ตอน 3

แผ่นดินใหญ่แห่งหนึ่งที่ไร้ชื่อเรียกชัดเจน นามของมันแตกต่างไปในแต่ละท้องที่ แต่หากพูดถึงมันทุกคนล้วนเข้าใจว่าหมายถึงที่ใด แผ่นดินนั้นมีแคว้นน้อยใหญ่อยู่หลากหลาย บ้างรุ่งเรือง บ้างล่มสลายจนสิ้นชื่อ

แต่ละดินแดนมีจุดเด่นต่างกัน ทั้งการเกษตร

การประมง หรือปศุสัตว์ ไม่เด่นเรื่องใดก็เรื่องหนึ่ง แต่แคว้นที่รุ่งเรืองจากการค้านั้นเลี่ยงชื่อแคว้นอ้ายไปไม่ได้

เหลาสุราแห่งหนึ่งโต๊ะด้านนอกสุด ชายหนุ่มวัยกลัดมันกลุ่มใหญ่กำลังเพ่งมองไปยังริมถนนอีกฟากอย่างลุ้นระทึก แม้ไม่ได้ยินเสียง แต่ก็คาดเดาได้จากท่าที

“เจ้าว่าครั้งนี้จะสำเร็จไหม”

“ข้าว่าแห้ว”

“ท่านหัวหน้าจะน่าสงสารเกินไปไหม จะทำลายสถิติตัวเองไปเรื่อย ๆ ไม่ได้นะ”

พวกเขาแย่งกันพูดจนแยกแทบไม่ออกว่าเสียงใครเป็นเสียงใครบ้าง แต่จุดมุ่งหมายเดียวก็ยังเป็นคนที่อยู่อีกฟากถนน หญิงสาวจากร้านขายบะหมี่เริ่มทำท่าลำบากใจ ชายหนุ่มที่อยู่ข้างกันนั้นก็มีท่าทีประหม่าแล้วเช่นกัน

“แม่นางไม่มีเวลาสักนิดเลยหรือ” เทียนจื่อซานเกาศีรษะแก้เก้อ ในใจหวังเพียงสักนิดให้อีกฝ่ายตอบรับมา

“ท่านพูดแบบนี้ข้าลำบากใจนะเจ้าคะ”

“เวลาดื่มชาสักนิดก็ไม่ได้เลยหรือ”

“คือ…ข้า ข้าขอพูดตรง ๆ เลยนะเจ้าคะ เพราะท่านเป็นคนนิสัยดี ข้าจึงไม่อยากทำร้ายจิตใจ แต่ข้าไม่สนใจชายอื่นนอกจากสามีหรอกเจ้าค่ะ!”

“สะ...สามี?” ความรู้สึกเหมือนฟ้าผ่าแล่นแปลบลงมากลางใจจนเข่าแทบทรุดตอนกลางวันแสก ๆ

“ขอโทษจริง ๆ เจ้าค่ะ ข้าผิดเองที่ไม่ได้พูดให้ชัดเจนแต่แรก ขอตัวก่อนนะเจ้าคะ” ว่าแล้วนางก็วิ่งจากไป

ทิ้งหัวหน้ากลุ่มต้าหยางแห่งสำนักคุ้มภัยยืนเหี่ยวเฉาอยู่คนเดียว

สภาพน่าเวทนาของหัวหน้ากลุ่ม ทำให้เสวียนหรงจำใจต้องเดินไปลากเขากลับมาที่ร้าน จับนั่งเก้าอี้แล้วตบบ่า

ปุ ๆ อย่างให้กำลังใจ โต๊ะสองตัวที่ลากมาติดกันเงียบกริบ

มีเพียงเสียงลมหวีดหวิวพัดผ่าน ทั้งที่อยู่ในบริเวณร้านเดียวกัน แต่บรรยากาศโต๊ะพวกเขาราวกับป่าช้าหน้าหนาวเหลือเกิน สถานการณ์ที่ไม่มีอะไรน่าทักเช่นนี้ก็ยังมีคนสมองถั่วโพล่งขึ้นจนได้

“ลูกพี่อกหักสิบครั้งแล้วนะ ปลูกแห้วได้เป็นไร่แล้วเนี่ย” กำปั้นเขกลงโป๊กทันทีที่เขาพูดจบ เกาเฟิงชุนลูบหัวตัวเองร้องโอดโอยมองรองหัวหน้าอย่างไม่เข้าใจ เห็นท่าทางของเขาแต่ละคนก็ได้แต่ส่ายหน้าและถอนหายใจ เจ้าน้องเล็กนี่ยังพูดจาไม่ดูฝนดูแดดเหมือนเดิม โดนฟ้าผ่ากลางกบาลเลยเป็นอย่างไรล่ะ

ขณะที่ลูกน้องกลับมาเจี๊ยวจ๊าวเหมือนเดิมแล้ว

แต่ลูกพี่ใหญ่อย่างเทียนจื่อซานกลับเหมือนวิญญาณหลุดลอยไปแล้ว

“หัวหน้า ข้าว่าหัวใจอันใสซื่อบริสุทธิ์ของท่านคงสงวนไว้ให้วัดวาอาราม…”

“ทำไม! ทำไมถึงเป็นข้าทุกที” เขาร้องเสียงดังแล้วยกไหเหล้ายกซดจนไหลล้นออกจากมุมปากเลอะเสื้อไปหมด แต่เสียงร่ำร้องของเขาก็ยังสู้โต๊ะอื่นในร้านไม่ได้

“ไม่ใช่ความผิดลูกพี่หรอกที่มีตาหามีแววไม่ ดูไม่ออกว่าสตรีคนไหนมีครอบครัวแล้วบ้าง”

“ไม่นะ ข้าว่าลูกพี่แค่โง่เง่าเท่านั้น”

“เกาเฟิงชุน! เจ้าเด็กนี่เอาอีกแล้วนะ ถ้าปากเจ้าว่างนั่งก็ยัดกับแกล้มเข้าไป” เสวียนหรงใช้ตะเกียบคีบ ๆ ยัดอาหารเข้าไปให้เต็มปากเจ้าตัวดี ก่อนจะพ่นอะไรไม่เข้าท่าออกมาอีก

บุรุษอกสามศอกแทบน้ำตาร่วงเผาะ เพราะโดนลูกน้องจิกกัดด้วยความบริสุทธิ์ใจ เกาเฟิงชุนทำงานดีและเป็นเด็กดีของพี่ ๆ มาก มาเสียก็แต่เขาปากพล่อยไปหน่อย จึงโดนพี่ชายทั้งหลายตบให้เข้าร่องเข้ารอยเป็นประจำ

“เอาน่าหัวหน้า อกหักแค่นี้ไม่ตายหรอก ลองใหม่ครั้งที่สิบเอ็ดก็ได้ ต้องมีสตรีสักคนที่ชอบพอท่านแน่”

“เพราะข้าอ่อนแอเกินไปหรือ” เทียนจื่อซานเริ่มตัดพ้อกับทุกอย่าง

“คนที่ตบสัตว์อสูรด้วยมือเปล่าเอาอะไรมาอ่อนแอเล่า”

“หรือท่าทางข้าน่ากลัวเกินไป?”

“บุรุษที่ดูอ่อนน้อมเหมือนเต้าหู้อย่างท่านไม่มีอีกแล้วในแคว้นอ้าย”

“ทำไมข้าไม่รู้สึกว่ากำลังโดนชมอยู่เลย” เขารู้สึกเหมือนโดนพี่น้องหลอกด่าอยู่มากกว่า

ต้าหยางเป็นการรวมรวมตัวของกลุ่มคนที่พลัดพรากจากพ่อแม่ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ และรับงานจากสำนักคุ้มภัยเลี้ยงชีพ รู้ตัวอีกทีตอนนี้ก็มีสมาชิกสิบคนแล้ว ศูนย์รวมใจของทุกคนคือเทียนจื่อซาน เขาจึงได้เป็นหัวหน้า

ทุกคนสนิทกับเขาพอ ๆ กับที่นับได้ว่าเขาอกหักมากี่ครั้ง…

เทียนจื่อซานเป็นบุรุษที่ดีคนหนึ่งในความเห็นของ

พี่น้องที่ตามติดกันมานาน เรื่องความรักที่ไม่สมหวังนี้คงบอกได้แต่เพียงว่าเขาโชคร้าย หากหญิงที่หมายตาไม่ได้เอาแต่พิศวาสใจกับชายชั่วก็ออกเรือนมีคู่ครองแล้ว ประสบการณ์ที่ได้คบหานั้นเป็นศูนย์ เพราะอกหักตั้งแต่เริ่ม

วันนี้เองก็เช่นกัน หรือพวกเขาควรเข้าวัดแล้วสวดภาวนาให้ฟ้าส่งใครสักคนมาดามหัวใจน้อย ๆ ของหัวหน้าพวกตนบ้าง

ระหว่างที่คิดไร้สาระกันอยู่ ตัวของเทียนจื่อซานก็ไหลพรืดลงจากเก้าอี้ไปกองที่พื้นเพราะซดเหล้าเหมือนน้ำเปล่าจนเมาแอ๋

“ลูกพี่!”

“แย่แล้ว ตัวเขาหนักอย่างกับควายป่า ข้าไม่แบกนะ พวกเจ้าจัดการแล้วกัน”

“ลูกพี่รองพูดอะไรไม่ดูตัวเองเลย ในที่นี้ถ้าจะมีใครแบกเขาได้ก็ท่านนั่นแหละ”

“ข้าขี้เกียจ” เสวียนหรงสะบัดหน้า โบกมือปฏิเสธอย่างไร้เยื่อใย

“ให้เจ้าน้องเล็กแบกไปแล้วกัน”

เกาเฟิงชุนสำลักก่อนจะปล่อยแก้วเหล้าหลุดมือ

“นี่เป็นการทารุณกรรมน้องเล็กอย่างข้าหรือเปล่า?”

“ไปต่อร้านสองกันเถอะ!”

“โอ้!”

คำพูดของเกาเฟิงชุนไม่มีใครสนใจ สุดท้ายพวกเขาก็หิ้วปีกกันไปต่อร้านสองทั้งแบบนั้น

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED