พิมลรัตน์ วรากานต์กุล (เพลงขวัญ)
สาวน้อยวัยช่างฝันอายุ 23 ปี เพิ่งเรียนจบมามาดๆ เธอจบคณะอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและบริการ บิดาและมารดาของเธอเป็นเจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ ด้วยหน้าตาที่สละสลวย ผิวขาวเนียน รูปร่างหุ่นนาฬิกาทราย หญิงสาวทั้งเรียนเก่งและหน้าตาดีจึงเป็นที่หมายปองของชายหนุ่มมากมาย
เพลงขวัญเรียนจบมาได้หนึ่งเดือนกว่าแล้ว เธอยื่นสมัครงานไปที่ ทีที แอร์ไลน์ เพราะช่วงที่เป็นนักศึกษาฝึกงานเธอเคยไปฝึกงานที่นั่นอยู่ครั้งหนึ่ง ตอนนี้เพลงขวัญกำลังรอผลตอบกลับอยู่ วันนี้เธอจึงนั่งรถมาที่ไร่องุ่นบ้านเกิดของเธอ เธออยากเอาใบปริญญาไปให้พ่อกับแม่ของเธอ ให้พวกท่านได้ภูมิใจที่คอยส่งเสียจนเธอเรียนจบ
อาทิตย์และพรทิพย์ บิดามารดาของเพลงขวัญเป็นเจ้าของไร่องุ่นขนาดใหญ่ในจังหวัดนครราชสีมา เพลงขวัญเข้ามาเรียนในกรุงเทพตั้งแต่เข้ามหาวิทยาลัย พ่อแม่ของเธอไม่เคยต้องให้เธอลำบากหรือขัดสนเลย ท่านทั้งสองขยันทำงานและส่งเงินมาให้เธอตลอดใช้ไม่เคยขาดมือ
@ไร่องุ่นอาทิตยาพร
ร่างอรชรในชุดเดรสสั้นสายเดี่ยวสีม่วงอ่อน ก้าวเดินเข้ามายังไร่องุ่นที่เธอเคยอาศัยตั้งแต่เด็กๆ มองไปยังสถานที่แห่งนี้ที่เธอเคยวิ่งเล่นด้วยความคิดถึง เธอไม่ได้กลับบ้านมานานแรมปี เพลงขวัญสูดอากาศเข้าไปเต็มปอด อากาศบ้านไร่ของเรามันดีแบบนี้นี่เองสินะ
เพลงขวัญเดินตรงเข้ามาในไร่องุ่น เดินมาไม่ไกลมากก็ถึงบ้านไม้สองชั้นสีครีม เพลงขวัญมองดูคนงานทั้งชายและหญิงกว่าสิบชีวิตอะไรยืนมุงซุบซิบกันอยู่หน้าบ้านของเธอ
“มีอะไรกันหรือเปล่าคะ” เพลงขวัญเอ่ยถามคนงานด้วยน้ำเสียงสงสัย
“คุณเพลงขวัญ” คนงานนับสิบสะดุ้งด้วยความตกใจ แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามของเธอ
“ป้าน้อยคะ มีอะไรกันหรือเปล่าคะ แล้วทำไมไม่ไปทำงานกันคะ มายืนมุงอะไรกันอยู่ตรงนี้” เพลงขวัญเอ่ยถามป้าน้อยที่ทำสีหน้ากระอักกระอ่วนอยู่ตอนนี้
ป้าน้อยคือคนที่เลี้ยงเพลงขวัญมาตั้งแต่เด็กช่วงที่เธออยู่ที่ไร่องุ่นแห่งนี้ เป็นผู้ใหญ่อีกคนที่เธอรักและเคารพ
“หนูเพลง คือ..”
อีกด้านหนึ่ง
“ผมขอเวลาหน่อยนะครับคุณเคแลน ผมสัญญาว่าผมจะหามาคืนให้ทั้งต้นทั้งดอกเลยครับ แต่อย่าเอาไร่ของผมไปเลยนะครับ ผมขอร้อง”
อาทิตย์น้ำเสียงสั่นเครือเอ่ยขอร้องชายหนุ่มผู้หล่อเหลา ที่นั่งอยู่บนโซฟากลางบ้านของอาทิตย์ เขาพลาดเองที่ไม่คิดให้ดีก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป ผลของการกระทำของตนเองจึงทำให้ต้องเจอชะตากรรมแบบนี้
เคแลน เเคสเซียส (เคแลน)
ลูกชายคนโตของ ควินตัน แคสเซียส และ กนกรดา แคสเซียส อายุ 30 ปี ชายหนุ่มผู้มีหน้าตาหล่อเหลาและนัยน์ตาสีเทาดำดุดันเหมือนผู้เป็นพ่อ แต่นิสัยช่างต่างกันมากนัก ชายหนุ่มอารมณ์ร้อนและพร้อมทำลายล้างทุกอย่างที่เขาไม่พอใจ เขารับช่วงต่อกิจการอสังหาริมทรัพย์ กาสิโน ผับบาร์ และธุรกิจโรงแรมจากบิดามาตั้งแต่อายุ 20 ปี และมีลูกชายคนเล็ก คาเดน แคสเซียส อายุ 29 ปี ช่วยกันดูแลกิจการของตระกูลแคสเซียสอีกด้วย
“พี่อาทิตย์พี่มันเกิดอะไรขึ้นพี่ ทิพย์งงไปหมดแล้ว”
พรทิพย์ ภรรยาของอาทิตย์ เอ่ยขึ้นอย่างงุนงงกับเหตุการณ์ตรงหน้า
สองสามีภรรยานั่งอยู่ที่พื้น โดยมีเคแลนนั่งบนโซฟาด้วยท่าทางสบายๆ และมีบอดี้การ์ดของเคแลนนับสิบคนยืนล้อมรอบสองสามีภรรยา
“ก็สามีเธอไปเล่นการพนันในกาสิโนของฉัน จนหมดตัวไง เลยต้องเอาที่ดินผืนนี้มาจำนองไว้ “เสียงทุ้มของเคแลนตอบภรรยาของอาทิตย์
"มะ..ไม่จริงใช่ไหม พี่ไม่ได้ทำแบบที่เขาพูดใช่ไหม"
พรทิพย์เอ่ยถามสามีเพื่อความมั่นใจ ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าสามีของเธอจะติดการพนัน เพราะที่ผ่านมาสามีเธอเป็นคนขยันและไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับการพนันเลยแม้แต่ครั้งเดียว
อาทิตย์ยังคงนิ่งเงียบไม่ตอบภรรยา
“แหกตาดูเอาเองสิ”
เคแลนเอ่ยขึ้นพลางโยนเอกสารสัญญากู้ยืมให้พรทิพย์ดู มันไม่ใช่แค่ฉบับเดียวแต่มีมากมายหลายฉบับ พรทิพย์หยิบเอกสารขึ้นมาอ่านอย่างละเอียด
“สิบห้าล้าน! พี่บ้าไปแล้วหรอ ทำไมถึงเยอะขนาดนี้ “พรทิพย์แทบจะเป็นลมกับสิ่งที่เพิ่งได้รับรู้
“พี่ขอโทษทิพย์ พี่ขอโทษจริงๆ” อาทิตย์ก้มหน้างุดได้แต่เอ่ยขอโทษภรรยา ตอนนี้เขามืดแปดด้านไปหมดแล้วไม่รู้จะทำยังไงต่อ
“สรุป ถ้าไม่มีคืนก็เก็บข้าวของพากันไสหัวออกไปที่นี่สะ” เคแลนประกาศเสียงดังสนั่น
ปัง!!
ทว่าทันใดนั้นเองก็มีหญิงสาวหน้าตาสละสลวยคนหนึ่งเปิดประตูบ้านเข้ามาหน้าตาตื่นตระหนก
“พ่อแม่ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันคะ แล้วคนพวกนี้เป็นใครมาทำอะไรในบ้านฉัน”
เพลงขวัญเปิดประตูเข้ามาภายในบ้าน ก็ต้องตกใจกับชายชุดดำนับสิบชีวิตที่ยืนรายล้อมบิดามารดาของเธออยู่ แล้วยังมีผู้ชายหน้าตาดีนั่งอยู่บนโซฟาจับจ้องมายังเธออีก เธอสบตาชายหนุ่มด้วยแววตาแข็งกร้าว
เคแลนมองสำรวจหญิงสาวสวยที่เปิดประตูเข้ามาในบ้านด้วยความไม่รู้อีโหน่อีเหน่ มาเฟียหนุ่มสบตากับเธอพบว่าแววตานั้นแข็งกร้าวและดื้อรั้นอยู่พอตัว เคแลนไล่สายตามองตั้งแต่หัวจรดเท้า ผู้หญิงคนนี้มีหน้าตาที่สละสลวย เส้นผมดกดำเงา ตัวเล็กแต่สูงเพรียว ไหนจะหุ่นนาฬิกาทรายกับหน้าอกหน้าใจใหญ่โตที่โผล่พ้นชุดเดรสนั้นออกมาอีก
ทันใดนั้นเองเคแลนก็เริ่มมีความคิดชั่วร้ายเข้ามาในหัว ในเมื่อเขาไม่ได้เงินคืน อย่างน้อยเขาก็ต้องได้อะไรติดไม้ติดมือกลับไปบ้าง ไม่งั้นเขาก็ขาดทุนสิ
“พวกคุณเป็นใคร!”
เพลงขวัญเอ่ยถามย้ำอีกครั้งเสียงดัง เพราะคนร่างสูงใหญ่หน้าตาหล่อเหลาคนนี้ไม่ยอมตอบ เอาแต่นั่งจ้องมองร่างกายเธออย่างหื่นกระหาย
เพลงขวัญวางกระเป๋าเดินทางแล้วรีบวิ่งไปหาพ่อแม่ทันที ทว่าเคแลนก็ลุกขึ้นมา มือใหญ่คว้าข้อมือเรียวเล็กไว้ ส่วนอีกมือหนึ่งก็ล้วงกระเป๋ากางเกงไว้
“นี่ ปล่อยนะ ไอ้บ้านี่!”
เพลงขวัญดีดดิ้นเหมือนโดนน้ำร้อนลวกทันทีที่โดนมือใหญ่จับ
“ว่าไงนะ” เสียงทุ้มเย็นยะเยือกของเคแลนเอ่ยขึ้น
“คะ..คุณเคแลนปล่อยเธอเถอะครับ เธอยังเด็กยังไม่ค่อยรู้ความเท่าไหร่” อาทิตย์เอ่ยเสียงสั่นเทา
เพลงขวัญมองจ้องพ่อแม่ของตนที่นั่งสั่นเทาอยู่ตอนนี้ เธออยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นและคนพวกนี้เข้ามาในบ้านของเธอได้ยังไง
"ฉันไม่ปล่อย มาคิดๆ ดูแล้วถ้าพวกแกไม่มีเงินมาคืน ฉันก็ต้องเอาอย่างอื่นไปก่อน" เสียงทุ้มทรงพลังของเคแลนเอ่ยขึ้นอย่างมีเลศนัย
“พูดอะไรของคุณ เงินอะไร” เพลงขวัญถามเคแลนน้ำเสียงแข็งกระด้าง มือเล็กก็ยังคงพยายามดีดดิ้นให้หลุดพ้นจากคนตัวโต แต่แรงอันน้อยนิดของเธอก็ไม่สามารถสู้แรงของเคแลนได้อยู่ดี
“ถามพ่อของเธอเอาเองสิ” เคแลนเอ่ย
“พ่อคะ แม่คะ เกิดอะไรขึ้นกันแน่คะ” เพลงขวัญหันไปถามพ่อแม่ของตนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
“เพลง คือพ่อไปกู้เสี่ยตะวันมาเพื่อลงทุนทำไวน์ตัวใหม่แต่ผลตอบรับมันไม่ดี พ่อพยายามยื้อมาเป็นปีๆ สุดท้ายมันก็ขาดทุน เพื่อนของพ่อเลยชักชวนให้พ่อไปเล่นกาสิโนของคุณเคแลน ตอนแรกๆ มันก็ได้เงินมากมายจนพอไปใช้หนี้เสี่ยตะวันหมด แต่เพราะพ่อไม่รู้จักพอ พออยากได้เงินมาลงทุนต่อ พ่อเลยถลำตัวหนักกว่าเดิม พ่อเลยกู้เงินที่กาสิโนคุณเคแลน พอเงินมันยอดเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ พ่อเลยเอาไร่ของเราไปจำนองไว้ พ่อรู้ว่าพ่อมันเลวมันชั่วมาก พ่อขอโทษจริงๆ”อาทิตย์อธิบายสิ่งที่เกิดขึ้นให้เพลงขวัญและภรรยาฟังไปพร้อมกัน
เพลงขวัญตกตะลึงไปชั่วขณะกับสิ่งที่เธอได้ยินจากคนเป็นพ่อ ดวงตาเล็กเหมือนจะมีน้ำไหลออกมาแต่เพลงขวัญก็พยายามข่มมันไว้ไม่ให้มันไหลออกมา
"สรุป วันนี้ไม่มีเงินคืนฉันใช่ไหม" เคแลนเอ่ยขึ้น มาเฟียหนุ่มเริ่มจะหงุดหงิดกับเรื่องนี้แล้วเพราะเขาเสียเวลาอันมีค่าของเขามานานพอสมควรแล้ว
"ผมขอเวลาหน่อยนะครับ ผมสัญญาจะหามาคืนให้ครบทุกบาททุกสตางค์เลย" อาทิตย์ตอบกลับไปพลางมองลูกสาวที่โดนเคแลนจับข้อมือไว้แน่นไม่ยอมปล่อย
“ถ้าวันนี้ไม่มีให้ งั้นฉันก็ขอเอาลูกสาวพวกแกไปขัดดอกก่อนแล้วกัน”
“ไม่ครับ ไม่ๆๆ คุณยึดไร่เราไปเลยก็ได้ครับ อย่าเอาเพลงไปเลย ผมขอร้อง “อาทิตย์ยกมือไหว้ขอร้องชายหนุ่ม เขายอมเสียทุกอย่างแต่เขาจะไม่มีวันยอมเสียลูกสาวไปเด็ดขาด
“ฉันทำธุรกิจนะ ไม่ได้ทำการกุศล แล้วพอดีตอนนี้ฉันไม่อยากได้ไร่บ้านนอกของพวกแกแล้วละ” เคแลนตอบด้วยท่าทางไม่สนใจไยดีอะไรทั้งนั้น
เพี๊ยะ!!
“ไอ้โรคจิต” เพลงขวัญทนฟังไม่ไหวอีกต่อไป มือเล็กอีกข้างตบลงบนหน้าหล่อเหลาของเคแลน ชายหนุ่มนิ่งไปชั่วขณะ เกิดมาชีวิตนี้ยังไม่เคยโดนใครตบหน้าแบบนี้มาก่อน แล้วเธอคิดว่าตัวเองเป็นใครกันถึงกล้าทำได้ขนาดนี้ อารมณ์ของชายหนุ่มเริ่มเดือดดาลขึ้นทันที
"อยากตายใช่ไหม ห๊ะ!" เสียงทุ้มตะคอกใส่หญิงสาวลั่นบ้าน มือสากเลื่อนมาจับใบหน้าตัวเองฝั่งที่โดนเธอตบ
บอดี้การ์ดนับสิบชีวิตตกใจกับการกระทำของเพลงขวัญ เธอคิดผิดแล้วที่ทำให้เจ้านายของพวกเขาโมโห
เคแลนบีบข้อมือของเธอแน่นขึ้นเรื่อยๆ เพลงขวัญรู้สึกเจ็บเหมือนข้อมือจะแตกเป็นเสี่ยงๆ
“โอ๊ย! เจ็บ ไอ้บ้า โรคจิต” เสียงหวานของเพลงขวัญสบถด่าเคแลนสารพัด
“ชอบแบบซาดิสม์ก็ไม่บอก ได้เดี๋ยวจัดให้!” พูดจบเคแลนก็ลากเพลงขวัญออกมาจากบ้านทันที เสียงสองผัวเมียร้องตะโกนห้ามเคแลนดังสนั่น แต่ก็ไม่สามารถลุกขึ้นไปไหนได้เพราะบอดี้การ์ดของชายหนุ่มจับล็อกพวกเขาไว้
“ไม่นะ อย่าเอาเธอไป ฉันขอร้อง ฮึกๆ ลูกแม่” เสียงพูดเป็นแม่เอ่ยคร่ำครวญเหมือนจะขาดใจ นึกสงสารลูกสาวที่ต้องมาพบกับชะตากรรมเช่นนี้
“ปล่อยเธอไปเถอะคุณเคแลน อย่าทำเธอเลย” อาทิตย์ที่โดนจับล็อกอยู่บนพื้น พยายามดีดดิ้นออกจากชายชุดดำแต่ก็ไม่สำเร็จ
“ฮึก พ่อขอโทษเพลง พ่อไม่ได้ตั้งใจ”