ตอน 1

เรื่อง...หัวใจเมียน้อย

คำโปรย...บุญคุณครั้งแรก แลกด้วยพรหมจรรย์ บุญคุณครั้งที่สอง แลกด้วยหัวใจ

แนะนำตัวละคร

คาลอส เกลนดาลอร์ท (คุณคาร์) อายุ 39 ปี

เขาเป็นนักลงทุนชาวต่างชาติ จำพวกธุรกิจอหังสาริมทรัพย์ เขาหล่อ รวย ผู้มีใบหน้าคมเข้ม ดวงตาสีฟ้าอ่อน รูปร่างสูงใหญ่ อายุ 39 ปี

ละอองดาว (แป้งฝุ่น) อายุ 24 ปี

นักเรียนทุนฝึกงานปีสุดท้าย เธอเป็นเด็กกำพร้า เธอเรียนเก่งจึงสอบชิงทุนเรียนแพทย์ได้สำเร็จ เธอสวย ตัวเล็ก ผิวขาว นิสัย อ่อนหวาน เจ้าน้ำตา อ่อนแอ ขี้อ้อน น่าทะนุถนอม

@@@@@@

นิยายเรื่องนี้เป็นแนวรักโรแมนติก มีดราม่าช่วงแรกๆ พระเอกอบอุ่นใจดี

ตอนที่ 1 เกิดเหตุ

รถเบนซ์ตัวท๊อปรุ่นใหม่ล่าสุดคันสีดำเงาวับ แล่นมาตามท้องถนนเวลาดึกสงัด ท่ามกลางฝนตกปรอยๆ รถจึงแล่นไปไม่ค่อยไวนัก เพราะคนขับเน้นความปลอดภัยของผู้เป็นเจ้านายที่สุด แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เหมือนมีเหตุการณ์อะไรบางอย่างเกิดขึ้นด้านหน้า เมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้ แสงไฟสาดส่อง แต่ก็ยังมองไม่ค่อยชัดอยู่ดี เพราะสายฝนเริ่มเทลงมาหนักขึ้นอีก แต่ก็พอจะรู้ว่าด้านหน้ากำลังเกิดเรื่อง

“ข้างหน้ามีอะไรน่ะเจส” เสียงเข้มเอ่ยถามลูกน้องคนสนิทที่กำลังทำหน้าที่ขับรถ

คาลอสมีลูกน้องคนสนิทสองคน ชื่อเจสกับดราฟ ทั้งสองมีความสำคัญพอๆกัน ไปไหนไปด้วยกัน ทั้งสองจะผลัดกันทำหน้าที่ขับรถให้เจ้านายนั่ง

“เหมือนจะมีเรื่องครับนาย” ดราฟที่นั่งอยู่ด้านหน้า ข้างคนขับเอ่ยขึ้น ดราฟกำลังมองเหตุการณ์ตรงหน้ามาแต่ไกล ภาพที่เห็น มีผู้ชายห้าคนกำลังรุมล้อมผู้หญิงหนึ่งคน ซึ่งแทบจะมองผู้หญิงไม่เห็นเลยด้วยซ้ำ เพราะผู้ชายที่กำลังรุมล้อมอยู่นั้นบดบังผู้หญิงจนมิด แต่เสียงร้องที่ดังออกมานั้น ทำให้คนที่อยู่ในรถรู้แล้วว่าเหตุการณ์ข้างหน้าเกิดอะไรขึ้น

“หุบปากถ้ามึงยังไม่อยากตาย ก็ไปกับพวกกูดีๆ” ชายหนึ่งในห้าคนเอ่ยขึ้นเสียงดัง ข่มขวัญผู้หญิงที่กำลังนั่งอยู่ที่พื้นถนน เสื้อผ้าเปียกปอน สภาพดูไม่ได้

“ไม่! ไอ้บ้า อย่าทำอะไรหนูเลยนะ หนูกลัวแล้ว ขอร้องล่ะ” เสียงสั่นๆยกมือไหว้ร้องขอชีวิตจากผู้ชายห้าคนตรงหน้า

“อีนี่ มึงพูดไม่รู้เรื่องหรือไง ยอมเป็นของพวกกูซะดีๆ แล้วพรุ่งนี้มึงก็จะได้เป็นอิสระ” หนึ่งในห้าคน นั่งลงข้างหน้าเธอ เอ่ยขึ้นเสียงเข้มหน้าตาดุดัน สกปรกตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า สิ่งที่หญิงสาวเห็นภาพตรงหน้าเธอทั้งหวาดกลัวทั้งขยะแขยง

“ปัก!! ช่วยด้วย ช่วยด้วย” เท้าเล็กๆของเธอถีบเข้าที่แผงอกของผู้ชายที่กำลังพูดอยู่ตรงหน้าเธอ เธอไม่มีทางยอมเป็นของพวกมันแน่ ถึงตายเธอก็ยอม

“ช่วยด้วยค่า...ช่วยด้วย...” เมื่อรถแล่นเข้าไปใกล้ขึ้น เสียงร้องของผู้หญิงดังขึ้นท่ามกลางสายฝน ทั้งเสียงฝนที่กำลังตกอยู่ กับเสียงผู้หญิงที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือ ดังปนๆกันไป แต่คนที่ได้ยินเพราะลดกระจกรถลง ขมวดคิ้วเข้มเข้าหากันแน่น เพราะเขาเกลียดเรื่องแบบนี้เป็นที่สุด นั่นจึงทำให้เขาต้องสั่งให้รถจอดกะทันหัน

“จอด...” เสียงเข้มเอ่ยบอกลูกน้องมาจากทางด้านหลัง เจสเหยียบเบรค เมื่อมีคำสั่งของผู้เป็นเจ้านายดังขึ้น

“ไอ้ดราฟมึงลงไปดูสิว่าเกิดอะไรขึ้น” เพราะภาพที่เห็นเหมือนผู้หญิงกำลังจะถูกทำร้าย และนั่นเป็นสิ่งที่คาลอสรู้สึกไม่ชอบใจเอามากๆ แถมผู้ชายยังมีกันถึงห้าคน ส่วนผู้หญิงคนเดียว แต่ก็ยังมองไม่ชัดอยู่ดี เพราะชายพวกนั้นรุมเธอจนมิด

ดราฟเปิดประตูรถลงไปตามที่เจ้านายสั่งทันที พร้อมกับอาวุธคู่กายที่พกติดมือเอาลงไปด้วย

“เจส มึงรออยู่ในนี้” พูดจบผู้เป็นนายก็เปิดประตูรถลงไปด้วยทันที เมื่อเขาเห็นภาพแบบนี้ คาลอสไม่สามารถทนดูได้จริงๆ

“แต่ นายครับ” เจสยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงประตูรถก็ปิดดังปัง เจสแค่กำลังจะบอกว่าเขาจะลงไปให้เอง แต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว คนที่ก้าวเท้าลงไปเดินฉับๆอย่างไว

“นี่หยุดเดี๋ยวนี้นะ พวกมึงกำลังทำอะไรกัน” เสียงภาษาไทยเอ่ยขึ้นแปร่งหู ภาพที่เห็นหญิงสาวตัวเล็กสภาพเปียกปอน ต่อสู้อยู่สุดกำลัง เธอทั้งร้องทั้งสู้อย่างไม่กลัวตาย เสื้อผ้าหลุดลุ่ย เห็นแล้วทำให้คาลอสยิ่งทนมองไม่ได้

“ช่วยด้วย ช่วยหนูด้วย พวกมันจะข่มขืนหนู” เมื่อเห็นสภาพหญิงสาวตรงหน้ายังคงยื้อยุดฉุดกระชากในสภาพดูไม่ได้

“หุบปาก เพี๊ยะ!!” แรงตบด้วยฝ่ามือของผู้ชาย ทำให้หญิงสาวถึงกลับหน้าหันไปอีกทาง

“อย่ามาแส่หาเรื่องดีกว่า ถ้าไม่อยากตายจะไปไหนก็ไป” หนึ่งในห้าคนเอ่ยขึ้นมา เมื่อเห็นว่ามีผู้เข้ามาขัดขวาง

“พวกมึงสิอยากตายหรือไง ปล่อยผู้หญิงเดี๋ยวนี้!” เสียงกร้าวเอ่ยขึ้นอย่างดุดัน เมื่อเห็นผู้หญิงตัวเล็กถูกทำร้าย

“ปั้ง!!”

ทันใดนั้นเสียงปืนดังขึ้นหนึ่งนัด เป็นกระบอกที่อยู่ในมือของดราฟที่ยิ่งขู่ขึ้นฟ้า พลันเท้าหนักๆของคาลอสถีบเข้าที่ด้านหลังของผู้ชายคนใดคนหนึ่งในห้าคน หวังจะช่วยหญิงสาวผู้นั้นออกมาก่อน ทั้งหมดเกิดการต่อสู้กัน ดีที่เจสลงมาช่วยอีกแรง คาลอสรีบเข้าไปดูหญิงสาวที่ตอนนี้เธอได้สลบไปแล้ว

“นายพาผู้หญิงขึ้นรถเลยครับ ทางนี้พวกผมจะจัดการเอง”

“ฝากด้วยแล้วกัน เธอ...เธอ...โธ่โว้ย” เสียงสถบดังขึ้นเมื่อหญิงสาวตัวเล็กตรงหน้าหมดสติไปแล้ว ที่มุมปากของเธอมีเลือดสดๆไหลออกมา ท่ามกลางสายฝนเนื้อตัวเปียกปอน เสื้อผ้าหลุดลุ่ย คาลอสรีบอุ้มหญิงสาวตัวเล็กขึ้นรถ ในขณะที่เจสกับดราฟกำลังต่อสู้อย่างสุดกำลัง ปกป้องผู้เป็นเจ้านายด้วยชีวิต

เสียงปืนยิงขู่ดังขึ้นเป็นระยะ เพราะดราฟไม่อยากทำร้ายใครถ้าไม่จำเป็น อีกอย่างทางฝ่ายโน้น ถึงจะมีกันถึงห้าคนแต่พวกมันก็ไม่ได้มีอาวุธ

“ปั้ง!! โอ้ย!!”

“ไอ้เข้มถูกยิง!”

“ถอยโว้ย ฝากไว้ก่อนเถอะมึง” หลังจากที่ต่อสู้กันอยู่สักครู่ ทางโน้นถูกยิงไปหนึ่งนัด พวกมันจึงยอมถอย ที่จริงดราฟไม่อยากยิงโดนเลยด้วยซ้ำ เขาแค่ต้องการจะยิ่งขู่เท่านั้น แต่กระสูนเจ้ากรรมมันดันทำหน้าที่ของมันเอง แต่ก็ไม่ได้จะกลัวกฎหมายแต่อย่างใด เพราะกล้องหน้ารถได้บันทึกเหตุการณ์ทั้งหมดไว้ตั้งแต่ต้นแล้ว

“นายครับจะให้พาเธอไปโรงพยาบาลก่อนไหมครับ” เจสเอ่ยขึ้นถามคนเป็นเจ้านายที่นั่งอยู่ด้านหลังกับผู้หญิงตัวเล็กที่ได้ช่วยไว้

“กลับบ้าน” สำหรับคาลอสที่สั่งให้ลูกน้องขับรถกลับบ้านนั้น เขาคิดว่าถ้าไปโรงพยาบาล หญิงสาวคนนี้ก็จะต้องถูกสอบประวัติ ซึ่งเขาไม่รู้จักเธอเลย แล้วตอนนี้เธอก็สลบอยู่ แต่ถ้าเธอฟื้นคุณหมอก็ต้องสอบถามหาความจริงอีกอยู่ดี แล้วเรื่องก็คงต้องถึงตำรวจ เขาไม่รู้ว่าเธอหวาดกลัวหรือเสียขวัญขนาดไหน เขาก็เลยพาเธอกลับบ้านก่อนดีกว่า

ทั้งสองที่ได้ยินคำตอบของผู้เป็นเจ้านาย ถึงกลับงงในคำตอบ เพราะแทนที่จะตอบว่าให้พาไปโรงพยาบาล แต่เจ้านายกลับสั่งให้กลับบ้านซะอย่างนั้น สายตาของลูกน้องทั้งสองมองกันแต่ก็ไม่กล้าพูดอะไรต่อ เจสทำหน้าที่ขับรถเหมือนเดิม ไม่นานรถก็แล่นเข้ามาจอดที่คฤหาสน์หลังงาม

ตอน 2

ตอนที่ 2 พูดคุย

“ให้ผมช่วยอุ้มไหมครับ” ดราฟลงมาเปิดประตูรถให้เจ้านายเหมือนอย่างเคย แล้วเอ่ยอาสาจะเป็นคนอุ้มหญิงสาวคนนี้ให้

“ไม่เป็นไร นายไปบอกแม่บ้านให้หาเสื้อผ้ามาให้เธอเปลี่ยนหน่อย ส่วนไอ้เจสมึงเอารถไปเก็บแล้วก็ไปพักเถอะ” คำสั่งของผู้เป็นเจ้านายจบลง ทั้งสองต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่ของตัวเอง

ส่วนคาลอสเขาอุ้มหญิงสาวที่สลบไม่ได้สติขึ้นชั้นบน โดยเลือกที่จะเอาเธอเข้าไปพักในห้องนอนส่วนตัวของเขา

ห้องนอนที่คฤหาสน์หลังนี้จะมีห้องว่างจนนับไม่ถ้วนก็จริง แต่ห้องพวกนั้นยังไม่ได้ทำความสะอาด คาลอสก็เลยตัดสินใจพาเธอเข้าห้อง ท่ามกลางความงุนงงของทุกคน โดยเฉพาะเจสกับดราฟ เพราะเจ้านายของเขาไม่เคยให้ผู้หญิงคนไหนเข้าห้องนอนส่วนตัวมาก่อน แม้แต่ภรรยาของตัวเองถ้าไม่จำเป็นจริงๆ

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น บ่งบอกว่าน่าจะเป็นลูกน้องที่เอาเสื้อผ้าผู้หญิงมาให้

“อ้าวสา...” นิสาภรรยาของเขาเอง ที่มาเคาะประตูเรียก พร้อมกับเสื้อผ้าผู้หญิงในมือ

“ตอนนี้แม่บ้านหลับกันไปหมดแล้ว สาก็เลยอาสาเอามาให้เองค่ะ เสื้อผ้าพวกนี้ของสาเอง เธอน่าจะใส่ได้ ขอเข้าไปได้ไหมคะ” นิสาเธอมีท่าทางเกรงใจผู้เป็นสามีอยู่มาก ก่อนที่เธอจะมายืนอยู่หน้าห้องนี้ เธอเดินลงไปหาน้ำที่ชั้นล่างดื่มพอดี ก็เลยไปเจอกับดราฟเข้า นิสาก็เลยอาสาเอาเสื้อผ้ามาให้เอง แล้วก็ให้ดราฟไปพัก เพราะเวลานี้ก็ดึงมากแล้ว

“อือ เข้ามาสิ”

“ดราฟเล่าให้สาฟังบ้างแล้ว ตอนนี้เธอเป็นยังไงบ้างคะ” น้ำเสียงเรียบๆเอ่ยถาม พร้อมกับเดินมาถึงเตียงที่หญิงสาวตัวเล็กนอนอยู่

“ก็อย่างที่เห็นนี่แหละ แล้วไอ้ดราฟไปไหนแล้วล่ะ” คาลอสไม่ได้สนใจความรู้สึกของผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาเลยสักนิด เขาเอ่ยถามหาลูกน้องคนสนิท แต่ก็แอบรู้สึกเกรงใจนิสา เพราะเขาคงต้องอาศัยให้เธอช่วยแล้วแหละ

“สาให้ดราฟไปพักแล้วค่ะ”

“สาช่วยเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ผู้หญิงคนนี้หน่อยได้ไหม”

“ได้สิคะ แต่คุณต้องออกไปก่อน”

“ถ้าอย่างนั้นผมจะเข้าไปอาบน้ำแล้วกัน ดึกมากแล้วจะได้นอนพักกันสักที” พูดจบคาลอสก็เดินเข้าห้องน้ำไป ปล่อยให้ภรรยาของเขาเป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับหญิงสาวที่นอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง

“เสร็จแล้วเหรอ” คาลอสเดินออกมาจากห้องน้ำ เป็นจังหวะที่นิสาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้กับผู้หญิงตรงหน้าเสร็จพอดี

“ค่ะ คุณจะให้เธอนอนที่ห้องนี้เหรอคะ” นิสาเอ่ยถามด้วยความสงสัย เพราะคาลอสไม่ค่อยให้ใครเข้ามายุ่งวุ่นวายในห้องนอนส่วนตัวของเขามากนัก รวมถึงคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นภรรยาของเขาอย่างเธอด้วย

“ให้เธอนอนที่นี่แหละ ผมเกรงใจแม่บ้าน ป่านนี้ทุกคนคงหลับกันหมดแล้ว สาเองก็ไปพักเถอะขอบใจมาก” ทั้งสองพูดคุยกันด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้มีความรู้สึกอื่นแต่อย่างใด

“ค่ะ ถ้ามีอะไรก็เรียกสาได้ตลอดเลยนะไม่ต้องเกรงใจ”

“อือ” คาลอสตอบเท่านี้ นิสาก็เดินออกจากห้องไป ปิดประตูห้องให้เสร็จ

คาลอสยืนมองใบหน้าของหญิงสาวที่นอนหลับไม่ได้สติอยู่บนเตียงกว้างของเขา คาลอสรู้สึกสงสาร ดูจากใบหน้าของเธอแล้ว อายุน่าจะยี่สิบต้นๆเท่านั้น

เสียงร้องขอความช่วยเหลือกับสีหน้าหวาดกลัวของเธอ ยังคงอยู่ในหัวเขาไม่หาย คิดแล้วก็อยากจะฆ่าไอ้พวกนั้นให้ตายไปให้หมด ถ้าไม่เกรงกลัวกฎหมายเขาคงยิงพวกมันทิ้งไปแล้วจริงๆ

คาลอสล้มตัวนอนลงบนเตียงคนละฝั่งกับที่หญิงสาวนอนอยู่ ซึ่งก็ห่างกันพอสมควร ทันใดนั้นกลิ่นกายสาวก็เข้ามาเตะจมูก เขาพลิกตัวนอนหันหลังให้ทันที เพราะกลิ่นกายหอมๆที่มันลอยเข้าจมูกเขานั้น มันทำให้เขานอนไม่หลับ เตียงนอนขนาดคิงไซส์ที่ออกจะกว้างพอสมควร แต่ก็ไม่สามารถทำให้เขาข่มตาหลับลงได้

เขาสาบานกับตัวเองเลยว่า ไม่ได้คิดอะไรกับเธอมากไปกว่าแค่อยากจะช่วยเพราะว่าสงสารเท่านั้น แต่เลือดร้อนภายในร่างกายหนุ่มนั้น มันกลับไม่รักดี ไหนจะใบหน้าหวานนวลขาวผ่องหลับไม่รู้เรื่อง ราวกับเด็กที่ไร้เดียงสา แต่เธอกลับไม่ใช่เด็กอย่างที่เขาคิดนี่สิ กลิ่นกายของเธอมันทำให้เขาแอบด่าตัวเองในใจว่า… ‘ทำไมวันนี้กูถึงได้จมูกดีจังวะ’

คาลอสพยายามข่มตาหลับไม่ให้สมองคิดฟุ้งซ่านมากไปกว่านี้ เพราะตอนนี้ก็ดึกมากแล้ว ไม่นานเขาก็หลับไปเพราะความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงานมาทั้งวัน

เช้าวันรุ่งขึ้น

คาลอสตื่นก่อนหญิงสาว เขาลุกขึ้นไปอาบน้ำ เสียงน้ำที่ตกกระทบพื้นดังออกมาจากห้องน้ำ ทำให้คนที่นอนหลับสนิทอย่างสบายได้ยินเสียงและรู้สึกตัวตื่นขึ้น

“เราอยู่ที่ไหนเนี่ย” หญิงสาวรู้สึกตัวขึ้น เธอลืมตามองไปรอบๆห้องและเตียงที่เธอนอนอยู่ แล้วภาพเมื่อคืนที่เธอกำลังโดยผู้ชายห้าคนกำลังรุมทำร้ายก็เกิดขึ้นในสมองของเธอ หญิงสาวยังคงหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยเมื่อนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืน เธอลุกขึ้นนั่ง นั่งกอดเข่าอยู่บนเตียงคล้ายกับว่ากำลังกอดตัวเองเอาไว้ ก้มหน้าลงซบกับหัวเข่าในหัวคิดแต่เรื่องเมื่อคืน ไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่ามีผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่เดินเข้ามาประชิดติดขอบเตียง ถุงผ้าขนหนูผืนเดียวคล้ายกับกำลังเพิ่งอาบน้ำเสร็จมาใหม่ๆ

“ตื่นแล้วเหรอ เป็นยังไงบ้าง” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นเป็นภาษาอังกฤษอย่างเป็นห่วง หญิงสาวเงยหน้าขึ้น เห็นภาพตรงหน้าเธอถึงกลับสะดุ้ง เพราะไม่คิดว่าจะได้เห็นภาพแบบนี้ตรงหน้าแต่เช้า และเป็นความโชคดีของเธอที่เธอสามารถพูดและฟังภาษาอังกฤษได้ จึงไม่แปลกที่เธอจะฟังที่สิ่งเขาถามได้อย่างชัดเจน

“คุณอา! คุณอาเป็นคนช่วยหนูไว้ใช่ไหมคะ” หญิงสาวตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอในสภาพที่ไม่เรียบร้อย ใบหน้าขาวเห่อแดงขึ้นอย่างไม่รู้ตัว เธอก้มหน้าหลบตาลงทันที

“ใช่ จะให้แจ้งความไหม จะได้ให้คนของฉันพาไป” เมื่อคืนก่อนที่เธอจะสลบไปเธอเห็นคุณอาคนนี้เข้ามาประคองเธอไว้ เธอเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนก่อนที่เธอจะหมดสติไป

“…….” หญิงสาวส่ายศีรษะเบาๆ เธอรอดมาได้ก็บุญแล้ว ไม่อยากให้เป็นเรื่อง เพราะสุดท้ายแล้วคนที่ต้องอับอายก็คงเป็นเธอเอง นักข่าวสมัยนี้ยิ่งชอบทำข่าวแบบนี้อยู่ด้วย หลังจากที่ข่าวได้แพร่ออกไป คนก็จะเริ่มรู้ว่าผู้หญิงที่เป็นเหยื่อในวันนั้นก็คือเธอเอง เธอไม่อยากตกเป็นเป้าสายตาของใครทั้งนั้น แค่นี้เธอก็รู้สึกกลัวจะแย่อยู่แล้ว

ตอน 3

ตอนที่ 3 คุณอา

“คิดดีแล้วเหรอ” เขาถามขึ้น แต่ในใจก็คิดเหมือนกับที่เธอคิด เขาถึงได้ตัดสินใจพาเธอกลับมาที่บ้านไง

“ต่อให้ไอ้พวกนั้นโดนลงโทษตามกฎหมาย คนที่อับอายที่สุดก็คงเป็นตัวหนูเอง” หญิงสาวตอบเสียงเศร้า เธอยังคงหวาดกลัวไม่หาย เธอคิดว่าเหตุการณ์เมื่อคืนนี้เธอไม่น่าจะรอดมาได้ด้วยซ้ำ แต่สุดท้ายเธอก็รอดมาได้เพราะคุณอาท่านนี้มาช่วยเธอเอาไว้

“อือ ฉันก็เห็นด้วยกับเธอนะ ชื่ออะไรล่ะเราน่ะ” คาลอสยกแขนขึ้นกอดอก เขาเริ่มไม่พอใจที่หญิงสาวคุยกับเขาแต่ไม่ยอมมองหน้าเขา นอกจากเธอจะหลบสายตาแล้ว เธอยังหันหน้าไปทางอื่นอีกด้วย

“หนูชื่อแป้งฝุ่นค่ะ ขอบคุณคุณอามากนะคะที่ช่วยหนูไว้เมื่อคืนนี้” หญิงสาวพนมมือเรียวสวยยกขึ้นไหว้ชายหนุ่มที่ช่วยเธอเอาไว้ อย่างรู้สึกขอบคุณจากใจ

“ไม่เป็นไร แต่ฉันไม่ชอบให้เธอเรียกฉันว่าอา ฉันดูแกขนาดนั้นเลยเหรอ” เขายกคิ้วถาม รู้สึกหงุดหงิดขึ้นอีกครั้ง ที่ผู้หญิงตัวเล็กตรงหน้ารียกเขาว่าคุณอา

“แล้วคุณอาจะให้หนูเรียกคุณอาว่าอะไรดีล่ะคะ” ‘ย้ำจัง คุณอา คุณอา คุณอา ฟังแล้วไม่มีแรงทำงานเลยโว้ย’ คาลอสแอบคิดในใจอย่างเคียงๆ

“เรียกฉันว่าคุณคาลอส...ก็ได้” สรรพนามในโลกนี้มีให้เรียกตั้งมากมาย ดันมาเรียกเขาว่าอา

“ค่ะคุณคาลอส คุณไม่ใช่คนไทยเหรอคะ” รูปร่างสูงใหญ่สไตล์คนยุโรป แถมเขายังไม่ได้พูดภาษาไทยกับเธออีกด้วย แต่น้ำเสียงที่สนทนากันเมื่อสักครู่หญิงสาวรู้สึกได้ว่าเขาเป็นคนใจดี

“อือ พูดกับผู้ใหญ่ทำไมไม่มองหน้า มันเสียมารยาทนะรู้ไหม” ไหนๆเธอก็มองว่าเขาเป็นผู้ใหญ่กว่าอยู่แล้ว เขาจึงตำหนิเธอขึ้น เมื่อเธอยังคงมองมาที่เขาอย่างไม่เต็มตาเช่นนี้

“คุณนั่นแหละเสียมารยาท ทำไมไม่ใส่เสื้อผ้าให้เรียบร้อยคะ” เขาก้มมองตัวเองพลันคิดได้ว่าลืม เพราะปกติเขาอยู่ในห้องคนเดียวมักจะเดินแก้ผ้าซะด้วยซ้ำ

“อ้าว...” คนลืมตัวเมื่อคิดขึ้นมาได้ ก็เลยรีบหมุนตัวเดินเข้าห้องแต่งตัวไป แล้วกลับออกมาด้วยชุดทำงานเรียบร้อยดูภูมิฐานตามวัยวุฒิ

หญิงสาวมองการแต่งตัวของเขาแล้ว เธอไม่อาจจะปฏิเสธได้เลยว่าเขาดูดีและสง่ามาก ชุดที่เขาใส่ดูโก้หรูเธอแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองเลยว่า คนเมื่อสักครู่ที่ว่าดูดีแล้ว พอเขาแต่งตัวออกมากลับดูดีมากกว่าเดิม

“เสื้อผ้าของเธอฉันให้คนของฉันเตรียมไว้ให้แล้วอยู่ทางด้านโน้น” เขาบุ้ยหน้าไปตรงโซฟาที่มีถุงกระดาษวางอยู่สองสามถุง

“ขอบคุณค่ะ”

“ไม่ต้องเกรงใจ พักอยู่ที่นี่ไปก่อนก็ได้ วันนี้ฉันต้องไปทำงาน พอถึงเวลาอาหารจะมีแม่บ้านเอาอาหารขึ้นมาให้ ถ้าอยากได้อะไรที่นอกเหนือจากนี้ ก็บอกแม่บ้านได้เลย แต่ถ้าจะกลับ ให้รอฉันกลับมาก่อน อย่าออกไปไหนคนเดียว เผื่อไอ้พวกห้าคนมันจะหันกลับมาทำร้ายเธออีก” เขาไม่รู้ว่าไอ้คนพวกนั้นมันตั้งใจหรือเจอเธอโดยบังเอิญก็เลยพูดเผื่อๆไว้

“ค่ะ” เหตุการณ์เมื่อคืนเธอรู้สึกกลัวมาก ผู้ชายสกปรกพวกนั้น เมื่อคืนมันทั้งจับทั้งลูบ คิดแล้วเธอขยะแขยงเหลือเกิน ไหนจะสายตาหื่นๆนั่นอีก ถ้าไม่ได้เขาช่วยไว้ เธอคงเหมือนตายทั้งเป็นไปแล้ว

“แล้วเธอมาอยู่ตรงถนนเปลี่ยวๆตรงนั้นได้ยังไง” เพราะเวลาแบบนั้นมันไม่น่าจะมีคนมาเดินเพ่นพ่านแล้วไง ดึกและเปลี่ยวขนาดนั้น ดีนะที่เขาบังเอิญผ่านมาเวลานั้นพอดี ถ้าไม่อย่างนั้นไม่อยากจะคิดเลยว่าหญิงสาวคนนี้จะมีชะตาชีวิตเป็นยังไง

“……..” เธอมีสีหน้าเศร้าลงอย่างเห็นได้ชัด กำลังจะพูดแต่เขาชิงพูดดักหน้าซะก่อน เธอก็เลยยังไม่ได้เล่า

“เอาล่ะ ถ้ายังไม่อยากพูดก็ไม่เป็นไร วันนี้ฉันมีประชุมแต่เช้า ต้องไปทำงานก่อน” พูดจบชายหนุ่มก็ออกจากห้องไป ทิ้งให้หญิงสาวที่บอบช้ำทั้งกายและใจนั่งเหม่อลอยอยู่คนเดียวภายในห้อง พลันก็คิดขึ้นมาได้ว่า… ‘ใครเป็นคนเปลี่ยนชุดให้เรากันนะ คงไม่ใช่เขาใช่ไหม’

เพราะตั้งแต่ตื่นมา เธอก็ยังไม่เห็นใคร หญิงสาวมองไปรอบๆห้องก็รู้สึกว่าบ้านหลังนี้จะต้องใหญ่มากแน่ๆ เพราะดูจากห้องแล้ว กว้างกว่าห้องที่เธออยู่หลายสิบเท่า อะไรมันจะใหญ่อลังการขนาดนี้ แค่เตียงที่เธอนั่งอยู่มันก็กว้างกว่าห้องที่เธอเช่าเอาไว้ซุกหัวนอนแล้ว

หญิงสาวค่อยๆขยับตัวลงจากเตียง เดินมายังถุงกระดาษที่เขาบอกว่าเป็นเสื้อผ้าของเธอ เธอหยิบขึ้นมาดูแล้วก็เห็นว่ามันมีหลายชุดเลย มีทั้งกระโปรงทั้งกางเกง ไหนจะชุดชั้นในนี่อีก ขนาดตรงตามที่เธอใส่อยู่พอดี พลันก็คิดขึ้นมาอีกว่า… ‘เขารู้ได้ยังไง’

แต่เธอก็ยอมหยิบชุดที่ต้องการจะใส่เข้าห้องน้ำไป เธออาบน้ำเสร็จ จึงกลับออกมาด้วยชุดที่ใส่พอดีตัวแถมใส่สบายอีกด้วย

“ก๊อก ก๊อก ก๊อก” หญิงสาวนั่งคิดอะไรเพลินๆอยู่สักครู่ ก็ได้ยินเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น เธอจึงเดินไปเปิดประตูให้ ก็พบกับหญิงวัยกลางคน ยืนถือถาดอาหารอยู่ในมือ

“คุณคะ ป้าเอาอาหารขึ้นมาให้ค่ะ” แม่บ้านเดินถือถาดอาหารเข้ามาวางบนโต๊ะด้านหน้าโซฟาตัวใหญ่ภายในห้องนอน

“ขอบคุณค่ะ” แป้งฝุ่น เธอเอ่ยขอบคุณ พร้อมกับยกมือเรียวเล็กของเธอไหว้แม่บ้านที่นำอาหารมาให้เธอ

“ไม่ต้องไหว้ป้าหรอกค่ะ ป้าเป็นแค่แม่บ้านของที่นี่ ถ้าคุณมีอะไรก็บอกป้าได้เลย ป้าจะขึ้นมาอีกครั้งตอนอาหารกลางวันนะคะ” แม่บ้านพูดกับเธอด้วยรอยยิ้มบางๆ แล้วกำลังจะหมุนตัวเดินออกไป แต่ถูกแป้งฝุ่นเรียกไว้ซะก่อน

“เอ่อป้าคะ ป้ารู้ไหมคะว่าเมื่อคืนใครเป็นคนเปลี่ยนชุดให้หนูคะ” แป้งฝุ่นยังคงติดใจเรื่องนี้ไม่หาย เธอจึงรวบรวมความกล้าถามออกไปหวังว่าจะได้คำตอบที่น่าพอใจ

“ป้าไม่ทราบหรอกค่ะ ขอตัวก่อนนะคะ” คำตอบของป้าแม่บ้านทำให้แป้งฝุ่นคิดว่าหรืออาจจะเป็นเขา ที่เป็นคนเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เธอ หญิงสาวยังคงคิดวนไปวนมาอยู่อย่างนั้น ในใจก็ภาวนาอย่าให้เป็นเขาเลย

หลังจากที่แม่บ้านออกไปได้สักพักแล้ว เธอก็รู้สึกหิว เธอจึงนั่งรับประทานอาหารที่แม่บ้านเอามาให้ ในใจก็อยากรู้ว่าบ้านหลังนี้จะใหญ่โตขนาดไหน เพราะดูจากห้องที่เธอนั่งอยู่มันไม่ธรรมดาเลย

แต่เธอก็ยังไม่กล้าออกจากนอกห้องอยู่ดี เพราะเหตุการณ์เมื่อคืนมันทำให้เธอรู้สึกอับอาย และสภาพของเธอตอนนี้มันไม่น่ามองเลยสักนิด หน้าตาที่เขียวช้ำที่เกิดจากการโดนทำร้ายเมื่อคืนนี้ เธอจึงขออยู่แต่ในห้องแบบนี้ก่อนดีกว่า

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED