ตอน 1

บทที่1 เครื่องบรรณาการ

ประมาณ 1580-1090 ปีก่อนคริสตกาล บนสมรภูมิผืนทราย

ท่ามกลางเสียงอาวุธดังกึกก้อง เสียงม้าลากรถศึกอึงอล ละอองทรายฟุ้งกระจายมัวมืด เสียงครวญครางด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสจากชายฉกรรจ์ที่ทอดร่างลงบนผืนทรายนุ่มหากร้อนระอุดังระงม กองทัพของฟาโรห์อียิปต์กำราบพวกฮิทไทท์เผ่านักรบจากเอเซียไมเนอร์ที่ขยายอิทธิพลลงทางตอนใต้รุกรานซีเรียและปาเลสไตน์อย่างเหิมเกริม ฟาโรห์ต้องส่งกองทหารเข้าร่วมรบปกป้องอาณาจักรของพระองค์ การสู้รบติดพันเป็นเวลานาน ฝ่ายฟาโรห์อียิปต์มี นายพลโซเซอร์เป็นแม่ทัพออกรบอย่างถวายชีวิตเป็นราชพลี

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย คมหอกคมดาบฟาดฟัน รถศึกเทียมม้าพุ่งทะยานไม่ลดละ แม่ทัพหนุ่มนั่งบนรถศึกมือกำขวานทองแดงด้ามยาว ปลิดวิญญาณแม่ทัพฮิทไทท์พลีชีพกลางสมรภูมิอันแห้งแล้งของผืนทรายหากชุ่มชื้นไปด้วยหยาดโลหิต

กองทหารที่ขาดแม่ทัพเสมือนเรือน้อยไร้หางเสือชี้นำทิศทาง นักรบฮิทไทท์ยอมวางอาวุธสิโรราบ กษัตริย์แห่งฮิทไทท์ยอมส่งเครื่องราชบรรณาการเช่นเมืองในขอบขัณฑสีมาของจักรวรรดิอียิปต์ ชาวฮิทไทท์ถูกเกณฑ์ไปเป็นทาสสร้างวิหารถวายเทพเจ้า ซึ่งทุกปีเมืองในขอบขัณฑสีมาจะต้องส่งเครื่องราชบรรณาการ เช่น สัตว์เลี้ยง วัว ควาย ม้า ของมีค่า ทองคำและผ้าลินินไปถวายฟาโรห์อียิปต์ และหนึ่งในนั้นก็คือราชธิดาของเหล่ากษัตริย์

นายทหารหนุ่มในชุดเสื้อเกราะสำริดสำหรับออกรบนั่งสง่าบนหลังอาชา ควบคุมทาสชาวฮิทไทท์ซึ่งถูกล่ามโซ่ตีตรวนไปยังกรุงธีบส์เมืองหลวงของอียิปต์ตามพระบัญชา รวมถึงคุ้มกันเครื่องบรรณาการที่จัดส่งไป

ในรถทรงคันงาม ผู้ที่พระทับด้านในนั้นร้อนรน เจ้าหญิงซานซาน่าวัยสิบห้าชันษาพระราชธิดาแห่งกษัตริย์ฮิทไทท์หนึ่งในเครื่องราชบรรณาการกระวนกระวายพระทัย ทั้งนึกขลาดกลัวในโชคชะตาที่กำลังเผชิญ การที่พระองค์ถูกส่งไปเป็นเครื่องราชบรรณการถวายแด่ฟาโรห์อียิปต์ นั่นหมายถึงการต้องตกเป็นบาทบริจาริกาของกษัตริย์อียิปต์ และต้องพำนักอยู่ที่นั่นตลอดพระชนม์ชีพ

ในพระทัยโหยไห้ รานร้าวยิ่งเมื่อคิดถึงชายคนรัก

“อายี ข้าจะทำเช่นไร”

นามชายคนรักลอดออกมาจากพระโอษฐ์บางที่เม้มสนิทหากสั่นระริกด้วยความร้าวรานและหวาดกลัว ทรงแหวกม่านบางๆ สีขาวตรงช่องหน้าต่างรถทรงออก ทอดพระเนตรมองไปยังผืนทรายกว้างเวิ้งว้าง ทะเลทรายกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา หากจะมีที่ไหนให้ทรงพำนักพักพิงบ้าง ถ้ามิใช่เมืองธีบส์ เมืองที่พระองค์กำลังถูกควบคุมตัวไป เมืองหลวงของอียิปต์ดินแดนที่มีชัยชำนะเหนือเอกราชแห่งฮิทไทท์

ตอน 2

ใกล้โอเอซิสสถานที่ใช้สร้างกระโจมเพื่อแรมคืนกลางทะเลทรายกว้างใหญ่ คบไฟถูกจุดเรียงราย ทหารที่เดินขวักไขว่ในช่วงหัวค่ำบางตา เสียงดังอึงเริ่มซาและเงียบกริบเมื่อทุกคนเข้านอนหลับพักผ่อนเอาแรง

กระโจมหลังหนึ่งท่ามกลางวงล้อมของกระโจมหลังอื่นๆ ซึ่งทราบโดยทั่วกันว่าเจ้าหญิงซานซาน่าแห่งฮิทไทท์บรรทมหลับไปตั้งแต่ช่วงหัวค่ำ ผ้าหนาที่ใช้ขึงทำประตูค่อยๆ แหวกออก พร้อมใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมปิดทั้งศีรษะเว้นแค่ช่องดวงตาเพื่อให้มองเห็นเท่านั้นกำลังเยี่ยมออกมา หันซ้ายแลขวา แล้วค่อยๆ คืบคลานออกมา ย่องไประหว่างกระโจมหลังต่อหลัง โดยใช้ความมืดของเงากระโจมและผืนทะเลทรายยามดึกดื่นเป็นกำบัง

เมื่อเคลื่อนกายอย่างระแวงระวังมาจนพ้นหมู่กะโจม ร่างนั้นค่อยกวาดตามองไปรอบบริเวณอีกครั้งเพื่อสังเกตทหารเดินยาม เมื่อเห็นหลังทหารเดินผ่านพ้นไป ร่างที่หลบในมุมมืดนิ่งอย่างรอคอยก็ออกวิ่งไปในทันที เป้าหมายคือความว่างเปล่าที่สลัวอยู่ด้านหน้า แม้จะเวิ้งว้างหากยังดีเสียกว่าจะต้องถูกส่งไปเป็นเครื่องราชบรรณาการที่อียิปต์ ต้องตกเป็นบาทบริจาริกา เป็นเมียของบุรุษที่ไม่ได้รัก แม้จะศักดิ์สูงถึงเจ้าผู้ครองจักรวรรดิอียิปต์ เป็นสมมุติเทพก็ตามที

ร่างบางแทบจะปลิวลมวิ่งไว เสียงอาภรณ์สะบัดพัดพลิ้วยามต้องสายลมในทะเลทราย หากมิดังเท่าเสียงกุบกับที่กระชั้นเข้ามา เจ้าหญิงเซนซาน่าเหลียวพระพักตร์ไปมองเบื้องหลัง จุดดวงไฟเล็กๆ เรียงรายที่ตั้งกระโจมนั้นบ่งชัดว่าทรงวิ่งมาไกลเพียงใด แต่เงาทะมึนที่เคลื่อนเข้ามาใกล้พระองค์รวดเร็วนั้นก็ชัดว่าใกล้เพียงใดเช่นกัน ทำให้ทรงหวาดหวั่นเมื่อตระหนักว่ามีคนตามพระองค์มา

เจ้าหญิงรวบรวมกำลังวิ่งสุดฝีพระบาท ไปให้ไกล หนีให้ไกลที่สุด ทรงสำเหนียกดี ทาสที่หนีมีสิทธิ์แค่ความตายเท่านั้น หากทรงหวังให้สถานที่พลีชีพนั้นไกลจากจุดที่ตั้งกระโจมพักแรมนิด จะได้ไม่ต้องอับอายมากนัก เมื่อการกระทำโง่ๆ ของพระองค์ล้มเหลวไม่เป็นท่า ใครเลยเคยหนีพ้นเงื้อมมือฟาโรห์อียิปต์ ใครเลยจะหนีพ้นคมขวานแม่ทัพผู้เกรียงไกร นายพลโซเซอร์ได้

เสียงฝีเท้าม้าใกล้เข้ามา แรงพระกำลังยิ่งถดถอย พระบาทที่ฝังลึกบนผืนทรายหนักอึ้ง คงมีแต่พระหทัยที่เต้นแรงขึ้นมิได้ค่อยถอยเช่นพระกำลัง และความมุ่งมั่นในพระทัย

“ว้ายยย!”

เจ้าหญิงทรงหวีดร้องเมื่อเสียงม้าวิ่งเข้าเทียบ พร้อมมือแข็งแรงเอื้อมมาตวัดบั้นพระองค์คอดกิ่วรั้งขึ้นไปบนหลังอาชาด้านหน้าร่างกำยำที่กอดพระองค์ไว้ด้วยวงแขนเพียงข้างเดียวแน่น อาชาทรงพลังยังเผ่นโผนไปข้างหน้า เจ้าหญิงในอ้อมแขนล่ำสันดิ้นรนหวังพบกับอิสรภาพหากมิเป็นผล

“ปล่อยข้านะ”

“ปล่อยตอนนี้ก็ตกหลังม้าประไร”

เสียงห้าวดังข้างพระกรรณ ลมหายใจราดรดนวลปราง มือใหญ่รั้งบังเหียนม้าที่ควบลิ่ว ค่อยๆ ผ่อนลงและหยุดนิ่ง วงแขนคลายออก พร้อมร่างกำยำเหวี่ยงตัวลงมายืนข้างๆ ตัวม้า เงยหน้าขึ้นมองร่างแบบบางที่ยังนั่งนิ่งบนหลังม้า

ใบหน้าเล็กๆ ที่มีเพียงแววตาวับวาวสะท้อนออกมาจากช่องว่างของผ้าผืนบาง ที่บดบังใบหน้าไว้มิดชิดไม่ให้ลมแรงทำร้ายมองชายเบื้องล่างเขม็ง จากแสงแห่งดวงดาวกลางทะเลทรายทำให้เห็นเค้าหน้าเขาไม่ชัดนัก รับรู้แต่รูปร่างสูงใหญ่ในชุดทหารยศสูงเสื้อคลุมยาวระบัดลมเล่นไหวๆ

“ต้องให้เชิญเสด็จลงมาหรือ” เสียงห้าวถามบ่งชัดทราบดีว่ากำลังพูดกับผู้ใด

“พาข้ามาที่นี่ทำไม”

รับสั่งถามแม้นึกประหวั่น แทนที่เขาจะจับพระองค์ได้แล้วพากลับ เขากลับควบม้ามาไกลจากกระโจมอีกหลายเท่านัก

ไม่มีเสียงตอบ สดับแต่เสียงหัวเราะเฉกผู้ชนะ หัวเราะเย้ยหยัน

โดยที่ไม่ทันตั้งพระองค์ มือใหญ่กำยำก็ยกพระองค์ลงจากหลังอาชาดุจสิ่งของไร้น้ำหนัก

“ทอดพระเนตรไปรอบๆ ที่ตรงนี้เหมาะกับการฝังพระศพ”

เสียงกลืนพระเขฬะ(น้ำลาย)ดังพอๆ กับพระหทัยกระตุก ยามกวาดสายพระเนตรตามเขาว่า ทั้งที่ไม่ควรกระทำตาม ความมืดที่รายล้อมรอบตัวทำให้ทรงหวาดหวั่น จุดสีส้มไหวๆ ที่บ่งบอกว่าเป็นคบไฟเรียงรายตรงตำแหน่งที่ตั้งกระโจมนั้นมองเห็นลิบๆ

เขาพามาฆ่าไกลถึงขนาดนี้หรือ? แต่ก็ดีจะได้ไม่อับอายทหาร อับอายทาสชาวเรา

แต่ทำไมต้องตาย? ยังไม่อยากตายนี่!

เมื่อนึกเสียดายดวงวิญญาณ เสียดายลมหายใจ เจ้าหญิงแห่งฮิทไทท์ทรงผลักร่างเบื้องหน้าอย่างเต็มพระกำลัง ร่างบึกบึนนั้นเขยื้อนเพียงนิดเท่านั้น แล้วทรงออกวิ่งไปทันที แม้ไม่ทราบทิศทางหากทรงหนีก่อน เรื่องอื่นไว้คิดทีหลัง

เสียงหัวเราะไล่หลัง พร้อมเสียงวิ่งตามที่กระชั้นเข้ามาแบบรวดเร็ว จนเจ้าหญิงคิดว่าเร็วเกินไปเสียด้วยซ้ำ ทรงเหลียวหลังไปมอง ขายาวๆ ของเขานั้นช่างใช้ประโยชน์ได้เต็มกำลังเสียจริง บัดนี้เขาอยู่ใกล้พระองค์ขนาดลมหายใจลดต้นคอทีเดียว

“ว้าย!”

ตอน 3

ทรงสะดุดพระบาทองค์เอง ซวนเซล้มแหมะลงกองพื้น เสียงหัวเราะของคนไล่หลังดังชัดขึ้น คาดว่าสายลมที่พัดแรงคงหอบเสียงเยาะเย้ยนั้นไปไกลถึงฮิทไทท์เลยทีเดียว ทรงกำเม็ดทรายจนเต็มฟายมือ*(*เต็มอุ้งมือมาตราตวง 8ฟายมือ เป็น 1 ทะนาน) แล้วซัดใส่หน้าเขาอย่างเหลืออด พร้อมตวาดอึง

“คนบ้า จะฆ่าก็ฆ่า ไม่ต้องมาหัวเราะเยาะข้า”

ทรงควานมือไปกำทรายอีกรอบในขณะที่พระเนตรจ้องเขม็งที่คนบ้าเบื้องพระพักตร์ พระหัตถ์สัมผัสถึงเนื้อหยุ่นๆ ทันทีที่ทรงหันมามอง หัวดำมะเมี่ยมวับแววสะท้อนแสงดวงดาวก็ตวัดเข้าใกล้

“โอ๊ย!”

พระหัตถ์กุมเนินพระอุระเบื้องขวา ทอดมองสีดำแวววาวที่เลื้อยผ่านไปอย่างรวดเร็วดุจเส้นสายฟ้าที่พาดไปบนพื้นทราย มันคืองูเห่าทะเลทรายที่กำลังเลื้อยหนีไปในทันทีที่ฉกเข้าที่เนินอกขวาของเจ้าหญิงที่นั่งกองกับพื้น

เจ้าของเสียงหัวเราะเปลี่ยนเป็นเสียงตระหนก พร้อมเข้ามาใกล้ดึงพระหัตถ์เรียวออก แหวกชุดทรงจนเนินอกเผยต่อสายตาเขา พร้อมก้มลงใช้ปากดูดพิษตรงรอยเขี้ยวนั้นทันทีโดยไม่รีรอ หรือคิดการควรไม่ควร ความปลอดภัยของเจ้าหญิงที่เขาเชิญเสด็จนั้นต้องมาเป็นอันดับหนึ่ง

“ขอบใจ” เจ้าหญิงซานซาน่าปรางแดงเรื่อรับสั่งอ้อมแอ้มขอบใจเขา เมื่อยอมเสี่ยงดูดพิษร้ายของงูเห่าออกจากร่างของพระองค์ แม้จะออกจากส่วนที่ควรปิดป้อง

“กลับเถิด ที่กระโจมคงมียาแก้พิษ” โซเซอร์ถือวิสาสะอุ้มร่างบางขึ้นโดยไม่มองหน้านางแม้แต่น้อย นายพลหนุ่มผิวปากส่งสัญญาณเรียกม้าคู่ใจ พร้อมส่งให้เจ้าหญิงขึ้นนั่งหลังม้าแล้วเหนี่ยวขึ้นนั่งด้านหลัง ชักม้าคู่ใจเผ่นโผนย้อนกลับไปทางเดิมทันที

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED