ทางด้านอีธานหลังจากลองขับรถสปอร์ตรุ่นใหม่ล่าสุดราคาเหยียบห้าสิบล้าน ชายหนุ่มได้พาฮันน่าแวะเข้าไปภายในโรงแรมหรูแห่งหนึ่ง เพื่อรับประทานมื้อกลางวัน แม้ผู้จัดการสาวจะพยายามปฏิเสธแต่ก็ไม่สามารถขัดใจ ลูกค้าวีไอพีรายใหญ่ของโชว์รูมได้
"ทำไมไม่กลับไปส่งฮันน่าก่อนค่ะ คุณอีธานทำแบบนี้หลายครั้งแล้ว ซึ่งคุณก็รู้ไม่ใช่เหรอคะ ฮันน่าไม่ชอบออกมาทานข้าวกับลูกค้าแบบนี้ ถ้าบอสรู้อาจจะไม่พอใจได้" เมื่ออยู่ภายในห้องตามลำพังกับลูกค้าหนุ่ม ฮันน่าทำใจดีสู้เสือพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ ทั้งที่ภายในใจของเธอนั้นมันสั่นระริกราวกับลูกนกตกน้ำ เมื่อชายตรงหน้ามีอิทธิพลเกินกว่าที่เธอนั้นจะสามารถหลบหลีกได้
"ผมแค่พาคุณแวะมาทานข้าว ทำไมต้องทำให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วย" ในขณะที่พูดอีธานได้ลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมมายืนอยู่ด้านหลังของเธอ ก่อนจะก้มลงเข้าไปคร่อมหญิงสาวร่างอรชรเอาไว้ แล้วกระซิบลงไปที่ข้างใบหูของฮันน่าเบาๆ
"หนึ่งล้านแลกกับการที่คุณนอนอ้าขาให้ผม" วาจานี้ช่างเชือดเฉือดจิตใจของฮั่นน่าเหลือเกินไม่เคยมีผู้ชายคนไหนใช้คำพูดให้เธอรู้สึกเจ็บปวด ราวกับโดนของมีคมทิ่มแทงลงมากลางใจ ได้มากขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต
"แม้ว่าฉันจะเป็นเพียงแค่ผู้จัดการเงินเดือนไม่ได้มากมายอะไร แต่ศักดิ์ศรีของความเป็นคน ของฉันมันก็มีเท่าเทียมกับคุณ" น้ำเสียงฮันน่านุ่มนวลแผ่วเบา แต่เต็มไว้ด้วยความตั้งมั่นและเด็ดเดี่ยว พร้อมกับแฝงความรู้สึกเจ็บปวดไว้ในคราวเดียวกัน เมื่อเธอนั้นกำลังคิดว่าอีธานควรจะให้เกียรติสตรีเพศแม่มากกว่านี้
"ผมอยากจะรู้จังว่าลีลาของผู้หญิง เจ้าพยศอย่างคุณจะเด็ดแค่ไหนกัน" อีธานพูดพร้อมกับฉายแววตาเจ้าเล่ห์ออกมา ก่อนจะเดินอ้อมไปนั่งที่เดิมแล้วหยิบไวน์มารินแล้วส่งให้กับฮันน่า
หญิงสาวรับมาพร้อมกับจิบเบาๆ ตามมารยาท แต่เขากลับรบเร้าให้เธอดื่มจนหมดแก้ว ในขณะที่อีธานมองมาที่หญิงสาวด้วยแววตาที่หวานหยาดเยิ้ม แต่แอบแฝงความร้ายกาจซ่อนเอาไว้อย่างน่ากลัว
"ลองชิมดูสิ อร่อยนะ" อีธานพูดพร้อมกับตักอาหารใส่จานให้ฮันน่า และนี่มันคือเป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาก็ว่าได้ ที่ตักอาหารใส่จานให้กับ ผู้หญิงที่มาทานข้าวด้วย ส่วนมากหญิงสาวจะเป็นฝ่ายบริการเขามากกว่า แต่ฮั่นน่ามักจะเฉยชากับเขาทุกครั้งเวลาที่เธอนั้น ได้มีโอกาสมาทานข้าวกับอีธาน ไม่ต่างจากการถูกบังคับและนั่นยิ่งทำให้ชายหนุ่มรู้สึกพอใจในตัวของเธอ
"ขอบคุณค่ะ" น้ำเสียงของฮันน่าฟังดูราบเรียบราวกับว่าเธอนั้นกล่าวขอบคุณเขาไปตามมารยาท
ภายในห้องที่ถูกตกแต่งเอาไว้อย่างหรูหรา แต่บรรยากาศกับไม่อำนวย เมื่อหญิงสาวที่เขาพามาไม่เล่นด้วย เธอลงมือรับประทานอาหาร แต่สายตากลับมองไปยังนาฬิกาที่ข้อมือบ่อยครั้งครั้ง โดยไม่สนใจว่ามันจะเป็นการเสียมารยาทหรือไม่ เมื่อใจของเธอนั้นอยากออกไปให้พ้นๆ จากห้องนี้เสียที เพราะทุกครั้งเขาไม่เคยพาเธอมารับประทานอาหารภายในห้องแบบนี้ มันจึงทำให้ฮันน่ารู้สึก หวั่นใจไม่น้อย ถ้าหากอีธานจะคิดไม่ซื่อกับเธอ มันคงกลายเป็นเรื่องง่ายดายมากขึ้นเมื่ออยู่ในที่ลับตาคนแบบนี้
"คุณปิดแอร์หรือเปล่าคะทำไมร้อนจัง" ฮันน่า ถามชายหนุ่มออกมาพร้อมกับเม็ดเหงื่อที่เริ่มผุดขึ้นบนใบหน้า ความรู้สึกภายในกายของเธอมีความอยากจะปลดปล่อยกับชายตรงหน้าทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ อย่างน่าแปลกใจทั้งที่เธอนั้นไม่เคยรู้สึกกับใครแบบนี้มาก่อน
"หึ!..." เสียงตอบจากในลำคอของนิทานดังขึ้นพร้อมกับยกยิ้มแล้วฉายแววตาร้ายกาจขึ้นมา ก่อนจะค่อยๆ ลุกขึ้นแล้วเดินอ้อมมาทางด้านหลังของฮันน่าอีกครั้ง
"ร้อนมากหรือเปล่า ถอดสูทออกสิ" เสียงทุ้มกระซิบลงไปที่ข้างใบหูเขาหญิงสาว เพียงแค่เธอได้ยินน้ำเสียงของเขา ก็กระตุ้นให้อารมณ์ในกายพลุกพล่านขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เพราะเวลานี้กายของเธอมันกำลังพยศหัวใจ และกำลังจะทำในสิ่งที่เธอนั้นพยายามที่จะหนีห่าง
"ผมถอดให้" ฮันน่านั่งนิ่งราวกับต้องมนต์สะกด เธอยอมให้อีธาน ถอดเสื้อสูทออกอย่างว่าง่าย หลังจากนั้นเขาได้โอบประคองร่างอรชรตรงไปที่เตียงนอน มือหนาของเขาได้รูดซิปที่ด้านหลังเลื่อนลงช้าๆ เธอใส่เดรสสีชมพูซึ่งเป็นชุดฟอร์มของโชว์รูม
"อย่าค่ะ" มือเรียวดันอกแกร่งของชายหนุ่มเอาไว้ แม้ว่าเธอนั้นจะพยายามควบคุมร่างกายไม่ให้เตลิดไปกับความต้องการที่มี แต่ก็รู้ดีว่าเธอคงยับยั้งชั่งใจได้เพียงแค่ไม่นาน เมื่อความต้องการที่มีนั้นเริ่มทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
"ทุกครั้งที่นอนกับผม คุณจะได้เช็คหนึ่งล้านบาท อย่าปฏิเสธไปเลยฮันน่า ผมรู้ว่าคุณก็มีความต้องการไม่ต่างจากผมในตอนนี้" ชายหนุ่มพูดออกมาในขณะที่มือของเขาอยู่ไม่เป็นสุข และในเวลานี้ชุดเดรสของเธอก็ได้หลุดออกจากอก เหลือเพียงแค่บราสีสด ที่เผยให้เห็นเนินอกขาวอวบจนน่าฟัด
เรือนร่างอรชรถูกจับกดให้นอนราบกับเตียง แล้วพอีธานก็ค่อยๆ ดึงชุดเดรสของเธอออกจนพ้นเรียวขาขาว ในเวลานี้เรือนกายของเธอมีเพียงแค่บราและชุดชั้นในตัวจิ๋ว ปิดบังร่างกายในส่วนที่หวงแหนเอาไว้เอาไว้เท่านั้น ก่อนที่ชายหนุ่มจะหันไปจัดการชุดของตัวเอง ซึ่งเขาใช้เวลาถอดมันออกอย่างช่ำชองราวกับคนชำนาญ ที่เคยผ่านสนามพิศวาสมานับไม่ถ้วน เผยเห็นซิกแพคที่อยู่ภายใต้ไรขนที่ขึ้นแซมอย่างเห็นได้ชัด จนหัวใจของฮันน่าเต้นตึกตัก อย่างไม่เคยเป็นแบบนี้มาก่อนในชีวิต
"อืม...คุณอีธาน" เสียงหวานร้องเรียกชื่อชายหนุ่มออกมา เมื่อเขากำลังบรรจงสอดมือลงไปใต้บราของเธอ เขาค่อยๆ บีบนวดแล้วคลึงเบาๆ ในขณะที่มืออีกข้างของเขากำลังใช้ความพยายามในการปลดตะขอออก ขณะที่ความเป็นชายของเขาเริ่มพองตัวขึ้นเรื่อยๆ จนเวลานี้เป้ากางเกงบ๊อกเซอร์คับแน่นจนตุง พร้อมสำหรับการเปิดศึกกับเธอ
ใบหน้าคมคายเข้าหาใบหน้ารูปไข่ จากนั้นบทจูบอันเร่าร้อนก็ได้เริ่มขึ้น อีธานโลมเลียริมฝีปากอิ่มจนทั่วทั้งบนและล่าง เธอเองก็พยายามปากอ้ารับลิ้นร้อนที่สอดแทรกเข้าไปในโพรงปาก เพื่อสัมผัสกับลิ้นเล็กที่แตะกระหวัดเกาะเกี่ยวปลายลิ้นโต้ตอบแลกเปลี่ยนรสหวานกันไปมาอย่างไม่รู้จักพอ
"อืม...อื้ม" เสียงครางจากในลำคอของคนทั้งคู่ดังขึ้นมาเป็นระยะ ในขณะที่บราและชุดชั้นในตัวจิ๋วของเธอถูกอีธานเกี่ยวทิ้งลงไปอยู่ใต้เตียง พร้อมกับบ๊อกเซอร์ของเขาเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ในเวลานี้ร่างกายของคนทั้งคู่เสียดสีกันจนเริ่มที่จะร้อนแรงขึ้นเรื่อยๆ คงไม่มีอะไรมาฉุดรั้งให้อีธานยุติความสัมพันธ์ครั้งนี้ลงได้
"สวยจัง คุณรู้ตัวหรือเปล่า ผมไม่เคยเห็น ผู้หญิงคนไหนมีสรีระร่างกายที่สวยงามเท่ากับคุณก่อนเลยในชีวิต" ในขณะที่พูดมือของเขาได้ลูบไล้ไปทั่วกายของเธอ พร้อมกับใช้สายตาคมกวาดมองตั้งแต่หัวจรดเท้า ก่อนจะมาหยุดโฟกัสที่อกตูมสองข้าง ซึ่งเขายอมรับว่ามันเต่งตึงขึ้นมาจากธรรมชาติ โดยที่เธอนั้นไม่ได้ศัลยกรรมมาก่อน
"อืม...อ๊า..." ฮันน่าร้องอุทานออกมาเสียงหลงเมื่อเม็ดบัวของเธอถูกริมฝีปากของอีธานคาบเกี่ยวเอาไว้ เขาใช้ปลายลิ้นหยอกล้อกับปลายยอดปทุมถันอย่างเมามัน ราวกับคนคลั่งในรักก็ไม่ปาน เขาอมแล้วดูดกลืนทรวงอกอิ่มจนสาแก่ใจ มือหนาค่อยๆ เลื่อนลงต่ำแล้วสอดเข้าไปที่กลีบกุหลาบงามบานเบ่งของเธอ จากนั้นเขาได้ใช้นิ้วคลี่แล้วสอดเข้าไปตรงกลางร่องเสียว การกระทำของเขาทำให้ร่างเล็กบิดเร้าไปมาด้วยความรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว
"แค่นี้ก็เยิ้มแล้วเหรอ...หึ" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับแสยะยิ้มออกมา ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบ ถุงยางมาฉีกแล้วสวมลงไปที่ท่อนเอ็นร้อนขนาดบิ๊กเบิ้ม เขาค่อยจับขาเรียวของฮันน่าถ่างออกกว้างกว่าเดิม
พรึบ!!! เขาสอดท่อนเอ็นร้อนเข้าไปได้แค่ส่วนปลายก็ต้องหยุดชะงักลงกลางคัน เมื่อร่องเสียวของเธอนั้นช่างแคบเล็กกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก จนอีธานสัมผัสได้ว่าเธอนั้นไม่เคยผ่านชายใดมาก่อนเลย ในสมองของเขากำลังสับสน มันเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อเธอทำงานกับเจ้านายหนุ่มที่เป็นคาสโนวาตัวพ่อขนาดนั้น
"อืม... คุณเอามันออกก่อนได้ไหม ฉันรู้สึกคับแน่นนั้นเหลือเกิน" หญิงสาวร้องออกมาในขณะที่ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยเม็ดเหงื่อ แม้ว่าร่างกายจะมีความต้องการเจ้าดุ้นยักษ์นั่นเพียงใดก็ตาม แต่ความคับแน่นที่ช่องแคบนั้นก็ทำให้เธอรู้สึกเจ็บ เวลาที่อีธานขยับเข้าขยับออกแบบนั้น
"ทำไมไม่บอกว่าไม่เคย" เสียงทุ้มถามออกไปพร้อมกับจ้องใบหน้างามอย่างไม่วางตา
"ก็คุณไม่ได้ถามนี่ค่ะ...อืม...อ๊า...ทำไมร่างกายของฉันถึงรู้สึกต้องการคุณ เหมือนใจจะขาดรอนๆ ให้ได้ มันเกิดอะไรขึ้นค่ะ คุณอีธาน...อื้ม!" เสียงหวานของหญิงสาวเอ่ยถามขึ้นพร้อมกับเอามือปัดที่ใบหน้าออก ในขณะที่สะโพกมนของเธอแอ่นขึ้นรับเจ้าดุ้นยักษ์ ทั้งที่รู้สึกคับแน่น
"ผมขอโทษฮันน่า... คุณเป็นของผมแล้ว แม้มันจะยังเข้าไปไม่สุด แต่รับรองคุณไม่มีทางหลีกหนี พ้นแน่นอน" ชายหนุ่มพูดพร้อมกับ ถอดเจ้าดุ้นยักษ์ออกจากร่องเสียวของเธอ มือของเขาค่อยๆ รูดถุงยางทิ้งลงไปที่ถังขยะ ก่อนจะค่อยๆ สอดมันเข้าไปใหม่
"อืม...อ๊า ผมยอมจ่ายให้คุณสองล้านแลกกับความบริสุทธิ์ครั้งนี้ มันคุ้มแสนคุ้ม" อีธานพูดออกมาพร้อมกับใบหน้าที่รู้สึกฟินสุด เมื่อเธอเป็นผู้หญิงคนแรกที่เขาเอาสดแบบนี้
"อืม...อ๊า เบาๆ ค่ะ" เสียงหวานครางแผ่วออกมา พร้อมกับร้องขอให้เขาเบาแรง เมื่ออีธานเริ่มกระแทกเจ้าดุ้นยักษ์ อัดเข้ามาในร่องเสียวของเธอแบบไม่ยั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะฤทธิ์ยาป่านนี้เธอคงร้องขอชีวิตไปแล้ว
"อ้า..โอ้ววว!! ฮันน่ามันดีมากเลย" ความร้อนแรงของคนทั้งคู่ได้ทวีขึ้นเรื่อยๆ จนในเวลานี้ ร่างทั้งสองกระแทกกระทั้นเสียดสีกันจนเตียงสปริง เด้งขึ้นเด้งลงตามจังหวะเอวของอีธาน โดยที่ชายหนุ่มไม่ได้คำนึงว่านี่มันคือครั้งแรกของเธอ
"อ๊า...เสียงจัง! ฮันน่าร้อนวูบวาบไปถึงท้องน้อยเลย" เสียงหวานของฮันน่าร้องออกมาอีกครั้ง ซึ่งในเวลานี้ความเจ็บที่มีได้หายไปสิ้นมีเพียงความเสี่ยงด้านเข้ามาแทนที่ ยิ่งเวลาอีธานจ้วงเจ้าดุ้นยักษ์นั่นเข้ามาในร่องเสียวของเธอลึกเท่าไหร่เธอก็ยิ่งรู้สึกดีเท่านั้น
"ฮันน่าเปลี่ยนท่าหน่อยสิ" เสียงของอีธานพูดออกมานั้นแข็งกระด้างราวกับว่าเขาไม่มีหัวใจ จะปรานีเธอสักหน่อยก็ไม่ได้ แต่สุดท้ายฮันน่าก็ยอมทำตาม ชายหนุ่มจับตัวเธอพลิกให้คุกเข่าลงในท่าด็อกกี้
พรึบ!!! เขาดันเจ้าดุ้นยักษ์เข้าไป พร้อมกับใช้มือทั้งสองข้างจับเอวคอดของเธอเอาไว้
ตรับ! ตรับ! ตรับ! เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังขึ้นจนลั่นห้อง เมื่อช่วงจังหวะการสอบสะโพกของเขานั้นรุนแรงกว่าครั้งก่อนมาก
"อ้า....ผมจะแตกแล้ว อ๊าาา! โอ้ววว!" ชายหนุ่มไม่รอช้าอัดเจ้าดุ้นยักษ์กระแทกเข้าไปไม่ยั้ง ในขณะที่มือก็รั้งเอวคอดเข้าหาตัว
"อืม...คุณอีธาน...ฮันน่าไม่ไหวแล้ว" หญิงสาวร้องครางกระเส่าออกมา มือของเธอกำผ้าปูไว้แน่นจนยับยู่ยี่ไปหมด สะโพกมนของเธอผายออกพร้อมกับแอ่นขึ้นรับเจ้าดุ้นยักษ์ ในจังหวะที่ชายหนุ่มดันเข้าดันออกด้วยจังหวะที่หนักหน่วงและถี่ขึ้นเรื่อยๆ
"อืม...ผมแตกในนะ! คุณอย่าลืมกินยาล่ะ...อ๊าแน่นมาก! " ชายหนุ่มพูดออกมาเสียงดัง พร้อมกับเร่งจังหวะให้เร็วขึ้นกว่าเดิม ส่งผลให้ร่างกายอรชรเริ่มส่ายเกร็งกระตุกไปมา พร้อมกับเสียงครางที่ดังไปทั่วห้อง เมื่ออีธานดันเจ้าดุ้นยักษ์อัดเข้าไปในร่องเสียวของเธอจนมืดลำ เขาจ้วงเข้าไปซ้ำๆ และลึกจนฮันน่ารู้สึกร้อนวูบวาบไปถึงท้องน้อย
"อืม...อ๊าาา" คนทั้งคู่ร้องครางออกมาพร้อมกัน ในช่วงจังหวะที่น้ำลาวาขาวขุ่นพวยพุ่งเข้าไปในช่องแคบจนหมดทุกหยด โดยที่ร่องเสียวของเธอนั้นขมิบตอดรัดด้วยความเต็มใจ ทุกอย่างที่เป็นไปล้วนเกิดขึ้นจากฤทธิ์ของยา เสียงหายใจหอบเหนื่อยของอีธานดังขึ้นมาเมื่อเขานอนลงข้างๆ ร่างอรชร หญิงสาวดึงผ้าขึ้นมาคลุมร่างเปลือยของเธอเอาไว้ พร้อมกับเอามือขึ้นมาเช็ดเหงื่อที่ใบหน้า เสียงหายใจของเธอยังคงหอบถี่ไม่ต่างจากอีธาน และไม่รู้ว่าบทสวาทบนเตียงนี้จะจบลงเมื่อไหร่ เมื่อทั้งคู่หันหน้าเข้าหากัน และเริ่มบรรเลงบทรักขึ้นอีกครั้ง กว่าฤทธิ์ยาจะซาลงฮันน่าคงเดินไม่ได้เลยทีเดียว และเมื่อผ่านพ้นคืนวันนี้ไปแล้ว หญิงสาวจะรู้สึกเสียใจมากแค่ไหนที่ผู้ชายอย่างอีธานเป็นคนพรากความบริสุทธิ์ไปจากเธอ
ภายในห้องที่ถูกตกแต่งไว้อย่างหรูหรา ไฟที่เปิดเอาไว้สว่างจ้า ทำให้มองเห็นร่างของชายหญิงที่นอนเคียงคู่อยู่บนเตียงขนาดคิงไซซ์ได้อย่างชัดเจน เนื้อตัวของพวกเขาทั้งสองเปลือยเปล่าล่อนจ้อน ปราศจากเสื้อผ้าอาภรณ์ มีเพียงแค่ผ้าห่มผืนเล็กที่คลุมกายเขาและเธอเอาไว้
หญิงสาวค่อยๆ ขยับเปลือกตาขึ้นอย่างช้าๆ เธอมองไปที่เพดานของห้องแล้วนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา เนื้อตัวของเธอบอบช้ำไปหมด ฮันน่าค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง แล้วหย่อนเท้าลงไปที่พื้น เธอแทบจะไม่มีแรงหยัดยืน ขาของเธอทั้งสองข้างสั่นพับๆ ก่อนที่ร่างอรชรจะทรุดตัวลงไปกองกับพื้นอย่างน่าสมเพช
น้ำตาใสๆ ค่อยๆ ไหลรินออกมาจากดวงตากลมโต มันไหลอาบแก้มสองข้าง ราวกับสายฝนพรำก็ไม่ปาน เธอมองไปที่ชายหนุ่มใบหน้าหล่อเหลาคมคาย เขาคงเป็นที่หมายตาของผู้หญิงหลายคน แต่สำหรับเธอแล้วเขาคืออสุรกายที่พรากพรหมจรรย์ไปจากเธอ
"ฮึก...ฮื้อ!! " ฮันน่านั่งร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา จนตัวสั่นเทา เธอพยายามเอามืออุดปากเอาไว้เพื่อไม่ให้เสียงเล็ดลอดออกมา เพราะกลัวว่าอีธานจะได้ยิน ก่อนจะค่อยๆ หยิบชุดที่พื้นมาสวมใส่อย่างทุลักทุเล
ขณะที่เธอกำลังจะเดินออกไปจากห้อง หญิงสาวได้เหลือบไปเห็นเช็คที่วางอยู่บนโต๊ะเครื่องแป้ง เธอหยิบขึ้นมาดูพร้อมกับน้ำตาที่ไหลทะลักออกมาจากดวงตาคู่สวยอีกครั้ง แต่ครานี้มันไหลราวกับเขื่อนแตกก็ไม่ปาน เมื่อเขาตีค่าตีราคาความสาวของเธอเป็นเพียงแค่ราคาค่างวด ที่ผู้ชายอย่างเขานั้นจะใช้เงินซื้อกินที่ไหนเมื่อไหร่ก็ได้
"ฉันขอแนะนำให้คุณเอาเงินจำนวนนี้ ไปบริจาคให้กับการกุศลบ้างนะคะ เผื่อจิตใจของคุณมันจะสูงขึ้นกว่านี้บ้าง" ฮันน่าพูดพร้อมกับหยิบเช็คขึ้นมาฉีกเป็นชิ้นเล็กๆ ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้ชายร่างกำยำที่นอนหลับอยู่บนเตียงแล้วโปรยเช็คที่เธอฉีกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย ลงไปที่ชายร่างใหญ่อย่างไม่แยแสต่อจำนวนเงิน ที่เขาใส่ลงไปในเช็คใบนั้นแม้แต่น้อยหญิงสาวค่อยๆ ก้าวเท้าเดินออกไปจากห้อง
โดยที่ไม่หันหลังกลับไปมอง เมื่อความทรงจำ ระหว่างเขาและเธอนั้น นับจากวินาทีนี้ต่อไปมันจะกลายเป็นแค่เพียงคนแปลกหน้าสำหรับกันและกันตราบจนชั่วนิรันดร ฮันน่าได้ตั้งปฏิญาณเอาไว้อย่างแน่วแน่ เธอจะไม่มีวันเดินเข้ามาในชีวิตของผู้ชายคนนี้อีกเป็นเด็ดขาด
"อวดดี!" อีธานสบถออกมา เมื่อฮันน่าเดินออกไปจากห้อง โดยที่เธอนั้นไม่ยอมรับเช็คจากเขาชายหนุ่มไม่ได้หลับ เขาเห็นเหตุการณ์ทุกอย่างตลอดเวลา เพียงแค่อยากจะรู้ว่าเธอจะทำยังไงกับสิ่งที่สูญเสียไป โดยที่ชายหนุ่มนั้นไม่ได้สำนึกเลยสักนิด เมื่อเขาได้เป็นคนพรากเอาความสาวไปจากเธอ
อีธานจะรู้หรือไม่นั่นมันคือสิ่งที่มีค่าสำหรับหญิงสาว ที่เงินทองของเขาไม่สามารถจะซื้อหามาได้ เธอจึงยอมเสียมันให้กับเขาไปฟรีๆ เพื่อแลกกับศักดิ์ศรีของอิสตรีคืนมา มันอาจจะไม่คุ้มค่าแต่เธอก็เชื่อว่ามันดีกว่าการขายศักดิ์ศรีให้กับเขาหลายเท่า
เมื่อฮันน่าเดินออกมาพ้นจากโรงแรม เธอพอจะเดาได้ถึงรถสปอร์ตที่หายไป อีธานคงให้ลูกน้องจัดการ ทำสัญญาการซื้อขายเรียบร้อยแล้ว เธอเดินตรงมาที่ถนนใหญ่ด้วยความรู้สึกเคว้งคว้างในหัวใจ แต่ใครๆ มักจะมองเธอว่าเป็นสาวสวยเซ็กซี่ ที่คงจะชอบอ่อยผู้ชายไปวันๆ
แต่ภายใต้ร่างกายที่ดูเย้ายวนชวนให้มองนั้น กลับซ่อนความรวดร้าวไว้ภายในใจ เพราะเธอไม่คิดที่จะรักใคร และไม่อยากเอาใจเข้าไปเกี่ยวข้องกับชายใดเลย เพราะเธอมีปมความหลังเกี่ยวกับบิดามารดา ชีวิตของเธอไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ต้องปากกัดตีนถีบกว่าจะเรียนจบมาได้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย
ปื้น! ปื้น! ปื้น! เสียงแตรรถดังขึ้น พร้อมกับตีไฟเลี้ยวมาจอดข้างฟุตบาทที่เธอกำลังเดินเหม่อลอย หญิงสาวรู้สึกตกใจเล็กน้อยก่อนจะทำให้ใบหน้าเป็นปกติ เมื่อพบว่าชายที่นั่งมาในรถนั้นคือเควินเจ้านายอีกคนของเธอ
"คุณฮันน่า มาเดินในที่เปลี่ยวๆ แบบนี้ได้ยังไงคุณมากับใคร ขึ้นรถเร็วเข้าเดี๋ยวผมจะไปส่ง" เสียงทุ้มของชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวออกมาด้วยความห่วงใย แม้ว่าเขานั้นจะไม่สนิทกับเธอเท่าไหร่ แต่ก็พอจะรู้จักผู้จัดการสาวมือโปร ที่ทำรายได้ให้กับโชว์รูมของเขา ในแต่ละไตรมาสอย่างถล่มทลาย
"ขอบคุณนะคะคุณเควิน" เมื่อขึ้นมานั่งบนรถฮันน่ารีบกล่าวขอบคุณชายหนุ่มออกไป ด้วยน้ำเสียงที่นุ่มนวลและแผ่วเบา จนเควินนั้นสัมผัสได้ถึงความเศร้าหม่นในน้ำเสียงของเธอ
"บ้านของคุณอยู่ที่ไหนเดี๋ยวผมจะไปส่ง" เมื่อขับรถออกมาได้ไม่กี่เมตร ชายหนุ่มก็รีบถามฮันน่าออกไป เพราะคิดว่าบ้านของเธอคงอยู่ไม่ไกลจากที่นี่สักเท่าไหร่
"ตรงไปเลยค่ะ เจอแยกข้างหน้าก็เลี้ยวซ้าย ขับไปอีกไม่กี่กิโล ก็ถึงคอนโดที่พักของฮันน่าแล้วล่ะค่ะ" คำบอกเล่าของฮันน่าทำให้เควินรู้สึกสงสัยขึ้นมา เพราะที่เธอพูดถึงน่าจะเป็นคอนโดที่เขาเคยเทียวไปเทียวมาเป็นประจำ เพราะที่นั่นอัครเดชเคยใช้เป็นที่พัก ก่อนจะย้ายเข้าไปอยู่ในบ้านที่เพิ่งซื้อไว้ไม่กี่ปี
"ใช่คอนโดนี้ไหมครับ" เควินถามฮันน่าออกมาพร้อมกับเตรียมตีไฟเลี้ยวเข้าไปข้างใน
"ใช่แล้วค่ะ ส่งฮันน่าแค่นี้ก็พอ คุณเควินไม่ต้องเลี้ยวเข้าไปหรอกค่ะ เสียเวลาเปล่าๆ แค่นี้ฮันน่าก็รบกวนมากแล้ว" หญิงสาวพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่เกรงใจ โดยไม่ได้เสแสร้งใดๆ ออกมาทั้งสิ้น
"ไม่เป็นไรหรอกครับ เสียเวลาที่ไหนกัน เมื่อมาส่งแล้วก็ต้องส่งให้ถึงที่ ผมเคยมาที่นี่บ่อยๆ แต่ก่อนบอสของคุณเคยอยู่คอนโดนี้" ชายหนุ่มพูดออกมา เมื่อเขาขับรถไปถึงลานหน้าคอนโด "ฮันน่ากับพี่เรย่า พักอยู่ที่ห้องเก่าของบอสค่ะพอดีว่าเราสองพี่น้อง ประสบชะตากรรมไม่ค่อยดีเท่าไหร่นัก บอสสงสารก็เลยให้เราสองคนพักอยู่ที่นี่ แต่ต้องจ่ายค่าน้ำค่าไฟเอง คุณอัครเดชมีบุญคุณกับฮันน่าและพี่สาวมาก ทุกวันนี้จึงทำให้เราสองคนพี่น้องทำงานถวายหัว ไม่ว่าบอสจะสั่งให้ทำอะไรถ้าสิ่งไหนที่ฮันน่าทำให้ได้ ก็จะทำให้ โดยไร้เงื่อนไขใดๆ ทั้งสิ้น แม้แต่..." หญิงสาวพูดออกมาเป็นฉาก ก่อนจะสะดุดที่ประโยคสุดท้าย เมื่อเธอนึกถึงคำขอร้องของบอสหนุ่ม ทำยังไงก็ได้ ให้ช่วยกีดกันอีธานอยู่ห่างๆ ขวัญข้าวให้มาก และเขายังกำชับว่าเธอเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รู้ความลับของบอสหนุ่มและขวัญข้าว ถึงความสัมพันธ์ที่สองพี่น้องต่างสายเลือดมีความลึกซึ้งมากเกินกว่าที่ทุกคนเข้าใจ เพราะวันนั้นเขาเรียกเธอไปพบที่ห้องแล้วเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้ฟัง อีธานแวะเวียนมาที่โชว์รูมหลายครั้ง เธอก็เป็นคนรับมือและยอมพาเขาออกมาข้างนอก แต่ไม่คิดว่าครั้งนี้อีธานจะทำในสิ่งที่เธอคาดไม่ถึง
"แม้แต่อะไร...ไอ้เสือมันล่วงเกินคุณหรือเปล่า" เสียงทุ้มถามหญิงสาวออกไปด้วยความห่วงใยโดยที่เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมถึงรู้สึกดี เวลาที่ได้คุยกับผู้หญิงคนนี้ ภายใต้ใบหน้าและรูปร่างที่แสนจะเซ็กซี่แววตาของเธอเหมือนมีอะไรปิดบังซ่อนเร้นเอาไว้ จนทำให้เควินอยากเข้าไปค้นหา แต่ก็ไม่เคยมีโอกาสได้คุยจริงจังกับเธอแบบนี้สักที
"บอสไม่มีทางทำอะไรแบบนั้นกับฮันน่าหรอกค่ะ ยังไงก็ขอบคุณมากนะคะที่อุตส่าห์มาส่ง นี่ก็ดึกมากแล้ว ฮันน่าคงไม่ชวนคุณขึ้นไปดื่มกาแฟหรอกนะคะ ราตรีสวัสดิ์ค่ะ" พูดจบฮันน่าก็ลงจากรถพร้อมกับโบกมือบ๊ายบายให้กับเขา แล้วเดินเข้าไปในคอนโด โดยที่เธอนั้นไม่ได้หันกลับมามองเขาอีกเลย
"คุณทำงานอยู่ที่โชว์รูมนั่นตั้งนาน ทำไมผมถึงปล่อยให้เวลาผ่านล่วงเลยมาแบบนี้"
เควินพูดพร้อมกับยกยิ้มที่มุมปาก เขายอมรับว่ารู้สึกดีกับหญิงสาวไม่น้อย ลุคการแต่งตัวของเธอที่ดูเปรี้ยวจี๊ดจนเข็ดฟัน แต่การกระทำกับตรงข้ามกันทุกอย่าง คำพูดและกิริยาของเธอนั้นดูเรียบร้อยอ่อนหวาน แต่ทำไมเธอถึงชอบแต่งหน้าทาปากจัดๆ
เควินนั่งมองร่างอรชรเดินเข้าไปในคอนโดจนลับตา เขาจึงขับรถออกมาพร้อมกับ รอยยิ้มที่ผุดขึ้นบนใบหน้า เมื่อกำลังคิดว่าเขาควรจะสานสัมพันธ์กับเธอดีไหม เขาจะเริ่มต้นจีบเธอยังไงแค่คิดหัวใจของเขาก็เต้นแรง
ฮั่นน่าเปิดประตูเข้าไปในห้องเบาๆ เพราะกลัวว่าพี่สาวจะตื่น พอเธอก้าวเท้าเข้ามาในห้อง ไฟกลับเปิดสว่างจ้า พร้อมกับเรยาพี่สาวของเธอที่ยืนทำตาเขม็งมองมาที่น้องสาวด้วยคำถามมากมาย แต่เธอก็สัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่พี่สาวมีให้มา
"พี่โทรไปทำไมไม่รับ รู้ไหมคนรอเป็นห่วงแค่ไหน น้องไปกับใครทำไมถึงกลับดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้ ไปลองรถกันถึงไหน อย่าบอกนะคุณอีธานพาน้องไปดินเนอร์แล้วก็ขับรถพามาส่งที่คอนโด...พี่ไม่เชื่อ" น้ำเสียงของเรย่าที่พูดออกมานั้น เต็มไปด้วยความน้อยใจ ที่เธอโทรหาฮันน่าเท่าไหร่ก็ไม่ติด
"โธ่เจ้! น้องขอโทษ พอดีแบตโทรศัพท์หมดน้องไปคุยงานกับคุณเควินมา ถ้าเจ้ไม่เชื่อก็โทรไปถามคุณเควินได้ ดึกแล้วง่วงด้วย...ขอตัวไปนอนก่อนนะคะ...จุ๊บ! " ฮันน่าพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่อ้อนๆ เธอได้โอกาสจึงหยิบยกเอาเควินขึ้นมาเป็นข้ออ้าง อย่างน้อยก็เพื่อความสบายใจของพี่สาว
"อะไรของเขาเนี่ย...โตแล้วยังทำตัวเป็นเด็กๆ ไปได้" เรยาส่ายศีรษะไปมาให้กับความน่ารักของน้องสาว เมื่อฮันน่ากอดแล้วจุ๊บลงที่แก้มของเธอ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง
สองพี่น้องรักกันกลมเกลียว หลังจากที่ชีวิตของพวกเธอ ผ่านมรสุมมาเยอะ เมื่อบิดาตบตีมารดาของเธอไม่เว้นในแต่ละวันแล้วพาผู้หญิงเข้าบ้าน ทั้งที่ฐานะก็ไม่ได้ร่ำรวยอะไร ไม่นานทั้งคู่ก็อย่าขาดกัน
เมื่อบิดาย้ายออกไปจากบ้าน มารดาของเธอก็ดื่มหนักทุกวัน จนกระทั่งวันหนึ่งมารดาได้พาผู้ชายเข้าบ้าน เขามาอยู่ในฐานะพ่อเลี้ยงของพวกเธอ และก็พยายามที่จะลวนลามและล่วงเกินเธอกับน้อง ในช่วงจังหวะที่ชีวิตตกต่ำ พวกเธอพากเพียรเรียนภาคค่ำจนจบปริญญาตรี และก็ได้มีโอกาสที่ดี
เมื่อบอสหนุ่มผ่านไปเจอเห็นเธอกับน้องกำลังถูกลวนลาม เขาเข้าไปห้ามแล้วช่วยเธอสองคนพ้นมาได้ จากนั้นเป็นต้นมาอัครเดชก็ไม่ต่างกับเจ้าชีวิตที่ทำให้เรยากับฮันน่าพ้นจากปากเหยี่ยวปากกามาได้จนถึงทุกวันนี้