ในห้องนอนของฟาอิน เขากำลังถอดเสื้อผ้าออก มือถือของเขาก็ดังขึ้น
ติ๊ง ๆ ติ๊ง ๆ
ชายหนุ่มหยิบมือถือมาดู ก็รู้ว่าเป็นคุณแก้วกนก แม่ของคริสตัล ภรรยาเก่าของเขานั่นเอง
(ฟาอิน ที่เคยบอกกับแม่ว่าต้องการหาพี่เลี้ยงคนใหม่ให้กับฟราน แม่มีคนที่จะแนะนำให้น่ะค่ะ)
(เธอเป็นหลานสาวของแม่เอง เธอเรียนจบเอกปฐมวัย ซึ่งเป็นสาขาที่เกี่ยวกับเด็กโดยเฉพาะ เธอชื่อทอฟฟี่ เพิ่งเรียนจบมาปีนี้แหละ พูดภาษาอังกฤษได้ และที่สำคัญเธอรักเด็ก)
(แม่เลยอยากให้ไปเป็นพี่เลี้ยงของฟราน ดูแลฟรานตอนที่ฟาอินไม่อยู่)
(แม่คิดว่าฟาอินเคยเจอทอฟฟี่ครั้งหนึ่งนะ ไม่รู้ว่าจะจำทอฟฟี่ได้หรือเปล่า)
แล้วคุณแก้วกนกก็ส่งรูปของทอฟฟี่มาให้
(เธอชื่อรพิชาเป็นลูกสาวของน้องสาวของแม่เอง อายุยี่สิบสองปี เธอเป็นเด็กดี ไม่เคยออกนอกลู่นอกทาง และแม่คิดว่าฟรานอาจจะชอบทอฟฟี่ก็ได้ ถ้าอย่างไรช่วยแจ้งแม่กลับมาด้วยนะ แม่จะให้ทอฟฟี่เตรียมตัวแล้ว)
คุณแก้วกนกได้ส่งรูปของรพิชามาอีกหลายรูป ซึ่งเป็นอิริยาบถต่าง ๆ ที่ค่อนข้างหน้าตาสดใส เธอยิ้มน่ารักมาก ตอนยิ้มมีลักยิ้มอีก ใบหน้าที่ผุดผ่อง แม้จะเป็นคนที่มีสีผิวน้ำผึ้ง
ทว่า... ที่สะดุดตาของฟาอินคือ รพิชาหน้าตาละม้ายและคล้ายกับคริสตัลมาก ๆ
‘แล้วเธอจะมาอยู่ที่นี่ได้หรือ’
เพราะเห็นว่ารูปร่างบอบบาง อีกอย่างเพิ่งจบใหม่ จะรับมือฟรานได้หรืออย่างไร
ฟรานเป็นคนนิสัยอย่างไร คนเป็นพ่อรู้ดี ต่อหน้าของเขาหรอก เด็กชายจึงเรียบร้อย ทำตัวเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย แต่เวลาอยู่กับนีอา ก็สุดแสนจะพยศ และดื้อด้านเอาเรื่องพอสมควร
ฟาอินยังคงเปิดดูรูปของหญิงสาว และพิจารณาดวงหน้าของเธออย่างถ้วนถี่ รพิชามีใบหน้าที่คล้ายคลึงกับคริสตัลเมียเก่าของเขามากเลย ที่แตกต่าง คริสตัลมีผมยาวสลวย แต่ผมของรพิชายาวแต่เป็นลอน ไม่เหมือนของคริสตัลที่เหยียดตรง
เขาพิศอีก แต่ไม่ว่าจะเป็นคิ้ว ตา จมูก และริมฝีปาก ช่างโขกกันมากับคริสตัลอย่างไรอย่างนั้น
‘แต่ผิวเธอสวย’ ฟาอินชม
คริสตัลรู้ว่าฟาอินชอบให้เธอทำสีผิวแทน แต่คริสตัลไม่ชอบความร้อน จึงไม่ยอมไปอาบแดดเวลาที่ว่าง ทำให้ฟาอินขัดใจ เขาจ้องเพ่งพิศรพิชาใหญ่ เขาถูกใจผิวสีน้ำผึ้งของเธอ
เมื่อเห็นหน้าของรพิชาก็ยิ่งทำให้เขาคิดถึงคริสตัล ที่ต้องได้เลิกกัน เพราะคริสตัลเธอชม้อยชม้ายชายตามอง ‘คามาร์’ คามาร์เป็นผู้ที่ทำธุรกิจด้วยกัน
ฟาอินรู้เหมือนกันว่าเขาอาจจะละเลยเธอ จนเธอเหงา แต่คริสตัลก็ไม่มีสิทธิ์จะออกไปกระดี๊กระด๊ากับผู้ชายคนอื่น ทั้งที่เธอมีลูกและสามีอยู่แล้ว
ในตอนที่มีคนส่งรูปคริสตัลอยู่กับคามาร์มาให้ เขาก็ช็อกไปเหมือนกัน ในเมื่อเธอนอกใจและอาจจะนอกกาย ฟาอินจึงคืนอิสรภาพให้ เขาตัดสินใจไล่เธอออกไปจากชีวิต ซึ่งคริสตัลก็ออกไปแต่โดยดี โดยที่ไม่คิดจะเอาลูกไปด้วย ฟาอินเกลียดนัก ผู้หญิงที่เห็นแก่ตัว รักสนุก แต่ไม่รักลูก
ชายหนุ่มกำหมัดแน่น แม้จะผ่านไปแล้วถึงห้าปี แต่เขาก็ยังจดจำไม่เคยลืม คนที่เรารักมาก พอถึงเวลาที่จะเกลียด ก็เกลียดมากเช่นเดียวกัน
ฟาอินจ้องมองใบหน้าของรพิชาด้วยหัวใจเต้นเร็ว ความรู้สึกเหมือนอยากจะพาเธอมาแก้แค้น พามาเป็นตัวแทนของคริสตัล อะไรก็ไม่รู้ดลใจให้ฟาอินตอบกลับมารดาของภรรยาเก่าไป
(ถ้าเธอเต็มใจจะมาเลี้ยงดูฟราน ผมก็ยินดีครับ ถ้าเธอพร้อมเมื่อไหร่แจ้งมาผมจะส่งเงินค่าตั๋วเครื่องบินไปให้)
ไม่นานเท่าไรนักคุณแก้วกนกก็ตอบกลับมา
(ตกลงแม่จะให้ทอฟฟี่บินไปหาฟรานภายในอาทิตย์นี้นะ)
(ถ้าอย่างนั้นแจ้งค่าใช้จ่ายมานะครับคุณแม่) ฟาอินยังให้เกียรติคุณแก้วกนกเสมอ ในฐานะยายของลูกชาย
(เรื่องเงินเดือน)
(ผมให้เป็นเงินไทยสามหมื่นบาทครับ)
(โอเค)
(ตอนนี้ฟรานอยู่กับฟาอินไหม)
(ไม่อยู่ครับ ผมมาทำงาน) เขาโกหก
(เมื่อไหร่แม่จะได้พูดคุยกับหลานบ้าง) คนแก่ใบหน้าเศร้า
(ผมก็ส่งคลิปวิดีโอให้คุณแม่ดูแล้วนะครับ)
นางคิดในใจ ‘คลิปวิดีโอ มันไม่เหมือนพูดคุยกันต่อหน้าต่อตา และได้ตอบโต้กัน’ แต่คุณแก้วกนกก็เลือกที่จะเงียบ
ฟาอินไม่ได้ติดต่ออะไรกลับไปอีก ชายหนุ่มวางมือถือ แล้วตรงเข้าไปอาบน้ำ เขาเริ่มคิดถึงรพิชาอย่างประหลาด ผู้หญิงคนนี้มีเสน่ห์
‘นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนของเธอ กับผมสีดำหยักศก มีเพียงเส้นผมเท่านั้นที่แตกต่างจากคริสตัล แต่นอกนั้นเหมือนหมดเลย และสีผิวที่เป็นสีน้ำผึ้งนั่นอีกด้วย ฉันอยากจะรู้เหมือนกันว่า ผู้หญิงที่มาจากครอบครัวเดียวกัน นิสัยคล้ายกัน หรือแตกต่างกันไหม ไว้เจอกันนะทอฟฟี่’ เขาครุ่นคิด
บ้านของรพิชา เธอเพิ่งกลับมาจากข้างนอก หิวโซเพราะไม่ชอบกินข้าวนอกบ้าน รพิชามีประสบการณ์ที่ไม่ดีเกี่ยวกับการกินอาหารข้างทาง ตอนนั้นท้องเสียต้องเข้าโรงพยาบาล หมอบอกว่าลำไส้อักเสบเฉียบพลัน เธอไม่ชอบนอนโรงพยาบาลเลย เพราะกลัวเข็ม ทำให้เป็นประสบการณ์แย่ ๆ รพิชาจึงเลือกที่จะแขวนท้อง ทนหิว และกลับมากินข้าวที่บ้านดีกว่า
พอเห็นชามยำของแม่ ก็ตรงปรี่เข้าไปหยิบส้อมจิ้ม แล้วโซ้ยเข้าปาก
“แม่! โอ๊ย! เปรี้ยวจี๊ดเลยอะ ใครเขาทำยำรสชาตินี้กันคะ” หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับทำหน้าตาเหยเก เพราะความเปรี้ยวจากยำนั่นเอง
เพียะ... แม่กนกขวัญตีมือ
“ก็มันยังปรุงไม่เสร็จนี่นา แม่เพิ่งจะบีบมะนาวลงไปเอง ยังไม่ได้คลุกด้วยซ้ำ ปัดโธ่!” แม่ดึงเอาชามขยับออกมาห่าง ๆ
“นี่ไงเครื่องปรุง แม่ยังไม่ได้ใส่อย่างอื่นเลยด้วยซ้ำ”
“โธ่! แล้วก็ไม่บอกกัน”
“อะ ๆ มาถึงก็ไม่ได้ถงไม่ถาม ปรี่เข้ามาเลย เฮ้อ... เมื่อไรจะรู้จักโตเสียที เห็นนะตอนที่จ้วงเมื่อกี้”
“ก็หนูหิวนี่คะ” นั่งลง และทำหน้าเบื่อ ๆ
“แล้วเป็นยังไงบ้างล่ะไปสมัครงานมาน่ะ”
“แม่จ๊ะ ไม่มีที่ไหนรับหนูเลยอะ”
“ทอฟฟี่เพิ่งเรียนจบ แถมไม่มีประสบการณ์ ก็ต้องไปสมัครงาน หาไปเรื่อย ๆ แล้วไม่ไปสมัครตามโรงเรียนล่ะ”
“ยังไม่มีโรงเรียนไหนรับเหมือนกัน”
“ทำไมเขาไม่มีการเปิดสอบบรรจุน่ะ แบบนี้ แม่ก็ต้องเลี้ยงแกไปเรื่อย ๆ อะสิ เฮ้อ... ถ้าแม่มีตังค์ละก็ แม่ก็จะเปิดโรงเรียนให้แกเลย” แม่พูดไปเรื่อยเปื่อย
“เอาแบบนี้ไหมล่ะ แม่ว่าเราไปกู้เงินมา แล้วเปิดเป็นโรงเรียนเล็ก ๆ รับเลี้ยงเด็กก่อนวัยเรียน อะไรแบบนั้น” เสนอแนะทางเลือก
“แม่คะ เป็นหนี้อะพอทน แต่เด็กเล็ก ๆ เราจะต้องมีครูผู้ช่วยนะ ถ้าหนูคนเดียวก็ไม่ไหวหรอกค่ะ มันก็เหมือนเลี้ยงลูกนั่นแหละ เหนื่อย แล้วเด็กเล็ก ๆ ด้วย”
“อ้าว ก็เรียนมาทางด้านนี้”
“หนูเรียนปฐมวัย”
“เอ้อ... แม่เข้าใจ แล้วที่พูด ๆ เหมือนแกเคยมีลูกแล้ว”
“แม่จ๋า ถึงหนูจะไม่เคยมี แต่หนูก็ไปฝึกงานมาแล้ว”
“ทำไม”
“ก็ปวดหัวนะสิ พูดจนคอแหบคอแห้ง” รพิชานึกถึงประสบการณ์ตรงนั้นแล้วก็ยังคิดขยาด ไปฝึกงานอยู่สามเดือน เสียงหายไปตั้งแต่อาทิตย์แรก
“หนูก็เห็นคนอื่นเขาเลี้ยงลูกกัน เด็กกำลังซน โคตรเหนื่อย”
“อ้าว.... แล้วดันไปเลือกเรียน ตอนนั้นแม่ก็บอกแล้วให้เรียนบัญชีหรือบริหารมันหางานง่ายกว่า”
“แม่! หนูไม่เก่งคณิตศาสตร์ แล้วตัวเลขเป็นอะไรที่ปวดหัวมาก ๆ”
“อันนั้นก็ไม่ชอบ อันนี้ก็ไม่รัก อันนั้นก็...”
“แม่หยุด!” เธอยกมือขึ้นมาห้าม และหยิบพัดของแม่ขึ้นมาวี
“กว่าจะเรียนจบมา แม่ก็ใช้เงินเยอะแยะในการส่งเสียให้แกเรียนนา ฉะนั้นแกก็ควรจะต้องหางานทำให้ได้เร็วที่สุด”
“โถ่ ๆ แม่จ๋า ทำไมหนูจะไม่อยากทำงาน หนูไม่ได้เลือกงานนะ งานอะไรหนูก็ทำ แต่ไปตรงไหน เขาก็บอกว่ายังไม่รับ เฮ้อ... และอีกอย่างหนูก็อยากทำงานในสายอาชีพที่หนูเรียนมา”
“แล้วจะมาบ่นทำไม ก็รอไปก่อน”
“รอ รอ รอ ร้องเพลงรอจนเหนื่อยแล้วอะ”
“ขี้บ่นจริง ๆ แล้วเธอต้องการอะไร” แม่หันมาเท้าสะเอว
“พูดไปก็เท่านั้น มาทำให้แม่คิดว่า... แม่ต้องเลี้ยงแกไปอีกสักกี่ปี ถ้าแกยังเลือกงาน ตกงาน”
“โถ่แม่! เดี๋ยวหนูไปหางานเซเว่นก็ได้ค่ะ”
“ก็แล้วแต่นะ แต่แม่ว่างานเซเว่นน่ะมันหนัก เห็นลูกของยายเปี๊ยกข้างบ้านน่ะ เห็นว่าไปทำงานที่เซเว่นเหมือนกัน แต่ทำไปไม่ถึงครึ่งเดือน ออกเสียแล้ว เหนื่อยยืน เหนื่อยจัดของ และเวลาที่จะเข้าส้วมต้องไปขอกุญแจที่หัวหน้า”
“หา!” รพิชาตกใจกับข้อมูลที่ได้รับ
“แล้วก็ตอนนี้เห็นว่าไปถึงภูเก็ต ไปทำงานโรงแรม”
“แฮ่... แม่ก็รู้เรื่องชาวบ้านเขาไปทั่วเลยนะ” มีแซว
“เรื่องชาวบ้านคืองานของแม่น่ะ อะ! นี่แกว่าแม่ใช่ไหม” รพิชาหัวเราะ
แม่กนกขวัญพูดไป มือของแม่ก็ปรุงไป
“ทอฟฟี่ชิมดูซิ กินได้หรือยัง รสชาติโอเคไหม”
รพิชาเอาส้อมจิ้มลงไปในยำ ก่อนจะตักเข้าปาก เธอเคี้ยวหมับ ๆ “อร่อยแล้วล่ะ แม่หนูขอเลยนะ”
“เฮ้ย! นี่จะกินคนเดียวหมดเนี่ยนะ”
“เปล่าสักหน่อย หนูกำลังจะไปหยิบจาน” ว่าแล้วก็ลุกขึ้นไปเอาจานมาตัก กินอย่างหิว
กริ๊ง... มือถือของแม่ดังขึ้น กนกขวัญยกขึ้นมาดู
“ป้าของแกโทรมา” บอกลูกสาว นานแล้วที่แก้วกนกไม่ได้โทรศัพท์หา คุณกนกขวัญจึงออกอาการกระดี๊กระด๊าใหญ่ เพราะอยู่กันคนละจังหวัด เธออยู่สมุทรสาคร พี่สาวอยู่นนทบุรี
“ว่าไงจ๊ะพี่ ไม่โทรหาฉันเลยนะ”
(“ก็สบายดี มันยุ่งวุ่นวายไปหมด”) พี่สาวทำงานหลายอย่าง ร่ำรวยและมีเงิน เพราะได้สามีเป็นเถ้าแก่
“อะไรหรือเปล่าจ๊ะ”
(จะโทรมาถามว่า ทอฟฟี่เรียนจบแล้วใช่ไหม”)
“ใช่จบแล้วพี่ แต่ก็ยังเดินเตะฝุ่นอยู่เลย หางานทำไม่ได้ วันนี้ก็ออกไปทั้งวัน ก็ไม่เห็นได้งานกลับมา”
รพิชาปากไว “แม่... งานมันหาไม่ได้ง่าย ๆ น่ะ”
“หายากซะที่ไหนล่ะ แม่ว่าแกเลือกงานต่างหาก” คุณแม่หันไปแว้ดลูกสาว
(“อย่าเพิ่งทะเลาะกัน ฟังพี่ก่อน พี่น่ะมีเรื่องจะขอร้องและให้ช่วย”)
“เรื่องอะไรเหรอจ๊ะพี่”
(“พี่อยากจะให้ทอฟฟี่ไปอยู่กับฟราน ลูกชายของคริสตัล”)
“ทำไมล่ะพี่”
(“ไม่มีพี่เลี้ยงมาหลายเดือนแล้ว ทั้งดื้อ ซน และเรียนไม่รู้เรื่องน่ะ พี่เลยเป็นห่วง”)
“อ๋อเหรอจ๊ะ เอ่อ... แล้วมีเงินเดือนให้ไหม” จุดประสงค์ของการทำงาน ก็คือเงิน
(“พ่อของฟรานจะให้สามหมื่นบาทน่ะ กินอยู่ด้วยแบบไม่ลำบาก”)
“สามหมื่น” แม่ทำเสียงตกใจ เพราะเงินเดือนสูง
คนที่ได้ฟังอยู่ถึงกับตาโต
“แม่ ๆ แม่เปิดสปีกเกอร์โฟนสิ หนูอยากรู้ว่าป้าคุยอะไร” แม่ทำตาม
“พี่พูดมาเลยจ้ะ”