ตอน 1

ในตัวจังหวัดเชียงใหม่ เหล่าผู้ประกอบการรายเล็ก และรายใหญ่เข้าร่วมประชุมประจำเดือนเป็นปกติ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นเพื่อพัฒนาธุรกิจของตัวเอง หนึ่งในผู้ร่วมประชุม คือพ่อเลี้ยงแสนลักษณ์ เหมราช หนุ่มใหญ่วัย 42 ปี ที่ได้รับเชิญมาเป็นวิทยากรให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ นั่นก็เพราะว่าเขาคือนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก เป็นมหาเศรษฐีที่คนรู้จักกันทั้งจังหวัด มีหลายธุรกิจมูลค่านับพันล้าน ไม่ใช่น้อยๆ ความสามารถของเขาจึงเป็นที่สนใจของทุกกลุ่ม

แต่ก็อีกนั่นแหละ เขาไม่ได้ชอบออกงานแบบนี้เท่าไหร่ เขาเป็นคนติดบ้าน ทำแต่งาน ไม่ชอบเข้าเมืองยกเว้นต้องเข้ามาทำงาน วันนี้ก็จำใจเท่านั้น จนกระทั่งประชุมเสร็จสิ้นเวลาสามโมงเย็น เขาก็เตรียมเดินทางกลับพร้อมกับผู้ติดตามอีก 3 คน

“โห! รถติด! เด็กๆ คงเลิกเรียนพอดีเลยครับ” คเชนทร์ผู้ช่วยมือขวาของพ่อเลี้ยงแสนลักษณ์เอ่ยขึ้น พร้อมกับถอนหายใจ

“ยิ่งร้อนๆ อยู่ด้วย ข้างนอกคงแดดเปรี้ยง” หนุ่มเลี้ยงหนุ่มกล่าวอย่างหงุดหงิด

“หิวไหมครับ ตอนเที่ยงไม่ยอมกินอะไรเลย นี่บ่ายสามแล้ว” คเชนทร์ถามด้วยความเป็นห่วง

“ที่ไม่กินเพราะว่าอาหารที่จัดมาน่ะมันไม่อร่อย ไม่ถูกปากสักอย่าง”

“แล้วตอนนี้ล่ะครับ แวะกินอะไรก่อนไหม”

“เฮ้อ! เหนื่อย อากาศร้อน เหมือนน้ำตาลตก”

“น้ำตาลตก! เอ่อๆ หาน้ำหวานดื่มเลยครับ ที่ไหนดีๆ” คเชนทร์บอกอย่างร้อนใจตื่นเต้นซะอย่างนั้น

“จะตกใจอะไรเนี่ย แค่อยากดื่มอะไรหวานๆ จอดแถวๆ เนี่ย เดี๋ยวลงไปหาอะไรดื่มซะหน่อย”

“แถวนี้มันไม่อร่อยนะครับ ผมว่าไปร้านที่แบรนด์ดีกว่า”

“อืม เวลานี้ต้องแบรนด์ด้วยเหรอ จะเป็นลมแล้วเนี่ย”

“เอ่อๆๆ มะ มะ ไม่มีที่จอดครับ”

“แกนี่นะ ฉันจะลงตรงนี้ โน่นร้านชานม คนเต็มร้านเลย ฉันจะลง”

“ให้ผมลงไปซื้อให้ก็ได้นะครับพ่อเลี้ยง” อัษฎาลูกน้องอีกคนกล่าวแทรกขึ้น

“พวกแกไม่เคยซื้อเครื่องดื่มพวกนี้ถูกใจฉันสักที ซื้อเองดีกว่า” สิ้นคำพ่อเลี้ยงหนุ่มก็เปิดประตูลงจากรถเสียเลย ทั้งๆ ที่รถติดอยู่นั่นแหละ นั่นก็เพราะว่ารถจอดติดไฟแดงยาวเหยียด นักเรียนทยอยกันออกมาจากโรงเรียนด้วย เพราะบริเวณนี้เป็นโรงเรียนมัธยม

แสนลักษณ์ต้องเดินฝ่าดงนักเรียนเข้าไปยังร้านขายชานม ร้อนก็ร้อน แดดจ้า จนต้องสวมแว่นตาดำเอาไว้ แล้วไหนจะต้องไปยืนต่อแถวกับเด็ก วัยรุ่นอีก ซึ่งก็ต้องทำ จะอาศัยว่าเป็นผู้ใหญ่ แล้วเดินแทรกไปซื้อก็คงจะไม่ใช่ และด้วยความที่เขาอยู่ลำดับที่ 5 ทำให้เขายืนพ้นซุ้มออกมาโดนแดดเต็มๆ เขาทนได้กับความร้อน ไม่ได้งอแงอะไร แต่กับความเบียดเสียดแน่นกันนี่สิที่ทำให้น่าหงุดหงิด คนด้านหน้าก็เริ่มขยับถอยหลังมาเรื่อยๆ จนกระทั่งชนเขา

“อุ้ย!” เสียงอุทานเล็กๆ ดังออกมา เพราะความตกใจ ก่อนจะหันขวับกลับมามอง

“ขอโทษค่ะ” เด็กสาวในชุดนักเรียน ม.ปลายเอ่ยขึ้นพลางยิ้มแห้ง

“ไม่เป็นไรครับ” เขาตอบกลับเสียงเรียบโดยไม่ได้มองหน้า แต่เด็กสาวกลับแหงนหน้ามองเข้านิดหน่อยแล้วหันกลับ แต่เกิดความประหม่าชอบกล เพราะสีหน้าของเขาดูไม่รับแขกเอาเสียเลย สัมผัสได้ว่าถ้าหันไปมองอีกรอบเขาคงแยกเขี้ยวใส่เธอแน่ๆ เชียว เธอคิด พร้อมกับยืนรอให้ถึงคิวของตัวเอง

“หนูเอาชาเขียวเย็น 1 แก้วค่ะ” เด็กสาวที่ยืนอยู่ด้านหน้าแสนลักษณ์สั่งน้ำเสียงหวานเจื้อยแจ้ว ได้ยินแล้วเขาก็ต้องเหลือบมอง เสียงเล็กๆ เพราะและหวานเสียจริง เขาคิด แต่ก็หงุดหงิดใจเพราะร้อน

“ชาเขียวได้แล้วค่ะ” แม่ค้าทำให้เด็กสาวอย่างว่องไว เธอก็จ่ายเงินแล้วขยับออกเปิดทางให้กับเขา ทว่าก็ต้องรอเงินทอนเช่นกัน จากนั้นก็ถึงคิวเขา

“ผมขอน้ำแดงโซดาครับ” คำสั่งของเขาดูเข้ม จนแม่ค้าเองก็มือสั่น สีหน้าเขาบอกบุญไม่รับ ยิ่งเขาถอดแว่นตาแล้วพ่นลมหายใจหนักๆ จากนั้นแม่ค้าก็รีบชงให้เพราะเป็นเครื่องดื่มที่ทำเสร็จเร็ว

“ได้แล้วค่ะน้ำแดงโซดา” แม่ค้าบอกพร้อมกับยื่นเครื่องดื่มให้ เขาก็รับมาแล้วจ่ายซะแบงค์ใหญ่เลยทีเดียว

“อุ้ย! เอ่อ ไม่มีแบงค์ย่อยเหรอคะ 35 บาทเอง คือ พอดีทอนไปหมดแล้วน่ะค่ะ” แม่ค้าบอกพร้อมกับทำสีหน้ายิ้มแห้งๆ

“เอ่อ ผมมีแต่แบงค์ใหญ่ ทำไงดี” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงเกรงใจขึ้นมาทันที

“เดี๋ยวนะครับ” เขาบอกพร้อมกับขยับออกจากแถว แล้วหันไปมองรถของตัวเองว่าจอดอยู่ตรงไหน ก็ไม่เห็นน่าจะไปจอดไกลพอสมควรแหละ

“ไปจอดตรงไหนวะเนี่ย ไอ้พวกนี้นี่” เขาสบถด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันมามองแม่ค้า เพราะเขาก็ไม่มีเงินย่อยเลยจริงๆ แถมยังหาลูกน้องไม่เจออีก จังหวะเดียวกันนั้นสาวน้อยแสนน่ารักเงยหน้ามอง และยิ้มตามธรรมชาติสลับกันหันไปมองแม่ค้า เพราะเธอยังคงยืนหลบแดดอยู่ กะดื่มสักหน่อยแล้วค่อยไป

“ขอล้วงหาเหรียญสักครู่ครับเผื่อมี” ว่าแล้วเขาก็ล้วงมันทุกกระเป๋า แต่ดูท่าลูกค้าคนอื่นจะรอนาน สาวน้อยแสนน่ารักก็ขันอาสาทันที

“เอ่อ! แก้วนี้คิดรวมกับหนูก็ได้ค่ะน้าอ้อม” เด็กสาวบอกน้ำเสียงสดใส เรียกแม่ค้าอย่างสนิทปาก

“เอ่อ คือ” แม่ค้าอึกอักหันมามองหน้าชายหนุ่มทันที และเช่นเดียวกันเขาก็มองหน้าเด็กสาว

“ไม่เป็นไรมั้งครับ” เขาปฏิเสธอย่างเกรงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวค่อยคืนหนูก็ได้ จ่ายก่อนแล้วลูกค้าคนอื่นจะได้สั่งนะคะ” สาวน้อยบอกอย่างยินดี จากนั้นจึงจ่ายค่าเครื่องดื่มให้เขา พร้อมกับหยิบแก้วให้ ก่อนจะออกไปจากหน้าเคาน์เตอร์ ไม่งั้นลูกค้าคนอื่นจะไม่ได้ซื้อ เสร็จแล้วเธอก็หาที่นั่ง

“เอ่อ คือ ขอบคุณครับ เดี๋ยวอา... เอ่อ น้า ผะ ผะ ผม... จะไปขอกับคนขับรถให้ แต่ไม่รู้ว่าจอดรถอยู่ที่ไหน” ด้วยอายุของเขาแล้ว เห็นการแต่งตัวเป็นเด็ก ม.ปลายขนาดนี้ แทนตัวเองไม่ถูกเลยทีเดียว

“ไม่เป็นไรค่ะ หนูเลี้ยง แค่น้ำแดงโซดาเอง แต่ท่าทางคุณอาต้องเหนื่อยจากการทำงานแน่ๆ ดื่มเลยค่ะ จะได้รู้สึกดีขึ้น” เด็กสาวบอกอย่างยิ้มแย้มและหวานจนเห็นลักยิ้มเลยทีเดียว

“รู้ได้ยังไงว่าผมเหนื่อย” เขาถามเสียงเรียบ และเพิ่งจะได้สังเกตหน้าเธอชัดๆ หน้าตาสวยเก๋บวกหวาน ผิวขาวโอโม่เลยทีเดียวรูปร่างเรียกได้ว่าสูงเพรียวเลยแหละ หากแต่ตัวเล็กกว่าเขาอยู่ดี เพราะเขาสูงถึง 189 cm.

“ก็สังเกตสีหน้าซีดๆ มีเหงื่อ น่าจะหิวน้ำ แล้วหนูเห็นท่าทางหงุดหงิด”

“หึๆ สังเกตเก่งนะเรา” เขาถามพร้อมกับยิ้มมุมปาก พอยิ้มแล้วเธอก็รู้สึกสบายใจขึ้นเพราะเขาลดความน่ากลัวลงจากก่อนหน้านี้

“ดูง่ายจะตายค่ะ เหนื่อยๆ ต้องได้น้ำหวานๆ เย็นๆ ค่ะจะได้มีแรง”

“ขอบคุณนะครับ จริงๆ แล้ว ไม่ต้องเลี้ยงก็ได้จ้ะ วัยอย่างเราน่ะ ยังไม่น่าจะมีรายได้ ให้เด็กเลี้ยงแบบนี้เกรงใจ”

“พอเลี้ยงได้ค่ะ 35 บาทเอง ปกติหนูไม่เลี้ยง แต่เห็นท่าทางคุณอาจะเป็นลม แถมยังมีแต่แบงค์ใหญ่อีก”

“หึๆ ไม่ขนาดนั้นหรอกน่า แค่ทำงานเหนื่อยน่ะ”

สิ้นคำเขาก็ยิ้มแล้วดื่มน้ำแดงโซดาหวานๆ เย็นๆ ให้ชื่นใจ แต่มันก็ช่วยได้เยอะเพราะความหวานทำให้หายเหนื่อย

“เรียนอยู่ ม.ไหนครับเนี่ย”

“ม. 6 ค่ะ วันนี้ก็มาโรงเรียนวันสุดท้ายแล้ว”

“ถึงว่า นักเรียนเยอะเชียว”

ตอน 2

“นี่จบแล้ว เรียนต่อที่ไหนจ๊ะ” คำถามของเขาทำเอาเธอถึงกับหุบยิ้มและชะงักไป

“เอ่อ หนูไม่แน่ใจ อาจจะออกมาทำงานก่อนค่ะ เก็บเงิน ไว้มีเงินค่อยเรียนต่อ หรือไม่ก็เรียน มหาวิทยาลัยสุโขทัย เสาร์ - อาทิตย์ แต่นั่นก็ต้องหาเงินก่อนอีกเหมือนกันค่ะ” น้ำเสียงของเธอดูเป็นปกติ เหมือนไม่ได้เครียดกับการที่ไม่ได้เรียนหรือว่าต้องหาเงินเรียนเอง

“ชีวิตเราก็แบบนี้ ได้แต่ให้กำลังใจ ค่อยๆ เก็บไป การเรียน เรียนเมื่อไหร่ก็ได้ไม่สายหรอก ถ้าไม่ขี้เกียจซะก่อนนะ”

“หนูก็คิดอย่างนั้นค่ะไม่ได้ซีเรียส เอ่อ อุ้ย! หนูรบกวนเวลาไปทำงานของคุณอาหรือเปล่า ไม่กวนแล้วค่ะ หนูกลับแล้ว” คราวจะไปก็ลุกพรวดจนเขาตั้งตัวไม่ทัน ยังไม่ได้ซึมซับเอาความน่ารักจากเธอเลย รู้สึกใจหายแปลกๆ

“มีน้ำใจกับคนแปลกหน้า โดยที่ไม่ให้รู้จักชื่อเลยเหรอ” เขาถามขึ้นน้ำเสียงอ่อนโยนแต่ไม่ยิ้ม

“อุ้ยจริงสิ หนูชื่อมนัสวีค่ะ เจอกันคราวหน้าคุณอาเรียกหนูว่าวีก็ได้ค่ะ แล้วคุณอาชื่ออะไร” เธอก็เรียกเขาว่าคุณอาซะไปไม่เป็นเชียว แล้วจะมีโอกาสได้เจอกันอีกไหมล่ะเนี่ย เขาคิด

“แสน แสนลักษณ์” เขาบอกสั้นๆ

“ชื่อแบบ เรียกแล้วเขินจังเลยค่ะ แต่เรียกอาแสนเฉยๆ เนี่ยเท่มาก”

“หึๆ ยินดีที่ได้รู้จักจ้ะหนูวี เรียกอาแสนก็ได้ ให้เรียกพี่ก็เกรงใจอายุตัวเอง”

“เช่นกันค่ะอาแสน หนูต้องไปแล้วค่ะ”

เด็กสาวยิ้มหวานขัดเขิน ตอนนี้ไม่กล้าสบตาเขาแล้วล่ะ

“น้ำใจงาม หวังว่าเราจะมีโอกาสได้เจอกันอีกนะ”

“ค่ะ” เธอตอบพร้อมกับยิ้มกว้างเชียว จากนั้นจึงได้เอี้ยวตัวแล้วเดินจากไป แต่ก็ไม่วายหันกลับมาโบกมือให้เขาราวกับเด็กน้อย แสนลักษณ์เองก็ได้แต่ยืนมองเธอเดินไปไกลท่ามกลางแดดเปรี้ยง ทว่าผิวพรรณกลับส่งออร่ากระจายมาก จนเขามองไม่ละสายตา ขณะเดียวกันแม้ว่าจะเดินไปไกลแล้วมนัสวีก็ยังไม่วายหันมามอง ว่าเขายังยืนอยู่ที่เดิมหรือไม่

“น่ารักมาก” แสนลักษณ์เอ่ยลอยๆ พลางถอนใจด้วยความเสียดาย ไม่น่ารู้จักเธอในช่วงเวลาเร่งด่วนแบบนี้เลย เขาคิด แต่จังหวะเดียวกันนั้นรถของเขาก็แล่นมาจอดตรงหน้าพอดี ซึ่งก่อนหน้านี้ไม่เห็น ว่าแล้วเขาจึงเปิดประตูขึ้นรถไปนั่งด้านหลัง จากนั้นลูกน้องจึงขับรถออกไปจากหน้าร้าน

“ไปจอดที่ไหนมาทำไมไม่เห็น”

“ผมขับรถอ้อมน่ะครับ มันไม่มีที่จอด กะว่าอ้อมแล้วพ่อเลี้ยงน่าจะซื้อเสร็จพอดี”

“มองหาก็ไม่เห็นรถ ไม่มีเงินจ่ายเขาเลย”

“ห๊ะ! ได้ไงครับ”

“ได้ไงเหรอ เขาไม่มีทอนไง”

“แล้วจ่ายเงินยังไงครับ”

“มีเด็กๆ เขาจ่ายแทนน่ะ มันไม่แพง เขาเลยเลี้ยง”

“อย่าบอกนะครับว่าเด็กที่พ่อเลี้ยงนั่งคุยด้วย”

“ฉันเห็นแกเพิ่งขับรถมาจอดนะ”

“แหม ผมก็มองตลอดแหละ ว่าแต่เด็กๆ ในชุดนักเรียน ม.ปลายนี่น่ารักจังเลยนะครับ คิดถึงตอนเป็นวัยรุ่น” คเชนทร์แกล้งถามเพื่อหยั่งเชิง

“อืม หนูวี เธอชื่อวี น่ารัก หน้าเก๋โดดเด่น มีน้ำใจ สดใส” แสนลักษณ์เอ่ยด้วยน้ำเสียงลอยๆ เพ้อๆ เหมือนอยากจะเห็นเธออีกสักครั้ง

“หืม ฟังน้ำเสียงแล้ว ท่าทางจะเพ้อนะครับเนี่ย อย่าชอบเด็กเลยครับ เอาแต่ใจเก่ง” คเชนทร์แสร้งห้ามเพื่อหยั่งเชิงความคิดของเจ้านายหนุ่ม

“ฉันพูดแบบนั้นเหรอ” เจ้านายหนุ่มถามกลับพลางขมวดคิ้ว น้ำเสียงข่มเข้มขึ้นทันที

“แววตาพ่อเลี้ยงก็บอกแบบนั้นนะครับ”

“ท่าทางไม่ใช่คนเอาแต่ใจหรอก ไม่น่าใช่ แต่น่ารัก น่ารักมาก” น้ำเสียงของเขาชื่นชมเด็กสาวคนนั้นมาก เรียกได้ว่าประทับใจเลยจะดีกว่า

“แรกพบทำให้พ่อเลี้ยงประทับใจขนาดนี้เลยเหรอครับ”

“ไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก รอยยิ้ม น้ำเสียง ใครจะไม่ประทับใจ คนอะไรน่ารัก เสียดายนะ” พูดไปพลางเขาก็ถอนหายใจไปพลาง

“เดี๋ยวผมให้คนสอดส่องให้ครับ ผมจำหน้าได้ หน้าเก๋มากทำให้โดดเด่น”

“ก็ไหนแกบอกว่าขับรถอ้อม ทำไมเห็น”

“คือ เอ่อ ผมขับรถไปจอดอีกฝั่งครับ พอดีรถอื่นน่าจะบัง พ่อเลี้ยงเลยไม่เห็น แล้วค่อยอ้อมมาหาพ่อเลี้ยง แต่ความโดดเด่นของพ่อเลี้ยงก็ทำให้เห็นชัดเจน สาวน้อยคนนั้นก็เหมือนกัน”

“ฉันไม่ได้จะอะไรแบบนั้นกับเด็กๆ หรอก แค่ชื่นชมว่าน่ารักเท่านั้นเอง หรือ ต่อให้อยากตามก็ตามตัวยากแล้ว ไม่รู้ว่าเป็นใครอยู่ที่ไหน” มาถึงตอนนี้เขาก็มีน้ำเสียงหม่นลงอย่างเห็นได้ชัด แบบนี้น่าจะเรียกว่าประทับใจแรกเห็นจริงๆ สินะเนี่ย

“อย่ามาพูดเลยครับว่าไม่อะไรแบบนั้นกับเด็กๆ มันไม่มีข้อห้าม” ผู้ช่วยหนุ่มรู้ทัน พร้อมกับยกโทรศัพท์ขึ้นมาให้เห็น ว่าได้แอบถ่ายรูปสาวน้อยคนนั้นเองไว้เรียบร้อย ทั้งที่เจ้านายหนุ่มไม่ได้บอกเสียหน่อยว่าชอบหรือไม่ชอบ

“แสนรู้” เจ้านายว่าแต่ก็รู้สึกตื่นเต้นดีใจทว่าต้องเก็บอาการ

“ขอบคุณครับคุณแสนลักษณ์ที่ชม”

“หึๆ เรากลับกันเถอะ”

“ครับผม ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมจะให้คนสืบให้” ผู้ช่วยหนุ่มบอกอีกครั้ง เรียกได้ว่ารู้ใจเจ้านายเหลือเกิน

“แค่สืบนะ อย่าไปเกาะติดชีวิตเขา จนรู้สึกแล้วกลายเป็นหวาดกลัวแทน”

“ครับพ่อเลี้ยง” คเชนทร์รับคำพร้อมกับยิ้ม จากนั้นก็ไม่มีการพูดคุยกันอีกเลย คเชนทร์ปล่อยให้เจ้านายได้คิดอะไรเงียบๆ เผลอๆ อาจจะคิดถึงเด็กสาวคนนั้นอยู่ก็เป็นได้ ด้วยความที่รู้ใจเหลือเกิน คเชนทร์จึงได้ส่งภาพของเธอคนนั้นให้แสนลักษณ์ผ่านทางไลน์ทันที จนเจ้านายถึงกับมองหน้า

“แสนรู้อีกแล้วนะเรา” แสนลักษณ์เอ่ยปากแซวกวนๆ

“หึๆ ถูกใจไหมล่ะครับ” คเชนทร์ถามแต่พ่อเลี้ยงหนุ่มไม่ตอบได้แต่เมินหน้าออกนอกรถ แล้วยิ้มมุมปากด้วยความพอใจ

การเดินทางกลับในวันนี้ ช่างเป็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านจิตใจของเขาในรอบหลายปี ไม่เคยประทับใจกับอะไรแบบนี้มานานแล้ว ทำไมจึงได้รู้สึกว่าเด็กๆ กระตุ้นให้ความรู้สึกของเขามันตื่นเต้น เหมือนได้กลับมาเป็นหนุ่มน้อยอีกครั้ง มันเรียกว่าอะไรนะ เขาถามตัวเองพลางนึกถึงหน้าของเธอ แล้วทำให้ยิ้มได้อยู่ตลอด บ้าเหลือเกิน

พ่อเลี้ยงแสนลักษณ์ จดจำความน่ารักของสาวน้อยมนัสวีคนนั้น เอาไว้ในใจได้เป็นอย่างดี ทั้งรูปร่างหน้าตาน่ารัก ใบหน้าเก๋เอามากๆ มีสันกรามราวกับนางแบบ น้ำเสียงราวกับแมวน้อยขี้อาย แต่คำพูดคำจามีความมั่นใจ จนเขารู้สึกประทับใจ แต่มันเป็นการเจอกันโดยบังเอิญ ที่เขาไม่สามารถรั้งเอาไว้ได้เลย ช่างน่าเสียดายนัก

ตอน 3

ช่วงเวลาเดียวกันนั้น สาวน้อยที่สละเงิน 35 บาท เพื่อจ่ายค่าน้ำแดงโซดาให้กับหนุ่มใหญ่คนนั้น เธอคือมนัสวี เพิ่งเรียนจบ ม.6 หมาดๆ ไปโรงเรียนในวันสุดท้ายวันนี้ พอออกจากโรงเรียนเธอก็แวะไปซื้อน้ำแล้วเดินทางกลับบ้าน โดยบ้านไม่ได้อยู่ห่างจากโรงเรียนสักเท่าไหร่ เดินเท้าใช้เวลาประมาณสิบห้านาทีโดยประมาณก็ถึงบ้าน

บ้านทรงไทยยกพื้นสูง จนสามารถมีพื้นที่เอาไว้เป็นที่นั่งเล่น และห้องครัว พร้อมกับโต๊ะอาหาร บ้านหลังนี้เป็นมรดกของบิดา ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วตั้งแต่มนัสวีอายุได้ 2 ขวบ ตอนนั้นเธอยังไม่รู้เรื่องสักเท่าไหร่หรอก โดยท่านได้ทิ้งสมบัติอันมีค่านี้เอาไว้ให้ดูต่างหน้า และมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น ไม่มีมรดกเป็นเงินทอง เว้นเสียแต่ว่าเธอคือสิ่งมีค่าที่เป็นเนื้อหนัง ที่พ่อใหม่และแม่ของเธอชอบ

“เถลไถลที่ไหน กลับไม่ตรงเวลา” เสียงของมารดาดังขึ้นขณะที่มนัสวีกำลังเดินเข้ามาในบริเวณบ้าน

“ไม่ได้เถลไถลที่ไหนค่ะ แค่สอบเสร็จแล้วเดินไปซื้อน้ำหน้าโรงเรียน แดดแรงก็หลบ แล้วค่อยกลับ”

“แหม วันนี้มีความแดดแรง ปกติไม่เห็นแกบ่น”

“มันก็มีสักวันที่หนูอยากบ่นบ้าง” พูดจบเธอก็เดินขึ้นบ้าน โดยที่บันไดทางขึ้นนั้นอยู่ด้านนอกบ้าน จากนั้นก็เดินผ่านมารดาไปยังห้องนอนของตัวเอง

“เดี๋ยว เมื่อเช้าแม่บอกแกแล้วใช่ไหม ว่าคืนนี้มีงานเลี้ยงกินข้าวของท่านทรงกรช”

“บอกแล้ว แต่มันเกี่ยวอะไรกับหนู”

“อ้าว ก็แม่บอกแล้วว่าจะพาแกไปแนะนำให้ท่านเห็นไง จะได้ฝากฝังงานที่บ้านท่านได้”

“ไปเป็นเด็กรับใช้ หนูไปทำงานโรงงานดีกว่า”

“นี่ งานโรงงานจะได้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว จบแค่ ม.6 ทำบ้านท่านไม่ลำบาก ได้เงินเดือนตั้ง 2 หมื่น ถ้าทำดีท่านก็ให้พิเศษ” ทำไมมนัสวีจะไม่รู้ว่าทำงานอะไร

“หนูไม่อยากทำ หนูจะไปทำสวนผลไม้ หรือไม่ก็โรงงาน”

“อยู่บ้านท่าน โอกาสจะได้เป็นคุณนายเลยนะยัยวี” เสียงของพ่อเลี้ยงดังขึ้น จากทางห้องของมารดา

“วีไม่ชอบคนแก่คราวพ่อ อ้วนเตี้ยล่ำ หาผัวน่ะวีหาเอง”

“ถ้าแกไม่ได้ฉันจัดการให้ล่ะก็ ป่านนี้จะได้เรียนจบ ม.6 ไหม ก็เพราะได้เงินจากพวกผู้ใหญ่พวกนี้ ลำพังสมบัติพ่อแกจะมีอะไรเหลือให้นอกจากบ้านหลังนี้”

“ไม่ใช่เพราะวีเหรอ ที่นั่งให้ไอ้พวกตาแก่ทั้งหลายแตะอั๋งน่ะ เพราะวีเป็นคนหาเงิน ไม่ใช่น้า”

“ยัยวี อย่ามาพูดกับน้าชิตแบบนี้ เพราะน้าชิตเราถึงได้มีกินมีใช้ ไม่ใช่เพราะน้าชิตเหรอที่แนะนำแกให้ทำงานนั่งดริ้งค์ กับพวกนายๆ เขาน่ะ”

“วีไม่ถือว่าเป็นบุญคุณ” พูดจบเธอก็เดินกลับเข้าห้องทันที ทว่าวิชิตพ่อเลี้ยงกลับไม่พอใจที่มนัสวีต่อต้าน จึงตามไปจิกผมแรงๆ แล้วกระชากเหวี่ยงกลับออกมา

“โอ๊ย! น้าชิต!”

“มึงจะไปหรือไม่” วิชิตบอกพร้อมกับจิกผมเธออยู่

“ไม่ไป อยากได้เงินทำไมไม่ให้แม่ไปเองล่ะ” เธอเถียงกลับ เท่านั้นแหละ คนเป็นแม่ก็เดินดุ่มๆ พร้อมกับเหวี่ยงฝ่ามือตบที่ใบหน้าของบุตรสาวแรงๆ จนสะบัด

เพียะ! มนัสวีล้มลงไปกองกับพื้น แล้วก็นั่งนิ่ง ก่อนจะค่อยๆ หันกลับมามองหน้า

“มึงเป็นลูก อย่าเถียง รู้จักไหมคำว่ากตัญญูน่ะ กูให้กำเนิดมึง โตมาจนป่านนี้ หน้าตาสะสวยผิวพรรณดี ก็เพราะกู มึงอย่ามาพูดไม่เข้าหูอีก ไม่งั้นกูตบเลือดกลบปากแน่”

“จะให้วีหาเงินให้มากแค่ไหน แม่กับน้าถึงจะพอใจ ให้ติดเอดส์ตายก่อนหรือยังไง”

“อีวี!” เพียะ! มารดาเหวี่ยงมือตบไปที่แก้มข้างเดิมอีกครั้ง

“พูดอีกคำกูจะให้น้าชิตจัดการ มึงไปเตรียมตัว แต่งตัวสวยๆ ชุดที่กูซื้อให้ ใส่ซะ”

“กูจะบอกให้เอาบุญ มีเด็กๆ อีกเยอะที่อยากมีโอกาสแบบมึง ที่ได้เข้าใกล้ผู้หลักผู้ใหญ่ เป็นเด็กดีเผลอๆ เดือนละ 3-4 หมื่นจะไปไหนเสีย” วิชิตเอ่ยขึ้นพลางกัดฟันแน่น

“ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้ กูบอกให้ลุกขึ้น” มารดาตะคอกในคำสุดท้าย ก่อนจะกระชากมนัสวีให้ลุก แล้วผลักเข้าห้องไปเลย มาถึงตอนนี้วิชิตก็หันกลับมาตำหนิเมีย

“ไปตบมันทำไม”

“ฉันเป็นแม่มันนะ แล้วดูมันว่าฉัน”

“เสื่อมราคาหมด ปากแตก เป็นรอยฝ่ามือ ราคาตกกันพอดี โง่จริงๆ เลย คราวหน้าอย่าทำอีก” สิ้นคำวิชิตก็เดินเข้าห้องเพื่อจะได้เตรียมตัวเช่นกัน

แต่ขณะเดียวกันนั้น มนัสวีเดินมานั่งที่หน้ากระจก พร้อมกับน้ำตาซึม มองตัวเองในกระจกเงา เห็นแต่ใบหน้ามีรอยแดงของฝ่ามือ เธออยากจะร้องไห้แต่มีเพียงน้ำตาที่ซึมเล็กน้อยเท่านั้น

เธอเข้มแข็งนักหรือ เปล่าหรอกมันชินชา จนร้องไห้ไม่ออกแล้วล่ะ การถูกมารดาและพ่อเลี้ยงทำร้าย บังคับจิตใจแบบนี้ มันเกิดมานานแล้วตั้งแต่เธอเริ่มแตกเนื้อสาว ติดต่อไปเป็นเด็กนั่งดริ้งค์ ให้พวกนายผู้ใหญ่ ได้เงินเยอะๆ เธอก็ยอมเพราะยังไม่มีที่ไป นี่คือบ้านของเธอ แต่วิชิตพ่อเลี้ยงก็มาฮุบเอา ยามถูกรังแกแม้แต่แม่ก็ไม่เข้าข้าง ตบตีอย่างกับเธอเป็นทาส ได้แต่รอคอยว่าเมื่อไหร่จะเรียนจบ เป็นอิสระ แล้วจะได้ไปจากที่นี่เสียที

“ถ้าพ่ออยู่ พ่อจะใจดีกับวีใช่ไหม” เธอเอ่ยลอยๆ น้ำเสียงสั่นเครือก่อนจะเอามือแตะที่แก้มด้านที่ถูกตบเบาๆ

“ทำไมแม่ไม่รักวี แม่ไม่เคยรักวี” ชีวิตเธอก็เหมือนกับในข่าวที่เห็นกันแทบทุกวัน แม่รักพ่อเลี้ยงมาก ปล่อยให้พ่อเลี้ยงตบตีลูก นี่แหละชีวิตเธอ

พ่อเลี้ยงคนนี้เป็นแค่เลขานักการเมืองท้องถิ่น เขาไม่มีเงิน แต่ใช้วิธีไต่เต้า โดยเอาเธอเข้าไปล่อพวกนักการเมือง ให้เธอไปเสิร์ฟ นั่งให้แตะอั๋ง แล้วได้เงินเยอะๆ เพื่อให้ตัวเองได้ก้าวขึ้นมาอยู่ตำแหน่งเลขา มีเงิน มีทอง มีหน้าที่การงาน ครั้นเธอขัดขืนก็ใช้คำว่าบุญคุณมากล่าวอ้าง ไอ้เฒ่าพวกนั้นก็รอเวลาที่เธอจะเติบโต แล้วเรียกไปเป็นเมียน้อย นี่แหละอาชีพพ่อเลี้ยง เหมือนแมงดา

สักวันเถอะ เธอจะไปจากที่นี่ เมื่อคิดปลอบใจตัวเอง เสร็จก็เดินเข้าห้องน้ำ เพื่อจะได้อาบน้ำให้สดชื่น แต่อาบไปพลางก็สำรวจร่างกายไปพลาง พร้อมๆ กับถามตัวเอง ว่าร่างกายนี้หรือ ที่จะต้องเป็นเครื่องบรรณาการให้ไอ้พวกชายหื่น โดยที่ไม่สามารถเลือกชีวิตของตัวเองได้ ไม่สิ มันต้องเลือกได้และเธอจะเจอวันนั้น วันที่หลุดพ้นไปจากที่นี่

ตอนนี้คงต้องเป็นทาส เป็นหนี้บุญคุณผู้ให้กำเนิดเสียก่อน คงไม่ตายไม่เลวร้ายไปมากกว่านี้หรอก เธอเอาตัวรอดมาได้ 3 ปี อีกนิดเดียวมันจะเป็นไรไป คิดได้ดังนั้นแล้วก็รีบแต่งตัวตามที่มารดาต้องการ โดยชุดที่ใส่ก็ค่อนข้างเปิดเนื้อหนังพอสมควร เป็นกระโปรงสั้นเหนือหัวเข่า ส่วนเสื้อก็เป็นแบบเอวลอยไม่มีแขนเสื้อ แต่มีผ้าคาดเอาไว้ตรงหัวไหล่เพื่อปกปิดเนินอกให้ดูสุภาพไม่น่าเกลียด รวมๆ แล้วก็น่ารักแหละ ดาราชอบแต่งกัน

พอเธอแต่งแบบนี้ก็ดูเป็นสาวสะพรั่งเต็มตัว ทรวงอกอวบอัดพอสมควร แต่ก็สมส่วนกับความสูงของร่างกาย แขนขายาวและเรียว ผิวสวย เรียกได้ว่าถูกขัดสีฉวีวรรณเพื่อเอาไปบำเรอไอ้พวกนักการเมืองหื่นกามนั่นแหละ

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED