ตอน 2

“แม่มาตีเตยทำไมจ๊ะ”

“ทำปากน่าเกลียด แม่พูดก็เถียงเหมือนเด็กไม่รู้จักโตเลยจริงๆ”

“จะให้เตยรีบโตไปไหนละจ๊ะ เตยอยากเป็นเด็กอยู่กับแม่แบบตลอดไปเลย” หญิงสาวกอดแม่อย่างประจบ

“โอ๊ย! เดี๋ยวมีแฟนก็ลืมแม่”

“ไม่มีหรอก เตยไม่มีแฟน เตยจะอยู่กับแม่แบบนี้ตลอดไป”

“ทำเป็นปากดี” แม่ใช้นิ้วชี้จิ้มหน้าผากของลูกสาว “ไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าได้แล้ว”

“กินข้าวก่อนไม่ได้เหรอแม่ หิ้วท้องมาจากวิทยาลัยเลยนะเนี้ย”

แม่อยากจะดุลูกสาว แต่เห็นแล้วก็ใจอ่อน ยอมให้กินข้าวก่อนค่อยไปอาบน้ำ ณิชารู้ดีว่าแม่ทำเป็นดุไปอย่างนั้น แต่จริงๆแล้วแม่เป็นคนใจดีมาก หลังรับประทานอาหารเย็นแล้ว ก็ถึงเวลาให้อาหารหมา4ตัวแมว6ตัวที่อยู่รวมกับไก่อีกนับสิบตัวได้เป็นอย่างดี หมาแมวพวกนี้เป็นพวกที่ถูกทิ้ง เธอก็เก็บมาเลี้ยงจนพ่อบ่นอยู่บ่อยๆ ถ้าไม่เพราะถูกพ่อห้ามไว้เธอคงเก็บมาเลี้ยงมากกว่านี้

“จำไว้นะ เล่นอยู่ในบ้านเราอย่ามุดรั้วข้ามไปฝั่งโน้นล่ะ”

หญิงสาวสั่งบรรดาสัตว์เลี้ยงแล้วก็จัดการเก็บถ้วยชามของหมาแมวไปล้างคว่ำไว้ให้เรียบร้อย ณิชาก็ได้อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเป็นชุดนอนเป็นเสื้อยืดตัวยาวคลุมเข่า ทับกางเกงขาสั้น แม่ติดดูละครและมักจะดูไปเย็บผ้าไปด้วย แม่ชอบเย็บตุ๊กตาตัวเล็กๆ ให้ลูกสาวเอาไปทำพวงกุญแจขาย หรือไม่ก็ถุงผ้าขนาดน่ารักๆ

ณิชาเดินขึ้นชั้นบน เธอเดินไปที่ระเบียงบ้านซึ่งทำให้มองเห็นเพื่อนบ้านได้ถนัดชัดเจน เธอมักจะอิจฉาบ้านหลังนั้นเสมอ เพราะมันดูสวยงามที่สุด เธอเคยไปบ่อยๆ เพราะต้องไปตามหมาที่มุดรั้วไปบ้านฝั่งโน้น ลุงกับป้าก็ใจดี เธอคิดไปเองว่าทั้งสองเป็นเจ้าของบ้านหลังงาม เพิ่งรู้ว่าเป็นบ้านคนอื่น คงจะเป็นคนรวยปลูกบ้านพักตากอากาศอีกละซิ แถวนี้มีตั้งหลายหลัง แต่เธอก็ไม่เคยเห็นหน้าเจ้าของบ้านเสียที

เธอมองเห็นความวุ่นวายของเพื่อนบ้านจากที่สูง คงอยู่ไม่นาน ฤดูหนาวที่นี่มีคนมาเที่ยวมากแต่หมู่บ้านของเธอเป็นทางผ่านไม่ใช่จุดที่นักท่องเที่ยวจะแวะเที่ยว ด้านหลังเป็นภูเขาสูงตระหง่าน

เจ้าของใบหน้าสวยถอนหายใจเบาๆ ถ้าเรียนจบเธอคงจะได้ทำงานในเมือง ถ้าเป็นแบบนั้นจริง เธอก็คงไม่ได้กลับมานอนบ้านแม่ทุกวันอย่างนี้แน่ เธออยากอยู่บ้านนี้ อยากอยู่ใกล้ๆแม่กับพ่อ แต่ถ้าถึงเวลาก็ต้องจากไป นกเมื่อถึงเวลาก็ต้องกางบินขึ้นไปบนท้องฟ้า

“สักวัน เตยจะหาเงินมาปลูกบ้านสวยๆ เหมือนบ้านหลังนั้นให้ได้”

หญิงสาวบอกกับตัวเองแล้วเดินกลับเข้าห้องนอนของตน เพื่อทำรายงานที่ต้องส่งอาจารย์

บ้านหลังงามสไตล์รีสอร์ทท่ามกลางบรรยกาศสงบเงียบ เหมาะกับการพักผ่อนแบบส่วนตัว เครื่องใช้ในบ้านหรูหราและทันสมัยสะดวกสบายครบครัน ทว่าดูเหมือนจะไม่อาจตอบสนองเจ้าของบ้านที่ท่าทางเกรียวโกรธตลอดเวลา

………….

“ออกไปให้หมด!”

“แต่คุณชานนท์ค่ะ”

“ออกไป! ผมอยากอยู่คนเดียว”

คนรับใช้และผู้ช่วยพยาบาลต่างมองหน้ากันเลิกลั่กก่อนพยักหน้าให้กันค่อยๆ เดินออกจากห้องไป เหลือเพียงชานนท์ชายหนุ่มวัยสามสิบที่นั่งอยู่บนรถเข็น รอบตัวมีข้าวของที่ถูกขวางปาเกลือนไปทั่วห้อง โครงหน้าได้สัดส่วนเต็มไปด้วยความทุกข์ระทมจนแทบไม่เห็นเค้าความหล่อเหลา

ชานนท์ระเบิดเสียงหัวเราะราวคนบ้า ก่อนหน้านี้เขาเป็นชายหนุ่มที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ ทาญาติมหาเศรษฐีร้อยล้านอย่างชานนท์เป็นที่รู้จักทั่วไป ทั้งเป็นข่าวในหน้าสังคม ทั้งยังได้ลงนิตยสารหลายฉบับ เพียงชั่วพริบตากลายเป็นชายที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นั่งบนรถเข็นราวกับคนพิการทั้งที่สองขาก็ยังมีอยู่ แต่มันไร้ซึ่งเรี่ยวแรง

เมื่อครึ่งปีก่อน หลังกลับจากไปเที่ยวยุโรป เขาเป็นไข้และรู้สึกอ่อนเพลีย ทีแรกเข้าใจว่าเกิดจากการเดินทางท่องเที่ยวยาวนานนับเดือน พักผ่อนไม่กี่วันน่าจะดีขึ้น แต่มันกลับตรงข้าม ปัสสาวะลำบาก อุจจาระลำบาก ขาสองข้างเริ่มอ่อนแรงชาขาสองข้าง ผู้ป่วยก็จะมีอาการชาตั้งแต่ระดับสะดือลงมา อาการปวด และความผิดปกติด้านความรู้สึกต่างๆ เช่น ร้อน-เย็น เจ็บปวด มีอาการมากกว่าปกติ ในตำแหน่งระดับเดียวกับที่เกิดอาการอ่อนแรง สุดท้ายเขาต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเอกชนและรู้ว่าตัวเองป่วยด้วยโรคประสาทไขสันหลังอักเสบเฉียบพลัน

ตอน 3

ใครจะรู้ ผู้ชายที่แข็งแรงและใช้ชีวิตแบบที่ใครต่อใครอิจฉา วันหนึ่งจะเจ็บป่วยถึงขนาดต้องนั่งรถเข็น พ่อส่งตัวเขาไปรักษาที่ต่างประเทศ การแพทย์เฉพาะทางและการรักษาแต่เนิ่นๆที่ตรวจพบทำให้เขามีโอกาสหายเป็นปกติ ชนิดของโรคที่เขาเป็นไม่หนักหนานัก สามารถรักษาด้วยยาคือการรักษาด้วยยาสเตียรอยด์ขนาดสูง นานประมาณ 2 สัปดาห์ ร่วมกับการทำกายภาพบำบัด ที่รวมถึงการฝึกระ บบขับถ่าย, การใช้ยาลดอาการเจ็บปวด, และใช้ยาลดการเกร็งของกล้ามเนื้อ ทั้งนี้การรักษาไม่ต้องผ่าตัด

ชานนท์รักษาตัวอยู่นานจนหมอมั่นใจว่าเขาจะกลับมาหายดี เพียงแค่ไม่ใช่คนหนุ่มเรี่ยวแรงเต็มร้อยเช่นเดิม และระหว่างนี้เขาต้องทำกายภาพบำบัดให้สองขากลับมาใช้งานได้อย่างปกติ

ทว่าเมื่อกลับมากรุงเทพฯ เพื่อนฝูงที่คบหา ไม่ซิ! จะเรียกว่าเพื่อนก็คงไม่ได้อีกต่อไป คนที่แทงข้างหลังคนอื่นได้ไม่ควรใช้คำว่าเพื่อนอีกต่อไป คนที่มาบอกว่ามาเยี่ยมนั้น แท้จริงมาดูว่าสภาพเขาน่าสมเพชแค่ไหน เขาไม่อยากจะอยู่เมืองไทยด้วยซ้ำ แต่พ่อกับแม่ขอร้องแกมบังคับ เพราะถ้าเขาไปอยู่อเมริกาก็ไกลหูไกลตา ท่านไม่อาจจะได้ดูแลลูกชายคนเดียวได้

“เอาอย่างนี้ พ่อกับแม่มีบ้านที่จังหวัด มันอยู่ไกลสักหน่อย แต่ไม่มีใครรู้จักหรอก ลูกไปอยู่ที่นั้นสงบๆ ไม่เจอผู้คนแล้วพักฟื้นตัวเองดีกว่า”

“ที่ไหนครับ”

พ่อกับแม่บอกสถานที่ไป เขาทำหน้างุนงง ไม่นึกว่าแม่จะปลูกบ้านไว้ในที่ไกลกันดารไม่ใช่แหล่งท่องเที่ยวอีกต่างหาก ก็เขามีคอนโดริมทะเล มีบ้านพักตากอากาศหลายแห่ง แต่บ้านติดทุ่งนานี่นะ! เขาเพิ่งจะเคยรู้

ชานนท์ไม่อยากขัดใจแม่กับพ่ออีก ระหว่างที่รับการรักษาตัว มีหลายความคิดประดังประเดเข้ามา เขาเอาแต่เที่ยวเล่นสนุกไปวันๆ จนอายุ 30 แล้ว ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน งานการที่บริษัทมีตำแหน่งเป็นถึงรองประธานแต่ก็เหมือนเป็นตุ๊กตาเพราะตัวเองไม่ได้ทำอะไรมากนัก ช่วงที่ป่วยสำนึกได้ว่าตัวเองไม่ได้ทำตัวเป็นลูกที่ดีนัก หากเป็นอะไรไปโดยไม่ได้ตอบแทนพระคุณพ่อแม่เลยก็ช่างน่าละอายนัก เขายอมอดทนต่อความเจ็บปวดในการรักษา เพียงเพื่อจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นคนใหม่อีกครั้ง

และเมื่อพ่อกับแม่ขอร้องให้เขามาที่นี่ เขาก็จำใจต้องมาอย่างไม่เต็มใจ เพียงเพราะไม่อยากขัดใจพ่อกับแม่อีกแล้ว

แต่การที่สองขายังไม่ค่อยมีแรงนั้นทำให้เขาหงุดหงิด การใช้ชีวิตติดรถเข็นมานานก็ไม่ได้ช่วยให้เขาเข้ากับมันได้ แม้จะพยายามฝึกเดินมากเท่าไหร่ ก็เหมือนจะยิ่งเดินได้ช้าลง ทุกอย่างดูขวางหูขวางตาไปหมด

เมื่ออยู่คนเดียว ชานนท์เริ่มสงบสติอารมณ์ได้ เห็นข้าวของที่พังเพราะน้ำมือเขาก็ได้แค่ถอนหายใจ คนรอบข้างคงลำบากใจเพราะเขาอีกแล้ว ชายหนุ่มขยับรถเข็นแล้วมองไปนอกหน้าต่าง แถวนี้เงียบสงบจริงๆ แค่สองทุ่มก็เหมือนทุกอย่างตกอยู่ในความมืด แม้จะอยู่ในหมู่บ้าน แต่บ้านแต่ละหลังก็ห่างกันพอสมควร เขาเห็นเพียงแสงสว่างจากบ้านหลังที่ใกล้ที่สุด

การที่เขามาพักฟื้นที่นี่ ไม่มีใครรู้ มันอาจจะดีกว่าต้องเจอคนมาแสดงความห่วงใยแบบจอมปลอบ เอาเถอะ พรุ่งนี้เขาจะเริ่มฝึกเดินอย่างจริงจังอีกครั้ง

ชายหนุ่มถอนหายใจหนักๆ แล้วก้มมองขาตัวเอง มันคงเป็นช่วงเวลาที่เขาต้องชดใช้กรรม แต่เขาก็จะพยายามที่จะผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปให้ได้

..........

เสาร์-อาทิตย์นี้ ณิชาไม่ได้ไปขายของที่ถนนคนเดินเพราะใกล้สอบแล้ว แถมยังมีรายงานที่ต้องเร่งทำส่งอาจารย์ให้ทันตามกำหนด ถึงจะเสียดายเงินที่หดหายไป แต่การอดทนเพื่อเรียนให้จบนั้นก็สำคัญกว่า หญิงสาวช่วยงานในบ้านของแม่เสร็จก็หิ้วโน้ตบุ๊คมานั่งทำงานที่ใต้ถุนบ้าน พร้อมกับกาแฟร้อนกับขนมไทยที่แม่ทำไว้ให้ ครู่หนึ่งก็มีมอเตอร์ไซค์กลางเก่ากลางใหม่มาจอดหน้าบ้าน แม่ก็แต่งตัวด้วยชุดสีดำออกมาจากในบ้านพอดี

“แม่ไปช่วยงานศพบ้านผู้ใหญ่ต๋องก่อนนะลูก”

“จ๊ะแม่”

ณิชาร้องยิ้มให้เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าเธอที่สวมเสื้อสีดำ แม่เดินไปนั่งซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์คนรู้จักแล้วรถก็เคลื่อนออกไป หญิงสาวรวบผมขึ้นเป็นหางม้า เธอไม่ค่อยชอบผมยาวของตัวเองนักหรอก แต่ทำยังไงได้ ก็แม่ขอไว้

“ไหนๆ ก็เกิดมาเป็นลูกสาวแม่ทั้งที ช่วยทำตัวเป็นผู้หญิงให้แม่หน่อยได้ไหมเนี้ย”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED