ตอน 1

แคว้นเป่ยฉี

งานเลี้ยงวันเกิดขององค์หญิงหก ผู้คนมาร่วมงานกันมากมาย ทั้งขุนนางและคุณหนูรวมถึงฮูหยินจากหลายๆจวน ซ่งจื่อเหยียนที่เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนรองเจ้ากรมโยธา วันนี้นางถูกแม่เลี้ยงและน้องสาวพามาด้วย เดิมทีซ่งจื่อเหยียนไม่ได้สาวเท้าออกจากเรือน เพราะฮูหยินรองหลิวซื่อเหมยและน้องสาวของนางซ่งซย่าอวิ๋นกดขี่นางเอาไว้ในเรือน มารดาจากไปแล้วบิดาก็ไร้ใจ

ซ่งจื่อเหยียนที่ไม่มีคนรู้จักเท่าไหร่และไม่มีใครคุยด้วยได้แต่นั่งรออยู่ที่ศาลาริมน้ำ ซ่งซยาอวิ๋นเห็นพี่สาวต่างแม่นั่งอยู่ก็เดินมาหาก่อนจะเอ่ยน้ำเสียงอ่อนหวาน

“พี่ใหญ่ ท่านมานั่งทำอันใดตรงนี้กันเจ้าคะ ท่านแม่บอกว่าให้ท่านไปรอที่ห้องรับรองด้านข้างก่อน ตอนนี้ท่านหญิงเสด็จมาแล้ว ท่านแม่เกรงว่าท่านที่ไม่เคยได้ออกงานจะทำเรื่องให้ตนเองขายหน้าได้”

“น้องรอง..พี่อยากกลับจวนแล้ว งานนี้ความจริงไม่มีพี่ก็ได้ บอกแม่รองว่าพี่ขอกลับก่อนได้หรือไม่”

“พี่รองกล่าวอันใดเช่นนั้นกัน มาด้วยกันจะกลับก่อนได้อย่างไรเจ้าคะ ท่านไปพักเถอะ”

ซ่งจื่อเหยียนไม่รู้ว่าน้องสาวกับแม่เลี้ยงวางแผนร้ายใส่ตนเองจึงเดินตามสาวใช้ไป ซ่งซยาอวิ๋นยิ้มร้ายตามแผ่นหลังที่เดินจากไป นางเตรียมคนขับรถม้าของจวนไว้ให้พี่สาวต่างแม่คนนี้เรียบร้อยแล้ว ขอเพียงเข้าไปในนั้นเจ้าก็จะได้สามีเป็นคนขับรถม้าทันที

“ซ่งจื่อเหยียนถ้าจะโทษก็จงโทษใบหน้าจิ้งจอกของเจ้าที่ทำให้องค์ชายห้าหลงไหล ข้าอยากเห็นตอนที่เขาเห็นเจ้านอนกอดก่ายกับคนชั้นต่ำนั่นนัก หึ”

ซ่งขจื่อเหยียนไม่รู้เลยว่าโชคร้ายกำลังมาหาตนแล้ว และจะเปลี่ยนชีวิตนางไปตลอดกาล

ด้านงานเลี้ยงคนที่ไมชอบสุงสิงและเกลียดงานรื่นเริงได้ปรากฎตัวท่ามกลางสายตาชื่นชมและเชื้อเชิญจากสตรีทั้งแคว้น องค์ชายห้าเว่ยหยางหมิง และชินอ๋องผู้ตรวจการแผ่นดินเว่ยเซียวหยางอนุชาหนึ่งเดียวของฮ่องเต้เว่ยมู่เฉิน

สองอาหลานเดินมาในงานก่อนจะทักทายบรรดาขุนนาง เว่ยเซียวหยางที่ไม่ชอบงานรื่นเริงเดินปลีกตัวออกมาอีกด้าน เขาอยากพักสักหน่อยเพราะเพิ่งมาถึงเมืองหลวง แต่หลานชายชวนมางานวันเกิดน้องสาวเขาจึงได้มา

“ท่านอ๋องไปพักห้องข้างไหพ่ะย่ะค่ะ องค์หญิงอยากให้พระองค์อยู่ในงานด้วย แต่นางก็เกรงใจเสด็จอายิ่งนัก”

“อืม ลู่กงกงท่านนำทางเถอะ”

ลู่จงหรือขันทีประจำตำหนักองค์หญิงพาเว่ยเซียวหยางไปยังห้องพักรับรอง ก่อนจะถึงห้องพักมีขันทีน้อยมาเรียกเขา เว่ยเซียวหยางจึงให้เขาไปทำหน้าที่ของเขาส่วนตนเองเดินไปหาห้องพักเองเพราะเคยพักที่ตำหนักหลานสาวบางครั้ง

เห็นห้องที่แง้มประตูอยู่เว่ยเซียวหยางแปลกใจ ใครมาวุ่นวายห้องพักเขากันจึงเปิดประตูแล้วเดินเข้าไป ในห้องมีกลิ่นกำยานแปลกๆอบอวน แต่เพราะเขาเพลียมากนักจึงอยากพักสายตาสักหน่อย เว่ยเซียวหยางที่กำลังจะล้มตัวลงนอนบนเตียงกับเห็นว่ามีสตรีหน้าตางดงามและดูเหมือนว่านางกำลังทุรนทุรายจากอาการบางอย่าง

เขารังเกียจสตรีมิใช่ว่าไม่มีใครรู้ ใครเอานางแพศยานี่มาไว้ในห้องเขากัน เว่ยเซียวหยางที่กำลังจะลุกออกไปก็ปรากฏว่าร่างกายของเขาเริ่มร้อนรุ่ม ตรงกลางลำตัวบวมและแข็งชันอยากปลดปล่อยออกมา ร่างงามบนเตียงบิดเร่าๆก่อนจะพยายามลุกมาหาเขา

“คุณชายช่วยข้าด้วย ข้ามรมานนัก อื้อ ข้าต้องการท่านได้โปรด ช่วยข้าที”

“อ่าห์..เจ้าเป็นใครกล้าวางยาข้าอยากตายมากหรือไง อ่าห์ สารเลวนักข้าจะตัดหัวเจ้า”

ซ่งจื่อเหยียนไม่ฟังเสียงตวาดของเขา นางปลดอาภรณ์ตนเองออกก่อนจะเดินมาหาเขากอดรัด เว่ยเซียวหยางผลักนางออกแต่ร่างกายนุ่มนิ่มกลับปลุกกำหนัดในกายเขาอย่างรุนแรง ให้ตายสิเขาถูกวางยาปลุกกำหนัดงั้นหรือ

“สตรีน่าตายเจ้ากล้าวางยาข้าหรือ อ่าห์ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าอะไรคืออยู่ไม่สู้ตายมานี่เลย”

ร่างบางถูกเหวี่ยงลงกลางเตียง ตอนนี้ซ่งจื่อเหยียนไม่รับรู้แล้วว่าเขาพูดอะไร นางต้องการเขาและต้องการอย่างมากด้วย เว่ยเซียวหยางไม่มีการเล้าโลมแต่อย่างใด เขาจับนางกางขาเรียวออกแล้วสอดใส่ทันที ซ่งจื่อเหยียนน้ำตาไหลพรากนางเจ็บมากนัก แต่นางกลับหยุดไม่ได้ร่างกายนางต้องการเขา

“อ่าห์ คุณชายแรงอีก แรงกว่านี้ อ๊า ข้าจะถึงอีกแล้วอ๊าย”

“อืม สตรีสารเลว อ่าห์ เสร็จกิจเมื่อไหร่ข้าจะฆ่าเจ้า นางสตรีแพศยา”

เว่ยเซียวหยางทั้งสอดใส่กระแทกกระทั้นตามอารมณ์ ซ่งจื่อเหยียนกระตุกเกร็งครั้งแล้วครั้งเล่าจนนางหมดแรง กว่าฤทธิ์ยาจะหมดก็ล่วงเลยไปถึงสองชั่วยาม งานเลี้ยงด้านนอกเลิกแล้ว ซ่งจื่อเหยียนที่หมดแรง และตอนนี้นอกอดก่ายอยู่กับเว่ยเซียวหยาง

ด้านนอกมีเสียงเรียกหานางไม่หยุด ซ่งซยาอวิ๋นทำทีร้องห่มร้องไห้ เว่ยหยางหมิงก็ตกใจ เขายอมรับว่าซ่งจื่อเหยียนงามมากนักยังคิดจะให้นางมาเป็นชายารองของเขาเลย นางหัวอ่อนไม่เหมาะกับตำแหน่งชายาเอก เมียรองพอได้อยู่ แต่ว่านางหายไปไหน เหมือนได้ยินสาวใช้ของคุณหนูรองบอกว่านางหนีไปกับคนขับรถม้า หากนางเป็นสตรีเช่นนั้นต่อให้งดงามเขาก็มิอยากได้ ซ่งซยาอวิ๋นมองหน้ากับอี้ถังสาวใช้ตนเองและมารดาก่อนจะเอ่ย

“อี้ถังเจ้าบอกว่าเห็นนางเดินมาทางนี้จริงๆหรือ นี่ดึกมากแล้วนางจะไปที่ใดได้ หรือว่านางหนีตามคนขับรถม้าของจวนไปจริงๆ คนขับรถม้าก็ไม่อยู่อีกด้วย พี่ใหญ่ท่านคึงไม่ทำเรื่องเลวร้ายไร้ยางอายหรอกนะ ฮือๆๆ”

"คุณหนูรองท่านอย่าร้องไห้อีกเลย นางไร้มารดาสั่งสอนจะทำตัวต่ำช้าก็ไม่แปลกนักหรอก ไปดูห้องนั่นเถอะเหลืออีกห้องที่ยังไม่ได้ค้น องค์หญิงหกได้หรือไมพ่ะย่ะค่ะ”

เหล่าคุณชายที่ไม่เคยเห็นซ่งจื่อเหยียนก็คิดว่าซ่งซยาอวิ๋นเป็นสตรีที่งามที่สุดในเมืองหลวง พวกเขาจึงพยายามเอาใจนาง

“นั่นเป็นห้องพักของเสด็จอา พวกเจ้ากล้าค้นหรือไม่เล่า”

เว่ยซูถิงหรือองค์หญิงหกเอ่ยถามบรรดาคุณชายที่เอ่ยถามนาง

“แต่ว่าหาตั้งนานยังไม่เจอ ลองดูเถอะหากชินอ๋องคาดโทษพวกเราค่อยขออภัยนะเพคะ”

ซ่งซยาจื่อมั่นใจว่าชินอ๋องไม่อยู่ ถ้าเจอนางแพศยานั่นกำลังเสพสมกับคนขับรถม้า และยังเป็นห้องรับรองชินอ๋องอีกด้วย หากเขารู้ซ่งจื่อเหยียนเจ้าไม่รอดแน่ๆ ท่านอ๋องเกลียดสตรีมิใช่ทั้งเมืองหลวงไม่มีใครรู้

ซ่งซยาจื่อช้อนสายตากล้าๆกลัวไปยังองค์ชายห้า ในที่สุดมือหนาของเขาก็ผลักประตูเข้าไปเอง ด้านในลงกลอนเว่ยหยางหมิงสะมือทีเดียวประตูก็เปิดออก ภาพที่ทุกคนเห็นนั้นทำเอาไม่อยากเชื่อสายตา

ชินอ๋องนอนกอดร่างสตรีที่เปลือยเปล่า มีเพียงไหล่มนที่พ้นผ้าห่มออกมา ด้านชินอ๋องผ้าห่มคลุ่มเพียงช่วงเอวลงไป เว่ยเซียวหยางลืมตาขึ้นมาก่อนจะกวาดสายตามองไปยังกลุ่มคนที่มามุงดูเขา จากนั้นก็เอ่ยเสียงกังวาน

“มีเรื่องอันใดน่าดูหรือ ไส หัว ไป!!”

ทุกคนรีบออกไปทั้งหมด องค์ชายห้าแอบผิดหวังเล็กน้อยนั่นสตรีที่เขาหมายตาเชียวนะ เขากำลังจะสู่ของนางแล้วเชียว กลับมานอนอยู่บนเตียงกับเสด็จอาได้อย่างไร

ซ่งซยาอวิ๋นเห็นว่าผิดแผนตนเอง ทำไมกลายเป็นชินอ๋อง คนขับรถม้าไปไหนกัน นางหันไปมองสาวใช้แต่นางส่ายหน้า ซ่งซยาอวิ๋นไม่รู้ว่าขันทีน้อยมาตามลู่กงกงตอนนั้น เพราะเห็นมีคนแปลกหน้าลักลอบมาด้านในตำหนัก เกรงว่าองค์หญิงจะมีอันตรายเลยให้คนมาจับตัวไป และยังไม่ได้ไต่สวน

ตอน 2

เมื่อทุกคนออกไปแล้วเว่ยเซียวหยางก็ลุกขึ้นก่อนจะคว้าลำคอระหงของซ่งจื่อเหยียนที่หลับอยู่เพราะความเพลียขึ้นมา นางตื่นทันทีหายใจไม่ออกก่อนจะดิ้นรน

“ปะ ปล่อย แค่กๆๆข้า”

“ใครใช้เจ้ามา บอกมาเผื่อข้าจะไว้ชีวิตเจ้า หรือว่าเจ้าจะได้ตายไม่ทรมารมากนัก”

“ไม่มี น้องสาวของข้านางๆให้คนพาข้ามาที่นี่ แค่กกๆๆๆๆๆ”

ร่างบางดิ้นรนเริ่มตาเหลือกโพลง เว่ยเซียวหยางเหวี่ยงนางลงไปกลางห้องก่อนจะเอ่ยถาม

“เจ้าชื่ออะไร”

ซ่งจื่อเหยียนที่ตอนนี้หวาดกลัวบุรุษตรงหน้ายิ่งนักนางเอ่ยตะกุกตะกัก

“ข้าแซ่ซ่ง ซ่งจื่อเหยียนเจ้าค่ะ คะ คุณชายเรื่องเมื่อคืนข้าไม่ อุ๊บ!!!!”

ร่างบางถูกเหวี่ยงไปกระแทกกับเตียงอีกรอบ เว่ยเซียวหยางสะบัดฝ่ามือใส่นางก่อนจะเอ่ยชัดถ้อยชัดคำ

“อย่าเอ่ยถึงเรื่องอัปยศที่เจ้าเป็นคนก่ออีก แซ่ซ่งหรือ เจ้าเป็นอะไรกับซ่งฮั่นเหลียง”

“เขาเป็นบิดาของข้าเจ้าค่ะ”

“เจ้ารู้ไหมข้าเป็นใคร”

“มะ ไม่ ไม่รู้เจ้าค่ะ”

“ใส่เสื้อผ้าซะ ซ่งฮั่นเหลียงเจ้าเลี้ยงบุตรสาวได้ดีจริงๆ”

เว่ยเซียวหยางออกไปแล้ว ซ่งจื่อเหยียนใส่เสื้อผ้าเสร็จก็เดินออกมา นางถูกเขาย่ำยีถาโถมจนกลางกายสาวมีแต่ความปวดหนึบ ยามที่ก้าวเดินนางเจ็บตรงกลางจนน้ำตาร่วง

ดึกมากแล้วนี่ยามโฉ่ว(01.00-02.59) นางค่อยๆพาตนเองกลับบ้าน รถม้าไม่มีแล้วออกจากตำหนักก็ไม่ได้ ซ่งจื่อเหยียนร้องไห้ออกมา มารดาทิ้งนางไปมีเพียงเย่วเล่อกับเย่วหลีสองคนที่ภักดี วันนี้พวกนางถูกสั่งห้ามตามมาด้วย

“ฮือๆๆท่านแม่ มารับข้าทีข้ามิอยากมีชีวิตอยู่อีกแล้วฮือๆๆ ว้าย”

ร่างบางถูกมือหนากระชากขึ้นก่อนจะเหวี่ยงขึ้นรถม้าทันที ซ่งจื่อเหยียนนั่งตัวลีบอยู่ที่มุมหนึ่งของรถม้า เขาน่ากลัวมากนางกลัวเขา รถม้าวิ่งมาจนถึงจวนซ่ง ไม่มีคนรอรับมีเพียงสาวใช้สองคนที่พอเห็นเจ้านายของตนก็พากันร้องไห้ออกมา

ไฟในเรือนถูกจุด ซ่งฮั่นเหลียงไม่รู้คนที่มาส่งบุตรสาวเป็นใคร มาถึงก็ตบหน้านางทันที ซ่งจื่อเหยียนทรุดลงไปกอง

“สารเลว แพศยาไปนอนแก้ผ้ากอดก่ายบุรุษ เจ้ามันไร้คนอบรมสั่งสอนจริงๆ”

“ท่านพ่อ น้องรองกับแม่รองพาข้าไปพักที่นั่น ข้าไม่รู้ว่าโอ๊ย”

ซ่งฮั่นเหลียงตบหน้าบุตรสาวซ้ำอีกที เขากำลังจะเงื้อมือตบซ้ำแต่กลับได้ยินเสียงออกมาจากรถม้า

“ข้าไม่สนใจเรื่องของเจ้ากับบุตรสาวคนนี้ แต่ที่ข้าอยากรู้บุตรสาวคนรองของเจ้ากล้าดีอย่างไรใช้ห้องพักของข้าเพื่อทำเรื่องสกปรกเล่นงานพี่สาวตนเอง ที่อื่นไม่มีให้พวกเจ้าลงมือหรอกหรือ ซ่งฮั่นเหลียง”

เสียงนี้เขารู้ว่าใคร ซ่งฮั่นเหลียงเข่าทรุดทันที บุตรสาวคนรองของเขาหรือ หากนางทำจริงๆเขาก็ไม่คิดจะติดใจ แต่นางกลับไปทำในที่ๆไม่สมควรทำนี่สิ

“ชินอ๋องเมตตาด้วย เรื่องนี้ซยาอวิ๋นไม่ได้ทำอันใดผิดนางมิได้วางแผนร้ายให้พี่สาวนางแต่อย่างใด แต่นางลูกชั่วคนนี้ต่างหากที่ทำพระองค์มัวหมองพ่ะย่ะค่ะ”

"ท่านพ่อ ท่านผ่านมาข้ามีตัวตนในสายตาของท่านหรือไม่เจ้าคะ"

"หุบปาก เจ้าทำท่านอ๋องขุ่นเคืองแล้ว เอ่อท่านอ๋องเรื่องท่านกับนางคือว่า..."

“หึ อย่าคิดว่าจะมีเกี้ยวมารับนางเล่า ข้ามิส่งโลงศพมาให้ก็นับว่าดีแล้ว เหวินเปียวไปได้แล้ว”

เมื่อเว่ยเซียวหยางไปแล้วซ่งอั่นเหลียงก็โบยบุตรสาวสิบทีแล้วไล่ไปอยู่ที่เรือนร้าง ข้าวน้ำมิให้ส่งไป มีเพียงแผ่นแป้งแข็งๆเท่านั้น นางถูกทิ้งไว้เรือนร้างหลังจวนมาสามเดือนแล้ว จนกระทั่งวันนี้น้องรองของนางซ่งซยาอวิ่นมาเยี่ยมก่อนจะเอ่ย

“ใบหน้าจิ้งจอกของเจ้าทำร้ายตัวเจ้าเอง ซ่งจื่อเหยียนเจ้ามันก็แค่ขยะไร้ค่า ขนาดบิดายังไม่สนใจเจ้าเลยฮ่าๆๆๆ”

“น้องรอง เหตุใดต้องทำกับข้าถึงเพียงนี้”

“หึ ใครใช้ให้องค์ชายห้าลุ่มหลงใบหน้าจิ้งจอกของเจ้า อ้อได้ข่าวว่ามีคนที่ไม่ชอบเว่ยเซียวหยางไปทูลฟ้องชินอ๋องข่มเหงสตรี จนฝ่าบาทมีรับสั่งให้เขาแต่งเจ้าเข้าจวน ชินอ๋องรังเกียจสตรีมากนัก เจ้าจะมีชีวิตรอดได้ถึงเจ็ดวันหรือไม่เล่าพี่ใหญ่ ฮ่าๆๆ”

ซ่งซยาอวิ๋นไปแล้ว ซ่งจื่อเหยียนร้องไห้ออกมาจนเย่วเล่อปลอบใจ

“อย่าร้องเลยเจ้าค่ะคุณหนู บางทีท่านอ๋องอาจไม่ใจร้ายเพียงนั้น อย่างไรแม้ว่าจะเพียงสัมพันคืนเดียวก็ถือเป็นผัวเมียนะเจ้าคะ”

“พี่เย่วเล่อกล่าวถูกต้องแล้วเจ้าค่ะ คุณหนูท่านต้องเข้มแข็งนะเจ้าคะ”

“อืม ไปจากที่นี่บางทีอาจดีกว่าก็ได้”

สามคนนายบ่าวได้แต่ให้กำลังใจต่อกัน รุ่งเช้าเมื่อถึงยามซื่อรถม้าของจวนอ๋องก็มารับพวกนางแต่ไม่ได้ไปตำหนักชินอ๋องแต่อย่างใด รถม้าเคลื่อนออกไปนอกเมือง เหวินเปียวเอ่ยกับพวกนางด้วยน้ำเสียงดูแคลน

“ท่านอ๋องให้ไปส่งพวกเจ้าที่จวนร้างนอกเมือง หวังสูงนักก็ไปเป็นนายหญิงที่จวนร้างโน้น”

เย่วเล่อทนไม่ไหวจึงได้ตวาดขึ้นมา

“หวังสูงหรือ ข้าจะบอกเจ้าให้นะทั้งนี้ทั้งนั้นหากไม่ใช่เพราะเจ้านายของเจ้ามีสันดานดิบอยู่แล้วเรื่องนี้จะเกิดหรือ”

“เจ้าพูดอีกทีสิ แค่สาวใช้คนหนึ่งกล้าดีอย่างไรมากล่าวหาท่านอ๋องอยากตายหรือ”

เย่วหลีกระตุกแขนเสื้อพี่สาวแต่เย่วเล่อไม่สนใจแล้วนางเหลืออดจริงๆตั้งแต่ออกมาจากจวน องครักษ์คนนี้กล่าววาจาเชือดเฉือนไม่หยุด

“เป็นบุรุษแต่เอาแต่กล่าวโทษสตรี เจ้าอยู่บ้านใส่กระโปรงหรือ องครักษ์เหวินสินะ ได้ยินคนขับรถม้าเรียกเจ้าเช่นนั้น”

เหวินเปียวหันกลับมามองหน้าเย่วเล่อด้วยสายตาอาฆาตแต่ซ่งจื่อเหยียนกลับบอกให้หยุด

“เย่วเล่อหยุดเถอะ อุ๊บ อื้อ ข้าอยากอาเจียนน่ะ เหมือนจะเมารถ ท่านองครักษ์ช่วยชะลอได้หรือไม่”

“อีกไม่ถึงสิบลี้ก็ถึงแล้ว อดทนหน่อยคุณหนูซ่ง”

“ทั้งนายทั้งบ่าวจิตใจไม่เหมือนมนุษย์ ขอร้องพวกเขาสู้ไปขอร้องสุนัขยังดีกว่า”

เย่วเล่อเอ่ยจบก็ไปนั่งกับคุณหนูของนาง ไม่นานก็มาถึงจวนร้างนอกเมือง ทันทีที่ส่งพวกนางเสร็จรถม้าก็กลับทันที สามคนนายบ่าวเข้าไปด้านใน จวนนับว่ากว้างมากนักมีเรือนหลักถึงสามเรือน และเรือนเล็กอีกหลายหลัง พื้นที่กว้างขวาง เพียงแต่เก่ามากต้องบทำความสะอาดครั้งใหญ่

เย่วหลีปิดประตูจวนจากนั้นสามนายบ่าวก็ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่โดยไม่มีใครรู้ จนกระทั่งได้เจอกับป้าหูที่สามีนางมีอาชีพหาของป่ามาขาย ซ่งจื่อเหยียนเพิ่งรู้ว่าตนเองตั้งครรภ์ก็จนกระทั่งท้องของนางใหญ่ขึ้นและเด็กในท้องเริ่มดิ้น สามคนนายบ่าวไม่มีเงินทอง มีเพียงสินเดิมของฮูหยินที่เป็นหยกเนื้อดีสามชิ้น ขายไปแล้วชั้นหนึ่งได้มาแปดร้อยตำลึง เหลืออีกสองชิ้น คุณหนูบอกว่าให้ถึงที่สุดค่อยขายอีกชิ้น อีกไม่นานก็คลอดแล้ว คนจากตำหนักอ๋องไม่เคยมาดูดำดูดีเลยนั้นแต่เอาพวกนางมาทิ้ง

ตอน 3

ซ่งจื่อเหยียนกับสาวใช้ทั้งสองคนใช้ชีวิตในจวนกันอย่างอัตคัดไม่น้อย ไม่เคยมีเงินทองมามอบให้ บ้านเดิมยิ่งแล้วใหญ่ มีครั้งหนึ่งที่ซ่งซยาอวิ๋นกับมารดาเลี้ยงของนางมาหาเพื่อเยาะเย้ยถึงที่ แต่ทั้งสามคนนายบ่าวก็ยังทำใจไม่ตอบโต้ พวกนางจะทำอันใดได้ในเมื่อเจ้าของจวนยังทอดทิ้งพวกนางไม่ไยดี

ป้าหูกับสามีเป็นครอบครัวเดียวที่อยู่บริเวณนี้ พวกเขาสงสารสามคนจึงมักมอบอาหารให้บ่อยๆ ซ่งจื่อเหยียนขายหยกได้มาก็มอบไว้ให้สองสามีภรรยาสิบตำลึงเพื่อเป็นค่าอาหารของพวกนาง หากวันใดพวกเขาเข้าเมืองก็จะมาถามว่าต้องการสิ่งใด ในที่สุดวันที่ถึงกำหนดคลอดก็มาถึงซ่งจื่อเหยียนเจ็บท้องมานานกว่าสามชั่วยามแล้ว

"อ๊าย..เจ็บจังเลย เมื่อไหร่จะคลอดสักที ฮือๆๆเด็กดีอย่าทรมานแม่นักเลย"

"คุณหนูเจ้าคะ ป้าหูกำลังมา อดทนหน่อยนะเจ้าคะ"

"ฮือๆๆ พี่เย่วเล่อ ข้าเจ็บอ๊ายย โอย เจ็บเหลือเกิน ไม่ไหวแล้ว"

เสียงร้องไห้อย่างทรมานของซ่งจื่อเหยียนทำเอาจางเย่วเล่อถึงกับปาดนน้ำตา นางเป็นสินเดิมของมารดาคุณหนู เลี้ยงและเล่นกันมาตั้งแต่คุณหนูอายุห้าขวบ บัดนี้นางสิบเจ็ดแล้ว แต่กับต้องมาเจอชะตากรรมเลวร้าย ซ่งจื่อเหยียนร้องไห้ไม่หยุด นางเจ็บมากเหลือเกิน ป้าหูมาถึงแล้วเย่วหลีกำลังไปต้มน้ำร้อน เสียงครวญครางด้านในยังคงดังออกมาอยู่เป็นระยะๆ ซ่งจื่อเหยียนนึกถึงหน้ามารดาก่อนจะเรียกหานาง

"ฮือๆ ท่านแม่ช่วยเสี่ยวเหยียนด้วยเจ้าค่ะ เสี่ยวเหยียนไม่ไหวแล้ว ท่านแม่ได้โปรดมารับลูกที"

"อาซ้อซ่ง..ท่านเบ่งอีกทีนะ เบ่งอีกหน่อยเอ้า ฮึบบบบ"

"ฮึบบ อ๊ายยยยย"

ซ่งจื่อเหยียนเบ่งจนสุดแรง ในที่สุดนางก็แน่นิ่งไป เย่วเล่อกับเย่วหลีทั้งสองคนเห็นคุณหนูตนเองสลบไปก็พยายามปลุก ซ่งจื่อเหยียนแน่นิ่งไปแล้ว แต่ในขณะเดียวกัน ร่างที่ถูกเขย่าไปมากลับลืมตาขึ้น ก่อนจะรู้สึกเจ็บที่กลางลำตัวตรงหว่างขา ให้ตายสิอะไรกันวะเนี่ย ฉันกำลังนั่งกินข้าวอยู่ดีๆแท้ๆ ใครจะรู้ว่าจะมีคนคลุ้มคลั่งไล่กวดยิงมาทางที่เจ๊นั่งอยู่ รู้สึกเจ็บๆมีอะไรอุ่นๆไหลออกมาตรงหน้าอก รู้ตัวอีกทีก็มาเจ็บตรงนั้นของผู้หญิงเนี่ยนะ มีเสียงคนร้องไห้อยู่ข้างๆอีกด้วย

"ฮือๆๆ คุณหนู ท่านฟื้นสิเจ้าคะ อย่าทิ้งบ่าวสองคนไปนะเจ้าคะ คุณหนู ฮือๆๆๆ"

หลี่จื่อเหยียนงง อะไรคือคุณหนู อะไรคือ โอ๊ยเจ็บท้อง นี่มันอาการคนจะคลอดลูกนี่หว่า โอ๊ยปวดหัว เดี๋ยวนะนี่อะไรอีกเนี่ย ทุกความทรงจำของซ่งจื่อเหยียนคนเก่าผ่านเข้ามาในหัวของหลี่จื่อเหยียนจนเธอปวดหัวจะระเบิด ข้างล่างก็กำลังปวดหน่วงข้างบนก็กำลังจะไม่ไหว จนเธอร้องออกมา ทำให้สามคนที่กำลังเขย่าตัวเธอต้องตกใจ

"โอ๊ยย แม่งอะไรนักหาวะ อื้อ ไอ้ผู้ชายเฮงซวยอย่าให้แม่เจอนะจะเตะให้คว่ำเลย อ๊ายยย โอ๊ยเจ็บๆๆๆ ตาหนูยายหนูออกมาสักทีสิโว้ยย"

"คุณหนูท่านฟื้นแล้ว ฮือๆๆ"

"นี่ๆๆอาซ้อเจ้าเบ่งอีกหน่อย หัวเด็กโผล่มาแล้ว" คนที่ชื่อป้าหูเอ่ยกับนาง เย่วเล่อตัดพ้อรำพันถึงผู้ชายเฮงซวยที่ทำให้ร่างเดิมเป็นเช่นนี้ไม่หยุด

"คุณหนูเบ่งอีกนิดเจ้าค่ะ ฮือๆ ที่นี่อยู่ไกลนักไม่มีหมอตำแยสักคน"

"เอาน่าแม่นางเย่วเล่อ ข้าไม่เคยทำคลอดแต่ข้าก็เคยคลอดลูกแหละน่า นี่ๆ อาซ้อซ่งเจ้าเบ่งอีกหน่อย แล้วอย่าสลบไปแบบเมื่อกี้เล่า อดทนหน่อย"

"อ๊ายย โอ๊ยเจ็บโอ๊ยเวรกรรมฉิบหายยังไม่ทันมีผัว ไม่ทันได้รู้รสชาติการป๊าบๆ กับผู้ชายเลย ก็ต้องมาเบ่งลูก อื้อเจ็บ อ๊ะ อ๊ายยย"

"คุณหนู ท่านเบ่งอีกนิด น้ำร้อนเตรียมแล้ว เย่วหลีกำลังไปเอาเจ้าค่ะ เหตุใดท่านอ๋องพระทัยร้ายนักฮือๆๆ"

"พอแล้ว ไอ้อ๋องสุนัขนั่นสมควรไปตายซะ อ๊าย ข้าเจ็บๆจะตายเจ้าจะมารำพึงรำพันอะไรพี่เย่วเล่อ ออกแล้วข้าคลอดแล้ว อ๊ะ อ๊ายยย"

หลี่จื่อเหยียนคลอดบุตรชายของร่างเดิมออกมาหนึ่งคน จากนั้นนางก็เพลียจนหลับไป หลี่จื่อเหยียนตื่นมาอีกทีฟ้าก็มืดแล้ว เจ้าตัวน้อยดูดปากจั๊บๆๆไม่หยุด คงหิวนมแต่กลับอดทนนักไม่ร้องออกมา ใบหน้าเหมือนไอ้บ้านั่นไม่ผิดเลย ร่างเดิมนี่จำใบหน้าไอ้คนเฮงซวยนั่นแม่นยำนัก

หลี่จื่อเหยียนยอมรับแล้วว่าเธอมาอยู่ในร่างของสตรีแซ่ซ่ง และตอนนี้วิญญาณของนางก็ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ ก่อนจะก้มลงไปหอมแก้มเจ้าตัวน้อย แต่เธอมองไม่เห็น

"อยู่กับท่านแม่คนนี้เป็นเด็กดีนะลูกแม่ หากชาติหน้ามีจริงขอให้เราได้อยู่ด้วยกัน แม่ไปก่อนนะเด็กดี"

วิญญาณของเธอค่อยๆสลายหายไป หลี่จื่อเหยียนอุ้มเจ้าก้อนแป้งขึ้นมาแนบออก ก่อนจะเอาเข้าเต้าเกิดมาไม่เคยมีลูกกับเขา อยู่ๆต้องมาเป็นแม่คน แถมยังคลอดลูกอีก แหม่ได้ประสบการณ์ชีวิตครบครันจริงๆ ขาดแต่ตอนทำลูกนี่แหละที่หายไป เฮ้อ

เย่วเล่อกับเย่วหลีผลัดกันมาดูคุณหนูของพวกนาง เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย ป้าหูก็จัดการหาสมุนไพรสำหรับสตรีคลอดบุตรมาให้ ซ่งจื่อเหยียนอยู่เดือนกว่านานสองเดือน และอีกไม่กี่วันก็จะออกเดือนแล้ว นางนึกถึงเรื่องที่ร่างเดิมโดนน้องสาววางแผนร้ายก็ให้โมโหแทน

"ดูเหมือนว่าไอ้อ๋องชั่วนี่จะมาจังหวะโบ๊บ๊ะพอดี คนที่เตรียมไว้ให้เป็นพ่อของลูกเจ้าของร่างเดิมคงไม่ใช่อ๋องปัญญาอ่อนนี่แน่ๆ ซ่งซยาอวิ๋นรอข้าก่อนเถอะนางตัวดี ซ๋งฮันเหลียงเจ้าอีกคนบิดาสารเลว พวกเจ้าล้างคอรอข้าได้เลย ข้าจะทำให้พวกเจ้าต้องมาคุกเข่าให้ข้าแน่นอน"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED