ตอน 1

ณ บ้านของแบงก์ ซึ่งเป็นจุดรวมพลของแก๊งเสือหนุ่ม ทุกคนต่างจับจ้องมาที่ใบหน้าของกวิน เมื่อเขานั้นกำลังนั่งหมดอาลัยตายอยากให้กับชีวิตที่กำลังจะผกผันในไม่ช้า

"สรุปมึงจะมานั่งอมทุกข์ ให้พวกกูดูว่างั้น มึงจะเอายังไงก็รีบพูดมา กูคิดถึงพระอาทิตย์กับพระจันทร์จะแย่แล้ว" เก้าพูดออกมาด้วยใบหน้าที่ยิ้มแฉ่ง เมื่อเขานั้นกำลังพูดถึงลูกรักแฝดชายหญิงวัยเตาะแตะกำลังซน

"กูยอมจริงๆ เลย ชื่อของลูกมึงเนี่ย กูว่านะ มึงรีบผลิตออกมาอีกเยอะๆ แล้วใช้ชื่อให้ครบจักรวาลไปเลย ชื่อลูกโลกก็ได้นะ กูว่ามันครอบคลุมดี" แบงก์พูดออกมาอย่างอารมณ์ดี ในขณะที่สายตาของเก้ามองมาที่เพื่อนรักอย่างขัดใจ

"ลูกโลกชื่อเพราะดีวะ เอาไว้ตั้งให้ลูกมึงคนต่อไปนะแบงก์ เบลล่ากับลูกโลกคล้องจองกันจะตายเชื่อกู" เก้าพูดออกมาในขณะที่ แบงก์เริ่มมีสีหน้าสงสัย

"คล้องจองกันตรงไหนวะ ไอ้นี่ตกภาษาไทย" แบงก์พูดออกมาในขณะที่เพื่อนๆ นั่งส่ายหัว ให้กับความซื่อหรือโง่ของเขาก็ไม่รู้

"ไอ้พายุบอกกูมาหน่อยซิ มึงจัดการกับแพรยังไงวะ กูอยากเอาไปใช้บ้าง แม่ง! แม่ดารามารียาของกู ตามตื๊อมาเป็นปีแค่ขี้เล็บยังไม่ได้สัมผัสเลย" กวินพูดออกมาด้วยใบหน้าที่บึ้งตึง ทั้งที่เสือหนุ่มอย่างเขามีผู้หญิงมากมายที่วิ่งเข้าหา แต่เขากลับเลือกมารียาที่เย็นชาใส่ราวว่าชายหนุ่มไม่มีตัวตน บางทีเขาก็แอบสงสัยว่าเธอไม่มีหัวใจเลยใช่ไหม ขนาดตามตื๊อมาเป็นปียังไม่เคยใจอ่อนให้เขาเลยสักที

"มานี่กูจะบอก แต่ห้ามเอาเรื่องนี้ไปเล่าให้ใครฟัง ไม่อย่างนั้นเมียกูเอาตายแน่!" พายุพูดพร้อมกับกระซิบลงไปที่ข้างหูของกวิน ถึงวิธีการที่เขานั้นเคยทำให้แพรไหม ต้องยอมพลีกายให้กับเขา อย่างไม่มีทางขัดขืนในสิ่งที่ประธานหนุ่มต้องการได้

"ไอ้เชี้ย! ไอ้เลว! แต่แผนมึงเจ๋งวะเพื่อน" กวินพูดออกมาเสียงดัง พร้อมกับดวงตาที่ฉายแววร้ายออกมา เมื่อเขานั้นไม่สามารถหาวิธีพิชิตใจมารียาได้ แม้เธอเองก็ไม่มีท่าทีจะชอบเขาเลยสักนิด แต่ถึงยังไงกวินก็จะเดินหน้าต่อ แน่นอนอะไรที่ได้มาง่าย ๆ ย่อมไร้ค่าไร้ราคาเช่น เพราะนารีคนอื่นๆ ที่ยอมพลีกายให้กับเขาง่ายๆ เพียงเพราะเงินตรา จึงทำให้มารียาดูมีค่ากว่าใครๆ

"แผนอะไร เล่ามาเลยนะไอ้กวิน" แบงก์ถามออกมาเสียงดัง เมื่อเขาเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ ที่ดูเหมือนมีแผนการผุดขึ้นมาจากมุมปากของกวิน

"ไม่มีอะไรหรอก แค่อยากมีเมียจนตัวสั่น และกำลังคิดหาวิธี ที่จะได้เมียมาเป็นตัวเป็นตนก็เท่านั้นเอง" คำพูดของกวินทำให้แบงก์กับเก้ามองตากันปริบๆ เมื่อเขากำลังคิดว่าแผนการของกวิน จะต้องมีอะไรแอบแฝงอย่างแน่นอน ภายใต้สายตาคมที่ฉายแววออกมามันดูมีเลศนัยแอบแฝงชอบกล

"มีอะไรค่อยคุยกันวันหลัง ได้เวลาไปรับลูกแล้ว ป่านนี้ยัยลูกหมู คงทำหน้างอที่คุณป๋าไปรับช้าขอตัวก่อนนะครับทุกคน" พายุพูดพร้อมกับเดินตรงไปที่รถ เมื่อลุงนนท์ลากลับบ้าน เขาจึงมีหน้าที่รับส่งใยไหมในขณะที่แพรไหมนั้นเลี้ยงลูกอยู่ที่บ้าน เพราะสายฟ้ากำลังซน จึงทำให้ผู้ช่วยนักออกแบบ กลายเป็นคุณแม่ลูกอ่อนไปโดยปริยาย

"ท่านประธานไปแล้ว ขอตัวนะครับคุณกวิน ผมคิดถึงเด็กแฝดใจจะขาดแล้ว" เก้าพูดจบก็เดินออกไป ปล่อยให้แบงก์และกวินมองตามอย่างหมั่นไส้ ที่เสืออย่างเก้า โดยภรรยาอย่างขวัญดาวถอดเขี้ยวเล็บ

"สรุปแล้วมีแผนอะไร อย่าบอกนะว่าจะใช้วิธีสกปรกกับแม่ดาราสาวนั่น กูว่ามันเสี่ยงอยู่นะ ถ้าเธอมีใจให้ก็ดีไป แต่ถ้าหากเธอมีใครอยู่ในใจแล้ว มึงกำลังจะทำผิดมหันต์กับผู้หญิงคนหนึ่ง ชีวิตนี้คุณอาจจะไม่ได้รับการอภัยจากเธอก็ได้ คิดเอาเองนะครับคุณกวิน" คำพูดของแบงก์เริ่มทำให้กวินลำบากใจ เมื่อสิ่งที่กำลังคิดจะทำนั้น ผลของมันอาจจะไม่เป็นอย่างที่เขาคาดหวังเอาไว้

"ขอบใจที่เตือน ขอตัวนะ ไม่กวนแล้ว" กวินพูดจบก็เดินจากไป ปล่อยให้แบงก์มองตามด้วยความแปลกใจ เมื่อเขานั้นแค่พูดออกไปเล่นๆ นึกไม่ถึงว่ากวิน จะคิดทำเรื่องแบบนั้นกับผู้หญิงได้

เมื่อกวินขับรถตรงมาจอดที่ข้างรั้วบ้านของอารียา แม้เธอจะเป็นดารา แต่หญิงสาวก็ไม่ชอบอยู่คอนโดหรูหราเหมือนกับคนอื่นเขา อารียาตัดสินใจซื้อบ้านจัดสรรหลังไม่เล็กไม่ใหญ่มาก เพราะเธอนั้นต้องอยู่คนเดียว ดาราสาวเคยชวนยายมาอยู่ด้วยหลายครั้ง แต่หญิงสูงวัยก็ปฏิเสธเธอทุกครั้ง เมื่อเมืองกรุงศรีวิไลไม่เหมาะกับหญิงแก่ๆ อย่างยายของเธอ เพราะอยู่บ้านนอกมีบรรยากาศสดชื่น ที่แสนจะร่มรื่นน่าอยู่น่าอาศัย ท่ามกลางต้นไม้และท้องทุ่ง

อารียานั่งอยู่ที่สวนหย่อมหน้าบ้าน วันนี้เธอไม่มีงานที่กองถ่าย เพราะเป็นวันอาทิตย์ ซึ่งเป็นวันหยุดที่ดาราสาวจะงดรับงาน เพื่ออยู่บ้านคุยกับผู้เป็นยาย

"เป็นจั่งได๋ยายบ่ออยากมาหยามหลานเลยติ งานมะลิจั่งแม่นหลายคัก คิดฮอดยายเด้อ ให้อ้ายสิงห์พาขึ้นเครื่องบินมาบ่อได้ติยาย" (เป็นไงบ้างยายไม่อยากมาเยี่ยมหลานเลยเหรอ งานมะลิเยอะมาก คิดถึงยายจัง ให้พี่สิงห์พาขึ้นเครื่องมาไม่ได้เหรอคะยาย) ดาราสาวพูดจากออดอ้อนผู้เป็นยายออกไป ผ่านสมาร์ตโฟนเครื่องแพง

"โอ๊ย! บ่อเด้อ! ยายย้าน นั่งรถไฟกะพอแฮงแล้ว ให้ขึ้นเครื่องบินพะนะ บ่อเอาดอก ขาบ่อถึงดินจั่งได๋ จั่งได๋กะบ่ขึ้นเด็ดขาด มื่อได๋อีหล่าว่างกะจั่งมาหยามยายเด้อ" (โอ๊ย! ไม่นะยายกลัว นั่งรถไฟก็จะแย่แล้วให้นั่งเครื่องบินไม่เอาหรอก เท้าไม่ถึงพื้นดินยังไงก็ไม่ขึ้นเด็ดขาด เมื่อไหร่หนูว่างค่อยมาเยี่ยมยายก็ได้) คำพูดของผู้เป็นยายทำให้ดาราสาวยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ แน่นอนอารียานับวันตั้งตารอให้ถึงวันอาทิตย์ไวๆ เพราะมันเป็นวันเดียวที่เธอนั้นได้คุยกับผู้เป็นยายแบบเต็มอิ่ม หญิงสูงวัยที่เติมเต็มทุกสิ่งเข้ามาในเสียงสมาร์ตโฟน ส่งผลให้เธอนั้นมีพลังอยากสู้ทำงานต่อไป แม้ว่าเธอนั้นจะปลดหนี้ให้กับผู้เป็นยายไปได้หมดแล้วก็ตามที มารียาตั้งใจว่าจะทำงานเก็บเงินอีกไม่กี่ปีก็จะลาออกจากวงการไปอยู่บ้านกับผู้เป็นยาย

ตอน 2

"ยายมะลิฮักยายหลายเด้อ ปานได๋ยายสิไซ่โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มะลิซื้อให้จักเถื่อ อ้ายสิงห์เลาสมัครเฟซสมัครไลน์ไว้แล้ว เวลาเว้าเฮาจั่งสิได้เห็นหน้ากัน มะลิอยากคุยแบบเห็นหน้ายายแหม คิดฮอดยายล๋ายหลาย" (ยายมะลิรักยายมากนะ เมื่อไหร่ยายจะใช้โทรศัพท์เครื่องใหม่ที่มะลิซื้อให้สักที พิสิงห์แกสมัครเฟซสมัครไลน์ไว้แล้ว เวลาคุยกันจะได้เห็นหน้ากัน มะลิอยากคุยแบบเห็นหน้ายายจัง คิดถึงยายมากเลย) มะลิอ้อนผู้เป็นยายออกไปตามสายอีกครั้ง เมื่อหญิงสูงวัยนั้นไม่ยอมใช้สมาร์ตโฟนเครื่องใหม่

"จักแม่นโทรศัพท์อีหยังน้อ เห็นแต่ซุมเด็กน้อยผู้บ่าวผู้สาวมันพากันนั่งเขี่ยอยู่เบิ้ดมื่อ ยายคือสิเขี่ยบ่อเป็นดอก" (ไม่รู้ว่าโทรศัพท์อะไร เห็นแต่เด็กหนุ่มเด็กสาว นั่งจิ้มกันทั้งวัน ยายคงจะจิ้มแบบนั้นไม่เป็นหรอก) คำพูดของยายทำให้อารียานั้นยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ เมื่อเธอกำลังนึกถึงใบหน้าและแววตาของผู้เป็นยาย แม้จะจากมาไกล แต่หัวใจของเธอยังคงรักและห่วงใยคุณยายเสมอ ไม่เคยเปลี่ยนแปลง แม้ว่าเธอจะกลายเป็นดาราดังแล้วก็ตาม แต่ความเป็นอารียาหญิงสาวจากต่างจังหวัด ก็ไม่เคยถือตัว ว่าตนนั้นเป็นดาราแนวหน้าของเมืองไทย

แต่ทว่าในเวลานี้นั้น คนที่แอบมองซุ่มอยู่ข้างรั้ว ถึงกับทำหน้าบึ้งตึง เมื่อกวินกำลังคิดว่าแม่ดาราสาวของเขา คงกำลังคุยกับคนของใจอยู่แน่นอน มารียาถึงมีอาการและสีหน้าที่แสดงออกมาราวกับว่ามีความสุขล้นเหลือแบบนั้น เธอจะรู้ไหมว่าคนที่แอบมองกำลังน้อยใจ และท้อใจกับการที่เขาแอบตามเธอมาเป็นแรมปี

ท่ามกลางความสงสัยที่เกิดขึ้นภายในใจ ทำให้ชายหนุ่มนั้น ทำในสิ่งที่ไม่คาดคิดมาก่อนลงไป ด้วยการปืนข้ามรั้วเข้าไปในบ้านของมารียา เมื่อหัวใจของเขาไม่สามารถหยุดรักเธอได้ ไม่ว่าเธอจะผลักไสไล่ส่งยังไงเขาก็จะไม่ไป เมื่อเธอคือคนของใจ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันนี้จะขอคุยกับเธอให้รู้เรื่อง

ตุ๊บ! กวินกระโดดลงจากรั้ว แล้วค่อยๆ ย่องเข้าไป มารียายังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนในสวนหย่อมหน้าบ้าน เธอวางสายจากผู้เป็นยายแล้ว ก่อนจะนั่งใจลอยนึกถึงวันคืนที่ผ่านมา ความลำบากที่ยายพยายามหายืมเงินมา เพื่อส่งเสียให้เธอได้เรียนหนังสือ บางวันนั้นแทบจะไม่ได้เงินไปโรงเรียนด้วยซ้ำ แต่วันนี้เธอพอจะตั้งตัวได้ มีเงินมากมายกว่าที่คาดคิดเอาไว้ แต่มารียากลับไม่มีความสุขเลยในชีวิต เมื่อเธอนั้นไม่มีคุณยายอยู่ข้างๆ เหมือนวันคืนที่ผ่านมา

"ขอคุยอะไรด้วยหน่อยสิ" กวินเดินเข้าไปใกล้ พร้อมกับกระซิบเบาๆ ที่ข้างใบหูของมารียาจากทางด้านหลัง

"ว้าย! นี่คุณเข้ามาในบ้านฉันได้ยังไง ฉันบอกคุณกี่ครั้งแล้วเลิกตามตอแยฉันสักทีรำคาญ" อารียาพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ เมื่อกวินเข้ามาในบ้านของเธอโดยไม่ได้รับอนุญาต

"ผมปืนรั้วเข้ามา แล้วคุยโทรศัพท์กับใคร ทำไมถึงได้ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ บอกมามันเป็นใคร!" กวินพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่แข็งกร้าว เขาจะรู้ตัวหรือเปล่าว่าไม่ควรใช้น้ำเสียงและกิริยาแบบนี้กับเธอ

"ฉันจะคุยกับใครแล้วมันเกี่ยวอะไรกับคุณ ที่สำคัญเราไม่ได้เป็นอะไรกัน และฉันก็ไม่ใช่ผู้หญิงในสต็อกของคุณ กรุณาเข้าใจด้วย" มารียาเองก็โวยวายออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่ชอบใจ ที่กวินนั้นกำลังทำตัวราวกับว่าเป็นเจ้าข้าวเจ้าของเธอ

"ใช่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน! ถ้าอย่างนั้นมาลองเป็นไหมล่ะ มานี่!" กวินพูดพร้อมกับฉุดข้อมือมารียาลุกขึ้นมา แล้วลากเธอเข้าไปในบ้าน "คุณจะทำอะไร ปล่อยนะ ปล่อยฉันสิ ถ้าไม่ปล่อยฉันจะตะโกนให้คนมาช่วย" มารียาพูดพร้อมกับพยายามแกะมือกวินออก แต่มันกลับไร้ผล เมื่อมือแกร่งของกวินรัดแน่นจนเป็นรอยแดง

"คุณกล้าตะโกน ก็ลองดูสิ ทุกคนจะได้แห่มาดูแม่ดาราสาวกับข่าวฉาวโฉ่" คำพูดของกวิน กำลังตอกย้ำไปที่หัวใจของมารียา เมื่อเธอกำลังคิดว่าสาเหตุที่เขาผ่านเข้ามานั้นแค่นึกสนุก เพียงเพื่อต้องการทำร้ายเธอ ที่ไม่ยอมพลีกายให้กับเขาไปง่าย ๆ เหมือนดั่งผู้หญิงคนอื่นๆ ที่ดองอยู่ในสต็อกของเขา

ตุ๊บ!

"โอ๊ย! ฉันเจ็บนะ ทำบ้าอะไร ที่บ้านไม่มีใครรักหรือไง ถึงได้ทำตัวเรียกร้องความสนใจใครเขาไปทั่ว" มารียาพูดพร้อมกับลูบลงไปที่สะโพกตัวเองไปมา แม้โซฟาจะนุ่ม แต่แรงผู้ชายที่เขาทุ่มเธอลงมานั้นไม่เบาเลย

"ผมขอโทษเจ็บตรงไหนหรือเปล่า ไหนดูซิ" กวินพูดพร้อมกับย่อตัวลงไปคุกเข่ากับพื้น แล้วเอามือลูบลงที่สะโพกของมารียา

เพียะ! ฝ่ามือเรียวตีลงที่ต้นแขนของกวินอย่างแรง เมื่อสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังทำนั้น ไม่ต่างอะไรกับว่าเขากำลังลวนลามเธออยู่

"โอ๊ะ! คุณตีผมทำไมเนี่ย เจ็บนะ คนเขาอุตส่าห์เป็นห่วง" กวินพูดออกมาราวกับว่า อารียาล้มลงไปกองกับโซฟาเอง ทั้งที่ความเป็นจริงแล้วเขาคือต้นเหตุให้เธอต้องเจ็บตัว

"ถามจริงเถอะ ก่อนจะพูดอะไรใช้สมองกรองก่อนไหม ที่ฉันต้องเจ็บตัวเนี่ย เพราะใคร! กลับบ้านคุณไปได้แล้ว ฉันต้องการพักผ่อน"

แต่ดูเหมือนคำพูดของมารียาจะไม่เป็นผล เมื่อกวินลุกขึ้นไปนั่งที่โซฟาข้างๆ เธอ ชายหนุ่มกลับนั่งไขว่ห้างกระดิกเท้าไปมา เขาทำราวกับว่าเป็นบ้านของตน แถมยังนั่งหูทวนลมไม่สนใจคำพูดของเธอเลยสักนิด

ตอน 3

"ที่บ้านคุณคงเลี้ยงลูกแบบตามใจ เลยเอานิสัยแย่ๆ มาใช้กับคนอื่นไปทั่ว แต่ฉันว่ามันไม่ได้อยู่ที่นิสัย แต่อยู่ที่สันดานของคุณมากกว่า เพราะคนอย่างคุณคงสะกดคำว่ามารยาทไม่เป็น" มารียาพูดออกมาด้วยความเอือมระอา เมื่อกวินนั้นมีทีท่าดูเหมือนว่าจะไม่สนใจในคำพูดของเธอเลยสักนิด

"คุณพูดเหนื่อยไหม แต่ผมฟังแล้วรู้สึกเมื่อยและก็หิวมากด้วย ในครัวพอมีอะไรให้รับประทานไหมครับ" กวินพูดพร้อมกับดีดตัวลุกขึ้นยืน แล้วเดินตรงเข้าไปในครัว โดยที่ไม่ได้สนใจว่าเจ้าของบ้านจะอนุญาตหรือไม่

"โอ๊ยนอ! คนผีบ้านี่มันคือเว่ายากตายมันแท้ เว่ามาแล้วกะสูนคัก เบิ้ดคำสิเว่าแล้วล่ะ เชิญตามสบายโลด เขาว่าดาราคือคนของประชาชนคือสิแม่น มื่อนี่ล่ะคนของประชาชนอย่างคักเลย!" (โอ๊ย! ไอ้คนบ้าเอ๊ยทำไมพูดจาไม่รู้เรื่องแบบนี้ พูดมาแล้วโมโห ไม่อยากจะพูดแล้วอยากจะทำอะไรก็เชิญตามสบาย นี่ใช่ไหมที่เขาว่าดาราคือคนของประชาชน วันนี้เข้าใจแจ่มแจ้งแล้ว)

มารียาพูดจาโวยวายออกมาเสียงดัง จนทำให้กวินนั้นแอบฉีกยิ้มกว้าง ให้กับคำพูดของเธอ ที่เขานั้นฟังไม่เข้าใจ แต่ก็พอจะรับรู้ได้ กับน้ำเสียงของเธอที่ดังออกมา ดาราสาวคงจะไม่พอใจ แต่ต่อไปนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น เขาก็จะไม่ถอยกลับไปอีกแล้ว จะขอเดินหน้าสู้ต่อไป เพื่อพิชิตหัวใจของเธอมาให้ได้ นั่นคือสิ่งที่กวินกำลังคิดและทำอยู่ในขณะนี้ เขาจะถือคติที่ว่าด้านได้อายอด เพราะอาหารมื้อเที่ยงฝีมือของเขา มารียาจะต้องได้ชิมอย่างแน่นอน

ในขณะที่กวินขะมักเขม้นทำอาหารอยู่ในครัว มารียาได้เผลอหลับไปที่โซฟากว้าง ตั้งแต่ตอนไหนก็ไม่รู้ ทั้งที่ความเป็นจริงเธอควรจะไล่กวินไปให้พ้นๆ แต่มารียากลับเลือกที่จะนิ่งเฉย นั่นเป็นเพราะว่าเธอเองก็อาจจะมีใจให้เขาไปบ้างแล้ว แต่ยังไม่รู้ตัว เมื่อน้ำหยดลงหินทุกวันหินมันยังกร่อนนับประสาอะไรกับใจคน ที่กวินแอบสะกดรอยตามเธอไปทุกที่ และเขาก็มักจะลักลอบเข้ามาในบ้านของเธอบ่อยครั้ง จนบางทีมารียาเองก็รู้สึกว่าเขานั้น ชักจะทำตัวกลมกลืน คล้ายกับเป็นเจ้าของบ้านหลังนี้ไปทุกที

"คุณตื่นมาทานข้าว นอนหรือซ้อมตาย ผมเรียกคุณตั้งนานแล้วทำไมไม่ลุก" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับเขย่าลงไปที่ต้นแขนของมารียาเบาๆ ทั้งที่ความเป็นจริงแล้ว เขาแอบนั่งมองเธออยู่ตั้งนาน ความสวยบนใบหน้าที่ปราศจากเครื่องสำอาง ทำให้กวินคิดว่าเธอนั้นไม่ต้องพึ่งสิ่งเหล่านั้นมาแต่งแต้ม มารียาก็สวยแบบไม่มีที่ติอยู่แล้ว และที่สำคัญเธอเป็นผู้หญิงเพียงคนเดียว ที่ทำให้หัวใจของเขาเต้นแรง เมื่อเข้าใกล้เธอทุกครั้ง ความรู้สึกที่มีมันยิ่งตอกย้ำให้เขาอยากใช้ชีวิตร่วมกันกับเธอ

"อืม..ยุ่งแท้ ว่าสินอนเว็นแหน่จักหน่อย เจ้านี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรข่อยแต่ชาติปางก่อนติ ตามตอแยอยู่ได้" (อืม..ยุ่งจัง ว่าจะนอนพักช่วงกลางวันสักหน่อย คุณนี่เป็นเจ้ากรรมนายเวรของฉัน แต่ชาติปางก่อนหรือไง ถึงได้ตามราวีอยู่ได้) มารียาพูดออกมาพร้อมกับทำหน้ามุ่ยอย่างรำคาญใจ แต่กวินกลับฉีกยิ้มกว้าง เขาชอบจังเวลาที่เธอนั้นโวยวาย กวินไม่เคยเห็นผู้หญิงคนไหนขี้โมโหแล้วน่ารักเท่ากับมารียามาก่อน "เรียกแทนตัวเองว่ามะลิสิ! ผมชอบชื่อนี้น่ารักดี ลุกขึ้นได้แล้วอย่างอแง" กวินพูดพร้อมกับฉุดมารียาลุกขึ้น จนดาราสาวมองออกไปอย่างไม่ชอบใจ ที่เขานั้นถึงเนื้อถึงตัวเธอ

"ปากว่ามือถึง นิสัยของคุณ คงทำแบบนี้กับผู้หญิงเสียจนเคยชิน แต่ขอบอกไว้ก่อนเลยนะ ฉันไม่ใช่หนึ่งในนั้นอย่างแน่นอน" มารียาพูดพร้อมกับผลักกวินออก เมื่อเธอนั้นไม่ชอบสัมผัสจากเขา เพราะกลัวว่าตัวเองจะเผลอใจไปกับชายหนุ่ม ที่แน่ๆ หากเขาหนีหน้าไปสักวัน เธอเองก็ไม่รู้ว่าความรู้สึกที่มีจะรู้สึกขาดหายขาดหายอะไรบางอย่างในชีวิตไปหรือเปล่า

"แตะนิดแตะหน่อยก็ไม่ได้ เดี๋ยวก็ฉุดทำเมียเลยซะนี่" กวินพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ แต่ก็ไม่สามารถทำอย่างที่พูด เพราะกลัวว่าเธอนั้นจะโกรธและเกลียดเขาไปตลอดชีวิตอย่างที่แบงก์เคยเตือน หากวันไหนเขาหน้ามืดขึ้นมาเรื่องนั้น ค่อยว่ากันอีกที

"ฉันถามจริงๆ เถอะ คุณไม่มีการมีงานทำเลยหรือไง หรือว่าเกิดมาเพื่อเกาะพ่อแม่กินไปวันๆ" มารียาพูดพร้อมกับตักข้าวใส่ปากอย่างเอร็ดอร่อย โดยลืมนึกไปว่าอาหารที่เลิศรสมื้อนี้ เป็นฝีมือของกวินทั้งสิ้น

"คุณไม่ต้องเป็นห่วงสวัสดิการของผมหรอก บังเอิญว่าที่บ้านผมรวย" กวินพูดออกมาอย่างลอยหน้าลอยตา เมื่อเขาไม่รู้ว่ามารียากำลังพูดจาประชดประชัน

"ชิ! จ้าพ่อเศรษฐี รวยมาก ฉันก็ขออวยพรให้คุณใช้ชีวิตแบบนี้ไปอีกนานๆ พ่อแม่คุณท่านไม่เอือมระอาเลยหรือไง ที่มีลูกชายไม่เอาการเอางานแบบนี้" มารียายังคงพูดจาแขวะกวินอย่างไม่เลิกรา เพราะเธอคิดว่าต่อให้รวยแค่ไหน เมื่อเขาโตเป็นผู้ใหญ่ก็ควรจะมีความรับผิดชอบมากกว่านี้ เพราะรู้สึกว่าเขาตามติดชีวิตเธอมาเป็นปี ไม่เห็นว่าจะมีวันไหนไปทำงานเลย

"คุณพูดยังกับว่า เป็นภรรยาของผมอย่างนั้นแหละ แต่ผมชอบนะ ที่คุณดูใส่ใจห่วงใยผมขนาดนี้" กวินยังคงพูดจาหยอดคำหวานไปให้กับมารียา แต่แม่ดาราสาวของเขากลับกลอกตามองบน ด้วยความหมั่นไส้ชายตรงหน้า

"รีบทานข้าว แล้วคุณก็รีบกลับบ้านได้แล้ว" มารียาพูดพร้อมกับยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม

"อิ่มแล้วเหรอ ทำไมคุณทานน้อยจัง ผอมยังกับกุ้งแห้งอย่าบอกนะว่าไดเอท" กวินพูดออกมาด้วยสีหน้าที่จริงจัง เพราะเขานั้นห่วงใยมารียา แม้ว่าเธอนั้นจะเป็นดารา ก็ควรรับประทานอาหารให้ครบห้าหมู่ ไม่ใช่อยากกินอะไรก็อดเอาไว้กลัวอ้วนไปหมด

"ฉันอิ่มแล้ว สงสัยอาหารจะไม่ถูกปาก เลยทานได้น้อย" มารียาพูดพร้อมกับลุกขึ้นเก็บจานชามไปล้างในครัว กวินมองตามหลังสาวร่างเล็ก พร้อมกับแอบยิ้มให้กับท่าทีของเธอ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED