ตอน 1

ความมืดมน ครอบคลุมไปทุกพื้นที่แสงสว่างจากไฟฉาย ส่องสว่างไปเห็นเป็นเพียงวงกลมเล็กๆนำทาง แต่ทว่าก็ทำให้อุ่นใจไม่ใช่น้อย อย่างน้อยก็พอให้ได้พึงพา

“สิ้นสุด ทางเดินเราอาจจะมองเห็นห้องเก็บพระศพของฟาโรห์ กลัวไหมเอวา”

เสียงทุ้มคล้ายจะปลอบโยน ยามที่ต้องเผชิญกับอะไรที่คาดไม่ถึง ใจของเอวาเต้นไม่เป็นจังหวะ ด้วยความตื่นเต้นกลับสิ่งที่จะปรากฏตรงหน้าของเธอและเดม่อนในอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า แต่กิริยาตรงกันข้ามเธอส่ายหัวไปมาช้าๆ

การก้าวเดินต้องมีความระมัดระวังทุกฝีก้าว กับดักและประตูกลมากมาย ที่ผู้สร้างพีระมิดแห่งนี้ทำไว้เพื่อพวกนักล่าสมบัติและเพื่อปกป้องฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ที่รอการ ฟื้นคืนชีพ 

“ข้างหน้า มีหินปิดทางเข้าไว้” เดม่อนเดินเข้าไปจนใกล้

แสงไฟจากไฟฉายส่องกระทบหินก้อนสีเหลืองอมขาวปิดช่องทางสี่เหลี่ยมไว้มิดชิดไม่มี ทางเล็ดลอดเอวาก้มลงมองที่พื้นรอยต่อระหว่างหินกับพื้นมีการใช้ปูนขาว ฉาบปิดไว้เธอใช้เกียงในมือแซะออกอย่าระมัดระวัง

“ข้างใน มีห้องอย่างแน่นอนไม่ได้ ปิดไว้เพื่อหลอกลวงหากแต่ปิดไว้ด้วยความจงใจ”

เอวา ออกความเห็น เดม่อนออกแรงผลักหินด้วยความเคยชินไม่สะดุ้งสะเทือน

“มีกลไก”

"ตามที่เคยศึกษามาบุตรชายของฟาโรห์หรือผู้ที่จะดำรงตำแหน่งฟาโรห์ คนต่อไปและนักบวชจะเป็นผู้ดึงกลไกปิดผนึก ช่องทางเข้าไว้เราต้องหาทางจัดการกับ กลไกเหล่านั้น"

เดม่อน พยายามอธิบายสิ่งที่ เขาและเธอต่างรู้ดี

“เราคงต้องสำรวจทางสาขาทางอื่น หรือต้องหากลไกให้พบ”

 เอวาไม่พูดว่าอย่างไรเพียงแต่พยักหน้าช้าๆ ขนตางอนยาวหลุบตำ เพียงไม่กี่อึดใจ

เธอจะได้พบสิ่งที่ค้นหามานานแต่กลับทำไม่สำเร็จ เดม่อนเดินเข้าไปใกล้จนเกือบประชิดก่อนจะยกไฟฉายส่องไปทั่วแผ่นหิน ไม่มีร่องรอยของการบุกรุก แสดงว่าทั้งคู่คือผู้ค้นพบอย่างแท้จริง เอวาก้าวเข้าไปข้างหน้าบ้างเมื่อดวงตาสีฟ้าใสสบเข้ากับแสงสะท้อน คล้ายประกายของเพชร ตรงมุมซ้ายของก้อนหินไฟฉายในมือ ส่องกระทบแสงสะท้อนนั้นก่อน เอื้อมมือเข้าไปปัดฝุ่นผงที่หนาทึบออกสิ่งที่ปรากฏแก่สายตาทั้งสองคนทำเอาเดม่อนอ้าปากค้าง 

สลักประตูที่ทำจากเพชร ส่องประกายเมื่อฝุ่นผงหายไป

เอวากดลงบนสลักมันกลับเด้งขึ้น มาเหมือนกลไก

“มันคือกลไก”เดม่อนพยักหน้าขึ้นลง

เอวาออกแรงหมุนเบาๆ เสียงดังกริ้กก่อนที่เสียงกำปะนาทกึกก้องจะดังสนั่น เดม่อนกอดประคองเอวาไว้ กำแพงหินข้างหน้าร่วงลงไปข้างล่างแบบไม่ทันตั้งตัว เอวา เกือบหล่นลงไปข้างล่างด้วยทว่าเดม่อนคว้าร่างบางไว้ทัน

” ระวังเอวา”

ช่องว่างระหว่างหินกับขอบประตูทางเข้าดำมืด ด้วยความลึกที่หินร่วงลงไปเสียงสะท้อนดัง เนิ่นนานทั้งคู่มองฝ่าความมืดไปเดม่อนใช้ไฟฉายส่องลงไปแต่ก็พบเพียงความมืดที่ลึกสุดลึก ถ้าหากร่วงลงไปร่างกายคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

เดม่อนกลืนน้ำลายลงคอ ข้างหน้า มีฝุ่นผง กระจายสายตาจับจ้องไปข้างหน้า

เอวา ใช้ไฟในมือส่องเข้าไปยัง ตำแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยเพราะไม่ทราบว่าข้างหน้ามีอะไรบ้างภาพที่เห็น มีเพียง ผนังห้อง และภาพวาด ปนไปด้วยอักษร อียิปต์

เดม่อนใช้ไฟฉาย ของตัวเองบ้าง กระโดดนำหน้าไปยังห้องโถงกว้างกวาดไฟฉายไปทั่วแล้วแสงไฟฉายก็หยุดลงที่แท่น หินสูงกลางห้อง ที่วางอยู่ข้างบนคือ โรงบรรจุ มัมมี่ ที่ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของใครด้วย วัตถุ ชนิดนั้นเป็นทอง เหลืองอร่าม แม้จะมีฝุ่นสีน้ำตาล เกาะอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำให้ประกายทอง หมองหม่น ทั้งสองมองหน้ากันไปมา เอวาก้มลงมอง ฝาโลงศพที่ทำให้เป็นใบหน้า และร่างของคนที่ ทำจากทองคำ ปรากฏตัวอักษรอียิปต์ สลักชื่อ ไว้ตรงส่วนอก

“โฮรัส” เอวาทวนชื่อช้าๆ ก่อนที่ลม ไม่ทราบที่มาจะพัด กระโชก ผ่าน ปะทะร่างบางจน หนาวยะเยือก

เดม่อน วางกระเป๋าเป้ ก่อนจะหยิบตะเกียงเจ้า พายุแบบชาร์ต แบตเตอรี่ ขึ้นมา วางไว้บนแท่นหิน ทั้งสองอัน เปิดสวิตช์ ด้านบน จน สว่างไปทั่วบริเวณ

“เร่งมือหน่อย เอวาก่อนที่แบตจะหมด”

เอวา วางกระเป๋าเป้ลงบ้าง หยิบ เกียงขนาดใหญ่ออกมา งัด ฝาครอบ คาโนปิค ออก เดม่อนออกแรงผลักเสียงเลือนออกช้าๆกลิ่นยางไม้หอมกระจายออกมาจาก รอยเลื่อนภาพตรงหน้าคือร่างของมัมมี่ที่ถูกพันด้วยผ้าลินินจุ่มน้ำมันยังคงสภาพเดิมไม่เปลี่ยน กระดาษปาปิรุสวางอยู่ข้างซ้ายมือของร่างกาย เอวาหยิบขึ้นมา แก้เชือกที่ผูกไว้ก่อนจะอ่านทำความเข้าใจ

เอวากดลงบนสลักมันกลับเด้งขึ้นมาเหมือนกลไก

เอวาออกแรงหมุนเบาๆ เสียงดังกริ้กก่อนที่เสียงกำปะนาทกึกก้องจะดังสนั่น เดม่อนประคองร่างบางของเอวาไว้กำแพงหินข้างหน้าร่วงลงไปข้างล่างแบบไม่ทันตั้งตัว เอวาเกือบหล่นลงไปข้างล่างด้วยทว่าเดม่อนคว้าไว้ทัน

“ระวังเอวา”

ตอน 2

ช่องว่างระหว่างหินกับขอบประตูทางเข้าดำมืด ด้วยความลึกที่หินร่วงลงไปเสียงสะท้อนดัง เนิ่นนาน ทั้งคู่มอง ฝ่าความมืดไป เดม่อนใช้ ไฟฉายส่องลงไปแต่ก็พบเพียงความมืดที่ลึกสุดลึก ถ้าหากร่วงลงไปร่างกายคงแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี

เดม่อนกลืนน้ำลายลงคอ ข้างหน้ามีฝุ่นผงกระจายสายตาจับจ้องไปข้างหน้า

เอวาใช้ไฟในมือส่องเข้าไปยัง ตำแหน่งที่ต้องการเพื่อความปลอดภัยเพราะไม่ทราบว่าข้างหน้ามีอะไรบ้างภาพที่เห็น มีเพียงผนังห้องและภาพวาดปนไปด้วยอักษรอียิปต์

เดม่อนใช้ไฟฉาย ของตัวเองบ้าง กระโดดนำหน้าไปยังห้องโถงกว้างกวาดไฟฉายไปทั่วแล้วแสงไฟฉายก็หยุดลงที่แท่น หินสูงกลางห้อง ที่วางอยู่ข้างบนคือ โรงบรรจุมัมมี่ ที่ไม่ต้องสงสัยว่าเป็นของใครด้วย วัตถุชนิดนั้นเป็นทองเหลืองอร่าม แม้จะมีฝุ่นสีน้ำตาล เกาะอยู่บ้างก็ไม่สามารถทำให้ประกายทองหมองหม่นทั้งสองมองหน้ากันไปมา เอวาก้มลงมองฝาโลงศพที่ทำให้เป็นใบหน้า และร่างของคนที่ ทำจากทองคำ ปรากฏตัวอักษรอียิปต์สลักชื่อไว้ตรงส่วนอก

“โฮรัส” เอวาทวนชื่อช้าๆ ก่อนที่ลมไม่ทราบที่มาจะพัดกระโชกผ่านปะทะร่างบางจนหนาวยะเยือก

เดม่อน วางกระเป๋าเป้ก่อนจะหยิบตะเกียงเจ้าพายุแบบชาร์ตแบตเตอรี่ขึ้นมาวางไว้บนแท่นหิน ทั้งสองอัน เปิดสวิตช์ด้านบนจนสว่างไปทั่วบริเวณ

“เร่งมือหน่อยเอวา แบตเตอรรี่ไม่รู้จะอยู่ได้นานแค่ไหน”

เอวา วางกระเป๋าเป้ลงบ้าง หยิบเกียงขนาดใหญ่ออกมางัดฝาครอบคาโนปิคออก เดม่อนออกแรงผลัก เสียงเลื่อนออกช้าๆ กลิ่นยางไม้หอมกระจายออกมาจากรอยเลื่อน ภาพตรงหน้าคือร่างของมัมมี่ที่ถูกพันด้วยผ้าลินินจุ่มน้ำมันยังคงสภาพเดิม ไม่เปลี่ยนกระดาษปาปิรุส วางอยู่ข้างซ้ายมือของร่างกาย เอวาหยิบขึ้นมา แก้เชือกที่ผูกไว้ก่อนจะอ่านทำความเข้าใจ

โฮรัส  ครองราชย์ ระยะเวลา 65ปี

คำขอของ ครั้งสุดท้ายนางอันเป็นที่รักจงกลับมาหาข้าได้ ไหม .....อามูเนส... ..

ภรรยาที่รัก แห่งข้า ขอเทพธิดาไอซิส

มอบชีวิต อมตะให้ข้าและนาง

..รอ เจ้าอยู่ที่นี่ ตราบ ดวงอาทิตย์อับแสง

..รอเจ้าอยู่ร่วมเดินทางสู่ฟากฟ้า พร้อมกัน” ลมพัดวูบมาอีกครั้งกระดาษปาปิรุส หลุด จากมือของ เอวา  เสียงคล้ายเสียงกระซิบ ดังแผ่วๆ ข้างใบหู

“เจ้ากลับมาแล้ว.... อามูเนส”

 ตากลมโตของเอวาเบิกโพลง ก่อนที่ประตูห้องโถงจะถูกปิดอีกครั้งด้วยหินก้อนเดิมที่เลื่อนขึ้นมาปิดทางเข้าออกไว้เดม่อนถลาไปตรงช่องประตูอย่างรวดเร็ว เอวา ไม่ทันได้คิด ยืนนิ่งเหมือนต้องมนต์ ประตูปิดสนิทเอวาตกใจจนแทบสิ้นสติ วิ่งไปยังทางออก ลมผ่านลอดช่องด้านล่างเข้ามา แต่ไม่ได้ยินเสียงของเดม่อนที่ ตะโกนเรียกเธอดังลั่น

ไม่มีทางออก

เอวาลูบคลำหาทางออก แต่ไม่พบสิ่งใด แสงสว่างจาก ตะเกียงเริ่มอ่อนแสงลง

เอวาวิ่งไปปิดตะเกียงอันหนึ่งไปก่อนที่จะหันกลับมาที่ทางออกมองหา กลไกที่เหมือนกันกลับข้างนอกแต่ว่างเปล่า หันหลังพิงประตูหลับตาลงช้าๆใช้สมาธิ และความน่าจะเป็นก่อนจะลืมตาขึ้นมาอีกครั้งภาพตรงหน้า กลับเป็นที่ที่เอวาไม่เคยเห็นมาก่อนเสาสูงใหญ่คล้ายเสาโรมัน หลายสิบต้นห้องโถงโอ่อ่า ร่างบางยืนอยู่กลางห้องโถงกว้าง มองขึ้นไปสูงลิบแท่นประทับขององค์ฟาโรห์ใบหน้าคมเข้มผิวสีแทนแผ่นอกหนากว้างเต็มไปด้วยมัดกล้าม   ใบหน้างดงามเกินชาย หากมีแต่สีผิวที่ทำให้ความงดงามของใบหน้ายิ่งดูมีมนต์ขลัง

สายตาคมเข้มมองเอวา ด้วยความฉงน

“ เจ้าเองรึ บุตรแห่งฮามาดิ ที่เลื่องลือ”

เอวาบัดนี้กลับเป็น อามูเนสย่อตัวลงช้าๆเงยหน้าที่ถูกแต่งแต้มให้สวยสดยิ่งขึ้นไปหน้าพระพักตร์องค์ฟาโรห์ พระองค์ก้าวลงมาจากแท่นประทับมาหยุดอยู่ตรงหน้า ก่อนจะยกมือเชยคางมนให้สบตาเอวาพยายามหลบสายตาคมแต่เหมือนต้องมนต์

“สมดังคำร่ำลือ” สะบัดมือปล่อยคางมน ก่อนจะเดินกลับไปยังแท่นประทับ

“คงรู้ว่าต้องใช้ชีวิตอย่างไรในเมื่อฮามาดิเป็นเชลยของข้าโฮรัส”

“ข้าเพียงแต่หวังว่า ..องค์ฟาโรห์จะทรงทำตามสัญญาที่ให้ไว้ในการเปลี่ยนตัวเชลย ปล่อยท่านพ่อของข้าเป็นอิสระเสียที”

 ดวงตาที่ประกอบไปด้วยขนตางอนงามหลุบต่ำลงไม่กล้าสบตา

“มันอยู่ ที่เจ้า..อามูเนสว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าโฮรัสพอใจเพียงไร คงไม่นานก็ต้องทำตามสัญญา หากว่าเจ้าเป็นที่น่าพอใจ”

ริมฝีปากอามูเนสเม้มสนิทจมูกโด่งรั้นเชิดด้วยความถือตัว ฐานะเชลยทั้งที่อยู่แบบองค์หญิงมาตลอด ดวงตาปวดร้าวด้วยไม่เคยรู้สึกอัปยศขนาดนี้มาก่อนในชีวิต การที่ต้องตกอยู่ในมือของศัตรู ที่ขึ้นชื่อว่าร้ายกาจที่สุดในแผ่นดินฟาโรห์ผู้ซึ่งเลื่องชื่อเรื่องความหฤโหด แม้กระทั่งกลับผู้หญิงยังไม่เว้นวาย

ตอน 3

“มันอยู่ ที่เจ้า..อามูเนสว่าเจ้าจะสามารถทำให้ข้าโฮรัสพอใจเพียงไรคงไม่นานก็ต้องทำตามสัญญาหากว่าเจ้าเป็นที่น่าพอใจ”

ริมฝีปากอามูเนส เม้มสนิทจมูกโด่งรั้นเชิดด้วยความถือตัวฐานะเชลยทั้งที่อยู่แบบองค์หญิงมาตลอด

สาวงาม ร่ายรำ มากมายในห้องอาหาร ที่บนโต๊ะมีของกิน ทั้งคาวหวานผลไม้นานาชนิด อามูเนสนั่งกอดเข่าอยู่ข้างกำแพงด้วยชุดสวยที่สวมใส่ไม่ได้มีอารมณ์ร่วมกับบรรยากาศภายในห้องที่รื่นรมย์

“องค์ฟาโรห์นางไม่ยอมกินอาหาร นั่งกอดเข่าอยู่ตรงนั้น” บุรุษหนุ่มนาม นันรายงาน

“ช่างนาง คงคิดว่าตัวเองมีราคาสูงลิบ จึงไม่อยากเสวนากับพวกเรา” ชำเลืองเพียงหางตา

“เกรงว่านางจะล้มป่วย เมื่อเดินทางมาก็ ไม่กินอะไรลงเป็นเวลาหลายวันแล้วมีเพียงน้ำที่นางกลืนกิน”

“ดี คืนนี้จะได้ไม่มีแรงขัดขืนหากข้าต้องการนางขึ้นมา”

ไวน์แดงถูกกระดกเข้าปากรวดเดียวหมดแก้ว สนมบรรจงรินไวน์ลงแก้วเพิ่มให้เรื่อยๆ บ้างก็บีบนวด ร่างสีแทนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามเหลือบตามองอามูเนสที่เหมือนก้อนอะไรสักอย่างขดกลมๆที่นั่น

อามูเนส เองก็มองหางตารู้สึกเดียดฉันท์ไม่อาจทำใจจิตใจให้ปกติได้ด้วยอยู่ในอารมณ์ขุ่นมัว ร่างสูง แข็งแรงผุดลุกขึ้นก่อนจะถือถาด เนื้อย่างกลิ่นหอมหวนเดินเข้ามายังอามูเนส วางถาดลงบนแท่นที่นางนั่งชันเข่าอยู่ อามูเนสหันหน้าหนีไม่ใส่ใจ โฮรัสกระแทกถาดอาหารลง

“กินเสีย”

“ข้าไม่กินจนกว่าท่านจะปล่อยท่านพ่อ คนหนึ่งอยู่ในความยากลำบากอีกคนจะมีสุขได้อย่างไร”

“ดี ไม่กิน ก็จะได้ไม่มีแรงต่อต้านข้า ถ้าหากข้าต้องการเจ้า...คืนนี้....”

อามูเนสหยิบเนื้อย่างเข้าใสปากอย่างรวดเร็ว โฮรัส มองอย่างผู้ชนะ หัวเราะเสียงดังกังวานผละออกมา

“ดีแรงเยอะข้ายิ่งชอบ” อามูเนสมองด้วยสายตาชิงชัง

“หยาบคาย”

“สิ่งที่หยาบคาย ข้าโฮรัสยังไม่ได้ลงมือกระทำเลยต่อจากนี้ต่างหาก ถึงจะเรียกว่าหยาบคาย”

คว้าข้อมือบางลากขึ้นไปบนห้อง ตาสีฟ้าใสมีแววตื่นตระหนกไม่มีใครสนใจการกระทำนั้น การบังคับให้รักคงเกิดขึ้นบ่อยครั้งจนกลายเป็นความชินชา อามูเนสคิดในใจ ทำอย่างไรถึงจะหลุดพ้นจากนรกขุมนี้ไปได้ เม้มริมฝีปากบางไว้สนิท ฟาโรห์ โฮรัสเหวี้ยงร่างบางลงบนเตียงใหญ่

“ดีใจด้วย...อามูเนส.... เจ้าถูกเลือกคืนนี้”

 ร่างใหญ่กดทับไปบนร่างบอบบาง อามูเนสดิ้นรนหาทางเอาตัวรอดริมฝีปากหนาที่ บดลงบนริมฝีปากบางอย่างบ้าคลั่ง มือสองข้างถูกตรึงโดยมือใหญ่ไม่ให้กระดุกกระดิกอามูเนส ยังคงดิ้นรนป้องกันตัวเอง

“เพียงเจ้ายอมข้าแต่โดยดีและทำให้ข้าพอใจ สำราญใจ เชลยอย่างพ่อของเจ้า ฮามาดิก็จะปลอดภัย”

อามูเนส นิ่งเงียบไม่ไหวติง เมื่อโฮรัสงัดไม้ตายมาขู่ ยอมนิ่งปล่อยตัวตามแต่ร่างใหญ่จะบงการนำพา ริมฝีปากที่เม้มสนิทเผยอออกรับรสจูบ และจูบตอบอย่างกล้าๆ กลัวๆ โฮรัสยิ้มอย่างผู้มีชัย น้ำตาไหลเป็นสายด้วยความรู้สึกสงสารตัวเองที่ไม่อาจปฏิเสธการกระทำของฟาโรห์ผู้ยิ่งใหญ่ได้

โฮรัสรู้สึกถึงน้ำตาที่อาบแก้ม พลิกตัวนอนหงายปล่อยร่างเล็กในอ้อมแขนให้เป็นอิสระ

“อิสตรีอย่างเจ้า คงเคยชินกับการใช้น้ำตาซึ่งมันก็ได้ผล กับข้า”

ลุกเดินออกจากห้องไปปล่อยให้ อามูเนสนอนร้องไห้อยู่ตรงนั้นทั้งยังมีความกดดันที่ไม่สามารถช่วยท่านพ่อของนางได้ โฮรัสก้าวลงมาจากห้องก่อนจะกระชากแขน สนมนางหนึ่งที่ชื่อว่านาเกียเข้าไปในห้องอีกห้องเพื่อระบายความใคร่ด้วยอารมณ์ปรารถนาไม่ สงบลงได้ง่ายๆ ตามประสาชายฉกรรจ์ 

อามูเนสหลับตาลงด้วยความอ่อนเพลีย เพราะผ่านการร้องไห้และการเดินทางที่ยาวนาน โฮรัสเดินกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง กระชากร่างบางที่ยังนอนอยู่บนที่นอนให้ลุกขึ้นยืนก่อนจะกดริมฝีปาก ลงไปอย่างรวดเร็ว และรุนแรงด้วยแรงปรารถนาแรงกล้า ก่อนจะถอนริมฝีปากออกอย่างอ้อยอิ่ง

“เชลยอย่าง เจ้าทำให้ข้าขัดใจ ครั้งนี้ข้าไม่ถือโทษ หากแต่มีอีกครั้งข้าไม่รับประกันความปลอดภัย ของฮามาดิพ่อเจ้าอย่างแน่นอน”

ผลักร่างบางให้ลงไปกองกับพื้นก่อนจะก้าว ออกจากห้องไปด้วยอาการหักห้ามใจ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED