“ฮือๆๆ คุณตา ทำไมคุณตาถึงปล่อยให้สุขภาพตัวเองย่ำแย่ขนาดนี้ล่ะคะ ไม่มีใครดูแลคุณตาเลยรึไง” คุณหนูไอรดา เอลล่า ชาร์ตัน ทายาทคนเดียวของตระกูลกำลังร่ำไห้ หลังจากที่รีบบินตรงมาจากรัสเซีย เพื่อเยี่ยมมคุณตาสุดที่รักเพียงคนเดียวที่เมืองไทย
“แค่กๆๆ อย่าไปว่าใครเลยหลาน คนแก่ก็อย่างนี้แหละ จะตายวันตายพรุ่งก็ไม่มีใครรู้หรอก จะให้แข็งแรงเหมือนหนุ่มๆ สาวๆ คงเป็นไปไม่ได้ เรื่องเกิด แก่ เจ็บ ตาย มันเป็นเรื่องธรรมชาติ” เทพ เดชดำรง ตระกูลใหญ่อันดับต้นๆ ของเมืองไทยพูดปลอบหลานสาวเพียงคนเดียว
“ไม่เอาค่ะคุณตา ไม่พูดอย่างนี้ รู้ไหมไอด้าใจไม่ดี คุณตาต้องอยู่กับไอด้านานๆ สิคะ ถ้าคุณตาทิ้งไอด้าไปอีกคน ไอด้าจะอยู่ยังไงล่ะ ฮือๆ หรือคุณตาไม่รัก ไม่อยากอยู่กับไอด้าแล้ว ถึงได้คิดตัดช่องน้อยแต่พอตัว” ดู๊ดูแม่คุณช่างพูดมาได้ คนแก่ฟังแล้วอยากจะขำจริงๆ นี่แม่หลานสุดที่รัก คิดว่าเรื่องเป็นเรื่องตาย เป็นเรื่องของการเอาตัวรอดอย่างนั้นเหรอ ฮ่าๆ อยากจะบ้าตาย
“ใช่ว่าตาเองอยากจะตายซะเมื่อไหร่ล่ะ แต่ของแบบนี้มันห้ามกันได้ซะที่ไหน อีกอย่างตาเองก็ใช้ชีวิตอยู่บนโลกใบนี้มานานจนคุ้มแล้วนี่ แต่ก่อนตายตาอยากจะขออะไรจากหลานสักอย่าง ไม่รู้ว่าหลานจะทำให้ตาสมหวังได้รึเปล่า”
“อะไรคะ บอกไอด้ามาสิ ไม่ว่าจะยากเย็นแค่ไหนไอด้าก็จะทำให้” คนเป็นหลานพูดด้วยสายตามุ่งมั่น
“ตามีไอด้าเป็นหลานเพียงคนเดียว กิจการทั้งหมดของตาก็จะต้องยกให้เราเป็นคนดูแลทั้งหมด แต่ตาก็รู้ว่าเราเองก็เหนื่อย ไหนจะต้องดูแลกิจการทั้งหมดของชาร์ตัน แทนดี่ดี๊ของเรา แล้วยังจะต้องมาดูแลกิจการในตระกูลเดชดำรงของตาอีก ซึ่งมันไม่ใช่น้อยๆ เลย ตากลัวว่าเราจะรับไม่ไหว” คุณตาเทพวัยเจ็ดสิบรู้สึกสงสารหลานสาวเพียงคนเดียวที่ต้องแบกภาระมากมายเช่นนี้ ซึ่งเธอต้องเข้ามาศึกษางานทุกอย่างของครอบครัวตั้งแต่อายุยังน้อย ทุกวันของเธอจึงมีแต่งานกับงานเท่านั้น
“โธ่ เรื่องนั้นคุณตาไม่ต้องห่วงนะคะ ไอด้าชินแล้ว ไอด้าจะพยายามทำให้ดีที่สุดเพื่อครอบครัวของเรานะคะ” ไอรดาพูดอย่างเต็มภาคภูมิ ทุกวันนี้เธอสามารถพูดได้เต็มปากว่า ความสามารถของเธอก็ดีไม่แพ้ผู้ชายอกสามศอกแน่ อาจจะเก่งกว่าบางคนด้วยซ้ำไป
“แต่ตาก็ยังวางใจไม่ได้อยู่ดี บอกตรงๆ ถ้าตาย ตาก็คงตายตาไม่หลับ” คุณตาเทพพูดด้วยสีหน้าเศร้าๆ ที่ไอรดาเห็นแล้วใจคอไมดี
“ถ้างั้น คุณตาอยากให้ไอด้าทำยังไงคะ คุณตาถึงจะสบายใจ” ไอรดาบอกด้วยความกตัญญู
“ก่อนตาย ตาอยากเห็นหน้าเหลน ไอด้ามีเหลนให้ตาจะได้ไหม ตาจะได้วางใจว่ากิจการที่ตาสร้างมากับมือจะมีคนมาสืบทอดและสานต่อมันได้ ตาจะได้ไปอย่างหมดห่วง” เป็นเพราะอยากเห็นหลานสาวเป็นฝั่งเป็นฝามีคนคอยดูแลกับเขาสักที อีกทั้งกิจการของตัวเองก็จะได้มีคนสืบทอด คุณตาจึงบอกหลานสาวไปแบบนี้
“ห๊า! คุณตาอยากได้เหลนเนี่ยนะ แล้วจะให้ไอด้าไปหามาจากที่ไหนล่ะคะ ของแบบนี้ไม่ได้หากันง่ายๆ ตามกระบอกไม้ไผ่สักหน่อย” ไอรดาทำหน้าเหวอ ด้วยไม่เคยคิดเรื่องนี้มาก่อน ทุกวันนี้ก็มีแต่งานและครอบครัวที่ต้องดูแลจึงไม่มีเวลาสนใจเรื่องแบบนั้น
“บ๊ะ! เรานี่พูดเป็นเล่นไปได้ เด็กที่ไหนจะเกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่กันเล่า คงไม่ต้องให้ตาบอกหรอกนะว่าเขาทำกันยังไงน่ะ” คุณตาเทพเอ็ดเสียงดัง
“แหะๆ ไม่ต้องหรอกค่ะ เรื่องแบบนั้นน่ะไอด้าคิดว่าไอด้าน่าจะพอทำได้ แต่ติดอยู่เรื่องเดียวนี่ล่ะค่ะ” ไอรดาบอกด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ซึ่งคุณตาเองก็กำลังตั้งใจฟัง
“หืม! เรื่องอะไรล่ะ” คุณตาเทพถามด้วยความสงสัย เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของหลานสาว
“ก็เรื่องที่ไอด้าไม่รู้ว่าไอด้าจะไปทำกับใครนี่ล่ะค่ะ เรื่องใหญ่เลย” คำพูดของเธอ ทำเอาคุณตาเทพแทบสำลักน้ำลายตัวเอง “แต่คุณตาไม่ต้องห่วงนะคะ ไอด้าจะพยายามควานหาคนๆ นั้นมาให้ได้ค่ะ” แววตาเด็ดเดี่ยวและท่าทางมุ่งมั่นของเธอ ทำเอาคนแก่แทบอยากจะถอนคำพูด ไม่รู้ว่าตัวเองคิดถูกหรือผิดกันแน่ที่เอาเรื่องแบบนี้มาพูดกับแม่หลานสาวสุดที่รักคนนี้ แต่เรื่องแบบนี้เห็นทีคงต้องปล่อยให้มันเป็นไปตามพรหมลิขิตนั่นล่ะ
“มาเรีย รามาน อิล พวกนายว่าฉันควรจะไปหาผู้ชายที่ไหนมาทำพ่อของลูกดีอ่ะ” หลังจากที่แยกกันกับคุณตาเทพ จู่ๆ ไอรดาคุณหนูผู้น่ารักของทุกคนก็โพล่งถามออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย ระหว่างที่กำลังเดินทางกลับรัสเซีย
“เอ่อ คือ เอ่อ ผมว่าคุณหนูใจเย็นๆ ค่อยๆ คิด เอ่อ ค่อยๆ หากันไปจะดีกว่านะครับ” ก็เรื่องแบบนี้จะให้รีบได้ไงล่ะ ไม่ใช่ผักใช่ปลาในตลาดสักหน่อย ที่อยากกินก็ไปซื้อเอาได้ ที่คุณหนูกำลังหาน่ะ มันพ่อของลูกนะ อิล หนึ่งในบอดี้การ์ดคนสนิทอดรู้สึกกระดากแทนไม่ได้
“นายก็เห็นแล้วนี่อิล ว่าคุณตาท่านคาดหวังกับเรื่องนี้มากแค่ไหน แล้วฉันก็ไม่อยากให้ท่านต้องผิดหวังด้วย แบบนี้ยังจะให้ฉันใจเย็นอยู่อีกเหรอ ฉันไม่อยากเป็นหลานอกตัญญูนะ” อิลได้ฟังถึงกับหลับตาแน่นยังจนใจ ไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะยกเหตุผลนี้ขึ้นมา
“งั้นเอาอย่างนี้สิคะ คุณหนูลองกลับไปพิจารณาพวกที่เคยมีทีท่าว่าจะมาจีบคุณหนูดูสิคะ เผื่อจะมีสักคนที่ถูกใจ” มาเรียที่เป็นทั้งเลขาและเพื่อนคนสนิทลองเสนอความคิดดูบ้าง
“ไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วเหรอ” ไอรดาทำท่าโอดครวญ แค่คิดว่าต้องเจอกับผู้ชายพวกนั้นอีก เธอก็ทำใจไม่ได้แล้ว “แล้วถ้าลองแล้วยังไม่มีใครผ่านเกณฑ์เลยล่ะ” เธอจำเป็นต้องถาม เพราะดูจากแนวโน้มแล้วมีความเป็นไปได้สูง
“ความจริงเรื่องนี้ไม่เห็นต้องคิดอะไรให้วุ่นวายเลยนี่ครับ สิ่งที่คุณหนูอยากได้คือลูกไม่ใช่สามี ไม่จำเป็นต้องแต่งงานอยู่กินกันฉันสามีภรรยาก็ได้ ที่นี้เรื่องเกณฑ์อะไรนั่นก็ตัดทิ้งไปได้เลย เหลือก็แค่รูปร่าง หน้าตา ผิวพรรณ ที่ส่งผลโดยตรงกับเด็กที่จะเกิดมาก็พอ” รามานหนึ่งในคนสนิทอีกคนที่ความคิดค่อนข้างผ่าเหล่ากว่าใครเพื่อน เสนอขึ้นบ้าง แต่ดูเหมือนความคิดนี้จะไม่ได้รับการยอมรับจากคนรอบข้างเอาซะเลย
“รามาน!” อิล และมาเรีย อุทานเสียงดัง ที่รามานเสนอความคิดพิลึกพิลั่นให้เจ้านายออกไปแบบนั้น
“ฉันพูดอะไรผิดเหรอ” ดูเหมือนรามานจะยังไม่รู้ตัว
“เออ นั่นสิ คุณตาบอกว่าอยากได้เหลน ไม่ได้บอกว่าอยากได้พ่อของเหลนสักหน่อยนี่เนอะ” และแล้วความคิดพิลึกพิลั่นที่ว่านั่นก็ดันถูกใจคุณหนูไอรดาเข้าจนได้
“คุณหนู!” เป็นอีกครั้งที่อิล และมาเรียอุทานเสียงดังพร้อมกัน เพราะไม่เห็นด้วยเอาซะเลย แต่ดูเหมือนคนที่เห็นด้วยอย่างไอรดาจะไม่ฟังเสียงทัดทานของใครอีกแล้วในตอนนี้
“แล้วฉันต้องทำยังไงบ้างล่ะ ดักฉุดแบบในหนังเลยดีไหม อย่างพวกดักทุบหัว ลากเข้าห้อง จากนั้นก็จับปล้ำเลยเป็นไง ดีนะเนี่ยที่ฉันเคยดูหนังแนวนี้มาบ้าง ไม่อย่างนั้นคงมืดแปดด้านเลย” ไอรดาทำหน้าภาคภูมิใจกับความคิดของตัวเองเป็นที่สุด ตรงกันข้ามกับคนสนิททั้งสาม ที่ตอนนี้กำลังทำหน้ากลืนไม่เข้าคายไม่ออก กับวิธีหาสามีของเธอ
“คุณหนู” ทั้งสามจึงได้แต่ครางเสียงสั่น ไม่อยากจะเชื่อว่าคุณหนูของพวกเขาจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้
“แล้วครั้งเดียวจะท้องไหมล่ะ แล้วถ้าไม่ท้อง ฉันไม่ต้องขังผู้ชายคนนั้นเอาไว้แต่ในห้องแบบพวกผู้ชายบำเรออะไรทำนองนั้นเลยรึไง อ๊าย! นี่มันเรื่องจำเลยรักชัดๆ เลยนี่ ละครไทยเรื่องนี้ฉันชอบสุดๆ ยิ่งตอนที่พระเอกจับนางเอกไปขังเอาไว้นะเป็นตอนที่ชอบมากๆ เลย มันเป็นอะไรที่โรแมนติกที่สุดเลยอ่ะ” ไอรดาทำท่าเคลิ้มฝัน เมื่อพูดถึงฉากสุดปลื้มฉากนั้น ทำเอาทั้งสามเห็นแล้วผวาพากันถอยหลังพร้อมกันด้วยความกลัว อ๊าก! คุณหนูเป็นพวกโรคจิตไปแล้ว พระเอกทรมานนางเอกเนี่ยนะโรแมนติก แบบนี้มันซาดิสม์ชัดๆ รามานคิดด้วยความสยอง ที่สำคัญละครเรื่องนั้นมันก็ไม่เหมือนกับเรื่องที่เธอจะทำเลยนี่ เพราะเธอเป็นผู้หญิงนะ
“เอ่อ คุณหนูครับ เดี๋ยวนี้วิวัฒนาการทางการแพทย์ก้าวหน้าไปมากแล้วนะครับ เราให้หมอช่วยทำกิฟท์ให้ก็ได้ เอาแค่สเปิร์มของผู้ชาย แล้วคุณหนูก็ไม่ต้องลงมือปล้ำ หรือจับผู้ชายมากักขังให้เสียเวลา มันจะเป็นการเจ็บแค้นเคืองโกรธโทษฉันไปซะเปล่าๆ” รามานเสนอความคิดอย่างกล้าๆ กลัวๆ แต่ก็ยังไม่วายล้อเล่นอีกจนได้
“เหรอ แล้วถ้าไม่ปล้ำ ฉันจะเอาสเปิร์มมาได้ยังไงล่ะ” รามานถึงกับอึ้ง เมื่อเจอคำถามนี้เข้าไป ใจคอจะให้เขาอธิบายจนละเอียดเลยรึยังไง ฮือ! กูอยากตาย กูกำลังตกอยู่ในสภาวะกดดันใช่ไหม รามานถึงกับครวญในใจ
“คุณหนู เรื่องทำกิฟท์อะไรนั่น เราเอาไว้เป็นทางเลือกสุดท้ายดีไหมคะ ลองวิธีแรกกันก่อน ถ้าไม่ได้ผล เราค่อยมาคิดกันดูอีกทีว่าจะเอายังไง เชื่อมาเรียนะคะ” และแล้วมาเรียก็มาช่วยรามานเอาไว้ได้ทัน ไม่อย่างนั้นรามานคงต้องเส้นเลือดในสมองแตกตาย เพราะตกอยู่ในสภาวะความกดดันแน่ๆ
“ก็ได้” ทุกคนถึงกับยิ้มออก เมื่อไอรดายอมเชื่อฟังง่ายๆ แต่ “ถ้างั้นกลับไปเนี่ย ช่วยหาจำเลยรักมาให้ฉันคัดตัวโดยด่วนเลยนะ” อ๊าก! ยังไม่จบ รามานมองคนพูดตาโต
และแล้ววันแรกของการปฏิบัติการตามล่าหาจำเลยรักก็เกิดขึ้น ท่ามกลางความลุ้นระทึกของทุกคน
“เป็นเกียรติมากเลยครับที่คุณเอลล่าชวนผมออกมาทานข้าวด้วยกันวันนี้ ผมยินดีมากสำหรับมิตรภาพในวันนี้” โยชิ นักธุรกิจหนุ่มชาวญี่ปุ่นที่มาเรียเป็นคนจัดการนัดมาให้ กำลังเป็นปลื้มที่จู่ๆ ดอกฟ้าก็โน้มกิ่งลงมาหา ซึ่งมันตรงกันข้ามกับความคิดของไอรดาโดยสิ้นเชิง แต่ฉันกำลังเสียใจย่ะที่ให้มาเรียนัดนายมา
เมื่อไอรดาคิดไม่ตกว่าจะทำยังไงกับนักธุรกิจหนุ่มคนนี้ดี เธอจึงหันไปปรึกษากับเหล่าบรรดาคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ห่างด้วยภาษาไทย เพราะคิดว่าอีกฝ่ายคงฟังไม่ออกเป็นแน่ ส่วนพวกเขาน่ะเหรอพูดได้คล่องราวกับภาษาบ้านเกิดนั่นแหละ ก็เรียนภาษาไทยมาพอๆ กับภาษารัสเซียตั้งแต่จำความได้แล้ว เพราะพวกเขาถูกเลี้ยงมาด้วยกันตั้งแต่สมัยเด็กๆ เลย
“นี่ จะให้ฉันนั่งกินข้าวกับคุณจระเข้สำลักน้ำนี่จริงๆ น่ะเหรอ สงสารฉันเถอะ ฉันกินไม่ลงอ่ะ หน้าว่าแย่แล้ว คำพูดยังเลี่ยนอีก ไม่ไหวๆ หรือจะเรียกเจ้าหน้าที่พิทักษ์สัตว์ป่ามาจับไปก็ได้นะ อย่าให้ฉันต้องกลายเป็นตะเภาทองเลย” ไอรดาทำหน้าเหมือนอยากจะร้องขึ้นมาจริงๆ เพื่อเรียกคะแนนสงสารจากทั้งสามคน แต่
02
“ฮ่าๆๆ เมื่อวานยังเป็นเรื่องจำเลยรักอยู่เลย ไหงวันนี้โผล่ไปเรื่องไกรทองได้ล่ะครับคุณหนู ฮ่าๆๆ แล้วไอ้คำว่าจระเข้สำลักน้ำเนี่ย ผมขอซื้อลิขสิทธิ์นะครับ ฟังแล้วมันถูกใจจริงๆ ให้ตายสิ ฮ่าๆๆ” รามานปล่อยหัวเราะแบบไม่อายใครอีกต่อไป เป็นเหตุให้แขกอย่างโยชิต้องถามด้วยความสงสัย
“เอ่อ มีเรื่องอะไรกันรึเปล่าครับ ผมเห็นสีหน้าคุณเอลล่าไม่ค่อยดีเลย” แต่คำถามพาซื่อของโยชิ ทำเอารามานถึงกับหัวเราะเสียงดังขึ้นอีกด้วยความถูกใจ
“มาเรีย ช่วยพาฉันออกไปจากที่นี่ทีสิ อ้อ! แล้วก็ช่วยไถ่โทษให้ฉันด้วยการส่งรามานไปเป็นอาหารจระเข้ด้วยนะ เห็นแล้วหมั่นไส้ จะขำอะไรนักหนา” รามานได้ยินคุณหนูพูดแบบนั้นก็รีบหุบปากทันที แต่ก็อดที่จะอมยิ้มไปด้วยไม่ได้ ต่างกับมาเรียที่กำลังทำสีหน้าลำบากใจไม่รู้จะต้องปฏิเสธคนที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อย่างโยชิยังไง
“เอ่อ ต้องขอโทษคุณโยชิจริงๆ นะคะ พอดีวันนี้คุณหนูเธอปวดหัวมาก คงจะอยู่ร่วมรับประทานอาหารกับคุณโยชิไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษด้วยจริงๆค่ะ” ที่สุดแล้วมาเรียก็บอกด้วยสีหน้ากระอักกระอ่วน รู้ทั้งรู้ว่าพูดแบบนี้แล้ว อีกฝ่ายจะต้องมองออกแน่ๆ ว่ากำลังเกิดอะไรขึ้น แต่มันก็คงไม่มีวิธีที่ดีไปกว่านี้แล้วล่ะ
“อ๊ะ! จีโน่คะ คุณทำให้แซนดร้าหลงคุณจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วนะคะ โอ้ว! แซนดร้ารักคุณจังเลยค่ะ โอ้ว! อย่างนั้นล่ะค่ะ อ๊ะ! รักคุณ แซนดร้ารักคุณ อ๊า! จีโน่ เร่งอีกนิดค่ะที่รัก โอ้ว! อย่างนั้นๆ” แซนดร้านางแบบสาวครวญครางด้วยความสุขสมไม่หยุดปากแทบทุกจังหวะที่ถูกกระแทกกระทั้นจากชายหนุ่มที่ใครๆ ต่างก็ขนานนามเขาว่า อินทรีผยอง เขาคือจิโอวาโน่ ทารอสโซ่ที่มักจะเงียบขรึมและดุดันในสายตาใครต่อใคร
“อ๊ะโอ้ว! ยอดไปเลยค่ะที่รัก” จังหวะสุดท้ายที่ชายหนุ่มกระแทกเข้ามาตามแรงอารมณ์หวามที่จวนจะถึงปลายทาง นางแบบสาวถึงกับตะโกนสุดเสียงด้วยความสุขสมที่ได้ตามเขาไปติดๆ แต่ดูเหมือนแซนดร้าจะยังไม่พอใจเพียงเท่านั้น
“เชิญ! เช็คของเธออยู่นั่น หวังว่าคงพอ” หลังจากถอนตัวจากร่างอวบอิ่มของอีกฝ่าย จิโอวาโน่ นักธุกิจหนุ่มไฟแรงแห่งอิตาลีก็ปลายตาไปยังเช็คที่วางอยู่บนโต๊ะ เป็นที่รู้กันว่าหมดหน้าที่ของอีกฝ่ายแล้ว แต่
“แหม! ที่รักก็ อย่าเพิ่งไล่กันสิคะแซนดร้ายังไม่อิ่มเลยนะ คืนนี้ยังมีเวลาอีกทั้งคืน เรามาสนุกกันต่อไม่ดีกว่าเหรอ คุณทำให้แซนดร้ามีความสุข แซนดร้าอยากให้รางวัลคุณนะคะ” นางแบบสาวใช้ทั้งวาจาและท่าทางเชิญชวน พร้อมทั้งบดเบียดแนบชิดร่างเปลือยเปล่าของตัวเองกับชายหนุ่มมากขึ้น ด้วยหวังว่าจิโอวาโน่จะพอใจกับการใช้เสน่ห์ยั่วยวนแบบนี้ แต่
“ออกไป” คราวนี้จิโอวาโนบอกชัดเจน แต่ดูเหมือนนางแบบสาวจะยังไม่ยอมแพ้ พยายามลูบไล้คลอเคลีย เล้าโลมเขาต่อไป ด้วยยังมั่นใจในเสน่ห์ของตัวเอง บวกกับลีลารักอันเร่าร้อนที่เพิ่งจบไป คิดว่าชายหนุ่มน่าจะยังไม่อิ่มเช่นเดียวกันกับเธอ
“ฉันบอกให้ออกไป ฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องรึไงห๊า แล้วอย่าบังอาจเอาปากสกปรกของเธอมาจูบปากฉันอีก ไม่อย่างนั้นฉันจะตัดลิ้นเธอซะ ออกไป” คราวนี้นางแบบสาวถึงกับถอยกรูด อารมณ์หวามก่อนหน้ามลายหมดสิ้น เพียงเพราะได้เห็นอารมณ์โกรธเกรี้ยวของอีกฝ่าย แต่ก่อนจะวิ่งออกไปก็ยังไม่ลืมหยิบเช็คที่วางอยู่นั่นด้วย
“ซานโดร มาร์โก้” จิโอวาโน่จึงตะโกนเรียกลูกน้องทั้งสองคนด้วยความขัดใจ จนสองหนุ่มถึงกับวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“ครับนาย” ซานโดรและมาโกร์รีบเข้ามาพร้อมกันด้วยความร้อนใจ ด้วยกลัวว่าจะมีใครบุกเข้ามาทำร้ายเจ้านายจนถึง แต่มันกลับผิดคาด
“จากนี้ไป พวกแกเลิกหาผู้หญิงมาให้ฉันได้แล้ว” จิโอวาโน่บอกเสียงหนักแน่น
“ห๊า” ทั้งซานโดรและมาร์โก้ต่างก็อุทานขึ้นมาพร้อมกัน เพราะไม่คิดว่าจะได้ยินประโยคแบบนี้จากเจ้านายของพวกเขา เพราะถึงแม้จิโอวาโน่จะไม่เพลย์บอยหรือเสือผู้หญิงอย่างเพื่อนสนิทของเขา แต่ชายทั้งแท่งที่เปี่ยมไปด้วยขุมพลังแห่งชายชาตรีก็คงไม่สามารถหยุดความต้องการแห่งอิสตรีได้หรอก
“เอ่อ มีอะไรรึเปล่าครับนาย” มาร์โก้จึงตัดสินใจถามออกไป เนื่องจากไม่แน่ใจว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ ถึงทำให้เจ้านายของพวกเขาพูดคำนี้ออกมา
“เปล่า ก็แค่รู้สึกเบื่อๆ ไม่รู้สิ ฉันรู้สึกว่าผู้หญิงพวกนี้น่าเบื่อเข้าไปทุกวันยังไงก็ไม่รู้” จิโอวาโน่ไหวไหล่ คิดว่านี่อาจจะเป็นอาการของพวกอิ่มตัวทางเพศก็เป็นได้ โรคอะไรวะ หรือว่ากูกำลังจะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ
“เจ้านายเบื่อผู้หญิง อย่าบอกนะว่านายจะหันมาชอบผู้ชายแทนน่ะ” คราวนี้เป็นซานโดรที่พูดด้วยสีหน้าหวาดผวาสุดๆ พร้อมกับถอยหลังไปหลายก้าว
“ซานโดร” จิโอวาโน่คำรามลั่น แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะยังไม่สำนึก
“ไม่นะ ประตูหลังผมปิดตายแล้ว ยังไงๆ ชาตินี้ผมจะไม่ยอมเปิดใช้มันเป็นอันขาด ถึงจะเป็นนายผมก็ไม่ยอมหรอกนะ” ซานโดรเอามือทั้งสองข้างปิดประตูหลังของตัวเองไว้แน่น ป้องกันไม่ให้ใครล่วงล้ำเข้ามาได้ ราวกับกลัวข้าศึกบุกประชิดประตูเมืองยังไงอย่างงั้น
“ไอ้ซานโดร แกอยากตายรึไงห๊า ต่อให้ผู้หญิงหมดโลกกูก็ไม่เอามึง” จิโอวาโน่บอกอย่างหัวเสีย
“เอ้า! ก็นายบอกว่าเบื่อผู้หญิงนี่ ผมก็นึกว่านายอยากเปลี่ยนรสนิยมน่ะสิ” ซานโดรปฏิเสธหน้าตาย
“แกนี่มันวอนหาเรื่องตายจริงๆ ว่ะไอ้ซานโดร คิดเรื่องแบบนี้ได้ยังไงวะ” มาร์โก้ ถึงกับส่ายหน้าให้กับคู่หูของตัวเอง และหันไปกระซิบให้ได้ยินกันแค่สองคน
“พวกแกจะไปไหนก็ไปไป ก่อนที่ฉันจะเปลี่ยนใจหันมาจัดการกับพวกแกจริงๆ” จิโอวาโน่โบกมือไล่คนสนิททั้งสองให้ออกไปด้วยไม่เห็นประโยชน์ที่จะคุยด้วยอีกต่อไป แต่
“อ๊าย! ไม่นะ อย่าได้คิดล่วงล้ำอธิปไตยของเค้าเชียวนะ ประตูเมืองเค้าแน่นหนานะจะบอกให้” ซานโดรยังไม่หยุดทำท่าสะดีดสะดิ้ง พร้อมกับเอามือทั้งสองข้างกุมไว้ที่ประตูเมืองอย่างหวงแหน จากนั้นก็รีบเผ่นแน่บออกไป ก่อนที่จะโดนคนเป็นเจ้านายจัดการเข้าจริงๆ
“แล้วแกล่ะมาร์โก้ จะอยู่หาสวรรค์วิมานอะไร หรือแกจะเอา” จิโอวาโน่หันมาทำตาขวางใส่คนที่ยังยืนงงอยู่กับที่vอย่างมาร์โก้ด้วย
“อะ เอ่อๆ เปล่าครับเปล่า ไปแล้วครับนาย” มาร์โก้รีบเผ่นออกไปอีกคน พร้อมกันนั้นก็ยังเอามือกุมประตูหลังของตัวเองตามเพื่อนสนิทด้วยอีกคน จิโอวาโน่เห็นแล้วถึงกับส่ายหน้าอมยิ้ม รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาก
“นี่มาเรีย หวังว่าวันนี้เธอคงไม่หาชาละวันหรือตัวประหลาดอะไรมาเป็นจำเลยรักให้ฉันอีกหรอกนะ บอกตามตรงหลายวันมานี้ฉันกินอะไรไม่ลงเลย ดูสิซูบลงไปตั้งเยอะแน่ะ” ไอรดาทำท่าโอดครวญที่วันนี้จะเป็นอีกวันที่น่าเบื่อ เพราะเธอจะต้องปฏิบัติการตามล่าหาพ่อของลูกตามคำแนะนำของมาเรีย
“ค่ะคุณหนู เรารีบเข้าไปเถอะค่ะ” มาเรียส่ายหน้ากับคำพูดเกินจริงของนายสาว จึงได้แต่รับคำไป
“อ้อ! นั่นไงคะ คุณสเตฟานจำเลยรักคนต่อไปของคุณหนู” มาเรียเดินนำมายังโต๊ะนัดหมาย ที่มีชายหนุ่มคนหนึ่งนั่งรออยู่แล้ว
“สวัสดีค่ะคุณสเตฟ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่ให้รอ พอดีคุณหนูเอลล่าเธอเพิ่งประชุมเสร็จ เลยทำให้เสียมารยาทปล่อยให้คุณสเตฟต้องรอ” เป็นอีกครั้งที่มาเรียจะต้องเป็นฝ่ายออกหน้าแทน ทั้งที่ความจริงเป็นเพราะคุณหนูแสนสวยของเธอมัวแต่ทำท่ายึกยักอ้างโน่นอ้างนี่เพราะไม่อยากมาต่างหาก
“เรื่องเล็กครับ สำหรับคนพิเศษอย่างคุณเอลล่าต่อให้ต้องรอนานกว่านี้ ผมก็จะรอครับ” สเตฟานหนุ่มนักธุรกิจคนล่าสุดหยอดคำหวานตั้งแต่แรกพบ พร้อมกันนั้นก็ยังชม้ายชายตาหวังโปรยเสน่ห์เต็มที่ “เชิญนั่งก่อนสิครับเอลล่า ว่าแต่ก่อนอื่นเราสั่งอะไรมาทานกันก่อนดีไหมครับ ที่นี่ผมมาบ่อย ของเขาอร่อยทุกอย่าง อยากทานอะไรสั่งได้เต็มที่เลยนะครับ แพงแค่ไหนผมก็ไม่ว่า ถือว่าเป็นมื้อแรกแห่งมิตรภาพของเรา” สเตฟานสบตาหยอดคำหวาน และฉวยโอกาสจับมือของไอรดาในคราวเดียวกัน แต่เธอก็ขยับมือหนีอย่างรวดเร็ว จนทำให้อีกฝ่ายเสียหน้าไปเล็กน้อย แต่ก็พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ และโปรยคำหวานตามสไตล์ของตัวเองต่อไป
“รู้ไหมครับว่าผมดีใจแค่ไหน ที่รู้ว่าเราต่างก็มีใจตรงกัน รับรองถ้าได้คบกับคนอย่างผมคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน” ไอรดาทำตาโต เมื่อได้ยินประโยคนี้ของสเตฟาน โอ้โห! หมอนี่หลงตัวเองชะมัดเลยแฮะ กะอีแค่นัดมากินข้าว คิดไปไกลถึงขั้นนั้นเชียว
“นี่มาเรีย ถามจริงเหอะ ผู้ชายหมดโลกแล้วรึยังไงกัน ถึงได้เลือกหมอนี่มาให้ฉันน่ะ เลี่ยนก็เท่านั้น หลงตัวเองจนน่าหมั่นไส้ก็เท่านั้น ยิ่งสายตาเยิ้มๆ นี่อีก เห็นแล้วอยากจะควักลูกตาทิ้งซะจริงๆ ฮึ่ย!” ทุกครั้งที่ไม่ต้องการให้คนอื่นเข้าใจเรื่องที่พวกเขาสนทนากัน ไอรดาจะเลือกใช้ภาษาไทย และครั้งนี้ก็เช่นกัน เธอพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ
“เดี๋ยวผมช่วยควักให้เดี๋ยวนี้เลยดีไหมครับคุณหนู ผมล่ะหมั่นไส้ไอ้หมูสะเต๊ะนี่จริงๆ ให้ตายเถอะ” รามานเปลี่ยนชื่อจากสเตฟ ให้กลายเป็นหมูสะเต๊ะด้วยความหมั่นไส้ และมันก็ถูกใจไอรดามากๆ ซะด้วยสิ เพราะตอนนี้เธอเอาแต่ยิ้มขำกับชื่อที่รามานตั้งให้ซะเหลือเกิน
“ใจเย็นน่ารามาน รอดูไปก่อนเถอะ” เป็นอิลที่เอ่ยเตือนเพื่อนตามประสาคนใจเย็น ถึงแม้จะในใจลึกๆ จะไม่ชอบสิ่งที่สเตฟานพูดหรือแสดงออกมา แต่อิลก็เลือกที่จะเก็บอาการอย่างคนมีสติ
03
“ผมขอสารภาพอย่างไม่อายเลยนะครับ ว่าผมชอบคุณตั้งแต่ที่ได้เห็นแค่รูปตามนิตยสาร แต่รู้อะไรไหมครับพอได้เห็นตัวจริงของคุณในวันนี้ ผมคงต้องเปลี่ยนความคิดซะใหม่ ผมคงต้องใช้คำว่าทั้งรักทั้งหลงคุณแล้วล่ะ ในภาพในนิตยสารว่าสวยแล้ว แต่มันเทียบไม่ได้เลยสักนิดกับตัวจริงของคุณที่อยู่ตรงหน้าผมในตอนนี้ ยิ่งได้มองใกล้ๆ ก็ยิ่งหลง หลงทุกอย่างในตัวคุณ หลงหน้าสวยๆ ของคุณ หลงผิวขาวเนียนๆ ของคุณ และถ้าเดาไม่ผิดมันคงจะนุ่มอย่างที่ผมจินตนาการเอาไว้แน่ๆ จะว่าอะไรไหมถ้าผมอยากจะพิสูจน์มันดูสักครั้ง” ไอรดากำหมัดแน่น อย่างต้องการสงบสติอารมณ์ของตัวเองไว้ในระหว่างที่ฟังคำพูดป้อยอของอีกฝ่าย จนกระทั่งอีกฝ่ายเอ่ยปากของพิสูจน์ ความอดทนของเธอก็สิ้นสุดลง แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้ทำอะไรคนปากพล่อยก็มีคนมาจัดการให้ซะก่อน
“โอ๊ย! อะไรวะ” สเตฟานสบถเสียงดัง ที่จู่ๆ ก็โดนชกเข้าที่ปากเต็มๆ แบบไม่ทันตั้งตัว ด้วยฝีมือของอิล ผู้มีความอดทนและใจเย็นยิ่งกว่าใคร
“โอ้แม่เจ้า! สุดยอดเลยว่ะเพื่อน” รามานเองยังทึ่ง ถึงกับอุทานด้วยความเหลือเชื่อ ก็ตั้งแต่คบกันมา ยังไม่เคยเห็นเพื่อนเก็บอาการไม่อยู่แบบนี้มาก่อน ยกเว้นก็แต่ตอนที่ต้องสู้กับศัตรูเท่านั้น
“มันจะมากไปแล้วนะโว้ย ไอ้ขี้ข้ากล้าดียังไงมาทำกับฉันแบบนี้ เป็นแค่ขี้ข้าปลายแถว คิดจะมาสะเออะเสือ..กเรื่องของเจ้านาย ฉันจะให้เอลล่าจัดการกับแกคอยดู เอลล่าครับ” สเตฟานหันมาขอความเห็นใจจากไอรดา แต่ “เฮ้ย! โอ๊ย! ร้อนๆๆ บัดซบเอ๊ย” แล้วสเตฟานก็ต้องสบถเสียงดังออกมาอีกครั้ง เมื่อจู่ๆ ซุปร้อนๆ ก็ถูกเทลงมาบนหัวของเขา ด้วยฝีมือของผู้หญิงที่เขากำลังขอความเห็นใจนั่นเอง
“นี่มันยังน้อยไปด้วยซ้ำ สำหรับผู้ชายปากพล่อยและหลงตัวเองอย่างนาย คิดว่าตัวเองดีเลิศประเสริฐมาจากไหน ถึงได้ดูถูกจิกหัวเรียกคนอื่นหยาบคายแบบนั้น รู้เอาไว้ซะด้วยถึงคนพวกนี้เขาไม่ได้เกิดมาบนกองเงินกองทองเป็นมหาเศรษฐีอย่างนาย แต่จิตใจเขาก็สูงส่งกว่านายหลายเท่า จำไว้ว่าอย่าได้ดูถูกใครอีก เพราะคราวหน้านายอาจจะไม่โดนแค่ซุบ” สิ่งที่ทำให้ความอดทนของไอรดาขาดผึงไม่ใช่แค่คำพูดพล่อยๆ ของอีกฝ่ายเท่านั้น แต่ที่เธอโกรธจนควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่ได้ เป็นเพราะอีกฝ่ายบังอาจพูดดูถูกคนของเธอนั่นเอง
“อี อี นัง” สเตฟานสบถพร้อมกับชี้หน้าด่าอีกฝ่ายด้วยความโมโห แต่
“ถ้าคุณกล้าพูดจาหยาบคายดูถูกคุณหนูของเราอีกแม้แต่คำเดียว รับรองว่าฉันจะเจาะคอคุณด้วยไอ้นี่แบบไม่ลังเลเลยล่ะ ถ้าไม่เชื่อก็ลองดู” มาเรียชักปืนขึ้นมาขู่สเตฟานด้วยท่าทางเอาจริง ที่รายนั้นเห็นแล้วคงไม่คิดเสี่ยงแน่นอน ทำเอาทุกคนถึงกับตะลึงที่มาเรียก็เป็นอีกรายที่เก็บอารมณ์ไม่อยู่ด้วยเหมือนกัน
“โอย! เข็ด เข็ดจริงๆ ขอให้รายนี้เป็นรายสุดท้ายนะมาเรีย เข็ดแล้วไม่เอาแล้ว แต่ละคนที่มาเรียหามาเหลือรับประทานกันทั้งนั้นเลย ผู้ชายสมัยนี้หาดีบ้างไม่ได้เลยรึไงกัน พอกันทีกับวิธีของมาเรีย ฉันไม่เอาด้วยแล้ว” ไอรดาบ่นกระปอดกระแปด หลังจากที่ผ่านเหตุการณ์วุ่นวายมาได้
“ก็ถ้าไม่ใช้วิธีนี้ คุณหนูจะทำยังไงล่ะคะ” มาเรียเองก็ใช่ว่าจะชอบวิธีแบบนี้สักหน่อย แต่เพราะใครกันล่ะที่ทำให้เธอต้องทำแบบนี้
“วิธีที่ผมเคยบอกไปไงครับคุณหนู เอาแต่ลูกไม่เอาพ่อ ในเมื่อผู้ชายดีๆ มันหายากนัก ก็หามันแค่สเปิร์มนี่ล่ะ ดีกว่ากันเยอะ” รามานเสนอความคิดของตัวเองอีกครั้ง ขณะที่กำลังทำหน้าที่เป็นสารถีขับรถไปด้วย
“รามาน” แล้วทั้งอิล และมาเรียอุทานออกมาพร้อมกัน เพื่อเตือนเพื่อนไม่ให้เสนอความคิดพิเรนๆ แบบนั้น แต่ดูเหมือนมันจะไม่ทันซะแล้ว
“เออใช่ เขาเรียกว่าอะไรแล้วนะรามาน กิ๊กใช่ไหม” ไอรดาถามด้วยความสนใจ
“เฮ้ย! ไม่ใช่ครับ เขาเรียกว่ากิ๊ฟท์ครับคุณหนู เป็นการนำสเปิร์มของผู้ชายมาผสมกับไข่ของผู้หญิงนอกมดลูก หลังจากนั้นค่อยใส่กลับเข้าไปในมดลูก เพื่อรอการปฏิสนธิและเจริญเติบโตเป็นตัวอ่อนตามธรรมชาติต่อไป” รามานรีบอธิบายโดยเร็ว ก่อนที่ไอรดาจะเข้าใจอะไรผิดๆ อีก แต่เมื่อนึกอะไรขึ้นมาได้ ก็รีบโวยวายขึ้นมาทันที “เฮ้ย! ผมเป็นผู้ชายนะ ทำไมต้องมาอธิบายเรื่องพวกนี้ให้ผู้หญิงฟังด้วยเนี่ย”
“ฮ่าๆๆ เอาน่าฉันไม่ถือ ว่าแต่เราจะไปหาพ่อพันธุ์กันจากที่ไหนดีล่ะ จะได้เริ่มผสมเทียมกันซะที ยิ่งเร็วก็ยิ่งดีนะ เดี๋ยวจะไม่ทันคุณตา” คำถามพาซื่อของไอรดา เล่นเอาทั้งสามอ้าปากค้าง ก็เธอเลือกคำมาใช้แต่ละคำฟังแล้วชวนอึ้งทั้งนั้น
“เอ่อ! ผมว่าคุณหนูอย่าใช้คำว่าพ่อพันธุ์เลยนะครับ พอมันมารวมกับคำว่าผสมเทียมแล้ว ฟังดูทะแม่งๆ ยังไงก็ไม่รู้ เหมือนเรากำลังคัดเลือกพ่อพันธุ์วัวอยู่เลย ความจริงเอ่อ เราน่าจะใช้คำว่าพ่อของลูก เจ้าของสเปิร์ม หรืออะไรก็ได้ที่มันฟังดูดีกว่านี้นะครับ” รามานอธิบายด้วยความตะขิดตะขวงใจ ชักไม่แน่ใจแล้วว่าคิดถูกหรือผิดที่ไปแนะนำเรื่องแบบนั้นให้นายสาวฟัง
“ก็นั่นแหละ จะพ่อพันธุ์ พ่อวัว พ่อของลูก หรืออะไรก็แล้วแต่ ยังไงซะมันก็คือคนที่จะทำให้ท้องไม่ใช่เหรอ ที่สำคัญมากที่สุดก็คือ มันมีผลต่อหน้าตาของเด็กที่จะเกิดมาด้วยใช่ไหม ฉันไม่เอาด้วยหรอกนะ ถ้าจะให้ลูกฉันเกิดมาแล้วหน้าเหมือนสัตว์ประหลาดนอกโลกอะไรแบบนั้นน่ะ คิดดูสิถ้าฉันเชื่อมาเรีย แล้วเลือกนายจระเข้อะไรนั่นมาทำพ่อพันธุ์ล่ะก็ อะไรจะเกิดขึ้น เด็กที่เกิดมาจะต้องอาภัพและน่าสงสารขนาดไหน ไม่ ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นเด็ดขาด ลูกของฉันจะต้องเกิดมาเพอร์เฟคเหมือนฉันเท่านั้น” ไอรดาเริ่มจินตนาการไปไกล จนทั้งสามเห็นแล้วได้แต่ส่ายหน้าไปมา คุณหนูเองก็หลงตัวเองไม่แพ้ไอ้หมูสะเต๊ะนั่นเหมือนกันล่ะครับ
“เรื่องนั้นคุณหนูไม่ต้องเป็นห่วงครับ เพราะคุณหนูจะต้องได้เลือกพ่อพันธุ์ เอ๊ย! พ่อของลูกด้วยตัวเอง จากภารกิจปฏิบัติการตามล่าหาพ่อของลูกหลักสูตรเร่งรัด ที่ไม่เคยเกิดขึ้นที่ไหนมาก่อน” มันจะเกิดขึ้นได้ยังไง ในเมื่อคนอื่นไม่มีใครเขาคิดประหลาดๆ แบบแก อิลอยากจะบอกรามานไปแบบนี้ แต่เลือกที่จะเงียบเป็นดีที่สุด ก็ตอนนี้น้ำกำลังเชี่ยว ถึงจะเอาอะไรไปขวางก็คงขวางไว้ไม่อยู่
“ก็ในเมื่อคุณหนูกลัวว่ามาเรียจะเลือกตัวประหลาดมาให้อีก เราก็จะต้องตัดปัญหานั้นออกไป โดยการให้คุณหนูดูเองกับตา เลือกเองกับมือ นิสัยไม่ต้อง ฐานะไม่สน อาชีพก็ไม่ต้องใส่ใจ เอาแค่รูปร่างหน้าตาถูกใจคุณหนูเป็นพอ” รามานเสนอความคิดต่ออย่างกับมันเป็นเรื่องง่าย เหมือนเลือกผักเลือกปลาในตลาด ถูกใจก็ซื้อ ไม่ถูกใจก็ผ่าน ทั้งอิลและมาเรียฟังแล้วได้แต่ภาวนาให้นายสาวของตัวเองไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ แต่
“แล้วเราจะไปหาที่ไหนกันล่ะ” ในที่สุดคำภาวนาก็ไม่เป็นผล เมื่อไอรดาสนใจขึ้นมาจริงๆ
“เราจะไปปฏิบัติภารกิจนี้กันที่อิตาลีครับ เขาว่ากันว่าหนุ่มๆ ชาวอิตาเลียนนี่ล่ะครับหล่อที่สุดแล้ว หล่อ คม เข้ม บึกบึนสมชายชาตรี ไปคราวนี้น่าจะไม่ผิดหวัง อาจจะเลือกไม่ถูกเลยก็ได้นะครับ” รามานโฆษณาชวนเชื่อเต็มที่ เพราะใจจริงนั้นอยากจะไปเที่ยวพักผ่อนที่นั่นอยู่เหมือนกัน โอกาสนี้จึงเป็นโอกาสเหมาะที่สุดแล้ว
“อืม! ถ้างั้นเราไปอิตาลีกันเลย ไหนๆ ช่วงนี้ก็ว่างอยู่พอดี” ไอรดาตัดสินใจได้รวดเร็วทันใจรามานเหลือเกิน แต่
“ไม่ได้” ทั้งอิล และมาเรียคัดค้านเสียงดังพร้อมกัน เพราะไม่เห็นด้วยกับเรื่องนี้เลยแม้แต่น้อย ทำเอาไอรดาหันมามองด้วยความไม่ชอบใจที่ถูกขัดใจ
“ก็คุณหนูจะปล่อยให้ตัวเองท้องไม่มีพ่อได้ยังไง อย่าลืมนะคะว่าคุณหนูยังมีคุณพ่อ มีคุณตา ไหนจะยังหน้าตาทางสังคมที่ต้องรักษาอีก ถ้าคุณหนูเกิดท้องขึ้นมาจริงๆ คุณหนูจะตอบคำถามสังคมยังไง ในเมื่อคุณหนูยังไม่แต่งงานแต่ปล่อยให้ตัวเองท้องไม่มีพ่อแบบนั้น คุณหนูลองคิดดูให้ดีๆ เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆ เลยนะคะ” มาเรียพยายามหว่านล้อมต่างๆ นานา หวังให้อีกฝ่ายเข้าใจถึงผลที่จะตามมา
“นั่นสิครับคุณหนู เชื่อมาเรียเถอะครับ เราหาวิธีอื่นกันดีกว่านะครับ” อิลก็ช่วยพูดเสริมด้วยอีกแรง แต่
“มันจะยากอะไรล่ะอิล ถ้าคุณหนูท้องเราก็แค่บอกว่าพ่อของลูกในท้องถูกยิงตายไปซะก็สิ้นเรื่อง ดีไม่ดีอาจจะได้คะแนนสงสารมาเป็นของแถมด้วยก็ได้” แล้วรามานก็ทำให้การชักแม่น้ำทั้งห้าของมาเรียและอิลสูญ
เปล่าอีกจนได้ จนอิลยังอดโมโหไม่ได้
“ไอ้รามาน หยุดเอาความคิดบ้าๆ ของแกมากรอกหูคุณหนูซะที ถ้าไม่หยุด ฉันจะตัดลิ้นแกเดี๋ยวนี้แหละ” อิลหันมาตวาดใส่เพื่อนอย่างเหลืออด ทำเอารามานถึงกับรีบเอามือปิดปากตัวเองโดยเร็ว
“ก็ดีเหมือนกันนะ เพราะถ้ารอให้มาเรียเลือกให้ล่ะก็ ฉันว่ามดลูกฉันมันคงจะหมดอายุซะก่อน แล้วฉันก็จะต้องกลายเป็นหลานอกตัญญูที่ทำให้คุณตานอนตายตาไม่หลับ ถ้ายังไม่เห็นหน้าเหลน คุณตาจะต้องจากไปแบบมีห่วง เพราะกิจการที่สร้างมากับมือทั้งหมดยังไม่มีผู้สืบทอด ฉันจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องแบบนั้นกับคุณตาแน่” ไอรดาบอกด้วยเสียงมุ่งมั่น จนอิล และมาเรียได้แต่ทำใจ เพราะคงห้ามอะไรไม่ได้อีกแล้ว