ตอน 2

“เรียบร้อยกันแล้วใช่ไหมแม่ละเมียด”

“เรียบร้อยเฮีย คุณหนูออกโรงเอง มีหรือจะไม่เรียบร้อย”

“สมน้ำหน้านักไอ้หัวขโมย ขโมยของใครไม่ขโมย ดันมาขโมยของคุณหนูลูกจันทร์”

“ของคุณหนูซะที่ไหนล่ะเฮีย ของยายเมี้ยนขายกล้วยทอดต่างหากเล่า คุณหนูน่ะนั่งรอกล้วยทอดอยู่พอดี ไอ้หัวขโมยนี่มันลอยคอมาในคลอง พอยายเมี้ยนเผลอประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละ มันฉกห่อเงินใต้กระดานไปเลย”

“ฮะ! มันกล้าขนาดนั้นเชียวเรอะ”

“มีเหลือเรอะจะไม่กล้า ไอ้เวกขี้เหล้ามันขี้คล้านจะตายไป มือตีนดีไม่ทำมาหากินเอาแต่กินเหล้า ไม่มีเงินก็ต้องขโมยน่ะสิ”

“อย่างนี้ต้องส่งเข้าตะรางซะให้เข็ด จะได้ไม่ทำให้ใครเดือดร้อนอีก”

“ตะรางอะไรล่ะเฮีย คุณหนูให้อาเก้าเอากลับไปโรงสีแล้วน่ะสิ”

“อ้าว! แบบนี้เถ้าแก่ลิ้มจะไม่ดุเอาเรอะ”

“เถ้าแก่น่ะเหรอจะกล้าดุคุณหนู จะบอกว่าดีน่ะสิได้คนงานเพิ่ม คนดุน่ะคงเป็นแม่สายพินซะมากกว่า คุณหนูก็ชอบเลี้ยงจริง! ไอ้คนแบบเนี้ย ประเดี๋ยวเถอะมันจะทำเรื่องเดือดร้อนให้”

“แม่ละเมียดก็พูดไป อั๊วเห็นมันก็ไปได้ดีทุกคน ดูไอ้พวกลูกกระจ๊อกที่วิ่งตามอาเก้าสิ ก็เกกมะเหรกเกเรมาทั้งนั้น เถ้าแก่ท่านก็ให้โอกาส คุณหนูก็เลยได้เลือดอาคุณเตี่ยมาเต็มๆ ไงเล่า”

“ก็คงอย่างนั้นล่ะเฮีย ไม่งั้นเถ้าแก่คงไม่กล้าปล่อยคุณหนูมาค้าข้าวที่นี่แน่ ลูกผู้หญิงแท้ๆ ทำงานได้ไม่แพ้ผู้ชาย” อาแป๊ะพูดพลางหันมองลูกค้าที่เลือกหยิบจักจั่นไม้แต่งลวดลายกระดาษสีสดใส

“คุณจะดูสีอื่นเพิ่มไหม อั๊วมีอีกเยอะนะในร้าน”

“ครับ ดูครับแป๊ะ...”

ทองตื่นจากภวังค์อมยิ้มน้อยๆ เพราะถือโอกาสฟังคำสนทนาโดยทำทีเป็นเลือกซื้อของอย่างอื่นเพิ่มและคิดภาพตามจนไม่ทันฟังว่าอาแป๊ะหันมาพูดกับเขา

“อาแป๊ะเอามาหลายๆ อย่างเลยนะครับ”

เขาบอกพร้อมค้อมศีรษะให้แม่ละเอียดที่ส่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่มาให้ คงเป็นการดีหากการเลือกซื้อของเพิ่มเติมจะทำให้เขารู้เรื่องราวเกี่ยวกับหล่อนมากขึ้น

ทองก้าวออกจากร้านของชำในมือมีถุงกระดาษหลายถุง คิดไม่ผิดที่ทดลองนั่งเรือกลับกรุงเทพฯ เพราะหากไม่มาขึ้นท่าที่ตลาดคลองสวน เขาก็คงไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรที่แปลกตา

‘แปลกตา’ เพราะใบหน้าจิ้มลิ้มนั้นปรับเปลี่ยนตามอารมณ์ และ ‘แปลกใจ’ ที่เขาสนใจใคร่รู้เรื่องของหล่อน ทั้งที่หล่อนไม่ได้งามบาดใจ หล่อนแค่... หน้าตาเกลี้ยงเกลา ผิวขาวจัด และเครื่องหน้าชัดจนเขามองจากอีกฝั่งก็รู้ว่าจิ้มลิ้ม คิ้วน้อยๆ ดวงตากลมโต จมูกกระจิริด ปากเล็กแต่อิ่มให้สีเฉกเช่นเกสรชมพู่สด

หล่อนไม่ได้มีกิริยาที่ชวนมอง เพราะหล่อนชวนตกตะลึงมากกว่า แต่นั่นกลับทำให้เขาหยุดไม่ได้ที่จะยิ้มกับเรื่องของหล่อน

“ผู้หญิงอะไรร้องเฮ้ย”

ร่างสูงใหญ่เดินตรงไปยังท่าเรือ รอยยิ้มยังคงปริ่มบนใบหน้า ทุกความคิดมีแต่เจ้าของใบหน้าจิ้มลิ้ม หล่อนคงเป็นลูกสาวที่พ่อรักและตามใจมากๆ หล่อนจึงได้มีท่าทีเป็นตั่วเจ้ขนาดนั้น ยิ่งคิดถึงก็ยิ่งทำให้รอยยิ้มกว้างขึ้นอีก เพราะเมื่อครู่จากการสอบถามอาแป๊ะและแม่ละเมียดลูกค้า เขาก็ได้รู้ว่าหล่อนเป็นลูกสาวเถ้าแก่ลิ้ม เจ้าของโรงสีใหญ่ที่แปดริ้ว

“เราต้องได้เจอกันอีกแน่... คุณหนูลูกจันทร์”

ห้างทองตั้งจินเถา ย่านเยาวราช

แม่ค้าทองวัยกลางคนหน้าตาสะสวยผิวพรรณดีนั่งอยู่ด้านหลังตู้กระจกจัดแสดงสร้อยคอ กำไล สร้อยข้อมือ ต่างหู แหวน และทองรูปพรรณแบบต่างๆ ใบหน้าอิ่มเอิบสมวัยแย้มยิ้มแจ่มใสและชี้ชวนให้ลูกค้าเลือกดูสร้อยถนิมพิมพาภรณ์ที่ลูกค้าอาจถูกใจ เพื่อหล่อนจะได้หยิบจับให้ลูกค้าทดลองสวมใส่ได้ถูกชิ้น

“นี่ลายคชกริชเป็นทองจากบางสะพานเหมาะกับคุณพี่มากเลยนะคะ” หล่อนชี้ชวนให้ลูกค้าวัยเดียวกันดูลายสร้อยข้อมือ และเมื่อมองตามสายตาลูกค้าหล่อนก็ชี้ชวนเพิ่มเติม

“หรือคุณพี่อยากได้กำไลคะ กำไลทองวงนี้ทองที่ทำก็มาจากบางสะพานเหมือนกันค่ะ”

แม่ค้าพูดพลางเปิดประตูไม้ขนาดกว้างราวคืบและยาวตลอดแนวตู้กระจกแต่ละตู้ ซึ่งอยู่ระดับช่วงเอวของหล่อน บานพับประตูเป็นแบบเปิดลงให้หล่อนหยิบสร้อยข้อมือและกำไลออกได้อย่างง่ายดาย จากนั้นก็นำมาทาบกับข้อแขนของลูกค้า

“งามจริงๆ เลยค่ะคุณหญิง”

ลูกค้าเสียงหวานตาเป็นประกายยามทดลองสวมกำไลและยืดข้อมือให้ไกลจากตัว เพื่อที่จะมองให้ออกว่าหากใส่จริงจะสวยหรือไม่

“สวยเชียวค่ะคุณพี่ ทองเนื้อดีสุกปลั่งเข้ากับผิวของคุณพี่เลยนะคะ ลายนี้ทั้งงามและทน แต่น้องว่าอาจจะเล็กไปหน่อยค่ะ ข้อมือขนาดคุณพี่น่าจะต้องใส่ถึงสองบาท ประเดี๋ยวน้องหยิบกำไลวงใหม่ให้นะคะ คุณพี่จะได้ทดลองสวม”

“แหม... คุณหญิงคะ แค่บาทเดียวก็พอแล้วมังคะ ไม่ต้องถึงสองบาทดอก แค่จะใส่ติดข้อมือยามอยู่บ้านเท่านั้นแหละค่ะ ไม่ได้ใส่ไปไหน”

“โถคุณพี่ขา ไหนๆ ก็ซื้อใหม่แล้ว น้องว่าเลือกลายงามๆ ไว้ดีกว่าค่ะ ประเดี๋ยวงานฤดูหนาวก็จะมาถึงแล้ว บรรดาภรรยาขุนน้ำขุนนางก็คงขุดเอาเครื่องเพชรทองไปประชันความงามกันน่าดู ถึงครานั้นหากคุณพี่สวมกำไลตามที่น้องแนะนำ น้องรับประกันเลยค่ะ ว่าจะต้องมีแต่คนมาขอชมแน่นอน”

“คุณหญิงล่ะก็ เรื่องการขายของเก่งนี่ต้องยกไว้ให้เลยนะคะ ไหนดูสิคะ กำไลสองบาทน่ะหน้าตาเป็นอย่างไร”

“ก็น้องอยากให้คุณพี่งามนี่คะ”

“ค่ะ พี่เชื่อตาคุณหญิง ขอดูหลายๆ แบบเลยนะคะ จะได้ซื้อฝากยัยหนูด้วย”

แม่ค้าคนงามอมยิ้มเลือกหยิบกำไลวงน้ำหนัก 2 บาท หลายแบบหลายวงขึ้นมาวางไว้บนฝากระจกให้ลูกค้าได้เลือกสวมใส่ตามต้องการ เพียงไม่นานลูกค้าก็ตกลงปลงใจซื้อกำไลทองหนัก 2 บาท 2 วง

ตอน 3

เมื่อลูกค้าก้าวออกจากร้าน แขกคนสำคัญที่รอจังหวะให้แม่ค้าว่างก็ก้าวเข้ามาในร้าน ‘คุณหญิงชบา’ ยิ้มกว้างเมื่อเห็นหญิงร่างอวบรุ่นราวคราวเดียวกันแต่งกายตามราชนิยมคือตัวเสื้อเป็นลูกไม้ระบายตามแบบแหม่ม ส่วนท่อนล่างยังคงเป็นโจงกระเบนให้ทะมัดทะแมง สวมถุงน่องขาวและรองเท้าส้นสูง

คุณหญิงจึงหันไปบอกคนงานหญิงที่นั่งอยู่ในฉากด้านหลังคอยซ่อมแซมทองชำรุดให้ออกมาดูร้านแทน ก่อนร่างอวบอิ่มมีน้ำมีนวลจะเดินออกจากคอกกั้นส่วนขายทองเพื่อต้อนรับ

“ฉันไหว้ค่ะคุณพี่ส้มจีน”

“อุ้ย! คุณหญิง อย่าไหว้ฉันค่ะ มันไม่ดี” แม่ส้มจีนโบกมือห้ามไม่ให้คุณหญิงชบาไหว้

“ทำไมเล่าคะคุณพี่ คุณพี่แก่กว่าฉัน ฉันก็ต้องไหว้สิคะ”

“ไม่ได้ดอกค่ะคุณหญิง คุณหญิงกับฉันต่างกันนะคะ คุณหญิงเป็นภรรยาท่านเจ้าคุณ ประเดี๋ยวพอคุณหญิงได้รับพระราชทานเครื่องราชฯ ฉันก็ต้องเรียกคุณหญิงว่าท่านผู้หญิงแล้วล่ะค่ะ อย่างนั้นคุณหญิงจะไหว้ฉันได้อย่างไรกันคะ”

“โธ่... คุณพี่ ยังไงเสียฉันก็เป็นน้องนะคะ บรรดาศักดิ์ใดๆ นั้นก็ล้วนเป็นของท่านเจ้าคุณท่านทั้งนั้นแหละค่ะ ฉันก็เป็นแม่ค้าอย่างเดิมนั่นแหละ จะเรียกเยี่ยงไรก็เป็นแม่ค้าค่ะ”

“แต่ค้าทองเชียวนะคะ”

“ค้าทองก็แม่ค้านั่นแหละค่ะคุณพี่ ยังไงลูกค้าก็สำคัญที่สุด อย่างนี้แล้วคุณพี่อย่าไหว้ฉันอีกนะคะ ขี้กลากจะได้กินฉันพอดี ฉันเคยไหว้คุณพี่อย่างไรก็จะไหว้แบบนั้นต่อไปแหละค่ะ”

“เฮ้อ! เอาเถอะค่ะ เถียงคุณหญิงไม่ชนะสักครา”

แม่ส้มจีนพูดพลางส่งสายตาค้อน แต่รอยยิ้มละไมบนใบหน้านั้นเดาว่าถูกอกถูกใจอัธยาศัยไม่ถือยศถือศักดิ์ของคุณหญิงชบาเป็นที่สุด

“ก็คงต้องอย่างนั้นล่ะค่ะคุณพี่ เราไปคุยกันด้านในเถอะค่ะ ทางนี้ให้เด็กๆ เขาดูกัน”

คุณหญิงชบาหันไปเชื้อเชิญลูกค้าที่เพิ่งก้าวเข้ามาพลางเอ่ยแนะนำให้บอกความต้องการกับคนงานขายโดยไม่ต้องเกรงใจก่อนจะพา ‘คุณแม่สื่อ’ เข้าไปด้านในของร้าน เพื่อพูดคุยในสิ่งที่จะไหว้วาน ด้วยแม่ส้มจีนเป็นแม่สื่อแม่ชักที่เลื่องชื่อสุดในสยาม

ฝ่ามืออูมมีน้ำมีนวลด้วยอยู่ดีกินดีโอบรอบเอวอวบของแม่ส้มจีนอย่างสนิทสนม เพราะเมื่อรุ่นสาวคุณหญิงชบาเคยอยู่รับใช้เจ้านายในวังเช่นเดียวกับแม่ส้มจีน และแม่ส้มจีนนี่แหละที่ตั้งตัวเป็นแม่สื่อแม่ชักนัดแนะให้เพื่อนสาวชาววังออกมาพบปะกับบรรดาชายหนุ่มที่หมายปองอยู่ที่ด้านหน้าประตูศรีสุดาวงศ์ซึ่งเป็นประตูด้านหลังของกำแพงพระราชวังฝ่ายใน ตรงกับประตูช่องกุดซึ่งเป็นประตูกำแพงวังชั้นนอก

ในช่วงเช้าคนนอกวังจะนำสินค้ามาวางขายให้หญิงชาววังออกไปจับจ่ายซื้อหา ช่างเป็นเวลาประจวบเหมาะที่หนุ่มสาวจะได้ดูตัว และเมื่อใครอยากจะนัดแนะก็ให้แม่ส้มจีนนี่แหละเป็นธุระให้ แม่ส้มจีนจึงได้สินน้ำใจเล็กๆ น้อยๆ ตอบแทน เรียกได้ว่าในยามนั้นแม่ส้มจีนอู้ฟู้น่าดู

แม่ส้มจีนชักพาให้หลายคู่ได้ตบแต่ง รวมทั้งคู่ของคุณหญิงชบาด้วย แม้ครั้งนั้นคุณหญิงในวัยสาวรุ่นจะไม่ได้สานต่อความสัมพันธ์กับท่านเจ้าคุณ ที่ยามนั้นเพิ่งได้บรรดาศักดิ์เป็นคุณพระใหม่ๆ แต่ก็ถือว่าการพบกันครั้งแรกก็ได้แม่ส้มจีนเป็นสื่อชักพา

แม่ส้มจีนสนุกกับการจับคู่และยินดีชื่นชมกับสินจ้างจึงไม่คิดจะออกเรือนไปกับชายใด ประจวบกับอัธยาศัยดี รู้จักผู้คนกว้างขวาง เมื่อออกจากวัง แม่ส้มจีนจึงยึดแม่สื่อแม่ชักเป็นอาชีพ จนถึงวันนี้เมื่อเพื่อนฝูงมีลูกมีหลาน จึงไม่เว้นจะไหว้วานให้แม่ส้มจีนช่วยดูกุลบุตรและกุลธิดาในตระกูลที่เหมาะสมให้ นั่นก็ยิ่งทำให้แม่ส้มจีนอู้ฟู้กว่าเดิม และก็ถึงคราวที่คุณหญิงชบาจะไหว้วาน

คุณหญิงชบาพาแม่ส้มจีนเดินลัดเลาะจากหน้าร้านเข้ามาด้านหลังซึ่งเดิมเป็นบ้านเก่าของคุณหญิงชบาเอง แต่เมื่อออกเรือน ท่านเจ้าคุณกรุณาปลูกเรือนใหม่ให้พ่อแม่และเหล่าคนงานทำทอง คุณหญิงจึงปรับเปลี่ยนหน้าบ้านทำเป็นร้านขายทอง ส่วนห้องทำทองซ่อมทองก็เลื่อนเข้ามาอีกชั้น เพื่อให้สะดวกในยามที่ลูกค้าต้องการเลือกหาสร้อย แหวน หรือกำไลที่ถูกใจ ในตัวบ้านยังตกแต่งตามแบบชาวจีนคงไว้สำหรับพักอาศัยได้ดังเดิม

จากห้องทำทองก็เข้าสู่ส่วนรับรองผู้มาเยือน จากนั้นก็เข้าสู่บริเวณสวนกลางบ้านที่ด้านบนนั้นเปิดโล่งให้รับลมรับแดดจากภายนอกได้ทั่ว แต่เดิมนั้นบริเวณนี้คือที่ตากผ้า ตากอาหารแห้งให้เก็บไว้กินได้นานปี แต่ตอนนี้มีเพียงต้นไม้ให้ร่มเงาอยู่มุมหนึ่ง และเมื่อมองถัดเข้าไปด้านในก็จะเป็นเขตส่วนตัวของเจ้าของบ้าน ซึ่งได้แก่ ห้องพักผ่อน ห้องนอน ห้องครัว และห้องน้ำ

“บ้านยังคงเหมือนเดิมทุกอย่างเลยนะคะคุณหญิง”

แม่ส้มจีนมองไปทั่วบริเวณ แม้จะเคยมาเยือนเพียงครั้งเดียวเมื่อเป็นสาวรุ่น แต่ก็จำได้ไม่ลืม เพราะลูกสาวพ่อจีนแม่ไทยมีไม่มากนักที่จะเข้าไปถวายตัวรับใช้เจ้านาย ความสัมพันธ์ระหว่างหล่อนและคุณหญิงชบาในยามนั้นจึงแน่นแฟ้น

“ใช่ค่ะคุณพี่ ฉันไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไรเลยค่ะ ครั้งที่คุณเตี่ยกับคุณแม่สิ้นไป ฉันก็คิดว่าคงแล้วแต่พ่อทองเขาจะปรับจะเปลี่ยนอะไรให้ตามสมัย เพราะตัวฉันเองก็ไม่ได้มาค้างที่นี่ มีแค่คนงานนอนเฝ้าร้านและก็พ่อทองที่เทียวมานอนพักน่ะค่ะ แต่พ่อทองน่ะสิคะ เขาบอกว่าเก็บไว้แบบนี้ก็ดีแล้ว ตัวฉันเองจะได้รู้สึกเหมือนกลับบ้านทุกวัน และก็เป็นจริงอย่างที่ลูกพูดไว้ไม่มีผิดค่ะ ฉันเหมือนได้กลับบ้านทุกวันจริงๆ ที่นี่มีความทรงจำมากมาย”

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED