ตอน 2

รถประจำทางสายภาคเหนือมุ่งเทียบชานชาลาของสถานีเดินรถ บขส. เจ้าขาเด็กสาววัย 18 ปีเดินทางเข้าสู่จังหวัดเชียงรายเพื่อเข้าเข้าสอบมหาวิทยาลัยหลังจากสมัครเข้าในคณะสถาปัตย์การออกแบบภายใน การเดินทางมากกว่า 11 ชั่วโมงโดยประมาณจากกรุงเทพมหานครทำเอาเหนื่อยล้ากันเป็นแถว เพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันนับสิบที่ตั้งใจเข้าสอบในมหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งนี้แต่แตกต่างกันคนละสาขา โดยมีเพื่อนสนิทหนึ่งคนคือ เพียงอ้อย บ้านเกิดเธอเป็นคนพื้นที่ในจังหวัดเชียงรายก่อนจะย้ายตัวเองไปอยู่กับคุณย่าในกรุงเทพและเรียนต่อตั้งแต่มัธยมต้นเพราะผู้เป็นแม่ทำงานเพียงคนเดียวจึงไม่มีเวลาดูแลเธอเท่าที่ควร ทั้งนี้อาสาเป็นเจ้าภาพในการหาที่พักให้กับเพื่อนนับสิบชีวิตในครั้งนี้

ครืด

"ฮัลโหลแม่ อ้อยกับเพื่อนๆ มาถึงแล้ว"

[ถึงแล้วเหรอลูก แม่จะให้ลุงสะอาดไปรับนะ]

"แม่ ตกลงทางไร่ไม่ว่าอะไรจริงๆ ใช่ไหม หนูเกรงใจ"

เธอถามแม่ย้ำเพื่อความแน่ใจ การพาเพื่อนหลายคนไปขออาศัยพักผ่อนบ้านคนอื่นแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ ก็ตามเถอะ มันไม่ใช่บ้านของแม่เธอโดยตรง เป็นบ้านพักของคนงานในไร่ที่ใช้หลับนอนในการยามเก็บผลผลิตในช่วงเร่งด่วนก็เท่านั้น แต่การจะหาที่พักในงบประมาณเฉลี่ยกันออกกันคนละพันไม่รวมค่ารถค่าอาหารก็ถือว่าเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลอย่างมากสำหรับเด็กมัธยมปลายอย่างพวกเธอ

[ไม่ว่า คุณๆ ในไร่เขาอนุญาต เพื่อนของอ้อยมาอาศัยขอหลับนอนและตื่นไปสอบเท่านั้น ไม่ได้ไปรบกวนอะไรมาก]

"เกรงใจไงแม่มาตั้งหลายคน"

[เพื่อความสบายใจ ว่างจากการสอบก็พาเพื่อนๆ ช่วยงานคุณเขาก็พอ]

คนเป็นแม่ตอบกลับไปแบบนั้นเพื่อให้ลูกสาวได้สบายใจกับการมาครั้งนี้ เด็กๆ จะได้ตั้งใจอ่านหนังสือสอบในการเตรียมตัวลงสนามจริงในอีก 2 วันข้างหน้า

รถตู้สีดำจอดเทียบทางเข้าสถานีเดินรถ บขส หมายเลขทะเบียน ยก 72XX เชียงราย

"มาแล้วๆ แม่ส่งรถมารับแล้ว"

เพียงอ้อยตะโกนบอกเพื่อนที่กำลังยืนรุมกินลูกชิ้นให้ยกกระเป๋าขึ้นรถ ก่อนจะลากสายตามองหาเพื่อนสนิท เจ้าขา เธอหายไปไหน

"เจ้าขาไปไหน" ถามหาเพื่อนทั้งที่ก่อนหน้านี้ไม่ถึงห้านาทีเจ้าขายังนั่งเล่นเกมในมือถืออยู่เลย

"เดินไปทางโน้น" เพื่อนชายหนึ่งคนชี้ไปมือทางฝั่งขวาและเป็นป้ายห้องน้ำหญิง เพียงอ้อยสาวเท้าเดินเข้าห้องน้ำทันทีเธอไม่อยากให้ลุงคนขับรถมารอนาน และรู้ดีว่ายัยเจ้าขาชอบนั่งเล่นเกมเวลาเข้าห้องน้ำ ดังนั้นต้องเข้ามาตามและเรียกออกมา

"เจ้าขา!!"

"......"

"เจ้าขา!!!!"

ตะโกนเรียกชื่อเพื่อนดังลั่นทั่วบริเวณอย่างไม่สนใจคนที่ยืนรอต่อแถวเข้าห้องน้ำหันกลับมามอง

"เสร็จแล้ว" ประตูห้องที่สามเปิดออก เจ้าขาออกมาจากห้องน้ำและเปิดก๊อกล้างมือ

"รีบหน่อย"

"เออ รีบอยู่"

จากนั้นทั้งสองก็วิ่งกันตาเหลือกขึ้นรถตู้ที่ถูกส่งมาจากไร่ของแม่ที่ทำงานอยู่

"สวัสดีค่ะ"

"สวัสดีครับ"

เด็กๆ ยกมือไหว้คนแก่กว่า ลุงสะอาดคนขับรับประจำไร่ภูมิดินอาสามารับเด็กๆ ในครั้งนี้

"ไม่เจอนานเลยยัยอ้อย โตเป็นสาวแล้ว"

แต่ครั้งก่อนเพียงอ้อยเคยไปวิ่งเล่นที่ไร่ภูมิดินเป็นประจำ ลุงสะอาดเห็นมาตั้งแต่เด็กก่อนจะชะงักสายตาหยุดนิ่งมองเจ้าขา จนเจ้าตัวทำตัวไม่ถูกกลับการถูกลุงสะอาดมองไม่กระพริบตา

"หน้าหนูแปลกไปเหรอคะ" เจ้าขาเอ่ยถามกับสายตาที่โดนจ้องจนรู้สึกวูบวาบในกาย

"เหมือน"

"......"

"เหมือนมาก" ลุงสะอาดพึมพำในลำคอ สะดุดตากับใบหน้าของเจ้าขาช่างเหมือนกับผู้หญิงคนหนึ่งราวกับฝาแฝดซ้ำยังคิดว่าอาจเป็นคนๆเดียวกัน แต่จะเป็นไปได้ยังไงเมื่อคนๆนั้นมีช่วงอายุที่ห่างกับเจ้าขาหลายปีมากและยังได้ลาจากโลกนี้ไปนับสิบปี

"เหมือนอะไรลุง" เพียงอ้อยถามขึ้นเธออยากรู้เช่นกัน

"เปล่า ไม่มีอะไร กลับกันเลยไหม"

"กลับเลยจ้ะ อ้อยกับเพื่อนๆ เดินทางกันมาเหนื่อยมากได้นอนเตียงนุ่มๆ คงจะดี"

"ไม่มีเตียงนุ่มให้แกหรอกนางอ้อย เสื่อผืนหมอนใบมีแค่นั้น"

"อ้าว" ไม่ได้คาดหวังว่าต้องได้นอนที่ดีๆ แต่ก็ไม่คิดว่าาจะมีให้แค่นี้ แต่ไม่เป็นไรดีกว่าไม่มีที่ซุกหัวนอน

รถตู้ขับเคลื่อนออกจากสถานีเดินรถไปตามถนนเส้นเดิมแต่มันไม่คุ้นตากับเด็กๆเป็นอย่างมาก ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด โดยเฉพาะเจ้าขาที่ดูตื่นเต้นเป็นพิเศษ เธอไม่เคยมาจังหวัดนี้และยังใฝ่ฝันอยากจะเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังตามฝันที่เคยวาดไว้ การมาครั้งนี้เธอจะต้องประสบความสำเร็จในการสอบเข้า

30 นาทีผ่านไป รถตู้เริ่มขับเข้าถนนคล้ายจะเป็นถนนตัดเข้าภูเขาลูกเล็กไม่ชันมาก สองข้างทางรายล้อมไปด้วยป่ารกทึบ มีไร่สวนเกษตรบ้างประปรายในพื้นที่ขนาดหย่อม หลังจากนั้นก็เข้าสู่อาณาเขตของไร่ภูมิดินที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่และกว้างขวางสุดลูกหูลูกตา

"โห้ ไร่จริงๆ เหรอเนี่ย" เพื่อนชายตะลึงกับอาณาจักรของไร่ที่ดูอลังการอย่างมาก สวนผลไม้ขนาดใหญ่ แปลงผักเกษตรที่ปลูกเรียงกันเป็นแถวและยังฟาร์มวัวนมนับร้อยตัว

"เด็กๆ ถึงแล้ว" รถตู้จอดท้ายไร่ที่มีระยะทางมากกว่า 5 กิโลเมตรกว่าจะถึงประตูของไร่ คนในรถทยอยลงสัมผัสกับอากาศบริสุทธิ์ สายตาทอดมองความเขียวขจีช่างเป็นโอโซนที่บริสุทธิ์กับปอดและร่างกายอย่างมาก จากนั้นก็หอบหิ้วกระเป๋าเข้าที่พักที่ถูกจัดเตรียมไว้

ตอน 3

ก๊อกๆ !!!

"เข้ามา"

ประตูห้องทำงานเปิดออก คนขับรถประจำไร่เดินเข้ามาอย่างนอบน้อม

"รับเด็กๆ มาแล้วครับ" รายงานปรเมศ หลังจากที่เป็นคนสั่งให้ไปรับเพียงอ้อยและพ้องเพื่อนมาพักที่ไร่ เพียงจันทร์แม่ของเพียงอ้อยเป็นคนขออนุญาตและเห็นดีเห็นงามด้วย หากปฏิเสธก็จะดูใจร้ายเกินไปอีกทั้งสองแม่ลูกไม่ใช่คนอื่นคนไกล ก็เป็นคนงานและเป็นเด็กที่ปรเมศเคยซื้อขนมป้อนตั้งแต่เด็ก

บ้านใหญ่กับที่พักคนงานห่างไม่ไกลกันมาก เสียงเด็กดังลอดเข้ามาในบ้านใหญ่ ปรเมศที่นั่งทำงานอยู่ถึงกับเป็นอันทำอะไรไม่ลงเมื่อเสียงเด็กๆ ที่คุยหยอกล้อกันรบกวนสมาธิการคิดคำนวณตัวเลข กระจกใสมุมระเบียงปรเมศส่องสายตามองหาเสียงต้นทาง มันมาจากที่พักคนงานท้ายไร่จริงๆ ไม่มีใครบอกเด็กพวกนี้กันเหรอว่าห้ามเสียงดังในช่วงกลางคืนเช่นนี้ ชักเริ่มอารมณ์เสียและคงต้องลงไปเตือนสักหน่อย

"อากาศที่นี่โคตรดีเลยว่ะอ้อย" เจ้าขาชอบอากาศที่นี่มาก มันบริสุทธิ์และเย็นสบายกว่ากรุงเทพเป็นไหนๆ อีกทั้งในตอนกลางคืนก็มองเห็นดวงดาวระยิบระยับบนท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน คืนนี้เป็นคืนพระจันทร์เต็มดวง แสงจากดวงจันทร์สาดส่องลงเบื้องล่างเป็นแสงสลัว แม้ไม่มีไฟก็มองเห็นได้อย่างชัดเจน

"ตรงนู้นมีศาลาด้วยนะเว้ย ไปนั่งเล่นกันไหม"

เด็กๆ ต่างตกลงย้ายไปนั่งดูดาวในศาลาคั่นเวลานอน เด็กกรุงเทพพอมาเจอบรรยากาศนอกเมือง ผู้คนเข้านอนแต่หัวค่ำกลับไม่ชินและข่มตาให้หลับตามคงไม่ได้

"ไปก่อนเลย ปวดฉี่เดี๋ยวตามไป" เจ้าขาขอตัวเข้าห้องน้ำและจะตามไปทีหลัง คนอื่นๆ ทยอยเดินเกาะกลุ่มกันไปศาลาห่างจากที่พักในระยะไม่กี่เมตร หลังจากที่จัดการธุระส่วนตัวเสร็จเจ้าขายังคงนั่งบนแคร่ไม้หน้าที่พักมองดูดาวเพียงลำพัง เธอไม่เคยเห็นบรรยากาศแบบนี้

"สวยจัง" สาดสายตาขึ้นบนฟ้าพร้อมรอยยิ้มที่ตรึงจากความรู้สึก และยกมือน้อยชี้นับดาวทีละดวง

" 1 2 3 4" จะนับยังไงหมดล่ะเจ้าขา ดาวมีเป็นล้านๆ ดวงก่อนจะวางมือน้อยๆ ลงนาบแคร่ไม้เป็นการยันค้ำร่างกายให้นั่งบนนั้น แหงนใบหน้าละมุนมองท้องฟ้าอย่างตั้งใจโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้างมองจากแสงน้อยๆ ของดวงดาวที่กระจายตัวการละลานตาเต็มไปหมด

ในขณะที่ปรเมศเดินลงจากชั้นบนของบ้านและออกมาทางด้านหลังก็ต้องชะงักนิ่ง สายตาคมเข้มเห็นร่างแน่งน้อยนั่งแกว่งขาไปมา เพียงแค่มองเห็นด้านหลังเขากลับยกมือตบหน้าตัวเองไปสองทีเพื่อเรียกสติว่าตอนนี้กำลังฝันเหมือนเมื่อคืนหรือเปล่า แต่เปล่าเลยเมื่อฝ่ามือหยาบกระแทกลงแก้มอย่างรุนแรงมันก็เจ็บแสบทันที เขาไม่ได้ฝัน ผู้หญิงที่นั่งอยู่บนแคร่คือมินตรา มองด้านหลังเหมือนกันทุกอย่างตั้งแต่หัวจรดเท้า ต่อให้คนตรงหน้าเป็นวิญญาณเขาก็ไม่กลัว ภาวนาทุกวันภาวนาให้หญิงคนรักมาหา ในที่สุดเธอก็มา

ปรเมศกึ่งวิ่งเดินเข้าประชิดทางด้านหลัง จากนั้นก็ใช้แขนโตๆ โอบเข้าลำตัวคนตัวบางในทันที คราวนี้เขากอดเธอได้เธอไม่หายไปอย่างครั้งก่อน

"มิน" รัดแน่นจนดิ้นไม่หลุด เจ้าขาตกใจอย่างมากจู่ๆ มีคนมากอดทางด้านหลังเธอ ยังไม่ทันจะอ้าปากร้องขอความช่วยเหลือจากเพื่อนๆ ก็ถูกจับหันประชันกับใบหน้าของอีกคนที่เธอไม่รู้จัก ปรเมศจุมพิตลงข้างแก้มและริมฝีปากเจ้าขาทันที เขาไม่ทันมองและสังเกตว่าคนตรงหน้าไม่ใช่หญิงคนรัก ความคิดถึงมันทำให้ปรเมศหน้ามืดตามัวอยากกอดอยากหอมผู้หญิงที่จากเขาไปตั้งสิบปี

"คิดถึง" ริมฝีปากหยาบขบเม้มบดเบียดลงจนเจ้าขาไม่สามารถเปล่งเสียงร้องขอความช่วยเหลือได้ มีเพียงฝ่ามือน้อยตบตีเข้าที่หัวไหล่ปรเมศ

"อื้อ"

"พ่อเลี้ยง" เพียงอ้อยตะโกนเรียกชายเจ้าของไร่ เขากำลังทำท่าทางคล้ายปลุกปล้ำเพื่อนสาวคนสนิทแต่มันไม่ใช่ ปรเมศไม่ได้จงใจทำแบบนั้นแต่เพราะความเข้าใจผิดคิดว่าเป็นมินตรามาหาจริงๆ

เมื่อมีเสียงเรียกปรเมศก็ชะงักและผละตัวออกจากร่างแน่งน้อยที่ถูกบีบขย่ำจนหายใจไม่ทัน

"อ้อย ช่วยด้วย" เพียงอ้อยเข้ารับเจ้าขาเธออ้าปากหายใจพะงาบๆ เอาออกซิเจนเข้าปอด เมื่อกี้เธอแทบหมดลม

"....." เมื่อเพ่งมองดีๆ คนตรงหน้ากลับไม่ใช่หญิงคนรักอย่างที่เข้าใจ แต่เจ้าขากลับมาใบหน้าคล้ายมินตราราวกับฝาแฝดเพียงแต่เธอมีใบหน้าที่ดูอ่อนเยาว์เหมือนมินตราในช่วงอายุไล่เรี่ยกัน

"ฉัน...." พูดไม่ออกกับการกระทำเมื่อสักครู่ที่เผลอไปคลอเคลียเด็กที่ไหนไม่รู้ แต่ที่รู้คือเธอเหมือนหญิงคนรักราวกับแกะ จากนั้นก็พาเพียงอ้อยและเจ้าขาไปนั่งในบ้านเพื่อพูดคุยเรื่องที่กระทำลงไป

ในบ้าน

"เมื่อกี้ฉันไม่ได้ตั้งใจ" เอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับคนไม่รู้สึกรู้สา เป็นผลให้คนฟังและเป็นผู้ถูกกระทำเกือบอนาจารอารมณ์ขึ้น

"ไม่ตั้งใจ แต่.." เพียงอ้อยสะกิดเพื่อนสาวให้หยุดพูด

"นี่พ่อเลี้ยงเจ้าของไร่ที่นี่" ชิงแนะนำก่อนเจ้าขาจะโวยวาย เธอไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้เป็นใคร

"พ่อเลี้ยง" มองหน้าเพียงอ้อยและเธอก็พยักหน้าตอบเจ้าขาว่าใช่ คนนี้คือพ่อเลี้ยงคนที่อนุญาตให้พวกเธอมาพักในไร่

จากที่ตั้งใจจะต่อว่ากับการกระทำที่ไม่ให้เกียรติก็ชะงักปิดปากเม้มมันไว้แน่น แม้ในใจอยากจะด่าพ่อเลี้ยงปรเมศให้เสียหมาก็ตาม การเจอเจ้าของไร่ช่างไม่ประทับใจเอาเสียเลย อีกทั้งพ่อเลี้ยงปรเมศก็ดูไม่สะทกสะท้านกับการกระทำเช่นนั้น ซ้ำยังนั่งจ้องตาไม่กะพริบจนอยากหนีออกไปจากตรงนี้

อ่านต่อเลย
ร่วมสนับสนุนนักเขียนเพื่อเป็นกำลังใจในการสร้างสรรค์ผลงานสุดสนุกต่อไป Moboreader
ปลดล็อกทุกตอน
ตอน
ปรับแต่ง
บทถัดไป
Minishorts Logo
อ่านนิยายออนไลน์ นิยายเว็บ และเรื่องราวโรแมนติกสุดฮิตบน MiniShorts พบกับนิยายโรแมนติกท่านประธาน นิยายแฟนตาซีมนุษย์หมาป่า ดราม่า และแฟนตาซี พร้อมคอนเทนต์ซีรีส์สั้นคัดสรรพิเศษที่สร้างจากเทรนด์เรื่องราวยอดนิยม
MiniShorts YouTube
©2026 MiniShorts All Rights Reserved. CHASINGTOP HK LIMITED