แม่คะดาวไปทำงานก่อนนะคะ อิงดาวเอ่ยกับมารดาก่อนที่จะเดินออกจากบ้านไป หล่อนไปขึ้นรถเมล์เพื่อไปทำงานอย่างเช่นทุกวันใช้เวลาไม่นานก็ถึงบริษัท ตั้งแต่เรียนจบมาอิงดาวทำงานที่บริษัทนี้ด้วยความจงรักภักดีตลอด แม้เงินเดือนจะน้อยนิดก็ตาม เพราะหล่อนคิดว่ามันใกล้บ้านและการเดินทางก็สะดวกสบาย เวลามาทำงานก็ไม่ต้องเร่งรีบ
แต่แล้วหล่อนก็โดนไล่ออกจากงาน เพราะว่ามีเรื่องกับผู้จัด การ ก็ไอ้ผู้จัดการบ้ากามนั่นมันลวนลามหล่อนทุกครั้งที่มีโอกาส หล่อนพยายามอดทนมาปีกว่าๆ และแล้วความอดทนของหล่อนมันก็สิ้นสุดลง
“อิงดาวคุณเข้ามาหาผมหน่อย” เสียงนายครรชิตซึ่งเป็นผู้จัด การพูดผ่านโทรศัพท์มา
อิงดาวรีบเข้าไปในห้องทำงานของผู้จัดการทันที คิดว่าเขามีงานอะไรเร่งด่วน แต่มันไม่ได้เป็นอย่างที่หล่อนคิด
“นั่งลงก่อนคุณดาว เราคงต้องคุยกันยาว” เขาพูดก่อนที่จะเดินไปล็อกประตู
“ผู้จัดการมีเรื่องอะไรจะคุยกับดาวเหรอคะ” หล่อนถามพลางพยายามข่มความกลัวเอาไว้
“เรื่องเดิมนั่นแหละคุณดาว ผมก็บอกคุณไปหลายครั้งแล้วนะถึงสาเหตุของการที่เงินเดือนคุณไม่เคยปรับขึ้นสักที คุณก็ไม่ใช่คนที่สวยอะไร ถ้าคุณยอมทำตามข้อเสนอของผม ผมรับรองเลยว่าหน้าที่การงานของคุณต้องไปได้ไกลกว่านี้แน่นอน”
“แต่ผู้จัดการมีภรรยาอยู่แล้วนะคะ อีกอย่างคนอย่างดาวไม่เคยคิดที่จะเอาตัวเข้าแลก แล้วดาวก็บอกผู้จัดการหลายรอบแล้วเหมือนกัน ถึงดาวจะไม่สวย แต่ดาวก็ไม่เคยคิดอยากจะเป็นเมียน้อยใครนะคะ”
“ผมไม่ได้จะให้คุณมาเป็นเมียน้อยผมหรอกดาว แต่ผมจะให้คุณเป็นเมียอีกคนก็เท่านั้นเอง คุณยอมผมดีๆ เถอะอย่าให้ผมต้องลงมือกับคุณเลย”
“อย่าเข้ามานะคะผู้จัดการ ถ้าคุณเดินเข้ามา ดาวจะร้องให้คนมาช่วย”
“อย่าเสียแรงเลยคุณดาว ถึงคุณจะร้องจนคอแตก ก็ไม่มีใครเขาเชื่อว่าคนอย่างผมจะจะทำอะไรผู้หญิงเฉิ่มๆ อย่างคุณหรอก”
ผู้จัดการพูดพลางเดินเข้ามากอดอิงดาว เขาพยายามจะจูบหล่อน แต่หล่อนก็พยายามดิ้นขัดขืน พออิงดาวหลุดจากการพันธนา การ หล่อนก็เอาหัวเข่ากระทุ้งเข้าที่เป้ากางเกงของผู้จัดการบ้ากามนั่นอย่างแรง เขาจุกจนแทบยืนไม่อยู่ได้แต่เอามือกุมของลับของตัวเองก่อนจะทรุดตัวลงนอนกับพื้นด้วยใบหน้าแดงก่ำ
อิงดาวรีบวิ่งออกจากห้องผู้จัดการ ด้วยท่าทางลนลาน ผมเผ้ายุ่งเหยิงไปหมด
“ช่วยด้วยค่ะ ผู้จัดการลวนลามดาวค่ะ” หล่อนพูดละล่ำละลักด้วยความตกใจ แทนที่เพื่อนร่วมงานจะเห็นใจหล่อน แต่กลับมีแต่คนหัวเราะเยาะ
“ดาวเธอจะบ้าหรือเปล่า อย่างผู้จัดการน่ะเหรอเขาจะทำอะไร เธอ ฉันว่าเป็นเธอมากกว่าที่ไปยั่วผู้จัดการแล้วเขาไม่เอา” เพื่อนร่วม งานคนหนึ่งพูดให้หล่อนพร้อมทั้งใช้สายตาเหยียดหยาม
“ถึงผู้จัดการเค้าจะมีอายุแล้ว แต่เขาก็ยังดูดีอยู่ เธอคิดว่าเขาจะมาสนใจคนไม่สวยแบบเธอเหรอดาว ฝันไปหรือเปล่าจ๊ะ” อีกเสียงแทรกขึ้นมา
“ก่อนจะกล่าวหาผู้จัดการดูสภาพตัวเองด้วยนะดาว แต่งตัวก็
เชยยังกับป้าแถมยังแว่นตาหนาเตอะอีก ทรงผมก็โบราณมาก ไม่รู้ว่าชาตินี้เคยเข้าร้านเสริมสวยรึเปล่า ถ้าไม่รู้มาก่อนว่าเธออายุ 24 ปี ฉันคงคิดว่าเธอเป็นป้าอายุ 40 ปีแล้วนะเนี่ย” ผู้หญิงในแผนกอีกคนพูดเสริมขึ้น
แล้วทุกคนก็หัวเราะเยาะหล่อนอย่างสนุกสนาน ไม่มีใครเชื่อที่หล่อนพูดแม้แต่คนเดียว ทั้ง ๆที่หล่อนเป็นผู้ถูกกระทำแท้ๆ เป็นเพราะหล่อนไม่สวยงั้นเหรอ ทุกคนถึงไม่เชื่อว่าหล่อนถูกลวนลาม
“อิงดาว! ผมไล่คุณออก ผมไม่คิดเลยนะว่าคุณจะร้ายกาจขนาดนี้ คุณกล้าดีมากที่เข้ามายั่วผมถึงห้องทำงาน หวังว่าจะใช้เต้าไต่ให้หน้าที่การงานของตัวเองดีขึ้น พอผมไม่เล่นด้วยก็ทำร้ายร่างกายแถมยังพูดจาใส่ร้ายผมอีก ผมผิดหวังในตัวคุณมากคุณดาว นิสัยที่แท้ จริงของคุณมันช่างขัดกับท่าทางเฉิ่มๆ ของคุณจริงๆ”
“เพื่อไม่ให้บริษัทเสื่อมเสีย ผมขอไล่คุณออกตั้งแต่ตอนนี้เลยคุณดาว รีบเก็บของของคุณออกไปเสียตั้งแต่ตอนนี้” ผู้จัดการพูดพลางชี้หน้าหล่อน
อิงดาวคิดไม่ถึงเลยว่าผู้จัดการจะเจ้าเล่ห์ขนาดนี้ เขากล้าใส่ร้ายผู้หญิงได้ยังไงกัน ช่างไม่มีสามัญสำนึกจริงๆ
“ผู้จัดการตอแหลเก่งกว่าผู้หญิงอีกนะคะ ฉันไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าจะมีผู้ชายที่ตอแหลแบบนี้อยู่ในโลกด้วย”
“ฉันจะบอกทุกคนเอาไว้ตรงนี้เลยนะ พวกคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม ทุกครั้งที่ไอ้ผู้จัดการบ้ากามนี่มันเรียกฉันเข้าไปในห้อง มันก็ลวน ลามฉันแทบจะทุกครั้ง ฉันแค่ไม่พูดเฉยๆ เพราะไม่อยากจะมีปัญหา แต่ในเมื่อทุกคนไม่เชื่อ ฉันก็หมดปัญญา ถ้ามีคนตกเป็นเหยื่อไอ้บ้ากามนี่ขึ้นมาจริงๆ อย่าหาว่าฉันไม่เตือนก็แล้วกัน”
“ผู้จัดการคะไหน ๆ ฉันก็จะไปแล้ว ฉันขอสักทีเถอะนะคะ” หล่อนพูดพลางยิ้มหวานให้ผู้จัดการแล้วหล่อนก็ถีบผู้จัดการล้มลงทันที
"อิงดาวคุณมันเกินจะเยียวยา" ผู้จัดการพูดให้หล่อน ก่อนจะร้องโอดครวญด้วยความเจ็บปวด เพราะหล่อนถีบเข้าไปตรงเป้าของเขาพอดี
“คราวหลังอย่าได้เสือกไปทำเหี้ยๆ แบบนี้กับใครอีกนะคะ” หล่อนพูดทิ้งท้ายก่อนจะคว้ากระเป๋าสะพายแล้วเดินออกจากบริษัทไป โดยไม่สนใจเสียงร้องด่าตามมาของผู้จัดการ
โชคดีที่หล่อนไม่มีของอะไรให้เก็บ เลยไม่ต้องเสียเวลา สิ้นสุดกันทีความเฮงซวยของฉัน หวังว่าฉันจะไม่เจอผู้ชายแบบแกอีกนะ ไอ้ผู้จัดการตัณหากลับ หล่อนคิดก่อนจะเดินสวยๆ ออกจากบริษัทไป
"กลับมาแล้วค่ะแม่" อิงดาวส่งเสียงบอกมารดา ก่อนที่จะเดินเข้ามาในบ้าน
“ดาวทำไมกลับมาเร็วจังเลยล่ะลูก ยังไม่ถึงเวลาเลิกงานไม่ใช่เหรอ”
"ดาวโดนไล่ออกจากงานค่ะแม่"
“อ้าว! ทำไมล่ะ งานสมัยนี้มันยิ่งหายากๆ อยู่”
“ผู้จัดการมันลวนลามดาวค่ะแม่ ดาวเลยถีบมันค่ะ” อิงดาวมองหน้ามารดาแล้วหล่อนก็พูดขึ้นว่า
“แม่ก็คงไม่เชื่อดาว เหมือนกับพวกที่อยู่ที่ทำงานสินะคะ ทุกคนคงจะคิดว่าคนขี้เหร่แบบดาว ใครมันจะมาลวนลามใช่มั้ยคะ” หล่อนพูดก่อนจะเดินขึ้นห้องนอนไปด้วยความน้อยใจ
สามเดือนแล้วที่อิงดาวตกงาน ถ้าภายในเดือนนี้หล่อนยังไม่ได้งานต้องแย่แน่ ๆเลย พ่อและน้องสาวของหล่อนคงต้องพูดให้หล่อนเป็นแน่
อิงดาวพึ่งจะเข้าใจคำว่า "งานมันหายาก" ก็วันนี้เอง หล่อนเดินสมัครงานมาตั้งหลายบริษัทแล้ว แต่ก็โดนปฏิเสธตลอด ไม่รู้ว่าเป็นเพราะโชคชะตาหรือว่าฟ้ากลั่นแกล้งกันแน่ น้องสาวของหล่อนพึ่งจะเรียนจบมาแท้ ๆ สมัครงานที่แรกก็ได้งานเลย แถมยังมีอีกตั้งหลายบริษัทที่เรียกน้องสาวหล่อนไปสัมภาษณ์
อิงดาวอยากจะตะโกนดังๆ ให้กับความซวยของตัวเองจริงๆ เลย ถ้าไม่เป็นเพราะไอ้ผู้จัดการบ้ากามนั่น หล่อนคงไม่ต้องตกอยู่ในสภาพแบบนี้ คอยดูนะถ้าฉันเจอแกอีก ฉันสัญญากับตัวเองเลยต้องแก้แค้นแกให้ได้
“ไอ้หื่นเฮ้ย!” อิงดาวพูดคนเดียว เมื่อนึกถึงใบหน้าของผู้จัดการ หล่อนก็ยิ่งทวีความโกรธขึ้นไปอีก
“ก๊อก ก๊อก ก๊อก!”
“ดาวออกมาทานข้าวเถอะลูก นี่มันจะเที่ยงแล้วนะลูก” เสียง
แม่ของหล่อนเรียกอยู่หน้าประตูห้อง
“ค่ะแม่ ดาวบอกแล้วไงคะ แม่ไม่ต้องเป็นห่วงดาวหรอก ถ้าดาวหิวดาวจะออกมาทานเอง” หล่อนพูดพลางเดินตามหลังมารดาลงไปข้างล่าง
“อย่าไปเครียดกับมันนักเลยดาว งานน่ะค่อยๆหาไปเดี๋ยวก็ได้เองแหละลูก”
“แต่นี่มันสามเดือนแล้วนะคะแม่ จะไม่ให้ดาวกลุ้มใจได้ยังไงคะ ยายเดือนสมัครงานไม่ถึงเดือนก็ได้งานแล้วทั้งๆ ที่เดือนไม่มีประสบการณ์การทำงานด้วยซ้ำ”
“แม่ว่าเราออกไปเปิดหูเปิดตาข้างนอกหน่อยดีมั้ย แม่เห็นเราขลุกอยู่แต่ในห้อง พอเราสบายใจขึ้นเดี๋ยวอะไรดีๆ มันก็เกิดขึ้นเองแหละ ไปเที่ยวนอกบ้านให้สมองปลอดโปร่ง ดาวจะได้มีกำลังใจในการหางานต่อไงลูก”
“เอาแบบนั้นก็ได้ค่ะแม่ เดี๋ยวทานข้าวเสร็จดาวออกไปดูหนังดีกว่าค่ะ งั้นดาวรีบทานก่อนนะคะจะได้รีบไป”
"ณ ห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่ง"
อิงดาวอารมณ์เสียออกมาจากโรงหนัง หล่อนดูหนังแทบไม่รู้เรื่อง ก็คู่รักชายหญิงที่นั่งอยู่เบาะข้างหน้าหล่อนจู๋จี๋กันตลอดเวลาหล่อนแทบจะได้ดูหนังสดอยู่แล้ว สองคนนี้เสียมารยาทจริงๆ เลย ถ้าอยากจู๋จี๋กันทำไมไม่ไปโรงแรม มาที่โรงหนังทำไมหล่อนคิด ก่อนจะรีบเดินออกมาจากตรงนั้น
อิงดาวไปที่ร้านหนังสือ ไหน ๆ หล่อนก็ว่างงานแล้ว ไปหาหนังสือนิยายสักเล่มสองเล่มกลับไปอ่านดีกว่า ก้มหน้าก้มตาหางานอย่างเดียว จนจะเครียดตายอยู่แล้ว หลังจากหาหนังสือที่อยากได้ครบแล้วหล่อนก็รีบไปจ่ายตังค์ทันที
อิงดาวมองดูนาฬิกาข้อมือ นี่หล่อนอยู่ที่ร้านหนังสือเป็นชั่วโมงเลยเหรอ หล่อนคงต้องรีบกลับบ้าน เพราะว่าออกมาข้างนอกนานเกินไป ยังไงเสียหล่อนก็ต้องรีบกลับไปหางานอยู่ดี หล่อนหยิบถุงหนังสือแล้วรีบเดินออกมาจากร้านทันที
“โครม !!!”
“ว๊ายยย!!” อิงดาวกรี๊ด ก่อนที่หล่อนจะล้มลงก้นกระแทกพื้นอย่างจัง หนังสือกระจัดกระจายเต็มพื้น หล่อนพยายามเอามือควานหาแว่นสายตา ไม่รู้ว่ามันหล่นไปที่ไหน
“นี่หล่อน! เดินไม่ดูตาม้าตาเรือเลยนะ จะรีบไปไหนไม่ทราบยะ” เสียงผู้หญิงคนหนึ่งแว้ดๆ ใส่หล่อน
“ต้องขอโทษด้วยนะคะ ฉันไม่ทันระวัง คุณเจ็บตรงไหนหรือเปล่าคะ” อิงดาวพูดพลางมือก็ควานหาแว่นสายตา
“เจ็บสิยะ! ถามออกมาได้ว่าเจ็บมั้ย ไม่สวยแล้วยังซุ่มซ่ามอีกนะ”
“ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมก็ต้องขอโทษคุณเช่นกัน...แล้วคุณเจ็บตรงไหนมั้ยครับ”
“ฉันไม่เป็นไรค่ะ” อิงดาวตอบออกไปทั้ง ๆ ที่ตอนนี้หล่อนเจ็บก้นจนแทบจะลุกไม่ขึ้นอยู่แล้ว
“ถ้าคุณไม่เป็นอะไรก็ดีครับ นี่ครับหนังสือและก็แว่นของคุณ” ธีรวัฒน์พูดพลางยื่นถุงหนังสือและก็แว่นสายตาให้หล่อน
“วัฒน์ทำไมต้องขอโทษยายเฉิ่มนี่ด้วยคะ” จีน่าพูดพร้อมทั้งทำท่ากระเง้ากระงอด หล่อนคงจะคิดว่าหล่อนน่ารักมากกระมัง
“ไม่เป็นไรหรอกน่าจีน่า คุณก็ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย”
“ถ้าคุณไม่เป็นอะไร ผมขอตัวก่อนนะครับ” เขาพูดพลางเดินหันหลังไปจากตรงนั้น
อิงดาวพึ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไม่เห็นหน้าคนที่หล่อนเดินชนเลยหล่อนจึงรีบหยิบแว่นสายตาขึ้นมาใส่ แต่ว่าผู้ชายและผู้หญิงคนนั้นเดินไปไกลแล้ว แต่ดูจากข้างหลังเหมือนเคยเห็นที่ไหนนะ หล่อนคิดในใจ ก่อนจะรีบออกไปเรียกแท็กซี่
อิงดาวเดินมาขึ้นแท็กซี่กลับบ้าน หล่อนคิดวนไปวนมาว่าเคยเจอสองคนนั้นที่ไหนนะ ทำไมถึงคุ้นจัง เหมือนเคยเห็นที่ไหน
ในที่สุดหล่อนก็คิดออก สองคนนี้นี่เองที่ทำ ให้หล่อนดูหนังไม่รู้เรื่อง บ้าชะมัดเลย ถ้ารู้ว่ายายผู้หญิงคนนั้นเป็นคนเดียวกันกับที่อยู่ในโรงหนังแม่จะด่าให้ลืมทางกลับบ้านเลย
พอกลับมาถึงบ้าน อิงดาวรีบเข้าไปในห้องนอน แล้วรีบเปิดโน้ตบุ๊กทันที กะว่าจะกรอกใบสมัครงานสักหน่อย พลันสายตาก็เหลือบไปเห็นถุงหนังสือนิยาย ความขี้เกียจก็เข้าครอบงำหล่อนทันทีอ่านหนังสือนิยายก่อนดีกว่า ใบสมัครงานเอาไว้อ่านนิยายเสร็จแล้วค่อยมากรอกก็ได้ รีบกรอกไปก็ใช่ว่าจะได้งานวันนี้นี่นา หล่อนคิดเข้าข้างตัวเอง
แน่นอน! ตอนนี้อิงดาวกำลังเพลินกับการอ่านหนังสือนิยายมาก หล่อนอ่านเพลินจนกระทั่งไม่กินข้าวเย็นเลยทีเดียว พอรู้ตัวอีกที
“ตีสาม! บ้าไปแล้ว นี่ฉันอ่านหนังสือนิยายตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงตีสามเลยเหรอนี่ ใบสมัครงานก็ยังไม่ได้กรอกเลย มารู้สึกผิดตอนนี้ก็สายเกินไป งั้นนอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยว่ากันใหม่” ว่าแล้วหล่อนล้มตัวลงนอนทันที
เรายังไม่ได้อาบน้ำเลยนี่นา นอนทั้งแบบนั้นเลยดีกว่า พรุ่งนี้ค่อยอาบละกัน ไม่เป็นไรหรอกอีกไม่กี่ชั่วโมงก็เช้าแล้ว เมื่อคิดได้แบบนั้นอิงดาวก็หลับปุ๋ยไปทันที
“รุ่งขึ้นเวลา 10.00 น.”
“กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง!” เสียงโทรศัพท์ดังขึ้น
“ใครวะ! กล้าโทรมาขัดจังหวะการนอนของฉันแต่เช้าแบบนี้” อิงดาวบ่นอุบก่อนจะหยิบโทรศัพท์มากดรับสาย ทั้งๆ ที่ตาของหล่อนยังหลับสนิทอยู่
“ฮัลโหล” หล่อนกรอกเสียงใส่โทรศัพท์ ด้วยอาการงัวเงีย
“สวัสดีค่ะ! ดิฉันโทรจากฝ่ายบุคคลของบริษัท ที.เอ็น.กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) นะคะ พรุ่งนี้ทางเจ้าหน้าที่ขอนัดคุณมาสัมภาษณ์งานนะคะ ไม่ทราบว่าคุณอิงดาว จะสะดวกมั้ยคะ”
เมื่อได้ยินแบบนั้นอิงดาวรีบเด้งตัวขึ้นมาจากที่นอนทันที ก่อนหล่อนจะตอบไปด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
“สะดวกค่ะ สะดวกแน่นอนค่ะ”
“โอเคค่ะ พรุ่งนี้จะเริ่มสัมภาษณ์เวลา 9.00 น.กรุณามาให้ตรงเวลาด้วยนะคะ”
“ค่ะ ขอบคุณมากนะคะ” อิงดาวกดวางสาย ดวงตาของหล่อนเปล่งประกายอย่างมีความหวัง
ในที่สุดก็มีบริษัทที่เรียกหล่อนสัมภาษณ์สักที ที่ผ่านมาหล่อนยื่นใบสมัครไปตั้งหลายที่ มีแค่ไม่กี่บริษัทที่เรียกหล่อนไปสัมภาษณ์ แต่ก็ไม่มีบริษัทไหนรับหล่อนเข้าทำงานเลย
“กรี๊ดดดด... แม่!...แม่อยู่ไหนคะ” หล่อนตะโกนเรียกมารดาเสียงดังลั่น
“แม่คะ!! แม่อยู่ไหนคะนี่” หล่อนตะโกนอีกทีพลางวิ่งลงบันไดมา
“มีอะไรดาว? ทำไมร้องโหวกเหวกโวยวายแบบนี้ แม่ตกใจหมดเลย เรานี่! ไม่มีความเป็นกุลสตรีเลยนะ”
“ก็ดาวดีใจนี่คะแม่ มีบริษัทโทรมาเรียกดาวไปสัมภาษณ์งานแล้วค่ะ”
“ร้องเสียงดังขนาดนี้ อยากประกาศให้คนทั้งซอยรู้หรือไงลูกบอกแม่เบาๆ ก็ได้ลูก รอให้ดาวได้งานก่อน หนูค่อยตะโกนนะลูกนะ จะตะโกนเสียงดังแค่ไหนแม่ก็จะไม่ว่าเราเลย”
“แม่อะ! เริ่มจะเหมือนพ่อกับยายเดือนแล้วนะคะ ไม่เข้าข้างดาวเลย ก็ดาวดีใจนี่คะ นานๆ ทีจะมีบริษัทเรียกไปสัมภาษณ์ แต่ไม่เป็นไรค่ะ วันนี้ดาวไม่โกรธแม่ก็ได้ ดาวอารมณ์ดี” หล่อนพูดเองเออเองก่อนจะนั่งลงที่โซฟา
อิงดาวมานั่งดูทีวีที่ห้องรับแขกด้านล่างอย่างสบายใจประหนึ่งว่าตัวเองได้งานแล้ว
“ใกล้จะได้งานหรือยังยายดา”" เสียงบิดาของหล่อนเอ่ยถามขึ้นประโยคแรกเมื่อเดินเข้าบ้านมา
“ใกล้ได้แล้วล่ะพ่อ พรุ่งนี้มีสัมภาษณ์อยู่บริษัทหนึ่ง”
“ให้มันได้จริงๆ เหอะ พ่อขี้เกียจจะเลี้ยงแกจะแย่แล้ว นอนเล่นอยู่บ้านตั้งสามเดือนแล้วนะเราน่ะ จะไม่ทำงานเป็นปีเลยหรือไง”
“พ่ออะ! ไม่ให้กำลังใจดาวเลย นี่ลูกสาวพ่อนะคะ” หล่อนพูดพลางทำท่างอนใส่บิดา
“มันก็จริงอย่างที่พ่อว่าแหละพี่ดาว” อิงเดือนที่พึ่งเดินเข้ามาพูดเสริม น้องสาวของหล่อนเป็นกองหนุนให้พ่อเสมอ
“แม่คะ! พ่อกับเดือนรุมดาวค่ะ แม่ช่วยดาวทีค่ะ” หญิงสาวตะโกนฟ้องมารดาเสียงดัง
“อะไรกันอีกละสามคนพ่อลูก”
“อย่าว่าสามคนเลยค่ะแม่ พ่อกับเดือนสิคะว่าให้ดาว หาว่าดาวนอนเล่นอยู่บ้านไม่ยอมทำการทำงาน แค่นี้ก็จะเลี้ยงดาวไม่ไหวแล้ว มันน่าน้อยใจมั้ยคะแม่ แค่เลี้ยงลูกสาวคนเดียวกับพี่สาวคนเดียวก็ไม่อยากจะเลี้ยงซะแล้ว”
“เอาน่า! อย่างอนพ่อกับน้อง เขาก็พูดความจริงนี่ลูก” มารดาหล่อนเสริม
"แม่อ่าาาา...ดาวจะน้อยใจจริงๆ แล้วนะคะ"
ทุกคนหัวเราะขึ้นพร้อมกันที่ได้แกล้งอิงดาว ก็หล่อนน่าแกล้งแบบนี้ไง ทุกคนในบ้านถึงได้ชอบแกล้งหล่อน หล่อนรู้อยู่แล้วถึงแม้ว่าหล่อนจะไม่ทำงานครอบครัวหล่อนก็มีกินมีใช้ ถึงจะไม่ร่ำรวยมากก็เถอะ
“พ่อกับน้องพูดเล่นน่า เอาแบบนี้แล้วกัน ถ้าพรุ่งนี้ดาวได้งาน พ่อจะเป็นเจ้ามือเลี้ยงข้าวชุดใหญ่เลย พ่อให้ดาวเป็นคนเลือกร้านเองเลย”
“ตามนี้นะคะพ่อ ห้ามเบี้ยวนะคะ ทุกคนเป็นพยานให้ดาวด้วยนะคะ”
“โอเคๆ แม่เป็นพยานให้เอง แม่ก็ชอบของฟรีเหมือนกัน”
“ไม่ค่อยจะงกเลยนะแม่” เสียงบิดาของหล่อนเอ่ยขึ้น
“นิดหนึ่งน่าพ่อ ไปค่ะทุกคนไปทานข้าวกัน แม่จัดโต๊ะเรียบร้อยแล้ว”
คืนนี้อิงดาวนอนหลับไปด้วยความตื่นเต้น ก็หล่อนอยากจะหลุดพ้นจากสภาพคนตกงานนี่นา
“สาธุ! วันนี้ขอให้เป็นวันดีๆ ของลูกช้างด้วยเทอญ ขอให้ลูกช้างได้งานนี้ด้วยนะเจ้าคะ” อิงดาวขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ก่อนที่จะเดินออกจากบ้าน
“พี่ดาว! ให้เดือนไปส่งมั้ยคะ”
“อย่าเลยเดือน เดี๋ยวเดือนก็ไปทำงานสายหรอก”
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ดาว บริษัทที่พี่จะไปมันเป็นทางผ่านของเดือนพอดีเลยค่ะ ขึ้นมาเร็ว”
ในที่สุดอิงดาวก็ตัดสินใจขึ้นรถน้องสาวสุดที่รักไป ดีเหมือนกันหล่อนจะได้ไม่ต้องเบียดเสียดบนรถเมล์
“พี่ดาวคะ ถ้าได้งานคราวนี้ก็ซื้อรถซะนะคะ จะได้ไม่ลำบากเวลาเดินทาง”
“พี่คิดดูก่อนนะ ถ้านั่งรถเมล์แล้วมันสะดวกพี่อาจไม่ซื้อก็ได้ ดาวก็รู้ว่าพี่ขับรถไม่เป็น”
“เอาน่าพี่ดาว ถ้าได้ขับบ่อยๆ เดี๋ยวมันก็ขับคล่องเองล่ะน่า ขับรถยนต์ไปเองมันดีกว่าพี่นั่งรถเมล์แน่นอน ไม่ต้องเบียดเสียดกับคนอื่นเขาด้วย”
"บ่นเก่งเป็นแม่เลยนะเราน่ะ" อิงดาวพูดให้น้องสาว
“แล้วนี่พี่จะแต่งชุดนี้ไปสัมภาษณ์งานจริงๆ เหรอ”
“อืม! ชุดนี้มันไม่ดีตรงไหน มันออกจะสุภาพเรียบร้อยจะตายไป”
“มันดูแก่อะพี่ แล้วก็เชยมากดูเหมือนป้าเลย เอาชุดเดือนมั้ย อยู่หลังรถมีอยู่สองสามชุด”
“ไม่เอาหรอก ขี้เกียจเปลี่ยน เอาชุดนี้แหละออกจะสวย ไม่เห็นจะป้าสักนิด แกก็พูดเกินไป”
อิงเดือนได้แต่ส่ายหัวให้กับความมั่นใจผิดๆ ของพี่สาว พี่สาวของหล่อนเป็นคนสวยมาก แต่อิงดาวแค่ไม่ค่อยชอบแต่งตัวเท่านั้นเอง
"สักวันเถอะพี่ดาว เดือนจะจับพี่ดาวแต่งตัวแซ่บๆ ให้ได้" อิงเดือนคิดในใจ
"ถึงแล้วค่ะคุณผู้หญิง" อิงเดือนพูดพลางหยุดรถให้พี่สาว
“สู้ๆ นะคะพี่ดาว ขอให้พี่ได้งานนี้นะคะ เดือนจะได้กินข้าวมื้อใหญ่ฟรีจากพ่อ”
“ขอบใจจ้า งกเหมือนกันนะเรา เตรียมตัวล้างท้องรอเลย”หล่อนพูดกับน้องสาวก่อนก้าวเท้าลงจากรถ