ปิ่นมุกเดินไปเปิดตู้เย็นเล็ก ๆ ในห้อง พบเครื่องดื่มและผลไม้ที่จัดไว้อย่างเรียบร้อย เธอหยิบองุ่นพวงเล็กออกมา รินน้ำชาอุ่นจากเครื่องชง แล้วหยิบสมุดสเกตช์ออกจากกระเป๋าหนัง เธอพลิกหน้ากระดาษว่าง ใช้ดินสอกดวาดเส้นโค้งเล็ก ๆ ซ้ำ ๆ เธอคุ้นมือกับการวาดมากกว่าการกดชัตเตอร์
เสี้ยวรูปทรงกลีบหอยและหยดน้ำค่อย ๆ ผสานเป็นจี้ห้อยคอหนึ่งชิ้นในจินตนาการ เส้นโค้งที่ทอดยาวเหมือนสายน้ำ เธอเติมรายละเอียดตรงตัวล็อกให้คล้ายรังไหม
เสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้นในโทรศัพท์
แม่: ลูกถึงห้องหรือยัง เหนื่อยไหม
เธอยิ้มพลางพิมพ์ตอบ
ปิ่นมุก: ถึงแล้วค่ะแม่ สบายดี ไม่ต้องห่วงนะคะ พักผ่อนเถอะ
อีกหนึ่งข้อความโผล่ตามมา
พ่อ: ขอบใจนะลูก พ่อกับแม่รักลูกนะ
2
ดวงตาเธออบอุ่นขึ้น เธอสูดลมหายใจลึก ๆ แล้วเอนกายพิงหัวเตียงอย่างผ่อนคลายเป็นครั้งแรกของวัน
เช้าถัดมา แสงอาทิตย์ลอดผ่านผ้าม่านสีงาช้าง เธอตื่นก่อนนาฬิกา ฝันเมื่อคืนไม่มีเจ้าบ่าว ไม่มีคำอวยพร มีเพียงบ้านไม้เก่า ๆ กับเสียงพ่อไอเบา ๆ ปิ่นมุกสะบัดภาพออกจากหัว แล้วลุกขึ้นอาบน้ำ แต่งตัวง่าย ๆ ด้วยเชิ้ตสีฟ้าและกางเกงผ้าลินินสีครีม รวบผมหางม้าหลวม ๆ
ครัวกลางเรือนหอกว้างขวาง เต็มไปด้วยอุปกรณ์ครบครัน ป้าสายกำลังจัดตะกร้าผัก
“คุณมุกตื่นเช้าจัง จะรับอะไรดีคะ ป้าทำให้”
“ขอให้มุกทำเองได้ไหมคะ ป้าพักเถอะค่ะ”
ป้าสายหัวเราะเบา ๆ
“ดีเลย ป้าจะได้มีผู้ช่วย วันนี้มีไข่ไก่สด ผักชีฝรั่ง ผักสด เห็ด กับขนมปัง”
“งั้นมุกทำออมเลตกับสลัดนะคะ”
เธอหยิบกระทะเทฟลอนขึ้น ตั้งไฟอ่อน ๆ เนยละลายส่งกลิ่นหอมอบอวล เธอคนไข่เบา ๆ ใส่เห็ดผัด ปรุงด้วยเกลือ พริกไทย แค่นาทีเดียวครัวก็มีกลิ่นหอมของอาหารเช้าที่ทำให้หัวใจเบาสบาย ปิ่นมุกยกจานออกมาวางบนโต๊ะ หั่นผักผลไม้เพิ่ม จัดจานเรียบร้อยจนป้าสายเอ่ยชม
“คุณมุกทำอาหารเก่งจังเลยนะคะ”
“พ่อชอบกินอาหารที่มุกทำค่ะ มุกเลยหัดทำไว้” เธอยิ้ม
หลังมื้อเช้าเธอเดินสำรวจสวนเล็ก ๆ ข้างบ้าน เจอต้นไม้หลายกระถางรอการดูแล เธอจดรายการในโทรศัพท์ว่าจะซื้อเมล็ดพืชเพิ่ม ดิน ปุ๋ย และของเล็ก ๆ น้อย ๆ สำหรับจัดมุมระเบียงให้เป็นที่นั่งวาดแบบเครื่องประดับ
เมื่อกลับเข้ามาในบ้าน เสียงโทรศัพท์บ้านดังขึ้น ป้าสายรีบรับ แล้วหันมาส่งให้
“คุณมุกคะ คุณวัตโทร.มา”
หัวใจเธอสะดุดนิดหนึ่ง
“ค่ะ…สวัสดีค่ะ”
เสียงปลายสายทุ้มเรียบ
“เมื่อคืนหลับสบายไหม”
“สบายดีค่ะ”
“ดี ผมให้เลขาของผม คุณเอกภพ ติดต่อไปดูเรื่องบัตรเสริมและสิทธิ์ต่าง ๆ ของคุณ จะได้สะดวกในการใช้จ่าย ถ้าต้องการอะไรบอกเขา”
“ขอบคุณค่ะ จริงๆ ไม่ต้องวุ่นวายก็ได้นะคะ” เธอเป็นคนเรียบง่ายไม่อยากให้เขาวุ่นวายอะไร
เขาเงียบไปชั่ววินาที
“ตามสะดวก” เขาตอบสั้น
“ผมอาจไม่กลับบ้านสองสามวัน มีประชุม”
“ค่ะ”
“เท่านี้นะ”
สายในมือวางลงเสียงเบา
ปิ่นมุกยิ้มให้ตัวเองอย่างประหลาด เธอไม่ได้คาดหวังมากไปกว่าที่ได้ยิน ความสุภาพห่างเหินของเขา คือพื้นที่ว่างที่เธอจะใช้สร้างชีวิตใหม่โดยไม่ถูกรบกวน
เธอเปิดคอมพิวเตอร์พกพา สแกนแบบร่างที่วาดเมื่อคืนแล้วเริ่มลงรายละเอียดในโปรแกรม ลากเส้นโค้งให้เนียน ตรวจความสมดุลของน้ำหนักหินกับตัวเรือน คำนวณสัดส่วนสำหรับตัวอย่างต้นแบบ เธอส่งอีเมลแบบไปให้ช่างที่รู้จักจากงานพาร์ตไทม์สมัยเรียน พร้อมแนบโน้ตเรื่องโลหะและการฝังหิน
ไม่นานเลขาของภควัตก็โทร.มาอย่างเป็นงานเป็นการ
“สวัสดีครับคุณปิ่นมุก ผมเอกภพ เลขาคุณภควัตนะครับ คุณภควัตให้ผมดูแลเรื่องบัตรเสริมและการเข้าถึงสิทธิประโยชน์ต่าง ๆ ถ้าคุณสะดวก ผมขอเอกสารบางอย่างเพื่อดำเนินการครับ”
“ได้ค่ะ แต่ขอบัตรเฉพาะที่จำเป็นก็พอค่ะ คุณเอกภพไม่ต้องกังวล มุกใช้จ่ายไม่เยอะ”
ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ ก่อนจะหัวเราะเบา ๆ อย่างเกรงใจ
“รับทราบครับ ผมจะจัดการให้ ขออนุญาตเรียนแจ้งว่าคุณภควัตงานยุ่ง อาจไม่ได้รับสายใน
บางครั้ง แต่ถ้าคุณมีเรื่องด่วนติดต่อผมได้ทุกเวลาเลยครับ”
“ขอบคุณนะคะ”
หลังวางสาย เธอเดินไปเปิดระเบียง เพื่อสูดอากาศ ช่วงเช้าอุณหภูมิพอดี กระถางสมุนไพรเล็ก ๆ ริมระเบียงส่งกลิ่นโรสแมรีอ่อน ๆ เธอเด็ดใบอ่อนมาขยี้ระหว่างปลายนิ้ว กลิ่นหอมทำให้เธอนึกภาพอาหารค่ำง่าย ๆ ออมเลตโรสแมรี หรือพาสต้ากระเทียมกับน้ำมันมะกอก เธอหัวเราะกับตัวเองเบา ๆ ‘อยู่คนเดียวแบบนี้ก็ใช้ชีวิตง่ายดี’
บ่ายวันนั้น ปิ่นมุกออกไปซูเปอร์มาร์เก็ตใกล้ ๆ ซื้อของกลับมา เธอจัดครัวอย่างเป็นระบบ ติดป้ายเล็ก ๆ บนขวดเครื่องเทศ ทำชั้นเก็บหัวหอม กระเทียม และผักต่าง ๆ เธอใช้เวลาอีกชั่วโมงเช็ดกระจกชั้นวางและจัดมุมเครื่องชงชาให้กลายเป็นมุม
ที่เรียบง่าย ภาชนะสีอ่อน กล่องน้ำผึ้งไม้เล็ก ๆ และแก้วใสทรงโปรด
ช่วงเย็น เธอลองอบคุกกี้ถั่วพิสตาชิโอสูตรน้ำตาลน้อย กลิ่นหอมฟุ้งไปถึงโถงนั่งเล่น ป้าสายยกนิ้วให้
“อร่อยค่ะ นี่ถ้าคุณวัตได้ชิมต้องติดใจแน่ ๆ”
“ถ้าเขากลับมาค่ะ” เธอพูดขำ ๆ มากกว่าตัดพ้อ
แสงสุดท้ายของวันเคลื่อนคล้อยมาถึง ปิ่นมุก
พับปลอกหมอนและผ้าห่ม จัดเตียงให้เรียบร้อย แล้วเปิดโคมตั้งพื้นข้างหัวเตียง เธอนั่งลง เปิดสมุดสเกตช์อีกครั้ง คราวนี้เธอลองวาดแหวนวงเล็ก ตัวเรือนทรงเรียวที่กอดรับอัญมณีเม็ดจิ๋วเหมือนหยดน้ำค้างและเขียนชื่อแบบร่างด้านข้าง “Beginning การเริ่มต้น”
โทรศัพท์สั่นอีกครั้ง ข้อความจากเบอร์ไม่คุ้น
ไม่ระบุชื่อ: คุณปิ่นมุกใช่ไหมคะ
ปิ่นมุก: ค่ะ ไม่ทราบว่าใครคะ
หลังจากนั้นสักพัก
ไม่ระบุชื่อ: คนที่ควรเป็นเจ้าสาวของคุณภควัตน่ะสิ
นิ้วเธอหยุดค้างเหนือแป้น เธอยิ้มมุมปาก ไม่ใช่เพราะตลกกับประโยค แต่เพราะเธอเห็นความยั่วยุที่เดาได้ไม่ยาก เธอวางโทรศัพท์ลงโดยไม่ตอบกลับ
‘การเริ่มต้น’ เธอคิดว่าไม่จำเป็นต้องเริ่มด้วยคำต้อนรับของทุกคน
เสียงลมพัดม่านไหว เธอปิดสมุด วางปากกา แล้วล้มตัวลงนอน ยอมให้ความเงียบโอบกอด รู้สึกถึงความสุขเล็ก ๆ ที่จับต้องได้ ความเป็นระเบียบของห้องครัว กลิ่นคุกกี้ที่ยังค้างอยู่ไกล ๆ แบบร่างที่คืบหน้า สิ่งเล็ก ๆ ที่เป็นของเธอจริง ๆ
คืนนั้นสามีของเธอไม่กลับบ้าน แต่เธอไม่ได้ติดใจอะไร สองวันผ่านไปอย่างเรียบง่าย เธอคุ้นกับบ้านหลังใหญ่และมุมส่วนตัวมากขึ้น เช้าวันที่สาม ขณะเธอกำลังหั่นสมุนไพรเพื่อหมักไก่ เสียงเครื่องยนต์หรูเคลื่อนเข้ามาหน้าบ้าน ป้าสายเงยหน้ามองผ่านหน้าต่าง
“คุณวัตกลับมาค่ะ”
หัวใจของปิ่นมุกเต้นช้าลงไม่ใช่เร็วขึ้น เป็นความรู้สึกที่แปลกดี เธอล้างมือ เช็ดให้แห้ง แล้วถอดผ้ากันเปื้อน แขนเสื้อพับขึ้นสูงเล็กน้อย เธอก้าวออกไปที่โถงรับแขก
ภควัตยืนอยู่ตรงนั้น เขาอยู่ในสูทสีเข้ม ดูเหนื่อยล้าจากการทำงานหลายวัน ใบหน้าเรียบเฉย แต่ดวงตาแฝงความประหลาดใจเล็ก ๆ เมื่อเห็นหเอวครัวจัดเป็นสัดส่วน และกลิ่นอาหารโฮมเมดที่ลอยอุ่น ๆ ปะทะจมูก
“คุณกลับมาแล้ว” เธอเอ่ยเรียบ ๆ
เขาพยักหน้า
“ครับ” สายตาไล่ไปตามแจกันดอกสีขาวบนโต๊ะ โคมไฟที่วางมุมอ่านหนังสือ มู่ลี่ที่เปิดรับแสงอย่างพอดีบ้านดูมีชีวิตชีวาขึ้นอย่างผิดหูผิดตา
“รับข้าวเช้าไหมคะ มุกทำเอาไว้” เธอเอ่ยถาม
เขาชะงักเล็กน้อย ก่อนพยักหน้ารับ
“ก็ได้ครับ”
ที่โต๊ะกินข้าว ปิ่นมุกวางจานออมเลตนุ่มกับสลัดโรสแมรี และน้ำผึ้งมะนาวอุ่น ๆ ภควัตใช้ส้อมตัดคำแรก ความคุ้นเคยในรสชาติบ้าน ๆ ไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยในชีวิตของเขา เขาเงียบไปสักครู่ ก่อนจะเอ่ยเบา ๆ
3
“อร่อย” คำเดียวสั้น ๆ ทำให้เธอเผยยิ้มกว้าง
“ดีใจที่ชอบค่ะ”
เขาเหลือบมองเธอ หญิงสาวในเชิ้ตสีขาวสะอาด ผมรวบหลวม ๆ ดวงตาสวยใสน่ามอง เธอไม่ถามว่าไปไหนมา ไม่จู้จี้จุกจิก ไม่โทร. ตาม ไม่จับผิด ไม่เรียกร้อง ไม่โวยวาย มีแต่การกระทำเรียบง่ายที่ทำให้บ้าน ‘เป็นบ้าน’
“ผมจะกลับมาจัดเอกสารในห้องทำงาน แล้วคงออกไปอีก”
“ตามสบายเลยค่ะ ถ้าต้องการกาแฟบอกได้นะคะ มุกจะชงให้”
“ขอบใจ”
เขาลุกขึ้น แต่ก่อนจะก้าวพ้นธรณีประตู เขาหันกลับมาสบตาเธอชั่วครู่ เหมือนอยากพูดอะไรบางอย่าง ก่อนจะเปลี่ยนใจ เธอเพียงยิ้มรับเท่านั้น
เมื่อเสียงฝีเท้าเขาลับไป ปิ่นมุกหันกลับมาหยิบสมุดโน้ตจดเมนูสำหรับเย็นนี้ เธอเขียนรายการอย่างเป็นระเบียบเหมือนเดิม แล้ววาดรูปหัวใจเล็ก ๆ ข้างคำว่า “Beginning” โดยไม่รู้ตัว
ภควัตยืนพิงกรอบประตูห้องทำงาน เงี่ยหูฟังเสียงมีดกระทบเขียงเป็นจังหวะ เขามองออกไปนอกหน้าต่าง แม่น้ำยังคงไหลเหมือนเดิม แต่บ้านหลังนี้ต่างไปจากวันที่เขาจากไป
ชายหนุ่มถอนหายใจเบา ๆ เหมือนยอมรับเรื่องจริงบางข้อ ผู้หญิงคนนี้ไม่เหมือนใครในความทรงจำของเขา และไม่เหมือนสิ่งที่เขาคิดไว้ตั้งแต่แรก
เขาก้มลงมองโทรศัพท์ซึ่งสว่างขึ้นด้วยข้อความใหม่
ศิตา: ว่างไหมคะ คิดถึง คืนนี้เจอกัน
ปลายนิ้วเขาหยุดค้าง ก่อนกดปุ่มล็อกหน้าจอ และวางมันคว่ำลงบนโต๊ะอย่างไม่ลังเล
นอกห้องครัว เสียงหัวเราะเบา ๆ ของป้าสายกับปิ่นมุกดังลอดออกมา ภควัตหลับตาเพียงครู่ แล้วเปิดลิ้นชัก หยิบแฟ้มงานออกมา แทนที่จะตอบกลับข้อความนั้น เขาเลือกตั้งต้นใหม่กับความเงียบ และกลิ่นออมเลตยามเช้าที่ติดอยู่ในความทรงจำอย่างประหลาด
และที่เรือนหอหลังเดิม การแต่งงานที่ “ไม่ปรารถนา” เริ่มเกิดขึ้น ช้า ๆ แต่อบอุ่น โดยมีเสียงช้อนกระทบจานและรอยยิ้มของเจ้าสาวคนสวย
เช้าวันใหม่ในเรือนหอเริ่มด้วยรายการเล็ก ๆ บนกระดาษโพสต์อิทสีครีมที่ปิ่นมุกติดไว้บนตู้เย็น
จัดครัว แบ่งโซนให้หยิบง่าย
สำรวจสวน ปลูกสมุนไพรเพิ่ม
วาดแบบ “Beginning” ต่อ
เธอจิบชาร้อน สูดกลิ่นไอน้ำเบา ๆ แล้วลงมือทำตามข้อหนึ่งทันที ขวดเครื่องเทศถูกเรียงเป็นแถวอย่างเป็นระเบียบ
“คุณมุกนี่จัดของเก่งจริง ๆ ค่ะ ห้องครัวดูโปรขึ้นทันตาเห็น”
“ของเยอะก็แค่จัดระบบค่ะ ป้าสายจะหยิบอะไรก็หยิบได้เลยนะคะ มุกติดป้ายไว้หมดแล้ว” เธอยิ้ม
หลังจากนั้นเธอไปยืนอยู่กลางแดดอุ่น ๆ ริมระเบียง มีกระถางเปล่าหลายใบตั้งอยู่ เธอพรวนดิน แล้วโรยเมล็ดผักสวนครัวลงไป ความสุขของเธอเรียบง่าย ความพอดีที่จัดด้วยมือของตัวเองทำให้บ้านขนาดใหญ่ไม่ดูว่างเปล่าอีกต่อไป
ป้าสายเรียกคนมาซ่อมฝักบัวที่สวน ลุงบุญ เป็นช่างประจำของที่บ้าน
“สวัสดีครับคุณมุก ได้ยินว่าชอบปลูกต้นไม้”
“ค่ะ ลุงบุญช่วยดูตรงที่ปลูกให้หน่อยได้ไหมคะ มุกอยากทำสวนครัวเล็ก ๆ”
“สบายมาก เดี๋ยวลุงทำให้แบบยกแปลง น้ำระบายดีแน่นอน” ลุงบุญยิ้ม แววตาอบอุ่นเหมือนแดดยามเช้า