4 ปีก่อน ข้าวหอมในวัย 15 ปี ยืนเกาะขอบรั้วไม้หน้าบ้านหลังกะทัดรัดของตัวเอง มองรถคันยาวสีดำหลายคันที่วิ่งเข้ามาจอดภายในรั้วบ้านของคฤหาสน์หรูราวกับพระราชวังที่เพิ่งสร้างเสร็จใหม่ๆ ด้วยความตื่นเต้น
หล่อนยืนมองผู้คนชายหญิงที่แต่งตัวกันหรูหรา ท่าทางร่ำรวยมากก้าวลงมาจากรถทีละคน จนกระทั่งสะดุดตากับเด็กผู้ชายวัยรุ่นตัวสูงโย่งคนหนึ่งที่ก้าวตามผู้หญิงวัยกลางคนลงมาจากรถ
เด็กผู้ชายคนนี้หยุดยืนอยู่หน้าคฤหาสน์หรูสักพัก ก่อนจะมองเลยมาเห็นหล่อนเข้าพอดี หล่อนตกใจกำลังจะผลุบตัวหลบลงนั่ง แต่รอยยิ้มของเด็กผู้ชายคนนั้นที่มอบให้มา ทำให้หล่อนยืนนิ่ง ก่อนจะยิ้มตอบกลับไปเช่นกัน
แม้เด็กผู้ชายคนนั้นจะแค่ยิ้มให้แค่ครั้งเดียว แต่หล่อนก็มองเห็นมิตรภาพจากรอยยิ้มนั้นมากมาย หล่อนตื่นเต้นดีใจ และก็เฝ้ารอที่จะทำความรู้จักกับเด็กผู้ชายวัยไล่เลี่ยกันคนนี้อย่างใจจดใจจ่อ
และหลังจากนั้นสามวัน หล่อนก็มีโอกาสได้เห็นเด็กผู้ชายข้างบ้านอีกครั้ง ในฐานะของนักเรียนคนใหม่ของโรงเรียนนั่นเอง
คุณครูแนะนำให้ทุกคนรู้จักเขา นายปกป้อง เกียรติไพศาล หล่อนรู้สึกตื่นเต้นไม่น้อยที่เด็กผู้ชายข้างบ้านเข้ามาเรียนในชั้นเรียนเดียวกับตนเอง แถมยังห้องเดียวกันอีก
หล่อนส่งยิ้มให้เขา และเขาก็ยิ้มให้กับหล่อน ราวกับว่าเขาจำได้ว่าหล่อนคือใคร หัวใจของหล่อนพองฟูแปลกประหลาดกับรอยยิ้มที่ได้รับจากเขา และทันทีที่คุณครูประจำชั้นถามว่าใครจะเป็นบัดดี้ของปกป้อง หล่อนจึงรีบยกมือขึ้นรับอาสาโดยไม่รั้งรอ
ในที่สุดหล่อนก็ได้เป็นบัดดี้ของนักเรียนใหม่อย่างปกป้อง หล่อนช่วยแนะนำสิ่งต่างๆ ภายในโรงเรียนให้กับเขาอย่างกระตือรือร้น และก็คอยดูแลช่วยเหลือเขาในทุกๆ ครั้งที่มีโอกาส แม้ว่าปกป้องจะไม่ได้ร้องขอก็ตาม
หล่อนมีความสุขกับชีวิตในโรงเรียนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพราะนอกจากที่หล่อนจะได้เจอปกป้องที่โรงเรียนแล้ว แต่ในตอนที่กลับบ้าน หล่อนก็ได้รับอานิสงส์ติดสอยห้อยตามเขากลับบ้านพร้อมกันด้วย
และตลอดสามปีในรั้วของโรงเรียนมัธยมประจำจังหวัด มิตรภาพของหล่อนกับปกป้องก็งอกงามจนตอนนี้เรียกได้ว่า หล่อนกับเขาคือเพื่อนที่สนิทกันมาก พูดง่ายๆ ก็คือแค่มองตามก็รู้ใจกันทุกอย่าง จนกระทั่งตอนนี้หล่อนกับปกป้องได้เข้ามาศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยเดียวกัน และคณะเดียวกันด้วย
ข้าวหอมยืนยิ้มหวานอยู่ใต้ต้นจาจุรีหน้าคณะเรียน เฝ้ารอปกป้องที่วันนี้ตื่นสาย จึงไม่ได้เดินทางมาเรียนพร้อมอย่างที่เคยกระทำทุกวันมาตลอดหลายปี
มือเล็กยกขึ้นขยับแว่นตาหนาเตอะที่สวมใส่อยู่เล็กน้อย ขณะเพ่งมองร่างสูงใหญ่ของผู้ชายคนหนึ่งที่กำลังวิ่งกระหืดกระหอบตรงเข้ามาหา เพราะไม่มั่นใจว่าใช่ปกป้องหรือเปล่า แต่พอเขาเข้ามาใกล้จึงรู้ดีว่าใช่
“ขอโทษทีนะหอม เมื่อคืนเราคุยกับเพื่อนที่อังกฤษจนนอนดึกน่ะ”
คนที่ตัวโตกว่ามากพูดขึ้นด้วยเสียงกระหืดกระหอบ คงเหนื่อยเพราะวิ่งมานั่นเอง
ข้าวหอมยิ้มอ่อนโยนให้กับปกป้องเหมือนเช่นทุกครั้ง เพื่อนที่หล่อนแอบคิดเกินเพื่อนมาตั้งนานแล้ว
“ไม่เป็นไรหรอกป้อง นายไม่ได้ตื่นสายทุกวันสักหน่อย”
“แต่ฉันก็ทำให้เธอยืนรอตั้งนาน” ปกป้องพูดขึ้นอย่างละอายใจ “คราวหน้าถ้าฉันมาสาย เธอขึ้นไปห้องเรียนเลยนะ ไม่ต้องรอหรอก”
“ก็บอกแล้วไงว่าไม่เป็นไร ฉันยินดีรอเพื่อนอยู่แล้ว”
“แต่ฉันเกรงใจเธอ”
“ไม่เห็นต้องเกรงใจเลย เราเป็นเพื่อนสนิทกันอย่างลืมสิ”
แม้คำว่าเพื่อนสนิทจะทำให้หล่อนรู้สึกแปลบๆ ในอก แต่ก็ทำได้แค่ระบายยิ้มออกไป
“โอเค ฉันจะพยายามไม่ตื่นสายอีก”
“จ้ะ ไม่เป็นไรหรอก”
หล่อนยังคงยิ้มให้ปกป้องอย่างอ่อนโยนเหมือนเดิม ขณะชวนเขาเดินขึ้นห้องเรียน
“เรารีบไปเรียนกันเถอะ เหลือเวลาอีกสามนาทีเองจะสายแล้ว”
“โอเค งั้นเราไปกันเถอะ”
ปกป้องเดินเร็วๆ นำหน้าไป ในขณะหล่อนที่ขาสั้นกว่าต้องรีบซอยเท้าให้ถี่ขึ้น เพื่อที่จะให้เดินทันคนตัวโต แต่สุดท้ายแล้วความรีบร้อนก็ทำให้หล่อนไม่ทันมองคนที่เดินสวนมา ทำให้ชนเข้าเต็มๆ
“ไม่มีตาหรือไงนังหน้าปลวก!”
หล่อนถูกผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนที่หล่อนเดินชนด่ากราดอย่างโมโห
“ขอ... ขอโทษค่ะ ฉันไม่ทันมอง”
“ฉันไม่ได้ตัวเท่ามดนะที่นังแว่นหนาแบบเธอจะมองไมเห็น เธอต้องจงใจแน่ๆ”
“เปล่านะคะ ฉันไม่ได้จงใจ ฉัน...”
“เธอไม่ได้ตั้งใจหรอก พวกเรารีบจะไปเข้าคลาสเรียนกัน”
เสียงของคนที่หล่อนคิดว่าเขาเดินจากไปแล้วดังขึ้นด้านหลัง หล่อนหันไปมองเพื่อนรักที่พูดจาปกป้องหล่อนอย่างซาบซึ้งในน้ำใจ
“และที่สำคัญเพื่อนของฉันไม่ได้หน้าปลวก แค่เธอไม่ชอบที่จะแต่งหน้าเหมือนงิ้วแบบนักศึกษาสาวๆ ที่นี่เท่านั้นเอง”
คนตัวโตยังคงปกป้องหล่อนต่อเนื่อง แถมยังขยับขึ้นมาหยุดข้างๆ และกุมมือของหล่อนเอาไว้อีกต่างหาก ไออุ่นจากอุ้งมือใหญ่ส่งความอบอุ่นเข้ามาในหัวใจสาวทันที
หล่อนช้อนตามองปกป้อง มองด้วยความรัก ความเทิดทูน ตลอดเวลาที่คบหากันมาในฐานะเพื่อนสนิท หล่อนเคยช่วยเหลือเขาจากการจมน้ำแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่นอกจากนั้นก็มีแต่ปกป้องคนเดียวนั่นแหละที่คอยยื่นมือมาช่วยเหลือหล่อน รวมไปถึงครอบครัวของหล่อน ดังนั้นต่อให้ต้องสละชีวิตเพื่อตอบแทนบุญคุณของเขา หล่อนก็ยินดีที่จะสละ
“คุณก็ออกจะหล๊อหล่อนะคะ ไม่น่ามาเดินกับ...” ผู้หญิงคนนั้นหยุดพูด ปรายตามองหล่อนอย่างดูแคลน “ผู้หญิงหน้าตาบ้านๆ แบบนี้”
“ผมยินดีเดินคู่กับคนหน้าตาขี้เหร่ ดีกว่าเดินข้างๆ กับคนหน้าตาดี แต่จิตใจคับแคบ ขอตัวนะครับ ผมกับเพื่อนจะรีบไปเรียน” ปกป้องตัดบท และรั้งแขนของหล่อน “ไปเรียนกันเถอะ หอม”
หล่อนกะพริบตาถี่ๆ เพื่อขับไล่หยาดน้ำตาแห่งความซาบซึ้งใจ
“ขอบใจนะป้อง”
“ขอบใจฉันเรื่องอะไรหรือ”
“ก็ที่นายปกป้องฉันยังไงล่ะ”
หล่อนเห็นปกป้องระบายยิ้มน้อยๆ ก่อนที่เขาจะพูดออกมา
“เธอเป็นเพื่อนรักของฉัน ดังนั้นฉันก็ต้องปกป้องเธอสิ จริงไหม”
“แต่นายออกตัวออกหน้าแทนฉันมาตลอดเลย ฉันเกรงใจ”
คนตัวโตหยุดเดิน ก่อนจะมองหน้าหล่อน และพูดเสียงจริงจังออกมา
“ฉันเป็นหนี้ชีวิตเธอ จำไม่ได้หรือไง”
“แหม ก็แค่ครั้งเดียวเอง”
“ครั้งเดียว แต่มันก็ยิ่งใหญ่มาก ถ้าวันนั้นเธอไม่ผ่านไปเห็น ฉันก็คงจมน้ำตายไปแล้ว”
สองเพื่อนรักสบประสานสายตากัน ก่อนที่ข้าวหอมจะเป็นฝ่ายเสหลบสายตา
หล่อนไม่กล้ามองสบตากับปกป้องนานนัก เพราะการมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา ทำให้หัวใจของหล่อนเต้นแรงหวั่นไหว กลัวเหลือเกินว่าวันหนึ่งจะหลุดแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของหัวใจออกไป
“ขอบใจนะ”
“อืม เราไปเข้าเรียนกันเถอะ”
หล่อนยิ้มให้กับเพื่อนรัก ก่อนจะเดินเคียงข้างเขามุ่งหน้าไปยังห้องเรียน
แม้จะไม่มีสิทธิ์ได้เข้าไปอยู่ในหัวใจของปกป้อง แต่แค่ได้อยู่ใกล้ๆ เขาแบบนี้ มองเขามีความสุขกับชีวิตของเขา หล่อนก็มีความสุขแล้ว
พอพักกลางวัน หล่อนก็จะออกมากินข้าวกลางวันพร้อมกับปกป้องเสมอ จนเพื่อนๆ ในคลาสแซวกันว่าหล่อนกับปกป้องเป็นแฟนกัน แต่ปกป้องก็มักจะบอกทุกคนว่าเป็นแค่เพื่อน ซึ่งหล่อนก็จำต้องย้ำคำตอบของปกป้องออกไปเช่นกัน เพราะไม่ต้องการให้ปกป้องลำบากใจ
“ทำไมกินน้อยจังล่ะ หอม หรือว่ายังเก็บคำของไอ้วิทย์มันมาคิด”
หล่อนไม่คิดว่าปกป้องจะสังเกตละเอียดแบบนี้
“เอ่อ... ไม่ค่อยหิวต่างหาก”
“ไม่จริงหรอก ปกติเธอกินเยอะยังกับอะไร จานเดียวเคยอิ่มที่ไหนล่ะ แถมยังมาแย่งข้าวในจานฉันบ่อยๆ อีกด้วย”
เมื่อถูกปกป้องเอาความจริงขึ้นมาพูด หล่อนก็อดที่จะหน้าแดงระเรื่อไม่ได้
“แหม ป้องน่ะ พูดแบบนี้หอมขายไม่ออกกันพอดี”
ปกป้องหัวเราะขบขัน ก่อนจะเอามือใหญ่มากุมบ่าทั้งสองข้างของหล่อนเอาไว้ และจ้องหน้าอย่างพิจารณา
“ตราบใดที่เธอยังไม่ยอมถอดแว่นหนาๆ นี่ออก ตราบนั้นเธอก็จะยังโสดสดและซิงแบบนี้ไปตลอดนั่นแหละ”
“บ้า ป้องน่ะ”
หล่อนขยับตัวออกจากมือใหญ่ของปกป้อง หน้าตาแดงก่ำ การถูกมองจากปกป้องทำให้หล่อนสะท้านไปทั้งกายและหัวใจ แม้ว่าเขาจะมองอย่างเพื่อนก็ตาม
“ไม่บ้านะ นี่ฉันพูดจริงๆ”
“ไม่ต้องมาหัวเราะเลย ตัวเองหล่อตายล่ะ” หล่อนอดไม่ได้ที่จะแขวะเพื่อนรัก
ปกป้องกอดอกยืดตัวตรงและเชิดหน้าขึ้น จากนั้นก็พูดเสียงมั่นใจออกมา
“หล่อไม่หล่อ สาวๆ ในมอก็ขอไลน์ฉันทุกวันก็แล้วกัน”
หล่อนรู้สึกไม่ดีเลยกับสิ่งที่ได้ยิน หวงแหน ใช่ คำนี้แหละที่มันกัดกินหัวใจจนปวดร้าว แต่ทางเดียวที่จะทำให้ความสัมพันธ์แบบเพื่อนเดินหน้าไปได้ด้วยดีก็คือการซ่อนมันเอาไว้ให้ลึกที่สุด
“สาวๆ พวกนั้นคงชอบของแปลกล่ะมั้ง”
“ไอ้หอมบ้า... นี่เธอว่าฉันไม่หล่อเหรอ”
ปกป้องเอามือยีผมของข้าวหอมจนยุ่ง แล้วก็พยายามจะแย่งแว่นตาด้วย ข้าวหอมจึงรีบวิ่งหนี ทำให้เขาต้องวิ่งตาม ทั้งคู่วิ่งเล่นไล่จับกันอย่างสนุกสนานไม่ต่างจากตอนเด็กๆ จนกระทั่งปกป้องเผชิญวิ่งไปชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าให้
“อุ๊ยย”
ผู้หญิงหน้าตาสะสวยคนนั้นอุทานตกใจ ในขณะที่ปกป้องก็ตกใจไม่ต่างกัน
“ขอโทษครับ ผมไม่ทันมอง...”
หล่อนไม่เคยเห็นปกป้องมองผู้หญิงคนไหนตาค้างแบบนี้มาก่อนเลย
“ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ดาวก็เดินไม่ทันมองเหมือนกัน”
หล่อนจำได้แล้ว ผู้หญิงคนนี้คือดาวมหาวิทยาลัยนั่นเอง อิงดาว ศรศิลป์ และที่หล่อนจำได้ดีเพราะว่าตัวเองก็แอบชื่นชมระคนอิจฉาในความสวยสมบูรณ์แบบของผู้หญิงคนนี้นั่นเอง
ทั้งคู่มองสบตากัน ต่างคนต่างยิ้ม เสมือนโลกทั้งใบมีแค่พวกเขาสองคน
“ผม... ผมชื่อปกป้องครับ อยู่คณะนิเทศ”
“อิงดาวค่ะ หรือจะเรียกสั้นๆ ว่าดาวเฉยๆ ก็ได้นะคะ อยู่อักษรค่ะ”
“เรียกผมว่าป้องได้นะครับ สั้นๆ”
ปกป้องยิ้มกว้าง และยังคงมองผู้หญิงตรงหน้าตาไม่กะพริบเช่นเดิม
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณป้อง”
“เช่นกันครับ คุณดาว”
“งั้นดาวขอตัวไปคณะก่อนนะคะ เดี๋ยวจะเข้าเรียนแล้วค่ะ”
“อ๋อ ครับ... เดินดีๆ นะครับ”
“ขอบคุณค่ะ”
ปกป้องยืนมองร่างอรชรของอิงดาวที่เดินเยื้องย่างจากไปด้วยความพึงพอใจ เขาไม่เคยรู้สึกถูกตาต้องใจผู้หญิงคนไหนเท่านี้มาก่อนเลย
เขายกมือขึ้นกุมหน้าอกข้างซ้ายของตัวเองเอาไว้ “ทำไมหัวใจเต้นแรงแบบนี้วะ”
“ชอบเขาเหรอ”
ข้าวหอมเดินเข้ามาหยุดใกล้ๆ กับร่างสูงใหญ่ของเพื่อน และถามหยั่งเชิงออกไป ภาวนาให้ปกป้องบอกว่าไม่ใช่ หรือแค่โกหกว่าไม่ใช่ก็ยังดี แต่สิ่งที่หล่อนได้ยินคือ...
“ใช่ ฉันตกหลุมรักผู้หญิงคนนี้เข้าอย่างจังเลย หอม”
หัวใจของหล่อนแตกเป็นเสี่ยงๆ แต่ก็ต้องฝืนยิ้มบางๆ ให้กับเพื่อน
“เขาเป็นดาวมหา’ลัยน่ะ”
“เฮ้ย นี่เธอรู้จักคุณดาวด้วยหรือ”
“อืม” หล่อนกัดฟันพยักหน้ารับ “ก็เขาเป็นถึงดาวมหา’ลัยนี่น่า ทำไมฉันจะไม่รู้จักล่ะ”
“แล้วทำไมฉันเพิ่งเจอเธอนะ นี่ก็เรียนมาจะจบเทอมอยู่แล้ว” ปกป้องยังคงตาลอย พูดถึงอิงดาวไม่หยุด
“ก็ช่วงที่เขามีกิจกรรมกัน นายไม่ได้มานี่ แล้วปกตินายก็ไม่ได้สนใจเรื่องอื่นนอกจากเรื่องเรียนอยู่แล้ว”
“แต่ตอนนี้ฉันสนใจแล้วว่ะหอม”
หัวใจของหล่อนแตกสลายไม่เหลือชิ้นดี แต่ก็จำต้องฝืนยิ้มเอาไว้
“เอาจริงเหรอ ป้อง”
“อืม จริง” ปกป้องพยักหน้าจริงจัง “คนนี้ฉันฉันจริงจัง ฉันอยากได้คุณดาวมาเป็นแฟน”
น้ำตาของหล่อนไหลซึม แต่ก็ต้องกะพริบไล่ให้มันไหลกลับเข้าไปภายในอก
“ก็... ก็ดีนะ ถ้าหากนายมีแฟนเป็นตัวเป็นตน สาวๆ จะได้เลิกมาขอไลน์นายสักที”
หล่อนพูดกลั้วหัวเราะ ทั้งๆ ที่ภายในอกเต็มไปด้วยความเจ็บปวด
“นั่นก็แค่ผลพลอยได้ แต่ประเด็นหลักก็คือ ฉันต้องจีบคุณดาวให้สำเร็จ”
“ฉัน... เอาใจช่วยนะ” หล่อนก้มหน้าลงมองปลายเท้าของตนเองอย่างชอกช้ำ “เอ่อ... ขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะป้อง”
“ปวดขี้อีกแล้วเหรอ”
“เอ่อ... ใช่...”
“อะไรกันน่ะ เมื่อตอนก่อนกินข้าวเที่ยงก็จัดหนักไปแล้ว นี่เธอท้องเสียหรือเปล่าเนี่ย”
“แค่... ท้องอืดๆ น่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ”
หล่อนกำลังจะเดินจากไป แต่แขนถูกมือใหญ่ของปกป้องคว้าเอาไว้เสียก่อน
“แล้วอย่าขี้นานล่ะ ฉันรอตรงนี้ โอเคไหม”
“โอ... โอเค”
ข้าวหอมฝืนยิ้มเล็กน้อย และบิดแขนออกจากอุ้งมือใหญ่ของปกป้อง จากนั้นก็เดินน้ำตาไหลรินตรงไปยังห้องน้ำที่อยู่ห่างออกไปไม่ไกลนัก
อดทนเอาไว้ข้าวหอม อย่างน้อยๆ การรักษาความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนเอาไว้ มันก็ยังจะทำให้หล่อนได้ใกล้ชิดกับปกป้องในทุกๆ วัน
หญิงสาวสั่งตัวเองในอกด้วยความชอกช้ำใจ...
หลังเลิกเรียน ปกป้องพาหล่อนแวะร้านไอศกรีมข้างทาง ซึ่งเป็นร้านโปรดที่หล่อนมักจะชวนเขามากินเป็นประจำช่วงที่มีเงินค่าขนมเหลือ
“ป้องแวะที่นี่ทำไมเหรอ”
“ก็พาเธอมากินไอติมไงล่ะ ชอบร้านนี้นี่”
“แต่เรานัดกันว่าปลายเดือนนะ นี่เพิ่งจะกลางเดือนเอง” หล่อนมองหน้าปกป้องอย่างแคลงใจ แต่ชายหนุ่มที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยรถคันงามอมยิ้ม ก่อนจะเอามือมาแตะที่แขนของหล่อน
นี่เขาจะรู้บ้างไหมนะว่าการถูกเนื้อต้องตัวจากเขา ทำให้หล่อนคิดเลยเถิดตลอดเวลา แม้จะรู้ว่าเขาไม่ได้คิดอะไรเกินเพื่อนก็ตาม
“ฉันเลี้ยงเธอเอง”
“อย่าเลยป้อง ฉันเกรงใจน่ะ”
“ไม่ต้องเกรงใจหรอก ฉันมีตังเธอก็รู้นี่”
ใช่ ปกป้องบ้านรวยมาก และเขาก็มีเงินมากินที่มหาวิทยาลัยแน่นกระเป๋า แต่หล่อนไม่เคยคิดเอาเปรียบเขาเลย เพราะทุกครั้งที่กินข้าวหรือซื้ออะไรกินกัน หล่อนจะแชร์กับเขาตลอด แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการเงินของหล่อนก็ตาม แต่นี่มันคือกฎของความเป็นเพื่อนระหว่างกันที่หล่อนตั้งขึ้นมา และสุดท้ายปกป้องก็ยอมรับกติกาของหล่อนอย่างไม่มีทางเลือก
“ฉันรู้ แต่เราตกลงกันแล้วนี่น่า ลืมไปแล้วเหรอป้อง”
ศีรษะทุยสวยของปกป้องส่ายไปมา ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยและก้าวลงไปจากรถ หล่อนจำต้องก้าวตามลงไปเช่นกัน
เขาเดินมาหยุดใกล้ๆ ก่อนจะพูดขึ้น
“ฉันไม่ได้ลืมหรอก ใครจะไปลืมกติกาโง่ๆ ของเธอได้กันล่ะ หอม”
“ไม่ลืม งั้นก็กลับกันเถอะ เอาไว้ปลายเดือนเราค่อยมากินไอติมกัน”
หล่อนเห็นปกป้องยืนนิ่งเล็กน้อย ก่อนที่ริมฝีปากหยักสวยจะขยับ
“ฉันมีเรื่องให้เธอช่วยน่ะ ก็เลยพามาเลี้ยง”
“อ๋อ”
หล่อนพยักหน้าหงึกๆ และก็คิดไปคนละทางกับความเป็นจริง
“จะให้ช่วยทำรายงานใช่ไหมล่ะ”
“ไม่ใช่”
“อ้าว แล้วเรื่องอะไรล่ะ” หล่อนงงคิดไม่ออก
ปกป้องจ้องหน้าของหล่อน ก่อนจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่นจริงจัง
“ช่วยไปขอเบอร์ของคุณดาวให้ฉันหน่อยนะ หอม”
ความชาดิกกัดกินตั้งแต่ปลายเท้าลามขึ้นมายันศีรษะ ก่อนจะไหลทะลักไปรวมตัวกันในก้อนเนื้อที่หน้าอกด้านซ้าย ดวงตาของหล่อนมีหยาดน้ำตาซึม แต่ก็ต้องรีบกะพริบขับไล่ เพราะรู้ดีว่าตัวเองไม่มีสิทธิ์อะไรที่จะหึงหวงปกป้อง
ก็แค่เพื่อนกัน...
ใช่... แค่ความเป็นเพื่อนเท่านั้นที่เขามอบให้กับหล่อน เพื่อนข้างบ้านคนนี้
“ว่าไง ได้ไหมหอม”
“เอ่อ...”
“นะ ช่วยฉันหน่อยเถอะ คนนี้ฉันจริงจัง”
ปกป้องย้ำชัดเจน และยังคงมองหน้าหล่อนด้วยท่าทางขอร้องอ้อนวอน
“ถ้าเธอช่วยไปขอเบอร์คุณดาวมาให้ฉันได้สำเร็จ ฉันสัญญาว่าจะเลี้ยงไอติมร้านนี้เธอทั้งปีเลย เอาไหม ไอติมร้านโปรดกินฟรีทั้งปีน่ะ”
หล่อนมีสิทธิ์ปฏิเสธได้เหรอ...
ข้าวหอมเต็มไปด้วยความเจ็บช้ำแน่นอก จนน้ำตาซึมซ่อนไม่มิด
“โห นี่ดีใจที่จะได้กินไอติมฟรี ถึงขั้นน้ำตาไหลเลยเหรอ หอม”