นับดาว ศิริวัฒนา
นับดาว ศิริวัฒนารีบเดินข้ามถนน เมื่อรถยนต์จอดติดไฟแดง เธอเร่งฝีเท้ารีบก้าวเดินไปข้างหน้าพลางยกนาฬิกาข้อมือเพื่อดูเวลาอย่างเป็นกังวล เข็มนาฬิกาเดินเชื่องช้า ผิดกับใจของนับดาวที่เดินเร็วจี๋ มันเลยเวลาเข้าทำงานไปเป็นเวลาเกือบชั่วโมง
ทอมผู้จัดการคาสิโนยืนหน้าตาถมึงทึงอยู่หน้าประตูทางเข้าของพนักงานคาสิโน่IDM นี่เป็นสถานที่ทำงานของนับดาวหลังจากเลิกเรียน หญิงสาวจะมาทำงานพาร์ทไทน์หลังเลิกเรียน เธอต้องเก็บเงินเดือนเป็นค่าใช้จ่ายในการเรียน และมอบให้มารดาเป็นค่าใช้จ่ายในบ้านบางส่วน
“เธอมาสาย...” เสียงดุดันของทอมเอ่ยขึ้น ทอดมองนับดาวด้วยแววตาอ่อนใจ
“ขอโทษค่ะ...หนูดาวสัญญาว่าจะมาให้เร็วกว่านี้ ทอมก็รู้รถมันติดมากเพราะเป็นวันศุกร์” เธอแก้ตัวเสียงอ่อยๆ
ทอมส่ายหน้าอย่างเอือมระอา นับดาวขยันขันแข็งหล่อนไม่เคยเกี่ยงงาน แถมยังนอบน้อมถ่อมตนจนทอมรู้สึกเอ็นดู เขาจึงปล่อยปละไม่ได้เอาความ เรื่องการมาทำงานสายเป็นประจำของสาวน้อยคนนี้
“ฉันต้องทำตามกฎ ครั้งนี้เป็นครั้งที่สามที่เธอมาสาย ฉันคงต้องหักเงินเบี้ยเลี้ยงของเธอ”
“ค่ะ...” นับดาวพยักหน้ารับ ขยับเข้าไปเก็บของใช้ส่วนตัวที่ล็อกเกอร์เก็บของ เมื่อทอมโบกมือไล่ให้ไปทำงาน
“เห้อ...” เสียงถอนหายใจอย่างเหน็ดเหนื่อยดังออกมาจากริมฝีปากอิ่ม นับดาวเร่งรีบเปลี่ยนเสื้อผ้าเดินเข้าไปประจำที่ทำงานเหมือนทุกวัน
“เด็กเส้นนี่นะ ถ้าเป็นคนอื่นคงโดนไล่ออกไปแล้ว เธอใช้อะไรล่อเขานะ ตาผู้จัดการขี้บ่นถึงได้เอ็นดูเธอเป็นพิเศษ” ครีร่าสาวน้อยทรงโต หล่อนมีหน้าที่เสิร์ฟเครื่องดื่ม สาวอวบเดินโฉบเข้ามากระแนะกระแหนก่อนจะเดินจากไป เหลือไว้แค่คำพูดกระทบกระเทียบ
หญิงสาวชะงักนิดหนึ่ง ก่อนจะทำตามหน้าที่ต่อ หลังจากข่มใจจนสงบ ผ้าผืนบางยกขึ้นเช็ดไปตามเครื่องแจกไพ่ เช็ดคราบฝุ่นที่เกาะอยู่ เริ่มลงมือวางไพ่ลงไป เพื่อเปิดให้ลูกค้าได้เข้ามาเริ่มเล่นการพนัน
ติ้ง เสียงกระดิ่งที่นับดาวกดลงไปดังขึ้น ลูกค้ามากหน้าหลายตาจึงเริ่มทยอยเข้ามาจับจองโต๊ะที่นับดาวประจำอยู่ สาวน้อยกดแจกไพ่อย่างคล่องแคล่ว เมื่ออาชีพนี้นับดาวทำมานานเกือบสามปี เพื่อเลี้ยงดูครอบครัว มารดาเธอเจ็บออดแอ๊ดจนต้องให้หยุดทำงาน เพราะร่างกายไม่ค่อยแข็งแรง
นับดาวเรียนจบมัธยมปลาย เธอจึงขวนขวายหางานทำ เพื่อจะได้เก็บเงินไว้เรียนต่ออย่างที่ตั้งใจ จนมาเจอกับคาสิโน่ IDM ที่เปิดรับพนักงานใหม่พอดี นับดาวจึงไปสมัครทำงานแบบพาร์ทไทน์ เริ่มห้าโมงเย็นถึงเที่ยงคืนเป็นประจำทุกวัน หญิงสาวไม่เคยหยุดงานเลยซักครั้ง จนเป็นที่พอใจของทอมที่เป็นผู้จัดการ เขาเลยขยับเลื่อนตำแหน่งให้มาประจำที่เครื่องแจกไพ่สล๊าฟจนถึงตอนนี้
รอยยิ้มแต้มอยู่บนใบหน้าตลอดเวลาทำงาน ลูกค้าหลายคนเลยชอบใช้บริการของนับดาวเป็นประจำ เบี้ยเลี้ยงคือเงินที่คาสิโน่จ่ายให้กับพนักงาน เป็นเงินที่เป็นขวัญกำลังใจให้กับพนักงานนอกเหนือจากค่าจ้างที่ต้องจ่าย นับดาวเลยไม่เคยเปลี่ยนสถานที่ทำงาน เพราะสามารถเก็บเงินได้เป็นกอบเป็นกำ จนทำให้เธอมีโอกาสเรียนต่อได้อย่างที่หวัง
สาวสวยวัยใสอายุไม่เกิน22ปี เรียกสายตาให้ชายหนุ่มมาสนใจได้ไม่ยาก แต่นับดาวดูแลตัวเองดีเธอไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับใครเลย ลูกค้าหลายคนสนใจแวะเวียนมาคอยแทะเล็มไม่ได้ขาด หญิงสาววางตัวดีจนชายหนุ่มมากหน้าหลายตาเริ่มจะหดหาย พวกเขาหันไปสนใจพนักงานที่อยู่ที่นี่ คนที่พร้อมจะออกไปต่อกับลูกค้าอย่างไม่ขัดข้อง
“หนูดาววันนี้กลับพร้อมกับพี่นะ” โทนี่ลูกชายของอันเบโต้เป็นพี่ชายของนับดาวตามกฎหมายเพราะอันเบโต้รับนับดาวเป็นลูกบุญธรรม
“พี่โทนี่มาทำงานด้วยหรือคะ หนูดาวไม่ยักกะเห็น” นับดาวกล่าวตอบก่อนจะแจกไพ่ต่อตามหน้าที่
“เปล่าไม่ได้ทำ ขอแลกวันหยุดกับแจ๊คน่ะ แต่อยากมารับหนูดาวกลับบ้านเฉยๆ” โทนี่ขยับตัวหลบลูกค้าเอ่ยตอบน้องสาวไป
“ไม่น่ามาให้ลำบาก หนูดาวกลับบ้านเองได้ค่ะ” นับดาวสาละวนแจกไพ่เมื่อลูกค้าเริ่มเข้ามาหนาตา
“หนูดาวกำลังยุ่งพี่ออกไปรอข้างนอกนะ หนูดาวจะกลับก็ออกไปหาพี่ได้ที่ห้องพักพนักงาน พี่จะรออยู่ที่นั่น” โทนี่บอกกับนับดาวก่อนจะหมุนกายจากไปอย่างเร่งรีบ
นับดาวมองตามร่างของโทนี่ไปจนลับตา เธอห่วงใยพี่ชายต่างสายเลือด เพราะเขามีทีท่าแปลกๆ นับตั้งแต่ที่โทนี่เลิกกับครีร่าสาวงามประจำคาสิโน IDM เขาก็เปลี่ยนแปลงไปมาก จากคนที่มีรูปร่างหน้าตากำยำแปรเปลี่ยนเป็นผอมโซ แถมยังน่าสงสัยว่าจะติดยาเสพติด
โทนี่เดินกอดตัวเองแน่น เขามีอาการหนาวสั่นมาระยะหนึ่ง มันเกิดเพราะเริ่มมีอาการอยากยา ริมฝีปากเขียวคล้ำ เริ่มปวดเนื้อปวดตัวทรมานจนอยากตาย มือผอมโซล้วงลงไปในกระเป๋ากางเกง เขาควานหากุญแจเพื่อไขเอาสิ่งของที่ซุกไว้ในล็อกเกอร์ออกมา มือสั่นๆ ล้วงเข้าไปหยิบห่อเล็กๆ ที่ซุกไว้ก้นล็อกเกอร์ รีบเดินหาห้องว่าง เพื่อเสพสิ่งที่อยู่ในมือจะได้ทำให้ร่างกายคลายจากการเจ็บปวด
หลอดกาแฟที่บรรจุผงแป้งสีขาวถูกแกะอย่างทะนุถนอม ปลายนิ้วผอมโซกวาดต้อนผงแป้งจนเป็นวงกลมบนแผ่นกระจก ก่อนจะก้มลงมาสูดดมเข้าสู่ปอดจนเกิดความรู้สึกสดชื่น
“ซื้ด...” เสียงสูดลมหายใจแรงๆ ของโทนี่ดังขึ้น เขาเอนตัวพิงพนังห้อง แววตาเลื่อนลอย อาการปวดตามเนื้อตัวหายเป็นปลิดทิ้ง เริ่มล่องลอยอยู่ในภวังค์แห่งความสุขที่กำหนดขึ้นเอง
“พี่โทนี่ๆ...” นับดาวร้องเรียกพี่ชายเมื่อเลิกจากการทำงาน
โทนี่งัวเงียออกมาจากห้องว่างที่พนักงานใช้หลบมาพักผ่อนยามง่วงนอน เขาเปิดประตูออกมาอย่างเลื่อนลอย ดวงตาหยาดเยิ้ม เพราะยังหลงวนอยู่ในห้วงแห่งความสุขที่จินตนาการขึ้นมาเองภายในใจ
“เลิกแล้วเหรอ...” น้ำเสียงยานคางที่เปล่งออกมา เขาพยายามบังคับให้ชัดเจนที่สุด นับดาวถลาเข้ามาประคองพี่ชาย เมื่อชายหนุ่มเดินเซไปเซมา
“พี่โทนี่ ไปทำอะไรมาคะ เดินไม่ตรงทางเลย” นับดาวถามแล้วเอียงคอมอง
“ดื่มนิดหน่อยนะ อย่าสนใจเลย รีบกลับบ้านกันเถอะ หนูดาวจะได้พักผ่อน พรุ่งนี้ต้องไปเรียนแต่เช้านี่” โทนี่ตัดบท รีบชวนให้นับดาวรีบกลับบ้าน
“ค่ะ...” นับดาวรับคำค่อยๆ ประคองพาโทนี่เดินไปข้างหน้าอย่างทุลักทุเล
“กลับกันแล้วหรือพี่น้องคู่นี้ ดูรักกันดีนี่” ครีร่าอดีตแฟนสาวของโทนี่ ไขกระจกรถยนต์ที่เธอนั่งอยู่ชะโงกหน้ามาเอ่ยทักทาย พร้อมกับยิ้มเย้ย สีหน้าหยามหยันกับรอยยิ้มดูแคลนที่ติดอยู่บนเรียวปากเคลือบลิปติคสีจัดจ้าน
นับดาวประคองโทนี่จากไป เธอพยายามจะไม่ต่อปากต่อคำ เมื่อสาวน้อยทรงโตคนนั้นไม่ได้หวังดีเพราะอยากทักทาย หล่อนก็แค่จะอวดแฟนใหม่ให้โทนี่เห็น เขาจะได้เกิดความเสียดาย
“หนูดาวเราจนใช่ไหม ครีร่าถึงได้ทิ้งพี่ไป ถ้าพี่มีรถขับเหมือนไอ้หมอนั่น ครีร่าจะกลับมาหาพี่ใช่ไหม?” โทนี่พูดเสียงอ่อน เขาเจ็บช้ำเพราะถูกทิ้ง เพียงเพราะไม่มีอำนวยความสะดวกเหล่านี้ปรนเปรอคู่รัก
“พี่โทนี่!” นับดาวครางอย่างอ่อนล้า เธอไม่เข้าใจพี่ชายสักนิด ถึงแม้จะไม่ใช่สายเลือดเดียวกันแต่นับดาวก็รักและนับถือโทนี่มาตลอด เธอกับเขาเติบโตมาพร้อมๆ กัน หลังจากดวงใจตกลงแต่งงานกับอันเบโต้พ่อของโทนี่ ครีร่านั้นซูบเลือดซูบเนื้อโทนี่ไปจนเกือบจะหมด ทิ้งไว้ก็แค่ซากร่างกายที่ไร้หัวใจ
“จริงๆ นะหนูดาว ซักวันพี่จะรวย ตอนนั้นครีร่าคงจะกลับมา พี่เจ็บเข้าใจไหมหนูดาว เจ็บเกือบตาย ถ้าชีวิตนี้พี่ไม่มีครีร่าพี่ต้องตายแน่” โทนี่ยังพรรณนาถึงแม่สาวใจดำนั่น ด้วยน้ำเสียงเลือนลอย จนนับดาวเกรงใจผู้โดยสารคนอื่น เมื่อเธอกับพี่ชายนั่งรถโดยสารประจำทางกลับบ้าน นับดาวส่ายหน้าอ่อนใจ โทนี่เป็นคนดีขยันขันแข็ง เขาเก็บเงินสร้างเนื้อสร้างตัว แต่มาพลาดท่าเสียทีกับสาวเจ้าเสน่ห์อย่างครีร่า ชีวิตเลยพังไม่เป้นท่า เขาจนเปลี่ยนแปลงไปจนไม่เหลือเค้าเดิม
นับดาวเริ่มงานประจำที่ทำอย่างคุ้นเคย ปลายนิ้วเรียวขยับแจกไพ่ในมือให้ลูกค้าที่กำลังตั้งหน้าตั้งตารออย่างคล่องแคล่ว รอยยิ้มหวานๆ แต้มติดอยู่บนริมฝีปากตลอดเวลา เสียงทักทายเซ็งแซ่ดังขึ้นรอบๆ ตัว
“หนูดาววันนี้คุณโทมัสกับมาดามดาเรียจะมาตรวจงานด้วยล่ะ” ฉีเฟิ่นสาวจีนที่ทำงานร่วมกันกับนับดาวเดินเข้ามากระซิบบอก
“จริงเหรอทอมไม่เห็นจะบอกเลย” นับดาวแจกไพ่มือเป็นระวิงแต่ก็อดถามอย่างสงสัยไม่ได้
“บอกซิ แต่หนูดาวมาสายก็เลยไม่ได้รู้สิ่งที่ทอมกำชับไว้”
“อะไรเหรอ? ทอมห้ามอะไรอีกคราวนี้”
“ก็ไม่มีอะไรเป็นพิเศษนะ แค่ให้เรามาตรงเวลา ที่สำคัญเลยนะคราวนี้คุณดอจิโน่ลูกชายของ มาดามจะมาด้วย ทอมบอกว่าเป็นช่วงปิดเทอมพอดี” ฉีเฟิ่นกระพริบตาวิบวับ เมื่อนึกถึงบุตรชายรูปงามของมาดามดาเรีย เขาที่เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่พนักงานสาวๆ ของคาสิโน่ IDM
“แย่จัง!! หนูดาวรีบเสียด้วยวันนี้ อย่างนี้ก็แวบกลับบ้านก่อนเวลาไม่ได้ซิ”
“เห้อ...มีแต่คนตั้งตารอดูคุณดอจิโน่ มีหนูดาวคนเดียวนี่ล่ะมั้งที่ไม่อยากเจอเขา” สาวจีนบ่นเบาๆ เมื่อสาวๆ พนักงานคนอื่น ล้วนแล้วแต่อยากเจอดอจิโน่ แม้เพียงแวบเดียวก็ยังดี
“ก็ไม่รู้ว่าจะเจอไปทำไมนี่เสียเวลาเปล่า คนอย่างเขาคงไม่แม้แต่จะชายตาแลพนักงานกระจอกๆ อย่างเราหรอก มาดามดาเรียขึ้นชื่อว่าหวงลูกชายอย่างมาก ถ้าเกิดคุณดอจิโน่นึกติดใจพวกเราคนใดคนหนึ่งขึ้นมา มันไม่ใช่ความโชคดีนะ มันจะซวย พลอยตกงานไปด้วยสิ!!”
“มันก็ไม่แน่นะหนูดาว ถ้าคุณดอจิโน่สนใจฉันแล้วฉันจะแคร์มาดามดาเรียไปทำไมกันล่ะ” เสียงแหลมปรี้ดของครีร่าเอ่ยแทรกการสนทนา พร้อมกับเดินมาปรากฏตัวตรงหน้าทั้งสองสาวโดยไม่เกรงกลัว
“จ้ะแม่คนสวย เขาคงจะมองหล่อนอยู่หรอก แม่คุณเล่นเปิดมากว่าปิดแบบนี้หน่ะ” ฉีเฟิ่นกล่าวกระทบ ดวงตาตี่ๆ กราดมองรูปร่างของครีร่าตั้งแต่หัวจรดปลายเท้า พลางส่ายหน้าอย่างเอือมระอา
“เธอว่าใครยัยฉี เธอไม่สวยอย่างฉันก็เลยอิจฉาล่ะซิ”
“ใช่...ฉันไม่ได้สวยเหมือนเธอ เลยไม่ค่อยเปลืองเนื้อเปลืองตัว” ฉีเฟิ่นยักไหล่ยียวน พลางลอยหน้าลอยตาตอบโดยไม่สนใจความรู้สึกของผู้ฟัง
“ไปคุยกันที่อื่นไป ดูซิลูกค้าทำหน้าไม่พอใจแล้ว ถ้าเขาร้องเรียนทอมจะเดือดร้อนโดนตัดเบี้ยเลี้ยงเปล่าๆ” นับดาวโบกมือไล่ให้สองสาวไปโต้เถียงกันที่อื่น ไกลๆ โต๊ะทำงานของเธอยิ่งดี
“เชอะ...” ครีร่าสะบัดหน้าแรงๆ ก่อนจะเดินกระแทกเท้าหนีไป ปล่อยให้ฉีเฟิ่นยืนอยู่เพียงลำพังแบบไม่สบอารมณ์
“สวยตายล่ะ หย่อนไปหมดทั้งเนื้อทั้งตัว ไม่รู้ผู้ชายกระเดือกหล่อนลงกันได้ยังไง” ฉีเฟิ่นกระแนะกระแหนลับหลังสาวทรงโตที่เดินนวยนาดจากไปแบบไม่รู้ร้อนรู้หนาว
“ไปทำงานได้แล้วฉี...ทอมยืนมองอยู่โน้น เดี๋ยวก็โดนเรียกไปเตือนหรอก ที่สำคัญโดนตัดเบี้ยเลี้ยงเพราะคนอย่างครีร่าน่ะมันไม่คุ้ม” นับดาวก้มหน้าทำงานต่อ พลางเอ่ยเตือนเพื่อนสาวด้วยความหวังดี
“ฉันไปก่อนนะ เจอกันตอนพักเบรคล่ะ ฉันมีเรื่องจะเม้าท์ให้ฟังเป็นกระบุง” ฉีเฟิ่นเดินจากไปแบบคนอารมณ์ดี หลังจากสลัดความไม่พอใจยัยครีร่าตัวแสบโยนทิ้งไป
นับดาวส่ายหน้า มองตามร่างค่อนข้างเล็กของสาวเอเซียแบบฉีเฟิ่นไปด้วยความอ่อนใจ ฉีเฟิ่นกับ ครีร่าต้องมีเรื่องให้ปะทะคารมกันอยู่ทุกวัน เพราะฉีเฟิ่นแอบรักโทนี่มาเนินนาน แต่โดนครีร่ามาฉกเอาโทนี่ไป หล่อนจึงแค้นเคืองครีร่าต้องคอยมาแดกดันทุกครั้งที่มีโอกาส
กลุ่มคนหลายบุคคลที่เดินกันเข้ามาเป็นขบวน ที่โดดเด่นจนสะดุดตาก็มาดามดาเรียกับคุณโทมัส ติดตามด้วยบอดี้กร์าดมาดเข้มในชุดดำอีกจำนวนมากที่เดินโอบล้อมคอยป้องกันบุคคลสำคัญของ นับดาวชะงักมือที่กำลังจัดไพ่ลงสำรับ เหลือบมองด้วยความสนใจ เพราะคนกลุ่มนั้นเดินตรงมายังทิศทางที่นับดาวทำงานอยู่พอดี คุณโทมัสหยุดยืนอยู่เยื้องๆ กับโต๊ะที่นับดาวทำงาน พลางเอ่ยซักถามทอมอย่างเป็นกันเอง ทอมผู้จัดการอธิบายอย่างแข็งขันจนมาดามดาเรียพยักหน้าอย่างพอใจ
ชายหนุ่มผิวขาว ร่างกายสูงโปร่งหน้าตาดีภายใต้เสื้อผ้ามอซออย่างวัยรุ่นทั่วไป ยืนอยู่ใกล้ๆ โต๊ะแจกไพ่ของนับดาว ปลายนิ้วเรียวยาวหยิบชิปบนโต๊ะขึ้นมองดูอย่างสนใจ โดยไม่สนใจฟังสิ่งที่ทอมรายงาน ดวงตาคมสีฟ้าใสเป็นประกายอย่างซุกซน เมื่อเอ่ยขอชิปจากคนที่กำลังนั่งเล่นอยู่ เขาวางมันลงบนโต๊ะที่นับดาวเริ่มแจกไพ่ ตอนที่เริ่มตาใหม่พอดี หมวกใบโตถูกทอดออกวางลงใกล้ๆ นับดาวจึงมองเห็นหน้าตาของชายผู้นั้น คิ้วเข้มๆ พาดอยู่เหนือดวงตาคมอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะเจาะพอดี ทำให้โครงหน้าโดดเด่นสะดุดตา ริมฝีปากบางเฉียบสีแดงสด กับจมูกโด่งๆ รับกันพอดีกับปลายคางแหลมๆ จนชายหนุ่มนั้นน่าจะเป็นนายแบบหรือดาราได้อย่างสบายๆ รอยยิ้มหวานหยดถูกส่งมาให้นับดาวจนมือของนับดาวสั่นไปเพราะความอายเหมือนกัน ทั้งที่นับดาวมีภูมิต้านทานคนหน้าตาดีพอสมควร หญิงสาวไม่เคยหวั่นไหวไปกับคนแปลกหน้าที่จัดอยู่ในประเภทหน้าตาดีมีเสน่ห์
ไพ่ในสำรับถูกแจกจ่ายจนครบทุกคน นับดาวจึงหยุดรอคำเรียกร้องของลูกค้าที่กำลังลุ้นไพ่ในมือตัวเอง ชายแปลกหน้าพยักหน้าเรียกชายชุดดำที่ยืนใกล้ๆ ให้เข้ามาหา ก่อนจะยื่นกระเป๋าสตางค์ พลางให้ชี้มือไปทางจุดที่แลกชิปเมื่อยกไพ่ในมือขึ้นดู ดวงตาสีฟ้าใสเป็นประกายจนนับดาวเผลอมองอย่างลืมตัว ชายชุดดำกลับมาทันเวลาที่ลูกค้ากำลังเกชิปของตัวเองลงบนโต๊ะ เพื่อข่มขวัญคู่ต่อสู้ ชายหนุ่มปรับสีหน้าเป็นนิ่งสงบจนนับดาวแปลกใจ ปลายนิ้วเรียวยาวเขี่ยชิปที่ชายชุดดำนำมากองไว้ให้ลงบนโต๊ะลงไปทั้งหมด จนลูกค้าที่ร่วมโต๊ะพากันมองอย่างสนใจ หลายคนทยอยหมอบหลบ และคิดว่าไพ่ในมือของชายหนุ่มคงดีจึงทุ่มสุดตัว