ณอรไม่รู้เลยว่าแต่ละนาทีที่ผ่านพ้นไปในแต่ละวันกำนันกับภรรยาเฝ้ารอด้วยใจจดใจจ่อที่จะเจอหน้าลูก
ภายในตลาดสด บัวบานเลือกซื้อวัตถุดิบในการไปปรุงเป็นอาหารไว้ต้อนรับลูกสาว แม่ค้าต่างพากันส่งเสียงทักทายด้วยความคุ้นเคย ต่างร่วมแสดงความยินดีที่รู้ว่าณอรจะกลับมา ทุกคนรู้จักหญิงสาวเป็นอย่างดีเพราะเห็นกันมาตั้งแต่เล็กแต่น้อย
“งั้นฉันฝากขนมฝักบัวแป้งใบเตยเอาไปให้หนูณอรกินด้วยนะ ถ้ามันเย็นก็อุ่นไมโครเวฟก็แล้วกัน”
“ขอบใจมากเลยนะ เธอนี่ดีจริง จำได้ว่าณอรชอบกิน”
“แน่ล่ะ ฉันเคยไปเลี้ยงหนูณอรตั้งแต่แบเบาะ กระทั่งเข้าอนุบาล อะไรชอบหรือไม่ชอบรู้หมด ถ้าหลานมาก็อย่าลืมเอาให้กินนะ”
“จ้ะ ขอบใจจริง ๆ อ้าวป้าผ่องอะไรจ๊ะ”
“กล้วยหักมุกปิ้ง ฝากให้หนูณอรด้วยนะ”
“นี่ก็อีกคน ช่างจดช่างจำ ขอบคุณป้ามากจ้ะ”
บัวบานรับของฝากจากแม่ค้าที่ตั้งใจให้ณอร เก็บเอาไว้ในตะกร้าด้วยความอิ่มเอมใจแล้วเดินไปตามแผงขายของต่าง ๆ นางมัวแต่มองดูข้าวของเกือบชนกับใครบางคน โดยสายตาปะทะกับปลายเท้าที่สวมรองเท้าหนังเป็นมันแผล็บ
ครั้นเงยหน้าขึ้นก็เห็นกางเกงสีขาวรีดจนกลีบโง้งโดยสวมเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูอ่อนสอดชายเอาไว้ในกางเกง คาดทับด้วยเข็มขัดหนังจระเข้ราคาแพง เบื้องบนสุดคือใบหน้าของชายคนหนึ่ง วัยไล่เลี่ยกับกำนันอำนวย หน้าคมเข้มแต่ยังไม่ลบเหลี่ยมตรงกราม เหนือริมฝีปากคือเรียวหนวด ดวงตาทอประกายระยิบระยับ
แม้ว่าสูงวัยแต่ยังไม่ละทิ้งความกรุ้มกริ่ม โดยคิดว่าตัวเองหล่อจะต้องมีผู้หญิงให้ความสนใจ
“อุ๊ย ! ฉันขอโทษจ้ะ อ้าว อบต. สินนี่เอง ว่าแต่ใคร แต่งตัวโก้เชียวจะไปงานที่ไหนจ๊ะ”
“สวัสดีแม่บัวบาน ฉันไม่ได้ไปงานไหนหรอกนะ แต่ก็แต่งตัวแบบนี้ทุกวันนั่นแหละ รู้สึกว่ามีความมั่นใจในตัวเองมากกว่าใส่เสื้อเชิ้ตแขนสั้นกับกางเกงทรงลุงแบบเดิม ๆ”
“เมีย อบต. คงภูมิใจแย่เลย”
“ภูมิใจกะผีอะไรล่ะ ยายอ้วนนั่นเห็นฉันแต่งตัวแบบนี้ออกจากบ้านทีไรแทบจะเอากรรไกรมาตัด กลัวว่าจะมีสาว ๆ มาติด โยนเสื้อกุยเฮงมาให้ใส่ แก่จนแทบจะลงโลงอยู่แล้วไม่รู้จะหึงอะไรนักหนา”
“มันก็น่าหึงอยู่หรอก อบต. ยังสมาร์ทอยู่เลย”
“จริงหรือแม่บัวบาน อย่าพูดอย่างนี้ให้เมียฉันได้ยินเชียวนา ครีมรกแกะของฉันคงถูกโยนเข้าป่า นี่ก็แอบซื้อทากันหน้าย่นอีกกระปุกแล้ว”
สิ้นคำ อบต. สิน บัวบานหัวเราะชอบใจซึ่งเขาเองก็ประสานเสียงตามมาเช่นกัน ทั้งสองคุ้นเคยสนิทสนมกันพอสมควรเพราะอยู่ที่นี่ตั้งแต่หนุ่มสาว เจอหน้าเป็นต้องทักทายจากเรื่องนั้นเข้าเรื่องนี้
“ฉันคงต้องขอตัวไปทำกับข้าวรอลูกก่อนนะ”
“หนูณอรจะกลับบ้านเหรอ”
“จ้ะ ลูกจะมานอนฟังผลการสมัครงาน ความจริงฉันอยากให้ลูกรับราชการแล้วย้ายมาอยู่ที่บ้านเรามากกว่า แต่แม่นี่รักอิสระ”
“เป็นเรื่องธรรมดาของคนรุ่นใหม่ ดูอย่างเจ้าโอ๊ตลูกชายฉันสิ อุตส่าห์เรียนจบปริญญาตรี ฉันก็อยากให้สอบเป็นครู ดั๊นจะทำไร่ซะนี่”
“ไม่เป็นไรนี่ ถ้ามีการเลือกตั้ง อบต. งวดหน้า ส่งลูกชายลงด้วย อยู่ในทีมเดียวกันกับพ่อ ฉันมั่นใจว่าโอ๊ตจะต้องได้เพราะผลงานที่ผ่านมา อบต. พัฒนาพื้นที่ได้ดีมาก”
“ขอบใจแม่บัวบานที่แนะนำนะ ฉันคงต้องกลับไปคุยกับจ้าโอ๊ตแล้วล่ะ”
อบต. สินมีความหวังที่จะดึงลูกเข้าสู่เส้นทางการเมืองท้องถิ่น อย่างน้อยการเป็น อบต. ก็เชิดหน้าชูตาวงศ์ตระกูลไปไหนมีแต่คนเกรงใจ
โอ๊ตลูกชายคนเดียวของ อบต. สิน รู้ว่าณอรจะกลับบ้านเท่านั้น ไม่รอช้าที่จะแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าที่คิดว่าดูดีที่สุดเพื่อที่จะไปพบเพราะแอบรักหญิงสาวมาตั้งแต่เรียนมัธยมต้น แม้ว่าฝ่ายหญิงให้ได้แค่ความเป็นเพื่อน แต่เขาไม่ละความพยายามที่จะตื๊อ
เขาสั่งลูกน้องล้างรถให้เอี่ยมอ่อง ฉีดสเปรย์พ่นความหอมให้มีกลิ่นกรุ่นไปทั้งคันและสั่งไอ้จุกเด็กตัวกระเปี๊ยกไปดักรออยู่ที่บ้านณอร ส่งข่าวด่วนจี๋ทันทีที่เห็นว่าเธอกลับมาแล้ว เขาจะบึ่งรถรุ่นใหม่ไปหาทันที
“อย่าพลาดนะไอ้จุก ไม่อย่างนั้นเอ็งนั่นแหละที่จะถูกข้าเล่นงาน ตัดจุกที่หัวทิ้งจนโกร๋นเลย”
“ครับ งานนี้พลาดไม่ได้ ในเมื่อเป็นคำสั่งจากลูกพี่”
“ดี งั้นเอาล่วงหน้าไปสิบบาทก่อน ถ้างานสำเร็จ เอาไปอีกสี่สิบ รวมเป็นเท่าไหร่วะ”
“หกสิบ”
“โธ่เอ๊ย ไอ้จุก สมควรแล้วที่ตกวิชาเลข เอาใหม่ไอ้จุกถ้างานสำเร็จ ข้าต้องจ่ายเอ็งเท่าไหร่วะ บอกมาเร็ว ๆ”
“บอกว่าหกสิบไง”
“เออ สงสัยงานนี้จะต้องจ่ายเพิ่มให้มันอีกสิบบาทจริง ๆ ด้วย ไม่เป็นไรเพื่อหัวใจกระชุ่มกระชวย ถือว่าซื้อความสุขราคาถูก ไปเลยไอ้จุก เดี๋ยวคลาดกับณอร”
หลังจากไล่ไอ้จุกเด็กสมองทึบไปเฝ้าดูการกลับมาของณอร โอ๊ตสำรวจความเรียบร้อยของเสื้อผ้าหน้าผม รวมทั้งรองเท้าหนังสีดำปลายแหลมตามสมัยนิยมของวัยรุ่นร่วมสมัย รับรองว่าใครที่เห็นเขาแต่งตัวในชุดนี้ออกนอกบ้านจะต้องเป่าปากและผู้หญิงหัวใจจะต้องอ่อนระทวย อยากอยู่เคียงข้าง
“เมินเสียเถอะ คนอย่างโอ๊ตไม่ยอมให้ใครเหยียบย่างเข้ามาในหัวใจง่าย ๆ นอกจากณอรเพียงคนเดียว เราสองคนช่างเป็นคู่ที่เหมาะสมกันมากที่สุด”
ชายหนุ่มทึกทักว่าหญิงสาวเป็นผู้หญิงของตนแต่เพียงฝ่ายเดียว ทั้งที่รู้อยู่เต็มอกว่าณอรไม่ได้สนใจเขาแม้แต่น้อย หญิงสาวคบหากันในฐานะเพื่อนเท่านั้น แต่โอ๊ตถือคติที่ว่าตื๊อเท่านั้นที่ครองโลก เขาจะไปหาเธอทุกวัน หวังแต่เพียงว่าหัวใจที่แกร่งละลายอ่อนยวบแล้วยอมรับเขาเป็นแฟน
ณอรถูกต้อนรับด้วยวงแขนอันอบอุ่นของพ่อและแม่ เรียกน้ำตาจากหญิงสาวให้ไหลล้นออกมา กำนันอำนวยเห็นดังนั้น จึงเช็ดใบหน้าเธอด้วยผ้าขนหนูสีขาวเนื้อนุ่ม สายตาที่มองลูกสาวคนเดียวเต็มไปด้วยความรักสุดหัวใจ
“ร้องไห้ทำไม ลูกพ่อ”
“คิดถึงพ่อกับแม่นี่คะ ดูซิแม่เตรียมกับข้าวที่ณอรชอบเอาไว้ตั้งหลายอย่าง เอาน้ำใบเตยมาให้ดื่มทั้งที่ณอรโตแล้ว”
“ลูกเอ๊ย ไม่ว่าลูกจะโตแค่ไหน ในความรู้สึกของพ่อแม่ก็ยังเห็นเป็นเด็กอยู่วันยังค่ำ แม่มีความสุขที่ได้ดูแลลูกอย่างนี้”
“แม่จ๋า ครั้งนี้ณอรจะขออยู่กับพ่อแม่ให้นาน ๆ จนกว่าทางบริษัทจะเรียกตัว”
ณอรกล่าวพลางประคองพ่อและแม่ให้มานั่งเคียงข้างกันบนเก้าอี้ตรงระเบียงหน้าบ้าน กำนันอำนวยจึงถือโอกาสสอบถามเกี่ยวกับงานของลูกสาวที่สมัครเอาไว้
อยากรู้ว่าคนสมัยใหม่ชอบงานแบบไหน หลังจากรับรู้ว่าณอรเก่งทางด้านภาษาอังกฤษพูดสำเนียงราวกับเป็นเจ้าของภาษา
“สมัครงานอะไรเอาไว้ล่ะลูก”
“พนักงานแปลค่ะ บริษัทใหญ่มาก ทำหลายอย่าง รับแปลหนังสือ ตำราเรียน การ์ตูนต่างประเทศ หนังยาว หนังสั้นและทำการ์ตูนแอนนิเมชั่นด้วยนะ”
“อ้อ หนุ่มสาวสมัยนี้ชอบงานแบบนี้นี่เอง ลูกจะทำงานแปลตลอดไปหรือ”
บิดาถามด้วยความอยากรู้
“ค่ะ งานแบบนี้ทำได้กระทั่งแก่ เรายังสามารถทำงานอย่างอื่นควบคู่ไปได้ด้วยเหมือนกัน อย่างณอรเนี่ย ลาออกจากบริษัท รับงานเองแล้วมาอยู่บ้าน ทำไร่ทำสวนแต่ก็แปลงานไปด้วย ได้เงินทั้งสองทางแน่ะ”
หลังจากรับรู้ความต้องการของลูกสาว กำนันอำนวยยอมรับความคิดว่ามีความสร้างสรรค์ แม้ว่าไม่ทำงานรับราชการตามแบบที่เขาต้องการ แต่เชื่อว่าณอรเอาตัวรอดได้ ไม่อดอยากอย่างแน่นอน
ท้ายสุดเขาก็สร้างฐานแห่งความมั่นคงเอาไว้ ที่ดินร้อยไร่ อุดมสมบูรณ์เขียวขจีด้วยพืชผักและผลไม้ รายได้แต่ละปีนับล้านบาท สามารถอยู่ได้อย่างสบาย ๆ
ทันทีที่รับรู้ว่าณอรกลับมาถึงบ้านเรียบร้อยแล้ว โอ๊ตไม่รอช้าที่จะสตาร์ทรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่เบาะสีฟ้าลายดอกไม้ซึ่งเป็นที่นิยมของวัยรุ่น ก่อนที่จะพุ่งออกไป ไอ้จุกเด็กสมองทึบทำท่าจับชายเสื้อ แต่โอ๊ตตวาดกลับเพราะกลัวว่าเสื้อตัวใหม่จะเปรอะเปื้อน
“ไอ้จุก มีอะไร อย่าจับเสื้อข้านะโว้ย”
“เงิน เงิน หกสิบบาทที่ค้างเอาไว้”
“โอ้โห เอ็งนี่เห็นทึบ ๆ ตื้อ ๆ แต่เรื่องเงินนี่ไวจังนิ เอาไป ขอบใจมาก”
“ขอบคุณคร้าบ”
เจ้าเด็กแสบส่งเสียงดังฟังชัด ก้มลงโค้งคำนับ ศีรษะแทบจรดหัวเข่า โอ๊ตมองยิ้ม ๆ ด้วยความทึ่งต่อกิริยาท่าทางของเจ้าเด็กตัวแคระแกร็น
“ทีอย่างนี้ล่ะฉลาดนัก แต่เรื่องเรียนกลับโง่ เออ คนเราจะให้ดีไปหมดทุกอย่างมันก็คงจะสมบูรณ์แบบเกินไปล่ะม้าง แม้แต่เราก็อยากให้ได้ดังใจทุกอย่าง โดยเฉพาะณอรถ้าได้แต่งงานอยู่กินด้วยกันคงจะมีความสุขที่สุด”
ด้วยความรักที่หนักอก ไม่อาจที่จะทนได้ โอ๊ตบิดมอเตอร์ไซค์คันโปรด พุ่งไปตามทางตรงข้างหน้า ความเขียวชอุ่มของต้นไม้น้อยใหญ่และพืชไร่ปลูกเอาไว้ทั้งสองฝากถนน มองไปทางไหนมีแต่ความสดชื่น