ความลับไม่มีในโลก
ประเทศไทย;กรุงเทพมหานคร
ผับย่านสุขุมวิท
เสียงเพลงที่ดังกระหึ่มทั่วทั้งผับที่บ่งบอกว่ายังไม่ถึงเวลาผับปิดและเพื่อเร่งนักท่องราตรีให้สนุกไปกับเพลงที่เปิดอย่างเมามันและแน่นอนหญิงสาวที่มีหน้าตาหวานใสราวเจ้าหญิงหลุดออกมาจากนิทานได้ออกลีลาเต้นอยู่กลางฟอร์และด้วยลีลาท่าเต้นของเธอที่ยั่วเย้าก็ทำให้เธอเป็นจุดสนใจของทุกคนในผับรวมถึงนักธุรกิจในคาบนายแบบที่จ้องมองเธอตาไม่กะพริบแม้ข้างกายจะมีหญิงสาวจากผับนั่งคลอเคลียเขาอยู่
"ไปสืบมาว่าเธอคือใคร"เขาสั่งเลขาที่ยื่นอยู่ข้างๆ ให้ไปสืบมาว่าเธอคือใครเพียงแค่นี้เลขาหนุ่มที่ทำงานกับเขามาหลายปีรับรู้ถึงความหมายมันดี เลขาเช่นเขาไม่เพียงแค่สืบอย่างเดียวแต่ต้องติดต่อเธอเลยต่างหาก
"ครับ"เลขาหนุ่มตอบเพียงสั้นๆ ก่อนจะเดินออกไปหามุมเงียบๆ ทำงานที่เจ้านายหนุ่มสั่งมาเมื่อครู่อย่างรวดเร็วทันใจและไม่นานเจ้านายหนุ่มก็เดินตามออกมาพร้อมหญิงสาวจากผับ กลับคอนโดเพื่อไปต่ออารมณ์ที่ค้างให้ได้สำเร็จความใคร่
ด้านหญิงสาวที่เป็นที่สนใจของคนทั้งผับโดยเฉพาะผู้ชายในค่ำคืนนี้ เธอหยุดเต้นเมื่อเพลงจบก่อนจะเดินกลับโต๊ะไปพร้อมกับเพื่อนของเธออีกคนที่ออกมาเต้นพร้อมเธอด้วยความเหนื่อย
"ตลอดเลยสินะที่ยัยต้าร์ออกเที่ยวผับแล้วต้องเต้นแบบนี้จนเป็นจุดสนใจยากที่จะลืม"เมื่อเธอมาถึงโต๊ะก็เจอลูกแซวของเพื่อนที่นั่งดูตั้งแต่เพลงเริ่มจนจบเพลง
"ก็ใครล่ะเล่นขี้โกงตลอดเลยจนฉันกับยัยฟ้าต้องออกไปเต้นแบบนี้"เธอสวนกลับทันทีด้วยอารมณ์ไม่ดีนักเพราะเธอไม่ชอบเลยสายตาที่พวกผู้ชายในผับต้องมองเธอจนจะทะลุเสื้อผ้าจนจะเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งของเธอแล้ว แม้นี้จะไม่ใช่คืนแรกแต่เธอก็ยังไม่ชิดและไม่ชอบสายตาที่มองมาเลยสักนิด มันน่าขยะแขยงที่สุด
"ได้ไง อย่ามากล่าวหากันถ้าไม่มีหลักฐานนะจ๊ะเพื่อนรัก มาๆ มาดื่มต่อเถอะ"เพื่อนที่แซวเธอพูดดักคออย่างเหนือกว่าก่อนจะพูดเปลี่ยนเรื่องชวนทุกคนดื่มน้ำสีอำพันที่วางอยู่บนโต๊ะที่เต็มแก้วทุกใบ
"เฮ้ๆ แกไปเครียดอะไรมาจากไหนเนี่ยยัยต้าร์ดื่มรวดเดียวหมดแบบนี้เดี๋ยวก็กลับคอนโดไม่ไหวหรอก"เพื่อนที่ออกไปเต้นกับเธอพูดห้ามเมื่อเห็นว่าเธอดื่มรวดเดียวหมดและสิ่งที่เธอดื่มคือเตกีล่าเพียวๆ แบบนี้ยัยตัวแสบของเพื่อนๆ อย่างเธอจะอยู่มีสติครบถ้วนจนผับปิดรึเปล่าเนี่ย
"เปล่า เหนื่อยจากเต้นเลยหิวน้ำนะ"เธอตอบพลางเทขวดเตกีล่าลงใส่แก้วก่อนจะยกดื่มรวดเดียวหมดแก้ว เธอวางแก้วลงพลางจ้องมองแก้วที่ว่างเปล่าในสมองเธอก็คิดถึงเรื่องหนึ่ง เรื่องที่เธอคิดมันมาหลายคืนก็ยังหาคำตอบไม่ได้สักทีก่อนจะพูดขึ้นทำให้เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ เงียบลงทันที
"ฉันกลับก่อนนะ"
"อ้าว ทำไมวันนี้กลับเร็ว"
"ปวดหัวนิดหน่อย"เธอบอกก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะทันทีและตรงไปที่รถที่จอดอยู่ด้านหน้าผับก่อนจะขับกลับทันที
เช้าวันต่อมา
ปังๆ ๆ
"ยัยต้าร์! เปิดประตูเดี๋ยวนี้นะ! "
"..."
"ยัยต้าร์! "
ปังๆ ๆ
เสียงเคาะประตูจากหน้าห้องเสียงดังจนทำให้คนข้างห้องเปิดประตูออกมาดูก็พบว่าหญิงสาวเจ้าของห้องจะเคาะประตูห้องตัวเองทำไมคีย์การ์ดห้องตัวเองก็มีเปิดเข้าไปสิแต่ความคิดของทุกคนนั้นผิดเพราะคนที่มาเคาะประตูกลับกลายเป็นพี่สาวของเจ้าของห้องที่ยังคงไม่ตื่นมาเปิดห้องให้กับพี่สาวเพราะฤทธิ์แอลกอฮอลล์ที่ยังไม่สร่างทำให้หญิงสาวเจ้าของห้องนอนหลับสนิท
ปังๆ ๆ
"ยัยต้าร์! ยัยต้าร์! พี่บอกให้แกเปิดประตูยังไงล่ะ! "
เสียงเคาะและเสียงตะโกนของเบลล่าไม่ยอมหยุดจนกว่าเจ้าของห้องจะมาเปิดประตูให้ แต่ชายหนุ่มที่อยู่ห้องข้างๆ ทนไม่ไหวเดินออกมาจากห้องกระชากแขนของเบลล่าให้หันไปเผชิญหน้าแต่เมื่อเห็นเต็มๆ ตาก็นึกแปลกใจว่าคนอย่างน้ำทิพย์นึกอุตริลุกขึ้นมาแต่งสวยทำหน้าทำผมแล้วเป็นบ้ามายืนเคาะประตูห้องตัวเองอยู่แบบนี้ ที่เขาแปลกใจนั้นเป็นเพราะเขาทำงานที่เดียวกับน้ำทิพย์และยังคอยแวะหาซื้อของกินมาให้น้ำทิพย์เวลาที่น้ำทิพย์มีงานเข้ามาให้ทำเป็นกองภูเขา
"เธอเป็นบ้าอะไรมายืนเคาะประตูห้องตัวเองจนคนอื่นรำคาญแบบนี้"
"นายเป็นใคร อย่ามาแตะต้องตัวฉันนะ! "
โดยที่เขาไม่รู้เกี่ยวกับครอบครัวของน้ำทิพย์เลยทำให้เขาไม่ทันสังเกตว่านั้นไม่ใช่หญิงสาวที่เขาหมายถึงและด้วยที่ทุกคนที่นี่เมื่อเห็นน้ำทิพย์เข้ามาอยู่ใหม่ต่างก็คิดว่าเป็นพี่สาวเธอที่เป็นนางแบบแต่ก็เลิกคิดทันทีเมื่อเธอยื่นบัตรประชาชนให้ดูว่าเธอไม่ใช่พี่สาวของเธอทำให้ทุกคนที่นี่คิดว่าเธอไปทำศัลยกรรมให้หน้าสวยคล้ายพี่สาวเธอเท่านั้นและครั้งนี้ทุกคนที่ไม่ยอมกลับเข้าห้องสักทีก็มองว่าเธอนั้นอุตริอยากแต่งสวยเหมือนนางแบบเบลล่าหรือก็คือพี่สาวของเธอ
"นี้ๆ เธอคงไม่บ้าจริงๆ หรอกนะถึงจำเพื่อนตัวเองไม่ได้นะ"
"ฉันไม่ได้บ้าและจำได้ว่าไม่มีเพื่อนโรคจิตแบบนาย! นี่! ยัยต้าร์ เปิดประตูให้พี่นะ! "
ปังๆ ๆ
เธอตอบนพพลเพื่อนของน้องสาวก่อนจะหันมาส่งเสียงดังพลางทุบประตูไม่ยอมหยุดและครั้งนี้ก็ดูเหมือนจะดังมากพอให้เจ้าของห้องลุกขึ้นออกจากเตียงเดินงัวเงียยังไม่สร่างเมาออกมาเปิดประตูให้กับผู้เป็นพี่สาวและเมื่อเธอเดินมาเปิดประตูด้วยสภาพหัวยุ่งชุดเดิมของเมื่อวานทำให้กลิ่นเหล้าลอยมาแตะจมูกผู้เป็นพี่สาวแม้จะจางลงแต่ในระยะใกล้ชิดเธอก็ยังได้กลิ่นเหล้าจากตัวน้องสาว
เบลล่ามองสภาพน้องสาวอย่างอารมณ์เดือดสุดๆ และอึ้งไปตามๆ กันแต่ก็ไม่เท่ากับเพื่อนข้างห้องอย่างนพพลและคนอื่นๆ ที่ยื่นอึ้งกับภาพข้างหน้าที่มีหญิงสาวหน้าตาเหมือนกันเพียงแต่คนละสไตล์กันอีกคนเป็นถึงนางแบบแสนสวยและเซ็กซี่แต่อีกคนเป็นยัยบ้าตัวแสบทำตัวสบายๆ ไม่รักสวยรักงามและการที่เสียงเงียบของพี่สาวทำให้เธอปรับสายตามองคนตรงหน้าดีๆ ก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อพบว่าเป็นใครที่มาเคาะประตูเสียงดังก่อนจะรีบดึงแขนพี่สาวเข้าห้องโดยไม่สนใจเพื่อนข้างห้องอย่างนพพลที่กำลังจะอ้าปากถามก่อนจะรีบปิดประตูล็อกกลอนทันทีและเอ่ยถามผู้เป็นพี่สาวทันทีที่เข้ามาอยู่ในห้องด้วยกันสองคน
"พี่เบลมาทำอะไรที่นี้ค่ะ เดี๋ยวคนอื่นก็จับได้หรอกค่ะ ถ้าคุณพ่อรู้คงต่อว่าพี่เบลแน่ๆ เลยค่ะ"น้ำทิพย์เอ่ยขึ้นอย่างเป็นห่วงพี่สาวแต่กับคนเป็นพี่สาวไม่สนใจในสิ่งที่น้องสาวพูดเลยสักนิดก่อนจะพูดขึ้น
"ไม่มีใครอุตริวิ่งไปฟ้องคุณพ่อหรอก แกนั่นแหละเมื่อคืนไปเที่ยวไหนมา! "เบลล่าขึ้นเสียงในตอนท้ายเมื่อถามถึงเรื่องเมื่อคืนที่น้องสาวฝาแฝดไปก่อเรื่องเอาไว้
"ไปเที่ยวผับกับเพื่อนๆ มาค่ะ"น้ำทิพย์ตอบตามความเป็นจริงเพราะเธอไม่เคยมีเรื่องปิดบังคนเป็นพี่สาวเลยสักเรื่องมีเรื่องอะไรก็มักจะบอกเสมอแต่ถ้าเรื่องไหนไม่จำเป็นก็ไม่บอกให้คนเป็นพี่สาวเป็นห่วง
"แล้วยังไงต่อ"คนเป็นพี่สาวก็ไม่ยอมหยุดถามแค่นั้นยังถามต่อพลางเดินไปนั่งลงที่โซฟาที่เป็นส่วนของห้องนั่งเล่นและตามมาด้วยน้องสาวที่ไม่เข้าใจสักเท่าไรกับการมาครั้งนี้และเอาแต่ถามเรื่องเมื่อคืน
เธอจำได้ว่าเมื่อคืนเธอไม่ได้ทำอะไรเสียหายและเวลาที่เธอออกไปเที่ยวแบบนี้คนเป็นพี่สาวก็รับรู้ตลอดและเมื่อตอนกลับมาถึงห้องเธอก็ไลน์ไปบอกพี่สาวแล้ว เธอมั่นใจสุดๆ ว่าเธอไม่ได้ทำเรื่องเสียหายแต่แค่ออกไปเต้นเพราะแพ้เกมที่เล่นกันมันไม่ได้ดูไม่เหมาะสมนี่น่าเธอก็ทำมาตลอดเวลาออกไปเที่ยวแล้วแพ้เกมแต่ก็ไม่ได้บ่อยอะไรมากมาย
"พี่เบลหมายถึงอะไรคะ? "
"เมื่อคืนแกได้ไปรู้จักกับผู้ชายต่างชาติที่ไหนรึเปล่า และอย่าบอกว่าที่นั่นไม่มีชาวต่างชาติละเพราะผับย่านสุขุมวิทนักท่องเที่ยวต่างชาติเยอะอย่างกับอะไรดี"เมื่อเห็นน้องสาวทำท่าไม่รู้เรื่องอยู่แบบนั้นคนเป็นพี่สาวอย่างเธอก็ทนไม่ไหวพูดออกไปตรงๆ ทันทีและดักคอน้องสาวที่มักจะกลัวเธอเป็นห่วง
"จะว่ามีก็มีค่ะแต่ต้าร์ไม่ได้ไปทำความรู้จักกับคนต่างชาติเลยสักคนและเมื่อคืนต้าร์ก็กลับก่อนคนอื่นๆ ไม่เชื่อพี่เบลโทรไปถามฟ้าได้เลยนะคะ"น้ำทิพย์พูดพลางอธิบายและกล่าวถึงเพื่อนเธอให้พี่สาวเชื่อในสิ่งที่เธอพูด ถ้าไม่เชื่อเธอคงต้องตามไปลากเพื่อนๆ ของเธอให้ลุกขึ้นจากที่นอนมานั่งคุยกับพี่สาวเธอให้เป็นเรื่องเป็นราวแล้วล่ะ แต่ก่อนที่พี่สาวเธอจะพูดอะไรความสงสัยของเธอก็เกิดขึ้นชิ่งถามผู้เป็นพี่สาวก่อนทันที
"พี่เบลมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่าคะ"น้ำทิพย์ถามขึ้นอย่างเป็นกังวลเมื่อลองสังเกตสีหน้าของพี่สาวก็พบว่ามีรอยความเป็นห่วงเธอเต็มไปหมดก่อนที่คนเป็นพี่สาวจะพูดออกมาให้น้องสาวคลายความกังวลลงแต่ก็ไม่มากพอที่คนเป็นน้องสาวที่ขี้กังวลและเป็นห่วงจะเลิกสนใจ
"เมื่อคืนมีเรื่องที่ผับกลัวแกจะเป็นอันตรายเลยมาหาแกที่คอนโดนะ"
"พี่เบลแน่ใจนะคะว่าไม่มีเรื่องอะไรนอกจากมีเรื่องทะเลาะวิวาทกันที่ผับ" เธอก็ยังคงสงสัยกับการมาครั้งนี้ของพี่สาวเธอ
"อืม ไม่มีอะไรแล้ว"เบลล่าตอบด้วยน้ำเสียงเข้มขึ้น เธอไม่อยากบอกเรื่องที่มีคนของผู้ชายที่ชื่อมาร์คเก้อร์ ควอลมาคัสที่เป็นนักธุรกิจชื่อดังโทรมาติดต่อให้เธอไปเป็นคู่ควงของเขา แต่คนที่มาร์คเก้อร์ต้องการจริงๆ ไม่ใช่เธอเลยแต่เป็นน้องสาวของเธอเองด้วยความที่เธอเป็นห่วงน้องสาวแท้ๆ ของเธอมากจนคนรอบข้างมองว่าเธอขี้หวงน้องสาวจนเกินไป และที่เธอให้ผู้เป็นพ่อสืบหาข้อมูลก็พบว่าเขานั้นเสือผู้หญิงจนหาใครเทียบไม่ได้และยังมีนิสัยที่ร้ายกาจเอามากๆ ถ้าใครขัดใจเขาและแน่นอนเธอรู้นิสัยของน้องสาวดีว่าคนอย่างน้ำทิพย์ไม่ยอมทำเรื่องที่เขาต้องการเด็ดขาดและเธอก็ยอมรับว่าเธอเคยเป็นคู่หลับคู่นอนให้กับพวกดารานายแบบมาแล้วหลายคน เธอไม่ได้ตั้งใจจะเป็นแบบนั้นแต่ผู้เป็นพ่อบอกว่าเพื่อที่เธอจะได้เป็นคนดังและมีคนยอมรับ มีชื่อเสียงที่โด่งดังเธอขัดใจพ่อไม่ได้และเธอรู้ดีว่ามันไม่ดีต่อน้ำทิพย์อย่างแน่นอนสำหรับเบลล่าแล้วน้ำทิพย์ก็ยังดูเด็กเกินไปที่จะเจอเรื่องอะไรแบบนี้แม้อายุเราจะเท่ากันก็ตาม
เธอไม่อยากให้น้องของเธอต้องเจอกับเรื่องเลวร้ายอะไรอีกแค่เรื่องของแม่และพ่อก็ทำให้น้ำทิพย์เป็นคนนอกครอบครัวและไม่มีตัวตนฐานะอะไรในครอบครัวเธอแล้ว และถ้ามาเจอแบบนี้น้ำทิพย์คงไม่อยากอยู่ที่นี่แน่ๆ แค่นี้น้ำทิพย์ก็มักจะบ่นกับเธอว่าไม่อยากอยู่ที่นี่ตลอดเวลาที่พ่อมาพบกับน้ำทิพย์ เธอเป็นห่วงและรักน้องสาวคนนี้มากตั้งแต่เด็กเธอทั้งสั่งสอนทั้งเลี้ยงดูน้องสาวคนนี้จนมีอนาคตดีๆ แต่ก็ต้องพังลงเมื่อพ่อขอเธอทั้งสองคนไม่ยอมรับและสั่งให้น้ำทิพย์ไปทำงานตามผับตามบาร์แทนที่จะได้ทำงานตามที่เธอฝัน
"แล้วเรื่องชาวต่างชาติที่พี่ถามล่ะ"
"พอดีคนที่มีเรื่องเป็นพวกมาเฟียนะ กลัวแกจะโดนลูกหลงไปด้วย"เบลล่าตอบไปอย่างแนบเนียนจนคนเป็นน้องสาวยอมที่จะเลิกสงสัยและขอตัวไปอาบน้ำให้ตัวเองสดชื่นกว่านี้เพื่อที่จะได้มาคุยเล่นกับพี่สาวของเธอ
"อ๋อ ไม่ต้องห่วงต้าร์หรอกค่ะ เดี๋ยวขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะจะได้มาคุยสบายๆ กว่านี้ พี่เบลเหม็นกลิ่นเหล้าที่ตัวต้าร์แย่แล้ว"
"ไปอาบเถอะ งั้นพี่ก็จะกลับเลยเพราะอีกครึ่งชั่วโมงพี่มีถ่ายแบบอยู่ไกลจากที่นี่ด้วยพี่ไม่อยากไปสาย"
"งั้นพี่เบลก็รีบไปเถอะค่ะ เดี๋ยวจะสาย"น้ำทิพย์พูดพลางยิ้มตอบออกมาก่อนจะโบกมือลาพี่สาวและเดินกลับเข้าห้องนอนไปเพื่อจะอาบน้ำโดยไม่รู้เลยว่านพพลเพื่อนข้างห้องที่ยื่นรออยู่หน้าห้องของน้ำทิพย์ เมื่อเห็นประตูเปิดก็รีบหามุมหลบพี่สาวเจ้าของห้องทันทีเมื่อเห็นว่าเบลล่าเดินออกมาและเดินตรงไปที่ลิฟต์และเข้าลิฟต์ไปแล้วนพพลก็ถือวิสาสะเปิดประตูห้องของน้ำทิพย์เข้ามาในห้องแต่ก็ไม่พบหญิงสาวก่อนจะได้ยินเสียงเพลงที่เปิดดังออกมาจากในห้องนอนเขาเลยตัดสินใจคิดว่าน้ำทิพย์คงอาบน้ำ
นั่งรออีกนิด จะเป็นไรไปทียืนรออยู่หลายนาที ยังรอได้เลย นพพลคิดเช่นนั้นก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนั่งที่โซฟาพร้อมกับเปิดทีวีรอน้ำทิพย์อาบน้ำเสร็จโดยที่เจ้าของห้องก็ไม่รู้ตัวว่ามีแขกเข้ามานั่งรอเพราะเปิดเพลงดังพอประมาณที่จะไม่ได้ยินเสียทีวีจากห้องนั่งเล่น
ยี่สิบนาทีต่อมา
น้ำทิพย์อาบน้ำแต่งตัวเสร็จเรียบร้อยก็เดินเช็ดผมออกมาจากห้องนอนแต่ก็ต้องชะงักเท้าเมื่อเห็นร่างของนพพลนั่งท่าสบายๆ ดูทีวีก่อนจะแสดงสีหน้าเอือมระอาและปรับมันให้เป็นปกติเมื่อเดินมานั่งลงข้างๆ นพพล เมื่อการที่โซฟายุบยวบลงข้างๆ ทำให้คนที่เอาแต่นั่งดูทีวีพูดขึ้นทั้งที่สายตายังไม่ยอมหันมามองหญิงสาวข้างกายที่นั่งเช็ดผมอยู่
"มีอะไรจะบอกฉันมั้ย"
"ไม่มี และก็กลับห้องของนายไปได้แล้ว ฉันจะทำงานที่ค้างไว้"น้ำทิพย์พูดโดยไม่หันไปมองหน้าเช่นกัน เธอไม่อยากให้ใครรับรู้เรื่องส่วนตัวและครอบครัวของเธอมากกว่านี้ เธอไม่อยากจะจดจำหรือนึกถึงมันและที่สำคัญเธอไม่อยากให้พี่สาวของเธอต้องกลายเป็นคนไม่ดีในสายตาคนอื่น
"เฮ้ๆ เธอยังเห็นฉันเป็นเพื่อนรึเปล่าเนี่ย"แต่มีเหรอที่คนอย่างนพพลจะกลับห้องง่ายๆ ถ้ายังไม่ได้คำตอบ นพพลไม่เพียงไม่ลุกตามที่น้ำทิพย์บอก แต่ยังยกขามาวางทับขาของหญิงสาวแล้วนอนลงหลับตาทำตัวตามสบายจนน้ำทิพย์ยอมในที่สุด เธอคิดในใจว่ายังไงนพพลก็เป็นเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่แล้วเพราะตลอดเวลาที่เธอเจอปัญหาต่างๆ ก็มีแต่นพพลคอยช่วยเหลือตลอดอยู่เคียงข้างเธอ
"ก็ได้ๆ อยากรู้อะไรก็ถามมาแต่มีข้อแม้"ในที่สุดหญิงสาวก็ยอมเปิดปากพูดเพียงแต่มีข้อตกลงกับนพพลเพื่อให้แน่ใจว่าเพื่อนของเธอคนนี้จะไม่ปริปากเผยพูดเรื่องนี้กับใครเพราะเธอเหนื่อยแล้วที่จะพูดและคอยตอบคำถามที่เธอไม่อยากจะพูดถึงมัน
"ตกลงครับผม พูดข้อแม้ของเธอมาเลย"นพพลรีบลุกขึ้นนั่งหลังตรงพร้อมกับพูดตอบตกลงทันทีจนคนเป็นเพื่อนอย่างน้ำทิพย์แสดงสีหน้าเอือมระอากับนิสัยจอมยุ่งเรื่องคนอื่นอย่างนพพล
"ขอแค่นายไม่ปากรั่วไปบอกคนอื่นก็พอ"
"ที่ผ่านมาเคยรึไงกัน บอกมาเถอะน้าาา"
"ฉันมีพี่สาวฝาแฝด"ในที่สุดหญิงสาวก็ตอบออกไปแต่ก็ยังรั้งปากไม่ให้พูดมากกว่านี้
"นั้นก็คือคุณเบลล่าที่มาหาเธอเมื่อชั่วโมงก่อนใช่มั้ย"
"อืม รู้แล้วก็ห้ามไปบอกใครล่ะ"
"ทำไม ฉันไม่เข้าใจเลยนะว่าเธอกับพี่สาวจะปิดบังคนอื่นทำไม อาชีพที่ทำก็ไม่ผิดกฎหมายเลยนะ"นพพลถามอย่างสงสัยว่าเพื่อนสาวจะปิดบังคนอื่นไปทำไมแม้จะรู้มาบ้างว่าพ่อของเธอสั่งเธอว่ายังไงแต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เธอมีพี่สาวอย่างเบลล่าที่เป็นนางแบบ เมื่อตอนเรียนจบแล้วได้งานทำใหม่ๆ น้ำทิพย์กลับไปบอกที่บ้านแต่ที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนั้น น้ำทิพย์กลับมาร้องไห้ที่คอนโด นพพลเข้ามาเจอพอดีเลยเข้ามาปลอบและถามไถ่เรื่องราว น้ำทิพย์เล่าว่าที่บ้านไม่ต้องการให้เธอทำงานแบบนี้เท่านั้น เธอไม่ได้เล่าเรื่องอะไรอีกเลยและแน่นอนว่าเธอไม่ได้ลาออกจากงานออกแบบเพชร เขาให้คำแนะนำว่าเธอควรจะหางานอื่นบังหน้าแทนงานนี้และในที่สุดเธอก็หางานบังหน้าได้คือไปเป็นเด็กเสิร์ฟที่ผับส่วนงานที่ออกแบบก็รับมาทำที่บ้านบ้างที่บริษัทบ้างและช่วงที่มีงานใหญ่ต้องเข้าบริษัทไปคุยกับลูกค้า เธอทำแบบนี้มาได้สองสามปีแล้วและทางบ้านก็เห็นดีด้วยกับการที่น้ำทิพย์ไปบอกกับคนที่บ้านว่าได้งานเป็นเด็กเสิร์ฟ จนบางครั้งเขาที่เห็นการกระทำของเพื่อนสาวแบบนี้ก็นึกสงสารและจะไปคุยกับทางบ้านให้แต่ก็ถูกปฏิเสธทุกครั้ง
"เพราะพี่เบลเป็นคนโปรดของพ่อ พ่อเคยบอกกับฉันว่าหลังที่แม่คลอดพวกฉันได้ห้าปีแม่ก็ทิ้งพ่อไป ฉันอยากไปอยู่กับแม่แต่พ่อไม่ให้ไปและคอยบอกฉันเสมอว่าอย่าแสดงตัวเป็นลูกของพ่อให้ทำตัวเหมือนคนทั่วไปที่เป็นเพียงคนรู้จักกันเท่านั้นเพื่อที่พี่เบลจะได้มีชีวิตดีๆ ฉันไม่ได้คิดว่าพี่สาวตัวเองไม่เก่งนะเพราะตั้งแต่ที่ฉันจำความได้ฉันเรียนเก่งกว่าพี่เบล มีความสามารถมากกว่าเรียนรู้และจดจำได้เร็วกว่าเพราะแบบนี้พ่อเลยสั่งห้ามฉันยุ่งเกี่ยวกับที่บ้านส่วนนามสกุลก็ใช่ของแม่แทน"หญิงสาวพูดออกมาทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อนพพลเห็นแบบนั้นจึงดึงร่างบอบบางของเพื่อนสาวเข้ามากอดปลอบและนิ่งเงียบฟังน้ำทิพย์ระบายมันออกมา
"ตั้งแต่จำความได้เวลาพ่อพาไปไหนผู้คนถามว่าเราสองคนเป็นฝาแฝดกันพ่อก็บอกว่าเป็นเพียงลูกพี่ลูกน้องเท่านั้นและพ่อก็เอาแต่แนะนำพี่เบลให้คนอื่นๆ รู้จักทำเหมือนฉันไม่ใช่ลูกพ่อจนกระทั่งพี่เบลได้เป็นนางแบบทุกคนก็ลืมฉันเหมือนฉันไม่มีตัวตนหลังจากนั้นฉันก็เลือกที่จะมาใช่นามสกุลแม่จริงๆ และคอยตามหาแม่ตลอดเวลา"น้ำทิพย์หยุดพูดก่อนจะยกมือขึ้นปิดหน้าซุกไหล่นพพลเพื่อเป็นที่พึ่งเหมือนคราวก่อนๆ ที่นพพลจะคอยอยู่เคียงข้างเป็นที่ปรึกษาเสมอและเขาก็พอจะดูออกว่าน้ำทิพย์ไม่อยากพูดออกมาอีกแล้วจึงกอดปลอบร่างบางนั้นอยู่แบบนั้นจนร่างบางเงียบไปเองเกือบชั่วโมงกว่าก่อนจะผละออกจากกัน
"เธอไปพักผ่อนก่อนเถอะ เดี๋ยวงานที่เหลือฉันจะทำให้เอง งั้นฉันขอไปเอางานฉันที่ห้องก่อน"
"ขอบคุณน่ะพล ยังไงก็ช่วยหน่อยนะ"น้ำทิพย์เอ่ยขอบคุณก่อนจะเดินเข้าห้องไปนอนเพื่อพักผ่อนก่อนจะลุกมาช่วยนพพลทำงานที่ค้างไว้เพราะงานนี้เป็นงานใหญ่ที่ใกล้จะถึงกำหนดส่งแบบให้กับนายจ้างแล้ว น้ำทิพย์ลุกขึ้นเดินแยกกับนพพลเดินไปที่ห้องนอนก่อนที่เธอไม่รีรอคิดอะไรมากล้มตัวลงนอนซุกตัวใต้ผ้าห่มก่อนจะหลับตาลงและสติทุกอย่างก็เข้าสู่ห้วงนิทรา
ของสำคัญที่หายไป
คอนโดมิเนียมสุดหรูย่านสุขุมวิท
"เดี๋ยวผมไปส่ง"มาร์คเก้อร์ที่พึ่งอาบน้ำเสร็จหลังจากจบบทเพลงรักกับหญิงสาวเดินออกมาด้วยสภาพเปลือยท่อนบนแต่ก็ไม่ทำให้หญิงสาวตรงหน้ารู้สึกเขินอายนอกจากสายตาที่มองมันอย่างเร่าร้อนที่หลายชั่วโมงก่อนเขาทาบทับแผ่นอกอันแข็งแกร่งนั้นกับลำตัวของเธอมันชั่งทำให้หัวใจเธอเร่าร้อนต้องการเพียงเขาเท่านั้น
"ไม่ลำบากคุณดีกว่าค่ะ เดี๋ยวพ่อของเบลมารับ"หญิงสาวพูดพลางกระชับกระเป๋าสะพายของเธอก่อนจะเดินไปหาชายหนุ่มพลางยกแขนโอบรอบคอเขาเพื่อยั่วอารมณ์ของชายหนุ่มตรงหน้าแต่นั้นมันก็ไม่ได้ผลสำหรับคนอย่างเขาที่ไม่เคยต่อกับผู้หญิงคนไหนเกินสามรอบหรือไม่เกินถุงยางป้องกันของเขาที่มักจะพกติดตัวไว้เพียงแค่สามชิ้น เมื่อเขาไม่ต้องการก็คือไม่และหนึ่งในนั้นก็คือเธอ เบลล่านางแบบหุ่นสวยเซ็กซี่มีแต่ผู้ชายพากันเข้ามาขายขนมจีบแต่เธอก็เลือกที่จะคว้าชายหนุ่มที่ให้ผลประโยชน์ต่อเธอมากที่สุดและแน่นอนเขารู้ประวัติเธอหมดแล้วจากลูกน้องคนสนิทที่เขาสั่งให้ไปสืบมา เธอก็แค่คู่นอนของเขาเพียงคืนนี้คืนเดียวเท่านั้นแต่อีกส่วนลึกของหัวใจเขากลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่คนคนเดียวกับที่เจอในผับเอาเสียเลยแต่เพียงเสี้ยววินาทีเขาก็สะบัดมันทิ้งเมื่อหญิงสาวตรงหน้าพยายามดันท้ายทอยให้เขาโน้มลงไปจูบเป็นการจากลา เธอทำให้เขาพอใจและยินยอมที่จะต่อบทรักบนเตียงนี้ถึงเช้าแต่เมื่อความรู้สึกอีกส่วนมันตีกันกับความรู้สึกที่มีต่อหญิงสาวตรงหน้าทำให้เขาหยุดที่จะต่อถึงเช้ามาเป็นเวลาตีสองครึ่งแบบนี้ เขามองลึกเข้าไปในดวงตาสีครัวบุหรี่ของเบลล่าก่อนจะพูดขึ้นตัดความต้องการของหญิงสาว
"งั้นก็ตามใจคุณนะ"เขาแกะมือหญิงสาวออกจากลำคอก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้าทิ้งให้หญิงสาวทำหน้าไม่พอใจก่อนจะเดินออกจากห้องไปอย่างรวดเร็วเมื่อเสียงโทรศัพท์ของเธอดังขึ้นบ่งบอกว่าพ่อของเธอมาถึงที่นี้แล้ว เธอไม่รีรอรีบกดรับและตรงเข้าลิฟต์อย่างรวดเร็วจนบอดี้การ์ดของชายหนุ่มที่เธอจากมามองกันอย่างสงสัยก่อนจะสะบัดทิ้งเพราะคิดว่าคงมีงานเข้ามาในเวลานี้ ก็นะ นางแบบหุ่นดีมีแต่งานเข้ามาเธอจะรอช้าทำมั้ยกันพวกบอดี้การ์ดคิดเช่นนั้นก่อนจะเลิกสนใจและหันมาสนใจหน้าที่ของพวกเขาที่ต้องคอยเฝ้าไม่ให้ใครมารบกวนเจ้านายของพวกเขาแม้นี้จะเป็นชั้นบนสุดที่กินพื้นที่ทั้งหมดของชั้นที่ถูกออกมาได้สวยหรูและสะดวกสบายกับของเครื่องใช้ที่ครบทุกอย่าง
เพล้ง!!
เสียงแก้วทรงสูงที่บรรจุไวน์ชั้นดีกระทบกับผนังห้องเสียงดังจนทำให้บอดี้การ์ดที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องถึงกับพากันเข้ามาในห้องด้วยความตกใจคิดว่าเจ้านายหนุ่มเป็นอะไรก่อนทุกคนจะชะงักค้างเมื่อเห็นภาพตรงหน้า พวกเขารู้ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนี้ถ้าพวกเขาไม่รีบตามตัวแม่นางแบบนั้นกลับมาที่นี้ให้เร็วที่สุด
"ไปตามเธอกลับมา!! "สิ้นเสียงเจ้านายหนุ่มบอดี้การ์ดก็พากันออกจากห้องเพื่อไปตามจับแม่นางแบบนั้นกลับมาให้เจ้านายหนุ่มสั่งสอนที่บังอาจกล้าล้วงคองูเห่าขโมยของเจ้านายไปเสียได้ ภาพที่ทุกคนเห็นคือกล่องใส่สร้อยเพชรมรกตที่บัดนี้ไร้สร้อยเพชรวางอยู่ภายในกล่องที่ถูกเจ้านายหนุ่มปัดมันเมื่อเขาเปิดออกมาแล้วไม่เจอกับสร้อยเพชรที่เจ้านายหนุ่มเฝ้ารักษามาห้าปีถูกมือดีอย่างคู่นอนของเขาขโมยไป
สร้อยเพชรมรกตเส้นนี้สำคัญกับเขามากเพราะคนที่ให้เขามานั้นคือผู้ที่ชุบเลี้ยงเขาจนเติบใหญ่มีฐานะดีเป็นที่ยอมรับของทุกคน เขาสัญญาว่าจะเก็บรักษามันอย่างดีเพื่อที่จะทำตามสิ่งที่ผู้เลี้ยงเขาหรือคนที่เขาเรียกว่าแม่นมร้องขอไว้ก่อนที่จะหายตัวไปหลังจากศัตรูของพ่อที่ตามมาฆ่าครอบครัวเขาในวันที่ทุกคนอยู่พร้อมหน้าพร้อมตาฉลองกันในครอบครัวเท่านั้นก่อนจะทิ้งคำพูดสุดท้ายเอาไว้ให้กับชายหนุ่มจำเอาไว้และทำตามที่แม่นมขอร้องเขาไว้
'มาร์ค ลูกต้องเก็บสร้อยเส้นนี้ไว้ มันสำคัญต่อครอบครัวเรามากและเมื่อถึงเวลาที่มาร์คสำเร็จทุกความตั้งใจช่วยนำมันไปคืนกับ 'ลูกสาว' ของแม่ที่เป็นคนออกแบบให้แม่ก่อนที่มันจะตกไปอยู่ในมือคนไม่หวังดี'
เมื่อยามที่เขานึกถึงก็มีแต่ความสงสัยมากมายที่ผุดขึ้นในสมองเต็มไปหมด สร้อยเส้นนี้ทุกคนในครอบครัวล้วนแต่บอกว่ามันสำคัญยิ่งกว่าชีวิตคนในครอบครัวและแน่นอนคนในครอบครัวยังบอกให้อีกว่าให้ตามหาคนที่ออกแบบสร้อยเส้นนี้หรือก็คือลูกสาวของแม่นมของเขาและยังบอกว่าเมื่อเขาเจอเธอแล้วช่วยปกป้องเธอให้ดีที่สุดอย่าให้มีเรื่องอันตรายกับเธอเด็ดขาดเพราะชีวิตเธอและสร้อยเส้นนี้มีมูลค่ามากมายมหาศาลยิ่งกว่าเงินหรือธุรกิจที่ครอบครัวของเขามีอยู่ในชาตินี้
"แม่นม ผมจะรีบตามหาเธอและเอาสร้อยกลับคืนมาให้ได้"เขาพูดเบาๆ กับตัวเองด้วยน้ำเสียงแหบพร่าก่อนจะมองรูปเด็กหญิงวัยสิบห้าปีที่อยู่ในท่านั่งเล่นบนชิงช้าในอากัปกิริยามีความสุขแต่มันก็ไม่ใช่ประเด็นที่เขาสนใจสิ่งที่เขาให้ความสนใจคือสร้อยล็อกเกตทองรูปไข่สลักอย่างสวยงามที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเขาจะหาเธอพบเมื่อเขาเจอล็อกเกตบนลำคอของเธอคนนั้นแต่นั้นก็ทำให้เขาสงสัยว่าคนอื่นก็อาจมีสร้อยแบบนี้ได้แต่ความสงสัยนั้นก็หายไปเมื่อแม่นมบอกว่าด้านหลังสร้อยจะสลักชื่อของแม่นมไว้และในสร้อยก็มีรูปของแม่นมกอดกับลูกสาวของเธอใส่ไว้ การที่เขาได้คำตอบมาทำให้เขาเลิกสงสัยและคลายความกังวลที่จะหาตัวลูกสาวของแม่นมได้ยาก เขาเฝ้าตามหาเธอมานับตั้งแต่เหตุการณ์พร้อมๆ กับสร้อยเพชรที่ทุกคนให้ความสำคัญกับสร้อยเส้นนี้
แม่นางแบบที่ทุกคนกำลังตามหากันให้วุ่นวายหญิงสาวก็ขอให้พ่อพาเธอไปส่งที่คอนโดของน้องสาวโดยให้เหตุผลว่าลืมของไว้ที่ห้องของน้องสาวและมันสำคัญต่องานในช่วงบ่ายของวันนี้คนเป็นพ่อเห็นว่ามันสำคัญเลยยอมที่จะไปส่งและกลับไปพักผ่อนนอนหลับอย่างสบายใจกับผลงานที่ตนเองคอยดูแลสั่งสอนให้ลูกสาวคนเดียวของเขาเติบโตบนกองเงินกองทองได้อย่างสง่างามโดยไม่รู้เลยว่าชะตาของลูกสาวอีกคนที่เขาไม่ต้องการกำลังจะขาดในไม่ช้าก็เร็ว
เมื่อหญิงสาวมาถึงหน้าห้องของน้องสาวก็รีบกดอ๊อดหน้าห้องเพื่อให้น้องสาวรีบมาเปิดประตู เธอรออยู่สักพักก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าคนเดินมาเปิดประตูเมื่อเธอเห็นว่าใครเปิดประตูก็ถึงกับหน้าซีดเพราะเธอไม่อยากให้ใครจับได้ตอนนี้ว่าเธอมีน้องสาวฝาแฝดถึงเธอจะรักและห่วงแค่ไหนกับน้องสาวคนนี้แต่เธอก็หวงกับอนาคตของตัวเอง คนที่มาเปิดประตูก็คือนพพลที่ยังไม่กลับห้องนั่งทำงานกับน้ำทิพย์จนเลยเวลาเข้าสู่วันใหม่และเช่นเดียวกันเมื่อนพพลเห็นว่าเป็นพี่สาวของเพื่อนก็รีบดึงเข้าห้องมาก่อนจะหันซ้ายหันขวาว่ามีใครเห็นรึเปล่าก่อนจะรีบปิดประตู
"อ้าว พี่เบลมาทำไมตอนนี้ค่ะ"น้ำทิพย์เอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเองเวลาที่เธอมาหาแล้วอยู่ด้วยกันสองคนพี่น้องจนทำให้คนที่ถูกถามสงสัยว่าผู้ชายคนนี้คงรู้เรื่องของเธอเสียแล้ว เธอรู้สึกไม่พอใจแต่ก็สะบัดมันทิ้งเพราะเธอเองที่ทำให้เขารู้โดยการมาหาน้องสาวและเอะอะโวยวายจนเพื่อนข้างห้องเปิดประตูมาดูเมื่อวานตอนบ่ายๆ และคงเพราะเขาคือเพื่อนของน้องสาวคงไม่พ้นสอบถามจากผู้เป็นน้องสาวอย่างแน่นอน