“ห่าเอ้ย! ตัวก็เท่าเมี่ยง สะเออะแส่เรื่องคนอื่น วอนตีนจนได้นะมึง”
ไม่พูดเปล่า มือก็จิ้มยาหม่องป้ายทารอยฟกช้ำบนแขนบนขาของเด็กรุ่นน้อง
“ก็ไอ้พี่เข้มรังแกไอ้แต๋ม มันแหกปากขอให้ช่วย อ้ายก็ช่วย มันเป็นเพื่อน ไม่ใช่คนอื่นซะหน่อย”
เลิกงานก็ดึก เหนื่อยก็เหนื่อย อาบน้ำแล้วจะล้มตัวลงนอน แต่เขาได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือก็เลยพรวดพราดออกมาเจอแต๋ม เพื่อนทำงานด้วยกันกำลังถูกลูกชายแม่ครัวของร้านฉุดแขนดึงเข้าห้อง
เพราะกลัวแต๋มจะถูกรังแกก็เลยรีบเข้าไปดึงเพื่อนมา ไอ้พี่เข้มมันก็ด่าว่าเขาเสือก ไม่ด่าเปล่า มือถึงตีนก็ถึง ใส่เขาตุ้บตั๊บ ยังไม่ทันจะได้ป้องกันตัวเลยด้วยซ้ำ
‘มึงคิดว่ากูจะทำอะไรมึงเหรอไอ้แต๋ม’ เบต้าร่างใหญ่ นิสัยเกเร ขู่ถามโอเมก้าตัวเล็กที่ตอนนั้นกำลังหงอสั่นยืนอยู่ข้างเขา
‘ผะ...ผมตกใจ’ แต๋มบอกว่าตกใจ แล้วหันมาสบตาเขา จากนั้นก็วิ่งตื๋อกลับไปทางห้องพักของตัวเอง
อ้าว...ถึงตอนนั้นเพิ่งรู้ตัวว่าโดนตีนฟรีๆ เพื่อนแต๋มก็หนีเข้าห้องปิดประตูไม่ถงไม่ถามสุขภาพเขาสักคำ
“เล่นกับใครไม่เล่น ไปเล่นกับไอ้เข้ม แม่งกร่าง ดุเหี้ยๆ ยิ่งกว่าหมาบ้านป้าจิต”
อ้ายหัวเราะพรืด คนแถวนี้เขารู้กันทั่วแหละว่าหมาบ้านป้าจิตซอยสิบน่ะดุแค่ไหน
“อ้ายไม่ได้อยากเล่นกับไอ้พี่เข้ม แค่อยากจะช่วยเพื่อน”
“แล้วมันก็ปล่อยให้เอ็งโดนตีนเนี่ยนะ พวกโอเมก้าขี้ขลาด”
“ไม่เอาน่าพี่ศร แต๋มมันก็คงกลัว น่าสงสารมันออก”
ในสังคมนี้เกิดเป็นโอเมก้าน่ะน่าเห็นใจที่สุดแล้ว โอเมก้าหญิงชีวิตปรกติไม่ต่างจากเบต้าหญิงเท่าไหร่นัก แต่ถ้าเป็นโอเมก้าชาย คุณจะถูกกดเป็นพลเมืองต่ำชั้นใต้ตีนเบต้าอีกที โอเมก้าชายส่วนใหญ่ร่างกายผอมบาง แรงน้อย สูงอย่างมากก็แค่ร้อยเจ็ดสิบ พร้อมจะถูกอัลฟ่าหรือเบต้ารังแกแล้วตอบโต้ไม่ได้ทุกเมื่อ ยิ่งช่วงฮีทพวกอัลฟ่าและเบต้าชายมากเลยแหละที่เหยียดด่าโอเมก้าชายไม่ต่างจากหมาติดสัด ใช้ฟีโรโมนล่อลวงอัลฟ่าเพื่อจะสมสู่ด้วยเท่านั้น อาจมีโอเมก้าได้อัลฟ่าเลี้ยงดูถึงขั้นแต่งงานกันหลังจากนั้น แต่ก็แค่หนึ่งในสาม ยังมีโอเมก้าชายถูกทิ้งและตกเป็นเหยื่อของการถูกย่ำยีอีกมากในสังคมที่หน่วยงานภาครัฐพร่ำบอกเราด้วยการอัดโฆษณาตามสื่อต่างๆ ว่าทุกคนเท่าเทียม
โธ่...แค่ยาฉีดระงับฮีทรายสามเดือนยังมีราคาที่ต้องจ่าย ที่ฉีดให้ฟรีในโรงพยาบาลรัฐก็แค่ถึงอายุยี่สิบ รัฐเขาว่าประชาชนโตเป็นผู้ใหญ่แล้วต้องรู้จักรับผิดชอบชีวิตของตัวเอง ยานั่นไหนเลยจะประสิทธิภาพดีเท่ากับยาที่ โอเมก้าในสังคมคนมีเงินเขาใช้กัน มากสุดก็พึ่งได้แค่ยาเม็ดรายเดือน เรื่องปลอกคอก็ด้วย โอเมก้ารายได้น้อยที่ไหนจะมีเงินซื้อปลอกคอป้องกันการถูกสร้างพันธะมาใส่ คุณเคยเห็นคนจนมีทองใส่ไหมล่ะ มันก็ไม่ต่างกันนักหรอก
เขาว่ากันว่าเกิดเป็นคนนั้นมีบุญกว่าสัตว์ แต่เกิดเป็นโอเมก้าชาย(ยากจน)นั้นเป็นคำสาปของพระเจ้า
อืม...พระเจ้าที่ไหนวะ สาปคนให้ทุกข์ยาก เรียกซาตานจะดีกว่าไหม
“ขืนยังกลัวอยู่แบบนี้ ไอ้แต๋มไม่รอดมือไอ้เข้มแน่”
จริงอย่างพี่ศรว่า โอเมก้ากี่คนแล้วที่ถูกไอ้เข้มข่มเหงรังแกแล้วต้องหนีออกจากร้านไป งานสำหรับโอเมก้าก็หายากเหลือเกิน เดือนๆ นึงเสียเวลากับการฮีทไปสามวันเจ็ดวัน ใครเขาจะอยากจ้างให้ทำงานด้วย ความสำเร็จในชีวิตโอเมก้ายากจนส่วนใหญ่จึงมีอยู่แค่สองทางเลือก
หนึ่งแต่งงานกับอัลฟ่าหรือเบต้าที่รักใคร่และดูแลกันไปจนชั่วชีวิต สองคือถีบตัวเองขึ้นมาด้วยสองลำแข้งเพียวๆ ซึ่งอย่างหลังมีอัตราเกิดขึ้นหนึ่งในร้อยของทางแรก
เพราะเป็นเบต้าตัวเล็กผอมแห้งที่ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นโอเมก้าอยู่เรื่อย อ้ายถึงได้เห็นอกเห็นใจและพยายามรับรู้ความยากลำบากในการใช้ชีวิตของโอเมก้ารอบตัว
“เอาละ กินยาแก้ปวดแล้วก็รีบนอน ขืนลุกมาทำงานบ่ายนี้ไม่ไหว มึงนั่นแหละจะเดือดร้อนแทนไอ้แต๋ม จำใส่หัวไว้ก็ดี เอ็นดูเขาเอ็นเราจะขาด” เบต้าชายรุ่นพี่บอกทิ้งท้ายก่อนออกจากห้องเขาไป
เขาไม่ได้เอ็นดูอะไรแต๋มในทางนั้นเลยสักนิด ที่ทำไปเรียกว่าน้ำใจกับเพื่อนร่วมโลกล้วนๆ หลังจากวันนั้น สังเกตว่าแต๋มมันกลัวไอ้พี่เข้มหัวหดยิ่งกว่าเก่า ไอ้หมอนั่นก็ย่ามใจยิ่งแกล้งมันหนักขึ้นจนร้องห่มร้องไห้ก็หลายหน
“เราไม่อยากทำงานที่นี่แล้วแหละ”
“แต๋มหางานใหม่ได้แล้วเหรอ หรือจะกลับบ้านนอกไปอยู่กับแม่”
แต๋มส่ายหน้า “เราไม่อยากเป็นเมียพี่เข้ม เราไม่ชอบพี่เข้ม ไม่อยากโดนพี่เข้มแกล้งทุกวันแบบนี้ด้วย อ้ายช่วยเราหน่อยได้มั้ย”
“ถ้าจะให้ดักตีหัวไอ้พี่เข้ม อ้ายทำไม่ได้นะ อ้ายไม่ไหวจริงๆ” ไม่อยากหาเรื่องเจ็บตัวอีกแล้ว เขามันก็แค่เบต้าขี้ก้างคนหนึ่งเท่านั้น
“อ้ายมาเป็นแฟนแต๋มได้มั้ย”
“ฮะ...” อ้ายเหวอแดก “แต๋มชอบอ้ายหรือแค่อยากให้อ้ายเป็นไม้กันหมาบ้าชื่อไอ้พี่เข้มอะ”
นี่ถามจริงจังนะเว้ย
“ก็....ก็ไม่มีใครอยากจะช่วยแต๋มเลยนี่นา” เพื่อนโอเมก้าของเขาหน้าเศร้า
เฮ้อ...อ้ายรู้สึกมึนตึ๊บ ห่วงก็ห่วงเพื่อนหรอกนะ แต่ตัวเขาก็ใช่จะรอดจากมือตีนไอ้พี่เข้มได้ ทำงานร้านหมูกระทะเจ๊เนียง ต่างก็รู้แหละว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของแม่ครัวใหญ่น่ะ ไม่มีใครกล้าหือ
เขาอยากช่วยแต๋มในฐานะเพื่อน ไม่ใช่ฐานะแฟน ก็เลยไปบอกเจ๊เนียงให้แต๋มย้ายมาอยู่ห้องเดียวกับเขาแทนเพื่อนร่วมห้องที่จู่ๆ ก็หายหัวไม่มาทำงานร่วมอาทิตย์ จนเจ๊เนียงออกปากไล่ไม่ต้องมาให้เห็นหน้าอีก
แล้วก็ถึงวันที่อ้ายกล้าหือกับไอ้พี่เข้มอีกหนเพราะลูกแม่ครัวใหญ่โมโหให้แต๋มหนักถึงขั้นเอาเตาร้อนๆ ขว้างใส่
และวันนั้นเองโอเมก้าแต๋มก็พบรักกับอัลฟ่าลูกค้าร้านหมูกระทะ ที่บังเอิญมาเข้าห้องน้ำและเห็นเหตุการณ์หลังร้านพอดิบพอดี ผู้ชายคนนั้นช่วยและพาแต๋มขึ้นรถไปด้วยกัน ทิ้งไว้แค่เขาที่หลังจากนั้นก็ถูกไอ้พี่เข้มทุบด้วยกำปั้น เด็กในร้านสมน้ำหน้า และสุดท้ายถูกแม่ไอ้พี่เข้มใส่ไฟกับเจ๊เนียง เขาถูกไล่ออกด้วยข้อหาเป็นตัวสร้างปัญหาทำให้องค์กรร้านหมูกระทะไม่สามัคคีกัน
เหี้ยไรวะเนี่ย!
ช่วยเพื่อนกลายเป็นความเสือก พาชีวิตตัวเองซวย!
สาบานให้ตายเถอะ ต่อไปนี้เขาจะลดความเสือกของตัวเองให้น้อยลง ใครจะเป็นจะตายไงก็ช่าง คนเราอยู่รอดได้ด้วยความเห็นแก่ตัวเท่านั้น...จริงไหม
แต๋มนะแต๋ม ทำกันได้
อ้ายเก็บเสื้อผ้าไม่กี่ชุดที่มีใส่กระเป๋า ได้เงินค่าแรงคงค้างเกือบๆ สองพันบวกกับเงินพี่ศรยัดใส่มือให้อีกห้าร้อย ตลอดชีวิตของการเป็นเด็กมีบ้าน จนต้องเป็นเด็กกำพร้า เขาเรียนรู้ที่จะเป็นเด็กดี สุภาพ หัวอ่อนและเชื่อฟัง หวังจะทำให้ผู้ใหญ่รักเอ็นดู สิ่งศักดิ์สิทธิ์จะเมตตาเกื้อหนุน แต่ขอเถอะ เจอแบบนี้เขาทนไม่ไหวแล้ว
อ้ายเงยหน้าขึ้นฟ้า ชูนิ้วกลางให้เทวดาสักองค์บนนั้นรับไป แล้วตะโกนว่า...-วย
‘หน้าผม ใจผมคนเดิม ไม่เคยคิดเสริม เติมเปลี่ยนให้เป็นคนใหม่’
อ้ายคิดถึงเพลงที่เจ๊เนียงชอบเปิดฟังบ่อยๆ ขณะมือถือกระจกส่องดูหน้าตัวเองหนที่สิบ
หน้าก็คล้ายหน้าเดิมนะ ผิดแผกไปมากก็ตรงหน้าเขาตอนนี้ขาวไม่หม่นหมองอย่างคนเคยกรำงาน มีขี้แมลงวันเล็กๆ ใกล้หัวคิ้วต่ำลงมาตรงเปลือกตา ผมสีน้ำตาลอ่อนยิ่งทำให้ใบหน้าที่กำลังจ้องเขากลับนี้แลดูซีดขาว
อีกอย่างที่ทำให้ต้องร้องเอ๊ะก็คือชื่อที่ถูกเรียกตอนกะพริบตาตื่น
‘น้อง...หนูน้อง’
เรียกใครเหรอ
น้องใคร ใครคือหนูน้อง
กว่าจะรวบรวมสติแตกกระเจิงที่ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลต่อหน้าคนไม่รู้จักก็ใช้เวลานานร่วมสิบนาที
ขอย้อนไปก่อนหน้านี้สักหลายวันหน่อยนะครับ
หลังเก็บกระเป๋าออกจากร้านหมูกระทะเจ๊เนียง เขาคิดจะกลับไปตั้งหลักที่บ้านเด็กกำพร้าครูสมร อย่างน้อยก็เบาใจเรื่องที่ซุกหัวนอน เงินเกือบสองพันห้าร้อยบาทที่มีค่อยคิดหาลู่ทางว่าจะเลี้ยงดูตัวเองต่อได้ยังไง ระยะเวลาหนึ่งปีที่ออกมาใช้ชีวิตข้างนอก ซมซานกลับไปหนนี้หวังว่าครูสมรจะไม่ผิดหวังกับความล้มเหลวของเขา เพราะนายส่องหล้าคนนี้อยู่ในรายชื่อว่าเป็นเด็กในปกครองที่จบชั้นม.หก น่าจะพอมีอนาคตให้ครูได้ชื่นใจในอันดับต้นๆ เชียวนะ
อ้ายโทร.หาเพื่อนโอเมก้าที่โตมาด้วยกัน โชคดีหลังเรียนจบพวกเขาได้งานทำทั้งคู่ แต่ติดตรงงานอยู่คนละที่ และด้วยเหตุที่เปลี่ยนงานสุดท้ายเลยต้องแยกกันอยู่ แยกกันไปมีสังคมใหม่ๆ
เขาโทร.ติด แต่ไม่มีคนรับสาย ทั้งที่หลายวันก่อนยังทักทายกันผ่านเฟซบุ๊กอยู่เลย เขาวางแผนว่าก่อนจะกลับบ้านครูสมร จะแวะไปนอนกับเกื้อกูลด้วยความคิดถึงสักหลายๆ วันก่อน
‘แน่ใจนะว่ามึงไม่ใช่โอเมก้าแบบกู’
เขาเคยถูกไอ้เกื้อถามก็เพราะรูปร่างภายนอกส่อมาทางนี้สุดๆ
‘กูเคยฮีทให้มึงเห็นมั้ยล่ะ’
โอเมก้ากำพร้าในบ้านครูสมรส่วนใหญ่อายุสิบสองสิบสามก็ฮีทกันแล้ว ช้าสุดที่เขาเคยเห็นก็ฮีทตอนอายุสิบหก เขาอยู่กับครูจนอายุสิบเจ็ด ก็ไม่เคยจะเกิดอาการรุมร้อนไปทั้งตัวและกระจายกลิ่นหอมฟุ้งไปกวนใจพวกอัลฟ่าเลยสักหน
ด้วยความตัวเล็กผอมบาง คงเป็นอย่างอื่นไม่ได้แล้วนอกจากเบต้า และเป็นเผ่าพันธุ์เบต้าแคระด้วยสิ
ยังจำได้ไหม ก่อนออกจากร้านเจ๊เนียง ที่เขาเคยตั้งปณิธานจะไม่เสือกเรื่องของคนอื่นอีก
แต่แล้วเขาก็ผิดความตั้งใจเดิม การเสือกคราวนี้ไม่เกี่ยวกับคน แต่เกี่ยวกับสัตว์หน้าขนที่เรียกว่าหมาจร
เมื่อคนจรกับหมาจรมาเจอกัน เขาที่อยากช่วยน้องหมาน้อยไม่ให้ถูกรถสิบล้อเหยียบไส้ทะลักเป็นผีหมาเฝ้าถนนก็เลยพุ่งตัวออกไปหมายจะคว้าตัวน้องกลับมาริมถนน แต่เจ้ากรรมอันใดไม่รู้ชักพา จำได้ว่าถูกชนเปรี้ยงด้วยรถกระบะขับย้อนศรคันหนึ่ง ความซวยคราวนี้หนักกว่าโดนตีนไอ้พี่เข้ม
เรียกว่าตายแล้วเกิดใหม่ได้มั้ย หรือแค่วิญญาณย้ายที่อยู่เฉยๆ
นิยายมากๆ ละครหลังข่าวโคตรๆ แต่เมื่อหยิกตัวเองซ้ำๆ จนเนื้อแทบเขียวยังไงเขาก็ยังอยู่ในร่างนี้
นอกจากหน้าตาที่คล้ายกันราวกับแฝด ซึ่งความจริงตั้งแต่จำความได้ ก็ไม่เคยมีใครพูดเรื่องฝาแฝดอะไรให้เขาได้ยินสักครั้ง หลังจากแม่ตายตอนสี่ขวบเห็นจะได้ เขาก็อยู่กับยาย ยายตายก็มีญาติรับไปอยู่ด้วยไม่ถึงปีก็ถูกพาไปส่งบ้านครูสมร
ตอนอยู่คนเดียว เขารีบสำรวจร่างนี้ก็พบว่าไม่มีร่องรอยของแผลจักรยานล้มที่เข่า หน้าผากก็ไม่มีรอยเย็บเพราะเคยถูกพวกอัลฟ่ารุมรังแกขว้างก้อนหินใส่จนแตกเลือดอาบหน้า
สรุปแล้วเขาตายหรือยังไม่ตายกันแน่ แล้วร่างของนายส่องหล้า แสนคำอินทร์ ตอนนี้อยู่ที่ไหน
“ตื่นแล้วเหรอลูก”
ผู้หญิงวัยประมาณห้าสิบต้นๆ คนเดิมเรียกเขา เธอแทนตัวเองว่าป้า และเรียกเขาว่าหนูน้อง
ตอนเพิ่งได้สติใหม่ๆ เขาคงทำหน้าเอ๋อโคตรๆ บวกกับถามเธอว่าใครคือหนูน้อง แล้วคุณคือใคร ตอนนั้นคุณป้าหทัยรัตน์ก็ร้องไห้ฟูมฟายใหญ่โต เรียกเขาซ้ำๆ
‘น้อง น้องจำป้าไม่ได้เหรอลูก ทำไม โธ่...หนูน้องของป้า’
ส่วนพี่กุ๊ก ซึ่งเขารู้ชื่อตอนหลังและรู้ว่าเธอเป็นสาวใช้คอยดูแลเขาก็ต้องยื่นยาดมยาหม่องให้ผู้เป็นนายสูดดมอยู่หลายฟรืด จากนั้นคุณป้าผู้รักหลานก็ล้งเล้งเรียกหาพยาบาล เกรี้ยวกราดบอกพี่กุ๊กกดมือถือโทร.หาใครสักคน
ตอนนั้นเขาชักเริ่มรู้สึกหนาวเยือกแปลกๆ มันเป็นความกลัวที่อธิบายอาการไม่ถูก
‘เจ้าดลจะต้องรับผิดชอบกับเรื่องนี้ และคนที่ต้องรับผิดชอบมากที่สุดก็คือเมียของมัน’
‘แต่คุณมนก็เจ็บจนเข้าโรงบาลด้วยนะคะ’
‘นั่นก็สมน้ำหน้าแล้วไหมล่ะ ให้ทุกข์แก่ท่านทุกข์นั้นถึงตัว ก็ไม่เห็นเป็นอะไรมากเท่าหลานฉันหรอก ดูสิ...โถ ถ้าเกิดจำป้าจำตัวเองไม่ได้ขึ้นมา ตายไปแล้วป้าจะมีหน้าไปพบนมชื่นได้ยังไง’
จากบทสนทนา บุคคลที่เกี่ยวข้องกับร่างนี้นอกจากคุณป้าหทัยรัตน์ก็มีคนชื่อดลกับมน และสองคนนั่นมีส่วนให้คนชื่อน้องเข้ามานอนอยู่ในโรงพยาบาล?
เมื่อปลายทางรับสายแล้ว คุณป้าก็ขยับออกห่างจากเตียง พอดีกับที่พยาบาลเข้ามาถามอาการเขา เพราะมัวแต่ตอบคำถามของคุณพยาบาล ก็เลยไม่ทันได้จับใจความว่าคุณป้าพูดอะไรบ้าง ได้ยินท้ายๆ เลยว่าให้มา น้ำเสียงและสีหน้าของหญิงวัยห้าสิบนั้นอย่างไรก็ยังไม่ทิ้งความโกรธเคือง
หลังคุณพยาบาลออกไปแล้ว พี่กุ๊กก็ดูแลเขาโดยมีคุณป้าคอยกำกับ อาหาร ผลไม้ ของบำรุงเพียบ และเขาก็กินหมดด้วยสิ เพราะมีแต่ของอร่อยๆ
วันนี้ก็เช่นกัน
“น้องกินข้าวได้เยอะแบบนี้ป้าค่อยเบาใจหน่อย ปรกติเราน่ะกินอย่างกับแมวดม”
“คุณป้าอุตส่าห์ทำให้ผม...เอ้ย ทำให้น้องกินนี่ครับ” ต้องไม่หลุด ครั้งแรกที่เขาแทนตัวว่าผม คุณป้าคิ้วขมวดเลยเชียว “ถ้าไม่กิน คุณป้าจะเสียใจใช่มั้ย” อ้ายลองอ้อนดู ลองป้ารักหนักหนา เจ้าของร่างเดิมก็คงจะเป็นคุณหนูขี้อ้อนรู้จักเข้าหาผู้ใหญ่พอสมควรแหละ
“เด็กดีของป้า” นิดหน่อยน้ำตาก็จะปริ่มอีกแล้ว
“ไม่เอาไม่ร้องนะครับ น้องไม่เป็นอะไรแล้ว” อ้ายถือวิสาสะกุมมือเธอเบาๆ
“ถ้าน้องเป็นอะไรมากกว่านี้ ป้าก็คงรู้สึกผิดไปจนตาย ตอนแรกป้าคิดว่าน้องจะจำอะไรไม่ได้เลยด้วยซ้ำ”
“ก็ค่อยๆ เล่า ค่อยๆ พูดเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้น้องฟังนะครับ หัวฟาด ก็คงจะมีเบลอๆ บ้างแหละเนอะ” เหตุผลมาพร้อมใบหน้าใสประดับด้วยรอยยิ้ม
ก็ตั้งแต่ฟื้นมาแบบมึนๆ คุณป้าก็ทำท่าจะจับเขาเช็กสมองอีกรอบแล้ว เขาต้องใช้มารยาสารพัดหลบเลี่ยง เกิดความแตกว่าไม่ใช่หนูน้อง จะถูกจับไปหาหมอผีหรือเปล่าก็ไม่รู้
“ยังไงซะดลก็ต้องให้ความยุติธรรมกับน้อง ป้าไม่ยอมหรอกนะที่จะให้เราเจ็บตัวฟรีๆ ดูสิดู เรียกให้มาตั้งแต่วันก่อน ป่านนี้ยังไม่โผล่หัว จะให้ป้าไปจิกตัวที่ห้องพักฟื้นนั่นเองเหรอ แขยงใจนัก ไม่อยากจะมองหน้าเมียบ้านนอกนั่น ต่อหน้าทำซื่อตาใส ลับหลังทำร้ายน้องจนต้องเข้าโรงบาล แย่มากๆ”
อ้ายยิ้มแหยเมื่อได้ฟัง มันไม่ใช่การเข้าโรงพยาบาลธรรมดานี่สิ แผลแตกบนหัวมันไม่ใช่แผลใหญ่นัก แต่ก็ทำให้อีกคนวิญญาณหลุดไปไหนก็ไม่รู้ หรือจะหลุดไปอยู่ในร่างของเขาที่ถูกรถชน ถ้าออกจากโรงพยาบาลได้แล้วติดต่อกันได้ก็คงจะดี คาดว่าทางนั้นคงจะสติแตกไม่ต่างจากเขานักหรอก
“ออกจากโรงบาลแล้วป้าจะพาไปทำบุญ หายดีแล้วป้าจะจัดงานแต่งให้เร็วที่สุด”
“ฮะ...งานแต่ง!” อ้ายตาเหลือก แทบสำลักชมพู่ที่เพิ่งส่งเข้าปาก
“เอ้าๆ สำลักแล้ว ตกใจแบบนี้หรือน้องลืมเรื่องจะแต่งงานกับพี่ดลไปแล้ว” ป้าหทัยรัตน์ยกมือทาบอก หันไปมองพี่กุ๊กสีหน้าเลิ่กลั่ก
ตายหอง...แต่งงาน!
ถ้างั้นเจ้าของร่างบอบบางตัวเล็กตัวน้อยบนเตียงนี่ก็เป็นโอเมก้าไม่ผิดจากที่คิดเลยสินะ
ตายๆๆ อยากจะเป็นลม แต่ก่อนเคยคิดอยากจะเป็นผัวที่ดีให้ผู้หญิงสักคน แล้วทำไมเทวดาฟ้าดินถึงได้เล่นตลกร้ายจะให้เขาเป็นเมียคนอื่น
ฮือออออ... ด่า-วยคำเดียว ลงโทษหนักงี้เลยเหรอคุณเทวดา
บ่ายนั้นอ้ายเอาแต่นอนห่อเหี่ยวอยู่บนเตียง ในหัวคิดแต่เรื่องจะต้องแต่งงานกับพี่ดล
ใช่...เขาฟังไม่ผิด คุณป้าย้ำเรื่องจะให้เขาแต่งงานกับพี่ดล เพราะความต้องการของคุณหนูน้อง
แล้วทำไมคุณหนูน้องนี่ต้องยุ่งกับผัวคนอื่นด้วย ก็เมื่อพี่ดลมีเมีย โอเมก้าชื่อมนอยู่ก่อนแล้ว เพราะดันทุรังจะแต่งกับผัวคนอื่นใช่มั้ย ถึงได้ถูก โอเมก้ามนผลักล้มจนหัวฟาดแบบนี้
‘น้องไม่แต่งแล้วได้มั้ย’ ...เขาลองหยั่งเชิงคุณป้า
‘ต้องแต่ง ป้าว่าจะใจอ่อนกับเรื่องตาดลอยู่แล้วเชียว แต่เมียตาดลทำร้ายน้องหยามใจป้าแบบนี้ ก็สมควรจะเป็นได้แค่เมียน้อย มาทีหลังแล้วพาล ป้าไม่รับเป็นสะใภ้ให้ขายขี้หน้าใครหรอกนะ’
ทำไม...ทำมายยยย อ้ายคร่ำครวญกับชีวิตใหม่? ที่ส่อเค้าจะยุ่งเหยิงบันเทิงสัดๆ
นอนหายใจทิ้งเฮ้อๆ อยู่นานสองนาน ในที่สุดว่าที่เจ้าบ่าวของเขาก็ยอมโผล่หน้ามาให้เห็นเสียที
โอ้...พี่ดลของหนูน้องหล่อไม่เบา รูปร่างสูงใหญ่สมกับเป็นอัลฟ่า ใบหน้าคมคาย ขาวจัด จนเห็นกระทั่งไรหนวดเขี้ยวครึ้ม จมูกก็โด่งขึ้นสัน เครื่องหน้าถูกจัดวางสมบูรณ์แบบอย่างกับพระเจ้าสร้าง ป้าหทัยรัตน์เป็นผู้หญิงสวยสมวัย แน่ว่าคุณลุงที่เป็นสามีก็จะต้องหล่อมากๆ ไม่งั้นคงไม่โขกเบ้าหน้าฟ้าประทานมาให้พี่ดลได้หรอก หล่อตี๋อินเตอร์แบบนี้เดบิวต์เป็นดาราได้ไม่ยาก แต่สายตาวาววับของอีกฝ่ายนี่สิ
เกลียดเขาใช่มั้ย เกลียดมากๆ แบบอยากจะกระโจนมาขย้ำแล้วใช่มั้ย...น่ากลัวชะมัด!
“ถ้าคุณแม่เรียกผมให้มายอมรับความผิดที่มนไม่ได้ทำ ผมขอปฏิเสธนะครับ”
นั่นไง เปิดปากหล่อๆ ปุ๊บก็ดูทรงจะได้เรื่องร้ายมากกว่าเรื่องดี
“ก็เห็นอยู่ตำตาว่าน้องหัวแตก สมองกระทบกระเทือนเกือบจำอะไรไม่ได้”
“ก็สมกับที่น้องทำไหมล่ะครับ น้องจงใจทำร้ายมน มนที่กำลังตั้งท้องลูกของผม หลานที่เป็นสายเลือดของคุณแม่เองแท้ๆ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ท่านคงเหลืออดเหลือทนกับน้องแล้วนั่นแหละ ถึงให้เป็นคนล้มหัวฟาดซะเอง ดีเท่าไหร่แล้วที่ไม่ตาย” ชายหนุ่มกระแทกเสียงคำว่าตายใส่คนในบทสนทนาอย่างเหลืออด “เพราะถ้าตายก็คงจะสบายและหนีความผิดง่ายไปหน่อย”
แม่เจ้าโว้ยยยย...มาแบบน้ำไหลไฟดับเล่นเอาคุณป้าอ้าปากค้าง เขาก็ด้วย ส่วนพี่กุ๊กน่ะทำตัวลีบหนีออกนอกห้องไปตั้งแต่คุณพี่ดลคนนี้เข้าประตูมาแล้ว
ฟังจากปากพี่ดลไหงเรื่องมันคนจะทางกับที่ฟังจากป้าหทัยรัตน์ สรุปว่ามนผลักน้อง หรือน้องผลักมนกันแน่ แม่กับลูกถือหางคนละทีมด้วยสิ
“พี่ดลครับ ผม...เอ่อ น้องอยากจะขอโทษถ้าน้องทำเรื่องไม่ดีลงไป” ออกตัวยอมๆ ก่อน โจทก์อาจจะใจอ่อนให้จำเลยคนนี้บ้าง...ล่ะมั้ง
“ไม่ใช่แค่ถ้า น้องทำเรื่องไม่ดีแล้ว รู้ตัวหรือเปล่า”
แง...กลัวโว้ย ถูกด่าอีกแล้ว ตาน่ะก็อย่าจ้องจะกินเลือดกินเนื้อนักสิวะ อ้ายใจหล่นที่ตาตุ่ม
“เลิกว่าน้องซะที แกน่ะเชื่อแต่เมีย” คุณป้าหทัยรัตน์ออกตัวแทนเขา แต่ก็เหมือนน้ำมันราดไปบนกองไฟ
“มนอาจจะแท้งด้วยซ้ำถ้าน้องทำสำเร็จ แท้งนะครับ แท้งที่หมายถึงลูกของผมตาย ทำไมคุณแม่ห่วงหลานนมชื่นมากกว่าหลานที่เกิดจากผมล่ะครับ ถ้าคุณแม่เปิดใจสักนิด ไม่เชื่อคำยุแยงของน้อง คุณแม่จะรู้เลยว่าอย่างไหนเรียกเพชร อย่างไหนเรียกกรวด ที่น้องนิสัยแย่แบบนี้เพราะคุณแม่ตามใจคอยให้ท้ายด้วยซ้ำ”
“ตาดล!”
โอว้ม่ายยยย แม่ลูกเขาจะฟัดกันให้ตายไปข้างแล้ว ทำไงดีๆ
“คุณป้ากับพี่ดลอย่าทะเลาะกันเลยนะครับ น้องผิดเอง น้องขอโทษนะๆ” หันมาทางนี้พี่ดล มาด่าร่างหนูน้องนี่
“บอกพี่มา น้องตั้งใจทำให้มนแท้งใช่มั้ย” เด็กดีของคุณแม่ทำเรื่องร้ายแรงออกอย่างนี้ยังจะเข้าข้าง เขาละอยากจะทุบอีกคนนัก
“เอ่อ...” อ้ายอ้ำอึ้ง เขาไม่ใช่คุณหนูน้อง จะรู้ได้ไงว่ารายนี้ตั้งใจหรือไม่ตั้งใจ พี่ดลโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้ ถ้าเขายืนกรานปฏิเสธจะเป็นไงต่อล่ะเนี่ย แล้วถ้าทำให้อีกคนโกรธมากๆ จนไม่ยอมแต่งงานด้วยจะดีมั้ย
“พูด!”
“ตะคอกน้องทำไมเล่า!” คนเป็นแม่แว้ดแหวใส่ลูกชาย เข้ามาลูบหลังลูบไหล่เด็กในอุปการะ เกรงโอเมก้าร่างน้อยจะขวัญบินร้องไห้โฮเสียก่อน
ปรกติแล้วอ้ายเป็นคนใจกล้าพอตัว ฟีโรโมนและความรู้สึกที่แผ่จากอัลฟ่ายามขู่ก็ไม่มีผลกับเขา แต่ครั้งนี้อาจจะเป็นเพราะวิญญาณเขามาสิงสู่ในร่างโอเมก้าแสนบอบบางล่ะมั้ง พอถูกขู่ด้วยเสียงด้วยท่าทางน่ากลัว ร่างน้อยก็สั่นเทา ใจกับตัวแทบจะหดเหลือสองนิ้ว
“อย่าคิดหนีความผิดซะให้ยาก พี่มีจันทร์เป็นพยาน จันทร์เห็นตั้งแต่ต้นว่าน้องทำอะไรมน กล้องวงจรปิดบ้านเราก็มี”
เพราะห่วงคู่ชีวิตของตนที่มารดาไม่ยอมรับนับเป็นสะใภ้ ทั้งที่มนก็กำลังตั้งท้องลูกของเขาเข้าเดือนที่สี่ จึงต้องมีสาวใช้ให้คอยดูแลมนช่วงเขาออกไปทำงาน จะเรื่องดีเรื่องร้ายในแต่ละวันให้รายงานเขาหมด
หลานนมชื่นที่คุณแม่รับเลี้ยงดูแต่อ้อนแต่ออกจงเกลียดจงชังมน หลายครั้งหลายหนคอยหาเรื่องพูดแดกดันใส่ หนำซ้ำยังคอยกลั่นแกล้งเหมือนเด็กไม่รู้จักโต นั่นเพราะอีกคนฝังจิตฝังใจจะแต่งงานกับเขามาตั้งแต่เด็ก คุณแม่รักเคารพนมชื่นมาก จึงรักน้องเหมือนกับลูกในไส้ เผลอๆ จะรักมากกว่าเขาด้วยซ้ำเลยมั้ง
“พี่ดลใจร้ายกับน้องจัง” กลัวก็กลัว แต่ถ้าทำให้อีกคนเกลียดเขามากหน่อย เข้ามาตีเขาเลยก็ได้ คุณป้าจะได้เลิกส่งเขาไปเป็นกระท้อนให้ตาพี่ดลทุบแล้วแต่งเป็นเมีย
“ใช่! ใจร้าย แม่ไม่คิดนะว่าเลี้ยงดลมาอย่างดี แต่ดลเห็นคนนอกดีกว่าน้องที่โตมาด้วยกัน”
“มนเป็นเมียผม” ภูธดลย้ำหนที่ร้อยถึงสถานะของมนพัทธ์
“แต่คนที่แม่ยอมรับให้เป็นเมียแกมีแค่หนูน้องเท่านั้น!”
สองแม่ลูกเอาแต่จ้องหน้ากัน ก่อนพี่ดลของหนูน้องจะหันมาจ้องหน้าเขา รังสีของความแค้นใจทำเขาสะดุ้งวาบๆ
ตายแน่ไอ้อ้าย มึงตายแน่!
แต่อ้ายก็มีเรื่องสำคัญจะต้องรู้ให้ได้ก่อน
“แล้วเรื่องแต่งงาน...”
“เลิกคิดฝัน ไม่มีทาง!” ภูธดลกระแทกเสียงกร้าว หันตัวเดินออกจากห้องราวกับพายุพัด
เย่! อ้ายอยากกระโดดลงจากเตียงมารำฟ้อนเสียเหลือเกิน แต่ดวงตาของโอเมก้ากลับขับน้ำตาร่วงหน่อยๆ
ไม่ใช่เสียใจเรื่องจะไม่ได้แต่งงานกับพี่ดลหน้าดุสักนิด เขาร้องไห้เพราะกลัวจะถูกฆ่าต่างหาก อัลฟ่าไรแม่งดุอย่างกับหมาบ้านป้าจิต!
“โถๆๆ ไม่ต้องร้องนะ เดี๋ยวป้าจะจัดการให้เอง” อ้อมกอดอบอุ่นของคุณป้าหทัยรัตน์ถูกมอบให้เขาอีกครั้ง
“น้องไม่เป็นไรครับ...ฮือ อย่าบังคับพี่ดลเลย น้องยอมถอยแล้ว น้องไม่อยากอยู่กับพี่ดลแล้ว” อ้ายเว้นจังหวะสะอื้นเล็กน้อย “ออกจากโรงบาลแล้วพาน้องไปทำบุญไปเที่ยวดีกว่านะครับคุณป้า”
“แต่...”
“น้องไม่แต่งแล้ว น้องจะอยู่กับคุณป้าไปจนตาย นะครับ อย่าขัดใจน้องเลย”
“โถ...คนดีของป้า เอาเถอะป้าตามใจน้องทุกอย่าง อย่าเพิ่งพูดอะไรตอนนี้เลยนะ”
อ้ายฮึบๆ น้ำตาไว้อย่างน่าสงสาร เรียกร้องความเห็นใจจากหญิงสูงวัย ขณะในใจโห่ร้อง ถ้ามีหางก็คงส่ายดิ๊กๆ
...ดีใจที่สุดเลยโว้ย!