กล้วย....
"ทำไมแม่กับพ่อต้องให้กล้วยไปอยู่กับพี่ดินด้วย" ฉันถามพ่อกับแม่อย่างเซ็งๆขณะเก็บของใส่กระเป๋าเดินทางเพราะพรุ่งนี้ฉันต้องเข้ากรุงเทพไปอยู่กับพี่ดินผู้ชายที่ฉันเกลียดที่สุดในโลก
"เพราะพ่อกับแม่จะได้สบายใจไงลูก"
"สบายใจอะไรให้กล้วยไปอยู่กับผู้ชายสองต่อสอง><"
"พ่อเชื่อว่าแผ่นดินไม่ทำอะไรลูกสาวพ่ออย่างแน่นอน"
"แม่ก็คิดแบบพ่อ ที่ๆอันตรายที่สุดคือที่ๆปลอดภัยที่สุดนะลูก^^"
"พ่อกับแม่ก็รู้ว่ากล้วยเกลียดอิพี่ดินยิ่งกว่าอะไรกล้วยเกือบตายเพราะเขามาแล้วนะคะ"
"เรื่องมันก็นานมาเป็นสิบปีแล้วพี่เขาก็ไม่ได้ตั้งใจกล้วยยังเก็บเอามาใส่ใจอยู่อีกเหรอลูก"
"กล้วยไม่มีวันลืมหรอกค่ะ" หึใครจะไปลืมได้ลงคนที่ทำให้ฉันเกือบกลายเป็นผีเฝ้าคลองหลังบ้าน
สิบปีก่อนตอนนั้นฉันอายุประมาณ8ขวบฉันกำลังหัดว่ายน้ำในคลองหลังบ้านกับเพื่อนๆ แล้วจู่ๆอิพี่ดินมันมาจากไหนก็ไม่รู้มาหลอกฉันว่าในน้ำมีงูฉันกับเพื่อนๆก็พากันตกใจรีบว่ายน้ำหนีขึ้นฝั่งแต่ที่นี้ด้วยความที่ฉันเพิ่งหัดว่ายน้ำแล้วก็ยังว่ายน้ำไม่แข็งเท่าไหร่ด้วยความตกใจทำให้ฉันเกิดความกลัวจนลืมวิธีการว่ายน้ำฉันก็เลยจมลงไป ตอนนั้นฉันคิดว่าฉันต้องตายแน่ๆแต่ก่อนที่สติฉันจะดับวูบไปเหมือนมีมือของใครมาฉุดฉันขึ้นมาจากน้ำ
แค่ก แค่ก แค่ก ฉันสำลักน้ำเพราะแรงกดตรงหน้าอก
"กล้วยเป็นไงบ้าง"
"พี่แดน" ฉันลืมตาขึ้นมาก็เจอพี่แดนไทยพี่ชายของพี่แผ่นดิน พี่แดนไทนเขาช่วยฉันงั้นเหรอ
"อื้มมพี่เอง"
"ขอบคุ..." ฉันกำลังจะขอบคุณพี่แดนที่เขาที่ช่วยฉันแต่ไม่ทันได้พูดแม่ก็วิ่งมากับเพื่อนๆของฉันสงสัยพวกมันคงไปตามแม่มาแน่ๆ
"กล้วย กล้วยเป็นยังไงบ้างลูก แม่บอกแล้วว่าอย่ามาเล่นน้ำก็ไม่เชื่อตัวเองก็ใช่ว่าจะว่ายน้ำแข็ง" ฉันรู้ว่าแม่ดุเพราะเป็นห่วง
"แม่ขา ฮือออ กล้วยนึกว่าตัวเองจะตายแล้วไม่ได้เจอแม่กับพ่ออีกแล้ว ฮือออ ฮืออออ"
"น้าขอบใจแดนมากเลยนะที่ช่วยลูกสาวน้า"
"เอ่อคือว่าคน..."
"ไม่มีใครตายงั้นกูกลับบ้านก่อนนะไอ้แดนน้าดาผมกลับก่อนนะครับ" อิพี่ดินพูดแทรกขึ้นมาฉันเงยหน้าขึ้นมองเขาที่ทำให้ฉันเกือบตายอย่างโกรธๆ แทนที่เขาจะขอโทษฉันเขายังไม่พูดเลยคนอะไรนิสัยแย่ที่สุด
กลับมาที่ปัจจุบัน
"เอาล่ะเก็บของเสร็จแล้วก็เข้านอนเลยนะลูกพรุ่งนี้ต้องขึ้นเรื่องแต่เช้า"
"ค่ะ" ฉันตอบอย่างเซ็งๆ
วันต่อมา...
ตอนนี้ฉันกำลังยืนรออิพี่ดินอยู่ตรงประตูทางออก เขาบอกพ่อกับแม่ว่าจะมารับฉันที่สนามบินซึ่งตอนนี้ฉันก็นั่งรอเขาได้เกือบสองชั่วโมงแล้วเขาก็ยังไม่มารับฉันสักทีแล้วฉันก็ไม่มีเบอร์โทรเขาด้วย ไอ้จะโทรไปบอกพ่อกับแม่ให้โทรถามว่าเขาถึงไหนแล้วทำไมไม่มารับฉันสักทีฉันก็กลัวพ่อกับแม่จะเป็นห่วงอีกเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่ฉันเข้ากรุงเทพ ฉันก็เลยทำได้แค่หยิบมือถือมานั่งดูซีรี่ส์รอฆ่าเวลาอยู่ตรงนี้แล่ะ
ปี๊นนน ปี๊นนนน ปี๊นนนน เสียงบีบแตรรถดังขึ้นสามทีตรงหน้าฉันเงยหน้าขึ้นมาจากหน้าจอมือถือก็เห็นรถสปอร์ตสีดำด้านจอดเปิดไฟเลี้ยววับๆอยู่ตรงหน้าแต่ไม่เห็นคนขับเพราะกระจกรถมันมืดมองไม่เห็นข้างใน ฉันคิดว่าถ้าเป็นรถอิพี่ดินเขาคงกดกระจกลงเพื่อให้ฉันเห็นว่าเป็นเขาแต่นี่ไม่มีท่าทีว่าคนบนรถจะเปิดระจกลงมา ฉันก็เลยไม่ได้สนใจเพราะคิดว่าคงไม่ใช่เขา รถคันนี้คงมารับหรือมาส่งคนอื่นฉันก็เลยก้มหน้าดูซีรี่ส์ต่อ
ปี๊นนนนนนนนนนนนน เสียงแตรรถดังอีกรอบคราวนี้ดังยาวเลยฉันก็เลยเงยหน้าขึ้นมาอีกรอบ
"นี่ยัยกล้วยเน่าจะขึ้นไม่ขึ้น!!!" กระจกรถถูกเลื่อนลงพร้อมเสียงของใครบางคนที่ตะคอกใส่ฉันอย่างคนไม่มีมารยาทไม่ต้องถามว่าใครเพราะมีอยู่คนเดียวแล่ะที่นิสัยเสียแบบนี้
"แล้วทำไมไม่เปิดกระจกแต่แรกใครมันจะไปตรัสรู้ว่าเป็นรถพี่"
"อ่อฉันต้องเป็นคนลงไปเปิดประตูแล้วต้องเชิญให้เธอขึ้นรถใช่ไหม" ฉันขี้เกียจทะเลาะกับเขาเพราะต่อไปนี้ฉันต้องอยู่กับเขาถึงสี่ปีซึ่งไม่รู้ว่าฉันจะทนทำใจอยู่กับเขาได้นานขนาดนั้นไหม
แผ่นดิน....
ผมกำลังนั่งกึ่งนอนดูคลิปโป๊อยู่บนเตียงเพื่อรอเมย่าคู่ควงคนล่าสุดของผมออกมาจากห้องน้ำหลังจากที่เราเพิ่งจัดหนักจัดเต็มกันไปสามยกก่อนหน้านี้และกำลังจะต่อยกที่สี่
"ฮัดชิ่ว!!!" ใครนินทาผมวะ ผมจามสองสามรอบแล้วนะ
ครืดดดด ครืดดดด มือถือในมือสั่นผมรีบกดออกจากคลิปที่กำลังดูเพื่อรับสายพ่อบังเกิดเกล้าที่โทรเข้ามาตอนนี้ซึ่งมันก็ดึกมากแล้วนะ
"พ่อมีอะไรครับ"
"พรุ่งนี้อย่าลืมไปรับน้องที่สนามบินด้วยนะดินเพราะพ่อบอกอาดากับอาชิดแล้วว่าดินอาสาไปรับน้องเอง"
"พ่อทำไมไปบอกอาดาอาชิดแบบนั้นพ่อก็รู้ว่าผมไม่ได้มีเวลาว่างขนาดนั้นเรียนก็ต้องเรียน"
"แต่น้องจะไปอยู่กับดินถ้าดินไม่ไปรับแล้วจะให้น้องไปที่คอนโดดินถูกได้ยังไงดินก็รู้ว่าน้องก็ไม่เคยเข้ากรุงเทพเกิดเจอพวกมิจฉาชีพจะทำยังไง"
"พ่อ ยัยกล้วยเน่าเก่งกว่าผู้ชายอีกมั้งทั้งเตะทั้งต่อยเก่งใครจะไปทำอะไรยัยนั่นได้แล้วอีกอย่างอายุก็ตั้ง19แล้วไม่ใช่เด็กน้อยสามสี่ขวบที่ไปไหนมาไหนต้องให้ไปรับไปส่ง"
"ที่บ่นๆมานี่คือจะไม่ไปรับน้องใช่ไหม ก็ดีต่อไปก็ไม่ต้องมาพูดเรื่องรถคันใหม่ให้พ่อฟังอีก"
"พ่อ!!! มันคนละเรื่องเลยนะเรื่องรถก็ส่วนเรื่องรถดิ"
"ไม่รู้ล่ะพ่อถือว่าเป็นเรื่องเดียวกันถ้าพรุ่งนี้ดินไม่ไปรับกล้วยที่สนามบินก็ไม่ต้องมาพูดกับพ่อเรื่องรถอีก แค่นี้นะพ่อง่วงจะไปนอนแล้ว"
พ่อวางสายทั้งที่ผมยังคุยไม่จบ
"มีอะไรเหรอคะดินขาทำหน้าเครียดเชียว" เมย่าเดินตัวเปลือยเปล่าออกมาจากห้องน้ำเธอคลานขึ้นมาบนเตียงด้วยท่าทียั่วยวนสุดฤทธิ์
"อารมณ์ไม่ดีนิดหน่อย" ใครมันจะไปอารมณ์ดีได้ เพราะยัยกล้วยเน่าคนเดียวเลยที่ทำให้ผมต้องมาอารมณ์เสียแบบนี้คอยดูเถอะถ้ามาอยู่ที่นี่เมื่อไหร่ผมจะจัดการให้หงอเลยไม่เชื่อคอยดู
อยากจะบอกว่ายัยนั่นน่ะตอนอยู่ที่บ้านสวนทั้งดื้อทั้งอวดเก่งไม่เคยกลัวใครแต่พอจะมาเรียนต่อที่นี่ทุกคนต่างพากันเป็นห่วงเป็นใยกลัวว่ายัยนั่นจะไม่ปลอดภัยถึงกับต้องมาบังคับให้ผมเอามาอยู่ด้วยและให้ผมดูแลยัยนั่น แล้วมันใช่เรื่องไหมญาติพี่น้องกันก็ไม่ใช่แค่คนข้างบ้านที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยปู่ย่าตายายก็แค่นั้น เห้อ แค่คิดก็ปวดหัวแล้วชีวิตที่สงบสุขที่อยากทำอะไรก็ทำอยู่คนเดียวสุดแสนสบายใจ แต่ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไปผมต้องมียัยนั่นมาอยู่ด้วย แล้วผมที่ใช้ชีวิตแบบหนุ่มโสดพาคู่นอนมานอนด้วยแทบทุกคืนผมจะต้องทำไงล่ะทีนี้ ผมต้องเปลี่ยนแปลงการใช้ชีวิตประจำวันของตัวเองเพราะยัยนั่นเพียงคนเดียวงั้นเหรอไม่มีทางผมเคยทำยังไงผมก็จะทำอย่างงั้น ยัยนั่นอยู่ได้ก็อยู่อยู่ไม่ได้ก็ต้องอยู่
"ถ้างั้น..เดี๋ยวเมย่าจะช่วยทำให้ดินอารมณ์ดีเองค่ะ" จากนั้นเมย่าก็คลานเข่าเข้ามานั่งอยู่ตรงกลางหว่างขาของผมที่อ้ารอเธออยู่ก่อนแล้วเพราะรู้ว่าเธอจะทำอะไร
"เอาให้แตกคาปากเลยนะเมย่า"
"ได้ค่ะเมย่าจัดให้^^" จากนั้นเมย่าก็จัดการทำออรัลเซ็กส์ให้ผมอย่างถึงอกถึงใจจนในที่สุดผมก็ทนไม่ไหวแตกคาปากไปหนึ่งยก แต่นั่นมันไม่พอสำหรับผู้ชายอย่างผม ผมจับเมย่าพลิกตัวให้อยู่ในท่าคุกเข่าจากนั้นผมก็เอื้อมมือหยิบถุงยางอนามัยขนาดหนาพิเศษมาสวมใส่ท่อนเอ็นที่มีขนาดใหญ่กว่ามาตรฐานชายไทยแล้วจับยัดเข้าไปในร่องรักของเมย่า
"อ๊าาาา มันใหญ่มากเลยค่ะดินขาาา อ่าาาา เสียวมากเลยค่ะ"
"อ่าาา ฉันก็เสียว ร่องเธอแม่งคับแน่นถึงใจฉันจริงๆเลยเมย่า ซี๊ดดด อ่าาาา"
"ถ้าดินอยากถึงใจมากกว่านี้ก็ต้องลองแบบไม่ใส่ถุงดูนะคะ อ๊ะ อ๊ะ"
"อ่าา ไม่อ่ะฉันไม่อยากเสี่ยง เอาแบบนี้แล่ะปลอดภัยดี" ผมไม่เคยนอนกับผู้หญิงคนไหนแล้วไม่ใส่ถุงต่อให้ผู้หญิงคนนั้นจะบอกว่าเธอไม่เคยนอนกับใครไม่เคยมีอะไรกับใครผมก็ไม่เคยประมาทเพราะผมกลัวอยู่สองอย่างคือ หนึ่งกลัวโรค สองกลัวได้เป็นพ่อคนโดยไม่ได้ตั้งตัว ถึงผมจะเอาผู้หญิงมานับไม่ถ้วนแต่ผมก็ไม่เคยสดกับใครแม้แต่คนเดียว
แผ่นดิน...
"ชิบหายละกู" ผมบอกกับตัวเองเมื่อเห็นเวลาตรงนาฬิกาที่แขวนติดผนังห้อง ตอนนี้มันจะเที่ยงวันแล้วแล้วผมต้องไปรับยัยเด็กนั่นสิบโมงครึ่งแต่นี่เลยมาจะสองชั่วโมงแล้วผมทำไงดีพ่อจะโทรด่าผมไหมวะเนี่ย เมื่อวานผมจัดหนักกับเมย่าหลายยกไปหน่อยกว่าจะเสร็จกว่าจะไปส่งเมย่าที่ห้องของเธอกว่าผมจะกลับมาถึงห้องก็เกือบตีสี่แล้วและกว่าจะได้นอนก็เกือบตีห้าใครมันจะไปตื่นเช้าไหววะ นี่ขนาดยังไม่มาอยู่ด้วยกันผมยังวุ่นวายขนาดนี้เลยถ้ามาอยู่ด้วยจะวุ่นวายขนาดไหนวะ ผมคว้ามือถือที่วางตรงหัวเตียงมาดูว่ามีใครโทรหาผมบ้างเพราะผมไม่ชอบเปิดเสียง ปรากฏว่าไม่มีใครโทรหาผมเลยสักคนเดียว ผมถึงกับโล่งอกแปลว่ายัยกล้วยเน่าไม่ได้โทรฟ้องพ่อกับแม่ผม ผมรีบลุกจากที่นอนไปอาบน้ำเพื่อไปสนามบินให้เร็วที่สุด ที่ผมไปรับไม่ใช่เพราะอะไรนะ ผมทำเพื่อรถคันใหม่ของผมและผมหวังว่ายัยนั่นจะรอผมอยู่และไม่โทรไปฟ้องใครที่บ้านไม่งั้นผมอดได้รถคันใหม่แน่ๆ
ผมขับเข้ามาในสนามบินแล้วใช้สายตามองหายัยกล้วยเน่าว่ายืนรออยู่ตรงประตูทางออกหมายเลขอะไร ไอ้จะโทรถามก็ไม่มีเบอร์จะโทรถามพ่อกับแม่ผมคงโดนด่าเละแน่ๆเอาวะค่อยๆหาเอาละกัน ผมค่อยๆขับให้รถไหลไปเรื่อยๆพร้อมกับมองหาไปอย่างใจเย็นให้รถคันหลังด่าเล่นๆจนกระทั่งมาเจอยัยกล้วยเน่าที่กำลังนั่งก้มหน้าก้มตาดูอะไรสักอย่างในมือถือดูแบบไม่สนใจห่าเหวอะไรเลย ผมตบไฟเลี้ยวแล้วจอดรถอยู่ตรงหน้ายัยนั่นพอดิบพอดีเป๊ะ
ปี๊นนนน ปี๊นนนน ปี๊นนนน ผมบีบแตรไปสามทียัยนั่นเงยหน้าขึ้นมาแล้วจ้องเข้ามาในรถผมก็ส่งซิกให้ขึ้นรถแต่ยัยนั่นไม่สนใจก้นหน้าดูมือถือต่อ ผมแม่งโมโหมากก็เลยบีบแตรแบบยาวๆไปอีกหนึ่งที
ปี๊นนนนนน แต่ยัยนั่นก็ยังไม่สนใจจนกระทั่งผมนึกขึ้นได้ว่าฟิลม์รถผมมันมืดนี่หว่าคนด้านนอกมองไม่เห็นมิน่ายัยกล้วยเน่าถึงไม่สนใจ แต่ทำไมไม่ใช้เซ้นลุกมาดูวะ ผมไม่ยอมรับว่าเป็นความผิดตัวเองหรอกนะ ยัยนั่นโง่เอง
"นี่ยัยกล้วยเน่าจะขึ้นไม่ขึ้น!!!" ผมเลื่อนกระจกรถลงแล้วตะโกนออกไปอย่างหัวเสีย แม่งร้อนก็ร้อนรถก็ติด
"แล้วทำไมไม่เปิดกระจกแต่แรกใครมันจะไปตรัสรู้ว่าเป็นรถพี่" ยัยนี่เถียงผมอีกนะ แม่งมารับแล้วปากดีแบบนี้น่าจะให้ขึ้นรถไปคอนโดเอง แต่ไม่ได้ดิถ้าผมทำแบบนั้นพ่อได้ด่าผมหูชาแน่ยิ่งห่วงยัยนี่อยู่ไม่รู้ใครเป็นลูกกันแน่
"อ่อฉันต้องเป็นคนลงไปเปิดประตูแล้วต้องเชิญให้เธอขึ้นรถใช่ไหม" ยัยกล้วยเน่าทำหน้างอปากคว่ำใส่ก่อนจะลากกระเป๋าไปใส่ท้ายรถ ถามว่าผมลงไปช่วยไหม...ไม่อ่ะเพราะผมไม่ใช่สุภาพบุรุษสำหรับยัยนี่มาแต่ไหนแต่ไรแล้ว
ผมขับรถมาได้ครึ่งทางก็เพิ่งนึกขึ้นได้ว่าต้องไปเอาของที่ลืมไว้ที่มหาลัย ผมก็เลยขับไปมหาลัยก่อนกลับคอนโด
"ฉันยังไม่กลับคอนโดนะขอไปเอาของก่อน" ผมบอกยัยกล้วยที่เอาแต่มองข้างทางอย่างตื่นเต้น เหอะบ้านนอกเข้ากรุงชัดๆยัยนี่
"จะไปเอาที่ไหนอ่ะ" ผมอายุมากกว่ายัยนี่สามปีแต่ยัยนี่พูดกับผมเหมือนพูดกับเพื่อนรุ่นเดียวกัน ผมล่ะเหนื่อยใจแต่ช่างแม่งเหอะเพราะผมมันไม่มีอะไรให้ยัยนี่นับถืออยู่แล้ว
"มหาลัย" ผมตอบแบบขอไปทีเพราะไม่อยากคุยด้วยมากนักคุยละอารมณ์เสีย
"มหาลัยเหรอ"
"เออ"
"ดีๆกล้วยจะได้ไปดูด้วยว่ามหาลัยที่จะมาเรียนมันกว้างขวางใหญ่โตน่าเรียนขนาดไหนจะเหมือนโรงเรียนที่บ้านไหม"
"เหอะ นี่มันมหาลัยไม่ใช่โรงเรียนชุมชน
ปากพระเอกเนอะ😂😂😂