก็วันนี้เป็นวันคู่ห้องพิงก์เป็นของดรูว์ แต่วันไหนที่เป็นเลขคี่ห้องพิงก์ก็ต้องเป็นของเขา
ก๊อก ก๊อก ก๊อก เสียงเคาะประตูดังขึ้น
“เข้ามา”
เทมป์เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงทรงอำนาจก่อนจะปรับสีหน้าให้เข้มเหมือนเดิม
สองสาวเมื่อเข้ามาถึงก็ยกมือไหว้สองหนุ่มมองทั้งสองสาวด้วยความแปลกใจ เพราะพวกเธอมาในชุดเสื้อผ้าที่รัดกุม เหมือนชุดวอร์มไปออกกำลังกายมากกว่า
“ผมแปลกใจมากเลยครับ ที่คุณสองคนมาในชุดนี้ ผมตรินัย เรียกผมว่า เทมป์ก็ได้ครับ” เขายิ้มให้
“ผมดรูว์ สั้น ๆ แต่อย่างอื่นไม่สั้นนะครับ” เขาแนะนำตัวสองแง่สองง่าม
“ทับทิมค่ะ” กรพันธ์เอ่ยแนะนำตัว
“ดอกไม้ หรือ อุมาริการ์ค่ะ” อีกหนึ่งสาวก็แนะนำตัวด้วย
“ว้าว ว้าว ว้าว... ชื่อเพราะทั้งสองคนเลยนะครับ” ดรูว์พูดขึ้นด้วยความหน้าหม้อ เดินตรงเข้าไปหาทับทิม ก่อนจะเชื้อเชิญให้เธอนั่งลงบนเก้าอี้โซฟาสีแดงที่อยู่กลางห้อง มองลงไปผ่านกระจกใสเนื้อหนาตรงหน้าที่กันเสียงดังได้ประมาณหนึ่งเห็นแสงสีวับ ๆ วาบ ๆ และผู้คนที่กำลังสนุกสนานอยู่เบื้องล่าง
“รับเครื่องดื่มอะไรดีครับ” เทมป์ถามทั้งสองสาว
“ขอสปายค่ะ” เสียงทับทิมดังขึ้นก่อน และยักคิ้วให้เพื่อนสาว
ดอกไม้ได้แต่ส่ายหน้าระรัว ไม่ค่อยชอบนักที่ทับทิมชอบทำตัวเป็นสาวนักดื่ม และต้องคอยให้เธอเป็นสาวกพากลับเวลาหญิงสาวเมาขาดสติ
“ขอน้ำส้มค่ะ” อุมาริการ์เอ่ยบอกชายหนุ่มที่ยืนต่อหน้า เธอขยับตัวแบบอึดอัดไม่ชอบสายตาที่เขามองเธอเอาเสียเลย เธอเดินลงไปหย่อนตัวลงนั่งเก้าอี้อีกตัวที่อยู่ใกล้ ๆ ทับทิม
เทมป์เดินไปยกหูโทรศัพท์ภายใน ก่อนจะวางสาย แล้วเดินเข้ามาสมทบ เขาวิสาสะนั่งลงบนที่เท้าแขนเก้าอี้ตัวที่ดอกไม้นั่ง
“ไม่อึดอัดกันหรือครับ ใส่เสื้อผ้าหนาเชียว” เขาพูดกึ่งล้อเลียน ส่งสายตายั่ว ๆ
สองสาวเหมือนรู้หน้าที่ วันนี้อาจจะเปลืองตัวสักหน่อย แต่หากปิดรถได้สักคัน ก็ได้เงินใช้อยู่หลายกะตังค์
ทับทิมเริ่มก่อนที่จะถอดเสื้อคลุมออก แล้วพาดไปที่พนักพิง ดรูว์ชวนเธอคุยอย่างสนุก
“เออ... ห้องน้ำไปทางไหนคะ” ดอกไม้ยกหน้าขึ้นไปยิ้มให้กับเทมป์แล้วถามเขา
“ทางนี้ครับ” เขารีบพาเธอเดินไปยังห้องน้ำที่อยู่ในห้องนั้น ก่อนจะเปิดและปิดประตูให้
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง ก่อนที่จะมีบริกรเดินเข้ามาพร้อมกับถาดเครื่องดื่มและกับแกล้มบางอย่าง
ทับทิมลงมือทานด้วยความหิว วันนี้ยืนมาทั้งวัน และกลัวพุงป่องเลยทำให้ เธอต้องทนกินแซนด์วิชกับนมแค่หนึ่งกล่อง
“อร่อยไหมครับ” ดรูว์ถามด้วยน้ำเสียงกลั้วหัวเราะ
“หิวค่ะ” ทับทิมตอบแบบไม่อาย เธอหันไปส่งยิ้มให้กับดรูว์ เพราะดูท่าทางเขาเป็นมิตรกว่าชายหนุ่มที่ชื่อเทมป์นั่นเสียอีก
“ตามสบายเลยครับ ไม่ต้องกลัวอ้วน อิ่มแล้วเราไปเอ็กซ์เซอร์ไซส์กันข้างล่างนี้ ขี้คร้านน้ำหนักคุณทับทิมจะลดลงกว่าเดิมซะมากกว่า” ดรูว์ไม่ขัด แถมไม่พอกล่าวสนับสนุน
เทมป์นั่งกระดกเหล้าอยู่ที่เคาน์เตอร์เครื่องดื่ม อุมาริการ์กลับออกมาในชุดสวยที่เธอนำมาเปลี่ยนด้วย พร้อมกับเปลี่ยนเป็นรองเท้าส้นสูง
“น้ำส้มครับ” เทมป์เอ่ยพร้อมยกแก้วน้ำส้มให้เธอ ดอกไม้ยิ้มให้อย่างเป็นมิตร ขยับไปนั่งเก้าอี้ตัวที่อยู่ใกล้ ๆ ถึงเวลาทำงานของเธอแล้วสินะ
“คนเยอะอย่างนี้ทุกวันหรือคะ” หญิงสาวชวนคุย ใบหน้าที่ทำเข้มของเขาคลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อย
“ก็ส่วนใหญ่ศุกร์เสาร์น่ะครับ คนจะเยอะสักหน่อย วันนี้นักร้องเต็มวงด้วย เดี๋ยวตอนห้าทุ่ม บอดี้สแลมลงด้วยครับ” เขาบอกเธอด้วยสีหน้าภาคภูมิใจ
“ไหนครับโบรชัวร์รถ” เขาทำตีเนียนหันไปถามเธอ เพราะรู้รายละเอียดที่อาคมโทรมาแล้วว่า สองสาวจะมาแนวไหน
“อ๋อค่ะ” เธอเอื้อมมือไปหยิบโบรชัวร์รถที่เตรียมมาแล้วยื่นส่งให้ เขารับมันไว้
“รถสวยคนก็สวยนะครับ” เขาทำสายตากรุ้มกริ่มตามองหน้าอกตูม ๆ ของดอกไม้อย่างมันเขี้ยว เธอมองตามสายตาของเขา แล้วนึกต่อว่าในความหื่นของเขาอยู่ในใจ แต่เธอก็ชักชินเสียแล้ว กับสายตาผู้ชายเวลามองเธอตอนทำงาน
“ดอกไม้ ขอตัวไปกับคุณดรูว์นะ ฉันจะไปหลังเวที ขอลายเซ็นพี่ตูนมาให้” เธอบอกด้วยความดีใจ
หญิงสาวกระดี๊กระด๊าออกมาจากห้องน้ำด้วยชุดที่สวยเซ็กซี่สุด ๆ
ดรูว์น้ำลายแทบหก อุมาริการ์พยักหน้าและยิ้มให้ เมื่อเพื่อนหนุ่มและเพื่อนสาวของเขาและเธอพ้นตัวไปจากห้องนั้นแล้ว เขาก็เริ่มเจรจาทันที
“คืนนี้ผมต้องจ่ายคุณเท่าไหร่ครับ” เขาเข้าเรื่อง ดอกไม้ถึงกับหน้าเหวอไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดในครั้งแรก ก่อนที่ถึงบางอ้อ มองหน้าผู้ชายตรงหน้าจ้องเขม็ง
“เก็บเงินของคุณไว้เผาเพื่อนคุณเถอะค่ะ” อุมาริการ์ปากร้ายออกมาทันที ไม่คิดว่าผู้ชายหน้าตาดีตรงหน้าจะเป็นคนแบบนี้ เธอรีบหมุนตัวลงจากเก้าอี้ ก่อนจะคว้าเป้ที่วางอยู่บนพื้นข้างล่างขึ้นบนไหล่ เขารีบคว้าข้อแขนเธอเอาไว้ในทันที และล็อกมือเอาไว้แน่น กระชากร่างเล็กบอบบางเข้าหาตัวในทันที
“คุณ...ฮึ” เธอตกใจกับกิริยาก้าวร้าวและไม่ให้เกียรตินั้น
"แหม... ทำเป็นไม่เคยไปได้นะ คุณดอกไม้” เขาพูดย้ำชื่อเธอ มองหน้าสวย ๆ ที่ตอนนี้ทำเชิดเข้าใส่ เทมป์รู้สึกเสียหน้าอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ปกติมีแต่ผู้หญิงที่วิ่งเข้ามาประเคนให้กับเขาถึงที่
“ปกติคุณทำงานก็เพื่อเงินอยู่แล้วนี่ครับ อยากได้เงินจนตัวสั่นไม่ใช่หรือ ถึงมาทำงานที่นุ่งน้อยห่มน้อยแบบนี้ ขายตัวมาก็หลายครั้งแล้วนิ หรือว่าไม่จริง เลิกงานก็ขายตัว ขึ้นเตียงกับผมคืนนี้สิ ผมให้คุณหมดนี่"
เทมป์โยนเงินแบงก์พันสี่ห้าปึกลงตรงหน้าของหญิงสาว
“เก็บเงินเอาไว้เลี้ยงหมาในปากของคุณก็ได้นะคะ หากมันมีเยอะเกินไป” เธอพูดพร้อมทั้งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน เกิดมาก็เพิ่งเคยเจอผู้ชายที่หยาบคายสุด ๆ แบบนี้เป็นคนแรก
อุมาริการ์จ้องหน้าเขาเขม็ง สองมือกำหมัดเอาไว้แน่น ก่อนจะซัดอีกมือที่ว่างจากพันธนาการของเขาลงไปที่ปากได้รูปที่ใส่ร้ายเธอออกมา
“เอาหมาออกมาจากปากคุณซะบ้างนะ คนเลว... อุ๊บ” เธอพูดได้แค่นั้น ปากสวย ๆ ได้รูปก็ถูกปิดลงด้วยปากร้อนร้ายของตรินัย
ดอกไม้แข้งขาสั่น เป้ที่อยู่บนไหล่ตกลงไปบนพื้นเบื้องล่างทันที
เขาบดเบียดริมฝีปากลงมาอย่างชำนาญ แทรกปลายลิ้นอุ่นร้าย ๆ หยอกเอิน และดูดดึงปลายลิ้นของหญิงสาวอย่างย่ามใจ เธอหลับตาปี๋ ได้แต่กลั้นลมหายใจ ตกใจมากไม่คิดว่าเขาจะทำแบบนี้กับเธอ ‘หยาบคายสิ้นดี’
มือหนึ่งที่ว่างของตรินัยถูกเจ้าของยกขึ้นมากุมสองเต้าที่งามเด่นท้าสายตาของเขาอยู่ ชายหนุ่มแอบมองแล้วลอบกลืนน้ำลายลงไปตั้งหลายครั้ง
ปลายนิ้วที่สอดแทรกเข้าไปส่งสะกิดยอดชมพูเบา ๆ ก่อนจะรั้งสายของมันออกอย่างชำนาญมือ เพียงครู่เดียว เสื้อตัวจิ๋วนั้นก็ไม่อยู่บนเนื้อตัวของดอกไม้เสียแล้ว เธอมารู้สึกตัวอีกที่เมื่อหลังขาว ๆ เย็นวาบขึ้นมา เมื่อแผ่นหลังของเธอแตะอยู่กับเคาน์เตอร์หินอ่อนที่เย็นเฉียบด้วยลมเป่าของแอร์คอนดิชันตัวใหญ่นั้น
“อื้อ... อย่า...นะ... อะ... คุณจะทำอะไร” เธอพูดพลางแสดงอาการเหนื่อยหอบ ลืมตาโพลงมองไปยังใบหน้าที่คลุกลงมาตรงระหว่างร่องอก และยังใช้ฝ่ามือหนาหยาบมาคลำคลึงปลายถันอย่างสนุกมือ หญิงสาวพยายามบิดส่ายเพื่อเอาตัวรอด
“นมคุณสวยแบบนี้ ผมหยุดตัวเองไม่ได้” เขาพูดเสียงอัดอยู่กับเนื้อนวลตรงร่องอก ทำให้ดอกไม้ขนลุกเกรียว
“อย่านะ... ไม่นะ” เธอร้องห้ามเสียงหลง พยายามจะทุบตีเขาแต่ก็ไร้ผล
เสียงเพลงและเสียงกรี๊ด เมื่อพิธีกรกล่าวต้อนรับศิลปินชื่อดังบนเวที ทับทิมกับดรูว์กรี๊ดและเต้นเหยง ๆ อยู่ด้านหน้าเวทีนั้น
“อย่านะ... ไม่นะ” เธอร้องห้ามเสียงหลง พยายามจะทุบตีเขาแต่ก็ไร้ผล
เขากดเธอจนชิดติดกับเคาน์เตอร์ ใบหน้าเข้มคลุกลงไปในร่องอกนั้นอย่างสนุก ฝ่ามือหนาขย้ำหน้าอกอวบใหญ่หยุ่น ๆ นั้นอย่างย่ามใจ ก่อนจะเลื่อนริมฝีปากอ้างับเม็ดเชอร์รีชมพูสีสวยเอาไว้เต็มปาก
“อ้า... ไอ้บ้า” เธอเผลอร้องก่อนจะก่นด่าเขาออกมาแทบทันที สองมือผลักไสใบหน้าคมให้ออกไปให้พ้นตัว แต่ร่างกายของเธอช่างไร้เรี่ยวแรง เธอสอดส่ายสายตาหาตัวช่วยอื่น พลันสายตาของดอกไม้ก็ไปปะทะกับโถแก้วใส่น้ำแข็งราคาแพงที่วางอยู่ใกล้ ๆ
ดอกไม้เอื้อมมือไปยังโถน้ำนั้นสุดแขนก่อนจะคว้ามันติดมือมาได้ เธอขบเม้มริมฝีปากแน่นกับความซ่านเสียวที่บังเกิดอย่างที่ไม่เคยได้รับมาก่อน เขาช่างหยาบคายและดูจาบจ้วงเกินไป กิริยามูมมามตรงหน้าทำให้อุมาริการ์รู้สึกสะอิดสะเอียน
“หยุดนะ” สิ้นเสียงเธอก็ฟาดโถน้ำแข็งลงไปบนระหว่างลำคอและหัวไหล่ของเขาอย่างแรง ร่างหนาใหญ่ผงะออกทันที เธอรีบวิ่งออกไปทางประตู แต่ดูเหมือนมันถูกล็อกด้วยรหัสอีกทีหนึ่ง
ตรินัยยกมือขึ้นลูบลำคอที่ได้รับบาดเจ็บ สะบัดศีรษะไล่ความเจ็บ ก่อนจะย่างสามขุมเข้าหาแม่สาวสวยจอมพยศที่ไม่ยอมลงให้กับเขา
“ไอ้บ้า” ปากเธอก็ด่าว่าเขา หญิงสาวใช้มือเกี่ยวสายเสื้อแสงที่หลุดลงไปให้กลับเข้าที่ พลันสายตาก็เจอกับประตูห้องหนึ่ง
เธอรีบเบี่ยงตัวก่อนจะวิ่งหลบไปยังห้องนั้น
“เกิดมาไม่เคยพบ ไอ้บ้ากาม” เธอยังด่าทอเขาไม่เลิก วิ่งอย่างเร็วไปยังประตูห้องที่เปิดอ้า พอเข้าไปกลับเจอกับเตียงเล็ก ๆ ขนาดสามฟุตครึ่งที่ปูผ้าสีแดงเข้ม ตัดด้วยหมอนประดับสีดำ เธอเอื้อมมือปิดประตูสไลด์ให้ปิดลงทันที
“ไม่มีกลอน บ้าจริง” เธอสบถออกมาแทบทันที ตรินัยใช้ฝ่ามือหนายื้อที่จับในฝั่งตรงข้ามเพื่อเปิดออก แม่สาวสวยอุมาริการ์ก็พยายามจะปิดมันลงให้ได้ แต่เธอก็สู้แรงของเขาไม่ได้ สุดท้ายตัวดอกไม้เองแทบเซตามแรงกระชากของร่างใหญ่
“โอ้ย” เธออุทานออกมาด้วยความเจ็บ เพราะข้อมือที่ถูกสะบัดด้วยแรงกระชากของเขา
“เธอชอบความรุนแรงเหรอ ทำไมไม่บอก” เขาจ้องสบใบหน้าสวยที่ตอนนี้แดงก่ำด้วยความโกรธ มองหน้าเขาตาแทบถลน
“คุณมันบ้า อย่าเข้ามานะ” เธอพูดก่อนจะสอดส่ายสายตาหาอาวุธที่พอจะทำร้ายเขาได้ แต่ไม่มีเลย บนเตียงหนานั้นมีแต่หมอนเต็มไปหมดสี่ห้าใบ และไม่มีข้าวของอะไรเลย นอกจากกรอบรูปที่ติดอยู่ตามฝาผนัง เธอรีบปรี่ไปยังรูปที่ประดับไว้ทันทีแต่ช้ากว่าตรินัยเขาเข้ามาประชิดตัว ก่อนจะรั้งกระชากเอวบาง ๆ นั้นเข้าหาตัว ร่างเธอแทบปลิว เขาจับเธอด้วยสองมือ ก่อนจะโยนร่างบอบบาง หน้าอกโต สะโพกผายไปบนฟูกนอนหนานุ่มตรงหน้า ก่อนจะกระโจนทับร่างใหญ่ ๆ ของเขาลงไปทั้งตัว