ตอน 2

บางครั้งคนเราก็ไม่เชื่อในโชคชะตา จนกว่าชีวิตเราจะเป็นดั่งที่ทำนายไว้

ตำหนักเจ้าแม่แสงสีทองร่มรื่นไปด้วยต้นไม่น้อยใหญ่ แม้ว่าจะอยู่ในเขตใจกลางเมืองกรุงเทพนครก็ตาม ลานกว้างขวางเต็มไปด้วยผู้คนที่มาอยู่เป็นนิจด้วยความศรัทธา และนอกจากนี้ยังมีผู้มาใหม่ตามคำล่ำลือว่าตำหนักทรงเจ้านี้ทำนายทายทักได้แม่นราวกับตาเห็น ทั้งอดีต ปัจจุบัน อนาคตเจ้าแม่บอกได้หมดแล้วแต่จะถาม คนที่มาหามีเจ้าแม่ทุกระดับตั้งแต่ไฮโซยันยาจกเพราะเจ้าแม่เก็บค่ายกครูตามแต่จะศรัทธา ใครมีมากให้ใครมากมีน้อยให้น้อย

“อ้าวหนูฟ้า มาเหมือนกันเหรอลูก”

เสียงเรียกจากด้านหลังทำให้อนามิกา จันทรารักษ์ต้องหันไปมอง แล้วก็เห็นคนที่เรียกแต่งชุดเรียบๆ สมกับที่จะมาเจอผู้คนหลากหลาย ไม่ได้แต่งตัวหรูหราบ่งบอกฐานะว่าเป็นคุณหญิงเลย

“คุณหญิงป้า สวัสดีค่ะ”

อนามิกาไว้คุณหญิงธาริณีอย่างนอบน้อม หล่อนรู้จักคุณหญิงเพราะมาดูดวงนานมาแล้วหล่อนได้ช่วยคุณหญิงที่เป็นลมล้มพับอยู่ท่ามกลางฝูงชน ตอนแรกอนามิกานึกว่าเป็นคนมีอันจะกินธรรมดาที่ชอบดูดวงไม่รู้ว่าเป็นคุณหญิงสูงศักดิ์ เพราะภาพคุณหญิงในสายตาอนามิกาจะเป็นพวกตู้ทองตู้เพชรเคลื่อนที่เสียมากกว่า และแล้วจากนั้นมาหล่อนก็ได้รู้จักกับคุณหญิงเพราะว่ามาดูดวงตรงกันบ่อยครั้ง

“มาคนเดียวใช่ไหมนี่”

“ค่ะ มาคนเดียว คุณป้ามาคนเดียวรึเปล่าคะ”

“ตอนแรกป้าว่าจะพาหม่อมสายชลเพื่อนสนิทมาอยู่เหมือนกันแต่ว่าที่วังของท่านติดงานป้าเลยให้ลูกมาด้วยนี่พลัดหลงกันยังไม่เจอเลย”

คุณหญิงทั้งบ่นทั้งพัดเอาลมเข้าตัวแก้อากาศอบอ้าวจนอนามิกานึกสงสาร มาดูดวงแต่ละครั้งท่านจะมีวิบากกรรมต่างๆ นาๆ แต่ท่านก็ยังมุ่งมั่นที่จะตามหาเนื้อคู่ให้ลูกให้ได้ คุณหญิงชอบปรับทุกข์กับอนามิกาว่ามีลูกกับเขาอยู่คนเดียวชื่อลูกหนูอายุสามสิบกว่าแล้วไม่ยอมแต่งงานสักทีคุณหญิงอยากอุ้มหลานน้อยจะแย่อยู่แล้ว อนามิกาเลยเดาเอาในใจว่าลูกสาวของคุณหญิงนี่ถ้าไม่ขี้เหร่ ก็คงเป็นเพราะนิสัยแย่เอามากๆ จนไม่มีใครเอาแหงๆ ถึงเกาะคานเหนียวแน่นจนอายุเลยสามสิบได้

วันนี้คุณหญิงบอกว่าพาลูกสาวมาด้วย คงจะพามาให้เจ้าแม่สะเดาะเคราะห์ให้กระมังหล่อนอยากเห็นจริงๆ เลยว่าคนดูดีมีชาติตระกูลขนาดนั้นจะไร้คู่เพราะอะไร ถ้าคุณลูกหนูของคุณหญิงสวยน่ารัก นิสัยดีล่ะก็อนามิกาจะเลิกมาดูดวงหาคู่แท้กับเจ้าแม่เพราะขนาดคนสวยๆ รวยๆ ชาติตระกูลดี ยังหาคู่ไม่ได้ แล้วนับประสาอะไรกับคนสวยแต่ไม่มีชาติตระกูล แถมจนอย่างอนามิกาเล่า

“แล้วหนูฟ้ายังไม่เจอคู่แท้เลยเหรอลูก”

คุณหญิงถามอย่างเป็นห่วงเพราะครั้งที่แล้วเจ้าแม่เข้าทรงทำนายคุณหญิงอยู่คิวต่ออนามิกาจึงรู้ว่าที่อนามิกามาดูดวงเรื่องเนื้อคู่ เจ้าแม่ก็บอกว่าอนามิกาจะได้พบ แล้วทำไมแม่หนูน้อยใจดีถึงได้มาหาเจ้าแม่อีก

“ยังไม่เจอเลยค่ะคุณป้า ฟ้าอุตส่าห์ไปช่วยให้เพื่อนสมหวังในความรักตามที่เจ้าแม่บอกแล้วนะคะ แต่ฟ้าก็ยังไม่เห็นว่าจะเจอเลย”

เมื่อไร้วี่แววรักแท้ แม้แต่วินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยยังไม่แซว อนามิกาจึงมาถามความกระจ่างเจ้าแม่แสงสีทองที่จะเข้าร่างทรงเจ้าแม่อีกรอบเพื่อความมั่นใจว่าจะมีคนมาสอยหล่อนลงจากคานแน่ๆ ก็ของอย่างนี้มันต้องรีบเร่งกันบ้าง ปีนี้อนามิกาอายุปาเข้าไปตั้งยี่สิบเจ็ดแล้วแฟนเฟินคนเข้ามาจีบก็ไม่มี ถ้าขืนไปเร่งหาตอนอายุสามสิบมีหวังผู้ชายคงมีแต่คนวิ่งหนีแตกกระเจิงเพราะอายุปาเข้าเลขสามไปแล้วประเดี๋ยวแม่หล่อนจะได้เป็นทุกข์เหมือนที่ตอนนี้คุณหญิงเป็นทุกข์เพราะยัยลูกหนูของท่าน หล่อนปรับทุกข์กับคุณหญิงตามประสาคนหัวอกเดียวกันคุณหญิงเองก็คงหาสามีให้ลูกสาวไม่ได้เหมือนกันเลยต้องหันมาพึ่งเจ้าแม่อีก

“ลูกป้าก็ยังไม่เจอใครเหมือนกัน ป้าว่างั้นหนูมาทำความรู้จักกับลูกป้าดีมั้ย”คุณหญิงเสนอ

“มะ มะ ไม่ล่ะค่ะ”อนามิกาตอบอย่างเกรงใจ น่าสงสารคุณหญิงคงกลุ้มใจมากจนขนาดจะให้ลูกคบกับผู้หญิงด้วยกัน แต่อนามิกาไม่เอาด้วยหรอก ไม่ใช่เลสเบี้ยนสักหน่อย

“อ้าว ทำไมล่ะหนูยังไม่เคยเจอลูกหนูนะ ถ้าเจออาจจะชอบกันก็ได้” คุณหญิงยังไม่เลิกความพยายาม

ไม่ล่ะค่ะคุณป้าขา หนูยังอยากมีคู่แท้เป็นผู้ชายค้า หญิงสาวคิด

“หนูว่าเราอย่าเพิ่งมาจับคู่กันเองดีกว่าค่ะ คนที่จะชี้ชะตาเราได้มีเพียงเจ้าแม่เท่านั้นล่ะค่ะ” อนามิกาพยายามหลอกล่อคุณหญิงป้าขึ้นมาที่ตำหนัก

“เออ จริงด้วยสิ หนูฟ้านี่น่ารักนะที่คอยเตือนสติป้า”

“แต่ป้ายังยืนยันคำเดิมนะว่าป้าอยากให้หนูสองคนรู้จักกัน” ยังมิวายที่เจ้าของร่างท้วมนั่นจะยังมีความพยายามอยู่

 คุณป้าขาหนูชอบผู้ชายค้า อนามิกาอยากร้องบอกออกไปดังๆ เหลือเกินแต่เขาบอกว่าอย่าขัดคนแก่จะทำให้คนแก่อายุสั้นอนามิกาเลยได้แต่นิ่งๆ

ฝ่ายคุณหญิงเมื่อเห็นอนามิกานิ่งก็รู้ว่าสาวน้อยใจดีคนนี้คงไม่ใช่เนื้อคู่ของลูกแล้วเพราะถ้าเป็นเนื้อคู่กันจริงๆ อนามิกาคงมีเซนส์อยากรู้จักลูกหนูขึ้นมาบ้างแต่คนมันไม่คู่กันจะจับมาวางข้างๆ กันยังไงสักวันก็คงต้องจากกัน คุณหญิงจึงเลิกเซ้าซี้ไปทั้งๆ ที่เสียดายคนสวยแถมใจดีอย่างอนามิกา แต่ก็อย่างที่เจ้าตัวว่านั่นแหล่ะ เชื่อเจ้าแม่ดีที่สุด

หลังจากที่ขึ้นมาตำหนักแล้วทั้งสองจึงแยกกันเข้าแถวดูดวงตามคิวคุณหญิงมาก่อนจึงต้องเข้าคิวก่อนส่วนอนามิกาต้องไปต่อท้าย อนามิกาเดินไปส่งคุณหญิงแล้วกลับมานั่งที่ท้ายๆ แล้วถอนหายใจอย่างโล่งอก เกือบได้เป็นเลสเบี้ยนแล้วมั้ยล่ะเรา

“เจ้าแม่คะ ลูกชายดิฉันจะได้แต่งงานเมื่อไหร่คะ”

คุณหญิงธาริณีถามเมื่อถึงคิวที่ต้องเข้าถามคำถามกับร่างทรง

“สิ้นปีนี้ ลูกเจ้าจะเข้าประตูวิวาห์ ข้าเห็น ข้าเห็น”

เจ้าแม่แสงสีทองที่เข้าทรงเจ้าแม่อยู่คำรามเสียงดังชวนศรัทธายิ่งนัก คุณหญิงไหว้ดีใจยกใหญ่ที่เรื่องที่อยากได้สมหวังเสียที

“แล้วลูกสะใภ้จะถูกใจลูกแม่สามีอย่างลูกมั้ยเจ้าคะลูกจะมีโอกาสได้อุ้มหลานรึเปล่า”

“ข้ารู้ ข้ารู้ ครอบครัวพวกเจ้าจะอบอุ่น แต่เจ้าจะลำบาก”คุณหญิงใจหายวาบตั้งแต่ดูดวงมา คำพูดเจ้าแม่มิเคยผิดเพี้ยน แล้วคนเคยสบายอย่างคุณหญิงจะต้องมารับกรรมลำบากอะไรหนอ

“โธ่ เวรกรรมจริง ลูกจะลำบากอะไรล่ะคะเจ้าแม่”คุณหญิงถามอย่างร้อนรน ตอนนี้ครอบครัวที่อยู่เงินทองก็อยู่ในเกณฑ์ดีแล้วคนมีวาสนาอย่างคุณหญิงจะตกที่นั่งลำบากด้วยเหตุอันไดได้

“เจ้าจะวุ่นวายเลี้ยงชีวิตใหม่หลายคนเพราะลูกเจ้ามีลูกดก หัวปีท้ายปี ข้าเห็น ข้าเห็น”สิ้นคำทำนายคุณหญิงก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก โถ ถ้าลำบากเลี้ยงหลานแบบนี้คุณหญิงทนได้

“ถ้าอย่างนั้นลูกถามแค่นี้ล่ะค่ะ”

คุณหญิงยิ้มแย้มเรียกลูกชายที่เพิ่งฝ่าฝูงชนหาแม่เจอบนตำหนักให้ยื่นกระเป๋าใบหรูให้ ลูกชายทำหน้าตาเซ็งๆ แต่ก็ยอมตามใจมารดายื่นให้แต่โดยดี

ได้กระเป๋ามาแล้วคุณหญิงก็ล้วงเอาเงินปึกใหญ่ค่ายกครูมาวางที่พานเรียกเสียงฮือฮาจากชาวบ้านและลูกศิษย์ลูกหาของเจ้าแม่ได้ดังขรม ก็เงินนั้นมันน้อยเสียเมื่อไหร่ปึกนั้นเป็นแสนเชียว คุณหญิงทำหน้าเรียบ นางไม่ได้อวดร่ำอวดรวยอะไรหรอก แต่คำตอบเจ้าแม่มันทำให้ชื่นใจจนน้ำตาคลอนี่ถ้าได้หลานชายคนแรกจะเอามายกครูอีกสักล้าน

นพ. ธานุวัตน์ส่ายหัวเอือมระอาในการกระทำของมารดาเขาเหลือล้น เขาไม่เชื่อเรื่องงมงายพวกนี้เลยเห็นๆ กันอยู่ว่าแม่เขาโดนหลอกซ้ำยังเต็มใจให้หลอกอีกต่างหาก จะห้ามก็ไม่ได้ ก็คุณหญิงธาริณีเป็นประมุขใหญ่สุดของบ้านใครขัดใจเป็นโดนดีทุกราย แม้แต่คุณนุวัตน์บิดาเขายังต้องยอมๆ เลย

“ไอ้พ่อหนุ่ม”เจ้าแม่ทักเขาเมื่อเขาเตรียมพามารดากลับ เขาหันมามองเจ้าแม่ที่กำลังเข้าทรงอยู่อย่างไม่เชื่อถือ ไม่เคารพสักนิด อยากได้เงินจากเขาอีกล่ะสิท่าพอเขาจะไปเรียกไว้เชียวหมอหนุ่มผู้ไม่เชื่อเรื่องงมงายคิดหยันๆ

“ข้าเห็นแก่แม่เจ้า ข้าจะบอกเจ้าว่านับจากวันนี้ไปเจ็ดวันผู้หญิงคนแรกที่เจ้าเปิดประตูมาเห็นจะเป็นเนื้อคู่เจ้า นางมีไฝที่หลังใบหูข้างขวาเจ้าสองคนสร้างบุญด้วยกันมาข้าเห็น ข้าเห็น”

เขาจูงมารดาออกมาอย่างรำคาญไม่ใส่ใจสักนิด มีเพียงคุณหญิงธาริณีที่ขอบคุณเจ้าแม่ที่ทิ้งท้ายให้ตั้งท่าจะเพิ่มค่ายกครูให้อีกถ้าเขาจะไม่ลากออกมาเสียก่อน

อนามิกามองภาพชายหนุ่มร่างสูง ขาว ตี๋ หล่อ ใส่แว่นตากรอบสีดำสนิทจูงแขนคุณหญิงธาริณีผ่านหน้าไปแล้วถึงกับอ้าปากหวอ

 ผู้ชายคนนี้ หน้าตาท่าทาง บุคลิก การแต่งตัว เริ่ดสะแมนแตน โอ๊ย สรุปว่าทุกอย่างที่เป็นเขา สเป็คของหล่อนชัดๆ แล้วเขาเดินจูงมือคุณหญิงออกมา หน้าตาพิมพ์เดียวกันกับคุณหญิงอีกต่างหากคงไม่แคล้วจะเป็นลูกชายคุณหญิง

ลูกชายคุณหญิง!

อนามิกาอยากกรี๊ดแข่งเสียงคำรามของเจ้าแม่แสงสีทองนัก

“โธ่คุณหญิงป้าขาทำไมไม่บอกหนูสักคำว่า ลูกหนูของคุณป้าจะหล่อเหลากินใจหนูขนาดนี้ ปล่อยให้หนูเข้าใจว่าเป็นผู้หญิงอยู่ได้ ถ้าหนูรู้ว่าเป็นผู้ชายหล่อขนาดนี้หนูจะไม่ปฏิเสธความหวังดีของคุณหญิงป้าที่ชวนไปสานสัมพันธ์กับลูกคุณหญิงป้าเลย” อนามิกาคิดอย่างตอมตรมมองใบหน้าคุณหญิงที่คลอด้วยน้ำตาแห่งความปีติจนมองไม่เห็นหล่อนแล้วหล่อนก็ไม่ได้ทักคุณหญิงมัวแต่มองลูกชายคุณหญิงเพลินเขาเงยหน้ามามองอนามิกานิดหน่อยแล้วก็เดินออกไป

โอ้ว ความหวังเลื่อนลอยหายไปแล้ว อนามิกามองหลังสองแม่ลูกอย่างแสนเสียดาย เขาคงไม่ใช่คู่แท้ของหล่อนเป็นแน่แท้ อนามิกาได้แต่ภาวนาว่าขอให้คู่แท้ของหล่อนหน้าตาหล่อเหลาได้ครึ่งคุณลูกหนูของคุณหญิงก็ยังดี ลูกหนูเหรอ หึ คิดชื่อนี้แล้วแค้นเหลือหลายถ้าเพียงแต่คุณหญิงตั้งชื่อลูกชายว่า แมน บอย ชาย กาย หรือว่าเบิ้ม ก็ยังได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นหล่อนคงยินดีไปทักทายรู้จักแล้ว โอย น่าเสียดายชะมัด อนามิกาเกลียดคำว่าลูกหนูจริงๆ เลย ให้ตายสิ

“เจ้าแม่เจ้าขาเพื่อนสนิทของลูกแต่งงานแล้ว แต่ทำไมคู่แท้ของลูกยังไม่มาสักทีคะ”

อนามิกาถามเมื่อถึงคิวตัวเอง ครั้งที่แล้วเจ้าแม่ทำนายว่าถ้าหากอนามิกาทำให้เพื่อนรักเจอรักแท้รักแท้จะเข้ามาหาหล่อน อนามิกาก็จัดแจงให้เพื่อนไปบอกรักผู้ชายที่ชอบจนทั้งสองปิ๊งปั๊งแต่งงานกันไปแล้วอนามิกาก็ยังรอด้วยความหวังจนแล้วจนเล่ารักแท้ก็ยังไม่มา หล่อนจึงมาหาความกระจ่างกับเจ้าแม่ เผื่อครั้งที่แล้วอาจจะผิดพลาดทางเทคนิคทำให้คำทำนายผิดเพี้ยนไป เจ้าแม่จะได้ส่องดาวเทียมหาคู่แท้ให้หล่อนใหม่

“คำทำนายข้าไม่เคยผิดพลาด ทุกอย่างข้ารู้ ทุกอย่างข้าเห็น”

เจ้าแม่คำรามขึ้นมาราวกับจะรู้ว่าหล่อนคิดอะไร อนามิกาถึงกับสะดุ้งโหยง ไหว้ปะหล่กๆ สัญญากับเจ้าแม่ในใจ ไม่แอบนินทาเจ้าแม่แล้วจ้า

“แล้วทำไมลูกยังไม่เจอคู่แท้ล่ะเจ้าคะ ลูกช่วยให้เพื่อนสมหวังแต่งงานกันแล้วลูกไม่เห็นเจอใครเลย” อนามิกาถามเจ้าแม่อย่างไม่อายเพราะในนี้ไม่มีใครรู้จักหล่อนอยู่แล้ว

“งมงายที่สุด หน้าตาดีก็ไม่น่ามาให้เขาหลอกอยู่ได้” น้ำเสียงทุ้มแว่วมาเบาๆ อนามิกาหันขวับไปมองด้านหลังเห็นใบหน้าหล่อๆ ของยัย เอ๊ย นายลูกหนูด้านข้างที่พูดประชดหล่อนอย่างดูหมิ่นทั้งที่เขานั้นแทบไม่มองหน้าหล่อน เขากลับมาอีกครั้งเพราะเขาเดินมาหยิบพัดลูกไม้จีนที่มารดาลืมไว้

อนามิกาหันขวับกลับมาที่เจ้าแม่ไม่สนใจคนปากจัดนั่นอีก ไม่ใช่เนื้อคู่หล่อนสักหน่อย และหล่อนก็รู้แล้วว่าทำมันนายนี่ถึงกับต้องให้แม่หาเมียให้ ก็เขาปากจัดอย่างนี้นี่เองเลยไม่มีใครเอา

“เนื้อคู่ของเจ้ายังมืดดำ เจ้ายังมองหาไม่เห็น เจ้าต้องช่วยเพื่อนให้สมหวัง” เพื่อนหล่อนก็มีอยู่คนเดียว(แบบว่าหล่อนเลือกคบคนเดียวนะ ไม่ใช่ว่ามีคนเดียวที่คบหล่อน) แล้วเพื่อนคนนั้นก็สมหวังแล้วมันจะมีใครอีกล่ะ

“เพื่อนหนูแต่งงานไปแล้วค่ะ”

ต้องให้บอกอีกกี่ครั้งเนี่ย อนามิกาแอบบ่นในใจ เพราะหล่อนจนปัญญาจะตายแล้ว

“ไม่ใช่คนนี้ ข้าเห็น ข้าเห็นว่ายังมีอีกคนที่อยู่ใกล้ชิดเจ้าข้าเห็นเขาอยู่ใกล้ๆ เจ้า เจ้าต้องตามหาความรักของเขาคืนมา เอารักเขาคืนมาแล้วรักแท้เจ้าจะอยู่ที่นั่น ข้าเห็น ข้าเห็น” เจ้าแม่กระทืบเท้าปังๆ พอใจ หัวเราะสลับกับคำราม

 โอย แล้วไอ้เพื่อนที่ว่านั่นมันใครกันนะ ตกลงเจ้าแม่นี่ทำนายแม่นหรือเปล่านะ หล่อนชักจะไม่แน่ใจแล้ว

“เจ้าต้องเชื่อใจ เจ้าต้องเชื่อใจ” เจ้าแม่กรี๊ดเสียงดังขัดใจ จนคนที่รอคิวอยู่ตกใจ “ทำทุกอย่างให้รวดเร็วไม่อย่างนั้นคู่แท้เจ้าจะหลุดลอยไป หลุดลอยไปในทางที่ไม่ควร” เจ้าแม่คำรามฮึ่มๆ

อนามิกาขนลุก นี่แหล่ะที่เขาว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่ ตอนนี้หล่อนเชื่อแล้วล่ะว่าเจ้าแม่รู้จริง รู้ลึก ถึงขนาดรู้ทุกอย่างที่หล่อนคิด อย่างนี้หล่อนต้องรีบไปตามหาเพื่อนคนนั้นให้พบแล้วทำให้เพื่อนสมหวังแล้วล่ะ

คิดได้อย่างนั้นอนามิกาก็ไหว้เจ้าแม่ปะหล่กๆ แล้วลุกไปไวเท่าความคิด

“เดี๋ยวก่อน เจ้ายังไม่ได้เซ่นไหว้ข้า” เจ้าแม่ร้องตามหล่อน

 ฮันแน่ เจ้าแม่มีทวงค่ายกครูด้วย อนามิกาหยิบแบงค์สีเทาวางลงในพานดอกไม้หนึ่งใบ ช่วงนี้คนมันเบี้ยน้อยหอยน้อยเข้าใจกันหน่อยนะเจ้าแม่นะ

“ไปได้ อย่ารอช้า ข้าเห็น ข้าเห็น” เจ้าแม่คำรามขึ้น

 อนามิกาสะดุ้งโหยงที่แอบนินทาเจ้าแม่ในใจไปหลายตลบหวังว่าเจ้าแม่คงไม่ถือโทษจนริบคู่แท้ของหล่อนคืนหรอกนะ ไม่อย่างนั้นชีวิตของอนามิกาคงชีช้ำน่าดู

ตอน 3

อนามิกาขับรถกลับบ้านไปคิดหาเจ้าเพื่อนปริศนาคนนั้นไปอย่างครุ่นคิด มันจะมีใครอีกนะที่เป็นเพื่อนกันแล้วอยู่ด้วยกัน ก็หล่อนกับเพื่อนที่อยู่บ้านเดียวกันจบคอนแวนต์และมหาวิทยาลัยมาจากฝรั่งเศสแล้วจะมามีเพื่อนที่อยู่ด้วยกันแล้วยังโสดได้ยังไงนะเมื่อเพื่อนร่วมก๊วนมันเริงร่าลั่นล้าอยู่ฝรั่งเศสกันหมด

เจ้าแม่บอกว่าเพื่อนที่อยู่ด้วยกันมันก็มีแค่เพื่อนสนิทหล่อนที่ตอนนี้แต่งงานออกเรือนไปเรียบร้อย และก็พี่พรีมพี่สาวคนสวยของเพื่อนหล่อน

“”เอ๊ะ เดี๋ยวก่อนพี่พรีม เพื่อนที่อยู่ด้วยกัน พี่พรีมอยู่บ้านด้วยกัน” อนามิกาพูดขึ้นมาลอยๆ

             กรี๊ดดดดดดดดด อนามิกากรี๊ดลั่นรถอย่างดีใจมือฟาดพวงมาลัยจนแตรดังปริ๊นๆๆๆ ลั่นถนน คุณตำรวจจราจรที่ยืนอยู่แถวนั้นมาเคาะกระจกถามด้วยความห่วงใยประชาชน

             “เป็นอะไรรึเปล่าครับคุณ”

             “เปล่าค่ะ ขอโทษนะคะฉันเผลอไปนิดหน่อย”

             “คราวหลังก็อย่าเผลอตบแตรรถบ่อยๆ นะครับรถคันอื่นที่เขาอารมณ์เสียเขาอาจจะทำร้ายร่างกายคุณเอาได้”

             “ค่ะ ขอบคุณนะคะคุณตำรวจ”

             อนามิกาตะเบ๊ะท่าให้ตำรวจ เลื่อนกระจกขึ้นแล้วกรี๊ดคนเดียวต่ออีกเบาๆ ด้วยความดีใจ ในที่สุดก็หาเพื่อนคนที่เจ้าแม่พยายามจะบอกได้แล้ว คราวนี้ก็เหลือเพียงแต่จะหาชุดแต่งงานรอเจอเนื้อคู่เท่านั้น

“โอ้ว รักแท้จะมาถึงเราแล้วหรือนี่” ดวงตาของอนามิกาคลอด้วยความปิติ ในที่สุดหล่อนก็ทางปีนลงจากคานเจอแล้ว

อนามิกาจะทำให้พี่พรีมมีความรักไห้ได้เพราะความสำเร็จครั้งนี้มีคู่แท้ของหล่อนเป็นเดิมพัน

 “ข้าเห็น ข้าเห็นว่ายังมีอีกคนที่อยู่ใกล้ชิดเจ้า เจ้าต้องตามหาความรักของเขาคืนมา เอารักเขาคืนมาแล้วรักแท้เจ้าจะอยู่ที่นั่น ข้าเห็น ข้าเห็น” เสียงเจ้าแม่ดังกึกก้องกังวาน อนามิกาไหว้รับคำ เจ้าค่ะเจ้าแม่ เจ้าค่ะๆ

“ฟ้า ฟ้า ฟ้าเป็นอะไร”

เมื่อมีแรงเขย่าพร้อมกับเสียงเรียกจากคนที่เพิ่งมาใหม่ อนามิกาลืมตาจากผุดลุกจากโซฟาห้องรับแขกที่หล่อนอาศัยนอนรอพี่พรีมกลับมาจากโรงพยาบาลเพื่อที่จะคุยเรื่องความรักของพี่พรีม ลืมตาขึ้นมาก็เห็นดวงหน้าสวยหวานของพี่พรีมก้มลงมองหล่อนอยู่ด้วยสีหน้าเป็นห่วง

“อะ เอ่อ สวัสดีตอนดึกค่ะพี่พรีม”

“ฟ้าเป็นอะไรเหรอ มานอนที่โซฟาพี่พยายามปลุกให้ไปนอนบนห้องฟ้าก็ไหว้พี่บอกเจ้าค่ะ เจ้าค่ะเฉยเลย” พี่พรีมพี่สาวของชะเอมเพื่อนสนิทของอนามิกาถามกลั้วหัวเราะ

 เมื่อก่อนมีอนามิกา พี่พรีม ชะเอมอยู่บ้านหลังเดียวกัน อนามิกาช่วยให้ชะเอมสมหวังในรักจนแต่งงานไปบ้านนี้จึงเหลือแต่อนามิกาและพี่พรีมเท่านั้น

อนามิกาเห็นหน้าที่เหนื่อยจากการรักษาคนไข้มาครึ่งค่อนคืนของพี่สาวเพื่อนที่หล่อนรักราวกับพี่สาวตัวเองแล้วก็กลืนคำพูดที่จะถามทุกอย่างลงคอไป พี่พรีมเป็นหมอเรียนวิทยาศาสตร์มาคงจะหาว่าหล่อนงมงายเป็นบ้าไปแน่ๆ อีกอย่างคนที่เฉยชากับความรักจนเหมือนหัวใจตายด้านอย่างพี่พรีม คงไม่เล่าเรื่องความรักให้ฟังง่ายๆ แน่

“ฟ้าทำงานมาเหนื่อยค่ะพี่พรีมเดินไม่ถึงห้องเดินมาล้มที่โซฟาเฉยเลย” อนามิกาโกหก หวั่นๆไม่รู้ว่าพี่พรีมจะเชื่อหรือเปล่า

“เป็นงั้นไป ทำงานอย่าหักโหมมากสิจ๊ะ”

“ค่ะ งั้นฟ้าไปนอนแล้วนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะพี่พรีม”

“ฝันดีจ๊ะ”

ต่างคนต่างแยกย้ายกันเข้าห้องนอน อนามิกากลับนอนไม่หลับ ครุ่นคิดที่จะหาทางล่วงรู้ความหลังของพี่พรีมมาให้ได้ในเวลาอันรวดเร็วโดยที่ไม่ถามเจ้าตัว

ในที่สุดความคิดของอนามิกาก็บรรเจิด เปลี่ยนแผนจากการสอบถามพี่พรีมมาเป็นถามน้องสาวพี่พรีมแทน

เช้าวันต่อมา อนามิกาจึงมาโผล่ที่เรือนหอของชะเอมหรือแก้วกันยากับสามี เพื่อเริ่มปฏิบัติการตามล่าหารักแท้ของพี่พรีมกลับคืนมา ซึ่งเมื่อคืนนี้อนามิกาก็ขบคิดมาแล้วว่า คำว่าตามหารักแท้คืนมาของเจ้าแม่ น่าจะเป็นการทำให้คนรักเก่ากลับมาคืนดี ดังนั้นอนามิกาจึงต้องรู้ให้ได้ว่าคนรักเก่าของพี่พรีมเป็นใคร แล้วอนามิกาก็จะไปทำหน้าที่เป็นกามเทพอุ้มสมอีกครั้ง คราวนี้ถ้าสำเร็จเนื้อคู่ของหล่อนก็จะมา อนามิกาหัวเราะร่าด้วยความดีใจในความชาญฉลาดของตัวเองอยู่คนเดียว

“เฮ้ย ไอ้ฟ้าแกเป็นอะไรเนี่ยนั่งหัวเราะอยู่คนเดียว” ชะเอมที่เข้าไปเอาขนมมาต้อนรับเพื่อนกลับออกมาเห็นเพื่อนนั่งหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังจึงถามด้วยความแปลกใจ

“คืออย่างนี้แก......” อนามิกาเล่าเรื่องทุกอย่างให้ชะเอมฟัง ผลก็คือชะเอมหัวร่องอหงายจนเกือบหายใจไม่ออก อนามิกาค้อนให้วงใหญ่ทำท่าจะงอนที่เพื่อนได้ดีแล้วไม่ช่วยเหลือ ชะเอมจึงต้องเป็นฝ่ายง้อให้อนามิกาพูดต่อจนรู้เรื่องราวทั้งหมด

“แล้วแกมาถามฉันเรื่องพี่พรีมฉันจะรู้ได้ไงยะ” ชะเอมโวยวายเมื่อฟังจบ “แกลืมไปแล้วเหรอว่าฉันกับแกเรียนที่เดียวกันตั้งแต่ชั้นมัธยมจนจบที่มหาวิทยาลัยอยู่ด้วยกันตลอด ถ้าแกไม่รู้แล้วฉันจะรู้เรอะ”

“เออ นั่นสินะแล้วฉันจะทำยังไงดีเนี่ย” อนามิกาเริ่มท้ออีกรอบ ความหวังที่เคยเรืองรองดับวูบไปชั่วพริบตา

“เดี๋ยวก่อน” ชะเอมทำท่านึกออก “พี่พรีมชอบเป็นคนที่จดบันทึกและเก็บพวกโปสการ์ดกับสิ่งของเก่าๆ ที่เป็นความทรงจำเอาไว้ แกจำได้ไหมตอนเราอยู่ฝรั่งเศสเราเขียนส่งมาให้พี่พรีมตั้งหลายใบพี่พรีมเก็บไว้อย่างดีเรียงวัน เวลา วันที่ เรียบร้อยเลย”

“แล้วมันเกี่ยวกับคนรักยังไง ฉันไม่เข้าใจ”

“แหม แกก็คิดดีๆ สิถ้าพี่พรีมเคยมีคนรักก็ต้องมีหลักฐานที่เกี่ยวกับคนรักหลงเหลืออยู่บ้างนั่นแหล่ะ”

“จริงสิ แล้วเราจะเอามายังไง อย่าบอกนะว่าต้องไปขอดูพี่สาวแกคงจะยอมหรอก”

“เฮ้อ แกก็ไปแอบค้นดูสิ ตอนนี้เลยก็ได้ไปฉันไปช่วยหาดู” ชะเอมอาสาช่วยอีกแรง อนามิกาน้ำตาคลอมองเพื่อนอย่างซาบซึ้งในบุญคุณ

สองสาวค้นหาทั่วห้องอยู่เป็นนานก็ได้หลักฐานมาสมใจ กล่องกระดาษสีชมพูซีด บ่งบอกระยะเวลาของมันได้เป็นอย่างดี ในกล่องมีไดอารี่ จดหมาย และรูปถ่ายที่พรีมพริมาเก็บไว้ช่วงเวลาที่ยังเป็นนักศึกษาแพทย์ และมีเวลาระบุไว้ชัดเจนที่ฝากล่องมีลายมือหวัดๆ อ่านยากๆ ตามประสาคนเป็นหมออย่างพรีมพริมาเขียนไว้ว่า

 .........The memory ความทรงจำดีๆ ที่คงไม่ย้อนกลับมา..........

ทั้งสองคนจึงช่วยกันอ่านและหาข้อมูลจากไดอารี่ด้วยความรู้สึกผิดนิดหน่อยที่ละลาบละล้วงเรื่องของพี่สาวคนดี แต่เพื่อความสุขสมหวังของคนสองคู่ ความผิดนี้จึงดูน้อยนิดไปเลย

“ไม่อยากจะเชื่อนะว่าพี่พรีมนี่ก็เจ้าคารมเอาการนึกว่าไม่เคยสนใจอะไรแบบนี้ด้วยซ้ำ” แก้วกันยาปิดหน้าไดอารี่ที่อ่าน ความอบอุ่นในความรู้สึกของพี่สาวขณะนั้นสว่างวาบในหัวใจ ก่อนที่จะแปลเปลี่ยนเป็นความเศร้าหมองมาแทนที่ เมื่อเนื้อหาหวานๆ ของไดอารี่กลายเป็นเรื่องน่าเศร้าของคนรักสองคน และความรู้สึกของพี่พรีมที่ไม่เข้าใจว่าคนรักเป็นอะไรโกรธอะไรถึงได้เหินห่างไปแต่ก็ไม่กล้าถามได้แต่เก็บงำความเสียใจเอาไว้คนเดียว และต่อมาก็เป็นความเจ็บปวดของพี่พรีมที่บรรยายขึ้นมาว่าคนรักไปมีคนใหม่ และช่วงสุดท้ายก็เป็นความหม่นเศร้าของพี่พรีมที่บรรยายลงไป ก่อนที่หน้าสุดท้ายของสมุดจะเขียนลงท้ายไว้ว่า

วันนี้ฉันจะเสียใจเป็นครั้งสุดท้าย... เรื่องราวทุกอย่างที่ผ่านมาที่ทำร้ายหัวใจฉันจะไม่อยู่ในสมองฉันอีกต่อไป... นับจากนี้ฉันจะลืมว่าเคยมีคนคนนั้นอยู่ในชีวิต และหัวใจของฉันจะปิดตายให้กับความรัก พอกันทีกับที่ผ่านมา...

                                               เริ่มต้นชีวิตใหม่เถิดนะพรีม...

แก้วกันยาไม่รู้มาก่อนเลยว่าพี่พรีมมีเคยความรักและเป็นรักที่ผิดหวัง จนทำให้ไม่ศรัทธาในความรักอีกแล้ว

จากความเสียใจในวันนั้นพี่พรีมถึงกับหันหลังให้คำว่าความรัก ไม่สนใจใครที่เข้ามาหันมาดูแลน้องสาวอย่างเต็มที่และมุทำงานหนักเพื่อให้ตัวเองไม่ว่างพอที่จะมาหวนคืนถึงความหลัง แม้แต่งานเลี้ยงรุ่นพี่พรีมยังพยายามหลีกเลี่ยงทุกปี เพื่อนที่เรียนมาด้วยกันและรู้เรื่องของพี่พรีมพี่พรีมก็ไม่อยากเห็นไม่อยากคบเพราะไม่อยากให้ใครได้ถามถึงเรื่องเก่าๆ ให้ความเจ็บปวดย้อนกลับคืนมาหา ในไดอารี่เล่มถัดมาที่พรีมพริมาใช้จดบันทึกเรื่องราวส่วนตัวเขียนไว้อย่างนั้น

แม้ว่าเรื่องราวความรักครั้งเก่าของพี่พรีมจะปรากฏแต่อนามิกากับชะเอมก็ไม่ได้ลงมือในแผนต่อไปทันทีเพราะไม่รู้ว่าจะหาตัวคนที่พี่พรีมรักคนนี้ได้ยังไง จากการประมวลผลข้อมูลในกล่องสีชมพูทั้งหมดทั้งสองรู้แค่เพียงว่าคนรักเก่าของพี่พรีมชื่อหมอต้น ไม่ทราบชื่อจริงนามสกุลจริง จดหมายที่ทั้งสองเขียนหากันก็ไม่ได้จ่าหน้า ที่ยังพอมีให้ใจชื้นหน่อยก็น่าจะเป็นรูปถ่ายคู่ที่เห็นใบหน้าของหมอต้นชัดเจนหลายใบที่ซ่อนอยู่ในไดอารี่เล่มหนาที่ห่อเอาไว้เป็นอย่างดี รูปพวกนี้คงเป็นรูปที่พรีมพริมานั้นตัดใจทิ้งไม่ลงแต่ก็ไม่อยากเห็นเลยเอามาปิดผนึกเก็บไว้ แต่ทั้งสองก็จนปัญญาอยู่ดีจะให้ใช้รูปตามหาคนนี่มันยากเอาการอยู่

มิน่าเล่า เจ้าแม่ถึงบอกให้หล่อนรีบทำก่อนจะสายไปเรื่องมันยากแบบนี้นี่เอง อนามิกาคิดในใจพลางเค้นความรู้ในสมองเพื่อหาวิธีการที่ดีที่สุด

“เราไม่เคยรู้จักเพื่อนสนิทพี่พรีมที่เรียนที่เดียวกันเลยเพราะพี่พรีมหลีกหนีคนพวกนั้น เพื่อนที่คบๆ กันในโรงพยาบาลแล้วเรารู้จักก็จบมาจากที่อื่นก็คงไม่รู้เรื่องพี่พรีมกับหมอต้น จากที่อ่านไดอารี่แล้วฉันว่าหมอต้นต้องเป็นเพื่อนรุ่นเดียวกันกับพี่พรีม งั้นเราต้องไปหาคนซักคนที่เรียนรุ่นเดียวกันกับพี่พรีม คนคนนั้นจะต้องให้คำตอบเราได้” อนามิกาวิเคราะห์

“แล้วแกจะทำยังไงต่อ”ชะเอมถาม

“ช่วยให้สองคนนั้นคืนดีกันยังไงล่ะ” สายตาคู่สวยมีประกายขึ้นอีกครั้ง

ส่วนแก้วกันยาเองก็อยากให้อนามิกาทำสำเร็จเพราะว่าหล่อนอยากให้คนที่คล้ายหุ่นยนต์ขึ้นไปทุกทีอย่างพี่สาวของหล่อนนั้นได้มีชีวิตชีวาขึ้นมาบ้าง...

แต่มันก็ยังไม่ง่ายซะทีเดียว

“แต่แก... แกคิดจะให้เขาคืนดีกันเหรอ อ่านมาแค่นั้นก็รู้ว่าหมอต้นเลวแค่ไหน ทั้งทิ้งพี่พรีมทั้งมีคนใหม่นะ”

“แกอ่านตอนแรกดีๆ สิ แล้วแกจะรู้ว่าหมอต้นดีแค่ไหน ทุกอย่างที่เขาทำฉันคิดว่าหายากที่จะมีผู้ชายที่ทำให้คนที่ตัวเองรักขนาดนี้ ฉันว่าเรื่องการเลิกมันต้องมีเงื่อนงำ อย่างเช่นหมอต้นเป็นมะเร็งระยะสุดท้าย เลยจ้างคนอื่นมาควงเพื่อบอกเลิกไม่ให้พี่พรีมเสียใจไง”

“เวอร์ นั่นมันก็นิยายเกินไป”

“อ๊ะ ใครจะไปรู้ ฉันว่าเราอย่าเพิ่งปิดหนทางเดียวที่มีของเราเลยน่า ยังไงเราก็ต้องรู้ได้ได้ก่อน เรื่องอื่นค่อยตามมาทีหลัง...”

“อืมๆ ถ้าแกคิดอย่างนั้นฉันก็เอาด้วย”

ในที่สุดอนามิกาก็ทำสำเร็จแม้จะกินเวลามาหลายวันแต่หล่อนก็ได้ข้อมูลทุกอย่างมาครบถ้วน หมอต้นทำงานเป็นหมอเฉพาะทางด้านกุมารเวชที่โรงพยาบาลเอกชนใกล้ๆ กับโรงพยาบาลของพี่พรีม อยู่ใต้จมูกนี่เอง หล่อนเพิ่งได้ข้อมูลสดๆร้อนมาจากคุณหมอรุ่นเดียวกันกับพี่พรีมที่หล่อนไปตามไปสอบถามถึงโรงพยาบาลห้วยนางเลิ้ง จังหวัดนราธิวาส เพิ่งลงจากเครื่องมาตอนสี่ทุ่มนี่เอง

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED