สายตาเศร้าสร้อยของวิธาดามองธัญญ์อยู่ไกลๆ แม้เธอจะมาส่งเขาที่สนามบินเหมือนดังเช่นคนอื่นๆ แต่ไม่มีสิทธิ์เข้าไปใกล้ ได้เพียงแค่ยืนมองอยู่ห่างๆ เขาเพียงกลับมางานสำคัญของพี่ชายและกำลังจะกลับไปเรียนต่อ ซึ่งเธอคงไม่ได้เห็นหน้าเขาอีกหลายปี
เธอไม่เคยอยู่ในสายตาของเขาอยู่แล้ว แม้จะรู้อยู่แก่ใจ ไม่รู้จะตอกย้ำให้เสียใจทำไมกัน แม้จะบอกให้ตัดใจ แต่ตัดใจจากผู้ชายคนนี้ไม่ได้เลยสักที
เธอควรเฝ้ามองดูเขามีอนาคตที่ดี เรียนจบกลับมา เขาต้องมาดูแลกิจการของครอบครัว เธอเคยดูถูกเหยียดหยามว่าเขาจน ต่ำต้อย ทำให้รู้ว่าคนเรามองกันแค่ภายนอกไม่ได้จริงๆ
บางคนทำตัวร่ำรวยแต่เป็นหนี้สิน รวยแค่เปลือกนอก ไม่ได้ร่ำรวยจริง บางคนมีเงินทองมากมายแต่ไม่อวดอ้าง
... แต่ถึงอย่างไร ในสายตาของเขา มีแต่ผู้หญิงอีกคนอยู่เต็มหัวใจ จนไม่มีพื้นที่ไว้มองผู้หญิงคนอื่นอีกแล้ว
ผู้หญิงคนนั้นคือ พิณทิรา น้องสาวของเธอนั่นเอง
ร่างอรชรหันหลังกลับเมื่อเธอยืนส่งเขาจนพอใจ วิธาดาเดินไปยังรถของตัวเอง ก่อนสตาร์ทรถขับออกมาด้วยความรู้สึกบรรยายไม่ถูก
จริงๆ แล้ว ลึกๆ เธอไม่รู้ว่าตัวเองมีเป้าหมายชีวิตยังไงกันแน่ เมื่อก่อนแทบไม่เคยคิดเลยด้วยซ้ำ แค่ใช้เงินไปวันๆ สังสรรค์เฮฮากับเพื่อน เที่ยวเตร่ตามประสา แต่ตอนนี้ทุกสิ่งรอบกายเปลี่ยนแปลงไปหมด
เธอไม่ได้มีความสุขเหมือนอย่างที่แสดงออก ชีวิตยังไม่รู้ว่าจะทำอะไรต่อไปดี หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดแรงลึก สิ่งที่เธอต้องทำคือเรียนให้จบ
นั่นสินะ... เธอทิ้งการเรียนไม่สนใจมานานมากแล้ว
หลายปีผ่านไป...
“ทางนี้เพื่อน” ณัฐโบกไม้โบกมือให้ธัญญ์เพื่อนสนิทที่เพิ่งเดินทางกลับมาจากต่างประเทศ
“ขอบใจมากเพื่อนที่มารับ”
ธัญญ์เอ่ยขอบใจเพื่อนที่ยอมสละเวลามารับเขาถึงสนามบิน นี่เป็นระยะเวลาหลายปีที่เขาได้กลับมาประเทศไทยอีกครั้ง หลังจากงานแต่งงานของพี่ชายและเพื่อนรักก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย
“ไม่เป็นไร นายจะทำให้คนที่บ้านเซอร์ไพรส์หรือไง ถึงไม่ยอมบอกว่ากลับมาแล้ว”
“ก็ใช่ กะว่าจะทำให้ทุกคนประหลาดใจเสียหน่อย”
ณัฐเดินทางไปเรียนต่อพร้อมกับธัญญ์ แต่เขาเรียนจบและเดินทางกลับมาก่อน เนื่องจากต้องกลับมาดูแลกิจการโรงแรมของบิดา เพราะท่านเสียชีวิตกะทันหัน
ส่วนธัญญ์นั้นขออยู่ต่างประเทศต่อ เหตุผลคือยังทำใจเรื่องพิณทิรา หญิงสาวที่กลายมาเป็นพี่สะใภ้ไม่ได้ และเพื่อทำงานเรียนรู้งานที่โน้นอีกระยะ
แต่ในที่สุดบุญคุณที่พยัคฆ์ส่งเสียเลี้ยงดูก็ทำให้ธัญญ์จำต้องกลับมา แม้เขาจะทำงานทำการแล้ว แต่ลุงที่มีพระคุณท่วมหัวยังส่งเงินไปให้เขาเสมอ แล้วเขาจะเนรคุณไม่ยอมกลับมาช่วยงานท่าน ดูจะเป็นการไม่สมควรเป็นอย่างยิ่ง
“กลับมาก็ดี คืนนี้ไปฉลองกันหน่อย นานๆ จะได้เจอกันสักที”
“ได้สิ ไม่ได้กลับเมืองไทยหลายปี รู้สึกคิดถึงบรรยากาศเก่าๆ” ธัญญ์เอ่ยยิ้มๆ
ธัญญ์เข้าพักที่โรงแรมของเพื่อนพร้อมกับการต้อนรับเป็นอย่างดี เขาลงมายังไนต์คลับด้านล่างตามคำชักชวนของณัฐในเวลาสามทุ่มเศษ
“กิจการโรงแรมของนายเป็นยังไงบ้าง” ธัญญ์เอ่ยถามขณะกวาดสายตามองรอบกาย เขาคิดว่าที่นี่ดึงดูดนักเที่ยวได้มาก อาหาร เครื่องดื่มพร้อมสรรพ บรรยากาศดี เพลงเพราะ แถมสาวๆ ยังบริการไม่ห่าง ณัฐหัวเราะเบาๆ ก่อนจะชนแก้วกับเพื่อน
“ก็ดี คืนนี้เอาสักกี่คนดี หรือจะแค่ชวนเธอไปเต้นรำด้วยก็ไม่ว่านะ”
“ไม่เอาดีกว่า นายบริการผู้หญิงให้แขกด้วยหรือไง”
ธัญญ์ปฏิเสธด้วยท่าทีเบื่อหน่าย แต่อดแปลกใจเสียไม่ได้
“ไม่ใช่ แค่จัดพิเศษให้นายเท่านั้น ยังตัดใจจากพิณทิราไม่ได้หรือไงวะเพื่อน ไหนๆ เค้าแต่งงานไปแล้ว แถมยังเป็นพี่สะใภ้ของนายอีก อย่าไปคิดมากเลย”
“พูดยากว่ะเพื่อน นายไม่เป็นฉันไม่รู้หรอก”
“เอาๆๆ ดื่มๆ ลืมเรื่องทุกข์ใจซะ แค่ผู้หญิงคนเดียว นายเพียบพร้อมขนาดนี้ ผู้หญิงแทบอยากกระโดดเข้าใส่นายแทบทั้งนั้น”
ณัฐส่ายหน้าไปมา
“แต่คนอยากให้กระโดดเข้าใส่ดันไม่ยอมกระโดดนี่สิ”
ธัญญ์ยักไหล่ไปมาอย่างเซ็งๆ เขาชนแก้วกับเพื่อนแก้วแล้วแก้วเล่าจนรู้สึกมึนๆ ความเมาเริ่มมาเยือนเมื่อแอลกอฮอล์แทรกซึมเข้าในกระแสเลือด
อีกด้านของไนท์คลับ...
“โอ๊ย! ยัยวิ ฉันล่ะปวดหัวกับหล่อนจริงๆ เลย เดี๋ยวคุณแม่ของหล่อนก็มาถลกหนังหัวฉันหรอก”
เชอร์รี่หรือชลันธร ชายใจหญิงหรือสาวประเภทสองร้องกรีด กร๊าดอย่างขัดใจเพื่อนนัก
“ปวดหัวก็ไปนอนสิ ยัยเชอร์รี่ แกนี่โง่จริง”
คนเมาหันมาจิ้มหน้าผากเพื่อนตาปรือ
“นี่หล่อน เป็นเสียแบบนี้สิถึงไม่มีใครคบ เมื่อก่อนว่าพอมีบ้าง ตอนนี้ไม่มีเลย”
ชลันธรจิกกัดอีกฝ่าย แต่ตัวเองเลิกคบเพื่อนคนนี้ไม่ได้ แม้ วิธาดาจะดูร้ายกาจแต่จริงๆ มีหลายอย่างน่าสงสารใน เพราะมารดาเลี้ยงอย่างตามใจ ทำให้เธอเอาแต่ใจตัวเองตลอดเวลา เธอมีความอ่อนแอที่ซุกซ่อนเอาไว้ไม่ให้ใครเห็น มีเรื่องก็มาระบายให้ฟังอยู่เสมอ จนคิดว่าตัวเองเหมือนคนในครอบครัวเพื่อนรักคนหนึ่ง
“เลิกบ่นสักทีได้ไหม ยัยกระเชอก้นรั่ว ฉันเลี้ยงแก ฉันเป็นเจ้ามือ แกกินอย่างเดียว อย่ามาบ่น”
“ต๊ายตาย... อกอีแป้นจะแตก ปากเหรอนั่นที่พูด ฉันไม่ได้ขอให้หล่อนเลี้ยงเสียหน่อย เงินฉันน่ะมีเป็นกระบุงใช้ทั้งชาติยังไม่หมด ขึ้นห้องได้แล้ว เมาจะแย่อยู่แล้ว แล้วนี่จะนอนโรงแรมอีกกี่คืน บ้านช่องไม่รู้จักกลับ คนที่บ้านหล่อนจะเป็นห่วงแค่ไหนนี่”
ชลันธรกุมขมับอย่างเหนื่อยหน่ายใจ แค่ไม่อยากอยู่บ้านก็หนีมานอนโรงแรม แล้วเป็นเวรเป็นกรรมอะไรนี่ ที่ต้องมาเป็นเพื่อนยัยขี้เมาคนนี้ วันนี้อดกินผู้ชายเป็นอาหารเลย แต่ถ้าไม่มา รับรองยัยเพื่อนขี้เมาได้โดนลากไปงาบ เพราะมีพวกอยากงาบวิธาดาอยู่มาก ด้วยความที่หญิงสาวเป็นคนสวย แม้ภายนอกจะดูเป็นสาวเปรี้ยวขี้วีนแต่ก็ไม่เคยปล่อยตัวให้ใครจนถึงขั้นพาขึ้นเตียง
“หนาย... แตกแล้วเหรอ เฮือก”
วิธาดาหันไปบีบหน้าอกเพื่อนรักเต็มเหนี่ยว
“ยัยชะนีบ้า มาบีบหน้าอกฉันทำไมย่ะหล่อน เดี๋ยวก็เหลวหมดหรอก ฉันเพิ่งไปเสริมมานะย่ะ ต๊าย... อยากจะตายสักสิบรอบ ถ้าไม่คิดว่าหล่อนเป็นเพื่อน ฉันจะตบหล่อนให้คว่ำเลย ให้ตายเถอะ ยัยชะนีหน้าขาว ยัยขี้เมา ยัยบ้า”
ชลันธรบ่นไม่หยุดปากฮึดฮัดขัดใจเพื่อนเหลือคณา ใบหน้าแดงก่ำด้วยความโมโหเป็นอย่างยิ่ง
วิธาดาตาปรือส่ายหน้าไปมาหัวเราะเหมือนคนบ้าเพราะเมาหนัก
“ฮ่าๆๆ ฮิฮิ ยัยกระเชอก้นรั่ว บ่นเหมือนยายแก่เลย น่านงาย... หน้าถึงหะ... เหี่ยวแบบนี้ เฮือก” คนเมาเริ่มอาละวาดหนัก ชี้นิ้วมั่วไปหมด
“ไป! ขึ้นไปนอนได้แล้ว ดึกแล้ว โอ๊ย ให้ผู้ชายลากไปขืนใจซะดีไหมนี่ มันน่านักนังชะนีขี้เมา”
ชลันธรบ่นไม่หยุดปาก รีบจ่ายเงินลากเพื่อนสาวขึ้นห้องทันที
เสียงบ่นของชลันธรได้ยินไปตลอดทาง ไม่ว่าจะเข้าลิฟต์หรือออกลิฟต์ ก่อนจะถึงหน้าห้องพักของโรงแรมหรู
“โอ๊ย! โทรศัพท์หล่นตรงไหนนี่ ซวยจริง คีย์การ์ดก็หาย ให้มันได้แบบนี้สิ อยากจะตายสักร้อยรอบ แล้วฉันจะทำยังไงกับหล่อนดีนี่นังชะนีขี้เมา”
ชลันธรกรี๊ดกราดอย่างขัดใจเมื่อโทรศัพท์หรูราคาแพงหายไปจากกระเป๋า ระหว่างทางที่พยุงเพื่อนเข้าห้อง ตบท้ายด้วยคีย์การ์ดไม่รู้ว่าไปวางลืมไว้ตรงไหน มัวแต่ห้ามคนเมาที่ขาดสติ ไม่สนใจอะไรเอาเสียเลยว่าคนอื่นจะเดือดร้อนขนาดไหน
“กรี๊ดด!!! ยัยเพื่อนบ้า มาอ้วกใส่ฉันทำไมนี่”
ชลันธรปล่อยร่างเพื่อนสาวรูดลงไปกองกับพื้นตรงระหว่างทางเดินที่จะถึงห้อง
“อุ๊บ ... แหวะ” วิธาดาอาเจียนจนหมดสภาพ
“ยัยวิ ชีอ้วกเต็มเลย โอ๊ย... อยากจะบ้าตาย นั่งรอตรงนี้ไปก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา โอ๊ยๆๆๆ วันนี้มันเป็นวันอะไรนี่”
ชลันธรไม่อยากทิ้งเพื่อน แต่เพราะจะพาเข้าห้องก็ไม่ได้ เลยต้องลงไปหาโทรศัพท์กับคีย์การ์ดที่ไม่รู้ทำตกหล่นอยู่ตรงไหน ชายใจหญิงที่สวยพริ้งไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัวพยุงเพื่อนไปนั่งที่โซฟาอีกด้านไม่ไกลจากลิฟต์มากนัก ถ้าจะให้นอนอยู่หน้าห้องในสภาพแบบนี้คงไม่ไหว
“หล่อนอยู่ตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวฉันมา อย่าก่อเรื่องล่ะ”
ชลันธรไม่วายกำชับ แต่ต้องตบหน้าผากไปมาเพราะพูดกับคนเมานี่เหมือนพูดกับลมฟ้าอากาศที่ไร้ความรู้สึก
“แกจะไปไหน เฮือก...”
คนเมายังพอเข้าใจแต่เปอร์เซ็นต์น้อยมาก ชี้หน้าเพื่อนแล้วส่ายหัวไปมา ก่อนจะสะอึกอย่างไม่น่ามอง
“นี่ถ้ามีผู้ชายมาเห็นหล่อนในสภาพนี้คงหมดราคา”
ชลันธรใช้กระดาษทิชชูเช็ดปากให้เพื่อนเพื่อทำความสะอาด แล้วรีบสาวเท้าไปที่ลิฟต์ ก่อนไปมิวายสั่งความให้นั่งนิ่งๆ อย่าเกเรเดินไปไหนอีก
วิธาดาพูดอ้อแอ้ลิ้นพันกัน พอคล้อยหลังเพื่อนไป หญิงสาวก็คลานไปด้านหน้า สภาพคนเมาแทบดูไม่ได้จริงๆ ยิ่งเป็นผู้หญิงด้วยแล้ว แถมยังใส่ชุดแซกสั้นเสียจนคนมองหัวใจแทบวางวาย
เธอคลานไปได้พอสมควรก่อนจะฟุบหลับอยู่ตรงนั้น คราวนี้ต่อให้สิบชลันธรก็คงช่วยไม่ได้หากจะมีผู้ชายคนไหนมาลากเธอไปทำมิดีมิร้ายจริงๆ
“คืนนี้รับรองเด็ด ฉันให้สาวไปรอนายที่ห้องแล้ว อย่าปฏิเสธเลยน่าเพื่อน นานๆ ครั้ง ผ่อนคลายกันบ้าง” ณัฐตบบ่าเพื่อนเบาๆ
“ไม่เอา... ขอนอนคนเดียวดีกว่า”
ธัญญ์ลากเสียงยานคางด้วยความเมา เขาดื่มหนักไปหน่อย ไม่ได้สังสรรค์กับเพื่อนนานมากแล้ว พอคุยเรื่องเก่าๆ พลันทำให้เจ็บช้ำใจ จึงอยากดื่มน้ำเมาให้หายจากความเสียใจที่เคยอกหักจากเพื่อนรักอย่างพิณทิรา ทำอย่างไร เขาก็ไม่สามารถลืมเธอได้
“เออนะ เจอใครรออยู่ที่ห้องก็เอาๆ ไปเถอะ รับรองสดๆ ซิงๆ นายจะติดใจ” ณัฐคะยั้นคะยอบอกเพื่อน
“งั้นไปก่อนนะ ชักมึน”
ธัญญ์ส่ายหน้าให้เพื่อน แต่ไม่อยากปฏิเสธให้เสียน้ำใจ
“ไปส่งไหมเพื่อน” ณัฐเอ่ยถามเพื่อน
“ไม่ต้อง ไปไหว แค่นี้เอง”
เขากะพริบตาอย่างมึนๆ แต่คิดว่าตัวเองยังไหว
“ค่อยๆ เดินแล้วกัน”
ณัฐไม่อยากเซ้าซี้เพื่อนนักเขาต้องโทรไปง้อแฟนสาวที่วันนี้ผิดนัด ป่านนี้คงอาละวาดหนัก ปาริชาติแฟนของเขาค่อนข้างเอาแต่ใจตัวเองอยู่มากโข ถ้าไม่ได้ดั่งใจ ชอบประชดประชันหรืองอนอยู่หลายวันกว่าจะง้อสำเร็จ แต่เพราะรักเขาจึงยอม
ธัญญ์ลากขาเดินกลับขึ้นห้อง เขามองหาห้องพักของตัวเองไปทีละห้อง ตาลายนิดๆ ด้วยความเมา ก่อนจะไปสะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่นอนขวางอยู่หน้าประตูห้องพัก
“อะไรมานอนอยู่หน้าห้องนี่ อ๋อ... ผู้หญิงที่ไอ้ณัฐหาให้ ทำไมมานอนอยู่ตรงนี้ นี่เธอ เธอ อ้าว... ปลุกแล้วยังไม่ตื่นอีก”
ธัญญ์เขย่าเบาๆ แต่ไม่ได้สนใจมองหญิงสาว เพราะผมยาวดัดเป็นลอนตามสมัยนิยายสลายปรกหน้าอยู่ เขาเมาหนักไม่แพ้กัน จึงไม่คิดปฏิเสธน้ำใจเพื่อน ก็ดีเหมือนกัน คืนนี้เขาจะมีหมอนข้างอุ่นๆ เอาไว้กอด แถมเคลื่อนไหวได้ด้วย ธัญญ์คิดตามประสาผู้ชายทั่วไป ที่ไม่ได้จริงจังกับคู่นอนอะไรมากมายนัก
“เอาก็เอา ในเมื่อแกจัดให้”
ธัญญ์เสียบคีย์การ์ดเสร็จ พาร่างหญิงสาวไปนอนที่เตียง วางร่างอรชรให้นอนคว่ำ เขาปิดไฟในห้อง หันไปเปิดโคมไฟแทน แสงสลัวๆ ช่วยเพิ่มบรรยากาศ ทำให้อารมณ์ทางเพศตื่นตัวยิ่งขึ้น
“อวบดีจัง แต่ไหนถุงยางล่ะนี่”
เขาควานหาถุงยางอนามัยในลิ้นชักหัวเตียง ก่อนจะยิ้มออกมา แม้จะเมาแต่ไม่ลืมป้องกันตัวเอง ทั้งป้องกันโรคร้าย ทั้งป้องกันปัญหาเรื่องการตั้งครรภ์ที่จะตามมา
ธัญญ์ซุกหน้าไซ้ซอกคอขาวผ่อง กลิ่นเหงื่อที่ผสมกับน้ำหอมช่วยขับเคลื่อนอารมณ์ทางเพศให้รุกเร้ารุนแรงขึ้นอย่างน่าประหลาด
เขาประกบจูบริมฝีปากอิ่ม รู้สึกว่าเธอคงจะเมาไม่แพ้กัน แอลกอฮฮล์ดีกรีสูงมาสมเข้าด้วยกันขณะจูบทำให้ความเมายิ่งเพิ่มมากขึ้น คนเมาต่อคนเมา ทำให้ธัญญ์ไม่รับรู้รสชาติของหญิงสาวที่อาเจียนก่อนหน้า
เขากลับสัมผัสความหวานแปลกๆ จนต้องดูดลิ้นสาวหนักๆ เพื่อช่วงชิงเอารสชาติล้ำลึกนั้นมาครอบครอง
มือหนาเอื้อมไปถอดกระชากเสื้อเกาะอกตัวสวยออกอย่างไม่ปรานี ความอวบอิ่มขาวผ่องตรงหน้าทำให้เขาตาพร่ามากกว่าเดิมเสียอีก ยอดอกสีเรื่อทะลักล้นออกมาจากเสื้อชั้นในไร้สายสีอ่อนหวาน
“อื้อ...” วิธาดาดิ้นหนีสัมผัสอันน่ารำคาญนั้น ธัญญ์กดมือของเธอเอาไว้ เขาหน้ามืดจนมองไม่เห็นว่าหญิงสาวเป็นใคร อาจเป็นเพราะแสงสว่างไม่เพียงพอด้วยเช่นกัน
ชายหนุ่มซุกริมฝีปากไปตามร่างหอมละมุน ปลดเปลื้องอาภรณ์ชิ้นน้อยออกจากกายสาวจนหมดสิ้น จัดการแยกขาเพรียวออกห่างก่อนปาดเลียกลีบดอกรักหนักๆ ด้วยความกระหายใคร่ ปลายลิ้นสากดุนดันเข้าหายอดเกสรเสน่หาที่ไหวระริกตามแรงกระตุ้นเร้า
ธัญญ์สอดนิ้วเข้าหยั่งน้ำหวานแล้วดูดรัดลิ้นไปตามกลีบกุหลาบซ้ายขวา จมูกโด่งเป็นสันกดลงที่ยอดดอกรักที่เบ่งบานออกมาต้อนรับการรุกเร้าหนักหน่วง
“อื้อ... หวาน สมกับที่ไอ้ณัฐบอกว่ายังสดซิง”
ธัญญ์พูดไปก็ขยำมือไปตามเรือนร่างสาว วิธาดาร้องครางเสียงสะท้าน หยัดกายตอบรับด้วยความเผลอไผล เขาสลัดเสื้อผ้าอาภรณ์ออกจากกายอย่างรวดเร็ว
“เชอร์รี่ ทะ... ทำอะไร สะ... เสียว อ๊า”
ใบหน้าสวยเฉี่ยวส่ายไปมาด้วยความกระสันซ่าน
ธัญญ์สอดนิ้วเข้าออกเร็วขึ้นเพื่อหยั่งน้ำหวานภายในที่ไหลซึมออกมาไม่ขาดสาย ความฟิตแน่นทำให้เขาครางหนักด้วยความพึงพอใจ มือใหญ่ลูบไล้ตัวตนความแข็งแกร่งเพื่อปลุกเร้าอารมณ์ความต้องการให้มากขึ้นกว่าเดิม
เอื้อมไปหยิบถุงยางอนามัยมาสวมใส่อย่างชำนิชำนาญ เขากดกายเข้าหา แต่ต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บส่วนปลายของความแข็งแกร่ง เมื่อความคับแน่นบีบรัดเขาอย่างรุนแรง
“โอ้ว... ฟิตแน่นจัง เหมือนผู้หญิงบริสุทธิ์ ไม่เคยหรือไงแม่น้ำหวาน หือ...” ธัญญ์เอ่ยถามอย่างไม่ใส่ใจนัก คิดว่าบางทีเธออาจดูแลตัวเองดีถึงได้คับแน่นสอดแทรกกายเข้ายากเช่นนี้
เขาไม่คิดสนอะไรมากมายนัก กดกายพรวดเดียวเข้าไปเกือบครึ่งทาง ช่อดอกไม้คับแคบบีบรัดรุนแรงคล้ายต่อต้าน ทำให้ธัญญ์ยิ่งนิ่วหน้าเหยเกด้วยความเจ็บที่รัดรึงเขาทุกทิศทาง
“อื้อ... เจ็บ ปล่อยนะปล่อย” วิธาดาดันแผ่นท้องออกจากกายสาว เขาไม่ยินยอมถอยห่าง ดึงดันจะผ่านเข้าไปให้ได้ หญิงสาวตีสะโพกสอบที่บุกรุกร่างกายเธอด้วยความเจ็บ ทั้งที่ยังหลับตาแน่น ส่ายหน้าไปมาบนที่นอนกว้างหนานุ่มที่รองรับ
ริมฝีปากครางสะท้าน ซู้ดปากด้วยความเจ็บเสียวที่ก่อเกิดอย่างไม่ค่อยมีสตินัก
“โอ้... เธอนี่ร้ายกาจเสียจริง” ธัญญ์ปัดมือของหญิงสาวออกห่าง ลำคอหนาเกร็งค้าง หายใจรุนแรงเมื่อเขาเจ็บไม่แพ้เธอ แต่จะให้เขาถอยห่างมันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้ สิ่งที่เขาต้องการในตอนนี้คือสวนกายเข้าไปพักพิงอิงแอบในความอุ่นร้อนแนบแน่นนี้ต่างหาก
“เชอร์รี่ทำอะไร ฉันเจ็บนะ นังบ้า เอาออกไป สะ... เสียวด้วย จะ... เจ็บด้วย จะตายอยู่แล้ว”
วิธาดาละเมอทุบตีอีกฝ่ายไม่ยั้ง เล็บแหลมจิกข่วนอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ
“ยังไม่เคยหรือไง ไม่น่ารอด” ธัญญ์พูดอย่างมึนๆ เขาไม่คิดว่าหญิงสาวตรงหน้าจะยังบริสุทธิ์อยู่ แต่เพราะสิ่งที่เขาสวมสอดชำแรกหาทำให้ต้องชะงักไปชั่วครู่ เขาสะบัดศีรษะไปมาก่อนจะเลิกสนใจ
“กรี๊ดดด...” หญิงสาวร้องเสียงหลงเมื่อกายชายกดย้ำเข้ามาจนเยื่อบุหงาขาดสะบั้น
“ฮือๆๆ” วิธาดาร้องไห้ระงมด้วยความเจ็บทั้งๆ ที่ยังไม่มีสติเช่นเดิม
“เดี๋ยวก็หาย ชู่” ธัญญ์เอ่ยปลอบ จูบปากที่ร้องครางด้วยความเจ็บเพื่อเอาใจ
“จะขยับแล้วนะ แน่นจริงคนสวย” เขาซู้ดปากแล้วขยับสะโพกสอบหนักเน้นอย่างเชื่องช้า
“โอ๊ย!!! เจ็บ ออกไปนะ” วิธาดาสะลึมสะลือจิกเล็บบนแขนแกร่งของอีกฝ่ายพร้อมกับกรีดเป็นทางยาว
“โอ๊ยเจ็บ แสบจริงนะแม่คุณ แบบนี้ต้องลงโทษให้หนัก”
ธัญญ์รวบมือหญิงสาวขึ้นด้านบน แล้วกระแทกกายหนักๆ วิธาดาร้องเสียงหลง ทั้งเจ็บ ทั้งเสียวปนเปกันไปหมด หยาดน้ำตาไหลรินอาบแก้มนวลทั้งสองฝั่งเหมือนทำนบแตก
“อ๊า... แน่นมากแม่สาวไฟแรงสูง หยัดกายหาฉันแบบนั้นแหละ” ธัญญ์ขยับร่างถี่ยิบเมื่อกายสาวเริ่มตอบสนองหยัดเข้าหาเขามากขึ้น
วิธาดาครางเสียงดังด้วยความเสียวซ่าน เธอข่วนไปมาตามแผ่นหลังหนาด้วยความกระสันรัญจวน ธัญญ์กดสะโพกสอบเร่งเร้าไปถึงจุดหมายโดยเร็ว
เขาระเบิดความสุขเต็มเหนี่ยวเหมือนเขื่อนแตก ปลดปล่อยความต้องการออกมาเต็มกำลัง ชายหนุ่มถอนกายออกจากกายสาว ถอดเครื่องป้องกันออกและโยนทิ้งไปข้างเตียงอย่างไม่ไยดี
“ไม่ไหว เธอนี่ทำให้ฉันติดใจจริงๆ” ธัญญ์ครางเสียงห้าวหอบๆ เมื่อตัวตนของเขายังแข็งแกร่งไม่ล่าถอย ชายหนุ่มคว้าถุงยางอนามัยในลิ้นชักหัวเตียงมาสวมใส่ใหม่
แม้ว่าจะเมามายแค่ไหน เขายังสำนึกเสมอว่าควรป้องกันตัวเอง ธัญญ์นึกย้ำกับตัวเองอีกครั้ง
“เปลี่ยนท่านะ เมื่อกี้ท่าเบสิก ท่าต่อไปรับรองถึงสวรรค์”
ชายหนุ่มพูดอย่างหยามใจ พลิกร่างที่ครางอือๆ อาๆ ให้นอนคว่ำหน้า เขาสอดมือเข้าใต้หน้าท้องแบนราบช้อนสะโพกหญิงสาวขึ้นมา เธอจึงอยู่ในท่วงท่าใหม่ โก่งสะโพกให้เขาสอดประสานทางเบื้องหลัง
“อื้อ จะ... เจ็บ” หญิงสาวครางจิกมือกับผ้าปูที่นอนแน่น ยังไม่คุ้นชินกับสิ่งแปลกปลอมหากดูอลังการและแข็งกร้าวที่รุกล้ำเข้ามาอย่างเอาแต่ใจ
“อ๊า... เธอนี่สุดยอดจริงๆ พรุ่งนี้ฉันจะให้ทิปหนักๆ ตอบแทน”
ธัญญ์กระซิบบอกคนที่ไม่ได้สติ สลึมสลือเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ ธัญญ์กดสะโพกไม่ยั้ง สอดประสานลีลารักเข้าออกในกายสาว ยิ่งฟิตแน่นเขายิ่งใกล้เสร็จสมอีกรอบ
วิธาดาครางยาวหอบหายใจรุนแรง ทุกครั้งที่โดนอีกฝ่ายกระแทกเข้าใส่ หญิงสาวจิกมือกับผ้าปูที่นอนแน่นขึ้น เมื่อร่างสั่นคลอนและเกิดเสียงดังกระทบเป็นจังหวะไม่ยอมหยุด
เธอพยายามปรือตามองว่ามีใครทำอันใดกับร่างกายของเธอ แต่ทำไม่ได้ สมองหนักอึ้งจนเธอจะอาเจียนอีกรอบ จึงได้แต่ซุกหน้าบนที่นอนอย่างไร้การต่อสู้ขัดขืน
ธัญญ์ถอดดึงถุงยางอนามัยออกจากตัวตนของเขาครั้งแล้วครั้งเล่าเพื่อเปลี่ยนท่วงท่าร่วมรักกับหญิงสาว ร่างหนากระแทกสะโพกในท่านอนตะแคง จับขาเธอยกขึ้นจนสูง
“อื้อ...” วิธาดาครางไม่เป็นศัพท์ จิกเล็บกับที่นอนหนานุ่มในท่านอนตะแคง เธอส่ายหน้าปฏิเสธ ริมฝีปากอิ่มที่บวมช้ำจากแรงบดจูบคร่ำครวญให้เขาปล่อย ดังประสานกับเสียงครางแทบฟังไม่ได้ศัพท์
คนที่ติดอกติดใจในรสเสน่หาจากเรือนกายสาวบริสุทธิ์ไม่ได้รับรู้ที่จะทำตามแต่อย่างใด
“อ๊า...” ธัญญ์ครางไม่ต่างกัน ขยับกายถี่กระชั้น ริมฝีปากซุกไซ้ผิวเนื้อหอมๆ สูดดมอย่างลุ่มหลง แผ่นหลังเนียนถูกขบเม้มจนเป็นรอยแดง
ธัญญ์พลิกร่างหญิงสาวนอนคว่ำแล้วกระแทกกายอีกหลายครั้ง เขาคำรามลั่นปลดปล่อยธารร้อนระอุหมดสิ้น ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนอนอย่างอ่อนแรง หลับตาพักใหญ่เพื่อให้หายเหนื่อย รู้สึกติดอกติดใจกับความสดใหม่ของหญิงสาวข้างกาย จนไม่อยากจากร่างนี้ไปไหน
“ปา... ณัฐขอโทษ พอดีไอ้ธัญญ์มันเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศ” ณัฐพยายามง้องอนแฟนสาว แต่อีกฝ่ายใจแข็งเหลือเกิน
“ไม่ต้องมาแก้ตัวเลย ณัฐเห็นเพื่อนสำคัญกว่าปาใช่ไหม นี่เป็นวันครบรอบที่เราคบกันนะ” ปาริชาติใส่อารมณ์กับแฟนหนุ่ม
“แล้วจะให้ณัฐทำยังไง”
“อย่ามาถามปา ณัฐไม่รู้จริงๆ เหรอว่าต้องทำยังไง หรือว่าเอาเพื่อนมาอ้าง ที่แท้ณัฐมีผู้หญิงคนอื่นใช่ไหม”
“โธ่... ปา ณัฐรักปาขนาดนี้จะมีใครได้ ณัฐไม่เคยนอกใจปาไปมีผู้หญิงคนอื่นเลยนะ”
“ไม่ต้องมาพูด ไม่ต้องมาแก้ตัว ปาไม่เชื่อ”
“ปา ทำไมไม่มีเหตุผลแบบนี้”
“ใช่สิ ปาไม่มีเหตุผล ไม่ดีเลิศเลอเหมือนคนอื่น แล้วมารักปาทำไม”
“จะไปกันใหญ่แล้วปา อย่าใช้อารมณ์ได้ไหม ใช้เหตุผลคุยกันดีกว่า”
“ใช่สิ ปาพูดอะไรก็ไม่ดี ทั้งๆ ที่ณัฐเป็นคนผิด แต่ยังมาโทษปา”
“โธ่... ปา”
“ณัฐกลับไปเถอะ ปาไม่อยากเห็นหน้า”
หญิงสาวไล่แฟนหนุ่มด้วยความน้อยใจ
“เอาไว้ให้ปาใจเย็นๆ ก่อนแล้วกัน เราค่อยคุยกัน ยังไงณัฐก็ขอโทษ” ณัฐเดินคอตกออกจากห้องของแฟนสาว ปาริชาติเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนเดินมาปิดประตูตามหลังเสียงดัง
ชายหนุ่มถอนใจหนักๆ เขายืนอยู่หน้าห้องของแฟนสาวอีกหลายนาทีก่อนจะตัดใจจากไปจริงๆ
มือหนาของธัญญ์เริ่มอยู่ไม่เป็นสุขลูบไล้คลึงเคล้นไปทั่วร่างงาม เขาลากมือไปตามหน้าท้องแล้วแทรกนิ้วเข้าสู่ร่องรักฟิตแน่นกลางกายสาวที่ชอกช้ำจากการสอดแทรกหนักหน่วงไร้ความปรานี
การขยับของนิ้วแกร่งทำให้วิธาดาร้องครางเสียงสั่น บีบรัดนิ้วของชายหนุ่มตามสัญชาตญาณ ริมฝีปากเผยอหอบรุนแรงขึ้นเมื่อยอดเกสรนารีถูกสะกิดด้วยนิ้วร้ายที่บดบี้ขยี้สลับกัน
ธัญญ์เริ่มฟอนเฟ้นร่างสาวหน่วงหนักขึ้น มือหนาสอดประสานกับมือบางกดไว้กับเตียงนอนหนานุ่ม
เขาไม่ได้สนใจจะมองหน้าอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย แต่รูปร่างอิ่มขาวผ่องในความสลัวต่างหากที่ทำให้เขาหลงใหลใคร่เสน่หา
ริมฝีปากหนุ่มเริ่มบดจูบ ดูดกลีบปากบนล่าง เลียไปทั่วทั้งใบหน้า วิธาดาพยายามเบี่ยงหลบ รู้สึกว่าตัวเองถูกตรึงเอาไว้ไร้สิ้นอิสรภาพ
ธัญญ์พยายามดุนลิ้นเข้าเลียหนักๆ ให้เธออ้าปาก ลิ้นสากที่ดุนดันหนักเน้น วนไปมากับกลีบปากทำให้หล่อนจำต้องเผยอริมฝีปาก
เธอรู้สึกเหนื่อยกับบทรักที่เขายัดเยียดให้ บางครั้งเหมือนความฝัน บางครั้งเหมือนเรื่องจริง สมองลอยคว้าง ตีลังกากลับหัวกลับหางไปหมด บางทีเสียวซ่านเป็นสุข บางครั้งเจ็บร้าวจากการเสียดสีรุนแรงของผิวเนื้อที่แข็งกร้าว
บางครั้งเธอลอยละลิ่วไปบนสวรรค์ บางครั้งเหมือนตกลงสู่พื้นเวหาที่ไร้จุดหมาย เคว้งคว้างจนสมองวูบแล้ววูบอีกจนมึนไปหมด
วิธาดาไม่รู้เลยว่าตัวเองไม่ได้ฝันไป แต่เธอคิดไปว่าตัวเองช่างฝันอะไรวาบหวามเช่นนี้ แถมเธอยังจินตนาการถึงชายหนุ่มที่อยู่ในใจเธออยู่เสมอไม่เคยเปลี่ยน
ธัญญ์... ถ้าผู้ชายคนนั้นคือธัญญ์ก็คงดีสินะ
มือใหญ่บีบปลายคางสาวเอาไว้ให้เธอเผยอริมฝีปากมากขึ้น ลิ้นหนาเข้าซอกซอน เรือนกายเสียดสีจนเกิดเพลิงร้อน
วิธาดาหายใจหอบหนัก แขม่วหน้าท้องด้วยความสยิวเมื่อลิ้นเปียกชื้นลากลงสัมผัสกับหน้าท้องเรียบเนียน
“อื้อ... พอเถอะ ไม่ไหว”
เธอครวญบอกเสียงสะท้าน แต่ไร้ผล
“เธอนี่หุ่นดีจริงๆ เนื้อแน่น เต็มไม้เต็มมือไปหมด”
ธัญญ์เอ่ยชม หญิงสาวคงออกกำลังกายบ่อย ไม่ว่าเขาจะสัมผัสไปตรงส่วนไหน ตึงเรียบน่าลูบไล้ไปหมด อกอวบ เอวคอด สะโพกผาย หุ่นทรมานใจชายเสียจริง เขาพอใจกับหญิงสาวที่เพื่อนหาให้เป็นอันมาก พรุ่งนี้คงต้องขอบอกขอบใจเพื่อนยกใหญ่
ธัญญ์ครางด้วยน้ำเสียงพึงพอใจเมื่อเลื่อนมือกอบกุมความอวบอูมที่เขาได้ฝากฝังเรือนกายก่อนหน้า
มือหนาหยอกล้อกับเส้นไหมเนียนนุ่มที่ปกคลุมสวนดอกไม้สาว พาให้ต้องแหวกนิ้วเข้าตามร่องกุหลาบเพื่อสัมผัสภายในให้ล้ำลึกมากขึ้น
เขาพึงพอใจที่จะเป็นคนสวนที่ดีสำรวจและเชยชมกับสวนดอกไม้หอมกรุ่นแรกผลิบาน
ริมฝีปากหนาก้มลงลามเลียเนินกุหลาบที่เขานึกชื่นชม เพราะความบริสุทธิ์ที่ได้รับทำให้เขาเผลอตัวเผลอใจ