ตอน 1

วี้~ วี้~ วี้~

เสียงของแมลงยามค่ำคืนบ่งบอกให้เด็กน้อยวัยหกขวบได้รู้ว่าตอนนี้เป็นช่วงเวลาค่ำแล้ว เธอมองออกไปนอกหน้าต่างในบ้านไม้เก่าๆ โทรมๆ ที่อยู่ในชุมชนแออัดแห่งหนึ่งในย่านกรุงเทพมหานคร เมืองหลวงที่ใครต่างก็พูดกันว่าเป็นเมืองที่ได้รับความเจริญรุ่งเรืองที่ใครหลายๆ คนต่างก็มาหาความฝันที่นี่ ที่เมืองแห่งนี้ เมืองที่ขึ้นชื่อว่าเป็น 'เมืองแห่งความฝัน'

ปัง! ปัง! ปัง!

"นังพอใจ"

"นังพอใจ! มึงยังไม่ตื่นอีกเหรออีนี่นิ!"

พอใจ ใช่นี่เป็นชื่อของเธอ เป็นชื่อที่ผู้เป็นพ่อแท้ๆ คนที่รักเธอมากที่สุดตั้งให้เธอเอาไว้ก่อนที่จะตรอมใจตาย หนีจากเธอไป ทิ้งเธอที่เป็นลูกสาวเพียงคนเดียวเอาไว้กับแม่ แม่แท้ๆ ของเธอ

"โอ๊ย! อีเด็กนี่ภาระกูจริงๆ เลย อีเวรเรียกก็ไม่ออกมา กูรู้นะว่ามึงได้ยินที่กูพูดน่ะ"

เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นแม่จะเมากลับมาแล้วก็มารบกวนเธอแบบนี้ พอใจนั่งชันเข่าอยู่ในห้องแคบๆ ที่แม้แต่เตียงนอนก็ไม่มี เธอยกสองมือขึ้นปิดหูแล้วมองออกไปที่นอกหน้าต่าง บ้านของเธอ ไม่สิ อย่าเรียกว่าบ้านเลยต้องเรียกว่ารูหนูของเธอเสียมากกว่า บ้านของเธอเป็นหลังที่อยู่ด้านในที่สุด และลึกที่สุด ความโชคดีอยู่ตรงที่ห้องที่เธออยู่แม้จะเป็นห้องเก็บของแคบๆ เก่าๆ แต่ก็ยังมีหน้าต่างที่พ่อเลี้ยงของเธออุตส่าห์ใจดีสร้างเอาไว้ให้เพื่อระบายอากาศ!

เหรอ…

ไม่ใช่…

เขาสร้างเอาไว้เพื่อที่จะปีนมาหาเธอต่างหาก โชคดีที่ยังมีพี่ผู้ชายคนนั้น คนที่รวยๆ คนนั้น มาช่วยเธอสร้างกลอนหน้าต่างเอาไว้ให้เธอได้หลบภัยอยู่บ้าง

บ้านของเธออยู่ติดกับบ้านหลังใหญ่ราวกับคฤหาสน์หรูรั้วบ้านหลังนั้นเป็นปูนสีขาวที่มองออกไปยาวจนไกลอย่างสุดลูกหูลูกตา ครั้งแรกที่เธอได้รู้จักกับพี่ชายคนรวยนั่นเพราะเธอปีนหน้าต่างหนีพ่อเลี้ยงออกมาในตอนที่พ่อเลี้ยงปีนเข้าไปหมายจะทำมิดีมิร้ายกับเธอที่เป็นเพียง 'เด็ก' น้อยในวัยหกขวบเท่านั้น ทันทีที่เธอกระโดดลงพื้นดัง

ตุบ!

เธอตัดสินใจวิ่ง วิ่ง และวิ่งอย่างไม่คิดชีวิต เด็กน้อยในวัยหกขวบที่ไม่มีแม่เป็นแม้แต่ที่พึ่ง ในชุดเสื้อยืดขาดๆ เก่าๆ กับกางเกงขาสั้นที่ยางยืดย้วยลงมาต้องใช้หนังยางมัดแกงมัดเป็นปมเอาไว้ถึงจะเกาะเอวที่ผอมบางของเธออยู่

ตุบ!

"อ่ะ!"

"วิ่งดูทางหน่อยสิ เดี๋ยวก็เป็นอันตรายหรอก"

เธอถูกพี่ชายใจดีคว้าตัวเอาไว้ พี่เขาดูสูง และรวย แม่บอกว่า คนที่ตัวหอมๆ ร่างกายดูสะอาดตา พูดจาดีๆ จะเป็นคนรวย เธอจำได้ แม่เธอสอนมาแบบนี้

"น หนู"

"หืมม ทำไมผอมแบบนี้ละ ได้กินข้าวบ้างรึเปล่า บ้านอยู่ไหน" พี่ชายคนหล่อ ปากคาบอะไรก็ไม่รู้เป็นแท่งเล็กๆ ยาวๆ มีควันออกมา และกลิ่นของมันทำให้เธอ

"แค่กๆ แค่กๆ "

"เหม็นบุหรี่เหรอ" เธอกวาดสายตามองไปรอบๆ นี่มันที่ไหน เธอจำได้ว่าพอกระโดดหนีออกมาจากหน้าต่างเธอก็ก้มหน้าก้มตาวิ่ง ไม่ได้ดูทางอะไรเลย

ตึก… ตึก… ตึก…

เสียงวิ่งดังใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เด็กน้อยเริ่มตัวสั่นเพราะกลัว กลัวว่าพ่อเลี้ยงของเธอจะวิ่งตามมา เธอสบตากับพี่ชายใจดีที่เธอคาดว่าน่าจะเป็นที่พึ่งสุดท้ายให้เธอได้ ไม่ส่งเธอให้กับคนเลวคนนั้น

"เอ่อ… คุณ"

มือของพี่ชายใจดียกขึ้น เธอจึงหันกลับไปมองเห็นเป็นลุงคนหนึ่งที่ท่าทางสุภาพ และดูเกรงกลัวพี่ชายคนนี้ไม่น้อย ลุงคนนั้นโค้งศีรษะลงเล็กน้อยแล้วค่อยๆ เดินถอยออกไป พี่ชายใจดีจับเธอให้นั่งลงที่เก้าอี้ ที่นี่เป็นสนามหญ้าที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาตลอดอายุหกขวบนี้!

"เธอ ไม่สิ หนูชื่ออะไร"

"น หนู ชื่อพอใจค่ะ"

"อ่า พอใจ พี่ชื่อxx"

ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ ติ๊ดๆ

"เฮือกกก!" ให้ตายเถอะ นี่เธอฝันถึงพี่ชายคนนั้นอีกแล้วเหรอ

พอใจรีบดีดตัวลุกขึ้นในเวลาตีสี่กว่าเธอยังอาศัยอยู่ที่เดิม ชุมชนแออัดเดิมต่างกันแค่เพียงพี่ชายคนนั้นเขาไม่อยู่ข้างบ้านเธอแล้ว ตอนนี้ที่ข้างบ้านของเธอที่เคยเป็นบ้านของพี่ชายใจดีได้กลายมาเป็นสวนสาธารณะที่มีรั้วตะแกรงมากั้นแบ่งความเจริญกันได้อย่างชัดเจน เธอรู้เพียงแค่ว่าที่ตรงนี้ยังเป็นที่ของเจ้าของเดิมอยู่ แต่แค่เปลี่ยนจากที่อยู่อาศัยมาเป็นสวนสาธารณะที่มีพื้นที่โล่งโปร่งสบาย มีต้นไม้มีอยู่มากมาย แถมยังมีร้านขายของเล็กๆ น้อยๆ อีกด้วย เธอช่างโชคดีตรงที่ประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญในชุมชนแออัดกับสวนสาธารณะแห่งนี้ มันดันอยู่ตรงบ้านเธออย่างพอดิบ พอดี ทำให้เธอไม่ต้องคอยหลบพ่อเลี้ยงที่จ้องจะเคลมเธอมาตลอด เพราะถ้าจะทำก็หาจังหวะยากหน่อย ตรงประตูทางเชื่อมระหว่างความเจริญแห่งนี้ มีพี่ยามที่ใจดีคอยเฝ้าดูอยู่

พอใจลุกขึ้นเก็บที่นอน แน่นอนว่าถึงตรงนั้นจะเจริญขึ้นแต่ก็ไม่ได้มาถึงบ้านเธอสักเท่าไหร่ เธอยังอยู่ในสภาพเดิม ทุกอย่างของเธอก็เหมือนเดิมต่างกันเพียงแค่ ตอนนั้นเธอหกขวบ แต่ตอนนี้เธอยี่สิบเอ็ดขวบแล้ว แม่เธอก็ยังเมาเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือเหมือนจะเกลียดชังเธอมากขึ้น

พอใจได้รับการศึกษาจากการขวนขวายที่จะไปเข้าเรียนด้วยตัวเอง โดยมีข้อตกลงกับแม่ว่าจะไม่ให้แม่เดือดร้อนเรื่องค่าใช้จ่ายเลยแม้แต่นิดเดียว และเรื่องงานบ้านก็จะไม่ให้ขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่น้อย

แม่เธอไม่ยอม เธอเศร้าไปอยู่หลายวันจนต้องไปขอร้องลุงผู้ใหญ่ที่เป็นหัวหน้าชุมชน เป็นคนที่คนในชุมชนต่างก็นับถือ เดินมาคุยกับแม่ของเธอด้วยตัวเอง นั่นถึงทำให้แม่ของเธอยอม เธอทำงานรับจ้างคนในชุมชนตั้งแต่อายุหกขวบ ไม่ว่าจะเป็นทำความสะอาดบ้าน ซักผ้า รีดผ้า ถอนหญ้า ทำกับข้าว หรือแม้แต่ตอนเรียนก็รับจ้างเพื่อนทำการบ้าน ติวพิเศษให้เพื่อน และทำรายงาน จนเริ่มมีการพูดคุยแบบปากต่อปากคงเพราะสงสารเธอน่ะสิ แต่ก็ดี เพราะเธอเองก็มีลูกค้าเพิ่มมากขึ้น

อีกหนึ่งอาชีพที่เธอทำตั้งแต่เรียนจบ มอ.6 ก็คือ ขายน้ำเต้าหู้ปาท่องโก๋ เธออาศัยเรียนเอาจากศูนย์ฝึกวิชาชีพที่จะมาสอนที่ชุมชนในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ และตอนนี้เธอก็กำลังเรียนการทำโจ๊กเอาไว้ขายตอนเช้าด้วย เท่ากับว่าในหนึ่งวันของพอใจเธอจะตื่นแต่เช้าเพื่อเข็นรถเข็นไปขายน้ำเต้าหู้ ปาท่องโก๋ที่สวนสาธารณะอดีตบ้านของพี่ชายใจดี เสร็จก็จะไปเรียนหนังสือ เลิกเรียนเธอถึงจะกลับมาทำงานรับจ้างเหมือนเดิม

"จะไปขายของแล้วเหรอ"

"จ๊ะแม่" วันนี้แม่เธอแปลก ที่ตื่นมาทันเธอได้และออกมาหาเธอที่หน้าบ้านตอนที่เธอกำลังจะเข็นรถไปขายของ

"แม่มีอะไรรึเปล่าจ๊ะ" มือเรียวของแม่ที่ไม่เคยแม้แต่โอบอุ้มหรือเชื่อเธอเลยสักครั้ง กำลังแบขอเงินของลูกที่เธอไม่เคยไยดี

"เงิน มึงจะไปขายของก็เรื่องของมึง แต่เงินที่ต้องให้กูอย่าให้ขาด"

ตอน 2

ให้เงินแม่แล้วเข็นรถเข็นน้ำเต้าหู้ออกมาที่สวนสาธารณะเหมือนเดิม พร้อมกับความเหนื่อยหนักใจที่ตัวเองต้องแบกรับเอาไว้ตั้งแต่เด็กเธออยากหนีไปให้ไกลจากแม่ แต่เธอก็ยังเป็นห่วงคนที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่ของเธอ แม่ของเธอนอกจากกินเหล้า กับเอาใจพ่อเลี้ยงแล้วก็ไม่ทำอะไรเลย ส่วนเงินน่ะเหรอก็เอาไปจากเธอทั้งหมด เธอต้องแอบยักยอกเอาไว้ส่วนหนึ่งแล้วโกหกทุกวันว่าขายของไม่ค่อยดี

"น้ำเต้าหู้จ้า~"

"น้ำเต้าหู้มั้ยจ๊ะ หนูทำอร่อยนะ"

"ลองชิมดูก่อนก็ได้นะจ๊ะ หนูไม่คิดเงินหรอก"

พอใจมาขายของที่สวนสาธารณะแห่งนี้ทุกวัน เธออยากเจอพี่ชายที่เธอจำชื่อ หรือแม้แต่หน้าก็ยังไม่ได้เลย เธออยากเจอเขาอีกสักครั้ง ก่อนหน้านี้มีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นกับเธอ ทำให้เธอต้องไปพักรักษาตัวอยู่กับกะรัตเพื่อนรักเพียงคนเดียวที่เธอมีเป็นเวลากว่าครึ่งปีเลยทีเดียวกว่าเธอจะดีขึ้นมาได้ขนาดนี้

"หนูพอใจป้าเอาน้ำเต้าหู้ ไม่ใส่น้ำตาล ไม่ใส่เครื่องห้าถุงจ๊ะ"

"ได้จ้ะป้า ดีแล้วจ้ะไม่ต้องใส่น้ำตาลสุขภาพจะได้ดีๆ "

"ลูกชายป้ามันชอบฝีมือหนู มันบอกว่าไม่ต้องใส่น้ำตาลก็หวาน"

"ขอบคุณนะจ๊ะป้า เดี๋ยวเร็วๆ นี้หนูจะทำโจ๊กหมูขายด้วยนะจ๊ะป้า ถ้าป้าชอบกินมาชิมโจ๊กหนูก่อนได้นะ"

"ดีเลย แถวนี้มีโจ๊กขายน้อย จะมีก็ต้องเดินไปไกลโน่น"

ลูกค้าประจำของเธอป้าแจ่มมักจะมาซื้อแบบนี้ตั้งแต่เธอขายแรกๆ แล้ว คนในชุมชนแม้อยากจะช่วยเหลือเธอมากแค่ไหน แต่ก็ทำอะไรไม่ได้เพราะพวกเขาเป็นคนนอก และความรู้ก็ไม่ค่อยมี ไม่รู้หรอกกฎหมาย กฎหมู่อะไร รู้แต่ใครชู้ใคร ใครเมียใคร ลูกสาวของข้างบ้านเป็นยังไงเสียมากกว่า

ยื่นถุงน้ำเต้าหู้ไปให้ป้าแจ่มลูกค้าประจำ รับเงินมาแล้วยกมือไหว้ป้าแจ่มอย่างสวยงาม นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ใครต่างก็อยากช่วยเหลือหรือสนับสนุนเธอ

เวลาล่วงเลยเข้าช่วงสายแล้วพอใจต้องรีบกลับไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อเข้าไปเรียนหนังสือ เธอโชคดีที่ได้ทุนนักเรียนดีเด่นของมหาวิทยาลัยชื่อดัง TK University ที่เพิ่งจะลองเปิดรับนักเรียนทุนเรียนดีเพียงแค่สิบอัตราในปีแรกหลังจากนั้นเธอก็ได้ทุนมาเรื่อยๆ จนตอนนี้เธอเรียนอยู่ปีสามแล้วคณะบริหารธุรกิจ เอกสาขาวิชาการตลาด

"พอใจ ยังไม่เก็บของอีกเหรอ"

"กุ้ง พอใจกำลังจะเก็บของแล้ว" กะรัตเพื่อนรักของเธอมีฐานะที่ดีกว่าเธอในระดับปานกลางไม่ได้รวยล้นฟ้า แต่ที่บ้านก็ไม่มีหนี้สินอะไร

"มาเถอะ กุ้งช่วย ว่าแต่มีน้ำเต้าหู้เหลือให้กุ้งบ้างมั้ยอ่า หิว"

"นี่ พอใจเก็บไว้ให้กุ้งแล้ว ถุงนึง"

สองสาวต่างก็ช่วยกันเข็นรถขายน้ำเต้าหู้ของพอใจเดินกลับไปจอดที่หน้าบ้านโทรมๆ ซอมซ่อ ของเธอ กะรัตมาแบบนี้ทุกวันแรกๆ เพียงตาแม่ของพอใจก็บ่นเพราะเธอไม่ชอบให้ใครมาสนิทกับลูกสาวของตัวเอง

"สวัสดีค่ะคุณน้า"

"มาอีกแล้ว จะมาอะไรทุกวันทุกวี่"

"มารอรับพอใจไปเรียนค่ะ หนูกลัวว่าถ้าไม่มารับ พอใจอาจจะโดนหมาคาบไปกินโดยที่มีคนรู้เห็นเป็นใจก็ได้"

เพียงตาเดินกระทืบเท้าปึงปังเข้าไปในบ้าน บ้านก็มีเพียงแค่นั้น ยังจะกระทืบได้อีก ดูสิบ้านโยกหมดแล้ว ห้องน้ำของที่บ้านนี้ค่อนข้างจะไม่ค่อยมิดชิดสักเท่าไหร่ ไม่ต้องบอกก็รู้ว่ามีใครบางคนจงใจแอบดูพอใจอาบน้ำอย่างแน่นอน ทุกครั้งที่พอใจอาบน้ำเธอต้องเตรียมผ้าขนหนูเข้าไปสี่ผืนเพื่อคลุมปิดผนังทั้งสี่ด้านเอาไว้ไม่ให้คนมองได้

"แม่จ๋า พอใจไปเรียนก่อนนะจ๊ะ"

"เออๆ รีบกลับมาด้วยล่ะหาอะไรมาให้กูแดกด้วยนะ"

"จ๊ะแม่ ไปกันกุ้ง"

"เดี๋ยว! เมื่อเช้ามึงขายของได้กี่บาท เห็นขายหมดทุกวันเลยนิ ทำไมมึงถึงบอกว่าขายได้ไม่ดี"

พอใจกลืนน้ำลายลงคอ ใบหน้าของเธอซีดเผือดลงอย่างเห็นได้ชัด สายตาสบกับกะรัตเพื่อนรักของตัวเอง แน่นอนว่ากะรัตเองก็ชินกับคำพูดพวกนี้แล้วเช่นกัน หลายครั้ง หลายคราที่เธอชวนพอใจให้ออกมาอยู่ที่บ้านของเธอ แต่พอใจไม่ไปเธอบอกว่าเกรงใจกะรัต อีกทั้งยังห่วงเพียงตาแม่ของเธออีกด้วย

"ขายไม่ค่อยดี พอใจเลยทำน้อยลงจ๊ะแม่ มันเลยหมดทุกวันเพราะทำน้อย"

"จริงนะ อย่าให้กูรู้ว่ามึงซ่อนเงินไว้นะ มึงเป็นลูกหัดรู้บุญคุณกูบ้าง กว่าจะเลี้ยงมึงมาจนโตขนาดนี้"

"หึ" เสียงของกะรัตที่แค่นหัวเราะออกมาจากลำคอ สายตาของกะรัตประสานกับเพียงตาอย่างคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา แหม ช่างกล้าพูดว่าเลี้ยงพอใจเพื่อนรักของเธอมา พอใจน่ะปากกัด ตีนถีบ ด้วยตัวคนเดียวมาตลอด ขนาดโดนไอ้พ่อเลี้ยงสารเลวนั่นจะทำอะไร เพียงตายังไม่เชื่อเลย

"มองอะไร อีเด็กเปรต คิดว่าเป็นเพื่อนนังพอใจแล้วกูจะไม่กล้าเหรอวะ"

"เปล่าจ๊ะน้า งั้นกุ้งพาพอใจไปเรียนก่อนนะจ๊ะ"

สองสาวพากันเดินทะลุสวนสาธารณะออกมาเจอกับมอเตอร์ไซค์ระบบออโตเมติกของกะรัตที่จอดอยู่ทั้งสองสาวสวมหมวกกันน็อกเอาไว้เพื่อความปลอดภัย กะรัตเป็นคนขับ ส่วนพอใจเป็นคนซ้อน

"พอใจ ออกมาอยู่กับกุ้งเถอะนะ พ่อกับแม่กุ้งก็อยากให้พอใจอยู่ด้วยนะ"

"ขอบใจนะกุ้ง พอใจเกรงใจน่ะ เอาไว้เดี๋ยวถ้าทนไม่ไหวจริงๆ พอใจจะไปขอความช่วยเหลือนะ"

"จริงนะ"

"จริงสิ สัญญาเลย" กะรัตพยักหน้าให้อย่างจำใจ ก่อนจะพากันขับรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจเข้าไปจอดที่มหาวิทยาลัยชื่อดัง ทั้งสองสาวต่างก็เช็กความเรียบร้อยให้อีกฝ่ายเปรียบดังกับว่าอีกฝ่ายเป็นกระจกของอีกคน

"มึงมาทำไมอีกเนี่ย ไอ้เข็ม"

"เอ้า! กูก็มาดูกิจการกูดิ เปิดร้านมาได้สองปีแล้วกิจการกูเป็นไงบ้าง" พอใจหันไปตามเสียงที่ได้ยิน เธอจำได้ว่าหนึ่งเสียงในนั้นเป็นผู้อำนวยการชื่อไทก้าที่ทั้งหล่อ และหนุ่ม แม้อายุจะค่อนข้างมากแล้วแต่ก็ยังดูหล่ออยู่เลย ส่วนอีกคนเธอเห็นไม่ชัดเพราะเขายืนหันหลังอยู่

บรื้น~ บรื้น~ บรื้น~

เสียงรถมอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์ดังกระหึ่มเข้ามาตั้งแต่ทางเข้า พอใจกับกะรัตเพื่อนของเธอหันไปมองตามต้นทางของเสียงก็เจอเข้ากับชายหนุ่มหุ่นดีขับรถบิ๊กไบค์คันใหญ่เข้ามาจอดในที่วีไอพี

ชายหนุ่มก้าวขาเรียวยาวลงจากรถบิ๊กไบค์คันใหญ่ เขาถอดหมวกกันน็อกออกแล้วสะบัดผมเล็กน้อยให้เข้าทรง ก่อนจะเดินถือหมวกกันน็อกราคาแพงผ่านหน้าทั้งสองสาวไป พอใจมองตามชายหนุ่มคนนี้อยู่พักหนึ่ง แล้วอยู่ๆ ภาพเหตุการณ์อะไรบางอย่างก็ฉายแวบเข้ามาในหัวของเธอ

'พี่ชื่อxxx นะ เราเข้ามาในบ้านพี่ได้ยังไง'

'น หนูวิ่งหนีพ่อมาค่ะ'

'ทำไมละ แล้วทำไมผอมอย่างนี้ หิวมั้ย กินอะไรหน่อยมั้ย'

'ขอบคุณค่ะ พี่xxx'

"พอใจ"

"..."

"พอใจ"

"..."

"พอใจ!"

"อ่ะ! กุ้ง! ตะโกนใส่พอใจทำไม ตกใจหมดแล้ว" พอใจกวาดสายตามองออกไปที่บริเวณนั้น ทั้งผู้อำนวยการไทก้า ทั้งพี่ผู้ชายหุ่นดีที่ขับบิ๊กไบค์ ทั้งเพื่อนของผู้อำนวยการ ต่างก็หันมามองที่เธอเป็นตาเดียว

ตอน 3

"รีบไปกันเถอะกุ้ง"

สองสาวก้มหน้างุดเดินผ่านผู้อำนวยการไปอย่างเรียบร้อยทว่า ดันถูกผู้อำนวยการหนุ่มเรียกตัวเอาไว้

"เธอสองคน ใช่เด็กทุนรึเปล่า"

"ค่ะ ผอ."

กะรัตเป็นคนตอบ ทำให้พอใจจำต้องหันหน้ามาด้วยเพราะการหันหลังคุยกับผู้ใหญ่มันไม่ดี พอใจเผลอเงยหน้าขึ้นมองหน้าผู้อำนวยการหนุ่มที่กำลังยืนทำท่าคิดอะไรบางอย่าง เธอเม้มปากแน่นและรู้สึกเหมือนกำลังถูกใครบางคนจ้องมองเธอตาไม่กะพริบ พอใจหันหน้าไปตามสัญชาตญาณก็เจอเข้ากับเพื่อนของผู้อำนวยการที่ค่อนข้างดูดีทั้งสองคน

โครงหน้าของทั้งสองคนค่อนข้างคล้ายกัน ส่วนสูงของทั้งสองคนก็ไล่ๆ กัน พอใจมองทั้งสองคนสลับกันอย่างสับสนเธอพยายามนึกว่าเคยเจอทั้งสองคนที่ไหนหรือเปล่าแต่ก็นึกไม่ออก

"ไม่เจอกันนานเลยนะ"

หนึ่งในทั้งสองคนเอ่ยทักเธอขึ้น คนนี้สูง ขาว ดูมีเสน่ห์ไม่เบา ผมสีน้ำตาลเข้มของเขาพลิ้วไสวไปตามแรงลม ทำให้เธอเผลอมองไปที่ลำคอหนาของเขาที่ค่อนข้างสวยเลยทีเดียว เขาใส่สร้อยเงินเอาไว้แต่เธอไม่รู้หรอกนะว่าเป็นสร้อยอะไร

"อ้าวน้องที่ขายน้ำเต้าหู้ที่สวนรึเปล่าเนี่ย"

คนนี้เป็นคนที่ขับบิ๊กไบค์ เขาเองก็ค่อนข้างดูดีไม่ต่างจากคนที่เอ่ยทักเธอเท่าไหร่ แต่พอเธอรู้ว่าเขารู้ว่าเธอขายของพอใจก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจ อย่างน้อยๆ เขาน่าจะต้องเคยกินน้ำเต้าหู้ของเธอ และต้องเคยซื้อมาฝากเพื่อนแน่ ถ้าเขาเป็นคนที่ปากมากสักหน่อยเที่ยวบอกใครต่อใครว่าน้ำเต้าหู้ของเธออร่อยเริศแค่ไหนก็คงดีสินะ

"ทำไมถามไม่ตอบละ จำพี่…"

"เราชื่ออะไรนะ" ผู้อำนวยการหนุ่มถามขึ้นมาในตอนที่หนึ่งในสองคนนั้นตั้งใจจะถามอะไรเธอบางอย่าง ต้องใช่แน่ๆ เธอกับเขาทั้งสองคนต้องเคยรู้จักกันมาก่อนแน่ แต่คนแรกดูเขาแบดบอยไม่น่าเชื่อถือเลย ส่วนคนที่ขับบิ๊กไบค์ก็ดูแบดไม่ต่างกัน เพียงแค่เหมือนกับว่าเขาจะอัธยาศัยดีกว่า

"หนูชื่อพอใจค่ะ"

"หนูชื่อกะรัตค่ะ"

"ฉันจำเธอได้ เธอได้ทุนเรียนดีทุกปีเลยนี่ ปีหน้าก็ปีสุดท้ายแล้วนะเต็มที่เข้าล่ะ"

"ค่ะ ผอ."

"เธอชื่อกะรัตใช่มั้ย เพราะคะแนนเธอทั้งสองคนไม่ห่างกันมากฉันจำได้"

สองเด็กสาวยิ้มออกมาอย่างดีใจเพราะไม่บ่อยนักที่คนเป็นผู้อำนวยการจะจำนักศึกษาได้ แสดงว่าเธอสองคนก็ค่อนข้างเป็นที่สนใจของมหาวิทยาลัยนี้อยู่เหมือนกัน

"แล้วนี่จะไปไหนกัน"

"หนูกับเพื่อนเพิ่งมาถึงค่ะ ผอ."

"อ่อ โอเค งั้นไปเรียนเถอะ ถ้าว่างๆ ก็ไปกินข้าวที่ร้านอาหารเพื่อนฉันสิ ตรงนั้นไง"

นิ้วเรียวยาวชี้ไปที่ร้านอาหารหรูใกล้ๆ กับโซนโรงอาหารของที่นี่ ซึ่งพอมองออกไปก็เจอเข้ากับมวลนักศึกษาที่ยืนออกันอยู่ที่หน้าร้านคงไม่ต้องบอกก็รู้ใช่มั้ยว่าร้านนี้เขาขายดีขนาดไหน

"ค่ะ พอใจกับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ"

เพราะรู้สึกอึดอัดที่ถูกใครบางคนคอยจ้องมองอยู่ตลอดเวลาเหมือนกับว่าเธอทำความผิดอะไรร้ายแรงเอาไว้มากกว่า เธอไม่เข้าใจเขาคนนั้นจะมองเธอทำไมนักหนา เธอเคยไปวางเรือใบรถเขาหรือก็เปล่า เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอผิดอะไร

"เดี๋ยวสิพอใจ"

"คะ? ผอ.มีอะไรจะเรียกใช้พอใจหรือเปล่าคะ"

"ไอ้เข็ม ร้านมึงขาดคนมั้ย กูฝากพอใจไปทำพาร์ทไทม์หน่อยสิ" เพราะรู้ดีว่านักศึกษาที่ได้รับทุนเรียนดีนั้นฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนัก แต่ทว่าทางมหาวิทยาลัยเพิ่งจะเริ่มมีโครงการช่วยนักศึกษาที่ต้องการทำงานพาร์ทไทม์เพียงแค่ไม่มีกี่เดือนก่อนหน้า เพราะเพิ่งจะเล็งเห็นว่านอกจากสถาบันการศึกษาที่ให้ความรู้แล้ว ก็ควรที่จะให้อาชีพและคอยซัพพอร์ตนักศึกษาด้วย

"ไม่รับ!"

"เอ้า! อะไรของมึงวะ ก่อนหน้านี้ยังเห็นบ่นๆ อยู่เลยว่าพนักงานไม่พอ"

เข็มทิศไม่ตอบ แต่กลับยืนจ้องหน้าพอใจตาเขม็ง จ้องเสียจนไทก้ากับลมหนาวที่ยืนอยู่ด้วยต้องเข้ามาช่วยแก้สถานการณ์

"งั้นน้องพอใจไปทำงานที่สนามแข่งรถของพี่มั้ย" พอใจไม่ค่อยเข้าใจกับพฤติกรรมของเพื่อนผู้อำนวยการเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเธอจะคิดว่าเคยเจอกับเขาทั้งสองคนมาก่อน แต่คนหนึ่งกลับมีพฤติกรรมที่ไม่ค่อยพอใจเธอสักเท่าไหร่

หรือว่า…

เธอเคยทำร้ายเขาโดยที่ตัวเองไม่รู้ตัวมาก่อน

"พี่ชื่อลมหนาวนะ"

"ค่ะ หนูชื่อพอใจค่ะ"

ปึ้ง!

"เฮือก!" เพื่อนผู้อำนวยการอีกคนเดินไปเตะถังขยะที่ตั้งอยู่ไม่ไกลทำให้พอใจกับกะรัตที่ไม่รู้สถานการณ์สะดุ้ง เธอทั้งสองคนค่อนข้างงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หรือว่าเขาไม่ชอบหน้าเธอทั้งสองคนงั้นเหรอ

"มันชื่อเข็มทิศ อย่าไปสนใจมันเลย"

ลมหนาวยืนยิ้มแฉ่งให้อย่างใจดี นั่นทำให้พอใจเผลอนึกถึงบางเหตุการณ์ในฝันที่เธอจำได้อย่างเลือนราง เธอจำได้ว่า เธอฝันถึงพี่ผู้ชายใจดีคนหนึ่งอยู่บ่อยๆ ในฝันนั้น เธอไม่เห็นหน้าเขา เธอจำชื่อเขาไม่ได้ เธอจำได้แค่เค้าโครงรูปร่าง และเค้าโครงหน้าเท่านั้น ขนาดในฝันเธอกับพี่ผู้ชายใจดีได้พูดคุยกัน แต่ทุกครั้งที่ตื่นขึ้นมาแม้แต่น้ำเสียงของเขาเธอก็จำไม่ได้ ทุกครั้งที่เธอนึกถึง เธอจะมีอาการปวดหัวอยู่บ่อยๆ

"งั้นพอใจ กับเพื่อนขอตัวก่อนนะคะ เดี๋ยวเข้าเรียนไม่ทัน"

ผู้อำนวยการหนุ่มพยักหน้าอนุญาตก่อนที่ทั้งสองสาวจะเดินห่างออกไปโดยมีเข็มทิศที่ยังยืนจ้องมองพอใจอย่างไม่เข้าใจ

"คุณเข็มทิศน่ากลัวเนอะ เขาต้องเป็นพวกที่ควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้แน่เลย" เมื่อเดินออกมาไกลแล้ว กะรัตก็หันกลับไปมองที่กลุ่มของผู้อำนวยการโดยที่เมื่อหันไปก็ต้องรีบหันกลับมาทันทีเพราะเข็มทิศยังยืนจังก้าจ้องมาทางเธอทั้งสองคนอยู่

"เขายังจ้องพอใจไม่หยุดเลย พอใจเคยสาดน้ำเต้าหู้ใส่เขารึเปล่าเนี่ย"

"พอใจก็ไม่รู้เหมือนกันอ่ะกุ้ง แต่คุณเขาจ้องพอใจตลอดเลย เขาน่ากลัวเนอะ" สองสาวหันมาคุยกันซุบซิบ แล้วเดินเข้าห้องเรียนของตัวเองไป

"ไอ้เข็ม น้องเขา…"

"ไม่ต้องย้ำ!" น้ำเสียงของเข็มทิศแสดงความไม่พอใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

"ไหนมึงบอกน้องเป็นเด็กดี ไม่ลืมบุญคุณไง นี่มึงไปเมืองนอกไม่กี่ปีน้องลืมมึงแล้ว"

ลมหนาวพูดขึ้น แล้วหันไปหัวเราะกับไทก้าที่ยืนส่ายหน้าให้กับเข็มทิศที่ยังจ้องไปบนอาคารเรียน เพราะโครงการทุนการศึกษาที่เขามีขึ้นมาเนี่ย เป็นความคิดของเข็มทิศ แต่การที่พอใจเข้ามาเรียนที่นี่ได้เพราะเธอสอบผ่านเกณฑ์ของมหาวิทยาลัยจริงๆ ไม่ได้มีใครช่วยเหลือ

"กูบอกมึงแล้วว่าไม่ให้ทำสวน เสือกห้าวอยากทำ"

"ก็พ่อแม่กูไม่อยู่แล้ว กูจะเก็บไว้ทำไมละ เอาที่ไว้ให้คนทำประโยชน์ดีกว่า"

"เป็นคนดี หรือทำเพื่อใครกันแน่วะ รำคาญฉิบหาย"

"ไอ้สัสลม"

"อะไร อย่ามาขึ้นเสียงกับกูนะไอ้คนที่ถูกลืม"

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน

พ่อสื่อ

ตอนที่ 1
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED