(หมดสภาพ)
ร้านขายยาที่ผมเดินผ่านทุกวันในเวลาเย็นช่วงเลิกงาน ผมมองไปยังหน้าร้านที่เหมือนจะมีคนมุงเยอะมาก เหมือนกำลังมีกิจกรรมอะไรสักอย่าง จนทำให้คนสนใจ และความสงสัยก็ทำให้ผมต้องเดินเข้าไปใกล้ ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"มุงเหี้ยไรกันเยอะแยะวะ อย่างกับดารามาอย่างงั้นแหละ" ผมยืนมองไปยังหน้าร้าน ที่ตอนนี้คนรุมกันจนแทบมองไม่เห็นทางเข้า จนผมต้องเบียดเพื่อไปดูให้รู้ "ไอ้นี่เป็นใครวะ? แล้วทำไมแม่งต้องยืนใกล้กันแบบนั้นด้วย...แล้วกูเป็นอะไรของกูละเนี่ยหงุดหงิดเพื่อ? เอ๊ะ!!! มึงเหมือนคนเป็นบ้าอะไอ้ไฟฟ้า หรือกูบ้าจริง ๆ เออแล้วกูก็ถามเองตอบเอง...ประสาทแดกหัวแล้วมั้งเนี่ย" เออไม่รู้ผมเป็นอะไร สายตามองไปยังไอ้เภสัชฯ หน้าขาวแล้วก็พูดกับตัวเองอย่างหงุดหงิด ไม่รู้สิเห็นแล้วมันทำให้อารมณ์เสีย อยากจะเข้าไปกระชากเขาออกมาจากตรงนั้น แล้วให้มันมายืนข้างผมแทน ...เดินหนีก่อนที่จะทำให้ผมหงุดหงิดไปมากกว่านี้
ปึก!!!
"ไม่ถ่ายรูปแล้วมายืนเกะกะทำไมก็ไม่รู้" จู่ ๆ ผู้หญิงคนหนึ่งมาจากไหนก็ไม่รู้ วิ่งมาชนผมแล้วยังมาบ่นให้ผมอีก...ผมผิดอะไรครับเนี่ย
"นี่คุณ ชนคนอื่นแล้วไม่ขอโทษ แถมยังมาต่อว่าอีก...ที่บ้านไม่มีหนังสือมารยาทให้อ่านหรือไง" ผมไม่สนอะก็ตอนนี้อารมณ์ไม่ดี ผู้หญิงแล้วไงล่ะ ไม่มีมารยาทเอาซะเลย
"เสียเวลาจริง ๆ ....หลบหน่อยค่าหลบหน่อย" ดูสิดูบ่นแล้วก็รีบวิ่งไปยังกลุ่มคนเหล่านั้นที่ผมเพิ่งเดินออกมา
"เสียเวลาผมเหมือนกันแหละ โธ่เอ๊ย!!!" ผมหันหลังชี้ตามหลังเธอไป หงุดหงิดแถมยังมาเจออะไรแบบนี้อีก ยิ่งทำให้ผมหัวร้อนไปอีก "แล้วทำไมวันนี้ร้านขายยาแม่งต้องมามีกิจกรรมบ้าบอด้วย วุ้ย" บ่นอย่างคนอารมณ์ไม่ดี แล้วก็เดินหนีออกมาเลยครับ กะว่าจะได้เจอกับเภสัชฯ หน้าใสซะหน่อย ดันมีเรื่องมาขัดขวางซะได้
ตุบ!!!
"โอ๊ย!!!" และเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ผมดันเดินตกท่อระบายน้ำ ไม่ได้ดูทางไงแล้วใครแม่งเล่นเอาฝาท่อออก มัวแต่เดินหันหลังกลับไปมองจนทำให้ตกอยู่ในสภาพแบบนี้ แล้วผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาต้องหยุด หันมามองผมเป็นสายตาเดียว บางคนก็มีสีหน้าตกใจ แต่ผมนี่ไงที่ตกท่อจนสภาพดูไม่ได้เลย เหม็นไปหมดทั้งตัว
(ช่วยด้วยมีคนตกท่อน้ำ) เสียงของชาวบ้านร้องขึ้นขอความช่วยเหลือ ก็หวังดีแหละ ผมรู้สึกขอบคุณนะ แต่ว่ารู้สึกอายมากกว่า
"เป็นอะไรไหมครับคุณ" เสียงของใครก็ไม่รู้ดังขึ้น ผมจึงเงยหน้ามอง และต้องตกใจเพราะคนที่กำลังยื่นมือลงมาคือเภสัชฯ คนที่ผมแวะมากวนตีนทุกเย็น
"แล้วทำไมต้องเป็นมึงด้วยที่มาช่วยกูเนี่ย"
"มาครับ"
"จำกูไม่ได้เหรอวะ...หมดสภาพขนาดนั้นเลย?"
ผมก้มหน้าพูดกับตัวเองเบา ๆ สภาพของผมตอนนี้ก็เละมาก เพราะจากที่ก้มมองดูตัวเองคือแบบ...มอมแมมเหมือนลูกหมาตกท่อแล้วตอนนี้
"มาครับผมช่วย" พูดซะเพราะเชียว ที่กับผมทำเป็นรำคาญ
"........." เป็นโอกาสของผมแล้ว บางทีนายเภสัชฯ อาจใจดีให้ผมได้ยืมห้องน้ำชำระความเน่านี้ ผมจึงยื่นมือไปจับทันที แล้วค่อย ๆ ไต่ขึ้นมาด้านบน
"เจ็บตรงไหนหรือเปล่า" นายนั่นถามผมพร้อมกับขยับหน้าเข้ามาใกล้ แล้วหัวใจผมตอนนี้แม่งดันเต้นแรง มันไล่สายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า อยากถามจริง ๆ ไม่เหม็นน้ำเน่าที่ติดตัวผมหรือไง
"อืม" ผมพยักหน้าและตอบสั้น ๆ ก็มันรู้สึกร้อนผ่าวบนใบหน้า กับการที่นายเภสัชฯ หน้าขาวอยู่ใกล้กว่าที่เคยเป็นมาก่อน
"เจ็บมากไหมครับ ต้องเรียกรถพยาบาลหรือเปล่า" เขาถามผมสีหน้าดูเป็นห่วงเป็นใย อยากมีเป็นแบบนี้ทุกครั้งที่เจอกันจริง ๆ
"ไม่ต้องหรอกไม่ได้เจ็บมากมายจนเหมือนใกล้จะตาย..." พูดในแบบที่เป็นของตัวเอง คงไม่โดนรู้เข้าใช่ไหมว่าเป็นผม แล้วปากนะปากอยากจะพูดกับเขาดี ๆ แต่ดันปากไวใจหมาจริง ๆ น่าตบปากตัวเองให้แตกจะได้จำ แต่ผมทำไม่ได้หรอกครับกลัวเจ็บ " เอ่อ ขอบใจนะแต่ไม่ต้องหรอกครับ" แก้ต่างตอนนี้ก็น่าจะทัน
"คุณนี่คล้าย ๆ กับคนที่ผมเคยเจอเลยนะ...ปากเสีย"
"........."
นายเภสัชฯ ที่ผมยังไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ ทุกวันก็ได้แต่ตามตื้อกวนตีนเล่น เขาพูดขึ้นและนั่นทำให้ผมต้องเงียบปากไว้ เดี๋ยวจะโดนจับได้ ก่อนที่ความหวังว่าจะได้ยืมใช้ห้องน้ำ ได้ไปเห็นห้องนอนที่เป็นส่วนตัว ผมต้องควบคุมตัวเองสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ ไม่ปริปากพูดดีที่สุด
"ผมว่าคุณไปล้างเนื้อล้างตัวก่อนดีไหม?" เขาถามขึ้นเป็นคำถามที่ผมเฝ้ารอมาหลายนาที จนตอนนี้คนที่มุงดูก็หายไปหมดแล้วเหลือแค่ผมกับเขา คงเห็นว่ามีคนช่วยและผมก็ไม่ได้เป็นอะไรมากละมั้ง "บ้านอยู่ไหนครับ ไกลหรือเปล่า?"
"แถวนี้แหละ" ผมตอบพร้อมกับหยัดตัวลุกยืน
"อ้อ...ถ้าไม่เป็นไรแล้วผมขอตัวก่อนนะ"
"ดะ เดี๋ยว..."
พูดจบก็หันหลังเดินหนีผมเลย ทำไมไม่เป็นอย่างที่ผมคิดไว้เลยวะ ความหวังของผมหายวับไปกับตา ได้แต่ยืนมองตามหลังที่ค่อย ๆ ห่างไปด้วยสายตาละห้อย จบแล้วความหวังอันน้อยนิดของผม
"เฮ้อ...ไม่เป็นอย่างที่คิดสักนิด ทำไมกูถึงได้ซวยแบบนี้ วันอะไรวะเนี่ย" ผมยืนบ่นอย่างหัวเสีย
"วันพุธครับพี่" สิ่งที่ผมพูดออกไป ก็มีเด็กที่ไหนไม่รู้มาให้คำตอบ ทำให้ผมก้มไปมองไอ้เด็กผู้ชายตัวกลม ที่ยืนเลียอมยิ้มอยู่อย่างมีความสุข
"เออรู้" ผมตอบโต้เด็กคนนั้น
"รู้แล้วถามทำไม...ไปดีกว่า" เออนะไอ้เด็กนี่ก็ใช่ย่อย พูดจบแล้วมันก็เดินหนีไปเลย ทำไมวันนี้ผมต้องมาเจออะไรที่ปวดหัวแบบนี้ด้วยนะ
"ไอ้เด็กเวร... กูไม่ได้ถามมึง กูถามตัวเองโว้ย" ประโยคแรกผมขยับปากแต่ไม่ออกเสียง พูดตามหลังเด็กคนนั้นอย่างหัวร้อน ก่อนจะรีบเดินเข้าซอยไปเพื่อกลับบ้านไปจัดการกับตัวเอง ที่เริ่มเหม็นเน่าอย่างกับหมาตาย
#ไฟฟ้า
วันนี้ก็เป็นอีกวันที่มันแทบไม่มีอะไรแตกต่างจากทุก ๆ วัน จะว่าไปมันก็ไม่เชิงอย่างที่ผมพูดไป ผมนัดกับเพื่อนเพื่อไปหาอะไรสนุกทำในยามเย็น วันหยุดที่ร้านขายยาที่ผมต้องแวะประจำ แต่วันนี้ไม่เปิดผมเลยไม่มีใครให้เตาะเล่น รู้สึกเหงาเหมือนขาดอะไรไป ไม่ได้คุยเล่นกับเขาคนนั้น มันก็เหมือนผมไม่ได้แปรงฟัน ที่เป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเป็นต้องทำ
"ไงวะไฟฟ้า มาพอดีพวกกูก็เพิ่งเริ่ม" กิตเพื่อนของผมทัก เมื่อเดินหน้าเหี่ยวเข้ามานั่งข้างมัน
"ขอเข้ม ๆ เว้ยวันนี้" ผมบอกเพื่อน
"จัดให้ไอ้คุณไฟฟ้าสักหน่อยดิ"
"อารมณ์ไหนวะไอ้ไฟฟ้า มึงดูไม่ปกติเท่าไหร่เลยนะ" เพื่อนอีกคนก็ทักผม ไอ้นี่ชื่อไม้บ้านอยู่ใกล้กับไอ้กิต และมันสองคนก็ตัวแทบติดกันเป็นปาท่องโก๋ มีกิตที่ไหนก็มีไม้ที่นั่น จนบางทีผมก็คิดว่ามันเป็นผัวเมียกัน แต่ไม่ใช่หรอกพวกมันแค่เพื่อนรักเพื่อนสนิทเท่านั้น
"ไม่ปกติตรงไหน ก็เหมือนเดิมนั่นแหละ แค่วันนี้กูรู้สึกเบื่อนิดหน่อย" ผมพูดพร้อมกับยกแก้วขึ้นดื่ม
"เออปกติก็ปกติ" ได้กิตพูดตัดรำคาญ ซึ่งผมก็ไม่ตอบโต้ต่อ
"ปกติเท่ากับไม่ปกติ" ไอ้ไม้ว่าขึ้น ซึ่งมันสองคนก็ช่างเข้ากันดีเป็นปีเป็นขลุ่ย
"อะไรของมึงเนี่ยไม้ ตรรกะอะไรของมึงแบบนี้" กลาสพูดขึ้นจากที่เงียบอยู่นาน ก็ตั้งแต่ผมมานั่งตรงนี้มันเพิ่งจะพูดขึ้นนี่แหละ
กลาสกับกิตเป็นพี่น้องฝาแฝดกัน แต่ช่างนิสัยต่างกันโดยสิ้นเชิง กลาสเกิดก่อนกิตไม่กี่วินาที มีนิสัยเงียบขรึมดูเป็นผู้ใหญ่ แต่กิตมันโคตรจัญไรแถมยังพูดเก่งอีกต่างหาก ต่างจากพี่ของมันโดยสิ้นเชิง นี่แหละครับเพื่อนของผมที่คบกันมาตั้งแต่สมัยเรียน
"สรุปพวกมึงสามตัวจะมาเถียงกันเรื่องปัญญาอ่อนหรือจะมาดื่มมาผ่อนคลาย ถ้าจะเถียงกูจะได้กลับ" ผมแทรกขึ้นเพราะเริ่มจะรำคาญพวกมันต่อปากกันเต็มที
((("ครับ ๆ คุณไฟฟ้า พวกกระผมขอโทษครับ"))) แล้วไอ้สามตัวเพื่อนรักก็พูดขึ้นพร้อมกันด้วยความประชดประชัน
"กวนตีน" ผมพูดขึ้น จากนั้นก็ตั้งหน้าตั้งตากระดกเหล้าเข้าปาก ไม่รู้ทำไมวันนี้มันอยากจะดื่มเหลือเกิน มันเซ็ง มันเบื่อกว่าทุก ๆ วัน
"ดูแลตัวเองด้วยนะกินข้าวให้ตรงเวลาด้วย...เป็นห่วง" กลาสมันบอกก่อนที่ผมกับเพื่อนจะแยกทางกันกลับบ้าน
"ไม่ต้องมาเป็นฮงเป็นห่วงหรอก ตื่นเช้ามากูคิดถึงข้าวก่อนคิดถึงมึงอีก" แล้วความกวนตีนของผมก็เริ่มทำงาน ทั้งที่เพื่อนก็ถามดี ๆ ก็นี่มันนิสัยของผมไง แก้ยาก!
"กูขอให้มึงเดินตกท่ออีกหนไอ้ไฟฟ้า" ดูมันแช่งผม แล้วใครมันจะบ้าเดินไปตกท่อซ้ำสองกันจริงไหม?
"ไม่ได้แดกกูหรอกรอบนี้บอกเลย" ผมแหกปากตามหลังพวกมัน จากนั้นก็หันหลังให้เดินมุ่งตรงไปที่รถด้วยสายตาที่พล่ามัว...และมึนหัวนิด ๆ แต่ผมไม่ได้เมานะแค่ไม่เหมือนเดิมเท่านั้นเอง
"กูขออวยพรมึงไฟฟ้า" กลาสมันก็ยังหันหน้ากลับมาด่าผมต่อ ซึ่งผมก็ได้แต่หันกลับไปโบกมือลาด้วยรอยยิ้มที่อ้อนตีนเพื่อน
ปึก!!!
"เวรเอ๊ย!" ความไม่เหมือนเดิมทำให้ผมเดินชนใครก็ไม่รู้เข้าจัง ๆ จนเซยืนทรงตัวไม่อยู่ สุดท้ายก็ต้องลงไปกองกับพื้น
(ขอโทษครับผมไม่ได้ตั้งใจ) เสียงปริศนาดังขึ้น ซึ่งผมก็มองไม่ชัดว่าเป็นใครหน้าตาแบบไหน แต่เสียงมันช่างคุ้นหูเหลือเกิน น้ำเสียงดูลุกลี้ลุกลน
"วิ่งหนีผีมาหรือไงวะไม่มองทาง" ผมก็พูดออกไปอย่างไพเราะด้วยความหงุดหงิด คือจะถึงรถอยู่แล้วไง แต่ต้องมาเจออะไรที่โคตรซวย
(คุณยาคุม!) ไอ้คนตรงหน้ามันพยุงผมขึ้น พร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงตื่นตูม ใครมันบ้าบอชื่อยาคุมวะ!? ผมก็ได้แต่สงสัย
"ยาคุมเชี่ยไร ไม่เอากูไม่ซื้อ ให้กูซื้อแดกเองไง?" ผมสวนทันที ฟังแล้วโคตรแสลงหู เตะปากไอ้นี่สักทีดีไหม
"ไม่ใช่...ก็คุณไม่ใช่หรือไงที่ชอบซื้อยาคุมที่ร้านผมแทบทุกวัน"
"!?"
เริ่มละ เริ่มละ ภาพเริ่มฉายในหัวอันชาญฉลาดของผมแล้ว...นายเภสัชฯ หน้าขาวนี่เอง แล้วทำไมเสนอหน้ามาอยู่ตรงนี้ได้วะ ผมก็สงสัยอีกนั่นและ แต่สงสัยคนเดียวไม่ได้เอ่ยปากถามออกไป
"อ๋อ...นายนี่เอง" ผมพยายามยืนทรงตัวให้ตรง แต่คงยากแล้วขนาดนายเภสัชฯ ที่ยืนใกล้ผม มันยังแยกร่างได้เลย
"อืม ผมเองอย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้ได้ไหม"
(นั่นมันอยู่ตรงนั้น)
"แล้วทำไมมะ...อือ"
"ชู่"
ผมยังไม่ทันได้อ้าปากกว้าง ๆ ถามเลย ก็รู้สึกว่าตัวปลิวซะก่อน ก็ไอ้เภสัชฯ หน้าขาวมันกระชากผมไปหลบตรงมุมมืดหลังรถยนต์ ที่ดูลับสายตาผู้คน พร้อมกับเอามือปิดปากผมจนสนิทแทบไม่มีช่องว่างได้พูดอะไรได้ นี่มันเรื่องมีอะไรกันอีกวะ
"พวกนั้นไล่ตามนายเหรอ" เห็นหน้านายนี่กลายเป็นคนดีพูดเพราะซะงั้น แล้วผู้ชายบ้าอะไรผิวเนียนฉิบหายเลย ขนาดผมมองใกล้ ๆ ในความมืดยังมองออก ต่างจากหนังหน้าผมเหลือเกินที่มองเผิน ๆ ยังเหมือนหลังกบยังไม่ถลกหนัง ที่จริงก็ไม่น่าจะขนาดนั้นผมก็พูดตามสันดานเว่อ ๆ ไปงั้นแหละ
"อืม" ตอบผมสั้นเกิน ซึ่งผมถามไปตั้งหลายคำ
"ไล่ตามทำไม นายไปแอบแดกเมียพวกมันหรือไง" ผมพูดขึ้นด้วยประโยคที่นายนั่นต้องกลอกตามองบน คงจะฟังแล้วเอือมระอาผมเต็มทนมั้ง
"ปากนี่ไม่หมาพอ ๆ กับหน้าเลยเนาะ" แล้วนายเภสัชฯ ก็สวนผมด้วยความเหน็บแนม แต่คนอย่างไฟฟ้าไม่ได้สะทกสะท้านกับคำแค่นี้หรอก
"ขอบคุณที่ชม...สร่างเมาเลยกู" ผมจึงตอบรับคำชมด้วยความยินดี และตอนนี้ตาผมก็เริ่มสว่างทันที "แล้วนั่นจะไปไหน?" ผมถามทันทีเมื่อนายนั่นลุกเดินหนี
"กลับสิถามแปลก" หันกลับมาพูดกับผมหน้าตาเฉย
"เอ้า! แล้วมึงก็ทิ้งกูไว้แบบนี้เนี่ยนะ"
"ก็ลุกสิ"
"ก็ลุกไม่ไหว เมาโว้ย!!!" ผมที่นั่งชิดพื้นถึงกับต้องแหกปากตะโกน ไม่ได้เรียกร้องความสนใจแต่ลุกไม่ไหวจริง ๆ ปากบอกไหวแต่ขามันไม่ไหวไง จนไอ้หน้าขาวมันรีบยกมือปิดปากผมอีกรอบ
"จะแหกปากทำไม เดี๋ยวพวกมันก็ตามมาถวายตีนให้กินมื้อดึกหรอก" มันพูดกระชิบใกล้ผม แล้วแม่งลมหายใจกระทบเข้าผิวหน้าผมเต็ม ๆ หัวใจก็เริ่มเต้นแรง...โอ๊ยกูไหวหวั่นแล้วนะ ใกล้กันมากกว่านี้ใจผมคงหลุดจากอกแน่ ๆ
"กลัวเชี่ยไรใส่เดี่ยวแม่ง"
"เก่งฉิบหาย ตายคนเดียวเลยนะ"