สนามบินXXX
เวลานี้เป็นเวลาเกือบสองทุ่มที่สนามบินมีคนค่อนข้างจอกแจกจอแจอยู่ไม่ขาดสามปีกว่าแล้วที่ปลายฝนไม่ได้กลับมาที่ประเทศไทยและนี่ก็เป็นครั้งแรกที่เธอพาลูกชายวัยสองขวบของเธอกลับมาที่บ้านเกิดอีกครั้งหลังจากที่ใช้ชีวิตอยู่ที่ออสเตรเลียตั้งแต่ช่วงที่ตั้งท้อง
หญิงสาวตัวเล็กหุ่นบางหน้าตาจิ้มลิ้มผิวขาวอมชมพูผมยาวดัดลอนใหญ่เข้ากับใบหน้าของเธออุ้มลูกน้อยวัยสองขวบตัวกลมตาน้ำข้าวใบหน้าลูกครึ่งแก้มยุ้ยของเธอพาดบ่าเอาไว้อีกมือก็ลากกระเป๋าใบใหญ่อย่างทุลักทุเลเดินเยื้องย่างอย่างสบายอารมณ์รอรถแท็กซี่ที่เรียกมารับ
“ปลายฝน..”
หญิงสาวขมวดคิ้วเป็นปมพร้อมหันหลังกลับไปมองคนที่ส่งเสียงเรียกเธอวินาทีนั้นเหมือนโลกหยุดหมุนใจของเธอเต้นไม่เป็นส่ำด้วยความตื่นกลัวเขาไม่ใช่ใครที่ไหนเป็นฟรานซิสผู้ชายลูกครึ่งร่างสูงใหญ่ที่อยู่ในชุดสูทสีเทา
ตาสีน้ำข้าวของเขามองมาทางเธอด้วยสายตาเยือกเย็นเธอไม่ได้อยากจะเจอหน้าเขาอีกเลยในชีวิตนี้ไม่รู้ว่าเขาโผล่มาที่นี่และยืนชี้หน้าเธออยู่ได้อย่างไรแต่เท่าที่ในสมองของเธอบอกกับเธอก็คือจะต้องวิ่งหนีคนๆนี้ไปเสียก่อน
“อารายฮับมามี๊”
ต้นหนาวทำหน้างงเล็กน้อยเมื่อจู่ๆคนเป็นแม่ก็ทิ้งกระเป๋าพร้อมพาตัวเองวิ่งหนีอะไรบางอย่าง
“มี๊อยากพาต้นหนาววิ่งเล่นชอบมั้ยครับ”
ปลายฝนบอกลูกชายของเธอในขณะที่กำลังวิ่งหนีสุดชีวิต
“ชอบฮับซาหนุกคริๆๆๆ”
เด็กชายแก้มยุ้ยตบมือแปะๆไม่คิดว่าคนเป็นแม่จะพาวิ่งเล่นในตอนนี้แต่ดูจะชอบใจมากเป็นพิเศษ
“เรามาเล่นซ่อนแอบด้วยดีมั้ย”
ปลายฝนวิ่งมาจนถึงหน้าอาคารผู้โดยสารขาเข้าที่มีรถจอดเรียงรายอยู่ด้านหน้าเธอมองซ้ายมองขวาแล้วหยุดพักเหนื่อยอยู่ครู่หนึ่งเมื่อไม่เห็นว่าฟรานซิสวิ่งตามมาแล้ว
“แอบใครฮับ”
“อืม...คนแถวนี้ไง”
หญิงสาวชี้มือชี้ไม้อมยิ้มคุยหยอกล้อกับลูกของเธอไม่ให้เป็นที่ผิดสังเกตของคนที่นี่
“แอบตรงนั้น”
ต้นหนาวชี้มือป้อมไปทางรถตู้คันหรูที่กำลังเปิดประตูคาเอาไว้อยู่ในตอนนี้
“อ่อ...ดีเลย”
ปลายฝนมองว่าในรถน่าจะไม่มีคนอยู่เธอขอเข้าไปหลบสักครู่คงจะไม่เป็นอะไรยังขอบคุณลูกชายของเธอที่หาที่แอบให้ได้อย่างดี
“อะ..อ๊ายยย..”
ในขณะที่เธอเข้ามานั่งในรถตู้คันหรูอย่างสบายใจแล้วจู่ๆก็มีชายหนุ่มโผล่หัวออกมาจากด้านหลังเธอและอีกคนก็ยังเดินมาปิดประตูรถขังเธอเอาไว้อีกด้วยคนที่โผล่หัวมาด้านหลังเธอเมื่อหญิงสาวเห็นแวบแรกก็จำได้ทันทีว่าเป็นมอแกนคนสนิทของฟรานซิสเธอคิดในใจว่าไม่น่าหลงกลคนพวกนี้เสียเลย
“สวัสดีครับ”
มอแกนยิ้มให้หญิงสาวพร้อมทั้งทักทายเธอด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์
“ซาหวัดดีฮับคุณลุง”
ต้นหนาวเป็นเด็กที่จำคำที่แม่ของเขาสอนได้ทุกอย่างเมื่อมีคนทักทายว่าสวัสดีเขาก็จะต้องสวัสดีตอบเด็กชายแก้มยุ้ยยกมือป้อมน้อยๆสวัสดีชายหนุ่มที่ยิ้มให้เขาตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี
“มารยาทดีผิดเวลาหรือป่าวลูก”
ปลายฝนหน้าเสียเล็กน้อยแอบสบถออกมาเบาๆและเธอก็ต้องนั่งรถไปที่คฤหาสน์ของฟรานซิสโดยดีขัดขืนอะไรไม่ได้เพราะเธอเป็นคนโดดขึ้นมาบนนี้เอง
คฤหาสน์ฮันส์
ปลายฝนนั่งอุ้มลูกน้อยของเธออยู่บนโซฟาราคาแพงตรงหน้าของเธอมีฟรานซิสนั่งไขว่ห้างเท้าคางมองหน้าเธอด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ยอมพูดยอมจาอะไรแต่สายตาของเขานั้นก็เหมือนเป็นใบมีดคมเชือดเฉือนเธออยู่ทุกวินาทีที่เธอสบตากลับไป
บอดี้การ์ดหนุ่มทั้งคนสนิทของเขาก็ยืนรายล้อมอย่างเงียบๆอยู่ทั่วทุกมุมในห้องโถงนี้ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าเขารู้ว่าเธอได้ทำอะไรลงไปเพราะคนอย่างเขาหากจะรู้เรื่องอะไรก็คงจะไม่ยากคิดไปคิดมาเธอเองก็คิดผิดที่รีบกลับมาที่นี่รู้แบบนี้เธอไม่กลับมาเลยจะดีกว่า
“หนาวง่วงคร้าบมามี๊”
ต้นหนาวขยี้หูขยี้ตาอยู่บนตักของคนเป็นแม่
“ง่วงก็นอนนะครับ”
ปลายฝนกล่อมลูกชายของเธอพักใหญ่จนหลับไปในขณะที่ในที่นี้ก็ยังมีแต่ความเงียบอยู่เช่นเดิมเธอจะไม่ยอมพูดอะไรจนกว่าอีกฝ่ายจะพูดมาก่อนเพราะเธอไม่รู้ว่าเขารู้ข้อมูลอะไรเกี่ยวกับตัวของเธอมากมายแค่ไหน
“พาเค้าไปนอนในห้อง”
ฟรานซิสเอ่ยบางคำออกมากับลูกน้องของเขาหลังจากที่เด็กชายได้หลับไปพักหนึ่งแล้ว
“ครับนาย”
ปลายฝนต้องปล่อยลูกชายของเธอให้กับบอดี้การ์ดหนุ่มแต่โดยดีเพราะเธอรู้ว่าตอนนี้เธอขัดใจอะไรพวกเขาไม่ได้แน่นอน
ฟรานซิสได้แต่งงานกับภรรยาของเขาเมื่อห้าปีก่อนเมื่อแต่งงานได้ไม่นานเขาและเธอก็ต้องการที่จะทำเด็กหลอดแก้วเพราะทั้งคู่ไม่มีใจประสงค์ที่จะมีสัมพันธ์กันเนื่องด้วยแต่งงานกันเพราะธุรกิจจึงเลือกที่จะทำเด็กหลอดแก้วกับหมอปลายฝนที่เป็นหมอสาวที่มีชื่อเสียงในด้านนี้มากทั้งที่อายุยังน้อย
แต่แล้วก่อนที่จะได้ทำภรรยาของเขาก็ได้เสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุไปก่อนเขาจึงไม่ได้ใส่ใจว่าเขาได้ฝากสเปริ์มไว้กับหมออีกเลยจนสองปีต่อมาเขาได้รู้ว่าหมอปลายฝนได้ลาออกไปและสเปริ์มของเขาก็ได้หายไปด้วยอันที่จริงเขาอยากจะฟ้องร้องกับโรงพยาบาลแต่ก็ต้องตัดเรื่องนี้ไปเพราะกลัวว่ามันจะเป็นข่าวใหญ่โตว่าเขาแต่งงานกับภรรยาคนก่อนด้วยเรื่องธุรกิจและคิดที่จะมีลูกโดยการผสมเทียมเขาจึงเลือกที่จะตามเรื่องหมอปลายฝนเองและนี่ก็เป็นเวลาสามปีแล้วที่เขาตามเรื่องนี้มาจนได้มารู้ว่าเขามีทายาทตัวน้อยออกมาแล้วตอนนี้สองขวบแล้วด้วย
เขารู้เรื่องปลายฝนจะกลับมาได้อย่างไรก็ไม่ยากเขาตามหาหมอลัลลนินหมอสาวเพื่อนรักของปลายฝนและเค้นเอาความจริงทุกอย่างจากเธอจนได้รู้ว่าปลายฝนได้ขโมยสเปริ์มของเขาไปทำอะไรและจะกลับมาวันไหนเขาจึงเตรียมแผนไปดักรอเธอได้ตรงเวลา
“ขอเหตุผลที่เธอกล้าทำ”
ฟรานซิสแทบอยากจะฉีกเนื้อหญิงสาวเป็นชิ้นๆในตอนนี้ไม่คิดว่าเธอจะกล้าเล่นแบบนี้กับคนอย่างเขา
“ฉ... ฉันแค่อยากมีลูก.. ล.. แล้วคุณก็เป็นพ่อพันธ์ที่สมบูรณ์ทุกอย่าง”
ปลายฝนตอบชายหนุ่มที่นั่งจ้องเธอเขม็งอย่างกล้าๆกลัวๆ
“ฉันขอทายาทฉันคืนส่วนเธอจะไปไหนก็ไปหากอยากจะได้เงินเท่าไรก็บอกมา”
ฟรานซิสอยากจะตัดปัญหานี้ให้จบไปตั้งแต่เสียวันนี้เพราะในเมื่อจู่ๆเขาก็พึ่งรู้ตัวว่ามีลูกเพราะฉะนั้นลูกก็ควรที่จะเป็นของเขาส่วนคนเป็นแม่เขาไม่ได้อยากได้หากหญิงสาวอยากได้เงินเท่าไรเพื่อนที่จะแลกกับลูกเขาก็จะยอมจ่าย
“คุณจะบ้าหรือไงฉันอุ้มท้องถนอมต้นหนาวมาอย่างดีฉันไม่ให้ลูกกับคุณง่ายๆหรอก”
ปลายฝนรู้สึกฉุนขึ้นอย่างมากที่ชายหนุ่มดูเหมือนจะชอบตีค่าชีวิตคนเป็นเงินเสียจริงเรื่องเงินเธอไม่ได้มีปัญหาเธอก็ไม่ได้อยากได้เงินของใครทั้งนั้นและเธอก็จะไม่ยอมให้ลูกกับเขาไปง่ายๆแน่นอน
แกร้กกก
"นี่เธอจะทำอะไร"
ปลายฝนใช้ความไวของเธอหยิบปืนจากบอดี้การ์ดของชายหนุ่มแล้วต่อปากกระบอกปืนไปที่เขาอย่างรวดเร็วจนบอดี้การ์ดต่างก็ยื่นมายื่นมือห้ามเธอให้ใจเย็นๆ
"ออกไปกันให้หมดไม่งั้นฉันยิงจริงๆด้วย"
ปลายฝนหันมาสั่งพวกบอดี้การ์ดชุดดำเสียงแข็งให้เขาออกไป
"วางปืนลงเธอใช้มันไม่เป็นหรอก"
ฟรานซิสยังทำหน้านิ่งเฉยไม่เกรงกลัวอันตรายใดๆทั้งยังพูดเสียงแข็งกับหญิงสาวว่าเธอนั้นใช้ปืนนี้ไม่เป็น
ปั้งงง
"นี่ไงฉันใช้มันเป็น"
ปลายฝนเล็งปืนไปที่แจกันราคาแพงในห้องรับแขกของชายหนุ่มแล้วยิงแล้วลั่นไกให้คนตรงหน้าได้รู้ว่าเธอไม่ใช่คนกระจอก
"คุณผู้หญิงใจเย็นๆนะครับ"
เมื่อพวกบอดี้การ์ดเห็นดังนั้นก็ยิ่งลนลานหนักขึ้นไปอีกทันทีเพราะเห็นว่าเธอนั้นใช้ปืนเป็นและเจ้านายของเขาก็อาจจะเป็นอันตรายได้
"ออกไป.."
ปลายฝนสั่งบอดี้การ์ดเสียงแข็งอีกรอบด้วยสีหน้าและแววตาที่จริงจัง
"พวกนายออกไปก่อนฉันจัดการได้"
ฟรานซิสปัดมือให้ลูกน้องของเขาออกไปทั้งหมดเพราะคิดว่าเขาเอาอยู่
"พาฉันไปหาลูก"
บอดี้การ์ดชุดดำออกไปทั้งหมดแล้วปลายฝนจึงจ่อปืนไปที่ชายหนุ่มแล้วบังคับให้เขาพาเธอไปหาลูกชายของเธอ
"ทำแบบนี้คิดดีแล้วจริงๆหรอ"
ชายหนุ่มเตือนหญิงสาวอีกรอบที่เธอทำแบบนี้ก็ไม่ได้แปลว่าเขาจะเลิกรังควานเธอง่ายๆหากเธอได้ลูกคืนกลับไปในวันนี้ยังไงเขาก็ต้องตามไปเอาลูกคืนจากเธออยู่ดี
"อย่าเข้ามานะฉันจะพาลูกกลับบ้าน"
เมื่อชายหนุ่มเปิดประตูห้องนอนของเขาที่มีลูกชายตัวกลมนอนอยู่หญิงสาวจึงรีบเข้าไปในห้องไม่วายปากกระบอกปืนยังเล็งไปที่ชายหนุ่มเพื่อป้องกันตัวเอง
"เธอคิดว่าวันนี้เธอรอดไปได้แล้ววันหน้าเธอจะรอดอย่างนั้นหรอ"
ฟรานซิสพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเตือนหญิงสาวอย่างใจเย็น
"คุณก็อย่ามายุ่งกับฉันแล้วก็ลูกของฉันสิ"
เธอจะรอดเงื้อมมือของเขาได้และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขก็ต่อเมื่อชายหนุ่มเลิกยุ่งกับเธอและลูก
"หึ่..ลูกของเธอคนเดียวหรอพูดออกมาได้"
ฟรานซิสสบถขำออกมาเล็กน้อยที่ดูเธอจะลืมอะไรบางอย่างไปหรือเปล่า
"เงียบไปเลยคุณไม่มีเค้าคุณอยู่ได้แต่ถ้าฉันไม่มีเค้าฉันต้องตรอมใจตายแน่"
ปลายฝนพูดพร้อมอุ้มลูกชายเธอพาดบ่าเอาไว้
"เรื่องของเธอ"
นั่นมันคือปัญหาของหญิงสาวไม่ใช่ปัญหาของเขา
"เอางี้คุณต้องการเท่าไร.. ฉันจะซื้อค่าสเปิร์มของคุณน่ะ"
ปลายฝนยินดีที่จะจ่ายหากเขาต้องการค่าเสียหาย
"นี่เธอ... ฉันล่ะเชื่อเธอเลยจริงๆ"
ฟรานซิสไม่อยากจะเชื่อว่าหญิงสาวจะมีความคิดที่แปลกพิกลกว่าคนอื่นซะเหลือเกินก็จริงถ้าหากไม่แปลกเธอก็คงไม่กล้าทำเรื่องแบบนี้ได้
"ฉันไปก่อนอย่าตามมานะ.. ไม่งั้นยิงจริงๆด้วย"
ปลายฝนค่อยๆเดินออกจากห้องชายหนุ่มโดยที่ไม่ทันระวังตัว
"อะ... อ๊ายยย"
ฟรานซิสเห็นว่าช่วงนี้เป็นจังหวะที่ดีเพราะเธอยังดูเป็นห่วงลูกที่อุ้มอยู่เพราะฉะนั้นเธอจงจึงไม่มีเวลาโฟกัสอยู่กับเขามากเท่าไหร่หนักจึงถือโอกาสนี้แย่งกระบอกปืนจากมือของเธอและรั้งเธอไม่ให้หนีออกไป
"อื้อ.."
ลูกชายตัวกลมของหญิงสาวตอนนี้กำลังสะลึมสะลือรู้สึกตัวขยี้หัวขยี้ตาเหตุเพราะว่ามีเสียงดังเกินไป
"โอ๋ๆๆๆ...นอนนะคร้าบบบ...ชู่ววว"
ปลายฝนต้องอุ้มโอ๋ลูกเธอเอาไว้ก่อนในเวลานี้เพราะไม่อย่างนั้นต้นหนาวจะงอแงไม่หยุด
"..."
ฟรานซิสมองดูหญิงสาวปลอบปะโลมลูกน้อยอย่างอ่อนโยนความรู้สึกนี้ทำให้เขานึกถึงคนเป็นแม่ขึ้นมาเมื่อตอนวัยเด็กแม่ของเขาก็ชอบปลอบเขาแบบนี้เช่นกันในตอนที่เขานั้นหลับแล้วผวาตื่น
"ออกไปได้แล้ว"
ฟรานซิสแยกลูกมาจากหญิงสาวออกจากมือมาอย่างง่ายดายและพาต้นหนาวไปนอนที่เตียง
"ไม่..อย่าเสียงดังเดี๋ยวต้นหนาวตื่นจะงอแงหนัก"
ปลายฝนใส่หัวพร้อมพูดกระซิบกระซาบเพราะกลัวว่าลูกชายเธอจะตื่นขึ้นมาและก็ยังดึงดันว่าเธอจะไม่ไปจากที่นี่แน่นอน
"อืม...งั้นเธอออกมาคุยกับฉันข้างนอก"
ฟรานซิสรู้สึกว่าเขาควรที่จะลองคิดอะไรใหม่ดูเพราะถ้าหากเขาหักดิบให้หญิงสาวทิ้งลูกไปเลยลูกชายของเขานั้นอาจจะงอแงไม่เอาใครเลยก็เป็นได้สู้ให้เธออยู่จนเขานั้นคุ้นชินกับลูกชายของเขาก่อนจะดีกว่าหลังจากนั้นก็ค่อยว่ากันอีกที
"อืม.."
ปลายฝนพยักหน้ารับพร้อมเดินตามชายหนุ่มออกไปด้านนอกกับเขาทันที
"เอาเป็นว่าฉันจะให้เธออยู่บ้านเล็กมาหาลูกได้บางเวลาที่ฉันกำหนดเท่านั้นส่วนลูกนับแต่นี้จะอยู่ที่บนคฤหาสน์กับฉัน"
"อะไรของคุณเนี่ย"
ดูท่าข้อเสนอของชายหนุ่มจะไม่เป็นที่ตรงใจกับเธอเอาซะเลยทั้งที่ลูกควรจะเป็นสิทธิ์ขาดของเธอทุกอย่างเขาไม่ควรมายุ่งอะไรด้วยซ้ำ
" ถ้าไม่เอาเธอก็ออกไปแล้วถ้าคิดหนีหรือตุกติกชีวิตของเธอไม่มีความสุขแน่เธอก็น่าจะรู้ว่าฉันทำได้ทุกอย่าง"
ฟรานซิสพูดกับหญิงสาวด้วยท่าทีที่สบายอารมณ์เขาล้วงมือหนาเข้าไปในกระเป๋ากางเกงพร้อมกับหันหน้ามาคุยกับเธอด้วยสีหน้าเจ้าเล่ห์รู้ว่าเธอจะต้องยอมแน่นอนเพราะเธอคงเป็นคนที่ฉลาดพอที่คิดว่าไม่ควรมาต่อรองอะไรกับเขาในเมื่อเขาให้สิทธิ์เธอขนาดนี้แล้ว
" โถ่เอ้ย...ทำไมต้องมาเจอคนอย่างคุณด้วยนะ"
ปลายฝนต้องพ่นลมหายใจออกมาแรงๆอย่างขัดอะไรไม่ได้ในเมื่อเขาให้สิทธิ์เธอแบบนี้และในเวลานี้เธอคิดแล้วว่ายังไงเธอก็เสียเปรียบเขาอยู่ดีตอนนี้เธอต้องรับข้อเสนอเขาเอาไว้ก่อนแล้ววันหลังเธอค่อยคิดแผนการใหม่ว่าเธอจะเอายังไงกับเรื่องนี้ดีและเธอจะไม่ยอมตกอยู่ใต้อำนาจเขาอยู่แบบนี้นานแน่นอน
"เรื่องนี้เธอเป็นคนเริ่มเองทั้งหมดใครใช้ให้เธอผลิตลูกของฉันออกมากันล่ะ"
ฟรานซิสเห็นว่าหญิงสาวจะทำหน้ายุ่งเขาเลยอยากเตือนให้เธอรู้ว่าเรื่องนี้เธอนั้นเป็นคนก่อมันขึ้นมาเองและเธอก็ควรจะรับผลที่มันจะตามมา
"คุณ.. คืนนี้ฉันขอนอนกับต้นหนาวได้มั้ย"
คืนนี้ปลายฝนยังห่างลูกเธอไม่ได้จริงๆเพราะเธอรู้ว่าชายหนุ่มต้องเลี้ยงลูกไม่เป็นแน่ๆเธอจึงใช้ไม้อ่อนออดอ้อนขอร้องเขาให้เธออยู่ที่นี่กับลูกก่อน
".... "
ฟรานซิสมองหญิงสาวด้วยสีหน้าเรียบเฉยอย่างคาดเดาไม่ถูก
"นะๆๆๆ.. คุณน้า...คุณหน้าตาหล่อปานนี้จิตใจก็ต้องหล่อตามด้วยสิจริงมั้ย.. "
ปลายฝนใช้มารยาหญิงออดอ้อนสุดฤทธิ์ยังไงวันนี้เธอก็ต้องได้อยู่กับลูกให้ได้ไม่อย่างนั้นเธอต้องนอนไม่หลับแน่
" ก็ได้เธอบอกจะนอนที่นี่เองนะห้ามเปลี่ยนใจ"
ฟรานซิสยื่นหน้าเข้ามาใกล้ๆหญิงสาวและถามเธอให้แน่ใจ
" หึ.. ไม่เปลี่ยนใจแน่นอน"
ปลายฝนส่ายหัวหงึกหงักเบิกตาโพรงดีใจที่ดูท่าชายหนุ่มจะอนุญาตเธอ
" อืมม.. "
ฟรานซิสพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้ามาในห้องนอนของเขาและถอดเสื้อผ้าของเขาออกอย่างช้าๆต่อหน้าหญิงสาวที่เดินตามหลังเข้ามา
"น.. นี่.. ทำอะไร"
ปลายฝนกระซิบกระซาบกับชายหนุ่มตาโตด้วยท่าทีรุกรี้รุกรนเธอไม่เข้าใจว่าเขาจะทำอะไรหวังว่าจะไม่คิดไม่ดีกับเธอหรอกนะ
" จะถอดเสื้อผ้าจะอาบน้ำนอนแล้วที่นี่ห้องฉัน.. "
ฟรานซิสทำท่ากระซิบกระซาบกับหญิงสาวอย่างเจ้าเล่ห์ทั้งยังตลกสีหน้าของหญิงสาวในตอนนี้อีกด้วย
" ห.. ห้องคุณหรอ"
ปลายฝนยืนเกาหัวแกรกๆ
" อืม.. จะนอนที่นี่กับลูกก็นอนสิฉันอนุญาตแล้วอย่าคิดว่าฉันเผลอแล้วเธอจะพาลูกหนีได้ดูบอดี้การ์ดด้านนอกด้วย"
ฟรานซิสพ่นคำขู่หญิงสาวออกมา
" ร.. รู้แล้วล่ะน่า"
ชั่วโมงต่อมา
"เธออยากอาบน้ำหรือป่าว"
ตอนนี้ฟรานซิสแต่งตัวด้วยชุดนอนเรียบร้อยแล้วเขาขึ้นมานอนบนเตียงกับลูกชายของเขาและมีหญิงสาวนอนอยู่ฝั่งตรงข้าม
"อืม.. แต่ฉันไม่มีเสื้อผ้าเปลี่ยน"
ปลายฝนก็รู้สึกเหนียวตัวอยู่แต่กระเป๋าของเธอดันอยู่ที่สนามบินเหตุเพราะมัวแต่วิ่งหนีชายหนุ่มโดยที่ลืมห่วงกระเป๋าของเธอไปเลย
"ใส่เสื้อฉันไปก่อนพรุ่งนี้จะให้คนเอากระเป๋าเธอมาให้"
ฟรานซิสเดินไปหยิบเสื้อเชิ้ตของเขาในตู้แล้วโยนให้หญิงสาวด้วยหน้าตาเย็นชาทั้งยังกลับมานอนที่เตียงตามเดิม
"คุณนี่บทจะใจดีก็ใจดีนะ"
ปลายฝนรู้สึกว่าพฤติกรรมของเขาตอนนี้ช่างแปลกกว่าตอนที่เธอเจอคราแรกอยู่มากรู้สึกว่าเขาก็ช่างแปลกคนอยู่เหมือนกันเธอมองไม่ออกเลยว่าตอนนี้เขาคิดอะไรอยู่
"......"
ชายหนุ่มชี้มือไปทางห้องน้ำด้วยสายตาเยือกเย็น
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
"ค.. คุณหลับแล้วหรอ"
ปลายฝนอาบน้ำเรียบร้อยแล้วเธอจึงเดินมาที่เตียงเห็นว่าชายหนุ่มหลับตานอนแล้วเธอจึงกระซิบถามเขาเพื่ออยากจะปลุกเพราะตอนนี้เธอยังไม่เสร็จธุระดีเลย
"มีอะไร.."
ฟรานซิสถามหญิงสาวทั้งที่เขายังหลับตาอยู่
" เรื่องต้นหนาวคุณอย่าบอกเค้าได้มั้ยว่าคุณไม่ได้ตั้งใจให้เค้าเกิดมา"
เรื่องนี้เป็นเรื่องที่ปลายฝนกังวลอย่างมากเพราะไม่อยากให้กระทบจิตใจของต้นหนาว
" อืม.. ฉันรู้น่าว่าควรพูดกับลูกอย่างไร"
ฟรานซิสรู้ดีว่าเขาจะจัดการกับเรื่องนี้อย่างไรไม่จำเป็นให้เธอต้องมาบอก
" ดีแล้ว.. อืมแล้วนี่คุณให้ฉันกับลูกมานอนด้วยคุณไม่อึดอัดหรอ.. หรือว่าคุณพาคนมานอนด้วยบ่อย... อืม.แบบนี้แน่เลยใช่มั้ย..อื้ออ "
ปลายฝนรู้สึกว่าชายหนุ่มดูท่าจะไม่อึดอัดเอาเสียเลยที่มีคนมานอนอยู่ร่วมห้องด้วยทั้งที่ไม่เคยคุ้นกันเธอจึงถามเขาด้วยความสงสัยเมื่อไม่เห็นเขาตอบจึงแอบคิดเองเออเองแต่ความคิดของเธอมันก็แอบเสียงดังเล็กน้อยจึงทำให้เขาได้ยินทุกคำที่เธอพูด
" เงียบได้หรือยังฉันจะนอน"
ชายหนุ่มรู้สึกจะรำคาญหูกับเสียงหญิงสาวเสียเหลือเกินเขาจึงเอื้อมมือหนาไปปิดปากเธอแล้วกดเธอลงนอน
" อื้อ.. ยังไม่ได้คืนนี้ต้นหนาวต้องตื่นมากินนมแล้วตอนนี้ฉันก็ไม่มีด้วย"
ที่เธอยังนอนไม่ได้ตอนนี้เพราะเธอมีปัญหาเรื่องนี้นั่นเองและดูท่านี้ก็คือปัญหาใหญ่ด้วยเพราะถ้าหากเธอไม่มีนมให้ต้นหนาวในตอนที่ลูกชายเธอตื่นมีหวังได้อาระวาดลั่นห้องแน่นอน
"หื้มมมม... บอกมาว่าต้นหนาวกินนมอะไรจะให้คนไปหามาให้"
ฟรานซิสจำต้องลืมตาตื่นลุกนั่งแล้วจ้องถามหญิงสาวว่าเธอต้องการอะไรบ้างแล้วเขาจะได้สั่งคนให้ไปหาให้เธอในตอนนี้เลยเขาจะได้นอนซะที
" อื้อ.. ยี่ห้อนี้แล้วก็ขวดนมด้วย.. อ่อน้ำยาล้างขวดนมหม้อนึ่งขวดนม.. แล้วก็อะไรอีกน้า"
"นี่.. เอาที่จำเป็นก่อนมันดึกแล้ว"
ฟรานซิสยืนมองหญิงสาวที่กำลังใจจดใจจ่ออยู่กับการสั่งของเขาแทบจะกุมขมับกับความเยอะของหญิงสาวตอนนี้เสียจริง
" อ่อโอเค.. งั้นเอาแค่นี้ก่อน"
ปลายฝนรีบยื่นกระดาษที่เธอจดให้กับชายหนุ่มอย่างรวดเร็วเมื่อเห็นท่าทีเขาไม่ค่อยจะพอใจเท่าไหร่
" อืมม.. "
ฟรานซิสออกไปสั่งบอดี้การ์ดหน้าห้องของเขาครู่หนึ่งจึงเดินกลับเข้ามาบอกหญิงสาวว่าเรียบร้อยทุกอย่างและให้เธอนอนได้แล้วเพราะเขาก็จะนอนเหมือนกัน
" นอนได้แล้ว"
" ยัง.. ต้องรอขวดนมมาฉันต้องล้างนึ่งขวดนมใหม่ก่อน"
ตอนนี้ปลายฝนยังนอนไม่ได้เธอจะต้องรอของที่สั่งมาก่อนเพราะเธอจะต้องจัดการอีกหลายอย่าง
"เฮ้ออ.. งั้นก็จัดการตามสบายเลยแล้วกัน"
ฟรานซิสมองบนเล็กน้อยพร้อมล้มตัวนอนลงแล้วปัดมือบอกกับหญิงสาวว่าเธออยากจะทำอะไรก็ตามสบายเลย
" โอเคถือว่าคุณอนุญาตแล้วนะ"
ปลายฝนได้ทีเธอก็ยังถามคำพูดของเขาอีกทีหากเขาอนุญาตเธอก็จะได้ทำตามใจอย่างไม่เกรงใจ
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
" ของที่สั่งได้แล้วครับ"
" ขอบคุณค่ะ"
เมื่อปลายฝนได้ของเรียบร้อยแล้วเธอก็ลงมาที่ห้องครัวด้านล่างแล้วจัดแจงจัดการอุปกรณ์ทุกอย่างของลูกเธออย่างชำนาญโดยมีบอดี้การ์ดยืนเฝ้าอยู่ไม่ห่าง และคอยช่วยเป็นลูกมือเธอได้อย่างดีอีกด้วย
"มี๊ฮับ..นม..นม.."
เด็กชายตัวกลมขยี้หูขยี้ตาตื่นมากลางดึกเพราะความหิวเด็กชายส่งเสียงร้องหาคนเป็นแม่พร้อมดันตัวขึ้นนั่งมองซ้ายมองขวาเตรียมเบะปากเพราะไม่เห็นคนเป็นแม่อยู่ด้วย
"หืม...."
ฟรานซิสรู้สึกตัวตื่นเพราะว่าเสียงของลูกชายตัวกลมของเขา
"แอะ..แอ้...แง้งงงงง...นม.."
เมื่อสองพ่อลูกประจันหน้ากันเจ้าหนูน้อยก็อ้าปากร้องเสียงดังออกมาทันทีทั้งยังร้องเรียกหาสิ่งที่หิวในตอนนี้อีกด้วย
"เอ่อ..เจ้าหนู...เงียบนะครับ...โอ๋ๆๆๆ"
ฟรานซิสหน้ายุ่งเล็กน้อยเพราะเหมือนว่าเขาจะโดนกวนในกลางดึกชายหนุ่มรีบอุ้มลูกชายของเขาขึ้นมาพาดบ่าพร้อมตบก้นแบบที่หญิงสาวได้ทำและมองหาหญิงสาวในห้องแต่ไม่เห็นเธอ