ตอนที่ 2.
ยังมีกิจการเกี่ยวกับระบบสื่อสารของฮ่องกงที่ชื่อบริษัทฟีนิค เทเลคอม คอปเปอร์เรชั่น ลิมิเตดซึ่งมีบริษัทลูกอยู่ทั่วเอเชียทำให้เขาร่ำรวยมหาศาล ทว่าเบื้องหลังฉากของนักธุรกิจผู้มั่งคั่ง หลี่ไท่หยางคือผู้นำของแก๊งหงส์ไฟ แก๊งมาเฟียที่ยิ่งใหญ่อันดับหนึ่งของฮ่องกงสืบทอดอำนาจมาจากรุ่นของหลี่เสวียนผู้เป็นปู่ จนมาถึงหลี่เจิ้งผู้เป็นพ่อ และผ่านมายังเขาในฐานะทายาทรุ่นที่สาม ฐานอำนาจของแก๊งหงส์ไฟขยายครอบคลุมไปทั่วฮ่องกง
“อาหลงเตรียมตั๋วเครื่องบินไปกรุงเทพฯ ให้ฉันด้วย พรุ่งนี้ฉันจะเดินทาง” คนเป็นนายสั่งเสียงเครียด
“ครับคุณหลี่”
จางหลง เลขานุการส่วนตัวรับคำ เขากดลิฟต์ให้นายอย่างรู้หน้าที่ เมื่อประตูลิฟต์เปิดออก ก็ผายมือเชื้อเชิญผู้เป็นนายให้ก้าวเข้าไปก่อน บอดีการ์ดทั้งสามคนตามเข้ามาอารักขา เมื่อลิฟต์เคลื่อนลงสู่ล็อบบีของโรงพยาบาล สารถีที่รออยู่ก็เคลื่อนรถมาจอดรอหน้าประตูทางออก หลี่ไท่หยางเดินตัวตรงไม่สนใจมองใคร ร่างสูงในชุดสูทแบรนด์ดังสง่าผ่าเผย จนผู้หญิงหลายคนมองตามด้วยสายตาหยาดเยิ้ม จางหลงส่ายหน้าระอากับสายตาราวกับกระต่ายหมายจันทร์ของผู้หญิงเหล่านั้น หญิงสาวผู้ดีมีตระกูลต่างหมายมั่นปั้นมือหวังเป็นนายหญิงของบ้านตระกูลหลี่ แต่บุรุษผู้มีอิทธิพลล้นเหลือผู้นี้ไม่เคยชายตามองหญิงคนไหนเกินหนึ่งครั้ง หากต้องการเป็นคู่นอนก็ต้องยอมรับว่าไม่มีสิทธิ์เป็นคู่ใจ ถึงกระนั้นก็มีผู้หญิงมากมายยอมพาตัวเข้ามาพัวพัน หวังพิชิตใจชายหนุ่มรูปงามผู้มั่งคั่งด้วยทรัพย์สินและทรงอำนาจราวพญาราชสีห์ จางหลงได้แต่สมเพชเวทนาเหล่าแมงเม่าสาวที่พากันมาเล่นไฟพิศวาสจนมอดไหม้หลายต่อหลายราย ไม่มีผู้หญิงคนไหนทำให้ผู้เป็นนายของเขายอมมีความสัมพันธ์ได้เกินหนึ่งครั้ง หลี่ไท่หยางไม่ชอบผู้หญิงเจ้ามารยาช่างออดอ้อนเป็นลูกแมว และเกลียดผู้หญิงเจ้าน้ำตาเป็นที่สุด ใครใช้มารยาสาไถยหรือน้ำตามาออดอ้อนออเซาะ สิ่งที่ได้รับกลับไปคือโทสะร้ายๆของราชสีห์หนุ่มเท่านั้น
“อาหลง สั่งคนของเราให้จัดการพาตัวไอ้ลายเมฆมาให้ได้ ก่อนที่ฉันจะเดินทางไปถึงกรุงเทพฯ” หลี่ไท่หยางสั่งการขณะนั่งอยู่บนลีมูซีนคันใหญ่
ดวงตายาวเรียวใต้คิ้วดกหนาที่ตวัดปลายพาดเฉียงขึ้นเล็กน้อยเปล่งประกายวาวจ้า ขณะจ้องมองรูปของชายหนุ่มคนหนึ่งบนหน้าไทม์ไลน์ของเฟซบุ๊ก ผู้ชายคนนี้เป็นสาเหตุทำให้น้องสาวที่น่าสงสารของเขาฆ่าตัวตาย ข้อความทุกข้อความที่มันส่งมาหลอกลวงเจนนี่ ถูกคนเป็นพี่ชายอ่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า ความแค้นทวีขึ้นทุกครั้งที่อ่านมัน หลี่ไท่หยางนึกโทษตัวเองที่ปล่อยให้น้องสาวหมกมุ่นอยู่ในโลกออนไลน์ จนถูกหลอกลวงให้ช้ำใจจนเกือบสูญเสียลมหายใจไป
“ไอ้ลายเมฆแกต้องชดใช้... ฉันขอสาบานว่า ต้องทำให้แกตกนรกทั้งเป็นให้ได้!”
หลี่ไท่หยางคำรามลอดไรฟัน นึกถึงวิธีการทรมานคนสารเลวคนนั้นให้ตายอย่างช้าๆ เขาจะทำให้มันเจ็บยิ่งกว่าน้องสาวเขาเคยเจ็บ ไอ้ลายเมฆจะต้องทรมานจนร้องขอความตาย
กรุงเทพมหานคร เวลา 20.00 น.
ในห้องเช่าเล็กๆของแฟลตย่านดินแดง ชายหญิงคู่หนึ่งกำลังหิ้วกระเป๋าเสื้อผ้า วิ่งกระหืดกระหอบออกมาจากห้อง ทั้งสองลงมาตามบันไดหนีไฟด้านหลังแฟลต เมื่อมองเห็นรถกระบะสีดำจอดอยู่ด้านหน้าประตูทางเข้า ชายร่างใหญ่หน้าเหี้ยมสองคนยืนเกาะประตูรถอยู่ พวกมันเป็นลูกสมุนของเฮียอู๋เจ้าของโต๊ะบอลรายใหญ่ มันกำลังมาตามเก็บเงินจากลูกหนี้ที่ติดหนี้พนันบอล ซึ่งลูกหนี้คนนั้นคือชายหนุ่มซึ่งเป็นพี่ชายของหญิงสาวหน้าหวานที่กำลังจูงแขนน้องสาวหอบเสื้อผ้าหนีออกทางบันไดหนีไฟนั่นเอง
“เฮียเมฆ พวกมันจะรู้มั้ยว่าเราแอบหนีมาทางนี้” เสียงปนหอบของผู้เป็นน้อง เอ่ยถามพี่ชายที่อายุเท่ากันและมีใบหน้าคล้ายคลึงกันอย่างหวาดหวั่น
“แกอย่าปอดไปเลยน่ายัยไหม ลูกน้องเฮียอู๋แต่ละคนสมองเท่าเม็ดถั่ว มันดีแต่ใช้กำลังแต่ไม่เคยใช้สมองหรอก”
คนเป็นพี่ย่นจมูกเอ่ยเหยียดหยามคนทวงหนี้ออกมา ขณะลากแขนน้องสาวฝาแฝดวิ่งตรงไปยังประตูทางออกด้านหลังซึ่งปลอดคน ลายเมฆหันซ้ายหันขวา ก่อนจะล้วงกุญแจรถมอเตอร์ไซค์สีส้มของตัวเองออกมาเสียบ เหวี่ยงกระเป๋าวางไว้ตรงที่วางเท้าด้านหน้า แล้วก้าวขึ้นคร่อมสตาร์ตเครื่องยนต์
“ยัยไหม แกจะยืนรอให้มันมาจับแกไปขายซ่องหรือไง” เขาเรียกน้องสาวที่ยืนทำหน้าบื้อให้ขึ้นรถ
ม่านไหมรีบกระโดดขึ้นซ้อนท้ายทันที กระเป๋าเป้ถูกยกขึ้นสะพายไหล่ เสื้อผ้าไม่กี่ชุดกับเครื่องสำอางของผู้หญิง ถูกยัดใส่กระเป๋าใบเล็กตามคำสั่งของพี่ชาย ครั้งนี้เป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็สุดจะนับ เมื่อต้องย้ายหนีคนทวงหนี้ ไอ้พี่ชายฝาแฝดตัวดีขยันสร้างเรื่อง หวังรวยทางลัดด้วยการเล่นพนันบอล แต่สุดท้ายก็ติดหนี้หัวโต ทั้งต้นทั้งดอกเบ่งบานจนไม่มีปัญญาหามาจ่าย เธอในฐานะน้องสาวต้องมาร่วมรับกรรมนี้โดยไม่เต็มใจ เงินที่ได้มาจากการทำงานอันเหนื่อยยาก ต้องถูกพี่ชายหยิบยืมไปใช้หนี้
‘วันหนึ่งเราจะรวย พี่จะสร้างบ้านสีขาวหลังเล็กๆ ให้แกอยู่ จะปลูกดอกกุหลาบรอบๆ บ้านอย่างที่แกชอบ’
คำสัญญาลมๆแล้งๆของพี่ชายฝาแฝดทำให้คนเป็นน้องมีแรงทำงาน แต่ความฝันก็พังทลายไม่เหลือซาก เมื่อพี่ชายหลงไปติดบอล เอาเงินเก็บไปเล่นพนันบอลจนหมดไม่พอยังไปติดหนี้มาอีกก้อนโต เจ้าหนี้หน้าเลือดมาตามทวงหนี้ถึงห้องเช่า เมื่อไม่ได้เงินพวกมันก็เอาอย่างอื่นไปแทน ทีวี ตู้เย็น เครื่องซักผ้า ถูกขนไปเป็นดอกเบี้ย สุดท้ายไอ้เฮียอู๋ มันคิดจะเอาน้องสาวของลูกหนี้ไปขัดดอก คนเป็นพี่เริ่มสำนึกผิดหาทางปกป้องน้องสาวโดยไปกู้หนี้นอกระบบมาจ่าย แต่ก็ทำได้แค่จ่ายดอกเบี้ย ต้นยังอยู่ครบ จากที่มีเจ้าหนี้รายเดียวก็เพิ่มมาเป็นสองราย สุดท้ายไม่มีปัญญาจ่าย เลยต้องพากันหนีหัวซุกหัวซุน
“เมื่อไหร่เราจะหมดกรรมหมดเวรซะทีนะเฮีย ไหมไม่อยากหนีอีกแล้วนะ” ม่านไหมตะเบ็งเสียงใส่หูพี่ชาย เมื่อเขาขี่รถพาเธอมาจอดพักข้างแม่น้ำเจ้าพระยา
“แกจะให้ฉันเอาเงินที่ไหนไปใช้หนี้มัน เงินตั้งสองล้านนะเว้ย ไม่ใช่สองบาท” ลายเมฆสะบัดเสียงใส่น้องสาวอย่างหงุดหงิด
เขาติดหนี้เฮียอู๋แค่สองแสน แต่ดอกมันทบต้นขึ้นมาเป็นสองล้านในเวลาไม่ถึงปี ต่อให้เทวดาก็ไม่มีปัญญาหามาจ่ายหรอก เขานึกถึงเด็กผู้หญิงที่ชื่อเจนนี่ขึ้นมาหากเขาเอ่ยปากเจนนี่คงจะช่วยเขาปลดหนี้ก้อนนี้ได้เพราะเท่าที่เขาคุยกับเธอมาหลายเดือน เจนนี่เป็นลูกเศรษฐีค่อนข้างมีฐานะ ลายเมฆรู้จักกับเธอผ่านเฟซบุ๊ก เขาใช้เวลาว่างในช่วงทำงานเล่นเฟซบุ๊กเหมือนหลายๆคนในที่ทำงานแอบทำ บางทีต้องมาดูแลเฟซบุ๊กให้ม่านไหมน้องสาวฝาแฝด ซึ่งบางครั้งไม่มีเวลาดูแลลูกหมูที่เลี้ยงไว้ในเกมจึงให้เขาช่วยดูแลแทน งานของเธอเป็นงานที่หาเวลาส่วนตัวยาก เมื่อต้องรับจ้างเป็นพยาบาลพิเศษดูแลผู้ป่วย หากปล่อยให้คนป่วยคลาดสายตาอาจทำให้บกพร่องต่อหน้าที่ได้ แต่เจ้าตัวยังติดเกมสารพัดในเฟซบุ๊กจนเดือดร้อนพี่ชายแสนดีอย่างเขาต้องไปดูแลให้
ลายเมฆก็เป็นเหมือนชายหนุ่มทั่วไปที่เล่นเฟซบุ๊กไม่ใช่เพราะความสนุกอย่างเดียว แต่อยากหาเพื่อนคุยหรือจีบผู้หญิง เขาจึงขยันโพสต์รูปอัพเดตสถานะ จนมีสาวๆมาขอแอดเป็นเพื่อนมากมาย นิสัยส่วนตัวที่เป็นหนุ่มเจ้าสำราญทำให้เขาไม่พลาดกระชับความสัมพันธ์กับสาวๆเหล่านั้น ด้วยความหน้าตาดีบวกคารมไม่เป็นรองใครทำให้ลายเมฆมีผู้หญิงให้เขาคบหามากมาย แต่เขาไม่เคยคิดจริงใจกับผู้หญิงคนไหนนอกจากคบเล่นไปตามประสาผู้ชายรักสนุก วันหนึ่งเขาได้รู้จักกับเจนนี่ เด็กสาวขี้โรคผู้น่าสงสาร เริ่มแรกเขาไม่ได้สนใจเธอมากรับแอดเธอไว้เพราะเห็นว่าหน้าตาน่ารัก เมื่อเธอแชตมาทักทาย เขาก็ทักตอบตามประสาผู้ชายเจ้าชู้ ชอบเป็นที่สนใจของผู้หญิง พูดคุยหยอกล้อกับเธอไปตามเรื่อง นานวันเข้าลายเมฆก็เป็นเพื่อนคุยกับสาวน้อยจนผูกพันกัน
ตอนที่ 3.
เขาเล่าเรื่องของตัวเองให้เธอฟัง เล่าความฝันเรื่องอยากจะเปิดร้านอินเทอร์เน็ตคาเฟ่ร่วมกับร้านกาแฟเล็กๆเป็นของตัวเอง เจนนี่ก็มีความฝันอยากมีกิจการเป็นของตัวเอง ด้วยสภาพร่างกายของเธอทำให้ไม่อาจทำตามความฝันได้ นั่นเป็นจุดเริ่มต้นให้คนสองคนอยากมีฝันร่วมกัน เจนนี่มีทุน ลายเมฆมีไอเดีย สาวน้อยเสนอเป็นผู้ออกทุนทั้งหมดให้ เธอจะโอนเงินเข้าบัญชีให้เขาจัดการดำเนินการก่อสร้างร้านเพียงแค่เขาเอ่ยปาก ความซื่อใสและความจริงใจของเจนนี่ทำให้ลายเมฆรู้สึกว่าการคบหาครั้งนี้ อาจทำให้สาวน้อยคาดหวังถึงความสัมพันธ์ในอนาคตร่วมกับเขามากจนเกินไป เขาเริ่มอึดอัดใจเมื่อรู้สึกผิดที่ทำให้เด็กผู้หญิงคนหนึ่งหลงไหลในภาพลักษณ์ที่สร้างขึ้น ทั้งๆ ที่เขาไม่ใช่คนดีเด่อะไรนักหนา ลายเมฆเอาเรื่องนี้มาคุยกับน้องสาวเพื่อหาทางยุติความสัมพันธ์ก่อนที่เจนนี่จะผูกพันกับเขามากกว่านี้ ม่านไหมบอกให้พี่ชายถอยห่างจากเจนนี่เสีย เลิกคุยเลิกแชตด้วยสักพักเจนนี่คงจะเลิกตอแยเอง ลายเมฆทำตามคำแนะนำของน้องสาว แต่เจนนี่ก็ยังโทรมามาหาเขา ส่งข้อความมาทักทายเหมือนไม่รับรู้อะไร
‘ไหมว่าเฮียส่งข้อความบอกเลิกไปเถอะ เด็กจะได้ตัดใจถ้ายังคุยกันอยู่แบบนี้ น้องเขาก็มีความหวังกับเฮียไปเรื่อยๆ’
ลายเมฆไม่กล้าทำตามคำแนะนำของม่านไหม เขาสงสารและกลัวว่าเจนนี่จะเสียความรู้สึก เด็กสาวเป็นโรคหัวใจหากได้รับความกระทบกระเทือนใจอาจเป็นผลร้ายต่อร่างกาย เขาจึงรีรอไม่ทำตามจนถึงบัดนี้ ได้แต่ตัดขาดการติดต่อกับเธอทุกทางหวังให้เธอตัดใจได้ในสักวันหนึ่ง
“คืนนี้เราจะนอนที่ไหนล่ะเฮีย ไหมต้องทำงานนะ พรุ่งนี้เช้าต้องไปดูแลคนป่วยรายใหม่” เสียงของม่านไหมทำให้พี่ชายหลุดจากภวังค์ความคิด
ลายเมฆเคาะนิ้วไปมาบนเบาะรถ คิ้วดกหนาได้รูปขมวดชนกัน
“ไปขอพักที่บ้านยัยโอ่งมังกรเพื่อนแกก่อนดีไหม”
“เขาชื่อโอโม่ ไม่ใช่โอ่งมังกร” ม่านไหมหัวเราะคิก ขำชื่อที่พี่ชายตั้งให้เพื่อนชายใจหญิงของเธอ
โอโม่ หรือ โอฬาร กะเทยร่างยักษ์เพื่อนของม่านไหมเป็นเจ้าของบริษัททำความสะอาด เจ้าหล่อนมีบ้านหลังใหญ่และห้องชุดในคอนโดมิเนียมให้คนเช่า สองพี่น้องต้องแบกหน้าไปขอความช่วยเหลือจากโอโม่อยู่หลายครั้ง จนเจ้าตัวค่อนขอดว่า หากจะมาขอให้ช่วยอีกจะยกตัวเองให้เป็นพี่สะใภ้ของม่านไหม ลายเมฆเลยไม่กล้าไปขอความช่วยเหลืออีก
“เฮียจะยอมเป็นผัวนังโอโม่แล้วเหรอ ถึงได้ไปขออาศัยมันอีก” ม่านไหมเอ่ยแซวพี่ชาย
ลายเมฆเบ้ปาก ทำหน้าสะอิดสะเอียน
“อย่าพูดสิวะ ฉันจะอ้วก แค่ยอมให้มันนัวเนีย แลกข้าวแลกที่พัก ฉันต้องกลั้นใจแทบตาย ขืนรับเป็นผัวมัน มีหวังกินข้าวไม่ลงว่ะ” ขนแขนลุกชัน เมื่อนึกถึงสภาพน่าอนาถนั้น
“ทำเป็นรังเกียจตุ๊ด ระวังเหอะ สวรรค์จะแกล้งให้เฮียกลายเป็นตุ๊ดสักวัน”
“ถ้าฉันจะเป็นตุ๊ด ก็เป็นตุ๊ดคุณภาพเว้ย” ลายเมฆประชดน้องสาวช่างแหย่ รู้ว่าเขาเกลียดตุ๊ดเกลียดกะเทย ยังมีหน้ามาล้อเลียนอีก ม่านไหมหัวเราะคิกคักอารมณ์ดีขึ้น
“ไหมว่าเราหาที่นอนก่อนดีไหม เมื่อกี้ไหมเห็นโรงแรมม่านรูดแถวนี้ที่หนึ่ง ราคาไม่แพง ไปเปิดห้องนอนสักคืนแก้ขัดไปก่อน”
ยามอับจนสองพี่น้องก็อาศัยโรงแรมม่านรูดเป็นที่พักชั่วคราว แม้ในสายตาผู้คนสถานที่แห่งนั้นเป็นที่อโคจรสำหรับคนดีๆ แต่ม่านไหมกลับไม่คิดเช่นนั้น เธอกลับมองว่าเป็นที่พักแสนปลอดภัย แอร์เย็น เตียงนุ่ม บางห้องมีเตียงน้ำให้นอนเล่น แม้จะหนวกหูกับเสียงเซอร์ราวด์รอบทิศทางบ้าง แต่ก็แค่ใช้ที่ปิดหูปิดเอาก็ไม่ได้ยินแล้ว ปลอดภัยและนอนสบาย ที่สำคัญพวกเจ้าหนี้คงไม่คิดว่าเธอกับพี่ชายจะพากันหลบภัยมาอยู่ที่นี่แน่
“นี่ถ้ามีผู้ชายพาแกเข้าม่านรูด ฉันว่ามันคงไม่ชำนาญพื้นที่เท่าแกหรอก” ลายเมฆหัวเราะขำน้องสาว
ม่านไหมมองโรงแรมม่านรูดไม่ต่างจากบ้านพัก น้องสาวของเขาไร้ความเขินอายเมื่อต้องเข้าไปในที่แห่งนั้น หากจะมีใครมองน้องเขาเป็นผู้หญิงไม่ดี ชายหนุ่มก็ไม่โทษใครนอกจากโทษตัวเอง ที่ทำให้น้องต้องมาตกระกำลำบากไปด้วย
สองพี่น้องพากันขึ้นรถเตรียมเคลื่อนที่อีกครั้ง แต่ทันใดนั้นเอง ก็มีรถเก๋งสีดำคันหนึ่งแล่นมาจอดข้างๆ ชายฉกรรจ์สี่คนเปิดประตูออกมาพร้อมอาวุธปืน ลายเมฆไม่ปล่อยให้ตัวเองตกตะลึงนาน เขารีบคว้าแขนน้องสาวให้ซ้อนท้ายมอเตอร์ไซค์ รีบสตาร์ตรถเร่งเครื่องบึ่งหนีออกมาทันที จากที่คิดจะหลบภัยในโรงแรมม่านรูด ลายเมฆเปลี่ยนเป้าหมายขี่รถมุ่งตรงมายังบ้านของโอโม่ รถคันนั้นยังตามติดเป็นเงา ชายหนุ่มอาศัยความคล่องตัวของรถคันเล็กขี่ซิกแซก หลบเข้าซอยต่างๆจนหลุดรอดจากการติดตาม เขาจอดรถที่หน้าบ้านของโอโม่
“คืนนี้แกนอนที่บ้านยัยโอ่งมังกรนะ”
“แล้วเฮียล่ะ” ม่านไหมก้าวลงจนรถ มองหน้าพี่ชายอย่างห่วงใย ลายเมฆยิ้มให้น้องสาว ตบบ่าเล็กๆนั้นแรงๆ
“ฉันจะไปหาที่นอนบ้านเพื่อน ไม่ต้องเป็นห่วงน่า พรุ่งนี้ฉันจะมารับแกไปส่งที่ทำงาน” ลายเมฆบอกให้น้องสาวคลายใจ ก่อนจะบิดคันเร่งขี่รถออกไป
ม่านไหมมองตามท้ายรถของพี่ชายด้วยสายตาห่วงใย แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะหันไปกดกริ่งเรียกเจ้าของบ้านให้มาเปิดประตูรับ ร่างอ้วนพีของโอโม่เดินท่อมๆ ออกมาเปิดประตูให้
“ทำไมไม่โทรมาก่อนยะ นังไหม แล้วเฮียเมฆมาด้วยหรือเปล่า” โอโม่ชะโงกหน้ามองไปรอบๆกาย หวังเจอหน้าพ่อเทพบุตรสุดหล่อ แต่ต้องผิดหวังเมื่อเพื่อนสาวส่ายหน้าดุกดิก
“เฮียแค่มาส่งเฉยๆ อุ๊ย! ตายแล้ว ฉันลืมเอากระเป๋าลงจากรถเฮีย” ม่านไหมอุทานลั่น เมื่อนึกได้ว่าเธอคล้องกระเป๋าเป้ไว้ที่แฮนด์รถมอเตอร์ไซค์ของพี่ชาย “คืนนี้ ฉันขอยืมชุดนอนแกก่อนได้ไหม นังโอโม่”
“เออ... จะยืมอะไรก็ยืม รีบเข้ามาไวไว ละครกำลังสนุก คืนนี้มีฉากที่พี่ณเดชน์ของฉันจะถอดเสื้อโชว์กล้ามด้วย”
หนุ่มใจสาวลากแขนเพื่อนตัวน้อยให้เข้ามา แล้วปิดประตูรั้วอย่างว่องไว ก่อนจะเดินบิดสะโพกใหญ่โตของตัวเองเดินนำเข้าไปในบ้าน
ม่านไหมหยิบกระดาษใบหนึ่งออกมาดูที่อยู่ผู้ว่าจ้าง ก่อนจะโบกรถแท็กซี่เพื่อเดินทางไปยังสถานที่แห่งนั้น เธอรับงานมาจากนันทินี เพื่อนสาวซึ่งเปิดสถานพยาบาลและส่งคนไปดูแลผู้ป่วยที่บ้าน งานในหน้าที่พยาบาลพิเศษดูแลผู้ป่วยตามบ้านสร้างรายได้ดีพอสมควร เมื่อเทียบกับการเป็นพยาบาลตามโรงพยาบาลทั่วไป ม่านไหมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเวลา แปดโมงเช้าแล้วลายเมฆยังไม่โผล่หน้ามาให้เห็น พี่ชายเธอไม่เคยเหลวไหล หญิงสาวกดโทรศัพท์มือถือหาพี่ชายซ้ำอีกรอบ สัญญาณตอบรับถูกปิด ปกติลายเมฆไม่เคยปิดเครื่องเพราะเบอร์นี้เป็นเบอร์ที่เขาใช้ติดต่อน้องสาว ม่านไหมรู้สึกสังหรณ์ใจเกรงพี่ชายจะถูกเจ้าหนี้เอาตัวไป แต่ด้วยหน้าที่บังคับทำให้เธอต้องรีบไปบ้านของนายจ้าง เพื่อดำเนินการพูดคุยเรื่องสัญญาว่าจ้าง หากนายจ้างยอมรับเธอเข้าทำงานจะได้อาศัยอยู่ที่บ้านของนายจ้างหมดปัญหาเรื่องที่พัก และจะได้ขอเบิกเงินค่าจ้างล่วงหน้าให้พี่ชายเป็นทุนในการหลบหนีจนกว่าลายเมฆจะหาเงินมาใช้หนี้เจ้าหนี้ได้
รถแล่นมาจอดที่บ้านหลังใหญ่หลังหนึ่ง ม่านไหมจ่ายค่ารถแล้วรีบเดินไปที่ป้อมยามหน้าบ้าน แจ้งความประสงค์ขอเข้าพบเจ้าของบ้าน ไม่กี่นาทีต่อมาก็ได้รับอนุญาตให้เข้าไปข้างใน
บ้านหลังนี้ จะเรียกให้ถูกคือคฤหาสน์หลังนี้ เนื้อที่ไม่ต่ำกว่าห้าไร่ ใหญ่โตและกว้างขวางทีเดียว ม่านไหมถูกพามาถึงหน้าประตูบ้านด้วยรถกอล์ฟ นายจ้างของเธอคงกลัวว่าหากเดินไปอาจใช้เวลานานจึงอำนวยความสะดวกให้ หญิงสาวมองสำรวจไปรอบๆ คฤหาสน์หลังงามอย่างตื่นตาตื่นใจ หวังอยู่ในใจลึกๆว่าหากเธอได้ทำงานที่นี่ค่าจ้างคงไม่น้อย
“คุณท่านเรียนเชิญที่ห้องทำงานค่ะ”