ตอน 1

“คุณหนู คุณหนูตื่นแล้วหรือเจ้าคะ”

เสียงของหญิงสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างๆ วาดรวี เธอรู้สึกเจ็บแปลบที่หัว ราวกับว่าเธอเพิ่งฟื้นจากการบาดเจ็บครั้งใหญ่

“ที่นี่ที่ไหน” วาดรวีถามอย่างตระหนก เธอพยายามจะลุกขึ้นแต่มือของหญิงสาวในชุดจีนโบราณรีบจับเธอไว้

“คุณหนูเหวิ่นจือหยู ท่านอย่าเพิ่งลุกขึ้นนะคะ ท่านเพิ่งฟื้นจากอาการบาดเจ็บ” หญิงสาวพูดพลางเอื้อมมือไปพยุงวาดรวีให้นั่งลงอย่างระมัดระวัง

“คุณหนูเหวิ่นจือหยู ” วาดรวีพึมพำกับตัวเอง ไม่ใช่ว่าเธอหลุดมาอยู่ในยุคจีนโบราณแล้วเหรอ หญิงสาวนั่งนึกถึงตัวเอง

ในวันที่ฟ้าครึ้มฝน หนทางยาวเหยียดในเมืองหลวงปักกิ่งสว่างไสวด้วยแสงไฟจากรถที่สัญจรไปมา วาดรวีวิศวกรสาวผู้เต็มไปด้วยความฉลาดและความมุ่งมั่นรีบขับรถออกจากที่ทำงานหลังจากการประชุมครั้งสำคัญที่กินเวลานานเกินกว่าที่คาดไว้ เธอต้องเร่งรีบเพื่อกลับไปเช็คเอ้าท์ที่โรงแรมเพราะจะกลับประเทศไทย เธอมาเป็นตัวแทนบริษัทมานำเสนอผลงานที่ปักกิ่ง หัวใจของเธอกระวนกระวาย รถที่ขับออกไปด้วยความเร็วสูงแล่นผ่านถนนที่เริ่มชื้นจากหยาดฝนที่ตกลงมาอย่างรวดเร็ว

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อจู่ๆ รถบรรทุกคันหนึ่งก็พุ่งข้ามเลนเข้ามาหาเธอ วาดรวีพยายามหักพวงมาลัยหลบ แต่ทุกอย่างเกิดขึ้นเร็วเกินไป เสียงเบรกดังสนั่นก้อง รถของเธอเสียการควบคุม และวินาทีต่อมาเสียงชนอันดังสนั่นก็ทำให้ทุกอย่างกลายเป็นความมืด

ลมหนาวพัดผ่านเนื้อตัวของวาดรวี จนเธออดสั่นไม่ได้ เธอยืนมองออกไปในหุบเขาอย่างสับสน “ที่นี่...ที่ไหนกัน” วาดรวีพึมพำกับตัวเอง ก่อนจะยกมือขึ้นแตะศีรษะ รู้สึกถึงความเจ็บแปลบที่แผลจากอุบัติเหตุแต่เมื่อมองรอบตัว เธอไม่อยู่ที่โรงพยาบาล เมื่อเธอฟื้นขึ้นมากลับพบว่าตัวเองอยู่ในยุคจีนโบราณ และเธอได้พบกับหญิงสาวแต่งชุดจีนโบราณ ยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ เธอ ที่สำคัญหน้าตาของหญิงสาวในชุดจีนโบราณนั้นเหมือนกับวาดรวียังกับฝาแฝด พอสอบถามได้ความว่า เธอชื่อ เหวิ่นจือหยู เป็นบุตรีของแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นคู่หมั้นขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ องค์ชายที่หล่อเหลา เยือกเย็น และเป็นที่หมายปองของสาวๆ ทั่วแคว้น โดยเฉพาะ "เหวิ่นลี่หยา" น้องสาวต่างมารดาของเธอที่ไม่เคยถูกชะตากับเธอตั้งแต่ยังเป็นเด็ก และตอนนี้ก็กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อชิงองค์ชายมาเป็นของตน และเธอก็ถูกน้องสาวต่างมารดาทำร้ายร่างกายจนตาย เธอถูกดึงมาให้อยู่ที่นี่เพื่อเจอกับวาดรวี ซึ่งคือเธอในยุคปัจจุบัน และให้วาดรวีที่เคยเป็นเธอในอดีตกลับไปแก้แค้นให้เธอด้วย ก่อนที่ทั้งคู่จะถูกลมหมุนแยกจากกัน

ที่แคว้นฉิน ในอีกยุคหนึ่ง เวลานี้คุณหนูเหวิ่นจือหยูกำลังอยู่ในช่วงชีวิตที่ลำบาก นางถูกสังคมวิจารณ์ว่าไม่คู่ควรกับองค์รัชทายาทหลี่หยวนเจ๋อ ไม่ว่าทำอะไรดูเหมือนจะถูกน้องสาวของตน เหวิ่นลี่หยา หาทางทำลายชื่อเสียงตลอดเวลา

เย็นวันนั้น ขณะที่เหวิ่นจือหยู กำลังเดินผ่านสวนในตำหนัก จู่ๆ นางก็รู้สึกเวียนหัวอย่างรุนแรง ก่อนที่จะรู้สึกเหมือนว่าโดนผลักจนล้มศีรษะฟาดกับก้อนหิน ก่อนที่ภาพรอบตัวจะค่อยๆ หมุนเคว้ง เสียงลมพัดผ่านหูอย่างแผ่วเบา และนางก็ล้มลงกับพื้น หัวกระแทกกับก้อนหินจนหมดสติ

“คุณหนูเหวิ่นจือหยู ” วาดรวีพึมพำกับตัวเอง ไม่ใช่ว่าเธอหลุดมาอยู่ในยุคจีนโบราณแล้วเหรอ หญิงสาวนั่งนึกถึงตัวเองที่เจอกับเหวิ่นจือหยูเมื่อก่อนหน้าและสิ่งที่เธอบอก

วาดรวีงุนงง แต่เมื่อมองไปยังเงาสะท้อนในกระจก เธอก็ต้องตกใจแทบสิ้นสติ ตอนนี้หญิงสาวอยู่ในชุดจีนโบราณ สวมอาภรณ์สีแดงงดงาม ใบหน้าของนางมีความอ่อนช้อยงดงามแต่งแต้มไปด้วยความเศร้า

เธอยกมือขึ้นแตะใบหน้าตัวเองอย่างช้าๆ “นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน…นี่ฉันไม่ได้อยู่ในร่างของตัวเองใช่ไหม”

วาดรวี หรือในตอนนี้คือเหวิ่นจือหยู ได้แต่มองภาพสะท้อนนั้นด้วยความรู้สึกที่ทั้งสับสนและหวาดกลัว เธอไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น และทำไมเธอถึงได้มาอยู่ในร่างของเหวิ่นจือหยู ในยุคจีนโบราณเช่นนี้ ถึงตอนนั้นเหวิ่นจือหยูที่เคยเจอจะบอกว่าเป็นเธอก็เถอะ เธอไม่อยากอยู่ที่นี่ ไม่อยากแก้แค้นอะไรนั่นเสียหน่อย

แต่เธอก็ยังกลายเป็นเหวิ่นจือหยู บุตรสาวของแม่ทัพใหญ่ผู้เป็นคู่หมั้นขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ องค์ชายที่โด่งดังทั้งในด้านความสามารถและความเย็นชาใส่เธอ

วาดรวีในร่างเหวิ่นจือหยูเริ่มเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น เธอต้องใช้ชีวิตในร่างนี้และทำให้ทุกอย่างดูเป็นปกติ แต่สิ่งที่ยากที่สุดคือการเผชิญหน้ากับเหวิ่นลี่หยาน้องสาวต่างมารดาที่ดูเหมือนจะเกลียดเธอมาตั้งแต่เด็ก และตอนนี้น้องสาวคนนี้ก็กำลังทำทุกวิถีทางเพื่อแย่งชิงองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อจากเธอ

ก่อนที่ความคิดจะฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้ จู่ๆ มีหญิงมีอายุในชุดจีนโบราณยาวกรอมเท้า วิ่งเข้ามาหาเธออย่างเร่งรีบอีกคน “คุณหนู คุณหนูฟื้นแล้วหรือเจ้าคะ” หญิงผู้นั้นตะโกนเสียงดัง น้ำตาไหลพราก เธอก้มกราบลงอย่างนอบน้อม “บ่าวดีใจนักที่คุณหนูฟื้นขึ้นมาได้”

“คุณหนูของนมเจ็บตรงไหนหรือไม่เจ้าคะ” ผู้หญิงมีอายุคนนั้นยังพูดต่อ คงเป็นแม่นมของเธอซินะ

“ปวด ตรงนั้นนิดหน่อยค่ะแม่นม ไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ” หลังจากนั้นเธอก็ถูกแม่นมดูแลให้ดื่มสมุนไพรนั่นนี่ตามประสาคนเป็นห่วง

ในวังหลวง องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อผู้ที่มีนิสัยเย็นชาและคาดหวังความสมบูรณ์แบบในทุกด้านของชีวิต รู้ดีว่าการหมั้นหมายกับเหวิ่นจือหยูเป็นเพียงการเมือง เขาไม่เคยสนใจนางมาก่อน ทั้งยังรู้ดีว่าน้องสาวของนางอย่างเหวิ่นลี่หยานั้นพยายามเข้าหาเขาอย่างมากมาย ด้วยการแสดงความอ่อนโยน

หลี่หยวนเจ๋อไม่ได้เกลียดชัง แต่ก็ไม่ได้สนใจใยดี ทั้งหมดนี้สำหรับเขาเป็นเพียงเกมการเมืองเพื่อรักษาอำนาจของราชวงศ์เท่านั้น จนกระทั่งวันที่เขาได้พบกับเหวิ่นจือหยูอีกครั้งหลังจากที่นางฟื้นจากอาการบาดเจ็บ

วันนี้ที่วังหยวนเหอ วาดรวีในร่างเหวิ่นจือหยูถูกเชิญมาเข้าเฝ้าองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ หลังจากที่ทั้งสองไม่ได้พบกันมาเป็นเวลานาน เธอรู้สึกตื่นเต้นและหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน

แต่ทันทีที่เธอได้พบกับเขา สายตาที่เย็นเยียบและเคร่งขรึมของเขากลับทำให้เธอรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงกระดูก

“เหวิ่นจือหยู” เขาเอ่ยเรียบๆ แต่คำพูดของเขาเต็มไปด้วยอำนาจและความกดดัน “เจ้าฟื้นแล้วหรือ”

“เพคะองค์ชาย ข้า... ข้าไม่ค่อยสบายมากนัก แต่ตอนนี้ดีขึ้นแล้ว”วาดรวีพยายามตอบด้วยความสุภาพที่สุด แม้จะยังคงตกตะลึงกับความหล่อเหลาของเจ้าชายผู้เย็นชา

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อยืนนิ่ง เขาสังเกตเห็นแววตาของนางเปลี่ยนไปจากที่เคยเห็น ดูมีความเฉลียวฉลาดและไม่ใช่หญิงสาวที่โง่เง่าแต่เย่อหยิ่งนิสัยร้ายกาจอย่างแต่ก่อน

“เช่นนั้นดีแล้ว” เขาตอบสั้นๆ “ข้าไม่มีเวลาสำหรับความอ่อนแอของเจ้า”

"องค์ชายเพคะ ข้าได้นำผ้าชิ้นนี้มาถวายท่าน ข้าทอด้วยมือของข้าเอง"

เหวิ่นลี่หยาถือกล่องผ้าไหมสวยงาม นางเดินเข้ามาหาองค์ชายหลี่หยวนเจ๋ออย่างอ่อนหวาน สายตาอ่อนโยนจ้องมองเขา

หลี่หยวนเจ๋อเหลือบตามองผ้า แต่ไม่ตอบอะไร ใบหน้าของเขาเรียบเฉย เหวิ่นลี่หยากัดริมฝีปากด้วยความรู้สึกเสียหน้า แต่ยังคงพยายามพูดต่อ

“หากท่านต้องการ ข้าจะทอผ้าให้ท่านทุกวัน นับเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ข้าได้ถวายงานให้ท่าน”

แต่อย่างไรก็ตาม หลี่หยวนเจ๋อยังคงเย็นชา “ไม่จำเป็น”

"แต่..."

ก่อนที่เหวิ่นลี่หยาจะพูดจบ เหวิ่นจือหยูที่ยืนฟังอยู่ก็เดินเข้ามาใกล้ นางยิ้มอย่างแผ่วเบาและพูดอย่างเฉียบขาด "น้องลี่หยา ข้าคิดว่าองค์ชายคงไม่มีเวลามากนักในการสนใจผ้าทอของเจ้า เขามีราชกิจสำคัญมากกว่านั้น"

เหวิ่นลี่หยามองหน้าพี่สาวของเธอด้วยความโกรธ เธอไม่คิดว่าเหวิ่นจือหยูจะกล้าท้าทายเธอแบบนี้

ตอน 2

ที่ตำหนักหลวง องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อผู้นำที่เย็นชาและเคร่งครัดในหน้าที่ รู้ดีว่าการหมั้นหมายกับเหวินจิ่นไม่ใช่เรื่องของความรัก มันเป็นเพียงแผนการทางการเมืองที่ช่วยเสริมสร้างอำนาจของราชวงศ์ แต่สิ่งที่ทำให้เขาสนใจคือการเปลี่ยนแปลงของเหวิ่นจือหยูหลังจากอุบัติเหตุ นางดูมีความฉลาดและกล้าหาญขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และการที่นางไม่ได้พยายามเอาอกเอาใจเขาไม่ได้หาเรื่องมาคลอเคลียเขาเกินงามเหมือนแต่ก่อน กลับทำให้นางน่าดึงดูดมากขึ้นโดยไม่รู้ตัว

วันหนึ่งเหวิ่นจือหยูหรือวาดรวีถูกเชิญให้ไปพบกับองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อเป็นอีกครั้งหลังจากฟื้นตัวจากอุบัติเหตุ เมื่อเธอเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของตำหนักหยวนเหอ สายตาขององค์ชายหยวนเจ๋อก็จับจ้องเธอทันที ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย

“เจ้าเปลี่ยนไป” เขาเอ่ยเรียบๆ แต่มีความคาดคั้นอยู่ในน้ำเสียงเหมือนอยากจับผิด

วาดรวียิ้มบางๆ “เพคะ ข้าคิดว่าบางครั้งการเผชิญหน้ากับความตายทำให้เราต้องคิดใหม่และตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตให้ดีขึ้นกว่าเดิม”

คำตอบนั้นทำให้องค์ชายหยวนเจ๋อรู้สึกประหลาดใจ เขาไม่ได้คาดหวังว่าจะได้ยินคำพูดที่เฉียบคมและมีความหมายเช่นนี้จากเหวิ่นจือหยูที่เคยโง่เง่าและหยิ่งยะโส

“ถ้าเจ้าประสบอุบัติเหตุสมองกระทบกระเทือนแล้วคิดดีได้แบบนี้ เจ้าน่าจะเป็นตั้งนานแล้วจะดีกว่านะข้าว่า” 

“ท่าน ก็น่าจะโดนบ้างนะ จะได้นิสัยอ่อนโยนกับผู้หญิงบ้าง” เหวิ่นจือหยู หรือวาดรวีว่าให้

“เจ้า…”

ในขณะเดียวกัน เหวิ่นลี่หยา น้องสาวของเหวิ่นจือหยู เริ่มรู้สึกไม่พอใจที่พี่สาวของเธอดูมีความมั่นใจและสามารถดึงดูดความสนใจขององค์ชายได้มากขึ้น

“องค์ชายเพคะ ข้านำพัดผืนนี้มาถวายท่าน ข้าปักด้วยมือของข้าเอง ท่านจะโปรดรับไว้หรือไม่เพคะ” เสียงของเหวิ่นลี่หยาดังขึ้นก่อนที่องค์ชายจะทันได้พูดอะไร นางถือพัดผ้าไหมที่ประดับด้วยลวดลายงดงาม เดินเข้ามาหาองค์ชายหลี่หยวนเจ๋ออย่างอ่อนหวาน นางพยายามยิ้มอย่างอ่อนโยนและพูดด้วยเสียงอ่อนนุ่ม 

หยวนเจ๋อมองพัดผ้าไหมที่นางยื่นให้โดยไม่ได้ตอบอะไร แววตาของเขาเย็นชาและห่างเหิน “ข้าไม่จำเป็นต้องใช้” เขาตอบเรียบๆ

เหวิ่นลี่หยารู้สึกหน้าชา แม้จะรู้สึกเสียหน้าต่อพี่สาวเหวิ่นจือหยูที่นั่งอยู่ แต่ยังคงพยายามต่อ “แต่ท่านอาจต้องใช้ในวันที่อากาศร้อนมาก ข้าแค่หวังจะช่วยให้ท่านสะดวกสบายยิ่งขึ้นเพคะ”

“ไม่จำเป็น ข้ามีคนดูแลเรื่องนี้อยู่แล้ว” หลี่หยวนเจ๋อตอบเสียงเย็นชา ก่อนจะหันไปทางวาดรวีหรือเหวิ่นจือหยูที่นั่งอยู่ด้วยกัน  “เจ้าเองจือหยู มีสิ่งใดที่ต้องการจากข้าหรือไม่”

วาดรวีมองเขาด้วยสายตาแน่วแน่และตอบอย่างตรงไปตรงมา “ไม่มีเพคะ ข้าเพียงแค่ต้องการเวลาของท่านในการพูดคุยเรื่องสำคัญอื่นๆ”

เหวิ่นลี่หยากัดฟันแน่น รู้สึกโกรธที่พี่สาวของเธอกลายเป็นคนที่ได้รับความสนใจจากองค์ชายแทน

ที่ห้องบรรทมขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ ความเงียบสงัดปกคลุมทั้งห้อง มีเพียงแสงแดดที่สาดส่องผ่านบานหน้าต่างเล็กๆ เข้ามาอาบร่างของชายผู้สวมชุดยาวสีดำปักลายมังกรทองที่นั่งอยู่ข้างโต๊ะไม้สูง ดวงตาของเขามองไปที่เอกสารราชการบนโต๊ะตรงหน้า แต่ในใจกลับเต็มไปด้วยความว้าวุ่น

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อผ่อนลมหายใจออกมาเบาๆ รู้สึกกดดันจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า เขาถูกบังคับให้หมั้นหมายกับเหวิ่นจือหยู บุตรสาวของแม่ทัพเหวินผู้มีอำนาจ แม้ว่าหลี่หยวนเจ๋อจะเป็นองค์ชายที่ได้รับการยอมรับจากคนทั่วทั้งแคว้นว่าเป็นผู้นำที่ฉลาดปราดเปรื่อง แต่เขากลับไม่สามารถขัดขืนคำสั่งของฮ่องเต้ผู้เป็นพระบิดาได้

เขาไม่เคยมีความรู้สึกต่อเหวิ่นจือหยูเลย นางเป็นเพียงหญิงสาวที่โง่เง่าไม่รู้หนังสือเอาแต่ชอบแต่งตัวสวยการบ้านการเรือนไม่เอา โมโหร้ายเป็นที่สุด แม้หลังๆที่เจอกันสองครั้งหลังเกิดอุบัติเหตุของนางดูนางจะเปลี่ยนไปก็ตามทีเถอะ การหมั้นหมายครั้งนี้เป็นเพียงเรื่องการเมืองที่ถูกวางแผนขึ้นเพื่อสร้างพันธมิตรกับตระกูลเหวิ่น ความรู้สึกของเขาหรือของเหวิ่นจือหยูไม่เคยถูกนำมาพิจารณา

เสียงประตูเปิดเบาๆ ขัดจังหวะความคิดขององค์ชาย หญิงรับใช้คนสนิทของเขาเดินเข้ามาอย่างเงียบๆ พร้อมกับถาดชาที่ถือไว้ในมือ

“องค์ชายเพคะ ชาท่านเตรียมไว้แล้วเพคะ” นางพูดเบาๆ ด้วยความเคารพก่อนจะก้มศีรษะให้

หลี่หยวนเจ๋อพยักหน้าเบาๆ เป็นการตอบรับ แต่ก็ไม่ได้มองนาง เขากลับจมอยู่กับความคิดของตัวเอง

“ข้าต้องการสิ่งนี้หรือ” เขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ 

หากเป็นไปได้ เขาอยากใช้ชีวิตที่เขาเลือกเอง แม้ว่าจะต้องอยู่ภายใต้ภาระหน้าที่ในฐานะองค์ชาย แต่เขาไม่ต้องการถูกบีบบังคับให้แต่งงานกับคนที่เขาไม่มีความรู้สึกรักหรือรู้สึกดีด้วยเลย อย่างไรก็ตาม คำสั่งของฮ่องเต้เป็นสิ่งที่ไม่อาจหลีกเลี่ยงได้

“เจ้าคิดว่าการแต่งงานครั้งนี้จะเป็นอย่างไร” เขาถามขึ้นโดยไม่ได้หันไปมองหญิงรับใช้ นางหยุดอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบด้วยความระมัดระวัง

“บ่าวไม่อาจกล่าวอะไรได้เพคะ แต่อาจเป็นประโยชน์ต่อแคว้นและราชวงศ์ของท่านเพคะ”

หลี่หยวนเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะพูดขึ้นอีกครั้ง “แต่ถ้าข้าไม่ต้องการมันล่ะ”

“การที่ท่านไม่ต้องการ อาจไม่ใช่สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้เพคะองค์ชาย” นางตอบเบาๆ น้ำเสียงนอบน้อม

หลี่หยวนเจ๋อถอนหายใจแรงกว่าเดิม ในขณะที่เขาพยายามจะหาคำตอบในใจ เสียงฝีเท้าหนักๆ ดังขึ้นจากด้านนอกของประตู ไม่นานนัก องครักษ์ส่วนพระองค์ของเขาเข้ามาก้มกราบอย่างนอบน้อม

“องค์ชายพะยะค่ะ ฮ่องเต้ทรงเรียกพระองค์ให้ไปพบที่พระตำหนักในห้องโถงใหญ่พะยะค่ะ”

หลี่หยวนเจ๋อหลับตาแน่น เขารู้ทันทีว่าการพูดคุยครั้งนี้จะเกี่ยวกับการหมั้นหมายของเขาโดยตรง

ตอน 3

เมื่อร่างสูงสง่าขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่ของพระราชวัง สายตาของหลี่หยวนเจ๋อก็พบกับร่างของฮ่องเต้ผู้ทรงเกียรติที่ประทับอยู่บนบัลลังก์สีทอง ภายในห้องโถงมีบรรดาข้าราชการและราชสำนักนั่งอยู่โดยรอบ บรรยากาศเต็มไปด้วยความเคร่งขรึม

“องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อลูกข้า” ฮ่องเต้เอ่ยขึ้นทันทีที่เขาเดินเข้ามา น้ำเสียงของพระองค์สงบนิ่งและหนักแน่น “เจ้าเตรียมตัวสำหรับการหมั้นหมายแล้วหรือไม่”

องค์ชายค้อมศีรษะลงเล็กน้อยเพื่อแสดงความเคารพ แต่ในใจกลับรู้สึกหนักอึ้ง “กระหม่อมเตรียมพร้อมตามพระบัญชาของฝ่าบาทพะยะค่ะ” เขาตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ฮ่องเต้ทรงพยักหน้าเล็กน้อย แววตาเข้มขรึมของพระองค์มองตรงไปที่บุตรชายของตน “นี่ไม่ใช่เรื่องของความรักหรือความต้องการส่วนตัว แต่เป็นเรื่องของความมั่นคงในราชวงศ์และแคว้น เจ้าจำเป็นต้องเข้าใจสิ่งนี้ในฐานะองค์ชาย”

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อรู้ดีว่าพระบิดาไม่เคยใส่ใจเรื่องความรู้สึกส่วนตัวของเขา แต่ในขณะที่เขาเงียบและยอมรับคำสั่งนี้ ส่วนลึกของจิตใจกลับเต็มไปด้วยความต่อต้าน แม้จะเป็นองค์ชาย เขาก็ยังมีความฝันและความต้องการของตัวเอง

“ฝ่าบาท กระหม่อมเข้าใจถึงความสำคัญของการหมั้นหมายครั้งนี้” เขาพูดอย่างระมัดระวัง “แต่กระหม่อมเพียงขอเวลาสักหน่อย เพื่อทำความเข้าใจกับสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น”

ฮ่องเต้เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย “เจ้ามีเวลามากพอแล้วหยวนเจ๋อ อีกไม่นานพิธีหมั้นจะเกิดขึ้น เจ้าต้องยอมรับมันและทำหน้าที่ของเจ้า”

“แต่ถ้ากระหม่อมไม่เต็มใจล่ะพ่ะย่ะค่ะ” คำถามนี้หลุดออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจ แต่เขาก็ไม่สามารถดึงมันกลับไปได้

ทั้งห้องโถงเงียบกริบ ข้าราชบริพารหลายคนต่างเงยหน้าขึ้นมององค์ชายอย่างตกใจ ฮ่องเต้จ้องมองบุตรชายของตนด้วยสายตาที่เย็นเยียบ

“เจ้าคิดว่าเจ้ามีทางเลือกหรืออย่างไร” พระสุรเสียงของฮ่องเต้กดดันและเต็มไปด้วยอำนาจ "การที่เจ้าเป็นองค์ชาย เจ้าต้องเสียสละเพื่อแคว้นและราชวงศ์ เรื่องส่วนตัวของเจ้าไม่มีความหมายเมื่อเทียบกับความมั่นคงของประเทศนี้"

คำพูดนั้นทำให้หลี่หยวนเจ๋อรู้สึกหนาวสะท้าน แต่เขาก็รู้ดีว่าไม่อาจขัดพระบิดาได้

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อเงยหน้ามองพระบิดาด้วยแววตาที่หนักแน่น แม้ภายในจะเต็มไปด้วยความขัดแย้ง แต่เขารู้ว่าการเผชิญหน้าครั้งนี้ไม่มีทางเลือกอื่น นี่คือหน้าที่ที่ถูกวางไว้สำหรับเขาตั้งแต่วันแรกที่เขาเกิดมา สายตาคมมองแม้กระทั่งฮองเฮาผู้เป็นพระมารดาที่นั่งอยู่เบื้องบนข้างกายพระบิดายังไม่สามารถช่วยอะไรเขาได้

“กระหม่อมเข้าใจพ่ะย่ะค่ะเสด็จพ่อ” องค์ชายตอบด้วยน้ำเสียงที่สงบ แต่ในใจกลับรู้สึกกดดันและเหนื่อยล้า “กระหม่อมจะทำตามพระบัญชาของฝ่าบาท”

ฮ่องเต้พยักหน้าอย่างพอใจ “ดีแล้ว เจ้าต้องจดจำว่าเจ้าไม่ใช่เพียงลูกชายของข้า แต่เจ้าเป็นตัวแทนของราชวงศ์หลี่ หญิงจากตระกูลเหวิ่นเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการสร้างพันธมิตร เจ้าไม่ควรปล่อยให้เรื่องนี้ล้มเหลว”

หลี่หยวนเจ๋อรับฟังด้วยความเคารพ แม้ใจลึกๆ จะรู้สึกขมขื่น เขาไม่อาจปฏิเสธความจริงที่ว่าตระกูลเหวิ่นนั้นมีอำนาจมาก การหมั้นหมายกับเหวิ่นจือหยูไม่เพียงแต่เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา แต่มันเป็นการผูกมัดราชวงศ์เข้ากับผู้สนับสนุนที่สำคัญในยามที่แคว้นต้องเผชิญกับศัตรูจากภายนอก

“อีกสามวันจะเป็นพิธีหมั้น” ฮ่องเต้กล่าวสรุป “เจ้าไปเตรียมตัวให้พร้อม อย่าให้มีเรื่องผิดพลาดที่ไม่งามเกิดขึ้นเด็ดขาด”

“รับบัญชาพะยะค่ะฝ่าบาท” องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อค้อมศีรษะรับคำสั่ง จากนั้นก็หันหลังกลับเดินออกจากห้องโถงใหญ่ ความกดดันที่หนักหน่วงตามเขาออกมาเหมือนเงาที่หลีกหนีไม่พ้น ทุกย่างก้าวของเขาหนักอึ้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะเขารู้ว่าเขาต้องเผชิญกับสิ่งที่ไม่ได้มาจากหัวใจของตัวเอง

เมื่อกลับมาถึงตำหนักของเขา หลี่หยวนเจ๋อนั่งลงที่เก้าอี้ไม้ตัวใหญ่ เสียงรองเท้ากระทบพื้นทำให้ห้องที่เงียบสงัดมีเสียงสะท้อนเล็กน้อย สายตาของเขาจ้องมองไปยังภาพวาดภูเขาที่แขวนอยู่บนผนัง ราวกับจะหาเส้นทางที่จะหลบหนีจากสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้น

“ข้าจะทำยังไงดี”เขาพึมพำกับตัวเอง ความรู้สึกที่ถูกกดดันมานานทำให้เขาอยากจะปลดปล่อยความคิดในใจออกมา

เสียงขององครักษ์ส่วนตัวดังขึ้นจากนอกประตู “องค์ชายพะยะค่ะ คุณหนูเหวิ่นจือหยูได้ส่งสารขอเข้าพบพระองค์พะยะค่ะ”

หลี่หยวนเจ๋อหันมองประตูด้วยแววตาสงสัย เขาไม่เคยได้ยินเหวิ่นจือหยูขอเข้าพบเขาเองมาก่อน นางมักจะทำให้บิดาของนางพามาตลอดหรือไม่ก็ดักพบเขาข้างนอกและไม่เคยเข้ามายุ่งเกี่ยวกับชีวิตส่วนตัวของเขา

“ให้นางเข้ามา” เขาออกคำสั่งแม้จะไม่แน่ใจว่านางต้องการอะไร

ไม่นานนัก เหวิ่นจือหยูก้าวเข้ามาในห้อง นางสวมชุดผ้าไหมเรียบง่าย สีขาวอ่อนประดับด้วยลวดลายปักด้วยมือที่งดงาม ท่าทางของนางยังคงเรียบเฉยและสงบเสงี่ยมเช่นเดิม แต่ดวงตาของนางกลับเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น

“ถวายบังคมองค์ชายเพคะ” วาดรวีในร่างของเหวิ่นจือหยูกล่าวพร้อมคำนับอย่างนอบน้อม

“ลุกขึ้นเถิด เจ้ามีอะไรจะพูดกับข้า” เขาถามตรงไปตรงมา ไม่ได้แสดงท่าทางเป็นมิตรหรือเย็นชา

เหวิ่นจือหยูยืนขึ้นตรง นางมองตรงไปที่องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อด้วยดวงตาที่แน่วแน่ “ข้าแค่อยากถามองค์ชายเพคะ... ท่านต้องการการหมั้นหมายครั้งนี้จริงๆ หรือไม่”

คำถามตรงๆของเหวิ่นจือหยูทำให้องค์ชายผู้หยิ่งและเย็นชาอย่างหลี่หยวนเจ๋อเงียบไปครู่หนึ่ง เขาไม่คาดคิดว่านางจะกล้าถามเรื่องนี้ตรงๆ ขนาดนี้ ในใจของเขาเต็มไปด้วยความแปลกใจที่เห็นเหวิ่นจือหยูไม่ใช่หญิงสาวที่เคยทำตัวอ่อนแอใช้มารยาหญิงเก่งและไม่กล้าหาญต่อหน้าเขาเหมือนที่เขาเคยเข้าใจ

“เจ้าถามเพราะเหตุใด สมใจเจ้าแล้วนี่” เขาย้อนถาม นัยน์ตาเขาสำรวจนางอย่างลึกซึ้ง

เหวิ่นจือหยูสูดลมหายใจเข้าลึกๆอย่างต้องการที่จะระงับอารมณ์ก่อนตอบ “ข้ารู้ว่าท่านไม่ได้ต้องการข้า ข้าเองก็ไม่ได้ต้องการการหมั้นหมายนี้เช่นกัน มันเป็นเพียงข้อบังคับทางการเมือง แต่ข้าคิดว่าเราอาจจะหาทางออกที่เหมาะสมกว่านี้ได้”

คำพูดนั้นทำให้หลี่หยวนเจ๋อต้องคิดลึกขึ้นอีกครั้ง “เจ้าหมายความว่าอย่างไร”

เหวิ่นจือหยูมองเขาด้วยความตั้งใจ “ข้าเพียงอยากจะบอกท่านว่า หากท่านต้องการหาทางออก ข้ายินดีที่จะช่วยเหลือ เราอาจจะสามารถทำบางสิ่งเพื่อให้การหมั้นนี้ล้มเหลว โดยไม่ทำให้ตระกูลของเราถูกตำหนิได้ ข้าไปล่ะ”พูดจบเหวิ่นจือหยูก็เดินออกไปจากห้องอย่างรวดเร็ว

องค์ชายหลี่หยวนเจ๋อมองตามนางด้วยความประหลาดใจ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิด นางไม่ใช่หญิงสาวที่เขาเคยรู้จัก

เรื่องราวเริ่มต้นขึ้นในตระกูลเหวิ่น ซึ่งเป็นหนึ่งในตระกูลที่ทรงอำนาจที่สุดในแคว้น ตระกูลนี้มีลูกสาวสองคนจากแม่ต่างฐานะ ลูกสาวคนโตคือ เหวิ่นจือหยู ซึ่งเป็นบุตรสาวของภรรยาเอก ส่วนลูกสาวคนเล็กคือ "เหวิ่นลี่หยา" ซึ่งเกิดจากภรรยารอง แม้ทั้งสองจะเป็นพี่น้อง แต่ความสัมพันธ์ของพวกนางกลับเต็มไปด้วยความขัดแย้งและความริษยา โดยเฉพาะเรื่องขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ ผู้เป็นคู่หมั้นของเหวิ่นจือหยู

เหวิ่นจือหยู แม้จะเป็นบุตรสาวคนโต แต่กลับมีนิสัยเย่อหยิ่ง อวดดี และไม่ค่อยเคารพใคร บางครั้งก็เกรี้ยวกราดโมโหร้ายเวลาโดนขัดใจ เหวิ่นจือหยูชอบการแต่งตัวสวยงดงาม ไม่ชอบเล่าเรียนหาความรู้ ไม่ชอบการทำงานบ้านงานเรือนเยี่ยงสตรีชั้นสูงต้องทำ นางได้รับการเลี้ยงดูอย่างดีในฐานะบุตรสาวของภรรยาเอก ทำให้นางเชื่อว่าตัวเองเหนือกว่าน้องสาวคนเล็กที่เกิดจากภรรยารองเสมอ นางถูกกำหนดให้เป็นคู่หมั้นขององค์ชายหลี่หยวนเจ๋อตั้งแต่อายุยังน้อย แต่ด้วยนิสัยที่ดื้อรั้นและการไม่ใส่ใจต่อความรู้สึกของผู้อื่น หลี่หยวนเจ๋อจึงไม่เคยชื่นชอบนาง แต่นางก็ชอบที่จะหาเรื่องมาคลอเคลียเขาเพื่อที่จะเขาชนะน้องสาวเสมอ

เหวิ่นลี่หยา น้องสาวของเหวิ่นจือหยู กลับตรงกันข้ามกับพี่สาวโดยสิ้นเชิง นางเป็นหญิงสาวที่มีลักษณะเป็นกุลสตรีอย่างแท้จริง มีความอ่อนโยนและเรียบร้อยเสมอ การกระทำทุกอย่างของเหวิ่นลี่หยาถูกควบคุมและจัดการด้วยความระมัดระวัง นางรู้วิธีทำให้ทุกคนรอบตัวประทับใจ โดยเฉพาะองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อ

แม้เหวิ่นลี่หยาจะไม่ใช่คู่หมั้นอย่างเป็นทางการ แต่เธอกลับมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับองค์ชายมากกว่าเหวิ่นจือหยูด้วยความที่นางมักจะอยู่ใกล้ชิดและพยายามเข้าหาองค์ชายเสมอ ทำให้หลายครั้งองค์ชายรู้สึกว่านางมีความน่าชื่นชมในแบบที่เหวิ่นจือหยูไม่เคยมี การที่นางทำตัวเป็นกุลสตรีอย่างเคร่งครัดและพูดคุยด้วยความอ่อนโยน ทำให้หลี่หยวนเจ๋อเริ่มสงสัยว่าทำไมเขาถึงต้องถูกบังคับให้หมั้นหมายกับพี่สาวที่เขาไม่ชอบ ขณะเดียวกัน เหวิ่นลี่หยาก็มักจะใช้โอกาสนี้เข้าหาองค์ชายหลี่หยวนเจ๋ออย่างสุภาพ นางพูดจาด้วยถ้อยคำที่นุ่มนวลและแสดงให้เห็นถึงความเคารพต่อเขาเสมอ ทำให้หลายครั้งหลี่หยวนเจ๋ออดเปรียบเทียบระหว่างพี่น้องคู่นี้ไม่ได้ น้องสาวผู้เรียบร้อยและอ่อนโยน กับพี่สาวที่หยิ่งผยองและไม่เคยเห็นหัวใคร ทำไมไม่ให้เขาหมั้นกับเหวิ่นลี่หยาแทน

แต่คำพูดเหลิ่นจือหยูเมื่อครู่เหมือนไม่เเคร์ไม่อยากจะหมั้นหมายกับเขาทำเอาองค์ชายหลี่หยวนเจ๋อตั้งตัวไม่ทัน นางสมองกลับแล้วหรือไร ปกติแข่งขันกับน้องสาวแทบเป็นเเทบตายที่จะได้อยู่ใกล้เขา แต่วันนี้นางพูดเหมือนกับว่าไม่อยากหมั้นกับเขาแล้วนี่เหวิ่นจือหยูก็ยังคงแสดงท่าทางที่เย่อหยิ่ง ไม่แยแสให้เขาสนใจอีกเป็นแน่

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED